Author Archives: The SW Eden

About The SW Eden

Sw Eden is known as a Thai artist.

ทักทาย กับ ลิ้นดำ (Tuskty & Black Tongue)

Tuskty is the caricature name of King Takayutpi of Hanthawaddy Pegu. The Black Tongue Tabin refers to the King Tabinshwehti of Taungoo who had an actual black tongue. Both were the real King in the history, and also the characters in the fiction of The Sw Eden (สว อิเฎล – A Thai artist), currently called Black Tongue. Firstly, The Sw Eden did not wrote The Black Tongue Tabin at this bad, but Tuskty needed to be hero, so The Sw Eden changed the role of The Black Tongue Tabin to be scoundrel.

ทักทาย กับ ลิ้นดำ
ทักทาย ณ ที่นี้ เป็นชื่อเลียนจากกษัตริย์มอญ ทากะยุตปิ และลิ้นดำหมายถึง ตบิน หรือชื่อจริงคือ ตะเบงชะเวตี้ พระเจ้าหงสาวดีลิ้นดำ ในขณะดำเนินเรื่องเป็นสมัยก่อนที่พระเจ้าตะเบงชะเวตี้จะยึดหงสาวดีได้สำเร็จ เดิมทีเรื่องนี้ถูกเขียนในด้านให้ตะเบงชะเวตี้เป็นตัวเด่นหรืออยู่ฝ่ายคุณธรรม แต่เมื่อนำมาทำเป็นหนังสือเด็ก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้ทักทายเป็นฝ่ายดีแทน เพื่อให้ต่อเนื่องกับเรื่องอื่น ๆ ที่เคยวาดและเขียนไว้ก่อนหน้านี้ 5 เรื่อง ตะเบงชะเวตี้จึงกลายเป็นคนอิจฉาอยากได้ของของคนอื่นแทน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้างใครก็ตาม สว อิเฎล ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็ก ๆ ที่ได้อ่าน จะได้เรียนรู้คุณธรรม และภาษา เพราะเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่มีถึง 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ จีน และ พม่า ทั้งนี้ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่สนับสนุน และ L.P.N. Development ที่สนับสนุนการพิมพ์หนังสือทักทายเป็นเล่มที่ 3 นับตั้งแต่ ทักทายกับแมวโทน และทักทายกับ 2 อัศวิน และขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ให้กำลังใจ ขอบคุณทุก ๆ Like ใน facebook.com/BlackTongue และทุก ๆ View ของแต่ละเว็บไซต์ของ Project ลิ้นดำ ….. ขอบคุณ

Flipbook Version
sw-eden.deviantart.com/art/Tuskty-and-Black-Tongue-377936308

Like us on Facebook
facebook.com/BlackTongue/

Download Great Quality Drawing
flickr.com/photos/sw_eden/sets/72157634128645472/

0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0.o.0












Leave a Comment

Filed under Uncategorized

ทักทายกับ 2 อัศวิน (Tuskty & 2 Knights)

ทักทายกับ 2 อัศวิน
(Tuskty & 2 Knights)

พระราชาทักทาย เป็นการให้ชื่อเลียนพระราชามอญ ทากายุตปิ (Takayutpi) และอัศวิน 2 คน ผู้จงรักภัคดี ในเรื่อง สอบินยา (Saw Binnya) พระราชาเมืองเมาะตะมะ นำดาบหักมาให้พระราชาทักทายโดยฝาก ตุนตุน (Tun Tun) ไว้ และเรื่องราวก็ได้เริ่มขึ้น จนกระทั่งอัศวินทั้งสองผิดใจกัน

อัศวิน 2 คนนี้มาจากไหน?
ใครที่อ่านพงศาวดารพม่าแล้วพอจำได้ ก็จะทราบว่า ทากายุตปิ หรือกษัตริย์เมืองหงสาวดี มีทหารเอกผู้คุ้มครองเมืองอยู่ 2 คน ทำให้รอดจากกองทัพของพระเจ้าตะเบงชะเวตี้มาถึง 3 ครั้ง และครั้งที่ 4 เมืองหงสาวดีก็ถูกกองทัพของพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ตีได้สำเร็จ เนื่องมาจากทหารเอกทั้งสองถูกฆ่า โดยจดหมายลวง แบบเดียวกับเรื่องโจโฉแตกทัพเรือ ที่พระเจ้าตะเบงชะเวตี้เขียนคือ “ถ้าคราวนี้กระทำการสำเร็จ จะให้คนหนึ่งครองเมืองหงสาวดีและอีกคนครองเมืองเมาะตะมะ” เมื่อทากายุตปิพบจดหมายนี้ก็เชื่อทันทีว่าทหารเอกของตนคบคิดกับตะเบงชะเวตี้ จึงประหารทหารทั้งสองนั้น

เรื่อง ทักทายกับ 2 อัศวิน (Tuskty & 2 Knights) เป็นผลงานหนังสือเด็ก ของ สว อิเฎล (The Sw Eden) ศิลปินชาวไทยที่หลงไหลเรื่องราวของตะเบงชะเวตี้มาหลายปีแล้ว โดยทั่วไปหนังสือทักทายจะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ ทั่วไปจะมีทักทายเพียงคนเดียวที่เป็นคน แต่เมื่อได้รับทุนสนับสนุนจาก L.P.N. Development เรื่องแรกที่ส่งไปคือ ทักทายกับแมวโทน ซึ่งได้รับ comment มาว่า คราวหน้าอยากให้เป็นเรื่องระหว่างคนกับคน ทำให้ สว อิเฎล จึงหยิบส่วนหนึ่งของงานเขียนนวนิยายเรื่องยาวมาปรับให้เหมาะสำหรับเด็ก มีข้อคิดด้านความสามัคคีและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อันนำมาซึ่งความสุขในชุมชนและประเทศชาติ

Like us at facebook.com/BlackTongue
Enjoy flipbook version on http://sw-eden.deviantart.com/art/Tuskty-and-2-Knights-377915586
Download great quality at http://www.flickr.com/photos/sw_eden/sets/72157634127336460/

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
x o x o x o x o x o x o x o x o x o x o x o x o
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

ทักทายกับ 2 อัศวิน
(Tuskty & 2 Knights)

“King Tuskty” is the caricature name of Takayutpi by the Thai artist, The Sw Eden (สว อิเฎล). He had 2 royalists, Tun Tun and Aung Aung, the knights. In this story, Saw Binnya, the King from Martaban brought the broken sword to give to King Tuskty. Tun Tun took the sword from Saw Binnya and the story was begun.

Who are these 2 knights?
If you have read the burmese annal, you would know that the King Takayutpi of Hanthawaddy Pegu had 2 knights. Tabinshwehti, the king of Taungoo attacked Hanthawaddy for 3 times and he could not beat it because of these 2 knights. Tabinshwehti disired to wrote the letter pretending that these 2 knights were with his side, similar to the letter of Zhou Yu in Romance of the Three Kingdoms which he could make Cao Cao believe that Cao Cao’s soldiers were rebel. After then the King Takayutpi executed his 2 knights, and the forth battle, Tabinshwehti could beat Hanthawaddy Pegu.

Tuskty & 2 Knights is the children book created by The Sw Eden (สว อิเฎล). The Sw Eden have loved Tabinshwehti and his brave story for more than 10 years. Regulary, The Sw Eden always wrote Tuskty book about Tuskty and animals, but after the book of Tuskty and Solitary Cat which was supported by L.P.N. Development, L.P.N. Development asked The Sw Eden to make the next stories to be about human and human. Then, The Sw Eden used the plot of Black Tongue epic, The Sw Eden’s own fiction and made it short and adapted it to be the story for children which had the moral about the unity in the community and in the country.

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
x o x o x o x o x o x o x o x o x o x o x o x o
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

Read Flip book version at http://sw-eden.deviantart.com/art/Tuskty-and-2-Knights-377915586
Words are in above link.




















Leave a Comment

Filed under Uncategorized

Protected: โครงสร้างเนื้อเรื่องโฆษณาทางโทรทัศน์สาธารณะที่ทำให้ผู้ชมจดจำ

This post is password protected. To view it please enter your password below:

Enter your password to view comments.

Filed under Uncategorized

การขอคืนภาษี โครงการรถยนต์คันแรก

เหลือเวลาอีก 3 อาทิตย์ รตจิตรขอสรุปเป็นข้อ ๆ ให้เพื่อน ๆ ดูกันง่าย ๆ นะจ๊ะ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้สิทธิ์ขอคืนภาษี เป็นจำนวนเงินเท่าภาษีที่จ่ายไปจริง ไม่เกิน 1 แสนบาท

© 2012 Ratajit สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้คัดลอกไปใช่ในเว็บไซต์อื่น ให้ใช้ได้ใน sw-eden.net เท่านั้น

เทคนิค การสอบใบขับขี่รถยนต์

1. หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับผู้ซื้อและรถยนต์

1.1 เกี่ยวกับผู้ซื้อ รตจิตรคิดว่าเพื่อน ๆ คงซ้อกันหมดแล้ว
- เป็นรถคันแรกของผู้ซื้อ
- ผู้ซื้อมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์
- ทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ตั้งแต่ 16 ก.ย. 2554 – 31 ธ.ค. 2555
- ผู้ซื้อต้องถือครองรถคันแรกไม่น้อยกว่า 5 ปี

1.2 เกี่ยวกับรถยนต์
- ขนาดรถนั่ง หรือ กระบะ หรือ รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก ไม่เกิน 1500 cc
- ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท
- เฉพาะรถที่ผลิตในประเทศ


รถคันแรก ไม่ได้รวมถึงรถมอเตอร์ไซด์นะจ๊ะ ครั้งนี้รัฐบาลเขาเน้นนักศึกษาจบใหม่ ช่วงเริ่มงานแบบสุด ๆ

2. เงื่อนไข มี 2 แบบ

2.1 เงื่อนไขเดิม
รตจิตรเดาว่าเพื่อน ๆ ก็รู้กันพอควรแล้วว่าต้องยื่นเอกสารหลักฐานหลังรับมอบรถภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2555
เอกสารเพื่อขอคืนภาษี โครงการรถคันแรก
- ใบจองรถ
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เลขที่สมุดบัญชีที่จะให้กรมสรรพสามิตโอนเงินคืนให้
- กรณีขอสินเชื่อ มีสำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ พร้อมทั้งใบยินยอมสละสิทธิ์ของไฟแนนซ์ รตจิตรอยากเตือนเพื่อน ๆ ว่าอย่าลืมเด็ดขาดให้ไฟแนนซ์เซ็นให้เราให้เรียบร้อย
- ถ้าจดทะเบียนแล้ว ให้มีสำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์

2.2 เงื่อนไขใหม่ที่ผ่อนผัน ครม.ขยายเวลาการรับมอบรถยนต์คันแรก
ต้องจองซื้อและยื่นเอกสารหลักฐานขอรับสิทธิ์ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2555
เอกสารเพื่อขอคืนภาษี โครงการรถคันแรก
- ใบจองรถ
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เลขที่สมุดบัญชีที่จะให้กรมสรรพสามิตโอนเงินคืนให้
- กรณีขอสินเชื่อ มีสำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ พร้อมทั้งใบยินยอมสละสิทธิ์ของไฟแนนซ์
- ยื่นใบจองไว้แล้วภายใน 31 ธ.ค. 2555 โดยให้เวลา 90 วัน นับจากวันรับมอบรถ


พอดีพราวชอบทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น ไม่ได้ใช่สิทธิ์รถคันแรก แต่ก็มีรถคันแรกกับเขาได้ Mazda 3 สุดที่รัก

3. สถานที่ไปขอคืนภาษี โครงการรถคันแรก

รตจิตรเขียนเพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้น ได้แก่

- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1713 ตลอด 24 ชั่วโมง
- ที่อยู่และโทรศัพท์ สำนักงานสรรพสามิตเขตพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างพอหอมปากหอมคอ

3.1 สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1
กรมสรรพสามิต เลขที่ 1488 ถ.นครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 ชั้น 1 เป็นการชั่วคราว (อยู่ระหว่างย้ายที่ทำการสำนักงาน)
โทรศัพท์ 02-2415600 – 10 ต่อ 51431-8

3.2 สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2
ตึก Thai CC Tower ชั้น 8 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ 026757494-7503

3.3 สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3
อยู่ ณ กรมสรรพสามิต เลขที่ 1488 ชั้น 1 ถ.นครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ 02-2415600 – 10 ต่อ 58526, 52715-8, 52232-7

3.4 สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 4
ย้ายมาอยู่ที่ อาคารเล้า เป้ง ง้วน 1 เลขที่ 333 ซอยเฉยพ่วง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 022738234-8

3.5 สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5
อาคาร ณ นคร เลขที่ 99/34 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 025761721 – 5

3.6 สำนักงานสรรพสามิตเขตพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกจำนวนมาก


Mazda รถของ Hero ตัวจริง ผู้เสียสละเพื่อแผ่นดินและประเทศชาติ ผู้อุทิศตนเองทำดีเพื่อเทิดทูลสถาบัน

4. เวลาในการติดต่อขอคืนภาษี โครงการรถคันแรก

ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2555 จะเริ่มตั้งแต่เวลา 7.00 – 20.00 น. โดยไม่มีวันหยุดนะจ๊ะ
และพิเศษยิ่งขึ้นไปอีกในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 ยื่นเอกสารได้ถึง 24.00 น.

5. พื้นที่ย่อยของกรมสรรพสามิต

โดยปกติพื้นที่ย่อยของกรม ฯ รองรับคนได้ 300-400 คนต่อวัน แต่เฉพาะพื้นที่สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร ภาคที่ 10 รองรับคนได้ถึง 3000 คน

รตจิตรขอให้เพื่อน ๆ โชคดี ใครยังไม่ไปใช้สิทธิ์ ก็ต้องรีบหน่อยค่ะ และต้องไปเข้าคิวกันแต่เช้าจริง ๆ ค่ะ
ขอให้โชคดีนะจ๊ะ


รถกระบะจิ๋ว ๆ ได้ภาษีคืนไม่เยอะ แต่ถ้าคันใหญ่ ๆ แบบ Mazda BT-50 PRO รุ่นใหม่ก็คงจะเกิน 1500
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ชายแมน ๆ สาวเท่ห์ ๆ จะสนใจอะไรกับภาษี วีรบุรุษตัวจริงที่พราวไปเจอมาที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาขับกระบะ Mazda (ไม่ได้ขับ Nissan แบบในโฆษณา)

4 Comments

Filed under Uncategorized

ตะเข็บ วิธีป้องกันอันตราย และการอยู่ร่วมกับตะขาบตัวเล็กอย่างสันติ

ตะเข็บ ตามบ้าน ที่เรารู้จักกัน ในศัพท์วิชาการ จะเรียกว่า ตะขาบขนาดเล็ก เพราะตะเข็บจะมีลักษณะที่แตกต่างออกไปอีกสายพันธุ์หนึ่ง ข้อนี้ สว อิเฎล ได้รู้มาจากอาจารย์อภิสิทธิ์ หรืออาจารย์แนท ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฏวิทยา สมัยอยู่ที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ปัจจุบันนี้ท่านอยู่ที่ญี่ปุ่นและยังคงติดต่อกันบางเป็นบางคราทาง Facebook

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์
โพสโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์ทั้งภาพถ่ายและบทความ

มาเข้าเรื่องกัน อิเฎลไม่เคยพบศัตรูของตะเข็บในห่วงโซ่อาหาร ช่วงหน้าฝน จำนวนตะเข็บจะมีมากมาย จนควบคุมไม่อยู่ แต่ถ้าบ้านใครมีตะเข็บก็ขออย่าได้กังวล เพราะเมื่อฤดูฝนผ่านไป มันก็จะลดจำนวนลงไปเอง

ตะเข็บรับประทานตะไคร่น้ำเหมือนกิ้งกือสีแดงทั่วไป สัตว์ทั้งสองชนิด Millipede และ Centipedes มีปากเป็นฟันไว้โกยตะไคร่น้ำที่ติดตามก้อนหินหรือกำแพงในรูปแบบเดียวกัน คล้ายคลึงกับฟันของหอยทาก ซึ่งฟันลักษณะนี้จะไม่มีพิษภัยต่อมนุษย์ มันจะไม่ไข่หรือกัดลงไปบนผิวหนังของมนุษย์ แต่ที่มนุษย์เราเจอว่ามีไข่กิ้งกืออยู่ในตัว เพราะเราเป็นแผลที่เท้าและไปเหยียบโดนไข่ของมันในดิน

สรุปแล้วทั้งตะเข็บและกิ้งกือ ไม่มีอันตรายต่อมนุษย์ แต่หลายคนอาจคิดมาก หรืออุปทานว่ามันน่ารังเกียจ

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์

มาถึงวิธีการป้องกันอันตรายให้ตะเข็บ ถ้าพบมันอยู่ในตัวบ้านของคุณ เช่นห้องนอน หรือ ห้องน้ำ อิเฎลแนะนำให้นำกระดาษหรือแผ่นพลาสติก เขี่ยมันไปทิ้งนอกบ้าน เพราะถ้ามันอยู่ในห้องนอนของคุณ มันจะไม่มีอะไรกิน และมันก็จะตายในที่สุด และถ้ามันอยู่ในห้องน้ำ มันจะถูกน้ำท่วมตาย กล่าวคือ อิเฎลได้ค้นพบว่าตะเข็บชอบที่ชื้นแต่ไม่ชอบที่เปียก ขาบาง ๆ ของมันไม่สามารถเดินฝ่าแรงตึงผิวของน้ำออกไปได้ ดังนั้นมีแต่ท่านั้นแล ที่สามารถทำมหาทานโดยการจับตะเข็บไปปล่อยตามสวนทุก ๆ วัน

วิธีการจับตะเข็บนี้ อิเฎลแนะนำให้ใช้วิธีต้อนขึ้นกระดาษ มากกว่าที่จะใช้มือจับ เพราะทันทีที่อิเฎลทำให้ตะเข็บตกใจ มันจะปล่อยสารเหม็นเน่าออกมา และมันเหม็นมาก ๆ ดังนั้นทางที่ดี ท่านไม่ควรทำให้มันตกใจ ต้องเขี่ยเบา ๆ ใส่กระดาษและเอาไปเทที่ดิน

ถ้าท่านพบว่ามีตะเข็บอยู่เป็นจำนวนมากในบ้านของท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องจับทีละตัว ให้ท่านนำมันใส่ในภาชนะพลาสติกผิวเรียบ มันจะไม่สามารถปียป่ายขึ้นมาได้

สว อิเฎลหวังว่าข้อแนะนำเหล่านี้ จะเป็นส่วนช่วยให้ท่านได้สร้างบุญบารมี ครั้งหนึ่งที่ท่านช่วยตะเข็บ ท่านจะได้บุญ และเมื่อท่านหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ นั่นแหละ คือ บารมี

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์

ภาพถ่ายตะเข็บโดย สว อิเฎล สงวนลิขสิทธิ์

2 Comments

Filed under Uncategorized

ภาษา HTML กับภาษา CSS ที่ควรรู้

 **เวลาเอา Code ไปใช้ ให้คีย์เครื่องหมาย ” ” ใหม่ทั้งหมด
**ไม่อนุญาตให้นำบทความ Tutorial นี้ไปใช้ในเว็บไซต์อื่น หรือเพื่อการค้าใด ๆ

รูปแบบทั่วไปของภาษา HTML จะมีคำสั่งเริ่มต้นและสิ้นสุด อยู่ในวงเล็บ <….> โดยคำสั่งสิ้นสุดจะมีเครื่องหมาย / อยู่ด้านหน้าคำสั่ง เช่น
<b>ตัวหนา</b>แค่ข้อความแรก และ<font color=”#FF0000″>ตัวแดงที่นี่</font>
จะเห็นเป็น:  ตัวหนาแค่ข้อความแรก และตัวแดงที่นี่

ภาษา HTML ที่ควรรู้

ใส่รูป
<img src=”Photo_URL.jpg” width=”500″ height=”375″>
Photo_URL.jpg คือ URL ของรูป ถ้าใส่ไว้ใน Folder เดียวกันจะเป็นเชื่อรูปและ . นามสกุลทันที แต่ถ้าเอามาจากในเว็บไซต์ จะเริ่มต้นด้วย http://

♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

ใส่ลิงค์ เชื่อมหลายหน้าเข้าด้วยกัน
<a href=”gallery.html”>ข้อความหรือรูปที่จะให้คนอื่นคลิก</a>
gallery.html คือชื่อเพจ ที่เมื่อผู้ใช้คลิกที่ข้อความแล้ว จะเปิดไปที่หน้านี้

 ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

ขึ้นย่อหน้าใหม่
<p>ข้อความในย่อหน้าทั้งหมด</p>

 ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

ขึ้นบรรทัดใหม่ แบบไม่ใช่ย่อหน้า
<br>

 ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

หัวข้อ
<h1>หัวข้อใหญ่สุด ตัวอักษรขนาดใหญ่</h1>
<h2>หัวข้อใหญ่รองลงมา ตัวอักษรเล็กกว่า h1 นิดนึง</h2>
<h3>หัวข้อรองลงมาอีก แต่ตัวหนังสือก็ใหญ่กว่าปกติทั่วไป</h3>

ภาษา HTML ใช้ร่วมกับภาษา CSS

ความสัมพันธ์ระหว่าง CSS และ HTML
สังเกตุจากภาษา HTML ตัวอย่างเช่น
<a href=”index.html”><img src=”photo.jpg”></a>
จากตัวอย่างภาษา HTML ด้านบนซึ่งหมายถึง รูป ที่คลิกไปหน้าอื่นได้
ถ้าเราจะกำหนดค่าของรูปนี้ ภาษา CSS จะเป็น
a img {border: none;}
ให้สังเกตุว่าจะได้ a และ img มาจากภาษา html

♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

เปลี่ยนสี หรือขนาดตัวอักษร
การตั้ง Class ใหม่ในภาษา CSS จะต้องเติม . แล้วตามด้วยชื่อที่ตั้งเอาเองเช่น .myRedBigText
จากนั้นให้ตั้งชื่อให้กำหนดค่าสีและขนาดตัวอักษรที่ต้องการ โดยเขียนในวงเล็บ {…..}
ตัวอย่างเช่น
.myRedBigText {
color:#00FF00;
font-size:30px
}
และเมื่อต้องการให้คุณสมบัติการตั้งค่านี้ ปรากฏในหน้า HTML ให้เขียนเป็น
<span class=”myRedBigText“>ข้อความที่เราต้องการเปลี่ยนรูปแบบ</span>
กรณีที่เรามีคำสั่ง HTML อื่น ๆ ค่อมข้อความอยู่แล้วเช่น <p> , <div> หรือ <td>
เราสามารถใส่  class=”myRedBigText”  ลงในวงเว็บนั้นได้เลย เช่น
<p class=”myRedBigText“>ย่อหน้า ข้อความที่เราต้องการเปลี่ยนรูปแบบ</p>
ข้อดีของมันก็คือ เวลาเราเปลี่ยนรูปแบบตัวหนังสือให้เป็นเช่นนี้หลาย ๆ ที่ แล้วเกิดเราเปลี่ยนใจอยากเปลี่ยนสีรือขนาดทั้งหมด เราสามารถทำได้ทันทีในไฟล์ CSS

♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

รูปใหญ่ขึ้นเมื่อเอาเมาส์ลากผ่าน
ตั้ง Class ใหม่ในภาษา CSS ทั้งหมด 1 Class แต่ 2 สถานะ ให้เขียนเป็น
.BiggerImage {
width:100px;
height:100px;
}
.BiggerImage:hover {
width:200px;
height:200px;
}
.BiggerImage หมายความว่า สถานะปกติที่ยังไม่เอาเมาส์ไปลากผ่าน
.BiggerImage:hover หมายความว่า ค่าใหม่ ที่เราจะเห็นเมื่อเอาเมาส์ไปลากผ่าน
ส่วนในภาษา HTML ให้เขียนเป็น
<img src=”Photo_URL.jpg” class=”BiggerImage“>

♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

ใส่สีตัวหนังสือ ในรูปแบบภาษา CSS ที่แอบอยู่ในคำสั่ง HTML
(ไม่แนะนำให้ทำ)
<span style=”color: #ff0000;”>ตัวหนังสือสีแดง</span>
จะสังเกตุว่าโดยทั่วไปในหน้า HTML ที่มีภาษา CSS แทรกอยู่จะเอาภาษา CSS ไว้ระหว่าง <style> กับ </style> แต่คราวนี้ก็มีวิธีเขียน

♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒  ♒

 

Leave a Comment

Filed under Uncategorized

นั่งสมาธิ เจริญภาวนา ได้บุญมากกว่าถือศีล ให้ทาน จริงหรือ?

จริงหรือไม่จริง สว อิเฎลขอให้พิจารณาตามเหตุผล

Cherry Blossom at Pumphouse Park, NYC

จริง เพราะการนั่งสมาธิ เจริญภาวนาเป็นการพัฒนาตนเองโดยตรง เป็นการทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น เปรียบเสมอเป็นการทำบุญให้ตนเอง

แต่เมื่อผู้คนทราบเช่นนี้ ทำให้พวกคนงก ไม่ยอมทำทาน กับคนไม่มีศีล หันมาเจริญภาวนา หวังจะได้บุญชดเชยความบาปของตน เช่น ไม่ยอมดูแลพ่อแม่แก่เฒ่า แต่หนีมานั่งสมาธิที่วัด แถมไม่ให้ทานทั้งที่วัด และไม่รู้จักช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น คนเช่นนี้มีอยู่จริง และมีอยู่มากในสังคมปัจจุบัน

สว อิเฎลก็สงสัยเรื่องนี้มานานแล้ว มีหลายคนที่อิเฎลรู้จักคิดเช่นนี้ ถ้าไม่มีใครทำทาน ตักบาตร แล้วพระพุทธศาสนาจะดำรงค์อยู่ได้อย่างไร แล้วถ้าคนหวังแต่นั่งสมาธิ แต่ไม่รักษาศีล บ้านเมืองจะสงบร่มเย็นได้อย่างไร

วันนี้ได้เดินเข้าไปในห้องสมุด อ่านหนังสือของ ป. อ. ปยุตฺโต ท่านเขียนเรื่องทางสายกลางของศาสนาพุทธ กับการพัฒนาการศึกษาสำหรับเยาวชน โดยแกนของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่เรื่องทางสายกลาง (คนมีปัญญา ถึงแม้ตกทุกข์ ก็ยังหาสุขพบ) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนที่เลือกปฏิบัติเฉพาะการเจริญภาวนา มิใช่ทางของพระพุทธศาสนา

ทางสายกลางในพระพุทธศาสนาคือปฏิบัติทั้งด้าน ทาน ศีล และภาวนาไปพร้อม ๆ กัน เพราะถ้าเลือกปฏิบัติก็เท่ากับว่ามีด้านที่ตึงไปและหย่อนไป แต่ที่เราต้องมาแยกเป็นหัวข้อให้เห็น 3 หัวข้อ เพราะ เราแยกเพื่อพิจารณา ศึกษาไปเป็นเรื่อง ๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

อิเฎลจึงยกตัวอย่างนี้เปรียบเหมือนกับร่างกายคน ที่เราศึกษาการทำงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ แต่ความเป็นจริงอวัยวะทุกส่วนก็ทำงานไปพร้อม ๆ กัน และหากมีอวัยวะใดเกิดผิดปกติ ก็ทำให้ทั้งระบบแย่ตามไปด้วย เหมือนกับเรื่องการสร้างบุญบารมี ทำทาน ถือศีล เจริญภาวนา ถ้าขาดตกบกพร่องสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็จะทำให้เกิดภาวะที่ไม่เกื้อกูลกัน เช่น นายปูไปดื่มเหล้า แล้วจะมานั่งสมาธิ สมาธิก็ไม่เกิด เพราะทำผิดศีลมาก่อน ไม่มีสติ หรือ ถ้านายปูไม่ได้กินเหล้ามา แต่ไปพูดโกหกมา นายปูก็จะมีเรื่องกังวลใจ ทำให้สมาธิไม่เกิดเช่นกัน

ส่วนหลักธรรมอื่น ๆ ในพระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน เราจะเลือกปฏิบัติเป็นบางข้อไม่ได้ เพราะจุดประสงค์ที่พระพุทธเจ้าแยกมานั้น คือเพื่อให้เราได้ศึกษาเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น มิใช่ให้คิดทำข้อนี้ แต่ไม่เอาอีกข้อ

Cherry Blossom at Pumphouse Park, NYC

Leave a Comment

Filed under Uncategorized

คนมีปัญญา ถึงแม้ตกทุกข์ ก็ยังหาสุขพบ

ปญฺญาสหิโต นโร อิธ
ทุกฺเข สุขานิ วินฺทติ

คนมีปัญญา ถึงแม้ตกทุกข์ ก็ยังหาสุขพบ

Cherry Blossom at Pumphouse Park, NYC

ตอนแรกสวอิเฎลก็คงเหมือนเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่อ่าน “คนมีปัญญา ถึงอยู่ท่างกลางทุกข์ ก็หาสุขพบ” แล้วก็งง ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร สงสัยว่ามันจริงหรือเปล่า พอมาวันนี้ เจอตัวอย่างหนึ่งที่พอจะอธิบายเหตุการณ์นี้ได้ จึงอยากมาแบ่งปัน

ตัวอย่างนี้เอามาจากหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาของ ป. อ. ปยุตฺโต ซึ่งเขียนในเชิง Argument ว่าการศึกษาของตะวันตกไม่เป็นทางสายกลาง แต่ที่จะนำมายกเป็นตัวอย่างคือทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนมีความสุขกับการเรียน และนั่นคือการศึกษาที่ดีที่สุด

อิเฎลก็เหมือนเด็กทั่วไป ที่มีความสุขเวลาได้เรียนสิ่งที่ชอบ และไม่มีความสุขเมื่อต้องเรียนสิ่งที่ไม่ชอบ แต่ในทางกลับกัน การศึกษาที่สัมฤทธิ์ผลคือ ไม่ว่าจะเรียนเรื่องที่ชอบหรือไม่ชอบ นักเรียนก็ยังชอบเรียนไปทุกเรื่อง เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คือสิ่งที่เขาชอบ

ถ้าเด็กรักการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบเช่นนี้แล้ว เมื่อเขาโตขึ้น แล้วทำงาน เจอกับอุปสรรค ก็จะไม่ย่อท้อ และต้องการฟันฝ่า เพราะการที่คนเราล้มเหลวทุก ๆ ครั้ง เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุก ๆ ครั้ง เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการล้มเหลวซ้ำซาก

พอสวอิเฎลได้อ่านเช่นนี้ ก็คิดขึ้นได้ตอนไปสมมนากับคณาจารย์ราชภัฏสวนสุนันทา เราพูดถึงเรื่อง Edutainment คือการศึกษาที่ทำให้นักศึกษารู้สึกสนุก และรักที่จะเรียนรู้ สาเหตุที่ต้องมาแก้ที่ปลายเหตุเช่นนี้ เพราะ เราจะไปแก้ที่ตัวเด็กแต่ละคนนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเราต้องดูภาพรวม และจัดทำหลักสูตร แผนการสอนที่สอดคล้องกับเด็ก

ถ้าเอาตามหลักการจริง ๆ แล้วนั้น ต้องทำให้เด็กรักการเรียนรู้แต่ต้น แล้วหลักสูตรจะเป็นเช่นไร นั่นค่อยว่ากันทีหลัง เรื่องอาจารย์ก็ยิ่งสำคัญ คือต้องเต็มใจให้ความรู้ ซึ่งอิเฎลคิดว่าอาจารย์ราชภัฏสวนสุนันทานั้นไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะเรา treat นักศึกษาเหมือนอยู่กันในโรงเรียน เหมือนเราเป็นครูที่ห่วงใยเขาจริง ๆ เราไม่ใช่คนที่มาทำงาน แค่ที่จะสอน แล้วก็กลับบ้านไป

Alien Magma is cute

Leave a Comment

Filed under Uncategorized

คนที่มีความสุขเกือบที่สุดในโลกคือ สว อิเฎล

คนที่มีความสุขเกือบที่สุดในโลกคือ สว อิเฎล อันนี้หมายถึงทางโลก ที่รู้สึกพอใจกับชีวิตปัจจุบัน

The Sw Eden Font Design

“ความสุขมิใช่เรื่องที่ไกลตัว หากแต่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงเราต้องค้นหามันให้เจอ” quote ที่ว่า อิเฎลเขียนขึ้นมาเองแหละ ไม่รู้ไปซ้ำกับใครไหมหนอ ตอนนี้ อิเฎลยอมรับว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่มีความสุขมาก ๆ ถ้าเทียบกับบุคคลรอบข้างทั้งที่บ้านและที่ทำงาน จึงอยากแบ่งปันวิธีคิดในการดำเนินชีวิตให้กับเพื่อน ๆ ทุกคน

หลังจากอิเฎลเรียนจบปริญญาโทที่ซิดนี่ย์ ยอมรับว่าคุณแม่จ่ายเงินค่าเรียนทั้งปริญญาตรีและโท ไปประมาณ 10 กว่าล้าน แต่อิเฎลตัดสินใจกลับมาที่ประเทศไทย ทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เงินเดือนน้อย จนอาจารย์บางท่านบอกว่า นี่คือการเอาเงินล้านมาแลกเงินร้อย อันที่จริงแล้วถ้าอิเฎลเลือกทำงานกับบริษัทเอกชนคงจะได้เงินเดือนมากกว่านี้ถึง 3-4 เท่า แต่ที่อิเฎลเลือกมาสอนมหาวิทยาลัย เพราะอยากทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ อยากทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันที่ 25 มีนาคม 2555 อิเฎลไปฟังเทศน์ที่วัดญาณเวศกวัน โดยพระครูธรรมธร ครรชิต คุณวโร เช่นเคย แต่คราวนี้ถึงกับร้องไห้ รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้เลือก

ท่านสอนว่า การทำงานคือการตอบแทนสังคม เพราะแทบทุกมหาวิทยาลัยเก็บเงินค่าหน่วยกิจน้อยกว่าค่าใช้จ่ายจริง เพราะรัฐบาลจ่ายภาษีประชาชนช่วยเป็นทุนการศึกษา

แต่อิเฎลไม่ใช่กรณีที่ว่า คุณแม่ของอิเฎลจ่ายไปมากกว่าค่าใช้จ่ายจริง และสิ่งที่อิเฎลควรตอบแทนนั้น มิใช่สังคม หากแต่ต้องหาเงินคืนคุณแม่ เหตุการณ์นี้ทำให้อิเฎลอยู่ในอาการซึมเศร้า มันทุกข์ทรมานมาก เพราะใจจริงอยากทำงานเพื่อสังคม แต่งานเพื่อสังคมนี้ให้ค่าตอบแทนน้อยมาก และถ้าอิเฎลจะหางานใหม่ที่ได้เงินเยอะ ๆ อิเฎลจะรู้สึกตัวเองเห็นแก่ตัวและไม่มีความสุขขึ้นมาทันที เพราะเหมือนเป็นทาสเงินตรา ยอมถวายชีวิตให้แก่นายทุน

อยู่ดี ๆ อิเฎลก็คิดได้ขึ้นมาเอง เงินทองเป็นของนอกกาย เราไม่ได้เกิดมาพร้อมกับมัน และเมื่อเราตายไปเราก็เอามันไปไม่ได้ สิ่งที่นำติดตัวไปได้คือบารมี และการที่คุณแม่ของอิเฎลสามารถส่งอิเฎลเรียนสูง ๆ ได้ และทำให้อิเฎลมีชีวิตที่ดี อิเฎลเชื่อว่าเป็นบารมีที่สะสมมาจากชาติก่อน ถึงเวลานี้ การที่อิเฎลเลือกที่จะทำงานเพื่อสังคม ถือเป็นการสร้างบารมี มิใช่การขวนขวายหาเงินทอง การสร้างบารมีนี้เป็นผลดีกับทั้งอิเฎลและคุณแม่ และตอนนี้อิเฎลก็มีกำลังใจขึ้นมาก อยากให้ตัวเองเป็นคนที่มีอุดมการณ์เช่นนี้ต่อไปไม่รู้สิ้น ไม่อยากให้ตัวเองท้อแท้ในภายภาคหน้าเลย

Water Monitor is cute

Leave a Comment

Filed under Uncategorized

คำทำนายวันสิ้นโลก ในคริสตศาสนา เมื่อสัตว์ร้าย 7 หัวขึ้นจากมหาสมุทร

ตามพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ Holy Bible ในส่วนของพระคัมภีร์ใหม่ New Testament บทสุดท้ายที่คนไทยเรียกกันว่า วิวรณ์ (The Book of Revelation) เราสามารถพบสัตว์ร้ายซึ่งมีเจ็ดหัวได้หลายที่ ซึ่งนั่นหมายความว่า มันอาจไม่ใช่สัตว์ตัวเดียวกัน หรือ มันคือการสื่อความความในเชิงสัญลักษณ์ถึงสิ่งที่แตกต่างกัน

ขอบพระคุณที่ไม่ขโมยบทความนี้ไปใช้ในเว็บไซต์อื่น

หลังจากที่อิเฎลได้ศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิลมาเป็นเวลาหลายปี สัตว์ร้ายสีแดงตัวหนึ่งในบทวิวรณ์ เป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนในปัจจุบัน และหญิงแพศยานั้นหมายถึงประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งสื่อต่าง ๆ เชื่อว่ากำลังจะล้มละลายในไม่ช้า เนื่องจากภาวะการวางงานหลังย้ายทหารซึ่งประจำการในประเทศต่าง ๆ กลับภูมิลำเนา

แต่วันนี้ อิเฎลได้หยิบยก Rev 13 วิวรณ์บทที่สิบสาม มาเรียบเรียงเป็นกลอนอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งพูดถึงเวลาที่สัตว์ร้ายเจ็ดหัวขึ้นมาจากทะเล ตามไบเบิลได้อธิบายว่าสัตว์ร้ายตัวนี้มีเจ็ดหัว สิบเขา และสวมมงกุฎ หากพิจารณาว่าภาพที่เห็นเกิดจากนิมิตรของผู้เขียน น่าจะหมายถึงแต่ละหัวมีสิบเขาซึ่งดูเหมือนมงกุฏ

อิเฎลเชื่อว่าจินตนาการดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับพญานาคในจิตรกรรมและสาสนสถานของประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากชาวคริสต์เชื่อว่าศาสนาอื่น ๆ ที่อุบัติขึ้นมาในโลก เกิดมาจากการดลใจของซาตาน

กลอนชุดนี้ไม่ได้แต่งขึ้นมาเพื่อดูหมิ่นพระเจ้า หรือ เป็นปฎิปักษ์ต่อพระคริสต์ (Anti-Christ ; คนไทยมักอ่านว่า “แอนตี้ไครส์” แต่ความจริงอ่านว่า “แอนทายไครส์”) หากแต่งขึ้นมาประกอบฉากในโครงการที่ชื่อว่า “ลิ้นดำ” หรือ “Black Tongue” อันเป็นโครงการสงวนลิขสิทธิ์ สามารถดูภาพและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://facebook.com/BlackTongue หรือ Black Tongue Main Page

ขอเชิญรับชมวีดีโอ Animation พร้อมเสียงภาค ณ ที่นี้

อ่านกลอน ซึ่งท่านได้รับฟังจาก Animation เบื้องต้น ซึ่งสงวนลิขสิทธิ์เช่นเดียวกับเนื้อเรื่องและภาพวาด

๏ เจ็ดหัว สิบเขา เหมือนมงกุฏ
ตัวเป็นจุด ลายเสือดาว เท้าเป็นหมี
เสียงคำราม คละฆ้อง กลองเภรี
ชลธี พุ่งพล่าน พาลเภตรา

๏ เรือสำเภา ร้อยพัน สั่นแล้วคว่ำ
เรือหลายลำ โดยสาร ผ่านหงสา
เรือที่ล่ม จมแทงใจ สอบินยา
เรือทั่วหล้า อย่าได้จม อีกต่อไป

๏ หนึ่งในเจ็ด มุรธา มีบาดแผล
เป็นรอยแล่ เฉาะกระบาน น่าขานไข
อันแผลเก่า เขาลือ ฝีมือใคร
พญานาค ผู้ยิ่งใหญ่ ในสาคร

๏ แต่เดิมที สัตว์นี้ อยู่บนบก
โลมาปก นัขปัก ทักข์สมร
ครั้นผืนทราย กลับกลายเป็น สีทันดร
สัตว์นี้ห่อน ก่ายก้อนหิน ขึ้นถิ่นแดน

๏ สายธารหลั่ง ท่วมโลก เจ็ดตลบ
มิสยบ มันให้สิ้น ฤทธิ์หมื่นแสน
นาคราช คลาดลูกแก้ว มันแผ่วแกรน
สัตถันดร เทวาแถน ได้ปลุกมัน

๏ ดาวสองดวง ถูกโค่น โผนมาเกิด
หนึ่งพราวเพริศ เลิศเลอ กว่าเพ้อฝัน
ส่วนอีกหนึ่ง เป็นดาวหาง แตกกลางคัน
กลายเป็นฝน บรรลัยกัลป์ สันดาปไฟ

๏ ยี่สิบสี่ ศักราช ยาตราผ่าน
สุดสันดาน ราชาเหนือ โยนหินไต้
สัต มุรธา ชลาลัย
ขยายใหญ่ กว่าเดิมที ที่เป็นมา

๏ ถึงครานี้ มันใหญ่ ขึ้นอีกเท่า
เพราะลักเอา เศษหิน เรือสินค้า
มันย่ำยี ชายฝั่ง พังคณา
มันย่ำท่า แหลกยับ ฉับพลัน

๏ สอบินยา เลือกหา ศัสตราวุธ
เพื่อจะกุด มุรธา ให้อาสัญ
หยิบได้หนึ่ง ดาบหินไต้ วิไลวรรณ
อนุภาพ ไร้เทียบทัน วิวรรณนา

๏ สอบินยา ทรงเกราะ สีเงินแกร่ง
หุ้มตะกั่ว ทั่วทุกแห่ง ของภูษา
ให้สัตว์ร้าย หมายปลง องค์ธาดา
เนื่องดาบกล้า ล่อมัน บุกบั่นกิน

๏ ขอให้เป็น ตำนานแห่ง วีรกษัตริย์
ป้องพิบัด ปัดพิบาก พินาศสิ้น
ขอทวยเทพ ประทานพร แด่ภูมินทร์
คุ้มธานินทร์ แคล้วคลาด อุบาทว์ภัย

สามารถอ่านได้ที่ Sw-Eden.DeviantArt เช่นกัน

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
REVELATION 13
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~

วิวรณ์ 13 source from http://www.holyzone.net/

สัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากทะเล
13:1 และข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ที่หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้ที่หัวทั้งหลายของมัน
13:2 สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้น เหมือนเสือดาว และเท้าเหมือนเท้าหมี และปากเหมือนปากสิงโต และพญานาคได้ให้ฤทธิ์ของมัน และที่นั่งของมัน และสิทธิอำนาจอันใหญ่ยิ่งแก่สัตว์ร้ายนั้น
13:3 ข้าพเจ้าได้เห็นว่าหัวๆหนึ่งของสัตว์ร้ายดูเหมือนถูกฟันปางตาย แต่แผลที่ถูกฟันนั้นรักษาหายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์ใจ
13:4 เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคที่ได้ให้อำนาจแก่สัตว์ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า “ใครจะเปรียบปานสัตว์นี้ได้ และใครสามารถจะทำสงครามกับสัตว์นี้ได้”
13:5 และยอมให้สัตว์ร้ายนั้นมีปากที่พูดคำกล่าวร้ายและหมิ่นประมาท และยอมให้มันใช้อำนาจกระทำอย่างนั้นตลอดสี่สิบสองเดือน
13:6 มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า เพื่อหมิ่นประมาทต่อพระนามของพระองค์ ต่อพลับพลาของพระองค์ และต่อผู้ที่อยู่ในสวรรค์

สัตว์ร้ายกระทำสงครามกับพวกวิสุทธิชน
13:7 และยอมให้มันทำสงครามกับพวกวิสุทธิชน และชนะเขา และให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกตระกูล ทุกภาษา และทุกประชาชาติ
13:8 และบรรดาคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น คือคนทั้งปวงที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก ผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก
13:9 ใครมีหูก็ให้ฟังเอาเถิด
13:10 ผู้ใดที่กำหนดไว้ให้ไปเป็นเชลยผู้นั้นก็จะต้องไปเป็นเชลย ผู้ใดฆ่าเขาด้วยดาบผู้นั้นก็ต้องถูกฆ่าด้วยดาบ นี่แหละคือความอดทนและความเชื่อของพวกวิสุทธิชน

สัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากแผ่นดิน
13:11 และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งขึ้นมาจากแผ่นดิน มีสองเขาเหมือนลูกแกะ และพูดเหมือนพญานาค
13:12 มันใช้อำนาจของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้นอย่างครบถ้วนต่อหน้าสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น มันทำให้โลกและคนที่อยู่ในโลกบูชาสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น ที่มีแผลปางตายแต่รักษาหายแล้ว
13:13 สัตว์ร้ายนี้แสดงการมหัศจรรย์ใหญ่ จนกระทำให้ไฟตกลงมาจากฟ้าสู่แผ่นดินโลกประจักษ์แก่ตามนุษย์ทั้งหลาย
13:14 มันล่อลวงคนทั้งหลายที่อยู่ในโลกด้วยการอัศจรรย์นั้น ซึ่งมันมีอำนาจกระทำท่ามกลางสายตาของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น และมันสั่งให้คนทั้งหลายที่อยู่ในโลกสร้างรูปจำลองให้แก่สัตว์ร้าย ที่ถูกฟันด้วยดาบแต่ยังมีชีวิตอยู่นั้น
13:15 และมันมีอำนาจที่จะให้ลมหายใจแก่รูปสัตว์นั้น เพื่อให้รูปสัตว์ร้ายนั้นทั้งพูดได้ และกระทำให้บรรดาคนที่ไม่ยอมบูชารูปสัตว์ร้ายนั้นถึงแก่ความตายได้
13:16 และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย คนมั่งมีและคนจน ไทยและทาส ให้รับเครื่องหมายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผากของเขา
13:17 เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้ นอกจากผู้ที่มีเครื่องหมายนั้น หรือชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน
13:18 ในเรื่องนี้จงใช้สติปัญญา ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจก็ให้คิดตรึกตรองเลขของสัตว์ร้ายนั้น เพราะว่าเป็นเลขของบุคคลผู้หนึ่ง เลขของมันคือ 666

Leave a Comment

Filed under Uncategorized