Author Archives: Ratajit

ถูกใบสั่ง จะทำอย่างไร

How can I do when receiving a traffic ticket?
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit |November 18, 2018

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ได้ใบสั่งส่งถึงบ้านจากสถานีตำรวจ เพื่อนที่ต้องจ่ายค่าปรับตามใบสั่ง รตจิตรเขียนจากประสบการณ์จริงที่ไม่ยุติธรรม ที่เกิดขึ้นกับตัว รตจิตรเอง ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปอ้างอิงใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน แต่ห้ามคัดลอก

ใบสั่งจากสถานีตำรวจ

วันที่ก่อนได้รับใบสั่ง

วันที่ 23 สิงหาคม 2561 รตจิตรไปทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ โดยเข้าร่วมกับศิษย์ธรรมะใต้โบสถ์ วัดญาณเวศกวัน โดยมีพระครูธรรมธร (พอจ.ครรชิต คุณวโร) เป็นประธาน หลังจากถวายพระเครื่อง หรือก็คือ MP 3 เสียงธรรมะที่ให้พระสงฆ์ได้ฟังจากวิทยุ หรือธรรมะจากวิทยุนั่นเอง รตจิตรและเพื่อน ๆ ได้ถวายแด่พระภิกษุอาพาธ ต่อด้วยการถวายเพล รวมถึงพิธีบังสกุล และทำบุญแก่โรงพยาบาลสงฆ์อีกจำนวนหนึ่ง ก่อนที่รตจิตรจะขับรถกลับจากโรงพยาบาลสงฆ์ เวลาประมาณ 12:22 น.

ข้อหาใบสั่งจากตำรวจ

ข้อมูลในใบสั่ง: เหตุเกิดวันที่ 23 สิงหาคม 2561 เวลา 12:22 น.
ใบสั่งส่งถึงบ้าน: วันที่ 2 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 14 น.
วันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 16:35 น. รตจิตรโทรหาสถานีตำรวจ

ถูกใบสั่ง จะทำอย่างไรดี

รตจิตร ขับรถมามากกว่า 33 ปี และขับรถมาตลอดด้วย ยิ่งไปกว่านั้นช่วงหนึ่งที่รตจิตรทำงานอยู่ที่บริษัทขายรถเก๋ง รตจิตร ต้องขับรถหลายยี่ห้อ เพราะเป็นรถเก๋งของบริษัท ถ้าวันไหนต้องเอารถคันนั้นไปรับลูกค้า และรถยังไม่กลับมาก เจ้านายก็จะให้ขับรถเก๋งคันอื่นกลับบ้านแทน รตจิตรเป็นคนขับรถที่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรเสมอมา ปรากฎว่า วันนั้น ขากลับจากทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์แล้ว เมื่อขับออกจากร.พ.สงฆ์ รตจิตรต้องไป U-Turn อีกฝั่งของถนนศรีอยุธยา รถค่อนข้างว่าง รตจิตรมั่นใจว่า รตจิตรขับรถเบี่ยงไปทางเลนขวาเพื่อกลับรถ คือจากเลนช่อง 2 ไป 3 โดยทับเส้นประ แต่อาจจะพอดี ๆ หรือสิ้นสุดเส้นประพอดิบพอดี ทำให้กล้องซึ่งอยู่ด้านหน้าจับภาพว่า รตจิตรทับเส้น หรือเฉียดเส้นทึบหางปลาเล็กน้อย

เมื่อถูกใบสั่ง ให้ชำระค่าปรับตามม.140

ถูกใบสั่ง จะทำอย่างไรดี

ผ่านไปเกือบ 3 เดือน รตจิตรได้รับใบสั่งจากสน.พญาไท ว่า รตจิตรต้องจ่ายค่าปรับ 500 บาท เพื่อ…… รตจิตรรู้สึกไร้สาระมาก หลายคดีดัง ๆ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงแก่ประเทศชาติ หลายคดีที่เป็นตัวอย่างย่ำแย่ในโลก social network และอีกหลายคดีที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือได้รับความเสียหายทั้งด้านชื่อเสียงและการงาน ตำรวจให้เสียค่าปรับแค่ 500 บาทเอง

รตจิตรสืบค้นจาก google map

ข้อมูลตามใบสั่งของตำรวจเชื่อไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากพอ รตจิตรตรวจสอบจาก google map ดูแล้วเหมือนรถของรตจิตรไม่ได้ทับเส้นทึบ รตจิตรจึงโทรหาตำรวจที่สถานีตำรวจที่ออกใบสั่ง เพื่อขอดู Video จากกล้อง ปรากฏว่า สถานีตำรวจไม่สามารถให้หลักฐานวีดิโดได้ เพราะเก็บข้อมูลไว้เพียง 30 วัน ข้อสงสัยของรตจิตรเกี่ยวกับใบสั่ง
1. ทำไมกว่าใบสั่งจะมาถึง ใช้เวลาถึง 41 วัน ทั้ง ๆ ที่สน. เก็บหลักฐานไว้ได้แค่ 30 วัน
2. สถานีตำรวจ Back up ข้อมูลเพียง 30 วัน
3. ทำไมใช้คำว่าผู้ต้องหาในใบสั่งกรณีนี้ คำพูดค่อนข้างรุนแรงมาก

ข้อระวังในใบสั่ง

รตจิตรไม่เชื่อข้อกล่าวหา

รตจิตรโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สน. ร้อยเวรเป็นคนรับสาย และไม่สามารถตอบคำถามได้ จึงขอเบอร์รตจิตร ร้อยเวรโทรกลับมาอีกครั้ง บอกว่าให้ดูหลักฐานไม่ได้เพราะข้อมูลถูกลบไปหมด จึงให้คุยกับสารวัตร ซึ่งก็ตอบรตจิตรไมได้ และบอกว่าจะติดต่อรตจิตรกลับ ซึ่งรตจิตรก็ถามด้วยว่าภายในกี่โมง

รตจิตรรู้ดีอยู่แล้วว่าสารวัตร ก็คงเหมือนตำรวจนายอื่น ๆ ที่รับสายไปส่ง ๆ เช่นนั้น และก็จริงตามความคาดหมาย สารวัตรไม่โทรกลับ

ความเห็นส่วนตัวของ รตจิตร

1. ใบสั่งไม่ได้พิสูจน์ว่า รตจิตรผิดจริง
รตจิตรคิดว่าการเฉียดเส้นทึบเล็กน้อย ไม่ได้ซีเรียส ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครเลยแม้แต่น้อย ถนนช่วงนั้นหลังจากที่ รตจิตรถวายเพลพระสงฆ์ที่ ร.พ.สงฆ์เสร็จ ค่อนข้างจะโล่ง เพื่อน ๆ ลองดูในภาพ แทบจะไม่มีรถ และการขับของรตจิตรไม่สามารถสร้างความเดือนร้อนให้ใครเลย ยกเว้นอย่างเดียวคือ กระทบรายได้ของสถานีตำรวจ
2. ตำรวจไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามข้อกล่าวหา
สารวัตรตอบคำถามรตจิตรไม่ได้เลยว่า จำเอาหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ เรื่องไร้สาระนี้ เพราะไม่มีหลักฐาน และยังจะให้ รตจิตรซึ่งเป็นชาวบ้านคนหนึ่ง ต้องไปสน.เพื่อคุยจกับฝ่ายสืบสวน ซึ่งถ้ารตจิตรไปตามนั้น ค่ารถไป-กลับก็ 500 บาทเช่นกัน

3. ตำรวจไม่รักษาคำพูดว่าจะโทรกลับ

ข้อระวังในใบสั่ง

คำแนะนำจากบุคคลอื่นถ้าโดนใบสั่ง

1. ให้เก็บไว้ก่อน
เพื่อรตจิตรจ่ายค่าปรับในวันตำรวจแห่งชาติ หรือ ทุก ๆ 13 ตุลาคม ของทุกปี เพราะจ่ายเพียงคดีละ 100 บาท ไม่ต้องจ่ายถึง 500 บาท
2. ให้ไปที่ฝ่ายสืบสวน สน.ที่ออกใบสั่ง
ในเมื่อตำรวจไม่มีหลักฐาน ในขณะที่รตจิตรสามารถยืนยันด้วยหลักฐาน 2 ข้อตามนี้ ฝ่ายสืบสวนอาจยอมให้รตจิตรจ่ายค่าปรับ 200 บาท หลักฐาน 2 อย่างได้แก่
(1) ดูจาก google map ว่าช่วงที่รถของรตจิตรอยู่นั้น เป็นเส้นประ
(2) ไปสถานที่จริงเพื่อวัดว่าหางปลานั้นเป็นเส้นทึบหรือเส้นประช่วงต้นไม้ต้นที่เท่าไร เป็นต้น

บทสรุปของใบสั่ง

รตจิตรจ่ายค่าปรับที่ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวนเต็ม 500 บาท แม้ว่าจะรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะคนทับเส้นทึบยิ่งกว่ารตจิตรมีเยอะมาก ตามท้องถนน และทับเกาะเทียมเสียด้วย แต่เพราะความรำคาญกาปฏิบัติงานของตำรวจ เพราะความที่รตจิตรอยากให้เรื่องจบ ๆ ไม่เสียเวลาการทำมาหากิน และถือว่าเป็นการทำบุญให้สถานีตำรวจนั้น ๆ ไป

เกาะเทียม เส้นหางปลา

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Summarize All 11 films of Halloween

Written by Ratajit
Concluded by Ratajit |November 12, 2018

**The summarize all 11 films of Halloween movie written by Ratajit for the Halloween movie fan-club to read or others who are interested in this movie. These is Ratajit’s copyright which is not allowed to copy. However, Ratajit allow one who wants to use this article for educational purpose but he or she has to refer source of the article, sw-eden.net and Ratajit name, too.

Summarize All 11 films of Halloween

1. 1978 (BE 2521) Halloween
Ratajit has never seen this film although Ratajit tries to find the film even when travelling to USA but not by website. Ratajit knows from other film that Michael Myers kills her teenage-sister.
2. 1981 (BE 2524) Halloween 2
Ratajit watches this film as the first film which makes Ratajit’s inspiration to watch the following film until now.

3. 1982 (BE 2525) Halloween 3
This film is an only film that no Michael Myers is in the film but the story is still influenced the viewers.

4. 1988 (BE 2531) Halloween 4: The Return of Michael Myers
This film is very interesting because Michael Myers is back. Michael Myers kills Jamie Lloyd but not her baby. She hides her baby before she died.
5. 1989 (BE 2532) Halloween 5: The Revenge of Michael Myers
6. 1995 (BE 2538) Halloween: The Curse of Michael Myers
The baby survived from the 4th and the 5th film is back in this film.

Halloween movie review

7. 1998 (BE 2541) Halloween H20:
The situation in the University owned by Laurie after 20 Years later.
8. 2002 (BE 2545) Halloween: Resurrection
Many teenagers go into Michael Myers’ house to shoot the film of Michael Myers.

9. 2007 (BE 2550) Halloween (Rob Zombie)
Michael Myers is a grown man in this film and escapes from the mental institution to kill people.
10. 2009 (BE 2552) Halloween (Rob Zombie)
Michael Myers wear beard and always unmask. This slasher film is too violent in every shot when Michael Myers kills his victims.
11. 2018 (BE 2561) Halloween
40 years since Laurie Strode survived from Michael Myers on Halloween night. She has to fight after Myers comes back to Huddersfield to protect her daughter and her niece.

Halloween movie review

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Movie Review: Halloween 2018 (รีวิวหนัง ฮาโลวีน)

Halloween Movie Review by Ratajit
Written by Ratajit
Concluded by Ratajit |November 12, 2018

Halloween movie review

**The movie review of Halloween movie written by Ratajit for the Halloween movie fan-club to read or others who are interested in this movie. Ratajit writes out her opinion from her experience in seeing such movie the entire film series. Therefore, all thought hereunder are Ratajit’s copyright which is not allowed to copy. However, Ratajit allow one who wants to use this article for educational purpose but he or she has to refer source of the article, sw-eden.net and Ratajit name, too.

In Thailand, Halloween movie is always released on every October 31. For the updated series is also released on October 31, 2018. The movie consists of 11 films* but just one film produced by Rob Zombie before the current one was not released in Ratajit’s country, Thailand. By Ratajit’s thought, the reason may be about it is too severe, too violent or is the goriest slasher film compared with other films of Halloween. Moreover, the time this film was released may be not suitable for Thailand’s situation on the same period.

Halloween movie review

After Ratajit seeing all films except the first film, Ratajit likes the current one because of these following reasons:

1.The heroine is an old woman
In Ratajit’s opinion, the heroine is not only woman but also old too, while the heroes in normal movies are men or young women and even children for sometimes.
2.The family unity
Ratajit see many policemen in Huddersfield try so hard to arrest Michael Myers without success. However, Laurie Strode’s family which are women can finally feat the killer, Michael Myers. This is the power of family unity which are grandmother, mother and niece.

Halloween movie review

3.Michael Myers face is under the mask as usual
Ratajit thinks that Michael Myers in Halloween 2009 by Rob Zombie always unmasks, while other Halloween films, never. When seeing any film of Halloween, Ratajit hopes to see Michael Myers under his mask. As well, other fan-club people may think like Ratajit. Therefore, when Michael Myers in this new film 2018, is masked as usual, the movie is 100% Halloween.

4.Ratajit’s personal preference of Laurie Strode
Jamie Lee Curtis casts as Laurie Strode like other film of Halloween. She is a professional actress. She is very strong, quick and really careful until the film is really excited.

Halloween movie review

5.Sam Loomis himself is psychosis
Ratajit used to have some bad experience from body check up. A psychiatrist wanted my friend to be psychosis after testing many people and no one are psychosis. This result makes Ratajit feel not okay with psychiatrist occupation. For the Halloween film, the movie plot can support my thought because Sam Loomis, is finally psychosis, himself. Sam Loomis can easily kill the police just to take Michael Myers for next studying.

Halloween movie review

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทำอย่างไร เมื่อเล็บคัน เชื้อราที่เล็บ

Fungal infection or Nail fungus
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit |November 4, 2018

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่มีปัญหาเรื่องเล็บคัน หรือมีบุตรหลานที่ชอบกัดเล็บ รตจิตรเขียนจากประสบการณ์จริงเกี่ยวกับข้างเล็บนิ้วโป้งคัน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

เชื้อราที่เล็บ

หลายคนบอกว่าถ้า รตจิตรเล็บคัน หมายความว่า เกิดจากเชื้อรา ภาษาอังกฤษที่ใช้กันคือ Fungal infection หรือ Nail fungus หรือ Fungal nail infection หรือ Onychomycosis หรือ Dermatophytic onychomycosis หรือ Tinea unguium บ้างก็บอกว่าเชื้อแบคทีเรีย แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ทั้ง 2 สาเหตุ แต่เกิดจากระบบประสาทบริเวณเล็บ รตจิตรพยายามหาที่รักษามาหลายแห่ง เพราะการคันเล็บทำให้รตจิตรดูเสียบุคลิกมาก เพราะรตจิตรต้องคอยเกา ซึ่งมีวิธีเกาได้หลายรูปแบบจริง ๆ

สาเหตุของ เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียที่เล็บ

เชื้อราที่เล็บ ถ้าเป็นแล้ว ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะรักษาได้ หากดูแลไม่ดี ยังมีโอกาสติดไปที่เล็บอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจากเล็บมือไปเล็บเท้า หรือในทางกลับกัน นอกจากจะรักษาให้หายยากแล้ว ยังมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้ง่ายอีกด้วย รตจิตรขอสรุปสาเหตุที่ทำให้เกิดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียที่เล็บ เกิดจาก

Nail fungus เชื้อราที่เล็บ

1. เล็บติดเชื้อรา
มือของเราเป็นอวัยวะที่จับไปทั่ว ทำให้โอกาสติดเชื้อราได้ง่าย และอาจเกิดจากการสัมผัสผู้ที่เป็นเชื้อราอยู่แล้ว โดยเราไม่รู้
2. เล็บติดเชื้อแบคทีเรีย
ในวัยเด็ก รตจิตรเคยกัดเล็บ เด็ก ๆ หลายคนชอบกัดเล็บ เพราะเพลินจากการดูหนัง ดูทีวี หรือเพราะเครียดจากการเรียน การทำการบ้าน การสอบ หรือเครียดจากพ่อแม่ดุด่าในวัยเด็ก เป็นต้น รตจิตรในวัยเด็ก ไม่ได้กัดเล็บรุนแรง แต่ชอบใช้ลิ้นดุน ๆ เพื่อไม่ให้เล็บแห้ง กรณีของรตจิตร จึงไม่ใช่เชื้อรา แต่น่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียจากน้ำลายมากกว่า อย่างไรก็ตามพอขูดเนื้อข้างเล็บของรตจิตรไปตรวจ กลับไม่พบทั้งเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียเลย โชคดีไป
นอกจากนี้ หมอที่รตจิตรเคยไปหา ยังบอกว่า น้ำประปาก็มีส่วนของ Bacteria มากเช่นกัน ทำให้คนที่ล้างมือบ่อย อาจติดเชื้อแบคทีเรียในน้ำมาได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำผงซักฟอก
3. คนที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ
ในวัยเด็กซึ่งมีภูมิคุ้มกันต้นทานโรคค่อนข้างต่ำ จึงพบว่าเกิดเชื้อราที่เล็บกันเป็นจำนวนมาก ส่วนรตจิตร แม้จะโชคดีที่ไม่ได้เป็นทั้งเชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็สร้างความรำคาญใจให้รตจิตรเองไม่น้อยเลย

เล็บคัน เชื้อแบคทีเรียที่เล็บ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเชื้อรา หรือไม่

1. รตจิตรหาหมอ เพื่อวิเคราะห์ผิวหนัง
รตจิตรทำได้อย่างเดียวคือหาหมอ แต่รตจิตรไม่กินยานะ รตจิตรให้หมอขูดผิวหนังข้างเล็บออกเป็นเนื้อขุย ๆ เพื่อนำไปเช็คว่าเป็นเชื้อรา หรือแบคทีเรีย หรือไม่ใช่ สมัยก่อนไม่มี Internet ให้ใช้ รตจิตรไม่สามารถค้นหาข้อมูล เพื่อหาความรู้ หาตัวช่วยได้เลย คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีความรู้แบบปัจจุบัน แม้แต่ตามคลินิก หลายแห่งก็ต้องส่งให้โรงพยาบาลตรวจเช็คเชื้อในแล็บ รตจิตรตรวจรักษาเล็บคันหลายที่ก็ไม่เจอว่าเป็นเชื้อรา หรือแบคทีเรีย เพราะถ้าเป็นเชื้อราก็ต้องกินยาเม็ดแก้หรือต้านเชื้อรา แต่หมอทุกคนก็ไม่เจอเชื้อราในเล็บของรตจิตร มีโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่หมอบอกว่า หาเชื้อราไม่พบ แสดงว่าที่รตจิตรเล็บคันเพราะมาจากแบคทีเรีย ซึ่งพบในน้ำผงซักฟอกได้ง่าย
2. รตจิตรดูลักษณะและอาการของเล็บติดเชื้อรา
– เล็บคัน
– เล็บมีโพรงช่องว่างระหว่างเล็บกับเนื้อใต้เล็บ
– เล็บมีลักษณะหนา และอาจขรุขระ หรือเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
– อาการเล็บคันอาจคันลามไปเล็บอื่น
– ลักษณะเล็บผิดรูปเพราะเกา หรือเล็บกินเข้าไปในเนื้อ

เล็บคัน เชื้อแบคทีเรียที่เล็บ

เชื้อราที่เล็บ รักษาอย่างไร

ตอนที่ รตจิตร ไปหาหมอ หมอส่วนมากจะใช้วิธีการรักษาโดยให้ยาทาข้างจมูกเล็บ และให้ยากินซึ่งมี 2 แบบคือ ยาแก้แพ้ และยาแก้คัน ตามความเห็นส่วนตัวของรตจิตรนะ ไม่ได้ช่วยรักษาจริงเลย ด้วยเหตุผลดังนี้

1. ยาทาเป็นสารสเตียรอยด์ (Steroid)
รตจิตรไปหาหมอหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลชื่อดัง อันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ ที่ให้ยาแก้คันที่มีขายตามท้องตลาด รวมถึงแพทย์บางคนสั่งยาที่ตนเองผสมเอง โดยใช้ไขมันกับสารสเตียรอยด์ผสมด้วยกัน หรือแม้แต่คลินิกโรคผิวหนังชื่อดังมาก ๆ ที่ให้ยารตจิตรมาทาก็เช่นกัน ไม่มีที่ไหนรักษาเล็บคันของรตจิตรได้หาย ความเห็นส่วนตัว แม้จะใช้สารสเตียรอยด์ทาภายนอก ก็ไม่ดีเท่าไร เพราะสารสามารถซึมเข้าร่างกายได้ หมอมักพูดว่าน้อยมาก ไม่เป็นอันตราย แต่ในเมื่อรตจิตรรู้แล้วว่า สารสเตียรอยด์ไม่ดีต่อร่างกาย ก็ไม่ทาดีกว่า

เล็บคัน เชื้อราที่เล็บ Nail fungus

2. ยาเม็ดกินแก้แพ้ แก้คัน
การกินยาที่ไม่จำเป็นย่อมมีผลต่อตับ สมัยก่อนรตจิตรก็กินตามหมอสั่ง เดี๋ยวนี้รตจิตรไม่กินยาเลยค่ะ

3. ยาเม็ดต้านหรือฆ่าเชื้อรา
พอดีรตจิตรไม่ได้ติดเชื้อรา แต่หาเช็คเชื้อในห้องแล็บแล้วพบว่ามีเชื้อรา ก็จำเป็นต้องฆ่าเชื้อราก่อน ซึ่งหลายคนมองว่า รักษายาก รตจิตรสังเกตว่า คนที่เล็บมีเชื้อรา มักจะติดไปที่เล็บอื่นด้วย แต่ถ้าเป็นเล็บเดียว คันอยู่เล็บเดียวไม่ได้ติดลามไปเล็บอื่น ก็ไม่น่าจะใช่เชื้อรา

เล็บคัน จะทำอย่างไร

1. รตจิตรใช้ยาทาเล็บ
วิธีนี้ทำให้ รตจิตร ไม่เกา และสามารถป้องกันเล็บอื่น ๆ ติดเชื้อราไปด้วย
2. รตจิตรลอกเล็บออก
ด้วยความรำคาญเรื่องความคันของจมูกเล็บนิ้วโป้งมานาน เล็บที่นิ้วโป้งของรตจิตร มีลักษณะ หนาและแข็งมาก จะรักษาได้ยากกว่าเล็บบางอ่อนของนิ้วอื่น ๆ ทำให้หมอแนะนำให้ลอกเล็บออกหลังจากรักษามานาน เจ็บมาก เจ็บตั้งแต่ใช้เข็มฉีดยาชาเขาไปตามมุมจมูกเล็บของรตจิตร และหมุนเข็มยาชานั้นไปรอบ ๆ เล็บ เพื่อให้ยาชากระจายไปทั่ว ๆ ก่อนลอกเล็บ

เชื้อราที่เล็บ Nail fungus

3. รตจิตรไม่ทำอะไรกับเล็บที่คัน
เนื่องจากเล็บของรตจิตรคันเพราะเกี่ยวข้องกับประสาทตามนิ้ว รตจิตรจึงพยายามห้ามใจตัวเอง ไม่เกา ไม่กดเล็บที่คัน ไม่ถูไม่มา หรือตัดแกะให้เจ็บ ๆ แทน จะได้ไม่เกา

สมัยก่อนตอนเด็ก ๆ เล็บของรตจิตรคันมาก รตจิตรใช้หลายวิธีมากเพื่อแก้อาการคัน ได้แก่
– วิธียอดฮิตคือกัดเล็บ แม้แต่ปัจจุบันก็ยังเห็นเด็กบางคนยังชอบกัดเล็บอยู่
– รตจิตรเกา หรือกด บางทีรตจิตรก็เอา cutter ตัดหนังข้าง ๆ และใต้เล็บออก
– ใช้ลิ้นเอาน้ำลายดุน ๆ ตลอด

เชื้อราที่เล็บ Nail fungus

ดูแล เรื่องเล็บคันได้อย่างไร

1. ถ้าเล็บติดเชื้อรา หรือแบคทีเรีย
– รตจิตรขอแนะนำว่า ถ้าเพื่อน ๆ ได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าติดเชื้อรา หรือแบคทีเรีย ก็ต้องกินยาต้านตามหมอสั่ง
– รักษาความสะอาดให้ดี โดยเฉพาะเชื้อรา เพื่อไม่ให้ลามติดไปเล็บอื่น รตจิตรคิดว่าการใช้กรรไกรตัดเล็บควรแยกใช้เสียด้วยสำหรับเล็บที่คัน เผื่อมีเชื้อรา จะได้ไม่ติดต่อไปเล็บอื่น ถ้าเป็นที่เท้าก็ต้องซักถุงเท้าหรือล้างรองเท้าให้สะอาดเพียงพอ
2. ถ้าเล็บคันเพราะเส้นประสาท
รตจิตรขอแนะนำไม่ให้เกา อย่าแคะแกะเกา ถูไถไปมาด้วยนิ้วอื่นเด็ดขาด แล้วอาการจะหมดไป ลักษณะเล็บจะดีขึ้น
3. รตจิตรใช้โลชั่นที่ทาหน้าทา
รตจิตรใช้ night cream เครื่องสำอางค์ยี่ห้อหนึ่งทา ปรากฎว่า เนื้อที่แยกจากเล็บ สามารถติดกันไปเหมือนเดิม แต่ต้องไม่แกะเกาอีก เพราะอาจทำให้เนื้อแยกได้เหมือนเดิม

เชื้อราที่เล็บ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สะเดาะเคราะห์ ที่วัดศีรษะทอง (วัดพระราหู)

Exorcise at Srisathong Temple
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit |October 27, 2018

วัดศีรษะทอง (วัดพระราหู)

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญ สายเทพทุกคน ที่ชอบทัวร์ไหว้พระ เพื่อน ๆ ที่รักการไหว้พระ หรือบางคนที่ต้องการสะเดาะห์เคราะห์ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

สะเดาะเคราะห์ที่วัดศีรษะทอง

ประวัติวัดศีรษะทอง (โดยย่อ)

วัดศีรษะทอง หรือชาวบ้านเรียกกันว่าวัดพระราหู รตจิตรคิดว่าเพราะสัญลักษณ์ของวัดที่ซุ้มประตูทางเข้าวัดเป็นรูปปั้นพระราหูด้วย วัดนี้ตั้งอยู่บนถนนนครชัยศรี เลขที่ 22 หมู่ 1 อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จากทางแยกต่างระดับถนนเพชรเกษมตัดกับถนนบรมราชชนนี้ ไปเพียง 5.5 กิโล ก็หาที่ U-turn มาแป็บเดียวก็เจอวัดอยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวไปตามทางแป็บ ๆ ก็เจอ

รตจิตร ขับรถไปจอดในวัด แม้ที่จอดรถจะมีจำนวนมาก แต่รตจิตรคิดว่าช่วงสิ้นปี ต้นปี อาจจะมีปัญหาที่จอดรถบ้าง อย่างไรก็ตาม รตจิตรเห็นคนดูแลที่จอดรถ ใช้ได้เลยทีเดียว พอรตจิตรเข้าไปบริเวณวัด ด้านข้างจะมีประวัติวัดศีรษะทอง แต่ไม่ค่อยมีคนใส่ใจ และยังมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ดูสงบ และสวยงามมาก รตจิตรเห็นแต่ญาติธรรมจำนวนมากตรงไปที่ไหว้องค์พระราหูเลย มีคนมากันเยอะมาก ขนาด รตจิตรไปวัดศีรษะทองวันธรรมดานะ

รตจิตรไหว้พระวัดศีรษะทอง

จากประวัติเท่าที่รตจิตรทราบ วัดนี้เป็นวัดที่ศึกษาเกี่ยวกับดาราศาสตร์ โหราศาสตร์มานมนาน ตั้งแต่สมัยก่อนที่ชื่อว่าวัดหัวทอง จนเปลี่ยนเป็นชื่อ วัดศีรษะทอง รตจิตร รู้สึกว่าวัดกว้างมาก เพราะมีเนื้อที่ถึง 64 ไร่ 36 ตารางวา แต่คนที่มาวัด จะกระจุกตัวอยู่ที่ ลานองค์พระราหู เพราะวัดศีรษะทองมีชื่อเสียงโด่งดังมากตั้งแต่สมัยเจ้าอาวาสชื่อ หลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ ซึ่งท่านเป็นพระนักพัฒนาจริง ๆ โดยให้มีการบูชาองค์พระราหู

ของดำ 8 อย่างบูชาองค์พระราหูวัดศีรษะทอง

การสะเดาะเคราะห์ พระราหู วัดศีรษะทอง

รตจิตรมีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง ซึ่งนิยมมาวัดศีรษะทองเพื่อไหว้พระราหู รุ่นน้องคนนี้บอกกับรตจิตรว่า เธอมาวัดศีรษะทองบ่อยมาก เกือบทุกเดือน ทำให้เธอและครอบครัวผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ มาด้วยดีตลอดมา ตอนนี้รตจิตรอยากพาเพื่อน ๆ ไปดูของที่ไหว้บูชาพระราหู ได้แก่ ของดำ 8 อย่างเพราะความเชื่อที่ว่าจะทำให้ผู้ไหว้บูชาดี ผ่านเคราะห์กรรม ความมืดไปได้

ดอกกุหลาบดำบูชาองค์พระราหูวัดศีรษะทอง

นอกจากนี้ ยังมีการไหว้ด้วยบายศรี แต่ละชุดราคาประมาณ 30-40 บาท และดอกไม้ดำ พร้อมธูปดำ ของดำ 8 อย่างนี้ ทางวัดจัดไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการไหว้ ในราคา 300 บาท คือ
1. องุ่นดำ หรือซุปดำ; 2. เหล้าดำ; 3. กาแฟดำ; 4. เฉาก๊วย; 5. ถั่วดำ; 6. ข้าวเหนียวดำ; 7. ขนมเปียกปูน; และ 8. ไข่เยี่ยวม้า

พระพุทธทวาราวดีสิริมงคลวัดศีรษะทอง

พระพุทธทวาราวดีสิริมงคลมณฑลนครไชยศรี

ความเห็นของรตจิตร เพื่อน ๆ ควรไหว้นมัสการพระพุทธทวาราวดีสิริมงคลมณฑลนครไชยศรีก่อนเพราะท่านเหมือนองค์ประธานของวัดศีรษะทอง ด้วยความสูง และอยู่ด้านหน้าของวัด พระพุทธทวาราวดีสิริมงคล สวยสง่างดงามมาก อยู่ในอิริยาบถนั่ง มือซ้ายถือลูกแก้เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี รตจิตรจอดรถที่วัด ก็จะเห็นพระพุทธทวาราวดีสิริมงคลมณฑลนครไชยศรี ชัดเจน นอกจากนั้นยังมีองค์จำลองอยู่ด้านหน้าด้วย

โบสถ์วัดศีรษะทอง

โบสถ์ของวัดศีรษะทอง และพระพุทธลีลาสุวรรณไชยศรี

รตจิตร รู้สึกเสียดายแทนหลายคนที่อุตส่าห์ไปถึงวัดศีรษะทองแล้ว แต่กลับไม่เข้าไปนมัสการพระพุทธรูปต่าง ๆ ในโบสถ์ด้านในของวัด เพราะไม่ใช่เฉพาะโบสถ์ที่งดงามมาก สร้างด้วยความประณีต ไม่ว่าจะเป็นการแกะสลัก รูปปั้น ต่าง ๆ ความวิจิตรการตาของหลังคาหาที่ติยาก ด้านในโบสถ์ยังมี พระพุทธลีลาสุวรรณไชยศรี ซึ่งเป็นปางลีลาที่อ่อนช้อยมาก องค์ทองสูงใหญ่จริง ประกอบกับมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ที่งดงามไม่แพ้กันในโบสถ์ด้วย

ตำรับวัดศีรษะทอง หลวงปู่น้อย นาวารัตน์

บริเวณโดยรอบศาลาพระราหู

ศาลาที่เป็นจุดประทับองค์พระราหูมีรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 ทิศ งดงามมาก พร้อมทั้งคาถาบูชาได้แก่
1. ด้านซ้ายหน้า คือ พระสังกัจจายน์
2. ด้านขวาหน้า คือ พระอุปคุต ที่อุดมสมบูรณ์มาก มีปลาทองอยู่ในพระหัตถ์ซ้าย และนกในพระหัตถ์ขวา
3. ด้านขวาหลัง คือ พระสีวลี ปางนั่งอุ้มบาตร ใบหน้าสวยมากมีลายเส้นคาดจากหางคิ้วด้านซ้ายไปขวา
4. ด้านขวาหลัง คือ ตำรับวัดศีรษะทอง หลวงปู่น้อย นาวารัตน์

พระสีวลีวัดศีรษะทอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

10 วิธีกำจัดเพลี้ย

Get rid of insects of trees (aphids, mealybugs and scale insects)
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit |October 2, 2018

ต้นกระบองเพชร

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่รักการปลูกต้นไม้ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

ใช้พริกฆ่าเพลี้ย cactus

คำนำ 10 วิธีการกำจัดเพลี้ย
เรื่องที่ รตจิตร กำลังจะบอกต่อให้เพื่อน ๆ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนรักต้นไม้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นต้นกระบองเพชรที่คนปลูกมักให้เวลามากพอสมควร หรือต้นหนุมานนั่งแท่นที่รตจิตรปลูกขาย เพื่อเป็นทั้งไม้มงคล และสมุนไพรรักษาโรค ในเพจ facebook ขายต้นหนุมานนั่งแท่น – สมุนไพร หรือต้นไม้ทั่วไป เพราะต้นไม้บางต้น รตจิตร คิดว่าเพื่อน ๆ ต้องรักมาก เลี้ยงอย่างดี ดูแลตลอด ให้เวลาและมีต้นทุนที่เกี่ยวกับกับต้นไม้เหล่านี้มากจริง ๆ ซึ่ง รตจิตร ก็เคยเจอปัญหาเรื่องเพลี้ยเช่นกัน และพยายามกำจัดเพลี้ยโดย ใช้ทั้งพริก กระเทียม ใบยาสูบจากบุหรี่ เป็นต้น

10 วิธีการกำจัดเพลี้ย

เกี่ยวกับ 10 วิธีการกำจัดเพลี้ยนี้ รตจิตร หมายถึง Scales insect คือเพลี้ยรวม ๆ ทุกประเภท โดยวิธีกำจัดเพลี้ยส่วนมาก รตจิตรได้ข้อมูลมาจากอาจารย์พราว อรุณรังสีเวช ทุก ๆ วิธี อจ.พราว เป็นคนทดลองด้วยตนเอง และดูผลของการกำจัดแต่ละวิธีด้วย เนื่องจากเพลี้ยบางชนิดสามารถกำจัดได้ง่าย บางชนิดก็กำจัดได้ยากมาก ๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการ หรือระยะเวลาที่ใช้ และบางประเภทก็ยังหาวิธีกำจัดไม่ได้ จนทำให้ต้นกระบองเพชรต้องตาย เป็นต้น

เพลี้ยแป้งหางสั้น

ประเภทของเพลี้ย จากประสบการณ์

รตจิตร ไม่ได้อ้างอิงตามหลักวิชาการ แต่ 10 วิธีการกำจัดเพลี้ยน่าจะเรียกได้ว่า วิธีกำจัดเพลี้ยภาษาชาวบ้าน รตจิตรอาศัยประสบการณ์การปลูกต้นไม้ของรตจิตร เองมาประมาณ 40-50 ปี ที่ รตจิตรพบเห็นมาในชีวิต รตจิตรยังเห็นว่าต้นไม้บางชนิดไม่มีเพลี้ยมายุ่งเลย แต่ต้นไม้บางชนิด รตจิตรเจอเพลี้ยหลายประเภทมาก ได้แก่

เพลี้ยแป้งหางสั้น

1. Aphids หรือเพลี้ยเหลือง เป็นตัวเล็ก ๆ สีเหลือง ได้แก่ เพลี้ยที่ รตจิตรพบในใบกระเพา
2. Mealybugs หรือเพลี้ยแป้ง สีขาว ไม่ว่าจะเป็นเพลี้ยแป้งหางยาว (Long tail Jack Beardsley Mealybugs) หรือ เพลี้ยแป้งหางสั้น (Short tail Jack Beardsley Mealybugs) ที่ รตจิตรเห็นประจำบนหน่อยหน่า และมังคุด เป็นต้น กระบองเพชร ที่มีลักษณะต้นยาว ๆ เลื้อย ๆ เพราะลำต้นค่อนข้างอ่อน มักจะมีเพลี้ยแป้งเยอะ จนทำให้ยอดของต้นหงิกได้

ต้นกระบองเพชร

3. Diaspis หรือเพลี้ยที่เป็นเส้น ๆ สีขาว รตจิตร คิดว่าเพลี้ยชนิดนี้ร้ายกาจมาก สามารถทำให้ต้นไม้ล้มตายได้ทั้งต้น พบได้บ่อยกับต้นไม้ประเภทกระบองเพชร กล้วยไม้ เพลี้ย Diaspis น่ากลัวที่สุด เพราะกำจัดยากจริง และถ้ามันขึ้นไปมากพอ ต้นจะตาย

4. เพลี้ยต้นมะม่วง ได้แก่ เพลี้ยหอย ที่เป็นตุ่ม ๆ ท้องใบมะม่วง และเพลี้ยไฟที่ทำให้ใบมะม่วงไหม้ได้ ตามที่ รตจิตรได้เห็นจากการปลูกต้นมะม่วงมาเป็น สิบ ๆ ปี

Scales insect on Opuntia Tuna Monstrusa

10 วิธีการกำจัดเพลี้ย

วิธีที่ 1 ใช้เขี่ยออก หรือบี้ตาย
รตจิตร คิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาทันทีเมื่อเห็น จะเห็นได้ว่า ใช้เวลา และใช้สายตาค่อนข้างมาก กระบองเพชรต้นผอมๆ มีเพลี้ยแป้งเยอะมาก อาจารย์พราว ต้องคอยแกะเพลี้ย เพื่อบี้ให้ตายทุกวัน ถ้ายังคงทำตามวิธีนี้ต่อไป เพื่อน ๆ คงไม่ต้องทำอะไร จึงเกิดวิธีอื่น ๆ ตามมา

กระเทียม หรือ Garlic

วิธีที่ 2 ใช้กระเทียม
อจ.พราว ใช้วิธีวางกระเทียมสดไว้ตามโคนต้นไม้ หรือ ใช้น้ำแช่กระเทียมสด ฉีดพ่น
วิธีที่ 3 ใช้ใบยาสูบ
อจ.พราว ใช้วิธีก้นบุหรี่ไว้ตามโคนต้นไม้ หรือ ใช้น้ำแช่บุหรี่ เฉาะที่เป็นใบยาสูบ ฉีดพ่น

Aphids- mealybugs and scales on Cactus

วิธีที่ 4 ใช้น้ำสะเดา
อจ.พราว เกือบจะซื้อมาลอง คือ น้ำยาส่วนผสมสะเดาที่ขายตามร้านต้นไม้ เป็นขวด ๆ ละประมาณ 50-70 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ แต่กลัวเป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตอื่น ปรากฎว่าเพื่อนของอจ.พราว เคยใช้ฉีดพ่นเพลี้ยบนต้นไม้ เพื่อนของ อจ.พราว ยืนยันว่าไม่เป็นอันตรายกับน้องหมา เพราะน้องหมาของเพื่อน อจ.พราว ชอบไปกินต้นไม้ด้วย แต่ต้องฉีดอย่างน้อย 3-4 ครั้ง อย่างไรก็ตาม รตจิตรเคยให้ยอดสะเดามาแช่น้ำแล้วฉีด หรือรดบนต้นไม้ เหมือนว่าป้องกันเพลี้ยได้ชั่วคราว พอกลิ่นหมดก็เห็นได้อีก

Proud and cactus

วิธีที่ 5 ใช้ฟองแชมพู
ฟองแชมพูนี้ มีที่มามากมาย ได้แก่ ยาสระผม น้ำยาฆ่าเห็บหมัดของสุนัข เมื่ออาจารย์พราว ใช้วิธีนี้ จะทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้ว อจ.พราว ก็ต้องรีบล้างออกให้สะอาด เพราะ
– ฟองไปเคลือบใบ ทำให้ใบไม่สามารถหายใจได้ เป็นผลเสียแก่ต้น
– ฟองบางอย่างแรง รตจิตร เห็นเลยว่า ถ้ามีส่วนตกค้างอยู่ ทำให้ใบไหม้ได้

ใบไหม้ หลังกำจัดเพลี้ย

วิธีที่ 6 ใช้ฉีดน้ำแรง
รตจิตรเคยใช้วิธีนี้ โดยการฉีดน้ำแรง ๆ ไม่เหมาะกับต้นไม้ที่บอบบาง ดอกหรือเมล็ดร่วงง่าย เช่น ต้นหนุมานนั่งแท่น แม้จะเป็นสมุนไพรที่ทน และแข็งแรง ปลูกง่าย แต่ประโยชน์มาก ดอกของมันก็ทนน้ำที่ฉีดแรง ๆ ไม่ได้ เป็นต้น

cactus

วิธีที่ 7 ใช้ยาฉีดกันยุง
การฉีดยากันยุง อาจเป็นอันตรายกับเด็กและสัตว์เลี้ยง ยกเว้นห่างไกลออกไป

วิธีที่ 8 ใช้บอแรกซ์
เช่นเดียวกับวิธีที่ 7 เพราะอาจเป็นอันตรายได้

วิธีที่ 9 ใช้ส่วนผสมธรรมชาติ
อาจารย์ พราว เห็นตามเว็บไซต์มีการ ใช้ กาแฟ ผสมกะทิ รดล้างเพลี้ยตามต้นไม้ ซึ่งก็ไม่ค่อยได้ผล อจ.พราว จึงใช้ส่วนผสมตามนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นสูตรเฉพาะตัวของอจ.พราว และก็ใช้ในการกำจัดเพลี้ยได้ค่อนข้างดี คือ กาแฟ, พริก, ใบยาสูบจากบุหรี่, น้ำส้ม โดยเมื่อผสมเสร็จ อจ.พราว ต้องกรองเพราะจะไว้ในกระบอกฉีด รตจิตรเคยไม่กรอง ทำให้กระบอกฉีดตันหมด

10 วิธีกำจัดเพลี้ย

วิธีที่ 10 ใช้ เหล้า ผสม น้ำส้มสายชู
รตจิตร เมื่อวันก่อน กำจัด Diaspis ตัวผู้เป็นเส้นสีขาว ตัวเมียมีเกราะสีดำหุ้มอยู่ทำให้ดูเหมือนเป็นตัวสีดำ ความจริงถ้าเอาเกราะหุ้มออก ก็จะเห็น Diaspis ตัวเมียเป็นสีขาวเช่นกัน ทำไมเพลี้ยประเภทนี้ต้องมีเกราะ ก็เพื่อเป็นแหล่งเก็บไข่ นั่นเอง ไป รตจิตร

วิธีกรองส่วนผสมกำจัดเพลี้ย

Leave a comment

Filed under Uncategorized

10 อันตรายจากการกินลูกตะขบ

Jamaican Cherry
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit |September 12, 2018

อันตรายจากการกินลูกตะขบ

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ชอบกินสมุนไพรบ้าน ๆ ของไทย ซึ่งในที่นี้คือลูกตะขบ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรคิดว่าหลายคนไม่รู้จักต้นตะขบ บางคนไม่เคยเห็น และไม่เคยกินลูกตะขบบ้านเลย ลูกตะขบภาษาอังกฤษ เรียกวา Jamaican Cherry รตจิตรคิดว่าฝรั่งคงเห็นว่าเหมือนลูกเชอร์รี่ เพราะ 1. ลูกตะขบเป็นลูกกลมๆ เล็ก ๆ เหมือนเชอร์รี่ 2. เมื่อลูกตะขบสุก จะมีผลสีแดง 3. ผลลูกตะขบอยู่ใต้ใบเห็นได้ชัด 4. ลูกตะขบอร่อย เหมือนกับที่ฝรั่งคิดว่า ผลเชอร์รี่อร่อย

ลูกตะขบ

แต่สำหรับ รตจิตร ในความเห็นส่วนตัวแล้ว เชอร์รี่ไม่อร่อยเลย แตกต่างจากลูกตะขบบ้านมากเพราะ
1. เปลือกของเชอร์รี่หนาไป กินไม่อร่อย แต่ลูกตะขบกรอบบาง
2. ลูกตะขบบ้านของไทย หวานทุกลูกแม้ยังสีแดงไม่จัด แต่เชอร์รี่บางลูกฝาด
3. ลูกกลมเหมือนกันจริง แต่ลูกตะขบเล็ก ๆ น่ารักกว่าเยอะ
4. ความหอมต่างกันโดยสิ้นเชิง

สมุนไพรไทยส่วนมากมีประโยชน์ ยกเว้นบางอย่างที่กินมากแล้วอันตราย เช่น หญ้าไผ่น้ำ ที่คนไปต้มกินแทนน้ำเพื่อรักษาโรคไตวาย ไตวายเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน แต่ รตจิตร ต้มกินเพื่อลดน้ำตาล หากกินมาก จะทำให้ความดันโลหิตต่ำฮวบฮาบ ทำให้ รตจิตรหน้ามืด และวูบล้มลงได้ สำหรับบทความนี้ รตจิตร จะพูดถึงอันตรายที่เกิดจากการกินตะขบบ้าน 10 ข้อเพื่อเพื่อน ๆ จะได้ระวัง ได้แก่

ต้นตะขบ_อันตราย

1. ล้มได้
เนื่องจากต้นตะขบที่จะให้ดอกผลได้ต้องเป็นต้นสูงใหญ่ บางต้นสูงถึง 8-10 เมตรเลยทีเดียว พอ รตจิตรจะเก็บลูกตะขบกิน รตจิตรต้องใช้เก้าอี้เพื่อปีนเก็บ พอเก็บลูกตะขบ มาก ๆ ก็เพลิน จนล้มตกจากเก้าอี้ได้
2. หน้ามืด
รตจิตร เก็บตะขบโดยต้องเงยหน้าเก็บทีละลูก และเงยหน้าค้างอยู่อย่างนั้น จนหน้ามืดได้ ยิ่งโดยส่วนมาก รตจิตรจะเก็บตอนยังมีแสงแดด คือสามารถเก็บลูกตะขบได้ตั้งแต่เช้า เพราะจะเห็นลูฏตะขบที่กำลังกินได้ง่าย
3. ปวดหัว
รตจิตรเก็บลูกตะขบ โดยเงยหน้าเก็บ และก็ก้มลงวาง แล้วก็เริ่มเก็บลูกต่อ ๆ ไปใหม่ ก้ม ๆ เงย ๆ ปวดหัวได้

กินตะขบ_อันตราย

4. ถูกหมากัด
รตจิตรเห็นตันตะขบโดยทั่วไปอยู่ตามทาง ตามถนน หากไปทำท่าเก็บด้วยท่าแปลก ๆ ไม่ว่าจะปีน จะกระโดดก็ตาม ไม่ว่าจะหยิบเก็บลูกตะขบได้ง่าย หรือได้ยากก็ตาม รตจิตรอยากให้ระวังหน่อย เพราะท่าทางแปลก ๆ อาจทำให้น้องหมาข้างถนนวิ่งเข้ามากัดได้นะคะ

5. มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งง่าย
เนื่องจากความหวาน กรอบอร่อย และกลิ่นหอม ๆ ทำให้ชวนหลงใหล ตอนวัยเด็ก พอ รตจิตรเก็บลูกตะขบได้ จะรู้สึกว่าอยากกินไปเรื่อย ๆ ในขณะที่เพื่อน ๆ ก็มีความรู้สึกอยากกินเช่นกัน จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทได้ง่าย เพราะความอร่อยของตะขบ

ตะขบ_อันตราย

6. น้ำตาลสูงได้
เรา ๆ ท่าน ๆ รู้อยู่แล้วว่า ผลไม้ไทย หลายชนิดที่มีรสหวาน ถึงหวานจัด สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดข้นสูงได้ และเกิน 100 รตจิตรคิดว่าผลไม้ไทยหลายอย่างที่มีรสหวาน ทำให้ รตจิตรห้ามใจไม่ได้ เพราะเป็นคนชอบหวานอยู่แล้ว

7. ถูกเจ้าของบ้านไล่
ปัจจุบันหาต้นตะขบได้ค่อนข้างยาก ทำให้คนที่ติดกินลูกตะขบต้องเก็บจากบ้านอื่น นอกจากนี้เนื้อที่ที่ใช้ปลูกก็มากพอสมควร จนไม่สามารถปลูกให้พื้นที่บ้านของต้นเองได้ รตจิตรอยากให้เพื่อนระวังหน่อย เพราะการเก็บลูกตะขบกินจากบ้านอื่น ๆ จะทำให้ถูกเจ้าของบ้านไล่ได้ เป็นที่อับอายโดยใช่เหตุ

ตะขบ_อันตราย

8. ทำต้นไม้หัก
รตจิตรเคยเห็นคนยืนบนกระบะที่จอดใต้ต้นตะขบ และเก็บลูกตะขบได้อย่างสบาย จนขาดสติ ดึงจนกิ่งต่าง ๆ ของตะขบหักร่วงลงมา
9. ทำร้ายเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ
เนื่องจากต้นตะขบสูงใหญ่ จึงจะให้ผลตะขบได้มาก แต่ลูกตะขบก็สูงตามด้วย รตจิตรเห็นบางคนชอบดึงกิ่งลงมาเพื่อเด็ดลูกตะขบ แล้วกิ่งต้นตะขบก็หลุดมือ กระแทกถูกคนข้างเคียง รตจิตรจึงไม่อยากให้การเก็บลูกตะขบกินเป็นการทำร้ายเพื่อน โดยไม่ได้ตั้งใจ
10. ได้รับบาดเจ็บจากการกระโดด
รตจิตรคิดว่า ด้วยความหอมหวานของตะขบ บางทีลูกที่สุกแดงจะอยู่สูงมาก ทำให้คนต้องกระโดด เพื่อหยิบลูกตะขบกินให้ได้ จนทำให้คนเก็บได้รับบาดเจ็บได้เช่นกัน

ต้นตะขบ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ 6 ท่า ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช ท่าพระจันทร์ และท่าพระอาทิตย์

Sanarm Luan One Day Tour
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 30, 2018

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่อยากเที่ยวให้อย่างคุ้มค่าบริเวณสนามหลวง โดยมีเวลาเพียง 1 วัน คือมีวัตถุประสงค์เพื่อเที่ยวท่าน้ำต่าง ๆ ได้แก่ ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช และท่าพระจันทร์ บทความนี้ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้เพื่อการศึกษา โดยต้องอ้างอิงให้ถูกต้องทั้งแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

Museum Siam

รตจิตร คิดว่าเพื่อน ๆ ที่มีเวลาว่างไม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ จะมีเวลาว่างก็เพียงเสาร์-อาทิตย์ การอ่านบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ตอนนี้ รตจิตรขอสรุปสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณ 5 ท่า ได้แก่ 1. ท่าเตียน 2. ท่าราชวรดิษฐ์ 3. ท่าช้าง 4. ท่ามหาราช และ 5. ท่าพระจันทร์ มีทั้งสิ้น 9 แห่งดังนี้ โดย รตจิตรจะไม่ไปวันจันทร์เพราะเป็นวันที่พิพิธภัณฑ์ทั่วไปหยุด ซึ่งเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ทั่วไปในโลก ทัวร์ครั้งนี้ รตจิตรใช้เวลาส่วนมากที่มิวเซียมสยาม Museum Siam ดังนั้นข้อมูลที่รตจิตรจะเขียนจะเกี่ยวกับที่ มิวเซียมสยาม มากหน่อยนะ ส่วนอัลบั้มรูปสำหรับทัวร์ 1 วัน ท้องสนามหลวง ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช และท่าพระจันทร์ รตจิตรไว้ในลิงค์นี้นะ เพื่อน ๆ สามารถคลิ๊กดูได้เลยที่
https://www.flickr.com/photos/j9i9t/sets/72157700664519685

ท่าช้าง ตึกเก่า

1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สนามหลวง
2. วัดพระแก้ว (Wat Phra Kaew) และพระบรมมหาราชวัง (Grand Palace)
3. วัดโพธิ์ Wat Po (วัดพระเชตุพนมังคลารามราชวรมหาวิหาร) ท่าเตียน
4. มิวเซียมสยาม Museum Siam ท่าเตียน
5. ตึกเก่าท่าเตียน
6. ท่าราชวรดิษฐ์ (Tha Rat or Ratchaworadit Pier)
7. ตึกเก่าท่าช้าง
8. มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่ามหาราช (Tha Maharaj)
9. ท่ามหาราช (Tha Maharaj)
10. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
11. พระสุเมรุ ท่าพระอาทิตย์

ตอนนี้มาดูรายละเอียดกันหน่อย

1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

หลายครั้งที่รตจิตรมาเที่ยวตามท่าต่าง ๆ ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช และท่าพระจันทร์ รตจิตรจะใช้เดินทางทางเรือข้ามฟาก แต่วันนี้ รตจิตรนั่งรถเมล์สาย 203 ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนิน ซึ่งสวยไปด้วยดอกไม้สีเหลือง ประจำรัชกาลที่ 10 เนื่องด้วยวันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันคล้ายพระราชสมภพของพระองค์ และดอกไม้กระเจียวสีชมพู เพราะเดือนสิงหาคมเป็นเดือนแม่ของปวงชนชาวไทย เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม พอรตจิตรผ่านสนามหลวงก็เตรียมลง เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

พระบรมมหาราชวัง

2. วัดพระแก้ว (Wat Phra Kaew) และพระบรมมหาราชวัง (Grand Palace) ท่าช้าง

เปิด-ปิดเวลา 8:30 – 15:30 น.
อย่างไรก็ตามถ้าเพื่อนๆ นั่งรถเมล์สาย 203 ต่อไป ก็สามารถเที่ยวท่าเตียนได้เลย เหมือนครั้งที่รตจิตรต้องมาธุระที่ท่าเตียน รตจิตรจะนั่ง 203 ไปอ้อมพระบรมมหาราชวัง ผ่านท่าเตียน หรือถ้าบางคนต้องการนั่งตรงมาเพื่อเที่ยวชมที่วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมหาราชวัง ให้นั่งผ่านท่าราชวรดิษฐ์ และสามารถลงที่ท่าช้าง เพื่อข้ามถนนไปเที่ยวชมวัดพระแก้วพอดี
รตจิตรยังเห็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยววัดพระแก้วจำนวนมากเช่นเคย ยิ่งตึกเก่าทั้งหมดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว บริเวณตรงข้ามพระบรมหาราชวังยิ่งงดงาม เพราะตึกเป็นสีไข่ไก่ขอบเขียวเหมือนกันตลอดแนว
รตจิตรไม่ได้ไปเที่ยวบริเวณ 5 ท่าเหล่านี้ ทาง อยากให้เพื่อน เริ่มต้นที่วัดพระแก้ว (Wat Phra Kaew) และพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ท่าเตียน ไปถึงท่าช้าง

วัดโพธิ์_วัดพระเชตุพน

3. วัดโพธิ์ Wat Po (วัดพระเชตุพนมังคลารามราชวรมหาวิหาร) ท่าเตียน

วันนี้ที่ รตจิตรมาเที่ยว คนต่างชาติเยอะมาก ถ้าเป็นต่างประเทศสถานที่ทางประวัติศาสตร์เหล่านี้มีค่าเข้าชมทั้งสิ้น เดือน ส.ค. 2561 วัดโพธิ์มีการบูรณะบางส่วนด้านใกล้ประตูด้านหลัง รตจิตรเห็นทั้งรถ Taxi และสามล้อ หรือ ตุ๊ก ตุ๊ก เมืองไทย จอดไม่เป็นระเบียบ ทำให้รถเมล์ค่อนข้างลำบาก และทำให้รถติดนิดหน่อยด้วย ทั้ง ๆ ที่รถไม่ควรจะติด
รตจิตร มาวัดโพธิ์หลายครั้ง แต่ไม่เคยเดินมาด้านท้ายวัดโพธิ์เลย วันนี้ รตจิตรลองเดินมาเพื่อจะไปชมมิวเซียมสยาม จึงเห็นหอสมุดสันติวัน อยู่ข้าง ๆ วัดโพธิ์เลย เพื่อให้ความรู้ทางพุทธศาสนาแก่ประชาชน

มิวเซียมสยาม Museum Siam

4. มิวเซียมสยาม Museum Siam ท่าเตียน

เปิด-ปิดเวลา 10:00 – 18:00 น.
มิวเซียมสยาม Museum Siam อยู่ตรงข้าม บ้านจักรพงษ์ ซึ่งใหญ่มาก Museum Siam แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ
(1) โซนที่คนอื่นมาเช่าสถานที่ ส่วนมากไม่เสียค่าเข้า และ
(2) โซนที่ Museum Siam จัดงานเอง มีค่าเข้าดังนี้

 Museum Siam

พอรตจิตรเดินเข้ามาในมิวเซียมสยาม Museum Siam ตรงประตูก็เห็นภาพที่ไม่ชอบ ที่รู้สึกว่าทำไม มิวเซียมสยาม Museum Siam ไม่คัดกรองก่อน และทำไมคนทำไม่มีจิตรสำนึกคือ นำภาพที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของ รัชกาลที่ 9 แต่กลับเขียนคำที่ลอกมาจากภาพยนตร์ ว่า Night at the Museum ความเห็นของรตจิตร การทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมอย่างแรงคือ

Museum Siam

– ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระองค์เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย แต่ภาพยนตร์เรื่อง Night at the Museum เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ได้แก่คนบางส่วน และภาพที่ติดตาคนทั่วโลกคือสัตว์ต่าง ๆ จำนวนมาก
– ทำไมต้องนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ มาเกี่ยวข้องกับคำที่ต้อง copy มาจากคนอื่น ที่อื่น ซึ่งใคร ๆ ทั่วโลกก็รู้ดี เพราะเป็นชื่อหนัง

Museum Siam

รตจิตรไปมิวเซียมสยามก่อนสิ้นเดือนสิงหารคม 2561 ยังคงมีการจัดแสดงงานเรื่อง ชายหญิง สิ่งสมมุติ (Gender Illumination) และเมื่อรตจิตรฟังเนื้อที่บรรยายในวันนั้นยิ่งเห็นว่าป้ายโฆษณาไม่ถูกต้อง เพราะภายในงานบอกว่าไม่ควรแบ่งแยกรังเกียจ แต่ทำไม ป้ายต้องเอาเพศชายขึ้นก่อน? ทำไมต้องเอาคำว่า เพศชายอยู่เหนือเพศหญิง? ทำไมคนจัดหรือคนออกแบบไม่เอาคำว่าชายหญิงไว้เสมอกันดังที่คำบรรยายต่าง ๆ ที่เปิดในงานแสดง นอกจากนี้ รตจิตรยังไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำถามในแบบสอบถาม ซึ่งน่าเกลียดมาก แต่มาจัดในสถานที่แบบ มิวเซียมสยาม เช่น

Museum Siam

– คุณมีเพศสัมพันธ์กับใครได้บ้าง
– เพศกำเนิด ของคุณมีอวัยเพศ อะไร
– คำบรรยายโดยพระรูปหนึ่งที่ชอบพูดเรื่องเพศกับพุทธศาสนา ซึ่งรตจิตรขอสงวนชื่อไว้ กลับต้องการให้ รวมห้องส้วม ไม่มีการแยกเพศ เป็นห้องน้ำหญิง-ชาย

Museum Siam

สรุปวันนี้ที่รตจิตร มาเที่ยวมิวเซียมสยาม ไม่ปลื้มเลย ขนาดตอนจะกลับก็อยากจะหยอดตู้เพื่อซื้อ Souvenir Coin ของ Museum Siam รตจิตรยังรู้สึกไม่อยากได้ เพราะเหรียญที่ระลึกไม่เหมือนตามพิพิธภัณฑ์ที่อื่น ซึ่งเป็นเหรียญจริง ๆ แข็งแรงทนทานเหมือนเหรียญสตางค์บ้านเรา แต่ที่ Museum Siam รตจิตรเห็นเป็นเหรียญอ่อน ๆ เป๊าะแป๊ะได้

ตึกเก่าท่าเตียน

5. ตึกเก่าท่าเตียน

รตจิตรเห็นป้ายที่ติดไว้ด้านตรงข้ามวัดโพธิ์ คิดว่าหลายคนคงไม่ได้อ่าน หรือไม่เคยอ่านด้วย รตจิตรจึงอยากย่อมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้ ตึกเก่าย่านท่าเตียน สร้างสมัยรัชการที่ 5 และ 6 เป็นตึก 2 ชั้นแบบยุโรป จุดเด่นอยู่ที่ซุ้มหน้าต่างรูปโค้ง มีเสากลมใหญ่ 2 ข้างอาคาร แถวนี้เดิมเป็นย่านซื้อขายยา สมุนไพรหลายร้าน ปัจจุบันก็ยังมีอยู่หลายร้าน ส่วนมากแล้ว รตจิตรจะไปซื้อยาหม่องแถวนี้แทน เช่น ยาหม่องพรมรังสี รตจิตรจะซื้อเฉพาะฝาเหล็กนะจะบอกให้

ท่าเตียน วัดอรุณ

รตจิตรสังเกตร้านอาหารหลายร้านมีแต่ผัดไทย ราคาตั้งแต่ 50 – 100 บาทต่อจาน และมะพร้าวอ่อน ลูกละ 50 บาท นอกจากนั้นยังมีขายกางเกงชาวเล ลายช้าง ลายไทยอื่น ๆ ไม่แพงเลย ตามซอกตึกเก่าหลายซอก สามารถเข้าไปถ่ายรูปวัดอรุณได้สบาย ๆ ด้วย รตจิตรก็เป็นหนึ่งในคนที่เข้าไปถ่ายรูปเช่นกัน จึงเห็นว่าเดี๋ยวนี้ วัดอรุณ หรืออรุณราชวราราม ไม่เหมือนสมัยก่อน ความงามลดลงเยอะ ความอ่อนช้อยก็หายไป สีโดยรวมที่ รตจิตรเคยเห็นวัดอรุณ เป็นสีเทาฟ้า ๆ ก็หายไป เป็นต้น

ท่าราชวรดิษฐ์ วัดมหาธาตุ

6. ท่าราชวรดิษฐ์ (Tha Rat or Ratchaworadit Pier)
ท่านี้ รตจิตรแค่เดินผ่านเพราะเวลาไม่พอ แต่ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลาสามารถเข้าไปดูริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ถ่ายรูปเรือรบสวย ๆ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถ นั่งชมวิวดูวัดประยูร วัดระฆัง และวัดอรุณราชวราราม และยังสามารถช่วยอุดหนุนร้านค้าราชนาวีอีกด้วย

ร้านขายเตาฮวยตึกเก่าท่าช้าง

7. ตึกเก่าท่าช้าง

รตจิตรมาถึงท่าช้าง ที่ตึกเก่าท่าช้างเป็น High light สำหรับถ่ายรูปเช่นกันเพราะตึกอยู่หัวมุมพอดี เป็นแหล่งที่ขายสับปะรดเยอะมาก และมีเขียนป้ายเป็นภาษาจีน นอกจากนี้ รตจิตรยังได้ยินคนไทยตะโกนขายเป็นภาษาจีนกลางด้วย รตจิตรเดินดูตึกเก่าท่าช้าง ร้านอาหารหลากหลาย ไม่เหมือนท่าเตียน ที่เป็นผัดไทยหลายร้าน รตจิตรยังแวะกินเต้าฮวยร้อน เต้าฮวยเย็น แป๊ะก้วย เฉาก๊วย อร่อยมาก

ท่าช้าง ตึกเก่า

8. มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่ามหาราช

รตจิตรข้ามฝั่งไปเที่ยวมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งบางครั้งก็มีจัดแสดงภาพฝาผนังด้านนอกมหาวิทยาลัยศิลปากรเลย บางครั้งก็มีจัดงานแสดงภาพวาด งานของกลุ่มมัณฑนศิลป์ เป็นต้น นอกจากนี้ตรงลานกว้างก็มีรูปปั้นต่าง ๆ สวยงาม และยังเป็นสถานที่ที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง เช่น ห้องหุ่น มหาวิทยาลัยศิลปากร ยังเป็นที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ครั้งที่ท่านมีชีวิตอยู่ ซึ่งมีคำพูดของท่านที่อยู่ในประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบันคือ “ศิลปะยืนยาว ชีวิติสั้น (Ars Longa Vita Brevis)”

9. ท่ามหาราช (Tha Maharaj)

ท่ามหาราช คือแหล่งเที่ยว Shopping mall และอาหารการกินจริง ๆ รตจิตรมาเที่ยวท่ามหาราชหลายครั้งมาก ๆ ไม่ว่าจะมา selfie ถ่ายรูปกับวิวธรรมชาติ สวย ๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือวิวที่มนุษย์สรรสร้างขึ้นมา ตลอดจนการมานั่งกินอาหารชิว ๆ หลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น ซึ่งรตจิตรเคยมานั่งกินตอนดึก ๆ ด้วย หรือแม้แต่ขนมนมเนย เพราะที่ท่ามหาราชจัดงานบ่อยมาก ทำให้มีร้านค้าหลายหลายเหมือนยกระดับตลาดนัดขึ้นมา ด้านตรงข้ามท่ามหาราชคือวัดมหาธาตุ ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลา รตจิตรก็อยากให้เข้าไปชมความงามของวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อาคารปฏิบัติธรรม งดงามมาก

ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย มธ.

10. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สถานที่เที่ยวสุดท้ายของ 6 ท่า รตจิตรเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเห็นว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปลี่ยนไปมาก สวยขึ้นมาก แต่สวยน้อยลงก็แค่ตรงที่รถยนต์จอดมากเกินไป โดม ห้องสมุดริมน้ำเจ้าพระยา และวิวริมน้ำเจ้าพระยา รวมถึงสวนหย่อมตลอดแนวแม่น้ำยังสวยงามมาก แต่วันนี้รตจิตรไม่ได้มาดูความงามที่พรรณนามา เพราะต้องการมาศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อซื้อหนังสือ ซึ่งปกติจะปิดเวลา 16:00 น. ยกเว้นช่วงเปิดเทอมทางศูนย์จะขยายเวลาออกไปอีก 1 ชั่งโมง

11. พระสุเมรุ ท่าพระอาทิตย์

จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตรงท่าพระจันทร์ รตจิตรเดินทะลุมหาวิทยาลัยก็จะถึงท่าพระอาทิตย์ เพื่อไปเที่ยว ป้อมพระสุเมรุ บางคนเรียกป้อมพระอาทิตย์ เพราะอยู่ตรงท่าพระอาทิตย์ รตจิตรมาที่ท่าพระอาทิตย์ เพื่อเก็บวิวสวย ๆ ที่สะพานพระราม 8 เพื่อน ๆ สามารถพักผ่อนได้ที่ป้อมพระสุเมรุนี้

Museum Siam

Leave a comment

Filed under Uncategorized

อำลา เขาดิน รำลึกสวนดุสิต เขาดินในตำนาน

Goodbye Dusit Zoo
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 25, 2018

เช่าเรือถีบ เขาดิน

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่เคยไปเขาดิน หรือสวนดุสิต หรือ กำลังจะไปเที่ยวเขาดิน เนื่องจากจะย้ายไปที่อื่นภายใน 30 กันยายน 2561 นี้ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรรู้สึกว่าเขาดิน อยู่กับคนกรุงมานาน ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ วันที่เขาดินต้องจากไป เขาดินจะเป็นตำนาน ต้องมีวันอำลาเขาดิน และการวางยาสลบเพื่อเคลื่อนย้ายสัตว์ จะทำให้เกิดความสูญเสียมากน้อยเพียงใดยังไม่มีใครรู้ และถ้าสูญเสียจริง ๆ จะมีการให้ข่าวตามจริงหรือไม่ อย่างไร ขนาดน้องหมาของรตจิตร ที่ชื่อ Woody ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ โรงพยาบาลสัตว์จุฬา ยังแพ้ยาสลบ และตายก่อนที่จะหมอจะผ่าตัดเสียด้วย แต่หมอสัตว์ก็ยังดันทุรังผ่าตัด เพราะต้องการก้อนเนื้อในมดลูกของน้องหมามาดอง………..

ความเป็นมาของ เขาดินวนา

นางอาย เขาดิน

รตจิตรอยากเกริ่นนำให้เพื่อน ๆ ฟังเกี่ยวกับประวัติ เขาดิน อย่างสั้น ๆ ดังนี้
– พ.ศ. 2441 สวนสัตว์ดุสิต เป็นบริเวณหนึ่งใน “วังสวนดุสิต” ด้วยทรัพย์ส่วนพระองค์ ของรัชกาลที่ 5 จึงเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีกวางเป็นสัตว์ตัวแรก ๆ ของสวนสัตว์
– พ.ศ. 2481 องค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้สวนสัตว์ดุสิต กลายเป็นสวนสาธารณะ
– พ.ศ. 2506 รัชกาลที่ 9 ทรงรับองค์การสวนสัตว์เข้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้รูปกวางเป็น Logo ให้เขาดินเป็นองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมป์ The Zoological Park Organization under the Royal Patronage of H.M. the King
– พ.ศ. 2560 นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รับพระราชทานโฉนดที่ดิน จาก รัชกาลที่ 10 บริเวณคลอง 6 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 300 ไร่ เพราะพื้นที่ใหญ่กว่าเกือบ 3 เท่า

ค่าเข้า สวนสัตว์ดุสิต

ความรู้สึกในวันที่ไปเที่ยวเขาดินก่อนย้าย

รตจิตรไปเที่ยวเขาดิน ตอนที่มีข่าวว่า จะปิด 31 สิงหาคม 2561 ก่อนที่จะมีข่าวการขยายปิดสวนสัตว์อย่างถาวรเป็นสิ้นเดือน กันยายน 2561 ทำให้รตจิตรรีบไปเที่ยววันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561 ซึ่งคนก็คงพอรู้ข่าวคล้าย ๆ รตจิตร หากเพื่อน ๆ ของ รตจิตร ไม่ไปสัมผัสบรรยากาศของสวนสัตว์ดุสิตด้วยตนเอง จะไม่มีความรู้สึกขนาดนี้ ความรู้สึกถึงความเสียดาย เขาดินอยู่ในความทรงจำตั้งแต่สมัย คุณพ่อคุณแม่ของรตจิตร พอ รตจิตรโต ก็ยังไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ต่อ และพอมีครอบครัวของตนเอง มีลูก ก็พาลูกไปเที่ยวเป็นแห่งแรก ตั้งแต่ลูกไม่ถึง 2 ขวบดี นอกจากนี้บ่อยครั้งที่โรงเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าในกรุงเทพ ปริมณฑล หรือโรงเรียนต่างจังหวัด ก็จัดมาทัศนาศึกษาที่เขาดินเช่นกัน รตจิตรก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่มีประสบการณ์เรื่องการมาทัศนศึกษาที่เขาดิน

Map ภายในเขาดิน

ขนาดวันที่ 18 ส.ค. ที่รตจิตรไปเที่ยวเขาดินนั้น รตจิตรยังรู้สึกเคยชิน ไม่รู้สึกว่าเขาดินในวันนี้แคบ หรือแออัดไปสำหรับสัตว์หรือนักท่องเที่ยว ทั้ง ๆ ที่วันนี้มีคนมาเที่ยวเขาดินมากเป็นประวัติการเพราะข่าวว่าจะปิดสิ้นเดือนส.ค. มีปัญหาแค่เพียงเรื่องที่ รตจิตรต้องเข้าแถวกันยาวเพื่อเข้าห้องน้ำ ซื้อน้ำ Amazon และดูโชว์บางอย่าง เท่านั้นเอง ยิ่งเป็นสัตว์ที่เขาดิน ซึ่งอยู่กันมานาน ยิ่งน่าจะรู้สึกเคยชินมากกว่าพวกรตจิตร และมีความสุขกายสุขใจเสียด้วย ตามคำโบราณที่ชอบพูดกันว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แต่ที่เขาดิน ไม่ได้คับที่เลย รตจิตรขอ Confirm ค่ะ นอกจากนี้ รตจิตรยอมรับว่าทางสวนสัตว์ดุสิตจัดการและทำความสะอาดได้ดีเยี่ยม รตจิตรเลยรู้สึกเสียดาย รู้สึกสงสารทั้งสัตว์ ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ทั้งเด็กและผู้ปกครองถ้าจะมีการย้ายไปเข้าดินใหม่ คลอง 6 ธัญญบุรี

อำลา เขาดิน

ค่าเข้าเขาดิน

ค่าเข้าสวนสัตว์ดุสิตสำหรับคนไทยตั้งแต่ 20 – 100 บาท สำหรับต่างชาติ 70-150 บาท ตามรูปเลยค่ะ รตจิตร ชอบป้ายค่าเข้าเขาดินมาก เพราะเขียนเป็นเลขไทย สำหรับคนไทย และเลขอารบิคสำหรับชาวต่างชาติ ทำให้ไม่รู้ถึงความแตกต่าง อย่างไรก็ตามเรียกได้ว่าค่าเข้าสวนสัตว์ดุสิตถูกมาก ๆ ถ้าเทียบกับต่างชาติ ตามที่ รตจิตรเคยไปสวนสัตว์ที่ต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศ เพราะ

นกฟรามิงโก เขาดิน

1. ต่างประเทศค่าเข้าตั้งแต่ $50-100
2. เขาดินบ้านเรามีสัตว์หลายประเภท แม้แต่สัตว์ต่างประเทศก็มีจำนวนมาก เช่น หมีโคล่า นกฟรามิงโก้ แต่ของต่างประเทศมีสัตว์น้อยมาก
3. รตจิตรจ่ายค่าเข้าครั้งเดียว สามารถดูสัตว์ได้ทั้งเขาดิน แต่บางประเทศมีค่าเข้าชมพิเศษสำหรับสัตว์บางชนิดอีก ราคาค่าเข้าโหดร้ายมาก
4. รตจิตรต้องจ่ายค่าเข้าตามราคาปกติ เพราะบางประเทศเปลี่ยนอายุของผู้สูงอายุเป็น 60 เป็น 65 ปีแล้ว
5. พื้นที่เขาดินบางประเทศในยุโรป น้อยกว่า 118 ไร่ค่ะ แต่เขาใช้วิธีจัดการโดยเพิ่มจำนวนต้นไม้ขึ้น

ยีราฟ เขาดิน

เริ่มเที่ยวเขาดิน กับ รตจิตร

ถ้าซื้อตั๋วเสร็จ แน่นอนทุกคนต้องหายีราฟ และม้าลายค่ะ แม้ว่ายีราฟในวันนี้จะน้อยไป 1 ตัวเมื่อเทียบกับที่ รตจิตรเคยไปนานมาแล้ว แต่ความดึงดูดด้วยความน่ารักขอยีราฟไม่ได้ลดน้อยลงเลย ยิ่งไปกว่านั้น สวนสัตว์ดุสิตมีสะพาน หรือ Sky Walk เดินตามทางเขาดินได้ไกล จนมาถึง ที่ยีราฟได้เลย รตจิตรสามารถสัมผัสถึงความน่ารักของยีราฟได้อย่างใกล้ชิด เพราะเขาจะมากินใบไม้ต้นที่ใกล้ ๆ ทางเดินลอยฟ้านี้ บางประเทศสวนสัตว์มีกระเช้าให้คนขึ้นชม แต่ รตจิตรคิดว่าไม่ได้บรรยากาศเหมือนสะพานไม้ที่เขาดินวนาของเราเลย ของไทยหลายอย่างดีกว่าต่างชาตินะจะบอกให้

อำลา เขาดิน

เขาดินไม่ใช่มีแค่สัตว์นานาชนิด ไม่ใช่มีแค่การแสดงโชว์ของสัตว์ ไม่ได้เป็นเพียงที่พักผ่อน ในการถีบเรือ ในการสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรือครอบครัว ไม่ใช่มีแค่ความรู้ตามป้ายข้อมูลต่าง ๆ และนิทรรศการที่จัดขึ้นเป็นระยะ ๆเช่น นิทรรศการภาพถ่ายในอดีต 80ปีเขาดินวนา แต่เขาดินยังเป็นที่น่าหลงใหลสำหรับเด็ก ๆ และผู้ปกครอง มีสวนน้ำที่เต็มไปด้วยสีสัน เหมาะสำหรับประเทศเมืองร้อนแบบไทยมาก ๆ

นิทรรศการภาพถ่ายในอดีต 80ปีเขาดินวนา

รตจิตรได้ยินคนบ่นว่า ไม่เห็นเจองูเลย ความจริงงูอยู่ใกล้มากมาย แต่นิสัยคนเรามักจะนิยมไปดูยีราฟก่อน แล้วก็เดินเลียดไปทางขวา ไปเรื่อย ๆ คือไปทางแคชเมียร์ ความจริงงูอยู่ด้านตรงข้ามที่ยีราฟเอง รตจิตรคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่ดูแลสวนงู โดย รตจิตร ถามตอบกับเขาดังนี้

รตจิตร Q: เคลื่อนย้ายงู ไม่ทำให้งูเครียดเหรอ
เจ้าหน้าที่ A: งูทั้งหมดที่มีนี้เขาสามารถจับย้ายได้ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมง
รตจิตร Q: จะจับงูย้ายไปไหน ในเมื่อเขาดินใหม่กว่าจะเสร็จ 3 ปีกว่า
เจ้าหน้าที่ A: ย้ายไปสวนสัตว์โคราชก่อนครับ

สวนงู เขาดิน

รตจิตรสงสารสัตว์ขึ้นมาทันทีต้องย้ายไปย้ายมา อย่างน้อยสัตว์ต้องเครียด ขาดการพักผ่อน และพอไปถึงที่ใหม่อาจล้มเจ็บ อาจนอนไม่หลับ เป็นต้น

ติดต่อเขาดินตามช่องทาง ดังนี้

1. รตจิตร เข้าที่ เว็บไซต์เขาดิน http://www.dusit.zoothailand.org/
2. รตจิตร เล่นเฟสบุคบ่อย ก็เข้าที่ facebook https://facebook.com/DusitzooThailand
3. เพื่อนของ รตจิตร โทรศัพท์ได้นะ ติดต่อฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ 02-281-2000 และ 02-280-7698 ทุกวันในเวลาราชการ
4. รตจิตรถ่ายรูปเขาดินที่สวนดุสิตมา 200 กว่ารูป แต่คัดเฉพาะที่สำคัญไว้ที่อัลบั้มส่วนตัวที่เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปแวะชมได้ที่ URL ตามนี้นะคะ
https://www.flickr.com/photos/j9i9t/albums/72157670509126827

อำลา เขาดิน

รตจิตรอยากเพิ่มเติมเรื่องป้ายประกาศต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ ตามกรง ตามทางเดินในเขาดินว่ามี 2-3 แบบ แต่ส่วนใหญ่ที่จัดทำโดยเขาดินเอง จะเป็นภาพการ์ตูนที่วาดแล้ว สัตว์ทุกตัวเป็นมิตรจริง ๆ รตจิตรเห็นบางป้ายที่สนับสนุนโดยบริษัทเอกชนมักจะภาพวาดสัตว์ที่มีจิตใจไม่ดีเท่าไหร่

Location สวนสัตว์เขาดิน

ที่ตั้งเขาดิน ในปัจจุบัน
ภายในวันที่ 30 กันยายน 2561 สวนสัตว์เขาดิน เขาดินยังอยู่บนพื้นที่จำนวน 118 ไร่ ยังตั้งอยู่ที่ 71 ถนนพระราม 5 แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีสระน้ำใหญ่อยู่ตรงกลาง เห็นพระที่นั่งอนันตสมาคม งดงามมาก รตจิตรถือเป็น High Light ในการถ่ายรูปเขาดิน และยังมีเรือถีบให้เช่า ผ่านไปผ่านมา
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

ที่ตั้งเขาดินใหม่
หลังจากกันยายน 2561 ประมาณ 3-5 ปี เขาดินใหม่ บนพื้นที่จำนวน 300 ไร่ อยู่ที่ถนน รังสิต-นครนายก คลอง 6 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ช้างจิ๋ม เขาดิน

คำถามทิ้งท้ายในบทความ อำลาเขาดิน

เนื่องจากเขาดินใหม่ ต้องใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 3-5 ปี ยังไม่สามาถรองรับสัตว์ที่สวนสัตว์ดุสิตได้ในขณะนี้ แล้วทำไมต้องรีบคนย้ายสัตว์ออกจากเขาดิน เพื่อต้องย้ายสัตว์หลายรอบ คือ มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องขนย้ายสัตว์ที่เขาดินจำนวนมากกว่า 1,300 –1,400 ตัวไปฝากเลี้ยงไว้ยังสวนสัตว์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ 6 แห่ง

Seal Show เขาดิน

แม้ว่าเจ้าหน้าที่เขาดินจะออกมายืนยันถึงความพร้อมในการเคลื่อนย้าย แต่มีอะไรเป็นหลักประกันถึงจำนวนสัตว์ ว่าจะมีจำนวนเท่าเดิมหรือไม่ อะไรการันตีความปลอดภัยของสัตว์ทั้งหมด และผลกระทบหลังจากสัตว์ได้ย้ายไปบ้านใหม่แล้ว สัตว์บางอย่างเดินทางไม่เกิน 2ช.ม.ก็อาจตาย เช่น นกบางชนิด เป็นต้น รตจิตรเคยจะขนย้ายนกยังทำไม่ได้เลย เพราะการเมารถจากการเดินทาง ขนาดคนบางคนยังเป็นเลย

นอกจากนี้ ถ้าจะให้ รตจิตรพูดถึงเรื่องมลพิษ มลภาวะ รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ ลองเข้าไปเที่ยวเขาดินวันนี้ บอกได้เลยว่าไม่มีเรื่องมลพิษ วันที่ รตจิตรไปเที่ยวเขาดิน มีกระแสว่าปิด 31 ส.ค. 2561 คนจะไปกันหนาแน่น ทำให้รถติดมากจริง ๆ ด้านหน้าเขาดิน แต่มลพิษยังเข้าไปเขาดินได้น้อยมาก มลพิษจะมี ก็เพียงสิ่งที่ รตจิตรเห็นในวันนั้น คือ
– การให้รถยนต์จำนวนมากเข้าไปขับด้านใน
– พอรถยนต์มาก ก็เข้าไปทำให้รถติดในสวนสัตว์เขาดิน
– รถยนต์หลายคัน ขับวนหาที่จอดรถจนต้องขึ้นไปจอดทับบนฟุตบาท และสนามหญ้า

เพนกวิน เขาดิน

เพื่อนต่างชาติถามรตจิตร รตจิตรก็ตอบได้สั้น ๆ ว่า “This is our zoo in Bangkok founded 120 years ago. It’s a pity that it has to be moved to other 6 zoos in Thailand. Not good for many animals that have to be relocated to many places which are not their homes until the new one will be completed.

บรรยากาศวันนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เพราะคงไม่มีบรรยากาศที่สัตว์มีความสุขในบ้านหลังนี้ที่พวกเขาอยู่กันมานาน เขาดินที่คนหลายรุ่นได้เคยสัมผัส จะเป็นเพียงเขาดินในตำนาน ไม่มีเขาดินวนา ไม่มีสวนสัตว์ดุสิต ที่ก่อตั้งมาถึง 120 ปี ที่เป็นสวนสารธารณะมาถึง 80 ปีในเขตดุสิตอีกแล้ว บรรยากาศที่คนแก่พาลูกหลานมาดูด้วยความภาคภูมิใจที่พวกเขาจำได้หมดว่าสัตว์อะไร อยู่ตรงไหน มีกี่ตัว …….ลาก่อนเขาดิน

เขาดิน สวนดุสิต ปี 2561

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี

Renew Driver License for 5 years
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 18, 2018

การสอบใบอนุญาตขับรถยนต์

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่กำลังจะไปต่อใบขับขี่ หลังจากต่อมาแล้ว 2 ครั้ง คือ 1 ปี และ 5 ปี จากนั้นก็จะต่ออีก 5 ปี ซึ่งเป็นหัวข้อที่จะเล่าสู่กันฟังวันนี้ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรอยากเกริ่นนำให้เพื่อน ๆ สบายใจเรื่อง การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ 5 ปี ว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจ และคนที่ขอก็ไม่มีใครเครียดตอนทดสอบสมรรถภาพ เหมือนการขอใบขับขี่รถยนต์ใหม่ หน้าตาจะเคร่งเครียดมากจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดสอบภาคสนาม ซึ่งต้องจองคิวทาง internet เพื่อเข้า “DLT ระบบจองคิวอบรม” ก่อน http://ebooking.dlt.go.th/ebooking และยังต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือนด้วย

จองคิวอบรมสอบใบอนุญาตขับรถใหม่

ตอนนี้รตจิตรขอทบทวนการต่อใบอนุญาตขับรถยนต์สักนิด แบบสั้น ๆ คือ ทุกคนที่สอบผ่านใบอนุญาตขับรถใหม่แล้ว เช่น สมมติว่า
– ปี 2555 รตจิตรสอบใบขับขี่ได้ครั้งแรก เมื่อครบ 1 ปี คือ
– ปี 2556 รตจิตรต้องต่อใบขับขี่ ออกไป 5 ปี คือ ใบอนุญาตขับรถยนต์ จะถึงกำหนดในปี 2561 นี้เอง หลังจากได้รับอนุญาตครั้งแรก และ
– รตจิตรต้องต่อใบอนุญาตขับรถยนต์ ออกไปทุก ๆ 5 ปี เนื่องจากปัจจุบัน ไม่มี ใบขับขี่แบบตลอดชีพแล้ว โดยมีขั้นตอน ดังนี้

การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ 5 ปี

รตจิตรเขียนที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ขนส่งตลิ่งชัน รตจิตรไปถึงขนส่ง 8:30 น. พอดี กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ได้คนที่ประมาณ 70 กว่า ๆ เพราะมีคนไปต่อคิวตั้งแต่เช้า แม้ว่า กรมขนส่งจะเปิดทำงาน 8:30 น. ก็ตาม ซึ่งแต่ละคนในวันนั้นก็ใช้เวลาขนาดนี้ ถ้าเพื่อน ๆ ไปวันพฤหัสบดีจะพบคนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนชาติอาเซียน ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มีคนจีน ญี่ปุ่น และฝรั่งบางส่วน
เจ้าหน้าที่ของขนส่งบอกว่า วันนี้คนมาต่อใบอนุญาตขับรถยนต์ น้อยแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือ รตจิตรไม่มีทางเลือก เพราะบ้านอยู่ละแวกนี้พอดี แม้ว่าจะมีเพื่อนบางคนโพสต์ว่า ขนส่งบางขุนเทียน หรือกรมขนส่ง จังหวัดนครปฐม มีคนไปทำธุรกรรมน้อยกว่าขนส่งตลิ่งชันมาก แม้ว่าวันนี้ รตจิตรจะได้คิวที่ยื่นเอกสาร เป็นคิวที่ประมาณ 70+ ก็ตาม แต่ได้คิวที่สอบสมรรถภาพร่ายกาย เป็นคิวที่ 100 กว่า และคิวที่จ่ายค่าธรรมเนียม 505 บาท เพื่อถ่ายรูปเป็นคิวที่เกือบ 200 เพราะมีพวกที่ตกค้างมาจากวันก่อน ๆ ที่ยังทำไม่เสร็จ แต่ขนส่งปิดก่อน

การสอบใบอนุญาตขับรถยนต์

ขั้นตอน การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี

1. รับแบบฟอร์ม ยื่นเอกสาร เพื่อรับคิว

ที่กรมขนส่งตลิ่งชัน รตจิตรขึ้นไปชั้น 2 เพื่อต่อแถวที่หมายเลขช่อง 21 รับแบบฟอร์ม “แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย”และเตรียมเอกสารหลักฐาน 2 อย่างดังนี้
– บัตรประชาชน
– ใบขับขี่ปัจจุบัน
– หากมีการเปลี่ยนนามสกุล จะต้องใช้เอกสารอีกอย่างคือ สำเนาบัตรประชาชน และหลักฐานการเปลี่ยนนามสกุล
รตจิตรเขียนชื่อนามสกุลและหมายเลขโทรศัพท์ บนแบบฟอร์ม “แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย” และ รตจิตรก็รับบัตรคิว พอได้เอกสารคืน จะมีโน้ต ให้ตรวจสอบความถูกต้องของ ชื่อ และนามสกุล ก่อนที่จะไปขั้นตอนต่อไป คือทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ที่ช่อง 10

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย P1

2. การอบรม เพื่อต่อใบขับขี่รถยนต์

รตจิตร รับเอกสารที่ยื่นไปที่ช่องแรกคือ 21 คือแบบฟอร์ม “แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย” แล้วรตจิตรก็ไปต่อที่ช่อง 10 เพื่อรับบัตรคิวอีกครั้ง สำหรับนั่งรอการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ได้แก่ การทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ, การทดสอบสายตาทางกว้าง, การทดสอบสายตาทางลึก, และ การทดสอบปฏิกิริยา
ขณะที่รตจิตรนั่งรอ หลังจากรับบัตรคิวใหม่ที่ห้อง 10 นั้น รตจิตรคิดว่า การรับบัตรคิวห้องนี้ น่าจะใช้วิธีเหมือนการับบัตรคิวตามธนาคารได้ ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายนั่งคนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ เพราะหน้าห้องมี Video คำแนะนำเรื่องการทดสอบให้รตจิตรได้ดูทุกขึ้นตอน นอกจากนั้น เมื่อ Video เกิดขัดข้อง เจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่คอยดูแลห้องอบรมที่อยู่ใกล้ ๆ ก็จะเป็นคนดูแล และคอย Reboot Video อยู่แล้ว

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย P2

ถ้า รตจิตร หันหน้าไปทางหน้าห้อง 10 จะเห็นห้องอบรมอยู่ด้านซ้ายมือ เรียงมาตั้งแต่ห้องที่ติดกับช่อง 21 จนถึง ช่อง 10 ดังนี้
ห้องอบรมห้องใหญ่ ส่วนมากสำหรับผู้สอบใบขับขี่ครั้งแรก

ห้องอบรมใหญ่
สำหรับพวกขอใบอนุญาติขับขี่ใหม่

ห้องอบรม #1 ห้องเล็ก เพื่อทดสอบ E-exam
9:30-10:30 น.; 10:30-11:30 น.; 11:30-12:30 น.; และรอบสุดท้าย 13:00-14:00

ห้องอบรม #2 ห้องเล็ก เพื่ออบรม 1 ชั่วโมง สำหรับพวกที่ขาดต่อใบขับขี่ไม่เกิน 1 ปี มีรอบอบรมดังนี้
9:00-10:00 น.; 9:30-10:30 น.; 10:30-11:30 น.; และรอบสุดท้าย 13:00-14:00

ห้องอบรม #3 ห้องเล็ก เพื่ออบรม 2 ชั่วโมง สำหรับพวกที่ขาดต่อใบขับขี่เกิน 1 ปี มีรอบอบรมดังนี้
10:00-12:00 น.; และ 12:00-14:00 น.

ห้องอบรม #4 ไม่ได้ทำอะไร
รตจิตรเห็นคนส่วนมากที่มาต่ออายุใบขับขี่ ประเภท 5 ปี ทดสอบ แค่ 1-2 ครั้งก็ผ่าน แม้ว่า ขนส่งจะอนุญาตให้ถึง 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามถ้าไม่ผ่านจริง ๆ รตจิตรได้สอบถามเจ้าหน้าที่ขนส่ง ทราบว่า เจ้าหน้าที่จะนัดให้มาใหม่ในวัดถัดไป โดยมาทอสอบที่ห้องนี้ได้เลย แต่วันนั้น รตจิตรเห็นผ่านทุกคนนะ

ตารางอบรมมี 3 ภาษาคือ จีน (วันอังคาร, พุธ) อังกฤษ (พฤ) และญี่ปุ่น (พฤ., ส.ที่ 2 ของเดือน)

3. การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

(1) การทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ

การทดสอบตาบอดสี สอบใบขับขี่ ขนส่ง

รตจิตรต้องบอกสีที่อยู่ในแผ่นวงกลม ตามที่เจ้าหน้าที่ ชี้ว่าคือสีอะไร ซึ่งก็มีแค่สีที่จำเป็น คือ เขียว เหลือง แดง

(2) การทดสอบสายตาทางกว้าง

การทดสอบสายตาแนวกว้าง ทางกว้าง ใบขับขี่ ขนส่ง

เจ้าหน้าที่ให้ รตจิตร มองกว้างเพื่อดูสี ที่ที่มุม 75 องศา คือ ทดสอบสายตาเรื่องสีเขียว กับสีแดง ซึ่งจะปรากฎอยู่ด้านเฉียง ๆ ของดวงตา รตจิตร ต้องให้จมูกแตะแท่น และเจ้าหน้าจะกดสีทดสอบครั้งละสี เพื่อให้ รตจิตรบอกสีออกมา ว่าเขียว หรือ แดง

(3) การทดสอบสายตาทางลึก

ความจริง รตจิตรคิดว่า การทดสอบนี้ก็ไม่ยากนัก แต่เพื่อน ๆ ที่เข้าทดสอบมักกลัวการทดสอบนี้ เพราะแท่นขวาจะอยู่นิ่ง ให้เรากดปุ่มอีกแท่นหนึ่งให้อยู่ระดับเดียวกับแท่นหลัก เพื่อน ๆ กีตามรูปได้เลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ยังให้ห่างกันได้ประมาณไม่เกิน 1 นิ้วด้วย

การทดสอบสายตาเชิงลึก แนวลึก ด้านลึก ทางลึก ใบขับขี่ ขนส่ง

(4) การทดสอบปฏิกิริยา

เป็นการทดสอบการเหยียบเบรก เมื่อเห็นไฟแดง รตจิตรเห็นเพื่อนที่ไม่ผ่านรอบแรกก็เพราะ เหยียบเบรก เบาไป ซึ่งอาจเกิดจาก การหมุนเท้าเปลี่ยนจากคันเร่ง มาเหยียบเบรกทำให้เหยียบเบรกเบาไป วันที่ รตจิตรไปสอบต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี นี้ รู้สึกว่าเครื่องทดสอบ จะเสียเพราะถูกกระทืบบ่อย และแรงไป ทำให้เร็ว รตจิตร และทุกคนที่เข้าทอดสอบสมรรถภาพร่างกายในวันนั้น ไม่ต้องทดสอบตัวนี้

4. ขั้นตอนสุดท้าย จ่ายเงิน 505 บาทและถ่ายรูปใบขับขี่

เมื่อ รตจิตรผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเพื่อขอต่อ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ชนิด ประเภท 5 ปีแล้ว รตจิตรต้องกลับมาที่ช่องแรก คือ ช่อง 21 เพื่อรับบัตรคิวอีกครั้ง สำหรับจ่ายค่าค่าธรรมเนียม โดยอัตราค่าธรรมเนียมในการการต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี คือ 505 บาท (ค่าธรรมเนียม 500 บาท ค่าคำขอ 5 บาท)

การต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี

คิวจุดนี้มากกว่าที่อื่น เพราะ

1. เจ้าหน้าที่ที่รับเงินค่าธรรมเนียมในการการต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี มี 3 คนในขณะที่คนจะแห่ออกมาจากห้องอบรม ซึ่งเสร็จพร้อม ๆ กันเยอะมาก
2. เจ้าหน้าที่ที่ถ่ายรูปติดใบขับขี่ ไม่ได้เปิดทุกช่อง คือไม่มีคนอยู่ทุกช่อง ทำให้วันนั้น มีช่วงเวลาหนึ่ง ประมาณ 20 นาที เรียกกันอยู่ 1-2 ช่องเอง ในขณะที่คนแห่กันมาจากห้องอบรมมากมาย และยังมีคนที่ตกค้างรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
กล่าวโดยสรุปการทำงานจุดที่รับชำระค่าธรรมเนียม และถ่ายรูป ซึ่งความจริงไม่ได้ใช้เวลานานเลย แต่กลับนาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ หรือมาทำงานกันแค่ 2-3 คน ทั้ง ๆ ที่ก่อนพักเที่ยง คือช่วงเวลา 10:30 – 11:00 o. กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ รับเงินไม่รีบมารับเงินก่อนปล่อยให้คนนั่งรอ และเจ้าหน้าที่ที่ถ่ายรูปก็ไม่ได้นั่งตามตู้ปฏิบัติงาน ทำให้ทำงานไม่สัมพันธ์กับการทดสอบสมรรถภาพ และอบรม ทำให้มีคนรอตกค้างที่จุดสุดท้ายเป็นจำนวนมาก

ก่อนจบเรื่อง การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี รตจิตร ออกจากขนส่งตลิ่งชัน หรือขนส่งพื้นที่ 2 มีป้อมเพื่อเสียภาษีแบบ Drive Thru ป้อมเก่า 2 ป้อมเดิมที่ใช้งานอยู่ และเห็นป้อมใหม่ ๆ 2 ป้อม ยังไม่ได้เปิดใช้งาน แต่ดูเล้วน่าจะเสร็จพร้อมใช้งาน เพื่อเพื่อนๆ และ รตจิตรเองสามารถเสียภาษีรถยนต์ประจำปี ได้

 Drive Thru การเสียภาษีรถยนต์ด้วยตนเอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized