เรารักพระเจ้าอยู่หัว WeLoveKing


รตจิตรกล้าที่จะจับปากกาเพื่อเขียนเรียงความฉบับนี้ เพราะรตจิตรต้องการกลั่นกรองความจงรักภักดี ความเทิดทูล และความรู้ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกมาให้ใคร ๆ ได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ไม่ใช่แค่พระองค์เป็นเจ้าเหนือหัว แต่เป็นทุก ๆ สิ่งของปวงชนชาวไทย หรือทรงเป็นยิ่งกว่าสิ่งใดในเลิศหล้า จนคนไทยสามารถพูดภาษาเดียวกันได้ว่า “เรารักในหลวง”

ใต้ผืนฟ้า เหนือผืนน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จไป รตจิตรได้เห็นชาวไทยทุกเพศทุกวัยทุกภาษา หรือแม้แต่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นั่งบ้าง หมอบบ้าง นั่งโบกธงชาติไทยและธงครุฑพริ้วไปมาด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขที่มาจากใจอย่างแท้จริง ความปลื้มปิติยินดีจนบางคนถึงกับน้ำตาไหลออกมาเพราะกลั้นไม่อยู่ ที่ได้เห็น ได้รับเสด็จ ได้เข้าเฝ้า…. ล้วนเป็นภาพที่เกิดจากความรัก ความประทับใจ จนบางครั้งตัวรตจิตรเอง ซึ่งมีโอกาสดูเพียงการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ก็ยังน้ำตาไหลเช่นกัน เพราะ ธ ทรงตรากตรำอย่างหนัก ไม่ว่าทุกยาตราจะแสนลำบาก ไม่ว่าอากาศจะแปรปรวน ไม่ว่า ธ ต้องทรงใช้กำลังความคิด พระวรกาย ทรงงานเหนื่อย ทรงงานหนัก และทรงใช้เวลา ตลอดจนความอดทนสักปานใด ธ ทรงไม่ย่อท้อเพื่อประชาชนของพระองค์ และเพื่อแผ่นดินประเทศไทย หากทุกคนสามารถจดจำคำสอนของพระองค์และปฏิบัติตาม ตลอดจนสามารถถ่ายทอดสอนลูกหลาน หรือเยาวชนรุ่นใหม่ ๆ โดยขอเจริญรอยพระบาทของพระองค์ตลอดไป ก็จะทำให้เกิดความสงบสุขทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น เปรียบเหมือนฝนหลวงที่ดับทุกข์ กลับชื่นฉ่ำทั่วปฐพี ทั้งยังทำให้เกิดความสามัคคีในประเทศอีกประการหนึ่ง

รตจิตรเชื่อว่าทุกคนจดจำได้เสมอถึงพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงสนพระทัยในความเป็นอยู่ของประชาชน พระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ของพวกเรา และความเดือนร้อนของประเทศ รวมถึงบำรุงสุขแก่ชาวไทย ตลอดจนทรงเอาใจใส่ต่อประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าศาสนาใด ธ ยังทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดี กล่าวคือ ธ ทรงให้คำสอน แนวทาง ทางออกที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติและได้ผลอย่างจริง ๆ ในทุก ๆ เรื่อง ชาวไทยหลายคนซึ่งแน่นอนรวมถึงรตจิตรด้วยต่างชื่นชมและยึดถือคำสอนของพระองค์เสมอมา คำสอนเหล่านี้ไม่เคยล้าสมัย เพราะ ธ ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถใช้ได้จริง เช่น ทฤษฎีใหม่ที่ว่าให้อยู่อย่างพอเพียง และพึ่งพาตนเอง ทำให้คนรู้จักคำว่า “พอ” สามารถประกอบอาชีพทำมาหากินโดยไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และไม่งอมืองอเท้าเพื่อรอแต่จะให้ผู้อื่นให้ตน ช่วยตน ตลอดจนไม่ให้ใครดูหมิ่นตนเองได้ ทั้งนี้ประเทศไทยอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างโชคดีไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์กว่าหลายประเทศนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องกสิกรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ ธ ทรงเคยมีพระราชดำรัสแก่ผู้นำสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์นิคม ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2521 จากหนังสือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการพัฒนาข้าวไทย หน้า 2 ว่า “…..ในสมัยปัจจุบัน อาชีพเพาะปลูกนี้มีความสำคัญมาก เพราะการเพาะปลูกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์ ถ้าเราไม่มีการเพาะปลูก ก็จะไม่มีวัตถุดิบที่จะมาเป็นอาหาร หรือเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือเป็นสิ่งก่อสร้าง ฉะนั้นต้องทำการกสิกรรม…”

นับวัน คำสอนของ ธ ก็ยิ่งสำคัญจนชาวโลกตระหนักว่าเรื่องปากท้องเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ แม้กระทั่งเมื่อวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมายังมีการประชุมในเรื่องความมั่นคงอาหารในกรอบเอเชีย-ยุโรป หรือ ASEM High-Level Conference on Food Security โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องจากประเทศสมาชิก ASEM เข้าร่วมประชุมถึงประมาณ 150 คน เพื่อร่วมกันแก้วิกฤตอาหาร เป็นต้น

นอกจากนี้พระปรีชาสามารถในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านศิลปะและดนตรี ด้านพลังงาน สานความรู้สู่ประชาชน พระราชทานฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาในถิ่นธุรกันดาร เพื่อปวงประชาสุขสมบูรณ์ ตลอดจนโครงการปลูกป่า เพื่อช่วยป้องกันและแก้ปัญหาอากาศแปรปรวน หรือวิปริตได้ รวมถึงโครงการพระราชดำริอีกมากมาย ทั้งนี้ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของ ธ ที่ทรงมีต่อพสกนิกร และประเทศชาติ จนบางประเทศสามารถรับรู้ได้ว่าไม่มีวังใด ๆ ในโลกที่ไม่มีสถานที่อำนวยความสุขสบายเช่นสวนจิตรลดา แต่กลับมีแปลงเพาะปลูก แปลงเลี้ยงสัตว์ และแปลงทดลองต่าง ๆ แทน นอกจากนี้ยังมีมูลนิธิต่าง ๆ เช่นมูลนิธิชัยพัฒนาที่คอยช่วยเหลือทั้งกำลังคน กำลังทรัพย์ ถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็นแก่ผู้ที่ประสพภัยต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะคนในประเทศ แต่ยังช่วยเหลือคนที่อาศัยในต่างประเทศด้วยอย่างทันการณ์ และเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 รตจิตรเองก็ได้ร่วมบริจาคเงินแก่มูลนิธิชัยพัฒนา

ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ ธ ได้แสดงให้ประจักษ์ว่า 65 ปีแห่งการครองราชย์ (2489-2554) ธ ทรงสอน ทรงงาน ทรงทุ่มเท ทรงช่วยเหลือ ทรงสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ ล้วนแล้วแต่ทรงคุณค่านับอเนกอนันต์ จนชาวไทยทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมกันขอเทิดไท้พระทรงธรรม โดยส่งจิตอธิษฐานขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง เพื่อทรงเป็นพ่อของแผ่นดินของปวงชนชาวไทยนิรันดร

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s