Healing the Heart: An X-Men Dramatic FanFiction ตอนที่ 10


บันทึกคาบที่ 10
ผู้เขียน: อาจารย์ Shadowcat หรือ Katherine Anne Kitty Pryde
สถานที่: X-Mansion หรือ Xavier’s School for Gifted Youngsters หรือ Xavier Institute
Note: นามสมมติจาก X-Men เขียนคล้ายแฟนฟิคชั่น แต่ผู้เขียนพยายามบอกบางสิ่งที่ไม่ใช่นิยาย

วันนี้ ข้าพเจ้าทำหน้าที่เป็นอาจารย์อีกเช่นเคยคาบนี้เป็นคาบที่ 10 ข้าพเจ้าทำงานนอกเวลาราชการอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตาม คาบนี้เป็นคาบสุดท้ายที่ข้าพเจ้าจะต้องผ่านมันไปให้ได้ ข้าพเจ้ารู้ตนเองดี ว่าตนเองมีความกังวล ความกังวลที่เกิดจากความแปลกใจในวัฒนธรรมที่ไม่เคยประสบมาก่อนจากสถานที่อื่นๆ ที่เคยอยู่มา แต่ความกังวลจะเกิดต่อไป ถ้าเราไม่เผชิญหน้ากับมัน เรารู้ว่าเราพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะวิธีสอนนักศึกษา ไม่ได้มีเพียงวิธีการพูด เรามีวิธีอื่นที่จะสอน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของเรา หรือ การให้เกรด ซึ่งมีงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่า เกรดคือ Feedback ที่ทำให้นักศึกษาพัฒนาตนเองได้ดีที่สุด

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภาคเรียน ความรู้สึกแย่ๆ กำลังจะผ่านไปจนหมดสิ้น ข้าพเจ้านัดนักศึกษามาเรียนตอน 10.00 น. ซึ่งสายกว่าเวลาเรียนปกติ 1 ชั่วโมง เมื่อเข้ามาถึง มีนักศึกษาที่มานั่งอยู่ในห้องจำนวน 6 คน จากจำนวน 12 คน คาบนี้ Quill ต้องนำเสนองานหน้าห้อง แต่เขาก็ยังไม่มา ข้าพเจ้าไม่ได้กล่าวว่าอะไร ข้าพเจ้าเดินดูผลงานของผู้ที่มาทำงานในห้อง หากว่าอาจเจอการติดขัด จะได้ช่วยแนะนำก่อนที่จะเริ่มการ Review ตอนบ่าย โดยปกติแล้ว จะมีการ Review โดยเชิญคนนอกเข้ามาให้ข้อเสนอแนะกับนักศึกษา ข้าพเจ้าเคยชินกับการ Review ดี เพราะอยู่เรียนในลักษณะนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ทุกครั้งที่จะมีการ Review จะอดหลับอดนอนวันก่อนหน้านั้น ตั้งใจและตื่นเต้นสุดๆ ข้าพเจ้าได้วาดความหวังไว้ว่าจะพบนักศึกษาที่เป็นอย่างนี้ แต่เมื่อถึงวัน Review ข้าพเจ้าผิดหวังกับงานของหลายคน แต่ไม่ใช่ทุกคนนะ

ผ่านไปประมาณชั่วโมงหนึ่ง นักศึกษาคนอื่นๆ เริ่มมากันครบ บางคนแทบไม่มีงานส่งเลย แต่บางคนทำเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าปลอบใจตนเองว่า “ก็ยังดีนะ Kitty สู้ต่อไป เด็กๆ ก็แบบนี้แหละ คนที่เขามาสาย อาจเพราะตอนเช้าคงจะไปทำงานที่บ้านจนเสร็จกระมั้ง” แน่นอนข้าพเจ้าพยายามมองโลกในแง่ดี

เมื่อเวลาเที่ยงผ่านไป หลังจากนักศึกษาแยกย้ายไปรับประทานอาหาร ในคาบเรียนช่วงบ่าย เป็นเวลาที่ข้าพเจ้าแปลกใจมาก แปลกใจยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ที่เคยมาสอน ณ ที่ X-Mansion แห่งนี้ นักศึกษาที่มาในช่วงเช้า จำนวน 4 คน หายไปจากห้องเรียน และเช่นเคย ข้าพเจ้าพยายามคิดว่าพวกเขาคงไปกินข้าวข้างนอกและกลับมาไม่ทัน เขาคงจะเข้าสายมั้ง

เมื่อถึงเวลาบ่ายโมง ซึ่งเป็นเวลาที่จะเริ่มการ Review ข้าพเจ้าโทรหา Jubilee ซึ่งจะมาให้คำแนะนำกับนักศึกษาในคาบนี้ แต่ในอาคาร ไม่ค่อยมีคลื่น ข้าพเจ้ากังวลว่าเขาจะขึ้นมาบนอาคารไม่ถูก เพราะที่บริเวณทางเข้ามาการซ่อมแซมอยู่ แต่สักพัก เขาก็ขึ้นมา ข้าพเจ้าได้เรียกให้นักศึกษาออกไปนำเสนองานของตนเอง ซึ่งเมื่อคนหนึ่งๆ นำเสนอเสร็จ ข้าพเจ้าและ Jubilee จะให้คำแนะนำ ติชม งานของนักศึกษาคนแรกอยู่ในระดับปานกลาง ข้าพเจ้าพยายามถามเพื่อให้ Jubilee ได้ทำความเข้าใจกับงานของเขา Jubilee แนะนำอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งแน่นอน นักศึกษาที่นี่อาจรับไม่ได้ เพราะเขาพูดแรงไป นักศึกษาคนนี้ได้พยายามให้เหตุผลว่าทำไมงานของตนจึงไม่ดี พยายามพูดว่าทำไมตนเองไม่มีเวลาทำ หลังจากการแนะนำงานของนักศึกษาคนแรก คนต่อๆ ไปได้ขึ้นมา ภาพซ้ำๆ สิ่งซ้ำ เกิดขึ้น คือ พวกเขาไม่รับฟังการแนะนำของ Jubilee หากแต่พยายามอ้างสาเหตุที่ทำให้งานออกมาไม่ดี

เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ในการนำเสนองานของนักศึกษา 3 คน นักศึกษาคนหนึ่งบอกข้าพเจ้าว่าเขากลัวโดนติ แต่ข้าพเจ้าบอกเขาว่า การโดนตำหนิเป็นเรื่องธรรมดา หลังจาก 3 คนแรกนั้น Jubilee ให้คำแนะนำลดลง จนกระทั่งไม่พูดอะไรเลย ข้าพเจ้าสังเกตุได้ว่าเขาค่อนข้างเงียบ

ภาพประกอบ X-Men fan fiction

การ Review และเวลาดำเนินตั้งแต่ 13.00 น. ถึง 15.30 น. นักศึกษา 7 คนได้นำเสนองานของตนจนเสร็จ ในขณะที่ นักศึกษาจำนวน 4 คนที่หายไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงยังไม่ปรากฎตัว นี่มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป มันเป็นมากกว่านั้น ปกตินักศึกษาที่อื่นๆ จะเข้าห้องเรียนสายไม่เกิน 15 นาที หรือแย่ที่สุดคือ 30 นาที สำหรับคาบเช้าที่นักศึกษามักจะตื่นไม่ทัน แต่นี่คือการสาย 2 ชั่วโมงกับอีก 30 นาที ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

ข้าพเจ้าทราบดีว่าชั่วโมงสอนจะหมดเวลาตอน 17.00 น. ซึ่งถ้าข้าพเจ้าโง่มากๆ ข้าพเจ้าควรจะชวน Jubilee ซึ่งเป็นวิทยาการพิเศษ นั่งรอนักศึกษาถึงเวลานั้น นั่งไปเรื่อยๆ อีก 1.30 ชั่วโมง แต่ข้าพเจ้าตัดสินใจที่จะไม่ทำ การเข้าเรียนสาย 2 ชั่วโมงครึ่งไม่ใช่สิ่งที่ข้าพเจ้าควรจะรอ ที่ประเทศอเมริกาและออสเตรเลียมีระเบียบสำหรับรับมือ คือ ไม่ว่าอาจารย์หรือนักศึกษาที่มาสายเกิน ครึ่งชั่วโมง จะไม่มีการรอใดๆ ทั้งสิ่น อาจารย์สามารถไม่สอนได้ ถ้าเขารอครึ่งชั่วโมงแล้วนักศึกษาไม่มา และเช่นเดียวกัน นักศึกษาที่มารอแล้วครึ่งชั่วโมง สามารถกลับบ้านได้ถ้าอาจารย์ไม่มา ข้าพเจ้าประมวลแล้ว และตระหนักรู้ว่าควรจะทำเช่นไร

“Jubilee” ข้าพเจ้าเรียกเพื่อน “เราไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่รอที่นี่จนนักศึกษากลุ่มที่ไม่มีความรับผิดชอบมาถึงห้อง ฉันไม่อยากได้ยินพวกเขาพยายามมาขอร้องให้พวกเราช่วยดูงานของพวกเขา”

Jubilee ตอบตกลง แต่เราสองคนยังไม่ได้ออกไปกินข้าว เราเดินขึ้นไปชั้น 4 หาที่นั่งเงียบๆ เพื่อสรุปงานร่วมกัน Jubilee เป็นคนที่น่าชื่นชมทีเดียว เขาเด็ดขาดกว่าข้าพเจ้า เขาบอกว่า ถ้าเป็นเขา เขาจะแจก F ให้ตกกันทุกคน เพราะปริมาณงานที่ทำน้อยมาก แน่นอน ข้าพเจ้าได้ยินแว่วๆ ตอนที่อยู่ในห้องเรียน Jubilee พูดกับเด็ก 3 คน เรื่องการปล่อยปละละเลยของพวกเขา แต่ตอนนั้นข้าพเจ้าฟังไม่ค่อยถนัด เพราะกำลังคุยกับนักศึกษาที่ชื่อ Victor กับ Quill อยู่

ข้าพเจ้าขอให้ Jubilee ช่วยให้คะแนนงานของนักศึกษา ซึ่งในวันนี้ ที่ผ่านมา นักศึกษาจะนำเสนอ 2 งาน ซึ่ง Jubilee จะให้คะแนนงานละ 5 คะแนน รวมเป็น 10 คะแนน แต่ที่สำคัญคือ มีนักศึกษาอีก 5 คนที่ไม่อยู่ในห้องและไม่ได้นำเสนองาน 4 คนคือคนที่มาในคาบเช้าและหายไปช่วงเที่ยง ส่วนอีกคน ไม่ได้มาตั้งแต่ต้น

“Jubilee” ข้าพเจ้าเรียกเพื่อน ด้วยความลำบากใจนิดๆ “อีก 5 คนที่ไม่ได้มานำเสนองาน เราควรจะทำยังไงกับเขา เราควรจะส่งงานพวกเขาให้เธอดู และให้หักคะแนนความสาย หรือ ควรไม่ให้อะไรเลย”
“ไม่” Jubilee ตอบ เธอมั่นใจและเด็ดขาด “ไม่ต้องให้คะแนนใดๆ ทั้งสิ้น พวกนี้ไม่ใส่ใจเอง”

จากความลำบากใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามั่นใจแล้วว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง หลังจากสรุปเกรดด้วยกัน เราไปหาอะไรกินกันข้างนอก และ Jubilee บ่นเรื่องนักศึกษาที่นี่ให้ข้าพเจ้าฟังหลายประการ

“เราสงสารแกนะ Kitty” Jubilee ว่า “เราเจอแบบนี้แค่ 2 วัน ยังรู้สึกแย่ แต่แกเจอมาตลอดเทอม เด็กพวกนี้สอนยากและสอนไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่ต้องการที่จะเรียนรู้ ไม่ต้องการที่จะพัฒนา เขาเถียงเสมอเมื่อถูกตำหนิ เขาอ้างว่าสิ่งที่ไม่ดีในงานของพวกเขามาจากความผิดของคนอื่น”
“เขาบอกว่า วิชาอื่นจะให้เวลาในคาบ เพื่อให้พวกเขาทำงาน” ข้าพเจ้าตอบ “แต่ข้าพเจ้าให้เขาทำ Project ที่บ้าน ส่วนเวลาในคาบ จะให้เขาทำงานจากไฟล์ตั่วอย่างที่ข้าพเจ้าใช้สอน”
“อย่างที่เราพูดไป” Jubilee เสริม “ที่พวกเขาพูดแบบนี้ เพราะพวกเขาจะโทษว่าเป็นความผิดของแก ถ้าพวกเขาต้องการที่จะเรียนจริง เขาจะรับฟังและไม่อ้าง”

เราสองคน เคยเรียนที่เดียวกันมาเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ข้าพเจ้ารู้จัก Jubilee เขาเปลี่ยนไป และน่าชื่นชม เขามองคนออกอย่างกระจ่าง และเด็ดขาด แต่ข้าพเจ้าสิ อ่อนไหว ขี้สงสาร และตอนนี้ กำลังต่อสู้กับตนเอง ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าไม่ค่อยชอบสอนที่ Xavier Institute จริงๆ คือไม่ชอบเลย และอึดอัดมาโดยตลอด แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เอาความรู้สึกมาให้คะแนน ในวันนั้น ก่อนที่เราจะเริ่มต้นในเวลา 10.00 น. คนที่ได้คะแนนสูงสุด คือประมาณ 65-70 จากคะแนนเต็ม 75 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก คะแนน 75 คะแนนนี้ มาจากผลงานตลอดภาคการศึกษา ก่อนที่จะถึงคาบที่ 10 หรือวันสุดท้าย ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าทำอะไรอยู่ รู้ว่าคะแนนที่ข้าพเจ้าให้ ไม่ใช่การเกลียดชังแต่เป็นความเมตตา เป็นความเมตตากับผู้ที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอึดอัด กังวล และเบื่อหน่ายเป็นที่สุด เบื่อหน่ายกับวัฒนธรรมแปลกๆ เช่น ที่นักศึกษาบอกว่าให้ทำงานในชั้นเรียน ข้าพเจ้ามีคำถามว่า และที่ข้าพเจ้าให้ทำงานตัวอย่างในชั้นเรียนมาโดยตลอดนั้น มันไม่ใช่การสอนใช่หรือไม่ การสอนที่ดีควรให้นักศึกษาทำการบ้านในห้อง เพียงเพื่อจะได้มีเวลาที่บ้านมากขึ้นเช่นนั้นหรือ แผนการสอนที่ Xavier Institute ได้กำหนดไว้ก็บอกแล้วว่า นักศึกษาควรมีความรับผิดชอบ ทำงานที่บ้านอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ สำหรับวิชานี้ ไม่ได้รวมกับวิชาอื่น Jubilee ก็ถามคำถามนี้กับนักศึกษา เธอถามว่า Hope ทำงานนี้ใช้เวลาเท่าไร แต่นักศึกษาตอบไม่ได้ ถูกต้อง ตามนั้น เพราะนักศึกษาบางคน ไม่มีอะไรคืบหน้าตั้งแต่คาบที่แล้ว แต่ข้าพเจ้าก็ขอชื่นชม Sarah นะ เธอเป็นนักศึกษาที่ตั้งใจทำงาน เธอใช้เวลาวาดเยอะกว่าคนอื่นๆ และคะแนนใน Project นี้ของเธอจะดีกว่าคนอื่นๆ เรา ในฐานะอาจารย์ ขอเก็บความทรงจำดีๆ ของนักศึกษาที่ตั้งใจทำงานและมีความรับผิดชอบ และขอลืมเรื่องทุกข์ใจ ไม่ไปคิดมัน ไม่พยาบาท เรารู้ เราพยายามใจดี ทำดี พูดดี เราพยายามแล้ว เราไม่ใช่พระเจ้า เราขอทนและขอจบมันเพียงนี้ ตอไป จะไม่มาสอนที่ Xavier Institute อีก ภาพของ Xavier Institute ในใจของข้าพเจ้า ขอให้มีเพียงนักศึกษาเพียง 2-3 คนเท่านั้น ที่ตั้งใจและรับผิดชอบ

เรียงเล่าโดย สว อิเฎล (the Sw Eden)

อ่าน Healing the Heart: X-Men fan fiction ตอนอื่นๆ
o อ่าน บันทึกก่อนสอน
o อ่าน บันทึกคาบที่ 1
o อ่าน บันทึกคาบที่ 2
o อ่าน บันทึกคาบที่ 3
o อ่าน บันทึกคาบที่ 4
o อ่าน บันทึกคาบที่ 5
o อ่าน บันทึกคาบที่ 6
o อ่าน บันทึกคาบที่ 7
o อ่าน บันทึกคาบที่ 8
o อ่าน บันทึกคาบที่ 9
o อ่าน บันทึกคาบที่ 10

ภาพประกอบ X-Men fan fiction

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply ถาม หรือ แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s