วันที่แม่เข้าห้อง ICU ของโรงพยาบาล


เมื่อรถโรงพยาบาลมาถึง ผู้ชาย 4 คนในชุดสีขาว พร้อมทั้งนางพยาบาล 1 คน เข้ามาจัดแจงเอาผ้าปูเตียงของแม่ห่อแม่ขึ้นบนเตียงของโรงพยาบาล ทำให้แม่ตื่น แม่ตกใจมาก เพราะแม่ไม่รู้เรื่องเลย คนมากมาย เป็นใคร มาจากไหน แม่พูดประโยคหนึ่งก่อนที่รตจิตรจะไม่ได้ยินแม่พูดอีกเลย “นี่ จะเอาชั้นไปไหน?” พวกลูก ๆ จึงเพิ่งบอกแม่ว่า เอาแม่ไปโรงพยาบาลนะ

แม่ถึงห้อง ICU ประมาณ 5 ทุ่ม แล้วทางโรงพยาบาลก็จัดการให้แม่พูดไม่ได้อีก จนกระทั่งแม่ตายจากโลกนี้ไป หมอเวรให้เอาท่อช่วยหายใจสอดเข้าไปในลำคอ หมอเวรคืนนั้นบอกว่า เพราะแก๊สในท้องแม่เยอะมาก จะหายใจลำบาก เครื่องช่วยหายใจจะช่วยให้หายใจดีขึ้น และคืนนั้น หมอก็เริ่มตรวจร่างกายแม่สารพัด ให้แม่ฉี่ทางสาย และเริ่มเจาะเลือดแม่คืนแรกเลย ตามกฎของห้อง ICU ห้ามเฝ้าคนไข้ น้องชายจึงต้องกลับบ้าน ปล่อยให้แม่อยู่คนเดียวกับคนที่ไม่รู้จัก คนที่ทำงานไปวัน ๆ หนึ่งตามหน้าที่ แม่ไม่ได้พักเลย เพื่อน ๆ คงรู้อยู่แก่ใจว่า ที่ห้อง ICU โดยทั่วไป นางพยาบาลจะมี 3 กะ แต่ละกะจะเข้ามาเช็คความดัน เช็คการหายใจ เข้ามาดูเครื่องวัดต่าง ๆ เกือบทุกระบบของร่างกาย เข้ามาให้ยาเต็มไปหมดโดยมีเข็มที่เจาะเข้าร่างกายแม่ ให้ทั้งยามหาศาลหลายอย่างจริง ๆ ทั้งให้น้ำเกลือ สลับกับอาหารที่ให้ทางสายยาง อย่าหวังว่าคนไข้ในห้อง ICU จะได้พักผ่อน และอย่าหวังว่าเจ้าหน้าที่พวกนี้จะทำอะไรเบา ๆ เพราะพวกเธอทั้งหลายทำงานแข่งกับเวลาทั้งสิ้น ภายใน 1 ชั่วโมงเธอต้องทำหน้าที่ให้ครบทุกห้อง เพื่อไปบันทึกลงในประวัติคนไข้ แล้วก็เวียนมาทำใหม่ ยิ่งตอนเย็นที่ต้องทำความสะอาดคนไข้แล้ว ยิ่งไม่มีเวลา เธอจะทำงานกันอย่างรวดเร็ว จะหวังให้นุ่มนวล หรือเบา ๆ ค่อนข้างยาก

คืนนั้น ก่อนกลับบ้าน น้องชายของรตจิตรได้เขียนให้พยาบาลรับทราบถึงข้อระวัง ในการดูแลแม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับขาของแม่ แม้ว่าหลายคนอาจจะแอบหัวเราะหรือซุบซิบหรือไม่ใส่ใจ แต่เพราะพวกเราไม่ต้องการให้สิ่งไม่ดีเกิดกับแม่ เราหวังแต่ว่าโรงพยาบาลจะช่วยแม่ได้ ไม่ใช่เลวร้ายไปกว่าเดิม เราเหลือแม่เพียงคนเดียว พวกเราดูแลแม่ด้วยใจรักอย่างยิ่งมาตลอด โดยเฉพาะน้องชายของรตจิตร ซึ่งต้องผูกพันกับแม่เป็นที่สุดเพราะดูแลอย่างใกล้ชิดเนื่องจากแม่เดินไม่ได้มานานมาก
วันแรกทางโรงพยาบาลบอกว่าแม่มีอาการบวมน้ำเฉย ๆ ไม่มาก แต่บอกต่อว่า กระเพาะของแม่อาจเป็นมะเร็ง เพราะมีเลือดออก จึงต้องทำ ultrasound ท้องครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งพ่อของเพื่อนรตจิตรก็เคยเจอ case นี้ แต่กลายเป็นนางพยาบาลแยงสายอาหารลึกไป เพราะช่วงกระเพาะของคนไข้ แต่ละคนไม่เท่ากัน ภายหลัง หมอกลับมาบอกว่า เป็นกรณีที่รตจิตรสงสัยจริง คือเลือดที่กระเพาะอาจเกิดจากการแยงสายอาหารแรง และอาจลึกไปด้วย

เหตุการณ์เหล่านี้ เพื่อน ๆ คิดว่าพวกเราลูก ๆ จะวางใจโรงพยาบาล หรือจะวางใจหมอ หรือจะวางใจใครได้อีก
รตจิตรและลูกได้แต่ขอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และที่ลืมไม่ได้คือพระราชบิดา ที่โรงพยาบาลศิริราช เราสองคนแม่ลูกจะไปไหว้ขอพระราชบิดาคุ้มครองแม่เสมอ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พวกเรามีพระองค์เป็นที่พึ่ง

บทนำ บันทึกรักถึง “แม่”
วันที่ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ใครทำกระดูกขาของแม่แตก
จดหมายด่วนที่สุดถึงประธานโรงพยาบาล
การกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของหมอ
หลังจากแม่จากไป

สงวนลิขสิทธิ์โดย © รตจิตร
~~~~

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s