ใต้ฟ้าเดียวกัน…31 วันที่กระจกเงา


ภาพกรุงเทพเมืองฟ้าอมร ยามเย็นขณะเครื่องบินกำลังร่อนลงสู่พื้นดิน แม้จะอยู่ใต้ผืนฟ้าเดียวกัน แต่สุดปลายฟ้าที่มองเห็นกลับต่างกันสิ้นเชิงกับเชียงรายที่เพิ่งจากมา บรรดาตึกสูงระฟ้าน้อยใหญ่เรียงรายมากมาย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้า เป็นที่ทำงานของมนุษย์เงินเดือน บ้างเป็นคอนโดมิเนียมสุดหรูสำหรับคนรักชีวิตในเมือง บ้างเป็นที่ตั้งบริษัทที่อ้างว่าเป็นผู้ทำเงินและรายได้มากมายให้กับประเทศแห่งนี้

แต่จะมีสักกี่ชีวิตในตึกระฟ้าเหล่านั้น ที่จะได้เข้าใจและมองเห็นความสำคัญหรือกระทั่งการดำรงอยู่ของชีวิตที่ซ่อนตัวในแนวทิวเขาสุดขอบฟ้าผืนเดียวกันนี้

หนึ่งเดือนที่ผ่านมา อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทว่าสิ่งที่ได้สัมผัสกลับมีค่ายิ่งใหญ่และยากจะลืมเลือน

เริ่มตั้งแต่งานที่ได้รับมอบหมายซึ่งเน้นไปที่การแปลภาษา ทั้งพูดและเขียน จากไทยเป็นอังกฤษ และอังกฤษเป็นไทย โดยเวลาในช่วงกลางวันจะได้ออกเดินทางไปช่วยแปลภาษาในการสอนภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นของอาสาสมัครชาวต่างชาติตามสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งวัดและโรงพยาบาลด้วย

การสอนที่โรงเรียนประถมและศูนย์เด็กเล็กก็นับว่ามีสีสันมาก เพราะเด็กๆ สดใส ร่าเริง และร่วมทำกิจกรรมอย่างดี แต่ที่ประทับใจมากเป็นพิเศษ คือ การสอนที่วิทยาลัยสงฆ์ วัดพระแก้ว ด้วยนับว่าเป็นครั้งแรก และอาจจะครั้งเดียวในชีวิตเสียด้วยซ้ำที่จะได้สลับบทบาท จากผู้เรียนรู้พระธรรมคำสอน เป็นผู้สอนภาษาอังกฤษให้พระสงฆ์ ส่วนการสอนน้องๆเด็กพิเศษที่โรงเรียนปัญญานุกูล ก็เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกเช่นกัน น้องๆน่ารัก และมีความสามารถเฉพาะตัวที่ไม่ธรรมดา ถ้าใครได้รู้จักจะต้องตกหลุมรักเด็กๆ และอยากกลับไปที่นี่อีกครั้งเป็นแน่

การได้ร่วมงานกับอาสาสมัครต่างชาติ มิเพียงแค่ช่วยฝึกฝนภาษา และสร้างมิตรใหม่จากทั่วโลกเท่านั้น หากยังทำให้ได้เห็นว่าโลกใบนี้ก็ยังมีคนดี มีใจอาสา และมีน้ำใจพร้อมแบ่งปันให้กับคนในประเทศกำลังพัฒนาอย่างเรา

ว่างเว้นจากภาระงานหลัก หน้าที่ต่อไปคือการแปลความเพื่อขอทุนจากแหล่งทุนต่างประเทศ เงินทุนนับเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้การทำงานของ NGOs ก้าวต่อไปได้ ซึ่งกว่าโครงการจะผ่าน หรือได้รับทุนมาพัฒนาองค์กรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดาย กว่าอาคารบ้านกระท่อมเล็กๆสักหลัง หรือโรงเรียนสักแห่งจะสร้างเสร็จ ก็ต้องผ่านน้ำพักน้ำแรงตั้งแต่คนเขียนขอทุน ไปจนถึงคนผสมปูน ก่ออิฐ เลยทีเดียว (ซึ่งบางครั้งก็เป็นคนเดียวกันเสียด้วยซ้ำ)

นอกเหนือจากประสบการณ์ตรงในการทำงาน การได้ใช้ชีวิตที่กระจกเงา ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประจำ น้องๆที่พักในละแวกนั้น และการได้ลงพื้นที่ครั้งพาฝรั่งไปโฮมสเตย์ ณ บ้านยะฟู ทำให้ความสับสนหรือคำถามในใจถึงอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกันของคนในสังคม ได้คำตอบที่เริ่มจะชัดเจนขึ้น

คำว่า ความยากจน การขาดโอกาสทางการศึกษา การถูกผลักไสจากรัฐไทยให้เป็น “คนต่างด้าว” หรือปัญหาอื่นๆที่คนเมืองได้ยินจนเจนหู ก็เพิ่งมีครั้งนี้ที่ได้รู้ความหมายอย่างแท้จริง เมื่อโลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ผู้ที่มีเงินในมือ ก็สามารถหาซื้อปัจจัยเสริมสร้างความสุขให้กับชีวิตได้ แต่บางทีขณะที่ชีวิตในเมืองกำลังฟุ้งเฟ้อหาของขวัญเลิศหรูแก่กันในการฉลองรับปริญญา ชีวิตเล็กๆในท้องที่ห่างไกลบางแห่ง ก็อาจกำลังต่อสู้กับการเปลี่ยนผ่านจากชีวิตวิถีดั้งเดิม สู่ความท้าทายของระบบทุนนิยม และทำให้บางคนต้องดิ้นรน เพียงเพื่อจะหาเงินให้เพียงพอสำหรับการศึกษาในภาคเรียนต่อไป

แม้ความเท่าเทียมกันอาจไม่มีอยู่จริงในสังคมปัจจุบัน แต่การรู้จักแบ่งปันในทุกรูปแบบ ทั้งแรงทรัพย์ แรงกาย และแรงใจ ย่อมช่วยหยิบยื่นโอกาสให้กับผู้ที่ด้อยกว่า และสร้างสรรค์สังคมนี้ให้น่าอยู่ขึ้นได้เป็นแน่ ทุกๆครั้งที่เราได้ให้ เราก็จะได้รับในสิ่งดีๆกลับมาอยู่เสมอแม้ไม่ได้คาดหวังมาก่อนเลยก็ตาม

5imply Nobody

กรกฎาคม-สิงหาคม 2552

Advertisements

1 Comment

Filed under Uncategorized

One response to “ใต้ฟ้าเดียวกัน…31 วันที่กระจกเงา

  1. My dear, this is very beautiful article. Thank you so much.

    Like

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s