ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด นครนายก


7/7/2556 ตรงกับวันพระ แรม 14 ค่ำ พอดี วันนี้รตจิตรและลูกตื่นแต่เช้าเพื่อไปทัวร์ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดนครนายก และเช่นเคยคือรตจิตรจะเตรียมชุดสังฆทานสำหรับแต่ละวัด พร้อมทั้งหนังสือหรือ CD ธรรมะ และหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษา (ไทย อังกฤษ จีน และพม่า) ซึ่งลูกของรตจิตรเป็นคนจัดทำโดยได้ sponsor จากที่ต่าง ๆ เช่น KBANK, LPN, เพื่อน ๆ เป็นต้น เพื่อฝากพระรูปที่รตจิตรทำสังฆทานให้แก่ห้องสมุดของโรงเรียนวัด หรือโรงเรียนใกล้เคียง เป็นต้น รตจิตรอยากเขียนรายการให้เพื่อน ๆ เผื่อเพิ่ม ideas ดี ๆ ได้บ้าง ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด นครนายกวันนี้ โชคดีมากที่ฝนตกหนักไปแล้วเมื่อคืนตอนตี 2 ทำให้อากาศเช้านี้สบาย ๆ หลาย ๆ ครั้ง วันไหนที่รตจิตรไปทำบุญ แม้ว่าจะเข้าฤดูฝน แต่ฝนกลับไม่ตกช่วงที่พวกเราทำบุญ เรียกว่าเทวดาเป็นใจ แต่มักจะตกช่วงที่ขึ้นรถเพื่อจะเดินทางกลับบ้านแล้ว เช่นเดียวกับวันนี้ที่ไปทัวร์ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดนครนายก ตลอดการขึ้นลงรถเมื่อถึงที่หมายแต่ละวัด กลับไม่มีฝนเลย ฝนมาตกก็ตอนเย็น ที่รตจิตรขึ้นมานั่งพักบนรถเพื่อรอกลับกรุงเทพ ฯ ได้แค่ 10 นาที หลังจากซื้อของที่ตลาดโรงเกลือ 2 เสร็จเรียบร้อย อย่างไรก็ตามกว่าจะได้รูปสวย ๆ กว่าจะได้ข้อมูลดี ๆ มาฝากเพื่อน เล่นเอาเหนื่อยไม่น้อยเพราะแต่ละจุดให้เวลาแค่ 20-30 นาที

รถออกจากสี่แยกฉิมพลี ถนนบรมราชชนนีตัดกับถนนกาญจนาภิเษกเวลา 7.00 น. รตจิตรแวะทานข้าวที่ปั้มปตท. ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นปั้มที่สะอาดกว่าปั้มน้ำมันอื่น ๆ มีป้ายติดว่า “PTT BEST CLEANING GUARANTEE ปตท. รับประกันห้องน้ำสะอาด” แต่วันนั้นรตจิตรว่าไม่สะอาดสักปั้ม โดยเฉพาะช่วงเย็นขากลับจากนครนายก สกปรกมาก และหลายห้องยังไม่มีน้ำด้วย ที่ปั้มปตท. นี้ก่อนเข้าตัวเมืองนครนายก พบนักปั่นจักรยาน ยี่สิบกว่าคน อายุตั้งแต่ 9-70 ปีเพื่อไปน้ำตกอ่างกลาง อำเภอบ้านนา รวมระยะทางปั่นจักรยานไป-กลับประมาณ 140 ก.ม. ดูสนุก มีความสุขกันทั้งทีม เข้าเรื่องกันดีกว่า ตอนนี้รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ มาดูรายการทัวร์ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดนครนายกกันดีกว่าค่ะ

========================================

1. วัดเชี่ยวโอสถ (Chiew O-sod Temple)
จุดเด่นของวัดเชี่ยวโอสถ – น่าจะมีชื่อเสียงเรื่องยา สมุนไพร

รตจิตรไม่สามารถทำสังฆทานได้เพราะพระสงฆ์ทั้งวัดประมาณ 13 รูป เข้าไปอยู่ในอุโบสถทำพิธีบวชพระ วัดหลายแห่งที่นครนายกคล้าย ๆ กันตรงที่ นิยมมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ๆ ตั้งด้านหน้า หรือด้านข้างวิหารหรืออุโบสถ ที่วัดเชี่ยวโอสถยังมีรูปปั้นพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 งามสง่ามากตั้งอยู่ด้วย สภาพวัดดูเรียบร้อยน่ารักดี มีโอ่งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบใกล้ ๆ กุฏิพระจำนวนมากจริง ๆ

========================================

2. วัดมณีวงศ์
จุดเด่นของวัดมณีวงศ์ – การอธิษฐานขอพระพุทธรูปทองคำแท้ ด้วยการยกขึ้นให้ได้

พอถึงวัดมณีวงศ์ ก็เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้อย่างชัดเจน ที่วัดมณีวงศ์คือ ปางป่าเลไลยก์ โบสถ์ก็สวยงามมาก พวรตจิตรเดินเข้าไปในศาลาบำเพ็ญบุญ ที่หลวงพี่ต่อ – รองเจ้าอาวาส หรือพระอาจารย์กฤษฎาพร กนฺตวีโร ทำพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอยู่ ท่านอายุเพียง 31 จำพรรษามา 9 พรรษา แต่สามารถทำให้วัดมณีวงศ์เปลี่ยนแปลงในทางดีมีชื่อเสียงอย่างมาก เป็นผู้ริเริ่มให้เช่าวัตถุมงคลลักษณะโบราณมากมาย ตามหนังสือของยายของหลวงพี่ต่อ ได้แก่ นางกวัก 5 มือ ทั้งแบบสะโอดสะองยืนหาบกระจาดเงิน กระจาดทอง และนางกวักแบบสมบูรณ์พูนสุขในท่านั่ง ควายคันธนู กุมารพรหมที่บูชาด้วยดอกบัวสีชมพูและน้ำ และหลวงพ่อทันใจ ซึ่งกำลังจะหล่อเสร็จ เป็นต้น

รตจิตรได้ไปอธิษฐานขอพร ด้วยการยกพระพุทธรูปทองคำแท้สูงประมาณ 10 นิ้ว ถ้ายกขึ้นได้หมายถึงสัมฤทธิ์ผล รตจิตรยกได้ แต่ค่อนข้างหนักจริง ๆ แสดงว่าทำได้แต่ไม่ค่อยง่าย ด้านหลังพระพุทธรูปทองคำ เป็นพระพุทธรูปคล้ายขอม และด้านหลังมีฉากแบบพม่า รตจิตรสงสัยว่าทำไมมีหลายประเทศ สอบถามได้ความว่า ชาวบ้านนำมาถวายวัด

หลวงพี่ต่อกำลังทำพิธีเปิดเนตรพระพิฆเนศที่ชาวบ้านนำมาถวาย พวกเราก็เลยร่วมทำบุญด้วยโดยการนำแบงค์มาแมกซ์ต่อกันเป็นสายพวงมาลัยคล้องรูปหล่อพระพิฆเนศ นอกจากนี้ ที่วัดมณีวงศ์ รตจิตรได้ฝากหลวงพี่ต่อเพื่อให้หนังสือแก่เด็กนักเรียนร่วม 300 คนที่โรงเรียนวัดคลองโพธิ์ ซึ่งทางวัดกำลังพัฒนาการศึกษาดูแลอยู่

========================================

3. วัดเขาพระ (Khao Phra Temple)
จุดเด่นของวัด – หลวงพ่อพิชิตมาร 9 แผ่นดิน

พอถึงวัดเขาพระ ก็เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้อย่างชัดเจน คือ พระกาสีนาคอุปคุต หรือเรียกสั้น ๆ ว่าพระอุปคุต รตจิตรเข้าโบสถ์ไหว้พระและทำสังฆทานพร้อมทั้งถวานหนังสือการ์ตูนทุกทาย เช่นเคย พระประธานคือ หลวงพ่อพิชิตมาร 9 แผ่นดิน ปางชนะมาร

รตจิตรขอย่อประวัติที่ได้จากด้านข้างโบสถ์ความว่าสมัยธนบุรี-รัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่พวกลาวใหญ่อพยพมาจากเวียงจันทร์ แต่หลงป่าเพราะไม่ชำนาญทางครั้งไปหาของป่าบนภูเขา จึงอธิษฐานให้เจ้าป่าเจ้าเขาคุ้มครอง ได้เห็นเป็นพระพุทธรูปปรากฏอยู่ หลังจากกลับบ้านได้ก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปนั้นมาประดิษฐานที่วัดเขาพระ ด้านซ้ายโบสถ์มีพระอุปคุต เป็นพระพุทธรูปปางจกยาตร เอียงหน้าขึ้นฟ้า

========================================

4. วัดเขาทุเรียน (วัดสีชมพู) (Khao Thurian Temple)
จุดเด่นของวัด – เป็นวัดสีชมพู และสุดยอดห้องส้วมแห่งปี

เดิมเป็นเขาที่ปลูกแต่ต้นทุเรียน แต่พอต้นแก่มาก ตายหมดเพราะปลวกกินราก เมื่อสร้างวัดเขาทุเรียน ชาวบ้านก็ยังปลูกต้นทุเรียนไว้อีก 70 ต้น แต่ก็ไม่วายที่ปลวกจะกินรากจนต้นตาย ปัจจุบันเหลือแค่ 20 ต้น อย่างไรก็ตามพระปลัดวิศิษฐ์ – เจ้าอาวาสเล่าว่า สมัยก่อน เจ้าอาวาสดั้งเดิมฝันว่า รัชกาลที่ 5 เสด็จมาเข้าฝันว่า วัดนี้จะเจริญรุ่งเรืองมาก ๆ ขึ้นถ้าใช้สีชมพู นับแต่นั้นมาวัดจึงมีเกือบทุกอย่างเป็นสีชมพู

วัดนี้ยังมีส้วมที่ได้รางวัลระดับประเทศจากสำนักงานสาธารณสุขให้เป็นส้วมสุดยอดแห่งปี 2552 – Happy Toilet หน้าห้องส้วมมีอุปกรณ์ไม้หลายแบบเพื่อให้ญาติโยมบริหารขาและเท้ากันอย่างสบาย ๆ
เมื่อทำสังฆทานและถวายหนังสือการ์ตูนทักทายให้โรงเรียนของวัดแล้ว เจ้าอาวาสได้ให้วัตถุมงคลของวัดเป็นปูนหล่อ รัชกาลที่ 5 สีชมพูและสายสิญจน์สีชมพูเช่นกัน หวานแหววไปหมด

========================================

5. วัดเขาแดง (Khao Daeng Temple)
จุดเด่นของวัด – หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธนิมิตมงคล ถ้าบูชาด้วยความศรัทธาชีวิตจะไม่ล้ม

พอถึงวัดเขาพระ ก็เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้อย่างชัดเจน คือ ด้านข้างศาลามีรูปปั้นพระพรหมองค์ใหญ่มาก ด้านข้างมีพระศิวะที่คนไทยเรียกว่าพระอิศวร นอกจากนี้ยังมีการลอดท้องช้างเอราวัณ – ช้างทรงของพระอินทร์ และการลอดโบสถ์เพื่อเสริมสิริมงคล หรือสะเดาะเคราะห์ด้วย

พุทธคุณที่วัดเขาแดงคือ ที่ศาลาบำเพ็ญบุญ หากยืนด้วยขาขวาขาเดียว กางมือทั้งสองออก โดยมือขวากำหลวงพ่อใหญ่ และท่องมนต์บูชาหลวงพ่อใหญ่แล้ว จึงตบแขนซ้ายอย่างไรก็ไม่ล้ม ความหมายก็คือถ้าสวดบูชาหลวงพ่อใหญ่ด้วยความศรัทธาแล้วจะแข็งแรง คือแข็งแรงทั้งสุขภาพและธุรกิจ
ก่อนที่รตจิตรจะออกจากวัด พวกเราก็ได้เลขเด็ด เลขท้าย 2 ตัว และเลขท้าย 3 ตัว แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลนะจ๊ะ

========================================

6. วัดนางรอง (วิมานกลางหาว) (Nang Rong Temple)
จุดเด่นของวัด – ธนบัตรรวยแสนล้าน มูลค่า 1,000 บาท

เป็นวัดที่สวยงามมากด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภูเขา วัดตั้งอยู่ที่ 84 ม.3 ต.หินตั้ง อ.เมือง นครนายก พอถึงวัดนางรอง ก็เห็นรูปปั้นองค์ใหญ่ได้อย่างชัดเจน คือ เจ้าแม่กวนอิม ทางวัดยกสูงไว้บนเขาบันไดพญานาค ในอิริยาบถยืนเทน้ำจากแจกันสวยงามจริง ๆ มีจานใส่ปัจจัยที่ให้ญาติโยมทำบุญตามวัดเกิด

มังกรคู่ที่ขึ้นไปบนเจ้าแม่กวนอิมสร้างได้สมส่วนมาก ด้านซ้ายโบสถ์มีรูปหล่อพระพุทธชินราช สวยงามไปด้วยวิวที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและต้นไม้ใหญ่ พญานาค 7 เศียร สีเขียว กับสีน้ำเงินตรงบันไดขึ้นไปยังโบสถ์เป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยตามวัดที่จังหวัดนครนายก นอกจากนั้นยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ บริเวณวัดด้านใน ได้แก่ ครอบครัวพระศิวะ – พระแม่อุมา – พระพิฆเนศ และวิหาร รัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 8 – กรมหลวงชุมพรอุดมเดช ระหว่างทางเดินไปห้องน้ำก็มีรูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ ทั้งเล็กใหญ่ยืนเรียงรายงดงามทั้งนั้น
หลังจากทำบุญ เจ้าอาวาสจะให้ธนบัตรรวยแสนล้าน มูลค่า 1,000 บาท เป็นธนบัตรขวัญถุง เพื่อพกติดตัวให้มั่งมีศรีสุข เงินทองไหลมาเทมา

========================================

7. อุทยานพระพิฆเนศ (Ganesh Park)
จุดเด่นของอุทยาน – พระพิฆเนศปางใหญ่ 2 ปาง คือนั่ง หน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 15 เมตร และปางเสวยสุข ตลอดจนพระพิฆเนศปางอื่น ๆ อีกมากมายทั้งรูปปั้น รูปหล่อ และตามผนังกำแพง

รตจิตรมาที่อุทยานพระพิฆเนศ หลายครั้งแล้ว คราวนี้รตจิตรได้เตรียมหนูที่ซื้อมาพระพิฆจากเมืองปะกัน หรือที่คนไทยเรียกว่าพุกาม ประเทศพม่ามาถวายรตจิตรด้วย หนูในท่าหมอบยกก้นน่ารักมาก ๆ ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ที่อุทยานพระพิฆเนศมีปางใหญ่ ๆ 2 ปาง คือพระพิฆเนศปางนั่ง และปางเสวยสุข ซึ่งมี 4 แขน ฝ่ามือขวามีคำว่า โอม และอีกมือถือพระคัมภีร์ ส่วนมือซ้ายถือของดอกบัว และส่วนที่หักงาขวา นอกจากนี้ยังมีพระพิฆเนศปางอื่น ๆ อีกมากมายทั้งรูปปั้น รูปหล่อ และตามผนังกำแพง

นอกจากพวกเราจะเดินเวียนเทียน 3 รอบแล้ว ยังขอพรพระพิฆเนศ เสร็จแล้วต้องไม่ลืมไปกระซิบหนูหูทิพย์ เพื่อให้เตือนพระพิฆเนศถึงพรต่าง ๆ ที่เราขอไว้โดยให้ปิดหูหนูไว้ข้างหนึ่ง แล้วกระซิบบอกที่หูอีกข้างหนึ่ง อาจให้ปัจจัยหนูตามศรัทธาด้วยก็ได้

========================================

8. อุทยานพุทธชยันตี (Budhachayantee Park)
จุดเด่นของอุทยาน บนเนื้อที่ 53 ไร่ – พระพุทธรูปที่เป็นพระอรหันต์จำนวน 1,250 องค์ + พระพุทธรูปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บางคนเรียกว่าพิพิธภัณฑ์ ขณะนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี เพราะกำลังสร้างต่อไปเรื่อย ๆ รายล้อมด้วยภูเขาเป็นวงกว้าง ลูกของรตจิตรได้หยอดเหรียญทำบุญในบาตรของพระพุทธรูปที่นั่งล้อมรอบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่องค์กลาง เฉพาะที่เรารู้จัก เช่น พระอานนท์ พระโมกขลานะ โกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ฯลฯ แต่มีพระพุทธรูปที่ลูกของรตจิตรได้หยอดเหรียญลงบาตรทั้งหมด มีรูปเดียวที่เราไม่รู้จักแต่อยากให้ส่งผลบุญให้พวกนี้ เพื่อให้เป็นคนดีกันคือ พระรัฐบาล

========================================

9. วัดพราหมณี (Luangphopakdang Temple)
จุดเด่นของวัด – หลวงพ่อปากแดง จนชาวบ้านเรียกกันว่า วัดหลวงพ่อปากแดง

วัดพราหมณี ณ ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายกหน้าโบสถ์ มีรูปปั้นช้างตัวใหญ่มากเห็นได้อย่างชัดเจน คือ ด้านหน้าซ้ายมีรูปปั้นช้างพลายแก้ว และขวาคือพลายทอง ให้รอดใต้ท้องช้างเพื่อเป็นศิริมงคล
รตจิตรสอบถามพระรูปหนึ่งในวัด ท่านเล่าว่าหลวงพ่อปากแดงมีอายุ 400 กว่าปีโดยได้ข้อมูลจากกรมศิลปากร เป็นพระพุทธรูปจากเวียงจันทร์ แต่มาอยู่ที่นครนายกได้ปี 2556 นี้ เป็นปีที่ 110 ปี รตจิตรมองท่านแล้วรู้สึกสงบมาก แต่กลายเป็นว่าประชาชนนิยมมาขอหวย วันนี้เช่นกันในบาตรน้ำมนต์ของเจ้าอาวาส คนเห็นเลขเด็ด เลขท้าย 2 ตัวและเลขท้าย 3 ตัวชัดมาก ๆ ถูกหรือไม่ว่ากันทีหลัง

ด้านหน้าของหลวงพ่อปากแดง มีรอยพระพุทธบาทจำลอง มีแบงค์เรียงอย่างสวยงาม พวกรตจิตรนิยมนำเหรียญ 1, 5, 10 บาทวางตั้งไว้ที่รอยพระพุทธบาท เอาวิธีบูชาหลวงพ่อปากแดงที่ติดไว้ด้านหน้าโบสถ์ของหลวงพ่อมาฝาก โดยควรระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยก่อน จากนั้นจึงเตรียมปัจจัยเหล่านี้ คือ
1. จุดธูป 3 ดอก บูชาหลวงพ่อปากแดง
2. จุดธูป 9 ดอก บูชาเพื่อบนบานศาลกล่าว หลวงพ่อปากแดงศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคุณสำเร็จแล้ว มาแก้บนด้วยธูป 9 ดอก และสิ่งของที่คุณบอกกล่าว เช่น กล้วยน้ำว้า น้ำแดง ผลไม้ พวงมาลัย หรือที่บอกกล่าวไว้ครบตรมจำนวนที่คุณจะมานำถวาย เป็นต้น (ปกติทางวัดมีจัดไว้)
3. จุดธูป 16 ดอก บูชาเพื่อโชคลาภขอเรื่องใหญ่
4. ทุกวันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ ให้ถวายของบูชาหลวงพ่อปากแดงด้วยน้ำแดง กล้วยน้ำว้า ดอกดาวเรือง (ปกติทางวัดมีจัดไว้ สมัยก่อน จะเห็นแต่แฟนต้าน้ำแดง ปัจจุบันมีแต่ เอส est)
5. ถวายน้ำเปล่าทุกวันอย่าให้ขาด
เสร็จสรรพก็เดินตลาดด้านหน้ามีกล้วยนาก ซึ่งนิยมใช้ในงานมงคล ลูกหวาย ลูกหมาก สมอไทย แหนมปลาชโด ผลไม้ของจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะนาว และสินค้าที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ เป็นต้น

ก่อนกลับบ้าน เป็นธรรมเนียมของทัวร์ต้องแวะ shopping วันนี้คือตลาดโรงเกลือ 2 รตจิตรตรงไปที่ร้านขายกระเป๋า แม้จะมีกระเป๋าเต็มร้าน ลูกค้าหรือคนซื้อก็เยอะอยู่ แต่รตจิตรก็ได้กระเป๋าสะพายมาด้วย ซื้อด้วยความรวดเร็ว เพราะลูกช่วยเลือกให้ คนขายเกือบทุกร้านเป็นเขมรแต่พูดไทยได้คล่อง รตจิตไม่แน่ใจว่าตลาดโรงเกลือของ่เรามีกี่แห่ง แต่ที่เคยไปตลาดโรงเกลือทั้งหมดในประเทศไทยน่าจะมี 3 แห่งคือที่จังหวัดชัยภูมิ ที่นครนายก และที่กรุงเทพ ฯ –สถานีขนส่งภาคใต้ วันนี้เหนื่อยแล้ว รตจิตรและลูกเลยรีบซื้อของมากินในรถ ช่วงที่รอคนอื่น ๆ ขึ้นรถก็ฝนตกหนักพอดี เป็นอันว่าพวกเราโชคดีอีกแล้วที่ไม่โดนฝน……. แล้วจะเขียนมาเล่าสู่กันฟังใหม่นะจ๊ะ สวัสดีจ้า

========================================

About these ads

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s