วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ความไม่ประมาท


Precaution and Live together with Happiness

สรุปโดย ©รตจิตร
Concluded by Ratajit | December 14, 2015

**งานเขียนนี้ของรตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน และกรณีที่เขียนสรุปผิดพลาดในความหมายโดยไม่ได้มีเจตนา รตจิตร ต้องขอโทษด้วย

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ผู้บรรยายธรรม : พระมหานภันต์ สฺนติภฺทโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
วันและสถานที่ : วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 58 @ ชมรมแมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

วันนี้ รตจิตร โชคดีมากที่ได้ฟังธรรมจาก พระมหานภันต์ จากวัดสระเกศ ในช่วงที่ความจริงท่านควรปฏิบัติกิจธุระในฐานะธรรมฑูต สายต่างประเทศ ณ ประเทศอังกฤษ แต่มีบริษัทข้ามชาติในประเทศนิมนต์ท่านกลับมาชั่วคราว จึงเป็นโอกาสดีของชาวพุทธพาต้า ที่ได้ฟังการแสดงธรรมของท่าน ที่ทั้งลึกซึ้ง แต่ง่ายแก่การเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถนำไปใช้ในสังคม และในชีวิตประจำวันได้อย่างเกิดประโยชน์ด้วย รตจิตร ตั้งใจตั้งแต่ตอนเริ่มฟังพระธรรมเทศนาว่า กุศลที่ได้ในวันนี้ รตจิตรขออุทิศให้แก่แม่ที่ล่วงลับ และการเขียนสรุปเพื่อเป็นธรรมทาน รตจิตรขออุทิศส่วนกุศลให้แก่หมาสุดที่รัก Jordison ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสิ้น พระมหานภันต์ ยังได้พูดถึงเรื่อง ปัตตานุโมทนามัย คือเมื่อฟังธรรม หากบอกคนให้โมทนากับบุญกุศลนี้ ที่เราได้ทำ หรือมีผู้ทำปัตติทานมัยแล้ว หรือคือ บุญที่สำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ จะทำได้ก็ต่อเมื่อ (บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ) ให้เราก่อน

ก่อนเริ่มแสดงธรรม พระมหานภันต์ ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับ อานิสงส์ของการฟังธรรม ซึ่งมี 5 ข้อ ท่านได้สรุปจนสอดคล้อง สามารถจดจำได้ง่ายมากดังนี้
ได้ฟังเรื่องใหม่ ได้ใส่ใจเรื่องเก่า ได้บรรเทาความสงสัย ได้แก้ไขความเห็นผิด ได้ทำจิตให้ผ่องใส

Dhamma_by_Ratajit

ต่อนี้ไป รตจิตร ขอสรุปสิ่งที่ พระอาจารย์ ได้บรรยายธรรมอย่างสั้น ๆ เป็น เรื่อง ดังนี้
1. ไตรสิกชา

พระอาจารย์เน้นว่า มนุษย์ควรฝึกสมาธิตลอดเวลา จนเป็นอัตโนมัติ หมายถึงการฝึกให้รู้สึกตัว เพื่อให้อยู่กับปัจจุบัน การทำอะไรต้องมีสติ จะได้มีปัญญาเพื่อแก้ไขชีวิต เหมือนน้ำที่นิ่ง ทุกอย่างตกตะกอนฉันใด น้ำก็จะใสเห็นได้ทุกอย่างฉันนั้น
หรือสรุปได้ว่า มนุษย์นอกจากจะมีศีลแล้ว ยังต้องมีสมาธิ มีปัญญา ซึ่งก็คือเรื่องไตรสิกขานั่นเอง หมายถึง ข้อปฏิบัติที่พึงศึกษา 3 ประการ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อการดำรงชีวิตที่ดี เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

2. ความไม่ประมาท และความตาย

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า …..อัปปมาทะ ความไม่ประมาท คือ การมีชีวิตอยู่อย่างมีสติตลอดเวลา ถ้าอยากไม่ประมาท เธอต้องระลึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก และพิจารณาให้ใจสงบจากอกุศลธรรม…. ในขณะเดียวกันก็ควรเร่งสะสมบุญ พระอาจารย์เปรียบเรื่องนี้ว่าเหมือนเรื่อง การต้อนวัว 500 ตัวดังนี้

500_Cows_water_colour_by_Sw_Eden

วัวที่ถูกต้อนเข้าคอกแต่ละตัว จนครบ 500 ตัว หากเราจะปล่อยวัวออกมา วัวตัวที่ 500 ก็จะออกมาก่อนวัวตัวที่ 1 ดังนั้นหากเราสะสมบุญ หมั่นทำความดีไปเรื่อย ๆ เมื่อความตายมาถึง เราก็จะคิดถึงแต่สิ่งดี ๆ เมื่อเราทำอะไรอยู่บ่อย ๆ ก็จะเหนี่ยวนำจิตของเราไปทางนั้น ดั่งคำบาลีที่ว่า
จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติปาฏิกังขา เมื่อจิตไม่เศร้าหมองก็ไปสุคติ

3. ปัญญา

พระมหานภันต์ ได้นำวีดีโอหนึ่งมาให้พวก รตจิตร ดู เกี่ยวกับ “Don’t judge too quickly” เพื่อแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมของคนเป็นไปตามคุณภาพใจ ปัญญาของคน ๆ นั้น ก็เห็นแค่นั้น ในวีดีโอ มีชายคนหนึ่ง เดินพาน้องหมาเที่ยวในสวน หมากระชากเพราะเจอหมาอื่น ขนม chocolate ที่ชายคนนั้นจะกิน ตกพื้นบริเวณหลังก้นเจ้าตูบ ชายเจ้าของตูบก้มหยิบมากิน ขณะนั้นยายหลานในสวนเห็นพอดี คิดว่าเจ้าของหมากินอึของเจ้าตูบ ยายหลานต่างทำหน้าแหยรังเกียจทันที สาเหตุเพราะคุณภาพใจ คุณภาพความคิดที่ต่างกัน url link ข้างล่างนี้เป็น youtube เพื่อประกอบคำบรรยายของการแสดงธรรมในวันนั้น

รตจิตร ขอแถมท้ายนิดหนึ่งว่า วันนั้น ก่อนที่ พระอาจารย์ จะแสดงธรรม ท่านได้ถามก่อนว่าญาติโยมอยากถาม หรืออยากฟังเรื่องอะไร รตจิตร ขอท่านแสดงธรรม เรื่อง “ปฏิจจสมุปบาท” เพราะอ่านมา 2-3 ครั้งแล้ว ไม่เข้าใจลึกซึ้งสักที แต่เวลามีจำกัดจริง ๆ อะไรที่สอดแทรกเรื่องนี้ได้ พระอาจารย์ก็จะบอก ปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา หรือ ปัจจยาการ นั้นพูดถึงการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยซึ่งกันและกัน เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย เช่น
– เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี หรือ
– เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี

สุดท้ายก่อนที่รตจิตรจะร่วมใส่บาตร หรือถวายปัจจัยแก่ พระมหานภันต์ ได้เตือนสติพวกเราอีกครั้งว่า ท่านได้รดน้ำแห่งพระธรรมให้พวกเราแล้ว ถ้าเราตั้งใจ คิดดี พูดดี ทำดี ก็จะส่งผลดี ๆ แก่เราเอง เพื่อให้ใจของเราคิดแต่เรื่องดี ๆ จนเป็นนิสัย อย่าให้ความไม่ดีของใครมาเปลี่ยนความดีในใจเรา แต่ควรให้ใจเราจับยึดแต่สิ่งดี ๆ ฝึกทำเรื่อย ๆ เพราะหากเราไม่มีเรื่องดี ๆ ให้คิดถึง หากมีทุกขเวทนาขึ้นมา เราก็จะไม่ได้คิดถึงเรื่องดี ๆ

สิ่งที่รตจิตร เขียนเพื่อเล่าการแสดงธรรมของ พระมหานภันต์ สู่กันฟัง เพื่อเป็นธรรมทานในวันนี้ ยังมิอาจเทียบกับสิ่งที่รตจิตรได้นั่งฟังธรรมจริง ๆ จากท่านในวันนั้น รตจิตร หวังว่าในอนาคต คงจะได้ฟัง พระมหานภันต์ แสดงธรรมไปเรื่อย ๆ เพื่อมาเล่าสู่กันฟังอีก

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s