บรรยายธรรม โดย วัดช่างเหล็ก


สรุปโดย ©รตจิตร
Concluded by Ratajit | October 4, 2015

**งานเขียนนี้ของรตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน
ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระอธิการ วรท อภิวโร

วัดช่างเหล็ก เขตตลิ่งชัน กทม.

วันและสถานที่ : เสาร์ที่ 12 กันยายน 2558 ณ ชมรม แมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

ความจริงท่านพระอธิการ วรท อภิวโร บรรยายธรรมโดยมีเนื้อหาค่อนข้างมาก แต่เพื่อให้รวบรัด รตจิตรจึงเขียนสรุปอย่างย่อ โดยดึงประเด็นเฉพาะที่เพื่อน ๆ น่าจะอ่านแล้วสนุก และที่ควรนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ท่านพระอธิการ วรท อภิวโร เริ่มบรรยายธรรมโดย กล่าวว่า

1. พระพุทธเจ้าไม่เคยทรงบอกว่า ใครดี ใครชั่ว แต่บอกว่า
– คน ๆ นั้น ทำกุศล หรือทำอกุศล
– ถ้าทำกุศล ก็ยังผลให้ได้เหตุแห่งสุข ถ้าทำอกุศล ก็คือเหตุแห่งทุกข์

2. พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแต่เรื่องทุกข์ แต่สอนให้เข้าถึงความสุข เช่น
– นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ (อ่านว่า นิพพานัง ปรมัง สุขัง) หมายถึง นิพพานเป็นความสุขอย่างยิ่ง เป็นความสุขสูงสุด
– สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย หมายถึง การสั่งสมบุญมีความสุข
– ให้ทานเป็นบันได ให้ชีวิตมีความสุข พระพุทธองค์ ดำเนินชีวิตโดยมีทาน จากหลาย ๆ เรื่อง

ศีล_สมาธิ_ปัญญา

3. พระพุทธเจ้าทรงสอนหลักธรรม 3 ข้อที่ทำให้จิตผ่องใส ซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง ดังนี้
– งด/ละบาป ละชั่ว คือละชั่วอย่างเด็ดขาด
– เจริญบุญกุศล คือทำดีอย่างต่อเนื่อง
– จิตผ่องใส คือผลจากการละบาป และเจริญบุญกุศล

4. ศีล ถือเป็นอาภรณ์ประดับให้คนเรางดงาม เรียบร้อยดีไม่มีโทษ เป็นความร่มเย็นเป็นสุข ที่อยู่ในใจคนเรา โดยอย่างน้อยต้องถือศีล 5 ได้แก่
(1) ปาณาติปาตา ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
(2) อทินนาทานา ห้ามลักทรัพย์
(3) กาเมสุ มิจฉาจารา ห้ามประพฤติผิดในกาม
(4) มุสาวาทา ห้ามพูดปด หรือพูดไปแล้วเขาเสียหาย/เสียประโยชน์ หรือพูดจาสอดเสียด หรือพูดคำหยาบ
(5) สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา ห้ามดื่มสุราและเมรัย และสิ่งเสพต่าง ๆ เพราะ
– คำว่าสุรา หมายถึงเหล้า
– คำว่าเมรัย หมายถึง ของหมัก
– คำว่ามัชช หมายถึง ของเสพติด

ศีลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนโยมที่ชอบการเจริญภาวนา ควรรู้หลักการจริง ๆ ว่า การเจริญภาวนานั้นต้องใช้สติ ต้องสำรวจตัวเอง ด้วยว่า ตนมีศีลจริงหรือไม่ ศีลที่มีนั้นเป็นศีลบริสุทธิ์หรือไม่ การโมทนาบุญ ก็ได้บุญ หากโมทนาบาป ก็ได้บาป มีตัวอย่างเกี่ยวกับ พระนางพิมพา ซึ่งเกิดทุกชาติไม่เคยทำบุญเอง แต่โมทนาบุญไปด้วยกับ พระพุทธองค์ จึงได้เป็นพระอรหันต์ และได้ขึ้นสวรรค์

อริยมรรคมีองค์ 8

5. จิตของคน
หลายคนมีคำถามอยู่ในใจบ่อยครั้งว่า เมื่อตนเองชอบนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ปฏิบัติเท่าไร ก็ยังไม่สงบ ไม่บรรลุธรรม เพราะเกี่ยวกับสมาธิ และปัญญา โดยต้องทรงสติสัมปชัญญะ ให้ตั้งมั่น และใช้ปัญญาโดยเอาสติไปฟัน หรือไปฆ่ากิเลสให้หมด

6. อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อเป็น 3 อย่างได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา และย่อเป็น 1 คือ สตินั่นเอง อริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่
(1) สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นชอบ
(2) สัมมาสังกัปปะ คือ ความดำริชอบ
(3) สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ
(4) สัมมากัมมันตะ คือ ทำการงานชอบ
(5) สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีพชอบ
(6) สัมมาวายามะ คือ มีความเพียรชอบ
(7) สัมมาสติ คือ ระลึกชอบ
(8) สัมมาสมาธิ คือ ตั้งใจชอบ

7. อะไรเป็นบุญ
พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ 3 ทางคือ คิดดี พูดดี และทำดี โดยอย่าคิดว่าต้องใช้กรรมหมดก่อน จึงจะไปนิพพานได้ แม้แต่พระพุทธองค์ก็ยังมีกรรมติดตัว แม้พระองค์จะนิพพานไปนานแล้ว

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s