วัดเขมาภิรตาราม คำสอนของ พระพุทธเจ้า


สรุปโดย ©รตจิตร concluded by Ratajit

**งานเขียนนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน
ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระครูเกษมธรรมนิวัฐ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
วัดเขมาภิรตาราม ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี 11000 จังหวัดนนทบุรี

วันและสถานที่ : เสาร์ที่ 26 กันยายน 2558 ณ ชมรม แมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

ก่อนเริ่มการบรรยายธรรมที่ ชมรม แมสบุญรักษา ทุกครั้ง พวกญาติโยม จะกล่าว คำอาราธนาธรรม ก่อน ดังนี้

” พรหมมา จะโลกาธิปะตี สะหัมปะตี…………………กัตอัญชะลี อันธิวรัง อะยาจะถะ
สันตีธะ สัตตาปปะระชัก ขะชาติกา……………………เทเสตุ ธัมมัง อุนะกัมปิมัง ปะชัง ฯ ”
ซึ่งแปลว่า “ท้าวสหัมบดี แห่งโลก ได้ประคองอัญชลีทูลวิงวอนพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐว่า สัตว์ผู้มีธุลี ในดวงตาน้อย มีอยู่ในโลกนี้ ขอพระคุณเจ้าโปรดแสดงธรรม อนุเคราะห์ด้วยเถิด”

ท่านพระครูเกษมธรรมนิวัฐ เริ่มด้วย ส่วนหนึ่งในบทประพันธ์ของ ถนอม อัครเศรณี ที่ประพันธ์ให้โรงเรียน บ้านโป่ง ว่า
“เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย”

ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อบทประพันธ์เป็น “เมืองกังวล” ท่านพระครู ฯ เป็นพระสงฆ์ที่เจ้าบทเจ้ากลอนมาก เช่น กาพย์ยานี ๑๑ ของท่านพระครู ฯ ที่ รตจิตร ชอบมาก ๆ ที่ทำให้มนุษย์และสรรพสิ่งมีความสุข แต่ รตจิตร ใช้วิธีจดจำมา อาจจะผิดพลาด ก็ขออภัยไว้ที่นี่ค่ะ ท่านพระครู ฯ
“แสงแดด และอากาศ
น้ำสะอาด อาหารดี
ออกกำลังอย่างเต็มที่
ชีวิตดี ผ่องอำไพ”

Buddha_teaching

ในที่นี้ รตจิตรอยากสรุป คำสอนต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า ที่ท่านพระครู ฯ ยกขึ้นมาบรรยายไปเรื่อย ๆ ได้แก่

1. พระพุทธเจ้า ทรงตรัสว่า ความดี ความงาม พวกท่านเป็นผู้กระทำ เราตถาคตเป็นเพียงผู้บอก เพราะ
คำสอนของพระพุทธเจ้า มีลักษณะพิเศษเฉพาะ 4 ลักษณะคือ (1). เปิดเผย (2). เป็นสัจธรรม (3). ไม่สามารถคัดค้านได้ และ (4). พิสูจน์ได้

2. ผู้รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น
สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสา
เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กฺวจิ
เอวํ ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรสํ
ตสฺมา น หึเส ปรํ อตฺตากาโม
คำแปล : เราคิดค้นหาทุกทิศแล้ว ก็ไม่พบผู้อื่นซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตนในที่ไหน ๆ ถึงผู้อื่นก็มีตนเป็นที่รักมากอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น

มารผจญ_นางตัณหา_ราคา_อรดี

3. นารีพิฆาต
ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ เป็นช่วงของนารีพิฆาต คือธิดามาร 3 ตนของวสุดีมาร ที่พ่ายแพ้แก่พระพุทธเจ้า แต่ลูกสาวทั้งสาม คือ นางตัณหา นางราคา และ นางอรดี ไม่ยอมแพ้ เพราะต่างมั่นใจว่า อะไร ๆ ก็แพ้แก่สตรีทั้งสิ้น ดั่งเช่น
“อสรพิษเข้ามาข้าไม่หวั่น…………………ช้างตกมันประจันหน้าข้าไม่หนี
สิ่งที่กลัวคือ “โคเขาอ่อน” มาราวี………..ขวิดเข้าที่จีวรขาดบาตรกระเด็น

เหตุการณ์นารีพิฆาตนี้ ไม่ได้ทำให้พระพุทธเจ้าหวั่นไหว แต่ทำให้พระอานนท์เดือดร้อน เพราะนางทั้งสาม ด่าว่าราวีถึง 7 วัน 7 คืน ในขณะที่พระพุทธเจ้า ไม่ทรงหนี เพราะถ้าหนี ก็ต้องมีอีก ไม่หมดสิ้น
ท่านพระครูเกษมธรรมนิวัฐ เล่าบทธรรมเรื่องนี้ เพื่อจะชี้ให้โยมในห้องรู้ถึงขันติของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นความอดทน ที่เป็นตะบะใหญ่ยิ่ง และการชนะกิเลส ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังนั้นการข่มจิต ประคองจิต จึงสำคัญมาก เพื่อให้ใจสะอาด ใจสว่าง และใจสงบ เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้

รตจิตรก็สรุปธรรมบรรยาย ซึ่งจัดโดยชมรมชาวพุทธพาต้า จบไปอีก 1 เรื่อง หวังว่าเพื่อน ๆ คงอ่านสนุก แบบมีสาระ และมีประโยชน์ในการดำรงชีวิต

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s