Author Archives: Ratajit

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน
Where is Sukhumbhand Paribatra?

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

14 พฤษภาคม 2559 รตจิตรไปกินข้าวมันไก่แสนอร่อย ถัดจากห้างพาต้า ปิ่นเกล้าไปเล็กน้อย เจ้าของร้านค้าหลาย ๆ ร้านมีสีหน้าเคร่งเครียด ต่างพูดเรื่องเดียวกัน กทม.ไม่ให้มีร้านค้าตามฟุตบาทแถว พาต้า ทุกคนกังวลเกี่ยวกับอนาคตของร้าน อนาคตของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้น บางคนคิดถึงลูกค้าหลายต่อหลายคนที่ผูกท้องไว้กับร้านด้วย ป้ายจากกทม. สำนักงานเขตบางพลัด ติดบริเวณรอบ ๆ ด้านหน้าพาต้า เพื่อไม่ให้มีร้านค้า

“จุดผ่อนผันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า และบริเวณเวิ้งปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการยกเลิก ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2559”
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สำนักงานเขตบางพลัด

รตจิตร คิดว่าการที่ กทม. จะยกเลิกร้านค้าบริเวณพาต้า นอกจากจะไม่ถูกต้อง ยังไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่เหมาะสม 100% เพราะ

1. กทม. ไม่สามารถช่วยเรื่องความปลอดภัยของประชาชนได้

รตจิตร ให้ความสำคัญข้อนี้อย่างมาก ความปลอดภัยของชาวบ้านแถวนี้ บริเวณนี้ มีการฉกชิงวิ่งราว มากพอสมควร ที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ไม่สามารถช่วยประชาชนได้ หรือไม่สามารถช่วยได้ตลอด ความเห็นของรตจิตร และเพื่อน ๆ แถวนี้อีกหลายคน คิดว่า พ่อค้าแม่ค้า เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนชั่วอาจไม่กล้า

2. ฟุตบาท บริเวณพาต้า กว้างมาก ๆ จนการมีร้านค้าไม่มีผลให้แคบลง

ถ้าเปรียบเทียบกับบริเวณอื่น ๆ ที่กทม. สั่งให้ยกเลิกแผงลอย ร้านค้าแผงลอยแล้ว จะเห็นได้ว่า ฟุตบาท แถวพาต้ากว้างใหญ่เหลือเกิน จึงไม่มีผลกระทบต่อผู้คนที่สรรจรไปมาเลย สุขุมพันธุ์ ไม่ได้อยู่ย่านนี้ คุณจะรู้อะไร

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

3. ผู้คนบริเวณนี้ฝากปากท้องไว้กับร้านค้า จำนวนมหาศาล

รตจิตร บอกรับว่า บริเวณแถวพาต้า มีประชาชนเดินขวักไขว่ตลอด อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา แค่กทม. ไม่ให้มีร้านตั้งวันจันทร์ ก็สร้างความลำบากแสนสาหัสพอแล้ว กทม. ไม่ได้ช่วยอะไรแถวนี้ แต่กำลังสร้างปัญหาให้กับประชาชนอย่างยิ่ง

4. กทม. ทำให้ต้นทุนการค้าเพิ่ม

ถ้าร้านค้าต่าง ๆ ไม่มีฟุทบาท ในขณะที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ก็ต้องไปเช่า ต้นทุนค่าเช่า ทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น เป็นภาระแก่ประชาชน กทม. ไม่สามารถช่วยอะไรได้

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

ข้อเสนอแนะ

รตจิตรอยากให้ กทม. คิดดูใหม่ว่า ถ้าต้องการเคลียร์พื้นที่ บริเวณป้ายรถเมล์ ก็ควรกำหนดระยะไม่ให้มีร้านค้า เช่น หน้าห้างพาต้า ตรงป้ายรถเมล์พอดี เป็นระยะทางยาว 5 เมตร เป็นต้น
กทม. อย่าทำร้ายชาวบ้าน อย่าทำร้ายประชาชนเลย และอย่าส่งเสริมให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อร้านค้าไม่มีที่ ร้านค้าต้องหาที่เช่าตามตลาด ซึ่งเป็นของเอกชนเพียงกลุ่มเดียว

ถ้าร้านค้าต่าง ๆ ไม่มีฟุทบาท ในขณะที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ก็ต้องไปเช่า ต้นทุนค่าเช่า ทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น เป็นภาระแก่ประชาชน กทม. ไม่สามารถช่วยอะไรได้

Leave a comment

Filed under Uncategorized

กรณี พ่อค้าตาย 700 ศพ

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | June 28, 2016

**งานเขียนของรตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน และกรณีที่เขียนสรุปผิดพลาดในความหมายโดยไม่ได้มีเจตนา รตจิตร ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้

ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพ ฯ (Wat Anong Ka Ram Worraviharn, Klongsan, Bangksok)
สถานที่ : ณ ชมรม แมสบุญรักษา ชมรมชาวพุทธพาต้า และมูลนิธิชาวพุทธพาต้า

พระมหาสิริชัย

วันที่รตจิตรได้ฟังการแสดงธรรมจากพระที่หนุ่มที่สุด ที่ชมรมชาวพุทธพาต้า กราบนมัสการให้มาบรรยายธรรมในวันนี้ แม้วัยพรรษาท่านจะน้อย แต่ความรู้และความสามารถในการแสดงธรรมบรรยาย ไม่น้อยเลย จาก facbook ของท่าน พระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี ส่วนมากจะเห็นว่าสอนเด็ก และเยาวชน รตจิตร เคยได้ยินคนพูดบ่อย ๆ ว่า คนแก่ก็เหมือนเด็ก สงสัยแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้ท่านสอนผู้ใหญ่และคนมีอายุในวันนี้ได้อย่างไม่เบื่อ แต่กลับทำให้ธรรมบรรยาย สนุก เรียกเสียงฮา และน่าติดตาม ตลอดระยะเวลาการฟังธรรมบรรยาย ไม่รู้ว่า รตจิตร ชมมากไปหรือเปล่า

พระมหาสิริชัย เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่รตจิตรชอบฟังท่านบรรยายธรรม แม้จะเป็นการฟังครั้งแรก สิ่งที่รตจิตร ชื่นชอบที่สุดคือ การเตรียมตัวมาบรรยายธรรมของพระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี เรียกว่าสอบผ่านเลยแหละ เพราะข้อมูลที่นำมาบรรยาย เยอะมาก และดีด้วย (ถ้าญาติโยมตั้งใจฟัง) ก่อนการบรรยายธรรม พระมหาสิริชัย เริ่มต้นการบรรยายด้วยการเช็คสติของญาติโยมง่าย ๆ โดยตั้งคำถามแล้วให้ตอบแบบสนุก ๆ อย่างไรก็ตาม รตจิตร ขอสรุปแบบกระชับ ดังนี้

เรื่องที่ 1. พ่อค้าพาณิชย์ 700 คน ตายหมด
เนื่องจากเรืออัปปาง (เรื่องศีล 5)

พระมหาสิริชัย เริ่มบรรยายธรรมเกี่ยวกับศีล 5 ว่าเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐาน โดยเล่าชาฎกประกอบการบรรยายเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับพ่อค้าพาณิชย์ 700 คน ที่ลงเรือไปค้าขายต่างแดน แต่บังเอิญเรือกำลังจะอัปปาง หนึ่งในพ่อค้าพาณิชย์นี้เป็นสัตตบุรุษ เป็นพระโพธิสัตว์ ผู้ซึ่งไม่กลัวตายเพราะได้รับศีลจากสมณะแล้ว ใครได้รับศีลแล้ว หากยึดถือปฏบัติเป็นประจำ จะไม่ไปสู่ทุขคติ พ่อค้าพาณิชย์ทั้ง 700 คนจึงอยากได้บ้าง สัตตบุรุษในเรือพาณิชย์จึงแบ่งพ่อค้าทั้ง 700 คนออกเป็น 7 กลุ่มในขณะที่เรือกำลังจะจม ได้แก่

รตจิตรฟังธรรมบรรยาย

กลุ่มที่ 1 คือ 100 คนแรก ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำปริ่มเท้า
กลุ่มที่ 2 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำเท่าหัวเข่า
กลุ่มที่ 3 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำเท่าเอว
กลุ่มที่ 4 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมสะดือ
กลุ่มที่ 5 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมอก
กลุ่มที่ 6 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมคอ
กลุ่มที่ 7 คือ 100 คนสุดท้าย ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมปาก หรือใกล้ตายแล้ว

และพ่อค้าพาณิชย์ทั้ง 700 คนก็ตาย ไปเกิดเป็นเทวดาชั้นดาวดึงษ์ ต่างคิดถึงแต่สัตตบุรุษที่ให้ศีลก่อนตาย ก็คือการคบหาผู้ทรงศีล ในที่นี้คือ สัตตบุรุษ ใครได้อยู่ใกล้ก็จะเจริญทั้งในภพนี้และภพหน้า พระมหาสิริชัยจึงพูดต่อถึงเรื่องอนิสงส์ของการถือศีล 5 ง่าย ๆ ว่าเป็นหลักประกันด้านใดแก่ผู้รักษาศีลข้อนั้น ๆ ดังนี้

เรื่องที่ 2 อนิสงส์ของการถือศีล 5

1. ห้ามฆ่าสัตว์:
อานิสงส์คือ อายุยืน เพื่อเป็นการประกันชีวิต
2. ห้ามลักทรัพย์:
อานิสงส์คือ จะมีทรัพย์ เพื่อประกันด้านทรัพย์สิน
3. ห้ามประพฤติผิดในกาม:
อานิสงส์คือ ไม่เกิดวิบากกรรมแก่ตนและครอบครัว เพื่อประกันด้านครอบครัว
4. ห้ามพูดปด:
อานิสงส์คือทำให้เป็นที่น่าเชื่อถือ เพื่อประกันด้านสังคม
5. ห้ามดื่มสุราเมลัย:
อานิสงส์คือ ไม่ให้ขาดสติ เพื่อเป็นการประกันด้านสติปัญญา

รตจิตรฟังธรรมบรรยาย

พระมหาสิริชัย ได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เพื่อเสริมในเรื่องความสำคัญของการมีศีล ซึ่งเป็นกลอนที่ทั้งไพเราะ ทั้งทันสมัยตลอด จนถึงปัจจุบัน และต่อไปในอนาคตด้วย รตจิตร เองก็ชอบพระราชนิพนธ์ และคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อ่าน sw-eden.net ก็คงชอบเช่นกัน รตจิตร จำได้ว่าได้ยินพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 บทนี้มานานมากแล้วตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เดี่ยวกับ “งามด้วยศีล” แต่อยู่ที่สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครนำขึ้นมาอ้างอิง เพราะสมัยนี้สังคม online เร็วมาก คนบริโภคสื่อก็รับข้อมูลข่าวสารเต็มไปหมด อย่างรวดเร็ว จนสมองไม่ค่อยคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ทั้งๆ ที่ไพเราะและทรงคุณค่ามาก มารื้อฟื้นความทรงจำดี ๆ กับรตจิตรดีกว่า ตามที่พระมหาสิริชัยยกขึ้นมาเป็นบทสรุปของศีล 5 ก่อนจะไปหัวข้อถัดไป ดังนี้

“อันสตรีไม่มีศีลก็สิ้นสวย
บุรุษด้วยไม่มีศีลก็สิ้นศรี
ภิกษุเล่าไม่มีศีลก็สิ้นดี
ข้าราชการศีลไม่มีก็เลวทราม….”

เรื่องที่ 3 ทาน: อนาถบิณฑิกเศรษฐี และนางวิสาขา

เรื่องวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยพุทธกาล ได้แก่
– วัดพระเวฬุวันมหาวิหาร โดยพระเจ้าพิมพิสารทรงให้สร้างถวายเป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา

– วัดเชตวันมหาวิหาร รตจิตรฟังเรื่องของอุบาสก อุบาสิกา คู่นี้มานานมาก หลายต่อหลายครั้งแล้วด้วย แต่รตจิตรเพิ่งรู้วันนี้เองว่า นางวิสาขาเป็นหลานสาวของอนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือ สุทัตตอนาถปิณฑิกคฤหบดี ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นอุบาสกที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก จึงได้สร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเงินมหาศาล โดยการซื้อสวนมะม่วงจากพระเจ้าเชษฐ์ เพื่อเป็นการให้ทานอย่างหนึ่งแก่ผู้ยากไร้ด้วย
เรื่องการสร้างวัดถวายแด่พระพุทธศาสนานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยทรงตรัสไว้ว่า บัดนี้พระพุทธศาสนาได้หยั่งลึกลงพื้นโลกแล้ว เพราะเป็นการสร้างวัดบนพื้นดินนั่นเอง

– วัดบุพพารามมหาวิหาร นางวิสาขา ซึ่งได้บรรลุโสดาบันตั้งแต่นางอายุได้เพียง 7 ขวบ นางเป็นผู้สร้างวัดบุพพารามมหาวิหาร อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มถวายผ้าอาบน้ำฝน นางวิสาขาเป็นอุบาสิกาที่ไปวัด ไม่เคยไปมือเปล่า นางต้องเตรียมปัจจัยไทยธรรมไปด้วยเสมอ ด้วยความดีอย่างมากด้านนี้ ทำให้นางวิสาขาได้รับยกย่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เป็นเอตทัคคะฝ่ายทายิกา คือเป็นผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย ในฝ่ายของผู้เป็นทายิกานั่นเอง

ก่อนจะเริ่มเรื่องที่ 4 รตจิตร อยากเอาคำเปรียบเปรยเรื่องการให้ เกี่ยวกับจำนวนเงินที่ผู้ให้มี ที่พระมหาสิริชัย นำมาพูดในการแสดงธรรมด้วย ดังนี้
– ถ้าคนที่ 1 ที่ให้เงินเรามีเงินอยู่ 1,000 บาท และให้เงินเรา 100 บาท กับ
– คนที่ให้เราคนที่ 2 มีเงินอยู่ 100 บาท แต่ให้เราทั้งหมดที่มีคือ 100 บาทด้วย
เราจะรู้สึกดี ๆ กับผู้ให้คนที่ 2 มากกว่าผู้ให้ คนที่ 1

อาจารย์พราว ไหว้พระ

เรื่องที่ 4 การทะเลาะวิวาท

สุดท้ายของการบรรยายธรรม พระมหาสิริชัย ก็ปิดท้ายด้วยเรื่อง หากคนเราอยู่ด้วยกันอย่างสันติคงมีความสุข แต่ เป็นธรรมดาที่เราต้องเคยเข้าใจผู้อื่นผิด และต้องเคยถูกผู้อื่นเข้าใจเราผิดด้วย ท่านได้ยกตัวอย่างกลอนเกี่ยวกับ การไม่ต้องทะเลาะกับใคร นั่นแหละดีที่สุด แต่รตจิตรพยายามหาว่าใครเป็นคนแต่ง เพื่อให้เกียรติผู้แต่ไว้ในบทความสรุปการบบรยายธรรมในครั้งนี้ แต่ google search เท่าไรก็ไม่มีใครเขียนไว้ รตจิตรจะยินดีมาก หากเพื่อน ๆ หรือใครรู้จะช่วยมา comment ว่าเป็นผลงานแต่งของใคร เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้แต่ง รตจิตรขะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้

“ทะเลาะกับเมีย เพลียใจที่สุด
ทะเลาะกับผัว ปวดหัวที่สุด
ทะเลาะกันแฟน แค้นใจที่สุด
ทะเลาะกับมิตร หงุดหงิดที่สุด
ทะเลาะกับพ่อแม่ แย่ที่สุด
ทะเลาะกับลูก ทุกข์ใจที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน รำคาญใจที่สุด
ทะเลาะกับพี่น้อง ฟ้องร้องไม่สิ้นสุด
ทะเลาะกับพระเณร เวรกรรมที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ฟุ้งซ่านที่สุด
ทะเลาะกับลูกน้อง มัวหมองที่สุด
ทะเลาะกับนาย วอดวายที่สุด
ทะเลาะกับผู้บังคับบัญชา ไม่ก้าวหน้าที่สุด
ทะเลาะกับครูอาจารย์ ร้าวฉานที่สุด
ทะเลาะกับนักเลง ถูกข่มเหงไม่สิ้นสุด
ทะเลาะกับขี้เมา งี่เง่าที่สุด
ทะเลาะกับคนบ้า น่าระอาที่สุด
ทะเลาะกับสตรี เสียศักดิ์ศรีที่สุด

ไม่ทะเลาะกับใคร .. สบายใจที่สุด

วัดขุนอินทรประมูล อ่างทอง

เรื่องที่ 5 ดูใจ

พระมหาสิริชัยยกกลอนสุขภาพใจให้ญาติโยมในห้องฟัง เป็นกลอนที่ไพเราะมาก รตจิตรเคยได้ยิน แต่อีกนั่นแหละ จำไม่ได้ จึงไปหาจาก seach engine, google.com สมัยนี้ช่างค้นหาง่ายเหลือเกิน ผิดกับสมัยที่ รตจิตรเรียนหนังสือ ผลที่ได้ กลอนนี้มาจากส่วนหนึ่งในเนื้อเพลงโลกสัจจธรรม แต่งโดย มานิต นส. มองตน มีใจความไพเราะดังนี้
“…..โลกภายนอก กว้างไกล ใครใครรู้
โลกภายใน ลึกซึ้งอยู่ รู้บ้างไหม
จะมองโลก ภายนอก มองออกไป
จะมองโลก ภายใน ให้มองตน….”

พระมหาสิริชัยจบการบรรยายธรรมในวันนี้ด้วยประโยคเด็ด จากคำกล่าวของขงจื้อว่า
“เราสามารถมองไกลถึงขอบจักรวาล แต่เราไม่สามารถมองคิ้วของตนเองได้”

รตจิตร คิดว่า การเรียนหรือศึกษาธรรมะ ก็คือการเรียนเกี่ยวกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นโลกภายนอก โลกภายใน หรือการศึกษาให้รู้ “ตัวกู” ด้วยนี่เอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ดราม่าหนังไทย ฆ่าตัวตาย

The Drama of Thai cinema
เขียนโดย ©รตจิตร
Written by Ratajit | June 22, 2016

**งานเขียนนี้ของรตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน เนื้อหาที่เขียนทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของรตจิตร ไม่ได้มีเจตนา discredit หนังไทย แต่รตจิตรคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่อ่าน

คำนำ

หนังไทยหลาย ๆ เรื่อง มีเรื่องการฆ่าตัวตาย หรือ อัตวินิบาตกรรม อยู่ในเรื่อง เพื่อเป็นการหนีปัญหา เพื่อเป็นบทสรุป หรือเพราะคิดว่าเป็นทางออก เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ซึ่งแท้จริงไม่ใช่การแก้ปัญหา หนังไทยไม่ควรมาให้ตวามสำคัญเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ตัวอย่างเช่น

ดราม่าหนังไทยฆ่าตัวตาย

– เรื่องแฝดล่องหน ที่มีแฝด 3 คนแต่เหลือ 2 คนเป็นตัวเด่นคือ พิมพ์ดาวและพิมพ์เดือน โดยตอนใกล้จบ มีตอนหนึ่งที่พิมพ์ดาวขู่ว่าถ้าพิมพ์เดือนเปิดเผยเรื่องไม่ดีของตน ตนจะฆ่าตัวตาย หรือ
– เรื่องกำไลมาศ ที่เหมยกุยได้ทำพิธีลงยันต์ไว้กับสมุดบันทึก เพื่อเปิดโปงความเลวของล้อมเพชร แล้วก็ฆ่าตัวตายไป
– เรื่อง พระเอก ชื่อไม้นำพานดอกไม้ไปสู่ขอกาหลงทันทีเมื่อสร้างเรือนเสร็จ แต่แม่กลอยกลับคำโดยเพิ่มเงื่อนไขให้หาเงินมาเพิ่ม กาหลงเสียใจกับการกระทำของแม่กลอยจึงคิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่ไม้เตือนสติกาหลงเพื่อให้ฟันฝ่าอุปสรรค กรณีการฆ่าตัวตายจึงไม่เกิด

เรื่องเล่าเช้านี้ ของรตจิตร

รตจิตร อยากเขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่านถึงประสบการณ์จริงที่เกิดกับตัวรตจิตรในวันนี้ 22 มิถุนายน 2559 เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ไม่ให้เกิดกับเพื่อน ๆ คือ แม่ลูก ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งมีเรื่องทะเลาะกันง่าย และแม่ลูกยิ่งสนิทกัน ก็ยิ่งมีเรื่องทะเลาะกันมากขึ้น แต่ก็มีแม่ลูกหลายคู่ที่ไม่แสดงออก ที่ไม่ยอมให้ใครรับรู้ เพื่อให้สังคมเห็นแต่ภาพด้านที่สวยงามของครอบครัว เช้าวันนี้ รตจิตรมีเรื่องทะเลาะกับลูก ก่อนลูกไปทำงาน ทำให้คิดโน่นคิดนี่ และจบลงด้วยอยากหาทางออกโดยจบชีวิตตัวเองซะ พอลูกกลับมา ก็มีเรื่องทะเลาะกันอีก จากเรื่องเล็ก ๆ จนกลายเป็น เรื่องใหญ่ ความคิดที่อยากฆ่าตัวตายก็ผุดขึ้นมาอีก และก็รู้สึกว่าตัวเองได้ใช้คำดราม่าต่าง ๆ เหมือนใน ดราม่าของหนังไทย ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบัน รตจิตร ก็ไม่ค่อยได้ดูหนังไทยแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นดราม่าหนังไทยฝังหัว คำต่าง ๆ ที่รตจิตรใช้กับลูก เช่น

– วันนี้รตจิตร ร้องไห้มามากแล้ว ตั้งแต่นี้ลูกจะไม่เห็นรตจิตรร้องไห้อีก หรือ
– บอกลูกว่า พอแล้วกับการร้องไห้ หรือ
– รตจิตรเสียใจที่ทำตัวให้มีปัญหา ทำให้ลูกกลุ้มใจ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ลูกจะไม่ต้องกลุ้มใจแล้ว หรือ
– รตจิตรหาทางออกได้แล้ว แต่ไม่ใช่วันนี้ เป็นพรุ่งนี้ เป็นต้น

ดราม่าหนังไทย

ลูกสาวก็พอรู้ว่า รตจิตร หมายถึงอะไร ลูกพยายามดึงรตจิตรให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ให้มีสติกับปัจจุบัน และลูกกับรตจิตรก็เถียงกันรุนแรงขึ้นอีก รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรตจิตรคิดถึงแต่ภาพวันพรุ่งนี้ที่รตจิตรคิดจะฆ่าตัวตาย สภาพรตจิตรเหมือนคนขาดสติ เหมือนดราม่าในหนังไทยชัด ๆ เมื่อลูกตำหนิให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน รตจิตรก็ยิ่งดราม่า โดยคิดว่างั้น รตจิตรก็ตายเสียวันนี้ดีกว่า ตายในปัจจุบันนี่แหละ รตจิตรพยายามฆ่าตัวตายโดยกลั้นหายใจ ในขณะเดียวกันก็พยายามคิดถึงเรื่องความตายเป็นเรื่องธรรมดา

ภาวะที่ รตจิตรกลั้นหายใจ

รตจิตรรู้สึกว่ากลั้นอยู่นาน นาน จนสมองขาดอ๊อกซิเจน จนรู้สึกปวดหัวมาก และมึนมาก รตจิตรรู้ว่าสามารถกลั้นหายใจต่อได้ แต่ถ้าไม่ตาย ก็จะมีภาวะสมองขาดอ๊อกซิเจน พิการได้ ในขณะนั้น เสียงลูกก็พูดตลอด ให้รตจิตรรู้สึก รู้สึก มีสติ เลิกดราม่าหรือเลียนแบบหนังไทยได้แล้ว รตจิตรจึงหยุดทำ เพราะรู้สึกร่างกายเริ่มไม่ไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสมือนหัวจะระเบิด จะแตกเอา

การตายแล้วเกิดใหม่

รตจิตรมีสภาพเหมือนคนตาย หรือใกล้ตาย แล้วเกิดใหม่ เพราะการเตือนสติของลูกตลอดที่ทะเลาะกันทำให้มีสติ ตาสว่าง จึงคิดว่า รตจิตรจะไม่ทำตัวอย่างหนังไทยที่มีแต่ Drama ไม่อยากให้ Drama ของหนังไทยมาครอบงำจิตใจ ความคิด สติปัญญา และสัมปัญชัญญะ ของใคร และไม่อยากให้หนังไทยมีแต่เรื่อง Drama ฆ่าตัวตายจนเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีของสังคม เพราะความจริงมีทางออกที่ดีกว่าการฆ่าตัวตาย

ประตูทางออก

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน

Tourist Information Center of Nan

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | June 14, 2016

ปู่ม่านย่าม่าน_น่าน

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวจังหวัดน่าน ด้วยต้นเอง

ที่ตั้ง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน
46/1 ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน 55000 โทรศัพท์: 054-751169

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว_น่าน

คำนำ

รตจิตร อยากแนะนำเพื่อน ๆ เกี่ยวกับ เรื่อง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน เป็นส่วนที่หน่วยงานราชการของจังหวัดน่าน ตั้งขึ้น มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยว อย่างดีมาก นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และป้ายโฆษณาเกี่ยวกับจังหวัดน่าน มีแผนที่โดยรวม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในตัวเมืองน่าน ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะโดยรอบศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รตจิตร สามารถเดินไปเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวได้มากมาย เช่น วัดภูมินทร์ ยิ่งเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ ยิ่งเยี่ยม เพราะมี ถนนคนเดิน ตรงลานหน้าวัดภูมินทร์ ด้วย เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เลือกซื้อของกินอร่อย ๆ สินค้าพื้นเมือง งานฝีมือ ของน่าน ในราคาย่อมเยา ตลอดจนมีเพื่อนเดินด้วยเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ นอกจากนี้ยังสะดวกในการหาซื้อสินค้าต่าง ๆ ด้วย

รตจิตร_ฮักน่านนานนานนะ

ข้อมูลทั่วไป

วันที่ทีมของ รตจิตร ไปเที่ยวจังหวัดน่าน นั้น ทางศูนย์ ฯ กำลังปรับปรุงพื้นที่ทางเดิน ปูพื้น ปูอิฐบล็อก ภายในศูนย์ ฯ เชื่อมั้ยว่า รตจิตรเดินไปเที่ยววัด รอบ ๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน ไม่นาน เรียงลำดับดังนี้ วัดสวนตาล พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ศูนย์โอทอปน่าน และวัดภูมินทร์ (เป็นการไปวัดนี้ ครั้งที่ 2) ขากลับมาผ่าน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน อีกครั้งเพื่อซื้อเสื้อผ้าทอมือ ปรากฏว่า คนงานปูพื้นเสร็จทั้งศูนย์ ฯ แล้ว คือ รตจิตร กำลังจะเทียบกับการทำงานของ กทม. ทำไปเถอะ ช้าเหลือเกิน

รตจิตร_กระซิบฮักน่าน

พวกรตจิตรแวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ เพราะอาศัยว่าเตรียมตัวหาข้อมูลมาอย่างดี จากเว็บไซต์ต่าง ๆ และอาจารย์ พราว ก็ download แผนที่ไว้ใน iPad เรียบร้อย ทำให้การเดินทางต่าง ๆ มีอาจารย์ พราว เป็นคนนำทางตามแผนที่ ไม่มีหลง และกะเวลาได้แน่นอน จริง ๆ มีหลงอยู่ 1 ครั้ง เพราะ google map บอกว่าให้ขับตรงไป จะเป็นถนนเล็ก ๆ ออกทะลุถนนใหญ่ได้ แต่ความจริงเป็นทางเข้าบ้านใหญ่ ๆ หลังหนึ่งที่เจ้าของบ้านชอบเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ เป็นลานปูด้วยอิฐ เป็นทางยาวเข้าไป ถึงด้านหน้าซึ่งเป็นบันได้กว้าง ๆ ขึ้นบ้าน ทำให้รตจิตรต้องขับถอยหลังออกมา อิ อิ รตจิตรเข้าใจเลยว่า ทำไม หลายครั้งที่ navigator พาคนขับรถเข้าไปตามบึง ตามทะเลสาบที่ราบเรียบ เพราะคิดว่าเป็นถนนนี่เอง

รถราง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน่าน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่เพื่อน ๆ รตจิตร ขอแนะนำว่า โดยปกติ เพื่อน ๆ ที่มาจังหวัดน่านครั้งแรก ควรจะแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงน่าน เพราะว่า

1.กรณีที่มีนักท่องเที่ยว จำนวนมาก

ทีมรตจิตรไปเจอกับตัวเอง แม้ว่าวันนั้นจะเป็นวันธรรมดา ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ หรือเทศการใด ๆ แต่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน จะเพิ่มรอบทำงานของการทัวร์โดยรถราง จาก 2 รอบ เป็น 4 รอบ เพราะทางการรู้ว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาน่านจำนวนมาก ซึ่งเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ จริง ๆ เพราะรถรางคันหนึ่ง สามารถจุได้ ประมาณ 24-25 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่มัคคุเทศน์ หรือบางคัน บางวันก็เจอ อาสาสมัคร น่ารัก ๆ ของน่าน พูดแนะนำบนรถรางด้วย เพื่อดูวิถีชีวิต ของน่าน ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต”

อาจารย์พราว_รถรางน่าน

สถานที่ต่าง ๆ ที่รถรางของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่าน พาไป พร้อมมัคคุเทศน์ ได้แก่ 1. วัดมหาโพธิ์ 2. วัดน้ำล้อม 3. วัดสวนตาล 4.วัดดอนแก้ว 5. พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด รอบเมือง ไหว้พระ อาจไม่ถึง 9 วัดของ อำเภอเมืองน่าน เพราะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง รตจิตรคิดว่า ดีนะ เพราะเป็นการสำรวจเบื้องต้น ว่าควรจะเที่ยวเจาะลึกที่วัดไหนอีก อย่างไร และเป็นการให้รายได้แก่เทศบาล และทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกอาชีพเป็นมัคคุเทศน์ด้วย ตารางรถรางและค่าบริการรถรางโดยทั่วไป อยู่ในหัวข้อเรื่องกรณีทั่วไป

ตารางรถรางเวลาน่าน

2.ตารางรถรางกรณีทั่วไป Continue reading

Leave a comment

Filed under Uncategorized

รตจิตร รีวิว โรงแรมเทวราช น่าน

สรุปโดย ©รตจิตร
Concluded by Ratajit | May 29, 2016

โรงแรม เทวราช 466 ถ.สุมนเทวราช อ.เมือง จ.น่าน 55000 โทร. 054-751-577
Dhevaraj Hotel located at 466 Sumondhevaraj Rd. Nai-Wieng District, Nan province, Thailand code 55000 (Contact no. 054-751-577 )

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวที่ จังหวัดน่าน ประเทศไทย

รตจิตร ไปเที่ยวจังหวัดน่าน เพื่อทำบุญ หรือทัวร์ไหว้พระ 9 วัด หรือมากกว่า และเพราะ น่าน เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ที่สวยงาม ควรค่าแก่การไปเที่ยว เป็นเมืองเก่า ที่รตจิตรสามารถสัมผัสธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง งานศิลปะ ที่คงความดั้งเดิม ความเก่า และเก๋า เอาไว้ ตลอดจนศึกษาวิถีชุมชน ความเป็นอยู่ของชาวน่าน และการซื้อหัตถกรรม งานศิลป์ ต่าง ๆ ที่เลอค่า แต่ราคาไม่แพง เป็นต้น

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

บทความนี้ รตจิตร ขอรีวิว โรงแรม เทวราช (Dhevaraj Hotel) หลังจากที่ได้พยายามหาที่พัก จากโรงแรมต่าง ๆ ตาม websites หลายเว็บแล้ว จากข้อมูลรีวิว โรงแรม ในจังหวัดน่าน รวมถึงได้โทรศัพท์ทางไกลคุยกับ Receptions และบางที่ รตจิตรใช้วิธีติดต่อผ่าน facebook ของโรงแรม เป็นต้น รตจิตร คิดว่า การรีวิว โรงแรม เทวราช นี้ น่าจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ ที่อยากไป จังหวัดน่าน และกำลังหาที่พักที่ดีที่สุด ทั้งนี้ไม่รวมถึงการพักเตนท์ บนดอยเสมอดาว กับดอยภูคา ซึ่งการพักแรมอบบนี้ จะได้บรรยากาศอีกแบบ เพื่อไม่ให้เสียเวลาของเพื่อน ๆ ด้วยจังหวัดน่าน ด้วย ไปดูกันเลยจ้า

ข้อดี

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

1. ขนาด และที่ตั้ง โรงแรมเทวราช
รตจิตรยอมรับว่า ถ้าเป็นโรงแรมในต่างจังหวัดแล้ว โรงแรมเทวราช ถือเป็นโรงแรมขนาดใหญ่มาก ทำเลที่ตั้งก็ดีมาก เพราะอยู่ใกล้แหล่งชุมชน ตรงกลางระหว่างดอยเสมอดาว กับดอยภูคา และใกล้ตลาด 2 แห่งคือ
– ด้านหน้าเป็นตลาดเช้า และตลาดเย็น/กลางคืน คือตลาดราชพัสดุ กรมธนารักษ์
– เลยโรงแรมเทวราช ถัดจาก ตลาดราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ไม่กี่เมตร ไปเป็น กาดเช้า หรือตลาดเช้าน่าน หรือตลาดสดตั้งจิตนุสรณ์ ซึ่งสร้างตั้งแต่ ปี 2518
– อยู่ระหว่างธนาคาร ทุกธนาคารในอ.เมืองน่าน คือเผื่อว่า ใครอยากเบิกเงินสดจ้า
รตจิตร สังเกตว่า นอกจากตลาดราชพัสดุ กรมธนารักษ์ และ กาดเช้า หรือตลาดเช้าน่าน หรือตลาดสดตั้งจิตนุสรณ์ 2518 แล้ว จังหวัดน่าน ยังมีตลาดโต้รุ่ง น่าน แต่กลับไม่ดัง ไม่เป็นที่นิยมของผู้คนที่ไปท่องเที่ยว หรือแม้แต่ ชุมชนน่านเอง

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

2. เรื่องราคาห้อง โรงแรมเทวราช
ปี 2559 ที่รตจิตร ไปพักที่โรงแรมเทวราช ราคาห้องของโรงแรมเทวราช ค่อนข้างถูกคือราคา 1000 บาท แต่คุณภาพยังเรียกว่าใช้ได้มาก แถมยังมีสระว่ายน้ำ ขนาดน่ารักด้วย โดยปกติให้พัก 2 คน แต่หากมีคนพักเพิ่ม ก็คิดราคาแสนถูกคือ 100 บาทต่อหัวต่อคืน คือคิดเป็นค่าอาหารเช้านั่นเอง ซึ่งแสนคุ้ม ประหยัดและสะดวก

ครั้งแรก รตจิตรโทรคุยกับพนักงานของโรงแรมเทวราช ก็ตัดสินใจเลยว่าจะจองผ่าน internet เพราะคิดว่า อาจมี promotions ต่าง ๆ แต่ก็ได้ถามพนักงานโรงแรมเทวราช ก่อนเช่นกัน ว่า จองผ่านเน็ท กับจองตรงที่โรงแรม แบบไหน ราคาห้องพัก จะถูกกว่ากัน พนักงานยืนยันว่า จองตรงกับโรงแรมเทวราช ถูกกว่า
รตจิตรพยายามหา websites 2 – 3 เว็บ เพื่อลองจองที่พักคือ โรงแรมเทวราช ผ่านเน็ท ปรากฏว่า จองตรงถูกกว่า แถมรูดบัตรเครดิตได้ด้วย รตจิตรจึงได้ราคา 1,000 บาทต่อคืน

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

3. เรื่องอาหาร โรงแรมเทวราช
โดยความเห็นส่วนตัว รตจิตรคิดว่า ที่ระบุตามเว็บไซต์ว่า อาหารของโรงแรมเทวราช อร่อยติดอันดับ 1 ใน 10 ของจังหวัดน่าน เช่นกัน โดยเฉพาะอาหารเช้า ข้าวต้มเครื่อง และอาหารค่ำ รตจิตรก็เห็นด้วยนะ

4. พนักงานโรงแรมเทวราช น่ารัก
ก่อนเข้าพัก รตจิตรได้โทรคุยกับพนักงานโรงแรมเทวราช 2 ครั้งก่อนตัดสินใจ พนักงานทุกคนน่ารักดี พอวันเดินทางถึงที่โรงแรมเทวราช จริง รตจิตร ก็รู้สึกว่า พนักงานทุกคนน่ารัก แม้แต่ แม่บ้าน และ bell boy คือคนจังหวัดน่าน ค่อนข้างน่ารักทุกคน แม่ค้าก็น่ารักมาก คนถีบสามล้อ ก็นิสัยดี รตจิตรเคยอ่านเจอเว็บไซตืหนึ่ง นานมาแล้ว เขียนว่า คนน่าน ส่วนมากเป็นคนไม่ค่อยพูด ถ้าไม่ถามก็จะไม่พูด แต่ปัจจุบัน รตจิตร ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ส่วนมากคนน่าน พูดเก่ง บางคนเก่งจริง ๆ เสียด้วย

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

5. ที่จอดรถ โรงแรมเทวราช
เนื่องจากโรงแรมเทวราช เป็นโรงแรมเก่าแก่ และเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ทำให้ที่จอดรถค่อนข้างเหลือเฟือ แม้ว่าวันที่รตจิตรไปพัก จะมีการจัดอบรมสัมมนา พอดี พื้นที่จอดรถของ โรงแรม ก็ยังสามารถจอดได้สบาย ๆ แม้แต่โรงแรมที่อยู่ใกล้ ๆ หากไม่มีที่พอเพื่อจอดรถของลูฏค้าที่มาพัก ก็จะเข้ามาจอดที่โรงแรมเทวราช เช่น โรงแรมพูคาน่านฟ้า

6. ผลพลอยได้ จากการพักโรงแรมเทวราช
– ที่ lobby ของโรงแรมเทวราช รตจิตร ได้มีโอกาส เห็น และสัมผัส สินค้าเกือบทุกอย่างที่มีขายที่จังหวัดน่าน ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา ผลิตภัณฑ์ที่เป็นงาน สะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรมของ น่าน ด้วย ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น เช่น ผลิตภัณฑ์ หัตถกรรม ของตัวเมืองน่าน ได้แก่ เพื่อผ้าโสร่ง+เสื้อผ้าฝ้ายพื้นเมือง สินค้าของฝากต่าง ๆ นอกจากนี้ ช่วงไหนที่ว่าง ๆ รตจิตรก็จะเดิน รอบ ๆ ด้านข้างโรงแรมเทวราช เพราะมีร้านค้า ขายผ้าซิ่น และของฝาก หลายร้านมาก มาทริปครั้งนี้ รตจิตรซื้อ ผ้าซิ่น ผ้าโสร่ง ไปถึง 7 ถุง และเสื้ออีกหลายแบบ 4-5 ตัว รวมถึงของฝากเย็บด้วยมือ ทำให้น้ำหนักกระเป๋า ของทีมรตจิตร เกือบเกิน 7 กิโลกรัม ทุกคน อิ อิ

รีวิว_โรงแรมพูคาน่านฟ้า_น่าน

– รตจิตร ได้แวะชม แวะเที่ยวโรงแรมพูคาน่านฟ้า หรือโรงแรม “นั่ม เส่ง เฮ็ง” ที่สร้างตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2477 และเจ้าสัว บัณฑูร ล่ำซำได้ซื้อไว้ เพื่ออนุรักษ์ สิ่งเก่า ๆ ของน่านไว้ โรงแรมนี้อยู่ติดกับ โรงแรมเทวราช เป็นโรงแรมที่ ครั้งแรกรตจิตร ก็คิดจะพักโรงแรมนี้ แต่พอโทรสอบถามราคา แล้วแพงไป คือราคาห้องพัก ประมาณ 1,800 -3,600 บาท (ห้องธรรมดา ถึงห้องใหญ่) เลยคิดว่า ประหยัดค่าห้องไว้ดีกว่า เพราะส่วนมากก็ออกข้างนอกเที่ยว ไม่ได้พักอยู่แล้ว

ข้อไม่ดี ของโรงแรมเทวราช

1. คนใช้บริการโรงแรมเทวราช มีจำนวนมาก
หากเจอชว่งที่จัดสัมมนา อาจปวดหัวเล็กน้อยกับปัญหา breakfast และเสียงหนวกหู หรือแม้แต่การเข้าห้องน้ำส่วนกลางชั้น G เป็นต้น
2. อาหารเช้าของ โรงแรมเทวราช
แม้ว่า อาหารเช้าจะมีข้าวต้มเครื่องที่แสนอร่อย แต่บางคนบอกว่า กับข้าวไม่อร่อย ธรรมดา ๆ และก็มีสลัดธรรมดา

อาหารเช้า_โรงแรมเทวราช_น่าน

3. สระว่ายน้ำ โรงแรมเทวราช
เนื่องจาก เป็นโรงแรมที่อาจเรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และเป็นโรงแรมเก่าแก่ อีกทั้งยังมีบริการให้คนนอกเข้ามาเสียเงินค่าใช้บริการสระว่ายน้ำ ทำให้ลูกค้าที่ต้องการว่ายน้ำ อาจเจอปัญหา คนใช้สระน้ำน้ำมากจริง ๆ โดยเฉพาะวันที่มีอากาศร้อน และยิ่งเป็นช่วงที่ปิดเทอมอยู่ สระว่ายน้ำยิ่งแน่น

โดยสรุปแล้ว ถ้ารตจิตรจะไปน่านอีกครั้ง ยังไงก็ต้องพักโรงแรมนี้จ้า โรงแรมเทวราช Dhevaraj Hotel ตามเหตุผลที่ให้มาข้างต้น

1 Comment

Filed under Uncategorized

รตจิตร รีวิว ร้านอาหาร จังหวัดน่าน

รีวิว_ร้านอาหาร_น่าน

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิง

แหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวในประเทศไทย จังหวัดน่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการทำบุญ หรือทัวร์ไหว้พระ 9 วัด หรือมากกว่า เป็นต้น

บทความนี้ รตจิตร จะรีวิว ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง ฝากเพื่อน ๆ ที่มีโปรแกรมไปเที่ยว น่าน กันเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งทัวร์ นะจ๊ะ รตจิตรไปเที่ยวน่านกับครอบครัว แค่ 3 วัน ดังนั้นร้านอาหารอาจไม่ได้รีวิวหลายร้านนัก สรุปได้ดังนี้

1. ร้าน เตี๋ยวไร้เทียมทาน

เตี๋ยวไร้เทียมทาน_น่าน

ข้อดี
– เดินทางสะดวก ไม่เปลี่ยว อยู่หัวมุมตรงถนนอนันตวรฤทธิเดช ปิดทุกวันจันทร์ เดินแป๊บเดียว จากโรงแรมเทวราช – น่าน ที่รตจิตร ไปพักก็ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ คือจากถนนสุมนเทวราช เดินไปหาถนนอนันตวรฤทธิเดช แล้วเลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึงแล้ว
– เป็นก๋วยเตี๋ยว ไม่เหมือนใคร เพราะ ใส่กระดูกหมูเนื้อนุ่ม แต่ชิ้นใหญ่ ๆ กินชามเดียวก็อิ่ม เพราะเยอะมาก
– มีหมูกระจกไร้เทียมทาน ที่มีรสชาติอร่อยดี
– คนขายหยิ่ง ไปหน่อยนะ

เตี๋ยวไร้เทียมทาน_น่าน

ข้อไม่ดี ตามความเห็นของ รตจิตร
– รตจิตร คิดว่า เตี๋ยวไร้เทียมทาน อร่อยพอใช้ แต่ผงชูรสมหาศาล แม้จะกำชับว่า “ไม่ใส่ผงชูรสนะคะ” ถ้าใครแพ้ผงชูรส หรือไม่ชอบผงชูรส หลังจากทานเสร็จ ทรมานมาก ปากแห้ง กระหายน้ำจริง ๆ ต้องหาแต่น้ำกิน
– เนื่องจากกระดูกหมูชิ้นใหญ่ ทำให้น้ำก๋วยเตี๋ยวมัน จนไม่เหมาะกับผู้ที่มี Cholesterol สูง พอกินแล้ว อาจรู้สึกเลี่ยน ไม่อยากไปกินอีก

2. โจ๊กนายฮุย

โจ๊กนายฮุย

ข้อดี
– อยู่ริมถนน ที่กลับจาก BIg C น่าน เพื่อเข้าเมือง เปิด 2 รอบคือ ช่วงเช้า: ตี 5 – 10 โมงเช้า และช่วงเย็น : 4 โมงเย็น – 4 ทุ่ม
– โจ๊ก และข้าวต้มอร่อย รสชาติเยี่ยมยอดเลย มีเครื่องหลากหลาย หลายแบบจริง ๆ ให้เครื่องเยอะมาก แม้แต่ใส่ไข่เยี่ยวม้า
– คนขายน่ารักดี รตจิตร ชอบนิสัย
ข้อเสีย
– แม้อยู่ริมถนน แต่หาที่จอดรถยาก
– มีผงชูรสอีกแหละ แต่มีน้ำให้กิน unlimited

3. เฮือนเจ้านาง

เฮือนเจ้านาง_น่าน

ข้อดี
– ไปไม่ยาก เพราะอยู่ริมน้ำน่าน
– เป็นร้านที่ รตจิตรสามารถกินบรรยากาศยามเย็นริมน้ำน่านได้ดีกว่าทุกร้าน ดูดวงอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกจุดหนึ่ง
– อาหารอร่อยใช้ได้
ข้อเสีย
– ยังคิดไม่ออก อาจเป็นเรื่องร้านมีแมว ถ้าใครไม่ชอบแมวนะ

4. ร้านรักคุณ

ร้านรักคุณ_น่าน
ดี
– อาหารอร่อยมาก แต่กลับราคาถูก
– อยู่ริมน้ำน่าน เช่นเดียวกับเฮือนเจ้านาง แต่อยู่คนละด้าน
– ที่จอดรถสะดวกสบายมาก

ร้านรักคุณ_น่าน

ข้อเสีย
– อาหารบางอย่าง ไม่คิดว่าแพง แต่กลับแพงกว่าอาหารที่ควรจะแพง
– แม้อยู่ริมน้ำน่าน แต่มีกำแพงกั้น สูงประมาณ 1 เมตร ทำให้บดบังทัศนียภาพสวย ๆ ของลำน้ำน่าน ไปประมาณเกือบ 1 เมตร ไม่เหมือนกับเฮือนเจ้านางที่โล่ง
– ทางร้านประหยัดทิชชู่มาก

5. อาหารที่โรงแรมเทวราช

ร้านรักคุณ_น่าน

เนื่องจากรตจิตรพักที่โรงแรมเทวราช ทำให้ทานแต่อาหารเช้า เลยไม่ได้รีวิวอาหารมื้อค่ำให้เพื่อน ๆ เลย
ข้อดี
– ข้าวต้มเครื่องอร่อยจ้า สลัดก็ใช้ได้ ส่วนรายการอาหารอย่างอื่น ก็ธรรมดา
– ราคาอาหารเช้าถูก ปกติแขกสามารถพักได้ 2 คนฟรีอาหารเช้า แต่ถ้ามีการพักเพิ่มอีก 1 คน ทางโรงแรมเทวราชคิดบวกราคาเพิ่มแค่ 100 บาทเองนะ
ข้อเสีย
– เนื่องจากที่พัก ของโรงแรมเทวราช ราคาค่าห้องพักไม่แพง ทำให้มีคนนิยมเข้าพัก เช่น กรุ๊ปทัวร์ ข้าราชการ เป็นต้น ทำให้คนแน่น และหนวกหู
– คนมาก เรื่องมาก อาจทำให้อาหารมื้อนั้นเป็นอาหารที่ไม่อร่อยได้

1 Comment

Filed under Uncategorized

เผาหญ้า เผาป่า Grass/Forest fires

Burn off the lawn/grass, Forest fires

คำนำ

ข่าวการเผาหญ้าของคน ในประเทศไทย ของต่างชาติ ทั่วโลก เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งและเกิดขึ้นทุกปี ช่วงกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี 2559 รตจิตรเห็นข่าวการเผาหญ้า โดยคนไทย จำนวนมาก ไม่ว่าจะเผาหญ้าข้างทาง เผาเพื่อไล่ที่ เผาหญ้าแห้ง บนที่ดินร้าง เผาเพื่อทำลายหลักฐาน บางอย่าง เป็นต้น ล้วนแล้วแต่ สร้างความเสียหายให้แก่ พื้นที่เป็นสิบ ๆ ไร่ เป็นร้อย ๆ ไร่

เผาหญ้าทำลายสิ่งแวดล้อม

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่เพียงแต่ รตจิตร แต่ ใคร ๆ ก็รู้ การเผาหญ้า ยังอาจทำให้รุกรามไปพื้นที่ใกล้เคียง จนสร้างความเสียหายอย่างมาก และมีผลต่อสุขภาพของชาวบ้าน ของชาวเมือง โดยตรง นอกจากนี้ ในภาวะภัยแล้ง ยังเป็นการเบียดบังการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างที่ควรจะเป็น โดยต้องนำน้ำไปใช้ดับไฟ ใช้นำในสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แทนที่จะใช้น้ำเพื่อการยังชีพ เพื่อการทำมาหากิน ยิ่งพืชผลทางการเกษตร ที่กำลังงอกงาม ที่เกษตรกร กำลังใกล้จะเก็บไปขาย เป็นต้น

เผาหญ้าทำลายสิ่งแวดล้อม

เหตุการณ์จริง เผาหญ้าที่ซอยสวนผัก ในปี 2559

พฤษภาคม 2559 รตจิตร ขับรถผ่านเข้าไปบนถนน สวนผัก ด้านหลัง วิทยาลัยทองสุข หรือซอย โรงเรียน เพลินพัฒนา รตจิตร เห็นพฤติกรรม ของคน 2 ประเภท ที่เป็นเจ้าของที่ดิน 2 แปลง ที่ดินทั้งสอง ห่างกันระยะทางเพียง 10-20 เมตร แต่การทำลายหญ้าที่ขึ้นรกนั้นต่างกันเลย แปลงแรก ใช้วิธีเผาหญ้า จนทำให้ทัศนวิสัยของทั้งซอยสวนผักเลวร้าย จนไม่สามารถขับรถผ่านซอยได้ และทำให้ต้นไม้ริมทางฟุตบาท ย่ำแย่ไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น อากาศ และสภาพแวดล้อม มีแต่ควันดำ ควันเหม็น ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการดับไฟ และพอวันรุ่งขึ้น หญ้าแห้งที่คิดว่า ดับแล้วก็กลับครุกรุ่น ขึ้นมาใหม่

เผาหญ้าทำลายสิ่งแวดล้อม

ในขณะที่ที่ดินแปลงถัดไป ซึ่งมีสภาพหญ้ารกเหมือน ๆ กัน แต่กลับใช้วิธี จ้างคนมาตัดหญ้า ทำให้ดอกไม้ข้างทาง ที่สวยงาม ยังอยู่ครบ

รตจิตร คิดว่าเจ้าของที่ดินแปลงนี้ ไม่ใช่คนที่มีสันดานมักง่ายเหมือนที่ดินแปลงแรก ที่อยู่ด้านเดียวกับวิทยาลัยทองสุข ก่อนถึงวิทยาลัย ถ้าเข้าจากทางถนนกาญจนาภิเษก ผู้ที่ไม่ใช้วิธีเผา คือผู้ที่มีจิตสำนึก ไม่ใช่พวกมักง่าย เห็นแก่ตัว ไม่นึกถึงชาวบ้านละแวกนั้น และยังทำให้ต้องสูบน้ำแถวสวนผัก จนน้ำแห้งคลอง สภาพท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมอกควันอยู่หลายชั่วโมง และยังเสี่ยงต่อการที่ไฟจะลุกลามขึ้นมาอีกเ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Q&A: คำถามเกี่ยวกับ ต้นหนุมานนั่งแท่น

Q&A: คำถามที่พบบ่อย จากผู้ซื้อต้นหนุมานนั่งแท่น

1. การรีดน้ำยางจาก ต้นหนุมานนั่งแท่น

ก่อนอื่น รตจิตรขอแนะนำว่า ควรรดน้ำ ต้นหนุมานนั่งแท่น มาก ๆ ก่อน จะช่วยสร้างน้ำยางในต้นให้มากตาม
– ถ้าต้องการน้ำยางน้อย
รตจิตร ขอยกตัวอย่างเป็น กรณีของแผล จากมีดหรือกระดาษบาด แผลสดจากกรรไกร ควรฉีกจากขอบใบไปเรื่อย ๆ
– ถ้าต้องการน้ำยาง จำนวนมาก
เช่นแผลกดทับ แผลหายยาก ให้หักกิ่ง แล้วรีบรองน้ำยางที่ต้น ตรงจุดโคนกิ่งเลย จากนั้นยังสามารถบีบน้ำยางออกจากโคนกิ่งที่หักแล้วด้วย

2. การดูแล ต้นหนุมานนั่งแท่น

รตจิตร แบ่งตามฤดู เป็นฤดูร้อน หรือหน้าแล้ง ฝนน้อย หรือไม่มีฝนเลย และฤดูฝน
– หน้าแล้ง รดน้ำวันละ 2 รอบ เช้าเย็น และควรปลูกในที่ร่ม ที่มีแสงแดด ตอนเช้า ทำให้ใบไม่เหลือง และทำให้รดน้ำวันละ 1 รอบได้ หากแล้งจนใบร่วงหมด ต้นหนุมานนั่งแท่น ไม่มีวันตาย แม้ว่า รตจิตร จะตัดยอดที่ไม่สวยทิ้ง ตราบใดที่กระเปาะยังแข็งอยู่ ใจเย็นๆ รดน้ำไปสักพัก ใบอ่อน ใบใหม่ ๆ จะออกมาเอง
– ถ้าหน้าไม่แล้ง สามารถรดน้ำวันละครั้งได้จ้า

นอกจากนี้ เมื่อต้นหนุมานนั่งแท่น ให้เมล็ด ซึ่งครั้งแรกจะมีสีเขียว ๆ และประมาณ 2 สัปดาห์ เมล็ดจะเริ่มแก่เป็นสีน้ำตาล แต่ถ้าแดด จัด หรือแดดแรงมาก ๆ เผลอแป๊บเดียวก็เป็นสีน้ำตาล รตจิตรจะใช้ถุงตาข่ายมาคลุม ป้องกันเมล็ด แตกกระเด็นหายไป

3. การปลูก ต้นหนุมานนั่งแท่น

3.1 การปลูกต้นหนุมานนั่งแท่น ด้วยเมล็ด
โดยปกติ รตจิตร จะแช่น้ำสัก 1-2 ชั่วโมง แล้วเอาด้านโค้งแตะลงบนดินที่เตรียมไว้ หมั่นรดน้ำเช้า-เย็น สัก 5-7 วัน เพื่อน ๆ ก็จะได้เห็น ต้นหนุมานนั่งแท่น กันแล้ว

3.2 การปลูกต้นหนุมานนั่งแท่น โดยการปักชำ
วิธีการปลูกนี้ ไม่ค่อยนิยม เพราะจะได้ต้นหนุมานนั่งแท่น ที่ไม่ค่อยทนทาน และไม่มีกระเปาะ ซึ่งบางคนถือว่า เป็นกระเปาะเงิน กระเปาะทอง หมายถึง การมีทรัพย์

ในหัวข้อที่ 3. เรื่อง การปลูก ต้นหนุมานนั่งแท่น นี้รตจิตร อยากให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ผู้ที่ต้องการปลูก ต้นหนุมานนั่งแท่น ไม่ว่าจะเพื่อเป็นไม้มงคล เพื่อเสริมดวงชะตา หรือเพื่อเป็นสมุนไพร ในการรักษาโรคต่าง ๆ ว่า การดูแลต้นหนุมานนั่งแท่น ดี ๆ จะได้ทั้งดอกสีแดง และเมล็ด ตลอดทั้งปี แต่ถ้าปลูกต้นหนุมานนั่งแท่น แบบคนไม่มีเวลา ก็สามารถเห็นดอก และได้เมล็ด ตอนฤดูหนาว นะ

– ถ้าไม่มีพื้นที่ สามารถปลูกต้นหนุมานนั่งแท่นในกระถาง จะได้ต้นไม่ใหญ่ ได้ต้นหนุมานนั่งแท่น สูงจากดินประมาณ 1-2 ฟุต หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของกระถาง
– ถ้าปลูกต้นหนุมานนั่งแท่น แบบลงดิน ต้นหนุมานนั่งแท่น สามารถสูงได้ถึง 1-1.5 เมตร และแตกหน่อออกมาเป็นหลาย ๆ หน่อได้ง่ายด้วย เมื่ออายุประมาณ 1.5 ปี

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

อาหารอร่อยหน้าพาต้า

14 พฤษภาคม 2559 รตจิตรไปกินข้าวมันไก่แสนอร่อย ถัดจากห้างพาต้า ปิ่นเกล้าไปเล็กน้อย เจ้าของร้านค้าหลาย ๆ ร้านมีสีหน้าเคร่งเครียด ต่างพูดเรื่องเดียวกัน กทม.ไม่ให้มีร้านค้าตามฟุตบาทแถว พาต้า ทุกคนกังวลเกี่ยวกับอนาคตของร้าน อนาคตของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้น บางคนคิดถึงลูกค้าหลายต่อหลายคนที่ผูกท้องไว้กับร้านด้วย ป้ายจากกทม. สำนักงานเขตบางพลัด ติดบริเวณรอบ ๆ ด้านหน้าพาต้า เพื่อไม่ให้มีร้านค้า

“จุดผ่อนผันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า และบริเวณเวิ้งปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการยกเลิก ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2559”
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สำนักงานเขตบางพลัด

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

รตจิตร คิดว่าการที่ กทม. จะยกเลิกร้านค้าบริเวณพาต้า นอกจากจะไม่ถูกต้อง ยังไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่เหมาะสม 100% เพราะ

1. กทม. ไม่สามารถช่วยเรื่องความปลอดภัยของประชาชนได้

รตจิตร ให้ความสำคัญข้อนี้อย่างมาก ความปลอดภัยของชาวบ้านแถวนี้ บริเวณนี้ มีการฉกชิงวิ่งราว มากพอสมควร ที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ไม่สามารถช่วยประชาชนได้ หรือไม่สามารถช่วยได้ตลอด ความเห็นของรตจิตร และเพื่อน ๆ แถวนี้อีกหลายคน คิดว่า พ่อค้าแม่ค้า เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนชั่วอาจไม่กล้า

2. ฟุตบาท บริเวณพาต้า กว้างมาก ๆ จนการมีร้านค้าไม่มีผลให้แคบลง

ถ้าเปรียบเทียบกับบริเวณอื่น ๆ ที่กทม. สั่งให้ยกเลิกแผงลอย ร้านค้าแผงลอยแล้ว จะเห็นได้ว่า ฟุตบาท แถวพาต้ากว้างใหญ่เหลือเกิน จึงไม่มีผลกระทบต่อผู้คนที่สรรจรไปมาเลย สุขุมพันธุ์ ไม่ได้อยู่ย่านนี้ คุณจะรู้อะไร

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

3. ผู้คนบริเวณนี้ฝากปากท้องไว้กับร้านค้า จำนวนมหาศาล

รตจิตร บอกรับว่า บริเวณแถวพาต้า มีประชาชนเดินขวักไขว่ตลอด อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา แค่กทม. ไม่ให้มีร้านตั้งวันจันทร์ ก็สร้างความลำบากแสนสาหัสพอแล้ว กทม. ไม่ได้ช่วยอะไรแถวนี้ แต่กำลังสร้างปัญหาให้กับประชาชนอย่างยิ่ง

4. กทม. ทำให้ต้นทุนการค้าเพิ่ม

ถ้าร้านค้าต่าง ๆ ไม่มีฟุทบาท ในขณะที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ก็ต้องไปเช่า ต้นทุนค่าเช่า ทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น เป็นภาระแก่ประชาชน กทม. ไม่สามารถช่วยอะไรได้

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

ข้อเสนอแนะ

รตจิตรอยากให้ กทม. คิดดูใหม่ว่า ถ้าต้องการเคลียร์พื้นที่ บริเวณป้ายรถเมล์ ก็ควรกำหนดระยะไม่ให้มีร้านค้า เช่น หน้าห้างพาต้า ตรงป้ายรถเมล์พอดี เป็นระยะทางยาว 5 เมตร เป็นต้น
กทม. อย่าทำร้ายชาวบ้าน อย่าทำร้ายประชาชนเลย และอย่าส่งเสริมให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อร้านค้าไม่มีที่ ร้านค้าต้องหาที่เช่าตามตลาด ซึ่งเป็นของเอกชนเพียงกลุ่มเดียว

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วิธีรักษา สุนัขป่วยเป็นโรคไต ไตวาย ไตวายเฉียบพลัน

วิธีรักษา สุนัขป่วยเป็นโรคไต ไตวาย ไตวาย
How to cure Dog kidney failure or kidney injury?

มีคนใน website หนึ่ง post ว่า ร้านหมอชื่อดัง ๆ บนถนนจรัลสนิทวงศ์ เก่งมากและรักสัตว์ด้วย ต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของรตจิตร เพราะเป็นคนหนึ่งที่ไปหลงเชื่อ และตัดสินใจไปหาหมอคนนี้ โดยเปลี่ยนจากหมอที่รักษาไตให้น้องหมา 2-3 ครั้งแรก จนทุกวันนี้ รตจิตรยังรู้สึกเสียใจที่ทำเช่นนั้น เสียใจที่ไปหาหมอคนนี้ และไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องเสียใจเหมือนรตจิตร เพราะความจริง เธอเป็นหมอที่วิเคราะห์ผลตรวจเลือดเก่งเท่านั้น แต่ไม่ได้รักษาเก่ง และอาจจะไม่ได้รักหมาจริงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่บางคนที่ทำงานในนั้น

วิธีรักษา สุนัขป่วยเป็นโรคไต ไตวาย ไตวาย

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้คนรักหมาได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา แต่อนุญาตให้นำไปใช้เพื่อการศึกษา ค้นคว้า เรียนรู้ โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ชื่อผู้เขียน คือ รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ และเพื่อเป็นประโยชน์แก่น้องหมาสุดที่รักก่อนที่จะสายเกินไป และเพื่อให้สุนัขที่ป่วย ไม่ทรมาน แต่ได้อยู่กับเราอย่างมีความสุข

ตามความเห็นของรตจิตร เพื่อน ๆ ควรไปหาหมอคนนี้เพียงเพื่อให้เธอวิเคราะห์โรคครั้งแรก ๆ แล้วพาน้องหมาไปรักษาที่อื่นเถอะ สงสารหมาค่ะ เช่น พาไปรักษาที่โรงพยาบาลเกษตร น่าจะดีที่สุด เหตุผลของ รตจิตร มีดังนี้

(1) เนื่องจากชื่อเสียงของหมอที่บอกกัน รตจิตรคิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนคนไข้มาก และทำให้หมออาจหลงลืม ว่าตัวไหนเป็นอะไร เคยให้ยา หรือฉีดยาอะไรไปแล้ว แม้มีบัตรประวัตรก็ตาม เพราะเธอรักษาครั้งละหลาย ๆ ตัว จนทำให้รักษาน้องหมาสุดที่รักของเราไม่ดีเท่าที่ควร

(2) พอคนไข้มาก ต้องรอนาน น้องหมายิ่งเครียด รตจิตร เชื่อว่าน้องหมาคุยกับสุนัขตัวอื่นด้วยกันเองว่าป่วย หรือเครียดอย่างไร โดยเราไม่รู้ แม้แต่มนุษย์แบบเรา หลาย ๆ คนที่ป่วยหรือเป็นโรค ยังสามารถบำบัดและรักษาให้หายได้ด้วยการไม่เครียด

โรคไต น้องหมาคุยกับสุนัขตัวอื่นด้วยกันเองว่าป่วย

(3) คนในร้านบางคนรักสุนัข แต่ไม่ใช่ทุกคน บางคนแย่มาก ๆ รตจิตรเจอกับตัวเอง ตอนแรกคิดว่าเขาทำกับรตจิตรเท่านั้น ที่ไหนได้เขาพูดจาแย่ที่สุด กับลูกค้าคนอื่น ๆ ด้วย คือแล้งน้ำใจจริง ๆ ภาษาแต้จิ๋วคือ โกวเก้า และอาจปากเสีย ไม่ให้เกียรติลูกค้า และไม่ไยดีสุนัขที่ป่วยเสียด้วยซ้ำ คือเจอแล้วเสียอารมณ์เปล่าๆ

(4) ช่วงที่ รตจิตร พาน้องหมาไปรักษา ก็มีหมารักษาไม่หายหลายตัว และตายหลายตัวเช่นกัน ดังนั้นสาเหตุที่ว่ารักษาที่นี่แล้วหายป่วยหลายตัว เนื่องจากจำนวนสุนัขป่วยมากกว่าที่อื่น ก็เลยมีจำนวนที่หาบป่วยเยอะกว่าที่อื่น และค่ารักษาที่ร้านนี้ไม่แพงมาก ถ้าเปรียบเทียบกับคลินิคด้วยกันเองนะ ไม่ได้เปรียบเทียบกับโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์

โรคไต หมารักษาไม่หายหลายตัว และตายหลายตัวเช่นกัน

(5) กรณีบ้านอยู่ไกล รตจิตร ไม่อยากแนะนำให้หาหมอที่นี่ หากต้องพาน้องหมาไปไกล เพราะทำให้สุนัขอ่อนแรง และเครียดมากขึ้น จนถึงทรุดหนักลง สงสารสุนัขมากกว่า

(6) สุนัขที่ป่วยหนักจะยิ่งลำบากเพราะไม่มีที่จอดรถเลย โดยเฉพาะถ้าเป็นหมาตัวใหญ่ ๆ ไม่สะดวกจริง ๆ

(7) ที่สำคัญที่สุดคือ รตจิตร เลี้ยงหมามาเกือบ 40 ปี ไม่รู้เลยว่าถ้าสุนัขเป็นไตวายเฉียบพลันแล้ว หากมีอาการ 3 อย่าง โอกาสรอดน้อยมาก แต่หมอรู้ แทนที่เธอจะบอกรตจิตร กลับโทษ รตจิตร ว่าไม่ยอมพาสุนัขมาหาทุกวัน ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นคนนัดวันเวลาเองว่า วันไหนมา วันไหนให้ดูอาการ วันไหนไม่ต้องมา วันไหนต้องให้น้ำเกลือ จึงมาหาเธอ แต่ให้กินยา ดูอาการสุนัขที่บ้าน เจ้าของสุนัขไม่มีสิทธิ์ต่อรอง หรือถาม หรือพูดมาก แต่ท้ายสุด รตจิตรก็พาน้องหมาสุดที่รัก ไปหาเธอเกือบทุกวัน เพียงแต่งง ที่เธอมาต่อว่าทุกคนเช่นนั้น อาการ 3 อย่างที่ว่าคือ

– ไม่ยอมทานอาหาร แต่กลับอาเจียนจนเป็นเลือด ขอย้ำว่า อาเจียนเป็นเลือด ไม่ใช่อาเจียนธรรมดา และ
– หายใจติดขัด หรือหายใจลำบากมาก และ
– มีอาการชัก

โรคไต อาเจียนเป็นเลือด ไม่ใช่อาเจียนธรรมดา

ข้อแนะนำของ รตจิตร เพราะไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องสูญเสียน้องหมาไปอย่างทุกข์ทรมาน

– ควรให้เธอ วินิจฉัยโรค ก็พอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการอ่านผลการตรวจเลือด ซึ่งรตจิตร สังเกตเห็นว่าหมอหมาคนนี้ ไม่ใช่แค่ดูผล BUN หรือ CR หรือ CREATININE ที่สูงผิดปกติ เธอไม่ได้ดูแค่ผลเลือดกับค่าปกติ แต่ต้องวิเคราะห์ค่าผลเลือดอื่น ควบคู่กันด้วย ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงดูน้องหมา การกินอาหาร เพศ พันธุ์ และอายุ ฯลฯ มาพิจารณาร่วมด้วย ถ้าผลเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แสดงว่าการทำหน้าที่ของไตถดถอยเร็วเช่นกัน การทำงานของไตน่าจะเหลือส่วนดีไม่มาก ดังนั้น หมอคนนี้อาจช่วยได้ดีในเรื่องการวิเคราะห์ผลอย่างอื่นร่วมกันไปด้วย

ควรไปหาที่โรงพยาบาลอื่น หรือคลินิกอื่น เพื่อเช็คผลเลือดซ้ำ หรือ
ควรไปหาที่โรงพยาบาลเกษตร เพราะไว้ใจได้มากที่สุดในกรุงเทพ ถ้าบ้านเพื่อน ๆ ไม่ไกลจากที่โรงพยาบาลมากนัก จะดีที่สุด หรือถ้าไกล ก็ยังคุ้ม ทำให้โอกาสรอดของสุนัขสูง

โรงพยาบาลเกษตร โรคไต

บทนำ บรรยายเรื่องการเป็นโรคไตของสุนัข
อาการ ของสุนัข ป่วยเป็นโรคไต โรคไตวาย หรือ ไตวายเฉียบพลัน
วิธีรักษา สุนัขป่วยเป็นโรคไต ไตวาย ไตวายเฉียบพลัน
การดูแลน้องหมา ที่ป่วยเป็นโรคไตวาย
วิธีป้องกัน ไม่ให้ สุนัขป่วยเป็น โรคไต โรคไตวาย หรือ ไตวายเฉียบพลัน
วิธีการให้น้ำเกลือสุนัขป่วย ที่กินอาหารไม่ได้ หรือเป็นโรคไต
อาหารแนะนะสำหรับสุนัขที่เป็นโรคไต
วิธีการต้มหญ้าไผ่น้ำ การใช้หญ้าไผ่น้ำรักษาสุนัขเป็นโรคไต
โอกาสรอดชีวิตของ สุนัข โรคไตวาย
สุนัขเป็นโรคไตวาย สาเหตุจากอาหารการกิน
สุนัขเป็นโรคไตวายเฉียบพลันจาก ยาหยดเห็บ ยากิน

Leave a comment

Filed under Uncategorized