น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว เกิดขึ้นเร็วอย่างไม่คาดฝัน


เหตุการณ์ที่ ๑ ♦ ก่อนน้ำท่วม
เหตุการณ์ที่ ๒ ♦ น้ำท่วม และวันที่อพยพ
เหตุการณ์ที่ ๓ ♦ น้ำท่วม และหลังอพยพ
เหตุการณ์ที่ ๔ ♦ ความเครียดจากการใช้ชีวิตช่วงน้ำท่วม

เหตุการณ์ที่ ๓ ♦ น้ำท่วม และหลังอพยพ

ครอบครัวรตจิตรไม่ได้เตรียมอะไรออกมาเท่าไรเพราะกระบะปูนรับน้ำหนักได้ไม่มาก และเกรงใจคนที่ช่วยลาก ช่วยผลักเราออกมา อีกทั้งเวลากระชั้นชิด และเย็นมากแล้ว เหมือนมาตั้งครอบครัวใหม่ ต้องซื้อเกือบทุกอย่าง นอกจากนี้การไม่มีรถมาด้วยนั้น สร้างความลำบากอย่างแสนสาหัสเพราะพวกเราเอารถหนีน้ำไปจอดบนสะพานเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำกัน ตอนเขียนก็ยังห่วง ๆ รถของตัวเอง เพราะวันที่ไปจอดหนีน้ำนั้นก่อนน้ำท่วมเพียงไม่กี่ชั่วโมง ฟังข่าวจากจ.ส. 100 ว่า Honda Civic ถูกทุบ และปิคอัพถูกขโมย ชาวกทม. ทั้งประสบภัยพิบัติแล้ว กลัวรถจะเสียหาย แต่กลับต้องสูญหมด ทำไมคนไทยถึงทำกับคนไทยด้วยกันแบบนี้ ทำให้รตจิตรหวนคิดถึงชาวญี่ปุ่นที่กลับบ้านหลังเกิดสึนามิ ทรัพย์สินยังอยู่เหมือนเดิม

เนื่องจากไม่ได้คิดอพยพ และไฟถูกตัดแต่แรก ๆ ทำให้รตจิตรต้องมาพักที่ระเบียงทะเลรีสอร์ท เพราะยังไม่รู้จักที่ไหน อยู่ที่แหลมปากเบี้ย ต้องเดินเข้าไปจากหาดเจ้าสำราญประมาณ 1.5 ก.ม. รวมระยะทางไป-กลับก็ราว 3 ก.ม. แดดร้อนจัด ช่วงแรกเดินจริง แต่วันต่อ ๆ มาใช้นั่งรถเครื่องคน 10 บาท ซึ่งก็คือมอเตอร์ไซด์เพื่อออกมาหาดเจ้า และต่อรถเมล์ตามที่คนเพชรบุรีเรียก แต่ความจริงก็คือรถ 2 แถวคนละ 30 บาทมาตลาด แต่รตจิตรต้องการลงที่ Big C จึงเสีย 45 บาท เพราะต้องการซื้อข้าวของเครื่องใช้ ที่สำคัญที่สุดคือผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ของแม่ใช้ ไม่น่าเชื่อว่าหมดเกลี้ยงเพราะศูนย์อพยพที่ม.ราชภัฎเหมาไปหมด อีกทั้งคนแก่มาพักที่เพชรบุรีจำนวนมาก รตจิตรจึงต้องเหมารถเมล์เล็ก หรือ 2 แถวเล็กที่เป็นเครื่องรถ 3 ล้อในกทม. นั่นเองมาร้านสุริยะในตลาด และกลับมาเอาของที่ฝากไว้ที่ Big C ก่อนกลับไปที่พัก เขาคิด 300 ค่าเดินทางวันนี้ก็ 345 บาท ราคาปกติที่เหมา 2 แถวเล็กกลับรีสอร์ทคือ 200 บาท การเดินทางแบบนี้บ่อย ๆ ผิวหน้าเริ่มพัง รตจิตรรู้สึกไม่สะดวกที่อยู่ที่นี่ เพราะอาหารการกิน และการเดินทาง ยุงก็ชุมจริง ๆ จนผิวตัวเริ่มลาย อีกทั้งพวกเราต่อรองทางรีสอร์ทขออยู่ยาวโดยไม่ต้องย้ายออกวันที่ 12 เพียงวันเดียว เพราะเราขนย้ายแม่ลำบากมาก เขาก็บอกว่าไม่ได้ รตจิตรและพี่ต้องเดินหาที่พักใหม่ใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ ตั้งแต่วันที่ 1-4 พ.ย. บางที่ก็เต็ม บางที่ก็ไม่มีมุ้งลวด แต่แม่ไม่ค่อยชอบเปิดแอร์ เลยพักไม่ได้เพราะยุงชุม บางที่ก็ไม่ให้สุนัขพัก บางที่ให้สุนัขพักแต่กำหนดน้ำหนัก บางที่บังคับว่าต้องมีกรง แต่สุดท้ายเราก็ได้ที่พักคิดเป็นรายเดือน 9000 บาท ห้องใหญ่พอที่จะอยู่รวมกัน เราจึงประหยัดเช่า 1 ห้องไม่ต้องเช่า 2 ห้องเหมือนแต่ก่อน แต่อาหารการกินที่นี่สะดวกขึ้น อีกทั้งมีรถเมล์ (2 แถวใหญ่) หน้าที่พัก แต่รถเมล์ที่นี่ 2 รอบคือออกประมาณ 7.30 น. ขากลับออกจากตลาด 11 น. ส่วนรอบแรกต้องคอยรอไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ 6 โศษ

บางครอบครัวที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็ใช้วิธีขับรถออกเที่ยวตลอด เพราะมีรถและถือว่ามาพักผ่อน ลดความเครียดจากน้ำท่วม ขับไปล่องเรือที่แก่งกระจานบ้าง ไปตลาดน้ำ และเที่ยวตลาดวันวานที่หัวหินบ้าง ไปมหาชัยเมืองใหม่ เป็นต้น ส่วนรตจิตรต้องคอยดูแลแม่สลับกับน้อง หุงหาอาหาร และดูแลหมา ตลอดจนพยายามทำงานของบริษัทให้ดีที่สุดทางโทรศัพท์ และทาง internet แทน แม้รตจิตรจะค่อนข้างเกรงใจที่ไปขอใช้ wireless แต่เขาใจดีมากให้ใช้ได้ รตจิตรจะพยายามใช้ประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ช่วงนี้ค่อนข้างเหนื่อยเพราะพี่สาวกลับไปพักที่บริษัท และอาจจะเข้ามาที่ที่เราอพยพมาอยู่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง สิ่งที่พี่เคยช่วย เราต้องทำเองหมด เหนื่อย!

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบพระคุณ Capstone Resort ซึ่งมีน้ำใจให้รตจิตรได้ใช้ wireless ติดต่อกับที่ทำงาน ตลอดจนลูกของรตจิตรด้วยค่ะ

เหตุการณ์ที่ ๑ ♦ ก่อนน้ำท่วม
เหตุการณ์ที่ ๒ ♦ น้ำท่วม และวันที่อพยพ
เหตุการณ์ที่ ๓ ♦ น้ำท่วม และหลังอพยพ
เหตุการณ์ที่ ๔ ♦ ความเครียดจากการใช้ชีวิตช่วงน้ำท่วม

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s