ไปดูงานที่พิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี


ประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาดูงาน
ที่พิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

อาจารย์พราว อรุณรังสีเวช เดินทางไปยังประเทศอิตาลีนานกว่าอาจารย์ท่านอื่น ๆ ในคณะวิทยาการจัดการ โดยใช้เวลารวมคือ ๑๒ วัน เดินทางตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ และกลับถึงประเทศไทยวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๘ ทั้งนี้เพราะได้นำเสนอผลงานวิจัย ๒ เวที ซึ่งเวทีแรก ข้าพเจ้ามิได้เบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุนพัฒนาบุคคลากร เวทีแรก ข้าพเจ้านำเสนองานในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าได้เห็น ได้เปรียบเทียบลักษณะวัฒนธรรมการนำเสนองานวิจัยที่อื่น กับที่ที่ Waset เป็นผู้จัดขึ้น ในวันนั้น ข้าพเจ้าพบอาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ๒ คน ที่มาประชุมวิชาการในที่เดียวกัน

ช่วงระหว่างวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ถึง วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ข้าพเจ้าได้ศึกษาดูงานในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และเมื่องใกล้เคียง ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกพอใจมาก ที่ได้เห็นงานศิลปะ และงานสถาปัตยกรรมที่ข้าพเจ้ารู้จัก และคุ้นเคยจากการสืบค้นข้อมูลทางเว็บไซต์

ปีที่ ๒ ของหลักสูตรปริญญาเอก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ข้าพเจ้าได้เดินทางไปเรียนที่ Ohio University ซึ่งข้าพเจ้ามิได้เพียงนั่งเรียนในวิชาที่ข้าพเจ้าลงทะเบียนเท่านั้น แต่ข้าพเจ้าไปขอนั่งเรียนในวิชาอื่น ๆ เช่น วิชา Gender and Art History เนื่องจากในช่วงเวลานั้น ข้าพเจ้าสนใจงานศิลปะประเภท Slash และ Yaoi Fan Art ซึ่งเป็นงานศิลปะที่ผู้เขียนและผู้วาดส่วนมากเป็นผู้หญิง เป็นการแสดงออกของเพศหญิงผ่านตัวละครชายที่พวกเขานำมาสร้างเป็นความสัมพันธ์แลลรักร่วมเพศ ข้าพเจ้าคาดเดาว่าวิชานี้เกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่ข้าพเจ้าสนใจ จึงได้ขอเข้าไปนั่งเรียน อาจารย์ของวิชานี้ ได้ให้บทความมาอ่าน และแสดงภาพประกอบในห้อง เกี่ยวกับ Antinoo ที่ เชื่อกันว่าเป็นแฟนของพระราชา Hadrian

รูปประกอบ กรุงโรม ประเทศอิตาลี นำมาใช้เป็นรูปประกอบเท่านั้น ที่จริงรูปที่ไปเที่ยวอิตาลี ไม่เคยเอามาลงเว็บนะ

เมื่ออาจารย์พราว อรุณรังสีเวชเดินทางถึงที่พัก ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในห้องพักมีรูปถ่ายของจักรพรรดิโรมัน ที่ทำให้อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชคิดถึงบทความที่ตนเคยอ่าน ทำให้ข้าพเจ้าลองค้าหาข้อมูลในอิเตอร์เน็ต และเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับจักรพรรดิ Hadrian และ Antinoo

๑. Villa Adriana (Villa Hadrian) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Tivoli อยู่ไม่ไกลจากกรุงโรม ใช้เวลาเดินทางเพียง ๑ ชั่วโมงโดยรถไฟ และต่อด้วยรถประจำทางท้องถิ่น

๒. เสา The Antinous Obelisk in the Pincio Hill of Rome ซึ่งสถานที่นี้ อยู่ในกรุงโรมตอนบน

๓. พิพิธภัณฑ์ Vatican ซึ่งมีรูปปั้นของทั้ง Hadrian และ Antinoo อยู่มากกว่าที่อื่น ๆ ในโลก รูปปั้นเหล่านี้ มักถูกขนย้ายมาจาก Villa Adriana ที่ข้าพเจ้าก็เดินทางไปมา

ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ Vatican ข้าพเจ้าได้เดินทางไปที่นั่นในวันอาทิตย์สิ้นเดือน ซึ่งสามารถเข้าชมได้ฟรี ทำให้มีคนจำนวนมาก ต่อแถวเพื่อรอเข้าชม เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่ามีคนต่างชาติเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้เห็นบรรยากาสการชมพิพิธภัณฑ์ที่เบียดเสียดถึงเพียงนี้

รูปประกอบ กรุงโรม ประเทศอิตาลี นำมาใช้เป็นรูปประกอบเท่านั้น ที่จริงรูปที่ไปเที่ยวอิตาลี ไม่เคยเอามาลงเว็บนะ

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้จากการชมพิพิธภัณฑ์ Vatican คือ อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชได้เห็นงานศิลปะสมัยโบราณจำนวนมาก และข้าพเจ้าก็ถ่ายภาพของสิ่งเหล่านั้นมา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ประกอบการสอนวิชา ศิลปะเพื่องานนิเทศศาสตร์ (FCA1103) เช่น

๑. การลงสีบนปูนเปียก หรือที่เรียกว่า Fresco ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวถึงตอนที่เรียนเรื่องทฤษฏีสี และเทคนิคการลงสี สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เห็น คือ ลักษณะการผุพังของภาพเขียนแนวนี้ คือ การที่ปูนแตกออกมาเป็นก้อน แสดงให้เห็นว่า ศิลปินผู้วาดภาพ เป็นคนฉาบปูนด้วยตนเอง และเขียนภาพในขณะที่ปูนส่วนนั้น ๆ ยังไม่ set ตัว กล่าวคือ ปูนที่แตกออกมา ไม่ใช่โครงสร้างของผนังอาคาร

๒. ภาพเขียนแบบสีครอบงำ หรือ สีส่วนรวม (Tonality of Colors) ซึ่งปัจจุบันเชื่อกันว่า ภาพเขียนยุคโรมัน ใช้วิธีการเลือกใช้สีวิธีนี้ เพื่อให้ภาพดูมีเอกภาพ (Unity) และมีความกลมกลืนกันทั้งภาพ (Harmony) แต่เมื่ออาจารย์พราว อรุณรังสีเวชได้ไปเห็นกับตาตนเอง ก็มีความคิดที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เคยทราบมาจากการสอนวิชาศิลปะเพื่องานนิเทศศาสตร์ เพราะหลายส่วนของพิพิธภัณฑ์ ไปอนุญาตให้ถ่ายภาพโดยใช้ Flash เพราะแสงอาจทำลายสีของภาพเขียนโบราณ และผลของการถูกแสงทำลายสี จำทำให้สีฟ้าในภาพเขียนหายไป และภาพจะมองแล้วเป็น สีครอบงำ หรือ สีส่วนรวม ที่เน้น สีเหลือง น้ำตาล แดง เป็นหลัก การที่ภาพถูกแสงทำลายสี ไม่เกิดกับภาพเขียนที่ใช้วิธี Fresco ซึ่งภาพเขียนวิธี Fresco ที่ข้าพเจ้าเห็นในพิพิธภัณฑ์ มิได้ใช้หลักการสีครอบงำเลย
ข้าพเจ้าจึงคิดว่า การสอนในภาคเรียนต่อไป ควร Discuss เรื่องนี้ให้ นักศึกษาฟัง

๓. รายวิชาดังกล่าวยังมีหัวข้อ แนวคิด กระบวนการคิดเชิงศิลปะและแรงบันดาลใจ ซึ่งมักพูดถึง งานศิลปะที่มีความหมายแอบแฝง หรือ สื่อความหมายได้มากกว่าภาพที่ปรากฎ ในพิพิธภัณฑ์นี้ มีภาพเขียนชื่อดังของ Salvador Dali ซึ่งข้าพเจ้าเคยใช้สอนในภาคเรียนที่ผ่านมา

รูปประกอบ กรุงโรม ประเทศอิตาลี นำมาใช้เป็นรูปประกอบเท่านั้น ที่จริงรูปที่ไปเที่ยวอิตาลี ไม่เคยเอามาลงเว็บนะ

ในรายวิชาเดียวกัน ใน Powerpoint ที่อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชใช้เป็นเอกสารประกอบการสอน เคยมีภาพตัวอย่าง การสมดุลย์แบบอสมมาตร ซึ่งข้าพเจ้าได้มาจาก Flickr.com โดยเลือกภาพที่เป็น Creative Commons มาใช้ เมื่อข้าพเจ้าเดินทางไปชม Rome Forum จึงทำให้ข้าพเจ้าทราบว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพทางเข้าของ Rome Forum ข้าพเจ้าดีใจมาก และ Plan ว่าจะนำภาพที่ตนเองถ่ายเอง มาให้นักศึกษาในภาคเรียนต่อไปชม แทนภาพเดิมที่มาจาก internet

สิ่งหนึ่งที่อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชตั้งใจว่าจะไปซื้อที่กรุงโรม คือ อุปกรณ์ทางศิลปะ เนื่องจากอาจารย์พราว อรุณรังสีเวชสอนวิชาเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบ หลายครั้งที่อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชนำอุปกรณ์จริงมาให้นักศึกษาดู เช่น สีน้ำคุณภาพ Artists ที่มีราคาแพง และปกตินักศึกษาจะไม่มีโอกาสได้ใช้กัน ระหว่างที่อยู่ที่กรุงโรม ข้าพเจ้าดูแผนที่เพื่อหาร้านขายอุปกรณ์ศิลปะ และเมื่อไปถึง ได้พิจารณาว่าสิ่งใดที่ราคาถูกกว่าที่ไทย ข้าพเจ้าได้ซื้อพู่กันมัดลวด มา 1 ด้าม ซึ่งเป็นพู่กันที่อุ้มน้ำได้ปริมาณมาก และเหมาะสำหรับระบายสีน้ำ ข้าพเจ้าตั้งใจว่า จะนำไปให้นักศึกษาดู เพราะภาคเรียนหน้า ในภาคเรียนต่อไปนั้น ข้าพเจ้าได้เตรียมถาดสีน้ำใหม่จำนวน ๓ ถาด เพิ่มจากของเดิมที่มีอยู่ ๒๔ ถาด (นักศึกษาไม่คืน ๒ ถาด) โดย ๓ ถาดใหม่นี้ ข้าพเจ้าใช้สีน้ำระดับ Studio และ Artist เพื่อให้นักศึกษาที่ระบายสีน้ำได้ถูกหลักแล้ว ได้ใช้ในกิจกรรมในชั้นเรียนวิชา ศิลปะเพื่องานนิเทศศาสตร์และหลักการออกแบบ

สมัยอาจารย์พราว อรุณรังสีเวชเรียนปริญญาตรี อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ และมีความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมโบราณอยู่บ้าง การเดินทางมากรุงโรมครั้งนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นสถานที่จริง และมีความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เช่น

๑. Pantheon ซึ่งใช้การเรียงหิน/อิฐแบบ Arch ซึ่ง Span ได้กว้างที่สุดและยังมีช่องเปิดด้านบนที่กว้างที่สุดอีกด้วย

๒. Villa d’Este ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยทำวิจัยสมัยเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพราะเป็น Villa ที่มีระบบน้ำ ได้มาจากธรรมชาติ กล่าวคือ เป็นการสร้าง Villa โดยจัดการระบบการไหลของน้ำให้มีศิลปะ สมัยก่อน ข้าพเจ้าเคยวาดฝังการไหลของน้ำใน Villa Villa Lante และทำโมเดลของ Villa ดังกล่าว

รูปประกอบ กรุงโรม ประเทศอิตาลี นำมาใช้เป็นรูปประกอบเท่านั้น ที่จริงรูปที่ไปเที่ยวอิตาลี ไม่เคยเอามาลงเว็บนะ

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s