“รอไข้มาตี ตีตนก่อนไข้” เครียดก่อนน้ำท่วม


เหตุการณ์ที่ ๑ ♦ ก่อนน้ำท่วม
เหตุการณ์ที่ ๒ ♦ น้ำท่วม และวันที่อพยพ
เหตุการณ์ที่ ๓ ♦ น้ำท่วม และหลังอพยพ
เหตุการณ์ที่ ๔ ♦ ความเครียดจากการใช้ชีวิตช่วงน้ำท่วม

เหตุการณ์ที่ ๑ ♦ ก่อนน้ำท่วม

รตจิตรฟังข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วมมานานตั้งแต่ก.ค. 2554 ยอมรับว่ารู้สึกเครียด เป็นทุกข์มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเอาใจเขามาใส่ใจเรา สงสาร และเห็นใจ จึงหาทางดับทุกข์โดยนั่งสมาธิที่วัดญาณเวศกวัน แต่ทุกวันนี้กลายเป็นทะเลสาบไปแล้ว นอกจากนี้รตจิตรยังได้ช่วยบริจาคเงินช่วงต้น ๆ ผ่านมูลนิธิชัยพัฒนาของในหลวง และมูลนิธิโสลสะของราชินี เพราะมั่นใจว่าเงินทุกบาทต้องไปช่วยประเทศชาติแน่นอน!

ตั้งแต่ปลายก.ย. ช่วงเฝ้าระวังน้ำที่จะมาจากบางใหญ่ ผ่านคลองมหาสวัสดิ์ รอน้ำว่าจะท่วมแถวบ้านหรือไม่ ยิ่งรู้สึกทุกข์หนัก ต้องคอยโทรถามสก. และสส. เขตฯ โทรหากทม. 1555 กด 0 และ ศปภ. 1111 กด 5 ซึ่งซัดทอดไปที่กทม.ตลอด รตจิตรเลยไม่รู้ว่าโทรหาศปภ. ทำไม? รวมถึงโทรหามือถือผอ.เขตทวีวัฒนา แต่ไม่เคยรับสายรตจิตร

วันที่ 26 ต.ค. เป็นวันที่รตจิตรร้องไห้วันแรก เพราะตอนที่กลับจากที่ทำงาน น้ำที่ท่วมบางกรวยมาได้ 2-3 วัน อยู่ ๆ ก็สูงขึ้นจนรถเมล์จอดตาย ไม่มีรถวิ่งข้ามจากบางพลัดไปถนนบรมราชชนนีเลย เกือบ 45 นาทีที่รตจิตรสามารถหารถกลับได้ แต่ก็ต้องลุยน้ำออกมาขึ้น พวกที่ใส่รองเท้าบู๊ทยิ่งลำบาก เพราะน้ำเข้าไปในรองเท้าหมด หนักจนเดินลำบากมาก ตลอดทางกลับบ้าน รตจิตรเห็นคนไทยลำบาก เห็นสภาพกทม. เต็มไปด้วยน้ำ เห็นบางคนลุยน้ำตรงบางกรวยถึงครึ่งตัว ชาวบ้านเริ่มหันมาพึ่งเรือ พึ่งแพ หรือแม้กระทั่งโฟมยักษ์แทนรถ มีรถหลายชนิดที่เริ่มจอดตายเต็มไปหมดบนถนน ทำให้รู้สึกท้อมาก คิดถึงความรู้สึกของในหลวงที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรขนาดไหน พอเดินกลับถึงบ้าน น้ำตาก็ไหลโฮออกมาหลังจากกลั้นมาตลอดทางที่ติดรถขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกลับมาบ้านได้ในวันนี้

รตจิตรและเพื่อนทั้งหมู่บ้านได้ตระเตรียมกระสอบทรายไปเป็นพันเป็นหมื่นบาทตั้งแต่กระสอบละ 25 บาท จนขึ้นเป็น 50 บาท พวกเราในหมู่บ้านเฝ้าระวังมวลน้ำจากบางบัวทองที่มาถึงคลองมหาสวัสดิ์ทางด้านหลังหมู่บ้านคือถนนกาญจนาภิเษก แต่ที่ไหนได้ 28 ต.ค. สิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง น้ำขึ้นจากท่ออย่างรวดเร็ว น้ำตลบหลังมาจากทวีวัฒนา เข้าคลองควายย้อนไปทางหมู่บ้านชวนชื่นก่อน แล้วเข้ามาทางด้านหน้าหมู่บ้านทางถนนบรมราชชนนี แม้ครั้งแรกตั้งใจว่าจะปักหลักอยู่ที่บ้าน ไม่อพยพไปไหน ตุนทั้งน้ำเต็มห้องครัว อาหารเปียกเต็มตู้เย็น อาหารแห้งแน่นตู้กับข้าว แต่วันที่ 28 ต.ค. น้ำสูง 30 ซ.ม. ทั้งหมู่บ้านกลับอพยพหมด เหลือเพียงบ้านรตจิตรและเพื่อนบ้าน 2 หลัง กระสอบทรายที่คลุมด้วยพลาสติกไม่ค่อยมีความหมายเลย นอกจากห่อทรัพย์สินที่ย้ายไม่ได้ด้วยพลาสติก ตลอดจนย้ายของขึ้นชั้น 2 พวกเราต้องอุ้มแม่ที่เดินไม่ได้ด้วยความยากลำบากเพื่อเอาขึ้นชั้น 2 และหมาที่เราเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กจนอายุ 7 ปีเศษ มิหนำซ้ำขาหลังขวายังกระเผลก เพราะเราตั้งใจจะอยู่ที่บ้านกันจริง ๆ แม้แต่ต้นหนุมานนั่งแท่นที่รตจิตรปลูกเพื่อขายประมาณ 250 ต้น รายได้มากกว่า 20,000 บาท รตจิตรยังต้องหลังขดหลังแข็ง ย้ายขึ้นที่สูงคือไว้ที่ขอบกำแพงนั่นเอง ณ ขณะที่เขียนบทความนี้ ต้นไม้เหล่านี้คงตายหมดแล้ว ไม่รวมถึงต้นไม้ใหญ่ของที่บ้าน เช่นต้นมะม่วง 3 ต้นใหญ่ ต้นขนุน ต้นทับทิม ต้นลีลาวดี ต้นศุภโชคที่ตกแต่งจนสวยมาก และอีกมากมาย….

เหตุการณ์ที่ ๑ ♦ ก่อนน้ำท่วม
เหตุการณ์ที่ ๒ ♦ น้ำท่วม และวันที่อพยพ
เหตุการณ์ที่ ๓ ♦ น้ำท่วม และหลังอพยพ
เหตุการณ์ที่ ๔ ♦ ความเครียดจากการใช้ชีวิตช่วงน้ำท่วม

About these ads

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s