สุนัขเป็นเนื้องอก และ การผ่าตัดที่ไม่สัมฤทธิ์ผล


WOODY ที่รักและอาลัย: บันทึกจากความทรงจำที่ไม่เคยลืมเลือน

ชื่อ วู๊ดดี้ – WOODY
สุนัข พันธุ์ทางเพศเมีย
ดีใจมากที่ได้สุนัขสามสีตัวแรก – Woody แต่เสียใจที่สุดที่อายุ Woodyสั้นเกินไป Woody เป็นสุนัขพันธุ์ทาง ชาติกำเนิดมาจากสุนัขจรจัดที่โรงถ่าน แต่ถูกเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิดด้วยความรักหรืออาจจะเรียกว่าหลงก็ได้ เพราะเป็นสุนัขตัวแรกของครอบครัวเรา เธอน่ารักมากจนพวกเราต้องเลี้ยงไว้ในบ้านและนอนชั้นบนกับพวกเรา แต่พออายุ 2 ปี Woody ก็มีอาการหายใจติดขัด และทรมานมาก บ่อยครั้งที่ทำให้เราซึ่งเป็นเจ้าของทุกคนแทบจะขาดใจเพราะเห็น Woody มีอาการแน่นหน้าอก หายใจยาก
เป็นเวลาหลายวันจริง ๆ ที่พวกเราต้องทนทรมานกับภาพที่เห็น เราต้องพา Woody ไปโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของ กทม. เพื่อเจาะน้ำในท้องของเธอออก เธอจะได้ไม่อึดอัด จริงแท้เราก็ไม่รู้ แต่เป็นสิ่งที่หมอโรงพยาบาลบอกพวกเรา ท้ายที่สุดต้องผ่าตัดเพราะพบเนื้องอกก้อนใหญ่ที่มดลูก ภาพสุดท้ายยังติดตาเราเสมอเมื่อ Woody ต้องนอนบนโต๊ะและถูกลากเข้าไปในห้องผ่าตัด สายตา Woody มองเรา…….ทำไม? ทำไม? ทำกับเธอแบบนี้ ไม่รักหรือไง?

หากเวลาหวนคืนได้ เราจะไม่ตัดสินใจเช่นนั้น!! ทั้ง ๆ ที่ Woody ตายตั้งแต่ดมยาสลบ หมอก็ยังผ่าเพราะต้องการก้อนเนื้อ…………เหตุการณ์สะเทือนใจนี้ เราไม่อยากจะเล่าผ่าน website พวกเรารัก Woody เหมือนลูกสาวเราจริง ๆ เป็นสมาชิกที่สำคัญคนหนึ่ง ทุกวันนี้เธอยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราทุกคน ตลอดมา และตลอดไป Woody ที่รัก

Advertisements

7 Comments

Filed under Uncategorized

7 responses to “สุนัขเป็นเนื้องอก และ การผ่าตัดที่ไม่สัมฤทธิ์ผล

  1. sbo

    เอาใจช่วยครับ

    Like

  2. แจน

    บ้านเรา มีหมาตัวนึงเป็นมะเร็ง(เราเก็บมาจากข้างถนน) เพราะมันผอมโทรมมากๆ มันเป็นมะเร็งชนิดที่เป็นตุ่มๆเต็มตัว ประมาณ10กว่าลูก ลูกนึงจะโตประมาณ1นิ้ว ปูดๆๆๆเต็มไปหมด เราก็เอาไปหาหมอ ทำคีโม ตามปกติ(แต่เราไปขอให้มูลนิธิรักษาให้นะคะ เพราะถ้าไปร.พ มันจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเลยทีเดียว) และหมอที่มูลนิธิ เค้าบอกแล้วว่า หมาตัวนี้แก่มาก เปอร์เซ็นต์ที่จะหายไม่ถึง50% และมันเป็นเยอะ ลามเต็มตัวไปหมด เราจึงคิดว่า ไหนๆก็ไหนๆ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ก็เหมือนไม่ได้ช่วยมัน ทางหมอมูลนิธิก็จะนัดหมาเราไปทำคีโม และเราก็ไปตามนัดทุกครั้ง ตอนให้คีโม หมาจะทรุด ไม่ยอมกินอะไรเลย ต้องคอยเอาไปเติมน้ำเกลือตลอด เรากับแม่ก็ช่วยกันประคับประคองมันมาตลอด
    ที่สำคัญนะคะ เราต้องคอยดูแลมันและให้กำลังใจมันเป็นอย่างดีนะคะ น้องหมาของเราก็จะได้มีกำลังใจที่จะต่อสู้ที่จะรอดนะคะ
    และที่สำคัญ เราอยากจะบอกว่า(จะเชื่อหรือไม่ก็ตามนะคะ)เราให้หมาเรากินใบแป๊ะตำปึง(จักรนารายณ์)วันละ5-7ใบ(เราเอาไปนึงให้หม้อ แล้วก็เอายัดใส่หมู หรือไข่ทอดให้มันกินทุกวัน) เชื่อหรือไม่ว่า หมอยังงงว่ามันหายได้ยังไง เราให้มันกินตั้งแต่เริ่มรู้ว่ามันเป็นมะเร็ง ก็ให้มันกินมาตลอด1ปีเต็ม และตอนนี้ เจ้าน้ำตาลเล็ก ก็หายเป็นปกติ และหายขาดเลยค่ะ อ้วนท้วน และกลายเป็นสมาชิกในบ้านอย่างถาวรค่ะ
    และมีอีกตัวนะคะ เก็บมาเหมือนกัน ชื่อเจ้าจุ๊บ มันเป็นก้อนแข็งๆที่คอ ลูกประมาณกำปั้นมือคนเลยค่ะ ไปหาหมอ หมอบอกว่ามันเป็นเนื้องอก ถ้านานๆเข้าก็จะกลายเป็นมะเร็งและมันก็จะลามภายในทั่วร่างกาย และหมอก็บอกว่า ไม่แนะนำให้ผ่าตัด เพราะตรงคอ เป็นจุดรวมเส้นประสาท มันจะอันตาย ทีแรกที่บ้านเรา ก็ถอดใจกันแล้ว ร้องไห้กันมากมาย แต่สุดท้าย เราก็คิดกันว่า ขนาดเจ้าน้ำตาลเล็กยังหายเป็นมะเร็งได้ เราก็เลยลองเอาแป๊ะตำปึง นึงให้มันกินทุกวัน วันละ5-7ใน ตอนนี้เชื่อหรือไม่คะว่า ไอ้ที่หมอบอกว่า มันไม่หาย มันรักษาไม่ได้แล้ว ตอนนี้ตรงคอมันที่เป็นลูกโตๆ ยุบลงมากเยอะมาก เหลือเพียงอีกนิดเดียวเท่านั้นถึงจะเป็นปกติ
    และเราอยากบอกว่า ในบ้านเราทั้งคนและหมา ก็กินใบแป๊ะตำปึงกันทั้งบ้านเลยค่ะ เพราะสรรพคุณมันดีมากๆจริงๆค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าแป๊ะตำปึงคืออะไร ก็ลองgoogleหาข้อมูลดูนะคะ แล้วจะรู้ว่ามันดีแค่ไหน
    เราไม่รู้หรอกนะคะว่าใครจะว่าดีหรือไม่ดี แต่เราทดลองมาแล้ว มันได้ผลจริงๆ หมอยังงงเลยค่ะ มันเป็นสมุนไพรธรรมชาติ ไม่มีผลร้ายใดๆค่ะ
    ถ้าใครอยากจะปรึกษาโทรมาหาแม่เราได้เลยนะคะ ยินดีที่จะเล่าประสบการณ์ตรงให้ฟังค่ะ เผื่อจะได้ช่วยน้องหมากันนะคะ082-7603111

    Like

  3. ขอบคุณมากค่ะ คุณแจน ที่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์มาก คนรักหมามีมาก ก็ยิ่งให้ความรู้เขามากได้ด้วย

    Like

  4. โอ มหาชัย

    โรคหัดอันตรายเเค่ไหน ขอให้อ่านให้จบนะครับ
    เราเคยมีสุนัขตัวหนึ่งเป็นพันธ์พิทบูล ซื้อมาเลี้ยง 3 ตัว ตอนเเรกๆ เราก็กะจะเลี้ยงให้เฝ้าบ้าน เฉยๆ เเต่พอซื้อมาเลี้ยงได้นับตั้งเเต่วันเเรกเราก็ เริ่มหลง ในตัวของมันเพราะครอบครัวเราไม่เคยเลี้ยงหมาจึงคอยดูเเล่เรียกได้่ว่ารักยิ่งกว่าลูก เวลามานนอน เปิดพัดลมให้อย่างดี เป็นเวลา 6 เดือน ก็มีอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อบ๋อมเเบ๋ม หมาตัวนี้ พ่อของเราเป็นคนเลี้ยง เป็นพิเศษส่วนอีก2ตัว เรากับพี่ชายช่วยกันดูเเล่ บ๋อมเเบ๋มเป็นหมาที่นิสัยดีมาก มันขี้เล่นมากๆ เเต่จะนิสัยดีกับคนในสมาชิกในครอบครัวเราเท่านั้น เวลาไปไหนเราก็จะพาไปตลอด มันจะไม่ให้ไครเข้าไกล้เจ้าของ เพราะสุนัขพันธ์พิทบูลรักเจ้าของมาก จนมีอยู่วันหนึ่ง บ๋อมเเบ๋มก็เริ่มไม่สบาย มีอาการตัวร้อนนิดหน่อย เราจึงพาไปหาหมอ หมอก็ให้ยาเเก้ตัวร้อนรักษาตามอาการ เราให้กินเป็นเวลา 4-5วัน บ๋อมเเบ๋มก็ไม่หายสักทีจึงไปให้หมอตัวเลือด พบว่าเลือดจางมีโอกาสเป็นโรคไต หมอจึงให้ยา บำรุงมากิน เราก็ให้กินตามที่คุณหมอสั่ง เเต่สุนัขพันนี้เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเเสดงความอ่อนเเอ่ให้ไครเห็นเจ็บก็จะไม่ร้อง ซึ่งผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรมาก เพราะว่าอาการที่ผมเจอก็เเค่ตัวร้้อนอย่างเดียว จนกระทั่งถึงวันสงกรานครอบครัวเราจะต้องกลับต่างจังหวัด เเต่รถไม่พอจึงตัดสินใจเอามาไปฝากไหวโรงพยาบาลสัตว ก่อนจะไปเราก็บอกว่าบ๋อมเเบ๋ม ค่อยพ่อนะลูก (ร่วมหมาอีก2ตัวด้วย) พ่อจะกลับมาไวๆนะ สายตาที่มันมองเราวันนั้นเราจำได้ติดตามาก มันคงคิดว่ามันทำไรผิดจึงเอามาปล่อยที่นี้ ก่อนจะไปเราก็บอกหมอว่ายาตัวนี้ของบ๋อมเเบ๋มต้องกินทุกวันนะครับ ช่วยพามันไปเดินเล่นด้วยนะครับ เเล้วก็ไปเป๋็นเวลา3วัน หลังจากกลับมา เราก็รีบไปรับบ๋อมเเบ๋ม กลับอีก2ตัวทันที เมื่อเราก้าวเข้าไปนั้น มานก็ร้องออกมา เเบบดีใจสุดๆ เราจึงเข้าไปกอดมานเเล้วจูงขึ้นรถ มานดีใจเป็นอย่างมาก พอถึงบ้านเราก็ไปอาบน้ำกะจะเอามานไปเล่นข้างนอกพอเราใส่โซ่ ที่คอเท่านั้น มานก็มีอาการกัดทีปากเเล้วก็มีน้ำลายเป็นฟองออกมา
    เราจึงวิ้งไปเรียกพ่อมาดู เเต่มันก็เป็นประมาณ1นาที ได้ เราจึงพาไปเดินข้างนอกเเล้วก็กลับมาที่บ้านให้มานนอนเเต่พอนอนไปได้5นาทีั บ๋อมเเบ๋มก็ชักอย่างรุ่นเเรงเป็นเวลา 5 นาทีได้ เราคิดว่าตๅยเเน่เเล้วเเต่มานก็หยุดอาการของบ๋อมเเบ๋มก็ปกติหมดทุกอย่างไม่มีไขเราจึงรีบปรึกษาหมอทันที หมอบอกว่ามีโอกาสเป็นโรคหัดสูง เเต่โรงพยาบาลท่ี่เราไปรักษาไม่ได้่เพราะตัวยาไม่ถึง ระหว่างที่คุยกับหมอ บ๋อมก็ชักขึ้นมาอีกติดต่อ 2นาที เเล้วก็หยุด เเล้วก็ชักถี่ขึ้นเลื่อยๆ เราจึงตัดสินใจเข้ารักษา โรงบาลเเถว กทม อันดับต้นๆ ขับรถไปมันก็ชักไป เราก็ช่วยบีบคลายก้ามเนื้อให้บ๋อมเเบ๋มเเล้วให้พ่อขับรถ โรคหัดนี้ถ้าเป็นเเล้วถ้าขึ้นสมอง ประสาทหมาจะเสีย หลังจากชักเเล้วจะวิ้งวนๆไปวนมา มานจะจำไครไม่ได้เลย เเม้กะทั่งพ่อของเราที่นอนกับบ๋อมเเบ๋มทุกคืน ยังโดนกัดมือเเต่พ่อเราก็เรียกชื่อมันดังๆ มานจึงพอมีสติอยู่บ้าง จนถึงโรงพยาบาล ตอนนั้นชักไปประมาณ13ครั้ง เเต่ก็ยังเดินได้ปกติ เข้าไปในโรงพยาบาลก็ชักอีก จนคราวนี้มานร้องออกมาเมื่อคนประสาท เรากับพ่อก็เข้าไปกอดมันบอกว่าพอเเล้วลูก ไม่เปงไร เราถึงมือหมอเเล้วไม่ต้องกลัวเเล้วลูก เเต่มันก็หยุดสักเเปปก็ชักขึ้นมาอีกคุณหมอจึงต้องชีดยาระงับประสาท เเล้วมานก็หลับลง คุณหมอบอกว่าต้องให้บ๋อมเเบ๋มนอนอยู่โรงพยาบาลค่ารักษา ต่อวัน 2500-3000 ตอนนั้นเราทำทุกอย่างเพื่อให้บ๋อมเเบ๋มหายเจ็บเพราะว่ามานทรมานมาก ยิ่งพ่อของเราก็รับไม่ได้วันเเรกผ่านไป ไม่ดีขึ้น เปลียนยาวันที่2ไม่ดีขึ้น จนถึงวันที่4เราเห็นบ๋อมเเบ๋มไม่ด่ีขึ้นเเล้ว จึงบอกพ่อว่าพอเเล้วกลับบ้านเถอะพ่อ เอาบ๋อมเเบ๋มกลับไปตายที่บ้าน เเต่ยาที่ชีดนั้นเป็นยากล่อมประสาทชีดเเล้วจะนอนอย่างเดียวถ้าตื่นอาจจะชักได้ จึงตัดสิ้นใจ ไปซื้อยา ….กะจะชีดให้ไปเลยจะได้ไม่ทรมานอีก เเต่พอนำขึ้นรถ
    ขี่กลับบ้านเปิดประตูบ้านมานก็พยายามลุกขึ้นจะเดินเเต่เดินไม่ไหวอาการที่เห็๋นได้ชัดคือ กำลังใจครับ มานพยายามลืมตาดูเเละดมมือของเรา เราจึงอุ้มไปนอน ที่เตียงที่มานนอนกับพ่อเรายกให้บ๋อมเเบ๋มไปเลย เราจึงบอกพ่อว่ารอดูอาการอีกทีเถอะพ่อ มานอาจจะหายสินะ ผ่านไปวันนั้น อาการมานดีขึ้นมาก เเล้วก็ผ่านไปวันหนึ่งวัน วันที่3 เราก็เดินไปบอกบ๋อมเเบ๋มว่าบ๋อมเเบ๋ม หายไวๆนะ เดียวเราจะไปเล่นทะเลกันเชื่อไหมครับพอเราพูดจบมันพยายามลุกขึ้นทันที
    เเต่ก็ไม่ไหว เพราะยาที่ชีดนั้นทำให้กล้ามเนื้ออ่อนเเรง เราจึงช่วยพะยุงเดินได้ประมาน5นาที เเต่เดินนี้จะเดินเป็นวงกลม วนไปวนมา เราจึงเต็มที่กับมันเพราะกำลังใจของเราทำให้มันมีเเรง เดินได้5นาทีก็ล้ม เราจึงพาไปนอน อาการของมานดีขึ้น กล้ามเนื้อเริ่มขยับได้ทุกส่วน เเต่พออีกวัน กล้ามเนื้อเริ่มกลับเข้าที่ก็ชัก เหมื่อนเดิมคราวนี้บ๋อมเเบ๋มชักถี่มากวันนั้นชักระหว่างตอนเช้าไม่ต่ำกว่า25รอบ เเล้วอาการก็หมดเเรงไปเราจึงชีดยานอนหลับให้บ๋อมเเบ๋ม ระหว่างหลับนั้นมันก็ชักเเต่เบา จนถึงเวลาเทีียงคืนบ๋อมเเบ๋มก็จากไปอย่างสงบพ่อของผมได้เเต่โทษตัวเองถ้าวันนั้นไม่นำไปที้งที่ โรงพยาบาลมานก็คงไม่เป็นยังงี้ มานคงจะเครียดทำให้อาการที่เป็นไขตกต่ำ พอตอนเช้าเราก็ทำบ้านให้มันนอนอย่างดี อุ้มมันลงไปนอนเเล้วก็ฉาบปูนปิดถ้าพบหน้ามีหน้าก็ขอให้มาเกิดเป็นครอบครัวกับเราอีกนะ
    (หลับให้สบายนะบ๋อมเเบ๋มลูกพ่อ)

    Like

    • รตจิตรอ่านแล้วขนลุก ไม่เคยเลี้ยงแต่ก็รู้ว่าพิทบลูทนจริง ๆ รตจิตรขอให้บ๋อมแบ๋มหลับให้สบายเช่นกัน
      ก็ได้ยินเหมือนได้เห็นมาบ้างที่ทิ้งไว้โรงพยาบาลยิ่งแย่ เพราะหมาไม่เข้าใจ ยิ่งมันเจ็บป่วย มันก็รู้สึกแย่แล้ว ยังมาถูกเจ้าของทิ้งไว้ต่างที่ต่างคน คืออยู่แต่คนแปลกหน้าทั้งนั้น และอาจขาดความเอาใจใส่ด้วย

      เมื่อเร็ว ๆ นี้ รตจิตรเพิ่งพาหมาของตัวเองไปหาหมอหมา ที่โรงพยาบาลสัตว์ที่โด่งดังแห่งหนึ่ง หมาของรตจิตรไม่ยอมเดินเข้าไปข้างในซึ่งมีถุงดำอยู่ แต่หมอเรียกเข้าไป มารู้ทีหลังว่าถุงนั้นคืออะไรก็เพราะเจอคนรู้จักสามีภรรยา เขาบอกว่าเมื่อวานเย็นโกลเด้นของเขายังดี ๆ อยู่แต่รู้ว่าเป็นโรคไตเพราะโรงพยาบาลบอก
      มาเช้านี้โรงพยาบาลโทรบอกว่าตายแล้วให้ไปรับถุงดำกลับ เขาบอกว่าถ้าไม่เอามาทิ้งที่โรงพยาบาล ก็คงยังอยู่ คงยังได้ดูแลกันที่บ้าน…

      รตจิตรหมายถึงไปโรงพยาบาลได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าให้หมาที่เรารักไปนอนค้างที่โรงพยาบาลจะดีกว่า

      Like

  5. widdy

    ให้กินอาหาร ผัก ผลไม้ ฤทธิ์เย็นครับ เลิกอาหารเม็ด กระป๋อง นม ส่วนแปะตำปึงในตำราหมอเขียวมันเป็นสมุนไพรร้อน คิดว่าน่าจะต้มก่อนคงใช้ได้ หมามะเร็งกินแบบนี้ครับ น้ำย่านางกับน้ำปัสสาวะคือพระเอกเลย

    Like

    • ratajit

      เห็นด้วยเรื่องน้ำย่านาง เพราะคนยังกินแล้วดีขึ้น
      หมาที่บ้านตัวเก่าที่เป็นเนื้องอก เกิดมาไม่เคยกินอาหารเม็ดเลยจ้า

      Like

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s