Guide to the Site

What’s New :
SW-Eden.Net ถือว่าเป็นเว็บบล็อกที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ในการให้ความรู้เป็นวิทยาทาน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย ขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจ ที่จะเป็นแรงผลักดันให้พวกเรา ชาวนักเขียน ไม่ย่อท้อ และไม่คิดที่จะหยุดสร้างงานเขียนเป็นของขวัญคืนแด่เพื่ิอน ๆ ทุกคน

Thank all you guys for the visiting. We are proud that we can provide you a useful knowledge, and we do know that we are much more than a diary blog. We will keep working on here. Have a wonderful reading time!!


* View site map at POST LIST

Play Interactive Animation “Save Nanda Bayin”
ช่วยนันทบุเรงในป่า

First Animation ever made for Black Tongue



* ท่องเที่ยวใน Sw Eden’s Flickr (Photos only)
Thailand Tour/Travel/Trip If you have any question about visiting Thailand, Please ask me by comment or e-mail.
Grand Temple and Grand Palace Rabeang Resort Beach Kanjanaburi กาญจนบุรี Silpakorn University Nakorn Pratom Tammajaree Tour

Sw Eden Artwork
Tuskty and Pink Cobra Illustrator drawing Flash Drawing Visual Art Thai Elephant Handmade Writing Light

New York City
Conservatory Garden, Central Park, Manhattan, NYC Yale Central Park Bronx Zoo Brooklyn Bridge 6 Ave Skyscraper

Bands/ Artists
Sw Eden's buddy icon<br /> Avenged Sevenfold A7X Zi:Kill The Academy Is... Mayday Parade Panic! at the disco Chris Fehn Slipknot

3 Comments

Filed under Uncategorized

รตจิตร ทัวร์ไหว้พระ 5 วัด ฝั่งธน บางมด

Temples trip in Thonburi at Bang Mod
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |December 10, 2018

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญที่ชอบท่องเที่ยววัดวาอาราม ชอบทำบุญ ทำทาน รตจิตรเขียนจากประสบการณ์จริงที่ไปท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ

มหาเจดีย์วัดพุทธบูชา

เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ รตจิตรไปทำบุญไหว้พระ 5 วัด บริเวณบางมดนั้น รตจิตรมีนัดฟังพระธรรมเทศนาโดย พอจ.กฤช นิมมฺโล ที่บ้านจิตสบาย ณ พุทธมณฑลสาย 2 ช่วง 10-12:30 น. ทำให้ รตจิตรมีเวลาเพียงครึ่งวัน จึงวางแผนไปทัวร์ไหว้พระ แถวบางมด ได้เพียง 5 วัด และความจริง รตจิตรมีโปรแกรมเที่ยวตลาดคลองบางมดด้วย แต่เพิ่งรู้จากชาวบ้านว่าตลาดน้ำปิดตัวอย่างถาวรแล้ว รตจิตรจึงเหลือโปรแกรมแค่ทำบุญ 5 วัด ดังนี้

1. วัดพุทธบูชา
2. ศาลเจ้าแม่ทับทิม
3. วัดหลวงพ่อโอภาสี
4. วัดโพธิ์ทอง
5. วัดยายร่ม

แผนที่ทัวร์ไหว้พระ 5 วัด บางมด

ก่อนเดินทางทำบุญ รตจิตรและเพื่อน ๆ ต้องเติมพลังให้อิ่มท้องก่อนเพราะร้านอาหารชายทะเลบางขุนเทียน เยอะมาก แต่บางร้านดัง ๆ ที่คนชอบโพสต์ใน websites หรือ facebook ก็ไม่ไหว เพราะผงชูรสเยอะจัด วันนั้น รตจิตรสั่งแค่ 2 อย่างเพราะแต่ละอย่างเป็นหม้อไฟ และชามใหญ่โต และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ รตจิตรอยากกินของหวาน เฉาก๊วยรังผึ้ง รตจิตรสั่งต้มยำน้ำข้นกุ้งแม่น้ำขนาด 5 ตัวโล กิโลละ 800 บาท และผัดฉ่าปลากระพงทอด กินกันเสร็จ รตจิตรก็รีบไปไหว้พระทำบุญวัดแรกเลย ดังนี้

โบสถ์วัดพุทธบูชา

1. วัดพุทธบูชา

รตจิตรขับรถตามถนนเส้นกาญจนาภิเษก ไปทางบางขุนเทียน ถึงวัดตามที่ตั้ง 181 ม. 3 ถ.พุทธบูชา ซ. 30 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.10140 รตจิตรเห็นซุ้มประตูใหญ่มาก มียักษ์ปูนตัวโต 2 ตนยืนข้าง ๆ ซุ้มประตูคอยแบกซุ้มประตูไว้

บทสวดหลวงปู่มั่น วัดพุทธบูชา

รตจิตรเดินผ่านหลังซุ้มประตูวัด คือตลาดนัด ร้านค้าเยอะมาก ส่วนมากเป็นเสื้อผ้า รตจิตรหาซื้ออะไรไม่ได้ เพราะคล้ายตลาดแถวบ้าน รตจิตรหาซื้อแต่น้ำชง เพราะอากาศวันนั้นร้อนจัด มองไปด้านหน้า รตจิตรเห็นรูปหล่อใหญ่โตมากเคลือบดำ รตจิตรขึ้นบันไดไปสักการะหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แล้วจึงลงมาไปโบสถ์เพื่อสักการะพระประธานพระพุทธชินราชจำลอง ศาลาวัด และวิหาร 100 ปีหลวงพ่อเพิ่ม และทำบุญต่อไป

หลวงปู่มั่น วัดพุทธบูชา

ก่อน รตจิตรจะไปสถานที่ที่เป็น High Light ของวัดพุทธบูชา เพราะความงดงามของพระมหาเจดีย์ ภายในเป็นสถานปฏิบัติธรรม รตจิตรไปสักการะรูปหล่อเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด ซึ่งอยู่หน้าโบสถ์ คือ หลวงพ่อเพิ่ม กตปุญโญ (พระพุทธวิริยากร)

หลวงพ่อเพิ่ม วัดพุทธบูชา

รตจิตรไปท้ายวัดพุทธบูชา ถัดจากพระมหาเจดีย์จะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่งดงาม แต่ญาติธรรมมักไม่ได้ไปสักการะ เพราะอาจเริ่มเหนื่อย หรือไม่เห็น รตจิตรเองก็เกือบไม่เห็นพระองค์เช่นกัน ก่อนกลับ รตจิตรขึ้นไปสักการะวิหาร 100 ปี พระแก้วหยก 3 องค์ ประดิษฐานบนบุษบก คือองค์เขียว อยู่กลาง) องค์ขาว อยู่ซ้าย) และองค์ดำ อยู่ขวา ยังมีพระนิรันตราย (องค์ทองตรงกลาง) พร้อมทั้งรูปหล่อหลวงพ่อเพิ่มที่อยู่ถัดลงมาด้านล่าง

โบสถ์วัดพุทธบูชา

2. ศาลเจ้าแม่ทับทิม

เลยจากวัดพุทธบูชา ก่อนรตจิตรจะไปทำบุญไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโอภาสี รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ แวะไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ซอยพุทธบูชา 31 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. 10140

พระประธานในโบสถ์วัดหลวงพ่อโอภาสี

3. วัดหลวงพ่อโอภาสี

รตจิตรขับรถจากศาลเจ้าแม่ทับทิมต่อไปอีกนิดเดียวก็เจอวัดหลวงพ่อโอภาสี ตั้งอยู่ในซ.พุทธบูชา 39 พอเข้าบริเวณวัด เห็นผู้คนต้องถอดรองเท้ากันหมด ทำให้คิดถึงวัดที่ประเทศเพื่อนบ้าน Myanmar รตจิตรเลยตัดสินใจถอดรองเท้าไว้ในถุงแล้วเดินหิ้วไปด้วย เพราะ รตจิตร ขับรถเข้ามาด้านหลังวัด ชาวบ้านบอกว่า รองเท้าดี รองเท้ามีราคาหายประจำ แต่ถ้าเข้าหน้าวัด หายน้อย เพราะมีพ่อค้าแม่ขายอยู่
เจดีย์ทองและพญานาควัดหลวงพ่อโอภาสี
รตจิตร สอบถามชาวบ้านในวัดว่า ทำไมต้องถอดรองเท้า ได้คำตอบจริงเท็จ รตจิตรก็ไม่ทราบว่า ที่วัดมีวัตถุมงคลหลายอย่างฝังใต้พื้น ทำให้ห้ามใส่รองเท้าเหยียบย่ำ รตจิตรก็งง ๆ ว่า แล้วเดินไปมา ไม่เรียกว่าข้ามสิ่งมงคลเหรอ ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า เฮี้ยมห่วย ดังนั้น รตจิตรคิดว่าเพื่อน ๆ ควรพกถุงพลาสติกเพื่อใส่รองเท้าติดตัวมาด้วย

พระประธานในโบสถ์วัดหลวงพ่อโอภาสี

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเล่ากันว่าหลวงพ่อโอภาสีบำเพ็ญเพียรทางจิต โดยเพ่งดวงอาทิตย์ บูชาไฟ และแสดงการตัดกิเลสโดยเผาข้าวปลาที่ชาวบ้านนำถวาย แสดงให้เห็นว่าไฟราคะแห่งกิเลสกลายเป็นเถ้าถ่าน การตายเท่านั้นคือหนทางหลุดพ้น

พระนอน วัดหลวงพ่อโอภาสี

ที่วัดหลวงพ่อโอภาสี รตจิตรเห็นพระนอนคู่ สวยงามแบบสมัยก่อน และสร้างแบบง่าย ๆ บริเวณศาลาที่ชาวบ้านมาสักการะพระพุทธรูปและเทพสมปรารถนากันมาก แต่คนไม่ค่อยสนใจ เพราะมาวัดนี้เพื่อไหว้หลวงพ่อโอภาสี และพระสมปรารถนา หรือรวมถึงการแก้บนด้วย

4. วัดโพธิ์ทอง

รตจิตรมาวัดโพธิ์ทอง ซึ่งมีจุดเด่นคือ พญาครุฑ และ เทพพญามุจรินทร์นาคราช หรือเรียกกันว่า พญามุจจลินท์นาคราชเจ้า วิสุทธิเทวา หรือ องค์พญาเทพนาคาอารักษ์ของพระพุทธเจ้าองค์ที่ 4 สมณโคดม เป็นวัดที่สวยงามวัดหนึ่ง และกำลังสร้างท้าวมหาพรหมสูงใหญ่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ

พญาครุฑวัดโพธิ์ทอง

หลังจาก รตจิตรทำบุญ ไหว้พระที่วัดโพธิ์ทองแล้ว รตจิตรก็แวะมาพื้นที่ที่ติดกับวัดโพธิ์ทอง คือเรือนไทย ซึ่งสร้างได้เรียบง่าย แต่ดูสวยงาม ทางวัดใช้เป็นสถานที่ไว้ปฏิบัติธรรม ตามความเห็นส่วนตัวของรตจิตร ดอกไม้ต้นไม้ที่บริเวณเรือนไทย ก็งดงามมาก สิ่งปลูกสร้างหลายส่วนถูกกองไว้บริเวณด้านหลังแถวนี้

เรือนไทย วัดโพธิ์ทอง

รตจิตรเริ่มหิวแล้ว แต่ตามโปรแกรมเหลืออีก 1 วัด คือวัดยายร่ม ใจคิดไปถึงร้านก๊วยเตี๋ยวที่ the Paseo ถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งขากลับรตจิตรต้องขับรถผ่านอยู่แล้ว รตจิตรจึงใช้เวลาไม่นาน เพื่อดูความงามเรือนทรงไทย และต้นไม้งาม ๆ ของวัดโพธิ์ทอง

 วัดโพธิ์ทอง

5. วัดยายร่ม

ก่อนที่ รตจิตรจะจบทริปไหว้พระ 5 วัด แขวงบางมด เขตทุ่งครุนั้น รตจิตรจะขับมาทางเส้นถนนพระราม 2 ก่อนเลี้ยวเข้าถนนกาญจนาภิเษก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัดยายร่ม ที่ 24 หมู่ 6 ถ.พระราม 2 ซอย 33 วัดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ชาวบ้านแถวพระราม 2 นิยมให้บุตรหลานมาบวชพระ บวชเณร นอกเหนือจากวัดพุทธบูชาแล้ว เป็นอันจบทัวร์ไหว้พระ 5 วัด ภายในครึ่งวัน ด้วยการเดินทางโดยสวัสดิภาพ

ทัวร์ไหว้พระ 5 วัด บางมด เขตทุ่งครุ

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

รีวิวหนัง เรื่อง Mortal Engines สมรภูมิล่าเมือง: จักรกลมรณะ

Movie Review-Mortal Engines
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |December 9, 2018

รีวิวหนัง เรื่อง Mortal Engines

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ชอบดูหนัง Adventure movie และ Action ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ

หนังเรื่อง Mortal Engines สมรภูมิล่าเมือง: จักรกลมรณะ เข้าฉายในประเทศไทย วันพฤหัสที่ 6 ธันวาคม 2561 แต่ รตจิตร ไปดูวันเสาร์ที่ 8 อย่างไม่ตั้งใจ แต่พอเข้าไปดูแล้ว กลับต้องตั้งใจดู เพราะเป็นหนังดีมากเรื่องหนึ่งในปีนี้ เป็นการวางโครงเรื่องได้ยอดเยี่ยม อย่างน่าติดตามตลอดเรื่อง อีกทั้งยังมีช่วงพักเหนื่อยให้คนดูเกิดความรู้สึกเศร้าไปตาม (Emotional)

เรื่อง Mortal Engines สมรภูมิล่าเมือง: จักรกลมรณะ

ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่อยากให้เพื่อน ๆ ได้ฟังการรีวิวหนังเรื่องนี้ โดย รตจิตร และอาจารย์พราว ด้านล่างนี้ เพื่อน ๆ สามารถฟังรีวิวหนังได้ที่ Youtube ตาม URL นี้ค่ะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

When I am forced to do an awful thing by my employer

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). When I am forced to do an awful thing by my employer. Retrieved from http://sw-eden.net

Many time in our life, we have to do something we do not want to. Like, we are forced by others who have a higher power than us.

I worked as a university lecturer in Thailand. Many Thai people in the workplace may not have enough knowledge about the use of intellectual property. Those people who rule the university want to push the university to be in the top 100 of world ranking. One of the factors to accomplish this goal is to have a lot of pdf files in the website of the university.

They created the sub-domain for all faculty members. Each has to upload at least 300 files, especially pdf file onto the website. To have many pdf files will help promote the university in ranking. The question is that where these files are from? Who could create their own files at this number? Who could write 300 lessons in this short period? The answer is that many employees have to scan the books written by others to upload in the website. This is a kind of copyright infringement.

Forced to lick horse boss employee employers copyright
Figure I: Forced to lick

In fact, I have about 50 files that I initially uploaded to my website before the university started to use the mentioned policy. This is because I wanted my students to read them. I am the owner of those files. I wrote them by myself. However, I found that my faculty will hire someone to download all of them out of my website (actually all the website of all faculty members), and re-upload them onto the center-website of the university. If that, I will no longer have the control over my intellectual property. They will not actually credit anyone on the file. All they need just only to increase the number of files on the website.

Then, I made a decision to remove all the files I wrote out of my website. I scanned the books of others, but with a very low quality, for no one could read them. I used only 10 percent of each book. One file per one page.

I feel that it is not a right thing to do. I am depressed. I feel very bad. I hate if someone scanned my book to post in somewhere else, but I am forced to do. I am very sorry. I think my decision is good enough that the quality I used is unreadable. I hope that everyone would understand me.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Buddhism as a Sexist Religion Against Women and LGBT

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Buddhism as a Sexist Religion Against Women and LGBT. Retrieved from http://sw-eden.net

When people think about Buddhism, they may think about China and Thailand. To learn something about Buddhism very deep, people come to Thailand to see what the original testament said. I went to learn with many monks in Thailand. I do not said that every monk is so good, but some.

I have studying in many (temporary) classes with many monks. Finally, there is only one monk left, that I learn Buddhism with him. I did not prefer listening to the monks who believe in the idea of sexism and selfishness.

The outsiders may view Buddhism as a very perfect religion. However, the teaching or the old principle must not be changed, especially in Thailand. We all know that if you are a Christian, you do not have to kill people with LGBT identity. Something should be able to change according to the morality and society in that era.

Buddhism monk religion
Figure I: Buddhism monk, drawing by S. W. Eden

I cannot stand listening to men who discriminate women and LGBT. These monks believe that to do something nice to men will result in a better outcome that which to women. They believe that to become a gay or transgender in this life, he had had more than one wife in previous life.

And many fictions that these monks use to support the teaching (the fictions in the actual testament) are mostly sexism. Like, the man had the power over the wife, as he could give his wife to others, and his wife did not have any right or her own decision not to go with other guys. Although the wife is not a slave, but men could treat them like a slave. It is worth to note that the current monks praise this behavior as a very very right thing to do.

As I am female, I cannot stand if someone praises those who treat women as less-than-human. In my ID card, there is the word Buddhism on it. I feel like it is the symbol that force me to accept the idea of sexism. I want to ask a government office near my place to remove the word from my ID card. I know that it may have some effect to my workplace or future career. Thailand is unlike in the United States. If I fill in the form and write that I have no religion, others will think that I am weird and having a negative personality.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Thai Students being Shot by other Students, What can a Teacher do?

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Thai Students being Shot by other Students, What can a Teacher do? Retrieved from http://sw-eden.net

I just listened to a news in the radio, that a student used gun to shoot another student, who was studying in the rival school. They said that the teachers in the particular school knew that their students have guns. All the guns are collected in the school area for the students to use to kill other students.

As a Thai teacher and prior Thai student, this is very uncommon for Thailand. Most schools do not have this kind of stuff. There were only few school or institute in Thailand that students are allowed to keep guns. In fact, it is illegal, but teachers might be afraid of their students. I think I understand that teachers have to love their own life, too. It is wrong at the older students who teach the new students to commit this crime.

bloody student die death
Figure I : Dying one

I have experienced a similar kind of thing. Once, I drove my car in the morning. A male student, look like a high school student, drove his motorbike and hit my car. I got off from the car and rail him angrily. I wanted to call the police or the insurance company. But, that student did not have a driver license, and did not have an insurance. Later, I took his ID card to consider what to do next. A half dat later, I send the card back to him by snail mail.

I called the officer and teacher in his school, and told them about their students, actually impolite students. Why? after the accident, when I was talking with the one who hit my car, there were three more students in the same gang came and stood around me. I knew that they tried to make me fear. And I also know that I am also a teacher. To view them as students, I would not afraid of them.

I told their teachers about the behavior of the gang. However, they did not listen to me. They told me that the impoliteness is very common in their students.

Fortunately, there are only few schools that bad students have the power over the teachers in Thailand. I am lucky that I experienced it only one time. In my school, some students may be aggressive, but they know that they have to respect the older people.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Problem of Thai students’ choice of undergraduate field of study

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Problem of Thai students’ choice of undergraduate field of study. Retrieved from http://sw-eden.net

Problem of Thai students’ choice of undergraduate field of study

I was born in Thailand in 1987. I had studied in Thai school more than 10 years, including my elementary, primary, middle, and high school. I went to a Thai university for a half year before moving to New York. Later, in 2012, I finished my master degree and became a university lecturer in Thailand and also a doctoral student in both Thailand and Ohio.

The problem that I have found since I was young is that the “disproportion” regarding the number of students, their skills, the number of choices in undergraduate programs, and the number of choices in the real-world career.

First, many parents want their children to study in healthcare related programs, such as medicine, pharmacy, nurse, and also veterinary. With my experience, these people do not expect that their children would help others, but these parents expect their children’s high income and quality of life.

field of study teachers batman and students batman
Figure 1: Field of Study

Generally, there are 3 types of high school in Thailand. During the primary school and middle school, almost all of the students in Thailand learn the same thing set by the government. However, in high school, they are separated to be 3 different programs, which are (1) science and math school, (2) art and language school, and (3) art and math school. Many students have to go to tutor school during the weekend and try many way to get into the first choice, science and math school. This is because it is the gate to get into the healthcare-related career, and also other careers that they could make a lot of money, like, architect and engineer.

For other two choices, the art-related high school programs, students in these two programs could have a ton of choices in their future, but they seem not to be proud of being in these two programs.

This phenomenon causes a too-high number of people studying math-science-and-healthcare-related programs, but finally, many of them have to work in art-and-social-sciences-related careers. In other words, if too many people graduated from such the program, there will not be enough spaces for them in the workplaces.

In my opinion, Thai parents should encourage their children not just to earn the large amount of money, but to devote themselves for the society. There are many jobs that we could balance both at the same time. For instance, I could produce a prosocial film for the audiences to learn from it.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

How much does a college advisor make in Thailand?

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). How much does a college advisor make in Thailand? Retrieved from http://sw-eden.net

I work in a public university in Thailand. Most of the teachers in our school have to be the advisor of a couple classes of students. A class consists of about 50 students. I know from my friend that these teachers are paid once a semester. I am not in that system, but I just want to share what my friend told me.

My friend is a lecture in a management program. She is an advisor of students in the weekend program. Another teacher in the same program is the advisor of the students in the evening class of weekday program.

I think this may confuse you, if you are from other countries, like the US, Australia, or some from Europe. In Thailand, many universities separate the students by their time that they come to class. In my school, there are 3 of them. First are those who have to study during the day time of Monday to Friday. Second are those who have to study in the evening of Monday to Friday. Third are those who study in Saturday and Sunday.

Thailand Asia wage
Figure 1: Make it in Thailand

Teachers who are the advisors of students in the evening of Monday to Friday will be paid about 60 to 90 USD per a semester. However, those who are the advisor of Saturday and Sunday classes, will be paid only 60 cents per a student per a semester. My friend told me that she got paid only 7 USD per a semester, because her class consists of 12 students.

She feels that the wages are not fair for those who gave to come to school during weekend. I do not know much about this issue, but I think it is good that I am not in this system. I am the advisor of those who are in the day class of weekday. I do not get paid, since my salary covers all the day time.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ถูกใบสั่ง จะทำอย่างไร

How can I do when receiving a traffic ticket?
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit |November 18, 2018

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ได้ใบสั่งส่งถึงบ้านจากสถานีตำรวจ เพื่อนที่ต้องจ่ายค่าปรับตามใบสั่ง รตจิตรเขียนจากประสบการณ์จริงที่ไม่ยุติธรรม ที่เกิดขึ้นกับตัว รตจิตรเอง ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปอ้างอิงใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน แต่ห้ามคัดลอก

ใบสั่งจากสถานีตำรวจ

วันที่ก่อนได้รับใบสั่ง

วันที่ 23 สิงหาคม 2561 รตจิตรไปทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ โดยเข้าร่วมกับศิษย์ธรรมะใต้โบสถ์ วัดญาณเวศกวัน โดยมีพระครูธรรมธร (พอจ.ครรชิต คุณวโร) เป็นประธาน หลังจากถวายพระเครื่อง หรือก็คือ MP 3 เสียงธรรมะที่ให้พระสงฆ์ได้ฟังจากวิทยุ หรือธรรมะจากวิทยุนั่นเอง รตจิตรและเพื่อน ๆ ได้ถวายแด่พระภิกษุอาพาธ ต่อด้วยการถวายเพล รวมถึงพิธีบังสกุล และทำบุญแก่โรงพยาบาลสงฆ์อีกจำนวนหนึ่ง ก่อนที่รตจิตรจะขับรถกลับจากโรงพยาบาลสงฆ์ เวลาประมาณ 12:22 น.

ข้อหาใบสั่งจากตำรวจ

ข้อมูลในใบสั่ง: เหตุเกิดวันที่ 23 สิงหาคม 2561 เวลา 12:22 น.
ใบสั่งส่งถึงบ้าน: วันที่ 2 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 14 น.
วันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 16:35 น. รตจิตรโทรหาสถานีตำรวจ

ถูกใบสั่ง จะทำอย่างไรดี

รตจิตร ขับรถมามากกว่า 33 ปี และขับรถมาตลอดด้วย ยิ่งไปกว่านั้นช่วงหนึ่งที่รตจิตรทำงานอยู่ที่บริษัทขายรถเก๋ง รตจิตร ต้องขับรถหลายยี่ห้อ เพราะเป็นรถเก๋งของบริษัท ถ้าวันไหนต้องเอารถคันนั้นไปรับลูกค้า และรถยังไม่กลับมาก เจ้านายก็จะให้ขับรถเก๋งคันอื่นกลับบ้านแทน รตจิตรเป็นคนขับรถที่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรเสมอมา ปรากฎว่า วันนั้น ขากลับจากทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์แล้ว เมื่อขับออกจากร.พ.สงฆ์ รตจิตรต้องไป U-Turn อีกฝั่งของถนนศรีอยุธยา รถค่อนข้างว่าง รตจิตรมั่นใจว่า รตจิตรขับรถเบี่ยงไปทางเลนขวาเพื่อกลับรถ คือจากเลนช่อง 2 ไป 3 โดยทับเส้นประ แต่อาจจะพอดี ๆ หรือสิ้นสุดเส้นประพอดิบพอดี ทำให้กล้องซึ่งอยู่ด้านหน้าจับภาพว่า รตจิตรทับเส้น หรือเฉียดเส้นทึบหางปลาเล็กน้อย

เมื่อถูกใบสั่ง ให้ชำระค่าปรับตามม.140

ถูกใบสั่ง จะทำอย่างไรดี

ผ่านไปเกือบ 3 เดือน รตจิตรได้รับใบสั่งจากสน.พญาไท ว่า รตจิตรต้องจ่ายค่าปรับ 500 บาท เพื่อ…… รตจิตรรู้สึกไร้สาระมาก หลายคดีดัง ๆ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงแก่ประเทศชาติ หลายคดีที่เป็นตัวอย่างย่ำแย่ในโลก social network และอีกหลายคดีที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือได้รับความเสียหายทั้งด้านชื่อเสียงและการงาน ตำรวจให้เสียค่าปรับแค่ 500 บาทเอง

รตจิตรสืบค้นจาก google map

ข้อมูลตามใบสั่งของตำรวจเชื่อไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากพอ รตจิตรตรวจสอบจาก google map ดูแล้วเหมือนรถของรตจิตรไม่ได้ทับเส้นทึบ รตจิตรจึงโทรหาตำรวจที่สถานีตำรวจที่ออกใบสั่ง เพื่อขอดู Video จากกล้อง ปรากฏว่า สถานีตำรวจไม่สามารถให้หลักฐานวีดิโดได้ เพราะเก็บข้อมูลไว้เพียง 30 วัน ข้อสงสัยของรตจิตรเกี่ยวกับใบสั่ง
1. ทำไมกว่าใบสั่งจะมาถึง ใช้เวลาถึง 41 วัน ทั้ง ๆ ที่สน. เก็บหลักฐานไว้ได้แค่ 30 วัน
2. สถานีตำรวจ Back up ข้อมูลเพียง 30 วัน
3. ทำไมใช้คำว่าผู้ต้องหาในใบสั่งกรณีนี้ คำพูดค่อนข้างรุนแรงมาก

ข้อระวังในใบสั่ง

รตจิตรไม่เชื่อข้อกล่าวหา

รตจิตรโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สน. ร้อยเวรเป็นคนรับสาย และไม่สามารถตอบคำถามได้ จึงขอเบอร์รตจิตร ร้อยเวรโทรกลับมาอีกครั้ง บอกว่าให้ดูหลักฐานไม่ได้เพราะข้อมูลถูกลบไปหมด จึงให้คุยกับสารวัตร ซึ่งก็ตอบรตจิตรไมได้ และบอกว่าจะติดต่อรตจิตรกลับ ซึ่งรตจิตรก็ถามด้วยว่าภายในกี่โมง

รตจิตรรู้ดีอยู่แล้วว่าสารวัตร ก็คงเหมือนตำรวจนายอื่น ๆ ที่รับสายไปส่ง ๆ เช่นนั้น และก็จริงตามความคาดหมาย สารวัตรไม่โทรกลับ

ความเห็นส่วนตัวของ รตจิตร

1. ใบสั่งไม่ได้พิสูจน์ว่า รตจิตรผิดจริง
รตจิตรคิดว่าการเฉียดเส้นทึบเล็กน้อย ไม่ได้ซีเรียส ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครเลยแม้แต่น้อย ถนนช่วงนั้นหลังจากที่ รตจิตรถวายเพลพระสงฆ์ที่ ร.พ.สงฆ์เสร็จ ค่อนข้างจะโล่ง เพื่อน ๆ ลองดูในภาพ แทบจะไม่มีรถ และการขับของรตจิตรไม่สามารถสร้างความเดือนร้อนให้ใครเลย ยกเว้นอย่างเดียวคือ กระทบรายได้ของสถานีตำรวจ
2. ตำรวจไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามข้อกล่าวหา
สารวัตรตอบคำถามรตจิตรไม่ได้เลยว่า จำเอาหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ เรื่องไร้สาระนี้ เพราะไม่มีหลักฐาน และยังจะให้ รตจิตรซึ่งเป็นชาวบ้านคนหนึ่ง ต้องไปสน.เพื่อคุยจกับฝ่ายสืบสวน ซึ่งถ้ารตจิตรไปตามนั้น ค่ารถไป-กลับก็ 500 บาทเช่นกัน

3. ตำรวจไม่รักษาคำพูดว่าจะโทรกลับ

ข้อระวังในใบสั่ง

คำแนะนำจากบุคคลอื่นถ้าโดนใบสั่ง

1. ให้เก็บไว้ก่อน
เพื่อรตจิตรจ่ายค่าปรับในวันตำรวจแห่งชาติ หรือ ทุก ๆ 13 ตุลาคม ของทุกปี เพราะจ่ายเพียงคดีละ 100 บาท ไม่ต้องจ่ายถึง 500 บาท
2. ให้ไปที่ฝ่ายสืบสวน สน.ที่ออกใบสั่ง
ในเมื่อตำรวจไม่มีหลักฐาน ในขณะที่รตจิตรสามารถยืนยันด้วยหลักฐาน 2 ข้อตามนี้ ฝ่ายสืบสวนอาจยอมให้รตจิตรจ่ายค่าปรับ 200 บาท หลักฐาน 2 อย่างได้แก่
(1) ดูจาก google map ว่าช่วงที่รถของรตจิตรอยู่นั้น เป็นเส้นประ
(2) ไปสถานที่จริงเพื่อวัดว่าหางปลานั้นเป็นเส้นทึบหรือเส้นประช่วงต้นไม้ต้นที่เท่าไร เป็นต้น

บทสรุปของใบสั่ง

รตจิตรจ่ายค่าปรับที่ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวนเต็ม 500 บาท แม้ว่าจะรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะคนทับเส้นทึบยิ่งกว่ารตจิตรมีเยอะมาก ตามท้องถนน และทับเกาะเทียมเสียด้วย แต่เพราะความรำคาญกาปฏิบัติงานของตำรวจ เพราะความที่รตจิตรอยากให้เรื่องจบ ๆ ไม่เสียเวลาการทำมาหากิน และถือว่าเป็นการทำบุญให้สถานีตำรวจนั้น ๆ ไป

เกาะเทียม เส้นหางปลา

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Give me a good reason to leave my job, please.

S.W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Give me a good reason to leave my job, please. Retrieved from http://sw-eden.net

I just found myself become more selfish than the last 6 years. I was a Thai students who graduated in New York and finish a Master degree at Sydney. I went back to Thailand 6 years ago, and became a lecturer in a large university in Thailand. My goal was to provide the knowledge to my students and to have some free time to write my own novel.

The first year of being a university lecturer in Thailand is like a heaven. I got some free time to write the beginning part of my own novel. I got a chance to bring my students to go outside the classroom. I let them take the photos in the important places in Bangkok, and sometimes, I asked them to draw Thai temples.

The first year passed so fast. Everything changed in the secend year. I have to teach 7 days a week. I got no free time. I have to travel to another far-away campus to give a class. They also forced people to continue study in the doctoral degree. I have to go to school again, but in Thailand. I registered for 2 classes in one semester, but I had to teach 30 hours a week.

dog student work alone leave home

I had no more time to prepare my teaching at that moment. I did not correct and provide the suggesting in my students’ worksheet as I had done before. I felt really bad. My graduate school is about 3-hour far from my workplace. I had to run around 3 places each week. They said that if the employees did not continue the education, they would fire us so soon.

While I work so hard and had lack of free time, I compare myself to someone else in the same school. Like, one of my close friend, he has a lot of free time. He asked me to go to see movie with him, and to join his lunch and dinner. I think it is a good thing. He is a friendly one, but I got no time to do all those things. Not just only him, who can do many stuffs. Some also work outside the school. They have secret jobs in other private companies and earn a lot of money.

Moreover, these people got a higher evaluation score than me. Many got a higher salary than me. I began to feel that the life is unfair. I could see that my attitude is changed. I want to do thing for myself more than before. My dream has not been completed yet. I spent too much time for the university, without getting things I actually need. Those people in the higher position keep saying that this university is the university of happiness. However, for me, it is not. My happiness is when I got enough time for my family and for writing my own novel. I do not have both yet. Although I have dinner with my family, but In think I should have spent more day time with them, not just at night.

Those people think that to have a happiness is to work hard to push the university to be in the highest place in the world. They want to see the university being one of the top ten of the country. They believe that if we got into that ranking, everyone will be proud and happy. That is the definition of the happiness they believe. That is not the happiness I need. I need my time. I need to be someone I have dreamed to be. I want to be a cool author who write a famous novel. I want to be a cool artist being known in a specific group of people. My dream does not got walked yet. What should I do then?

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Is he going to be a selfish husband?

S.W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Is he going to be a selfish husband? Retrieved from http://sw-eden.net

I had had a friend. I do not want to name him here. So, I would like to give him a nickname, Fred, to call him in this post.

Fred is one of a few faculty members who is good-looking and also has a good-looking girlfriend. Some think that he is very genius. For me, it is like a stereotype, that if he is good-looking and always wear a formal cloth, everyone will think that he is responsible and intelligent.

I did not think like others since the first time I met this guy. In my life, I meet many people with this appearance, but have no responsibility. I did not say that I prejudiced him, but I say that I just waited to see his actual behaviors.

Once, he asked me for the first 30 minutes of my class for his friends from a TV show to shoot a footage in my class. 30 minutes is okay for me to give him. And it is a good thing if my students could be in a show. Therefore, I allow his friends to shoot the footage in my class.

My class hour is from 4:00 PM to 7:00 PM. You know what? His friends could get the camera ready in the first 30 minutes. Many crews just begin to download the files to put into the computer (as a part of the show, they need to have a powerpoint slide). They finished everything at 6:00 PM. This means, he asked me for half an hour, but they took me 2 hours.

It is worse than that. The time during the process got slower than the expectation, no one walked to inform me what actually happened. I was waiting in the teacher room, and I have to keep walking to the class to see if they finished their job. And after 2 hours that they just finish their job, no crews walked to inform me that I could begin my class. It was my own students who walk to me and tell me that I could go into the class then.

bird red room student work in class

My students felt tired and wanted to go home instead of keep learning for another hour. I gave them a short class, so they could go. Those crew from the TV shows did not say any “thanks” to me, did not inform me when they had gone, and did not give anything to my students. They just came to take the advantage from us. They just wanted a footage with students in the class.

I told the guy, the good-looking faculty member, what happened. He did not care, I know. He just said sorry, but I could see his face. He was not actually sorry, because he was laughing and smiling.

It is worse than that. The officer of my faculty walked to the classroom, and he did not see me in the classroom at my hours. He just checked that I did not come to teach. It is true of him, but it is not totally my fault. My fault is that I said, okay, at the first time to that guy.

Next 4-5 months, that guy I hate got married. I guess most people in the same program went to his wedding ceremony. I did not go there. I cannot forgive. I hope he is gone, gone from my life.

A good thing that I did not go to his wedding ceremony is that he did not talk to me again after the day. He may think that I am selfish that I did not go there, but in fact, he is one of the most selfish guys I have ever met.

Leave a comment

Filed under Uncategorized