Author Archives: Ratajit

ทัวร์วันเดียว 9 ที่ กำแพงแสน

ทัวร์วันเดียว 9 ที่ กำแพงแสน
9 Places in one day trip @ Kampangsan
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 22, 2019

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ห้ามมิให้คัดลอกไม่ว่ากรณีใด ๆ หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากฝ่าฝืนถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์วรรณกรรมและศิลปกรรม All Rights reserved by Ratajit

ทัวร์วันเดียว 9 ที่ กำแพงแสน

ทัวร์วันเดียว 9 แห่งวันนี้ รตจิตรใช้เวลาไม่มาก ตามเหตุผลที่เขียนไว้ข้างล่าง เพื่อไปสถานที่ต่าง ๆ 7 ที่ เพราะข้ามไป 2 ที่ ตามรายการ ดังนี้
1. วัดอ้อน้อย (ข้าม)
2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
3. วัดประชาราษฎร์บำรุง (หรือวัดรางหมัน)
4. สวนกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด (สวนปิดแล้วค่ะ)
5. วัดดาปานิมิตร
6. วัดสี่แยกเจริญพร
7. วัดหนองศาลา
8. วัดสว่างชาติประชาบำรุง
9. ตลาดคุณาวรรณ (ข้าม)

วัดอ้อน้อย กำแพงแสน

วันนี้รตจิตรนั่งชิวในรถอีกวัดนึง ลูกเป็นสารถีให้อีกแล้ว เพราะลูกบอกรตจิตร เส้นทางวันนี้ไม่ยาก ดูเตรียมไว้ก่อนได้เลย ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 6 ช.ม. ไม่มาก สำหรับทริปกำแพงแสน นครปฐมวันนี้ เพราะ

1. วัดอ้อน้อย

ครั้งนี้รตจิตรไม่แวะ เพราะรตจิตรเคยมาทำบุญที่วัดอ้อน้อยแล้ว และอีกครั้งที่รตจิตรแวะมาหาเพื่อนที่มาบวชกับอดีตหลวงปู่พุทธอิสระ จึงผ่านไปเพื่อตรงไปที่ม.เกษตร กำแพงแสน เลย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนยังไม่เคยมา ควรแวะทำบุญ ถ่ายรูปนะคะ เพราะเป็นวัดใหญ่ วัดสวย สงบ มีหมูป่าวิ่งไปมาด้วย

ชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตร กำแพงแสน

2. ชมพูพันธุ์ทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ม.เกษตรฯ กำแพงแสน นั่นเอง เพื่อแวะชมความงามตามถนนวัฒนาเสถียรสวัสดิ์ ซึ่งมีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ 2 ข้างทาง ตลอดจนริมสระน้ำด้วย ถนนสายนี้อยู่ด้านหน้าโรงเรียนสาธิตเกษตร กำแพงแสนเลยค่ะ แต่พอรตจิตรไปถึง ก็ค่อนข้างผิดหวังเพราะ ควรไปก่อนกลางเดือนมี.ค. อีกทั้งก่อนวันที่รตจิตรจะไป มีฝนตกลงมาเมื่อวานพอดี รตจิตรเห็นคนผิดหวังกันพอสมควร เพราะมากันวันนี้เหลือดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ไม่กี่ต้น แม้แต่ดอกที่ร่วง สีก็ไม่ค่อยเป็นชมพูแล้ว

วัดประชาราษฎร์บำรุง นครปฐม

3. วัดประชาราษฎร์บำรุง

ชื่อเดิมคือวัดรางหมัน มีเจ้าอาวาสชื่อดังคือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร ท่านอายุ 93 ปีแล้ว ทำให้วันนี้รตจิตรถวายสังฆทานผ่านหลวงตาแทน ไม่อยากรบกวนหลวงปู่แผ้ว หลวงตาเล่าว่าวิหารและโบสถ์ใหม่ตั้งงบไว้ ที่ละ 30 ล้าน สร้างจริงตั้งที่ละ 400 ล้าน ถวายสังฆทานหลวงตา ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ โบสถ์ รตจิตรขึ้นไปสักการะรูปปั้นพระเจ้าตาก ซึ่งประทับหน้าบาถ์

พระเศรษฐีนวโกฐิ วัดรางหมัน

รตจิตรพอเข้าไปดูในวิหารซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่มีพระพุทธรูปและเทพเทวดาเยอะมาก ได้แก่ หลวงพ่อโต พระพุทธชินราช พระพุทธโสธร พระเศรษฐีนวโกฐิพร้อมบทสวด พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ตลอดจน เทพทันใจแบบประเทศพม่าก็มี รตจิตรสามารถทำบุญได้หลายจุดในวิหารนี้ และยังมีธนาคารบุญให้หยอดตู้พร้อมเสียงเทปอวยพรอีกด้วย

วัดประชาราษฎร์บำรุง

รตจิตรถามเกี่ยวกับวัตถุมงคลหลวงปู่แผ้ว เพราะเห็นญาติโยมแวะเวียนมาดูกัน รตจิตรทราบว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ มีคนที่เกิดอุบัติเหตุทางรถ แต่ไม่เป็นไรเลยเพราะสวมเหรียญหลวงปู่แผ้ว นอกจากยังให้โชคในเรื่องการเสี่ยงโชคต่าง ๆ ด้วย

อาจารย์ ดร.พราวให้อาหารปลาวัดรางหมัน

พระสงฆ์รูปหนึ่งเชียร์ให้รตจิตรขึ้นไปกุฏิร่มเย็นของหลวงปู่แผ้ว เพราะหลวงปู่อยู่พอดี แต่รตจิตรก็ไม่ได้ไปพบท่านเพราะเห็นหลวงปู่แผ้วอายุเยอะแล้ว อยากให้พักผ่อนมากกว่า เพราะวันนี้ที่ทำให้รตจิตรมีความสุขมาก ๆ นอกจากทำบุญแล้ว ยังมีอีกอย่างคือ การให้อาหารปลาตะเพียนแดงที่แพริมน้ำ

ชมพูพันธุ์ทิพย์

4. สวนกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด (สวนปิดแล้วค่ะ)

รตจิตรตั้งใจไปชมสวนกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด แต่เสียดายปิดไม่ให้คนนอกเข้า ทำให้รตจิตรเสียเวลาในการย้อนกลับไปมา เพราะคิดว่าลูกขับรถเลยแผนที่ไปแล้ว รตจิตรเสียเวลากลับรถไปมาหาประตูทางเข้า สวนกล้วยไม้ปิดค่ะ ไม่ให้คนนอกเข้า ทำให้รตจิตรเสียเวลาในการย้อนกลับไปมา เพราะคิดว่าขับเลยแผนที่ ช่วงแรกรตจิตรเซ็ง ๆ เพราะไปสวนกล้วยไม้ปิด แต่ต้องขอบคุณเพราะทำให้รตจิตรมาเจอวัดสวย ๆ ทั้งนั้น ไม่ต้องใช้เวลาสิ้นไปกับการชมกล้วยไม้ แต่รตจิตรกลับได้ทำบุญหลายแบบ เลยมีความสุขขึ้น

วัดดาปานิมิตร นครปฐม

5. วัดดาปานิมิตร

หลังจากที่รตจิตร ผิดหวังจากการอดเข้าชมกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด ความจริงถ้ารตจิตรต่อไปหน่อยก็คือ วัดไร่แตงทอง ซึ่งมี highlight อยู่ที่หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่า แต่เนื่องจากรตจิตรเคยไปถวายสังฆทานที่วัดไร่แตงทองเลย เลยกลับรถมาแวะวัดดาปานิมิตร

วัดดาปานิมิต เป็นวัดที่เงียบมาก ไม่มีผู้คน เพราะคนนิยมไปแต่วัดไร่แตงทอง และวัดสี่แยกเจริญพร รตจิตรไม่เห็นพระสงฆ์เลย รตจิตรจึงไม่กล้าเข้าไปในโบสถ์ รตจิตรได้แต่เก็บรูปพระพุทธรูปองค์ใหญ่ด้านหน้า เหมือนพรพุทธรูปเงิน และ ทอง งดงามมาก

วัดสี่แยกเจริญพร กำแพงแสน

6. วัดสี่แยกเจริญพร

รตจิตรมากวัดสี่แยกเจริญพร อย่างไม่ตั้งใจ เพราะเห็นองค์จำลองหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเผือก และพระสังกัจจายน์ทองบนเต่ามังกรเผือก พระสงฆ์รูปหนึ่งบอกรตจิตรว่า องค์จริงจะสร้างใหญ่โตคร่อมองค์จำลองทั้งคู่ รตจิตรคิดว่าวัดสี่แยกเจริญพร ต้องใช้งบเยอะมาก ๆ ทำให้วัตถุมงคลต่าง ๆ ราคาสูงลิ่ว

วัดสี่แยกเจริญพร นครปฐม

รตจิตรเข้าไปทำบุญหยอดตู้ในโบสถ์ แทนการเช่าวัตถุมงคล ด้านในโบสถ์มีมีรูปปั้นหลวงปู่หลิวท่าธุดงค์ สวยงามมาก แต่คนไม่ค่อยเข้าไปด้านในโบสถ์ เพราะมัวแต่ขัดเลขตรงขาเต่าเผือกด้านซ้ายที่หลวงปู่หลิวประทับ และก็ทำพิธีกรรมรอดใต้ท้องเต่าทั้งคู่ คือเต่าเผือกและเต่ามังกร

วัดสี่แยกเจริญพร นครปฐม

นอกจากนี้รตจิตรยังอบองค์พระประธานในโบสถ์วัดสี่แยกเจริญพร งดงาม แปลกไม่เหมือนวัดอื่น ๆ ด้วย พอรตจิตรออกจากโบสถ์ ตั้งใจจะไปวัดอื่น ๆ ต่อ ก็ต้องมาหยุดที่ รูปปั้น Hulk ซึ่งเป็นที่นิยมหลายวัด ทั้งร้านอาหาร และร้านขายรถเก่า รวมถึงตลาดน้ำ เป็นต้น

วัดหนองศาลา นครปฐม

7. วัดหนองศาลา

รตจิตร แวะวัดหนองศาลา นครปฐม โดยที่ใน googlemap ก็ไม่มี มีแต่หมุดโรงเรียน แต่รตจิตรเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก พระพุทธชินราช ซึ่งงดงามด้วย จึงอยากเข้าไปสักการะ

วัดสว่างชาติประชาบำรุง กำแพงแสน

8.วัดสว่างชาติประชาบำรุง

เนื่องจากขากลับ รตจิตรเห็นรถติดมาก เริ่มมีคนกลับรถเข้าวัดทางขวามือ รตจิตรเลยเอาอย่างบ้าง วัดนี้ไม่ได้อยู่ในแผนของรตจิตรเช่นกัน แต่ไม่ผิดหวังค่ะ เพราะงดงามมาก รตจิตรเข้าไปหยอดตู้ทำบุญ ก่อนจะขึ้นไปสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูงตระหง่านอยู่ด้านบนวิหาร คือสมเด็จองค์ปฐม องค์ใหญ่งดงามมาก ๆ

วัดสว่างชาติประชาบำรุง กำแพงแสน

รตจิตรขึ้นไปชั้นบนของวิหารที่มีสมเด็จองค์ปฐมประทับอยู่ เห็นที่มุมเสาไฟ มีนกเขาฉลาดมาก ไข่ไว้ในเสาไฟ ใช้ความอุ่นจากไฟที่เปิดกลางคืนช่วยฟักไข่ได้ด้วย ส่วนด้านล่างมีเขียนว่าวังมัจฉา แต่รตจิตรกลับไม่เห็นปลาเลย เห็นแต่พระสงฆ์คุมก่อสร้างอยู่ด้านหลังวัด

ชมพูพันธุ์ทิพย์

9. ตลาดคุณาวรรณ

คนเยอะ ชาวบ้านในเมืองกำแพงแสนแวะจับจ่ายซ้อของที่นี่จริง ๆ เพราะหาที่จอดรถยากจริง รตจิตรจึงกลับมาแวะตลาดแถวบ้านดีกว่าค่ะ เพราะหาที่จอดรถไม่คุ้มจริง ๆ เป็นอันต้องจบทริปนี้แล้วนะคะ กำแพงแสนโดย รตจิตร

วัดสี่แยกเจริญพร กำแพงแสน

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

13 ที่เที่ยววันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์-มหาสารคาม-สุรินทร์

13 places one day in Buriram-Mahasarakarm-Surin
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 14, 2019

การแสดงช้าง สุรินทร์

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ สำหรับเป็นแนวทางให้คนที่อยากไปเที่ยวบุรีรัมย์ มหาสารคาม สุรินทร์ โปรแกรมของรตจิตรครั้งนี้ จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์ไหว้พระเพราะได้แวะสถานที่สำคัญ ที่สวยงามที่ผ่านตามเส้นทางด้วย ห้ามมิให้คัดลอกดัดแปลง หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรมทันที ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ 4 ที่รตจิตรพักที่บุรีรัมย์ รตจิตรต้องบินกลับกรุงเทพ ทำให้จำเป็นต้องทำเวลาให้ดี ไฮไลท์วันนี้คือวันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์ มหาสารคาม สุรินทร์ สุดท้ายรตจิตรก็เหลือเวลาให้ไปกินร้านก๊วยเตี๋ยวร้านเดิมที่รตจิตรไปกินเป็นมื้อแรกสำหรับทริปนี้ และยัง shopping ห้าง Lotus ที่บุรีรัมย์อีกด้วย ตอนนี้มาดูโปรแกรมทัวร์วันเดียว 3 จังหวัด 13 รายการดังนี้

วัดอีสาน บุรีรัมย์

1. วัดอีสาน บุรีรัมย์

เช้าวันนี้รตจิตรไม่ว่างใส่บาตรพระสงฆ์หน้าโรงแรมที่พัก แต่พนักงานโรงแรมยังยืนคอยใส่บาตรเหมือนทุกวัน รตจิตรจึงนำปัจจัยที่เตรียมไว้ ไปถวายสังฆทานที่วัดอีสานแทน มีเลขเด็ดมาฝากซึ่งพระสงฆ์ที่รตจิตรไปถวายสังฆทาน เล่าว่ามีโยมหลายคนถูกแล้วด้วย คือเลข 60 ที่บั้นท้ายซ้ายของน้องหมาวัด

วัดอีสาน บุรีรัมย์

เลข 60 บนตัวหมา เกิดจาก เวลาทางราชการมาทำหมันปี 2560 ก็จะปั้มจี้ไฟไว้นั่นเอง รตจิตรคิดว่าน่าสงสารมาก เพราะปั้มตัวเลขใหญ่เกินไป น้องหมาก็ตัวนิดเดียว

ตั้งถาวรฟาร์ม บุรีรัมย์

2. ตั้งถาวรฟาร์ม บุรีรัมย์

จาก website รตจิตรคิดว่า ตั้งถาวรฟาร์ม แห่งนี้น่าจะเป็นสาขา 2 ที่ตั้งถาวรฟาร์ม รูปปั้นช้างสวยมาก มีการปลูกผักไฮโดรฯ แคนตาลูป และเมลอน และยังมี shop ในฟาร์ม เพื่อขายผลผลิตในฟาร์ม ราคาสูงนิดนึง แต่วิวสวยมาก ผักผลไม้ที่ปลูกดูสะอาดจริง พนักงานก็นิสัยดี ดูเป็นมิตร แม้ว่าจะอากาศร้อนเพราะร่มเงาต้นไม้ใหญ่มีน้อย แต่รตจิตรก็รู้สึกคุ้มค่าที่มาเยือน

องค์หลวงพ่อโตโคตะมะ วัดบ้านหนองแคนเจริญผล

3. องค์หลวงพ่อโตโคตะมะ วัดบ้านหนองแคนเจริญผล

รตจิตรไม่สามารถบรรยายความงามขององค์หลวงพ่อโตโคตะมะ เป็นพระพุทธรูปสีเทาสวยมาก วันที่รตจิตรไปสักการะพระพุทธมงคลศรีพยัคฆ์ รตจิตรได้เห็นชาวบ้านช่วยกันปั้นพญานาคด้วยมือ เก่งจริง ๆ ชาวบ้านใช้ปูนโปะตามตัวเป็นก้อนเกล็ดพญานาค พวกชาวบ้านมาทำเป็นครอบครัวเลย

องค์หลวงพ่อโตโคตะมะ วัดบ้านหนองแคนเจริญผล

รตจิตรคิดว่าช่วงปลายปีวัดบ้านหนองแคนเจริญผล น่าจะสวยมาก ถ้าพญานาคแล้วเสร็จ วัดหนองแคนเจริญผลมีเจดีย์ลักษณะเหมือนพระธาตุสีขาว มองรอดประตูเข้าไปสวยงามมาก อีกทั้งยังเป็นวัดที่อยู่ในชุมชนด้วย

ศาลหลักเมือง มหาสารคาม

4. ศาลหลักเมือง มหาสารคาม

ปกติถ้ารตจิตรมาทริปต่างจังหวัด รตจิตรต้องไปสักการะศาลหลักเมืองเสมอ ตอนนี้รตจิตรถึงจังหวัดมหาสารคามแล้ว ก็เป็นธรรมเนียมที่ต้องมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาล ศาลหลักเมืองแต่ละจังหวัดมักสร้างอยู่ในตัวเมือง ในที่ชุมชน เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวของชุมชน และเพื่อให้สะดวกต่อการแวะเวียนมาสักการะด้วย ศาลหลักเมืองของจังหวัดมหาสารคามอยู่ที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ชื่ออำเภอค่อนข้างดุดัน ทำให้การแก้บน การสักการะมักใช้รูปปั้นเสือ หรือตุ๊กตาเสือด้วย

วัดทองนพคุณ มหาสารคาม

5. วัดทองนพคุณ มหาสารคาม
รตจิตรเดินทางมาถึงวัดทองนพคุณ ชื่อคุ้นมากคล้ายชื่อวัดในกรุงเทพ เพื่อน ๆ ควรขับรถเข้าไปด้านในด้วยเพื่อถวายบังคมรูปปั้นสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าตุ๊กตาสิงห์ที่วัดทองนพคุณไม่เหมือนที่อื่น รตจิตรชอบสิงห์ที่วัดนี้ น่ารักมาก ๆ

7. วัดพยัคฆภูมิวราราม มหาสารคาม

เนื่องจากวัดพยัคฆภูมิวราราม เป็นวัดค่อนข้างกว้างใหญ่ ดังนี้ รตจิตรใช้วิธีขับรถวนเอา มีหลายอย่างที่เป็นรูปปั้นน่าสนใจ ประตูวัดเป็นท่อนไม้สูง สวยน่าสนใจด้วย

วัดหงษ์ (วัดศีรษะแรด) มหาสารคาม

8. วัดหงษ์ (วัดศีรษะแรด) มหาสารคาม

วัดหงส์ หรือวัดศีรษะแรด มีชุมชนท่องเที่ยว OTOP บ้านศีรษะแรด แต่รตจิตรไม่ได้แวะเข้าไปดูนะว่าที่ OTOP บ้านศีรษะแรดขายอะไรกัน เพราะวัดหงส์มีกิจกรรมทางพุทธศาสนาเยอะมาก นอกจากนี้ศาลาหลายจุดที่สวยมาก รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ แวะให้ครบ ตอนแรกรตจิตรคิดจำให้อาหารปลา สระ 4 เหลี่ยมด้านหลังของวัดหงส์ ซึ่งสวยมากนะ และมีคนมาให้อาหารปลาด้วย แต่ปลายังไม่ค่อยเยอะเลย

หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา สุรินทร์

9. หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา สุรินทร์

รตจิตรมากถึง High light ของทริป “13 ที่เที่ยววันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์-มหาสารคาม-สุรินทร์” แล้วค่ะ ไม่ได้ดูการแสดงของน้องช้างมานานแระ เคยดูเมื่อสิบยี่สิบปีก่อน มาวันนี้โปรแกรม “13 ที่เที่ยววันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์-มหาสารคาม-สุรินทร์” รตจิตรเลยจัดเต็มค่ะ บัตรเข้าชมศูนย์คชศึกษา ราคา 50 บาท คนแก่ก็เสียค่าเข้าด้วยนะคะ เป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย บางประเทศมาขอยืมควาญช้างไทยไปฝึกช้างประเทศเขาด้วย

หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา สุรินทร์

1. รอบที่ช้างแสดง 2 รอบต่อวัน 10:00 และ 14:00 น. ตรงเวลาด้วยนะ
2. ถ้าต้องการดูช้างอาบน้ำเล่นน้ำ ต้อง 15:00-16:00 น.
3. นั่งช้างดูรอบหมู่บ้าน คนละ 100 บาท แม้จะนั่งช้างตัวเดียวกันก็ตามค่ะ

การแสดงช้าง สุรินทร์

ตอนที่รตจิตรนั่งบนช้าง เราเลือกช้างตัวเมียนะ เพราะไม่น่าจะตกมัน ทั้งควาญและน้องช้างยักษ์ใหญ่ น่ารักดีทั้งคู่ด้วย ตอนที่นั่งครั้งแรกเสียวจัง เพราะน้องช้างตัวใหญ่เดินแล้วโยกไปมาตลอด ควาญช้างแนะนำให้รตจิตรอย่าเกร็ง ให้ผ่อนคลายไปตามธรรมชาติของช้าง สุดยอดค่ะ สบาย ชิว ๆ ถ่ายรูปได้ด้วย ต่างจากอูฐที่รตจิตรเคยนั่งที่อียิปต์ พออูฐลุกขึ้นที หน้าขมำไหลเทไปด้านหน้า ตกใจมาก ถ้าคนนำบอกสักหน่อยว่าจะลุกแล้วก็ไม่มีปัญหา

หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา

ขี่น้องเสร็จแล้ว รตจิตรอยากเตือนเพื่อนๆ อย่าลืมให้ทิปควาญช้าง และที่สำคัญต้องให้อ้อยน้องช้างด้วย ช้างกินจุมาก แค่มัดละ 20 บาทไม่พอแน่ ๆ วันนั้นรตจิตรจ่ายไปไม่รู้กี่มัด นับไม่ถ้วน รวมถึงตอนดูการแสดงน้องช้างด้วย ควาญบางคนฉลาดขอมาก และให้น้องช้างขอตลอด แต่ก็สอนให้ช้างขอบคุณแบบถอนสายบัวอย่างสวยงามมาก และนุ่ม ๆ น่ารักจริง ๆ

วัดป่าอาเจียง และสุสานช้าง

10. วัดป่าอาเจียง และสุสานช้าง (Elephant’s Graveyard) สุรินทร์

ตามความคาดเดาของรตจิตร ซึ่งอาจจะไม่สำคัญว่า สุสานช้าง อยู่ในบริเวณของวัดป่าอาเจียง ตามประวัติของสุสานช้าง เกิดขึ้นเพราะ นิมิตของหลวงพ่อพระครู ดร.สมุห์หาญ ปัญญาธโร ว่าช้างที่ท่านเคยเลี้ยงที่ตายไป อยากกลับมาอยู่ร่วมกัน จึงได้ชาวบ้าน พระ และเณร ช่วยกันขุด ที่สุสานช้าง รตจิตรถึงเห็นว่าช้างตายเยอะมาก ๆ

วัดป่าอาเจียง มหาสารคาม

รตจิตรคิดว่าถ้าเพื่อน ๆ มาวัดป่าอาเจียง จะคิดเหมือนรตจิตรว่าโบสถ์ที่นี่ ไม่เหมือนวัดอื่นจริง ๆ เต็มไปด้วยเศียรช้าง ทั้งช้างเผือก และช้างธรรมดา จนถึงยอดสูงสุดของโบสถ์ เป็นช้างเอราวัณ หรือช้างทรงของพระอินทร์ บริเวณนี้มีช้างเอราวัณค่อนข้างมาก

 Elephant World สุรินทร์

11. Elephant World สุรินทร์

ที่นี่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ความจริงดูดี มีประวัติช้างบางเชือก มีรูปปั้นช้างที่สำคัญ ๆ เช่น อนุสาวรีย์พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณ เนื้อที่กว้างมาก ๆ แต่รตจิตรคิดว่าทำไมต้องสร้างประตูทางเข้าเลียนแบบเรื่อง Jurassic World

วัดปทุมทอง (วัดบ้านพลับ) บุรีรัมย์

12. วัดปทุมทอง (วัดบ้านพลับ) บุรีรัมย์

รตจิตรคิดว่าเพื่อน ๆ หลายคนเคยได้ยินคำว่า อำเภอสตึก เพราะเป็นอำเภอชื่อดังมากของบุรีรัมย์ วัดปทุมทอง ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดบ้านพลับ สวย แต่พอดีอยู่ในช่วงก่อสร้าง ทำให้มีแต่คนงาน ที่วัดปทุมทอง รตจิตรเลยไม่ได้เข้าไปด้านในวัด

หลังจากที่รตจิตรเที่ยวครบหมด รตจิตรก็ทำตามคำสัญญาตั้งแต่วันแรกที่มาถึงบุรีรัมย์ว่า ถ้ามีเวลาจะกลับมากินก๊วยเตี๋ยวร้านแรกที่รตจิตรมากิน เพราะอร่อยมาก ที่สวนพระพุทธรูปใหญ่ สามีภรรยาที่เป็นคนขายก๊วยเตี๋ยว จำพวกรตจิตรได้ รีบยกมือไหว้เลย วันนี้ก๊วยเตี๋ยวยังอร่อยมากเช่นเคย

วัดประชาบูรณะ บุรีรัมย์

13. วัดประชาบูรณะ บุรีรัมย์

เนื่องจากเวลายังมีพอ รตจิตรจึงไปทำบุญต่อที่วัดประชาบูรณะ ก่อนที่จะไป shopping ที่โลตัส บุรีรัมย์ เนื่องจาก Check-in Online มาแล้ว รตจิตรดีใจที่ตัดสินใจมาแวะที่วัดประชาบูรณะ เพราะสังเกตเห็นรถยนต์เข้าออกเยอะ ไม่ผิดหวังเลย วัดสวยมากมาย ประจวบเหมาะกับแสงแดดส่องมาที่วัดพอดี ทำให้ภาพออกมาสวยทุกภาพ

บ๋ายบาย บุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคาม รตจิตรถึงสนามบินก่อนเวลาสักพัก เจอคนเต็มที่พักสนามบิน เพราะมีการยกเลิกเที่ยวบินไป 1 flight ทำให้ผู้โดยสารต้องมารวมกันที่ flight ของรตจิตร ตลอด 4 วันที่รตจิตรมาเที่ยวครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งการทำบุญหลายรูปแบบ ความบันเทิง และความสุขที่ไม่ซ้ำกันถึง 56 แห่ง

วัดอีสาน บุรีรัมย์

Leave a comment

Filed under Uncategorized

12 สถานที่เที่ยวใน 1 วัน บุรีรัมย์

12 places to visit in Buriram
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 12, 2019

12 ที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ เขียนขึ้นเพราะอยากให้เป็นประโยชน์แก่คนที่อยากไปเที่ยวบุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคามโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญทุกคน ที่ชอบทัวร์ไหว้พระ เพื่อน ๆ ที่รักการทำบุญ โปรแกรมของรตจิตรค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่การทัวร์ของรตจิตรครั้งนี้ จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์ไหว้พระเพราะได้แวะสถานที่สำคัญ ที่สวยงามที่ผ่านตามเส้นทางด้วย ห้ามมิให้คัดลอกดัดแปลง หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรมทันที ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง บุรีรัมย์

1. วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง

รตจิตรมาทริปบุรีรัมย์ครั้งนี้ เป็นวันที่ 3 รตจิตรคิดว่าหนึ่งใน ไฮท์ไลท์ของการมาบุรีรัมย์ ก็คือการมาเที่ยว วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง รตจิตรขับขึ้นไปดูปากปล่องภูเขาไฟ โดยใช้สะพานแขวนลาวา แต่ก่อนที่รตจิตรจะข้ามสะพาน จะมีจุดเด่นหนึ่งตรงหน้าสะพานคือ การคล้องแม่กุญแจกับหัวใจหน้าสะพาน เพื่อลดหรือไม่ให้คล้องกุญแจตามราวสะพานเหมือนต่างประเทศ เช่นประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี สเปน โปรตุเกส จากนั้นก็ขับรถขึ้นไปถิ่นภูเขาไฟผ้าไหมงาม เพื่อทำบุญที่ลานพระสุภัทรบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่งดงามมาก

สถานที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

2. Thunder castle ปราสาทสายฟ้า ช้างอารีน่า

หลังจากรตจิตรนมัสการพระสุภัทรบพิตร ที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดงแล้ว ก็ลงมาเที่ยวปราสาทสายฟ้า ช้างอารีน่า รตจิตรคิดว่าการก่อสร้างดีมาก งดงามจริง สวยกว่ากรมศิลป์ซ่อมโบราณสถานต่าง ๆ ที่สุรินทร์ บุรีรัมย์ เสียอีก รอบ ๆ ที่นี่งามจริง ผสมผสานระหว่างสิ่งก่อสร้างแบบเก่าและใหม่ รตจิตรรู้ว่า ที่ปราสาทสายฟ้า ช้างอารีน่ากลางคืนก็สวยงามเพราะเป็นแหล่งเที่ยวอีกแห่งของชาวบุรีรัมย์ แต่คืนนี้ รตจิตร ไม่ว่างมาที่นี่เพราะรตจิตรต้องการไปหาของกินอร่อย ๆ ที่ตลาดไนท์บาซาร์

วัดเขากระโดง บุรีรัมย์

3. วัดเขากระโดง

รตจิตรตั้งใจมาวัดเขากระโดง เพราะสงสัยว่าทำไมชื่อซ้ำกับวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง แต่ที่นี่อยู่ที่ราบด้านล่าง ไม่ใช่บนเขา รตจิตรคิดว่า ถ้ามาเที่ยวที่วัดนี้ใหม่ปีหน้า จะสวยมาก เพราะกำลังก่อสร้างอยู่ ด้วยอิฐแดงเช่นเคย มีพญานาคสไตล์เดียวกับปราสาทอื่น ๆ ที่จังหวัดแถบนี้ ตามความเห็นของรตจิตรนะ ถ้าวัดใช้ชื่อแบบนี้คือ “วัดเขากระโดง”อาจทำให้นักท่องเที่ยวพลาดที่จะมา เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นวัดที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง

วัดเขากระโดง บุรีรัมย์

4. มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา

รตจิตรเห็นมหาวิทยาลัยทั่วไปที่บุรีรัมย์ หรือสุรินทร์ จะคล้ายกัน แต่ที่มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ออกแนวยุโรปทั้งหมด บางส่วนเหมือนนวนิยายดิสนีย์ด้วย รตจิตรเดินเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาไม่ไหว เพราะกว้างมาก ๆ ต้องขับรถวนดูรอบ ๆ แทน วันที่รตจิตรไปเที่ยวชมมหาวิทยาลัย ไม่มีคนเลย

วัดกลางพระอารามหลวง บุรีรัมย์

5. วัดกลางพระอารามหลวง

รตจิตรมาวัดนี้เพราะมาสะดวก อยู่ใจกลางเมืองใกล้ศาลหลักเมืองเลย ตามความเห็นของรตจิตร วัดกลางพระอารามหลวงค่อนข้างแปลกไม่เหมือนวัดอื่นตรงรูปปั้นพระสงฆ์บิณฑบาต ซึ่งมีจำนวนมาก ๆ รตจิตรดูหน้าตาแล้วแต่ละองค์ไม่เหมือนกันเลย เสมือนเกณฑ์นักเรียน นักศึกษาให้มาปั้นคนละองค์ ต่างก็ปั้นเหมือนหน้าตาตนเอง มาถึงวัดนี้รตจิตรได้มีโอกาสถวายปัจจัยให้พระสงฆ์ เพราะมีทั้งพระและเณรหลายรูปมาก

ศาลหลักเมือง บุรีรัมย์

6. ศาลหลักเมือง

รตจิตรมาศาลหลักเมืองอีกครั้ง เพราะเมื่อวานรตจิตรมาตอนกลางคืน ทำให้เห็นความสวยงามจากแสงและดวงไฟไม่มี แตกต่างจากกลางวันที่ภาพสถาปัตยกรรมเห็นได้ชัดเจน รตจิตรมาตอนกลางวัน ถึงเห็นว่าที่ศาลหลักเมืองมีคนมาทำบุญสักการะเยอะมาก และผู้คนเดินทางเข้ามาเรื่อย ๆ ด้วย

วัดกระดึงทอง บุรีรัมย์

7. วัดกระดึงทอง

รตจิตรมาวัดกระดึงทองเพราะได้สักการะ หลวงปู่เหลือง ฉนฺทาคโม หรือพระราชปัญญาวิสารัท แต่วัดนี้รตจิตรหาที่ทำบุญไม่ได้ เพราะโบสถ์ปิด อีกทั้งพระสงฆ์ต่างก็ทำงานวัดกันทุกคนอย่าง ขมักขเม้น

สถานที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

8. วัดระหาน

รตจิตรเห็นป้ายด้านหน้าทางเข้าวัดระหาน เขียนฉายาวัดว่า เป็นเกาะแก้วธุดงคสถาน ตำบล/อำเภอบ้านด่าน บุรีรัมย์ แต่ต้องขับเข้าไปด้านในลึกพอสมควร รตจิตรคิดว่าคุ้มมากเพราะด้านในที่สงบมี 2 สิ่งที่รตจิตรประทับใจไม่รู้ลืม ได้แก่

สถานที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

– มหาธาตุเจดีย์เกาะตะเคี่ยน ที่งดงามมาก ยิ่งกระทบกับแสงแดดที่กำลังจะตกดิน ทำให้สีทองสวยมาก ครั้งแรกรตจิตรก็ไม่ได้คิดจะขึ้นไป แต่เจอเจ้าอาวาสพอดี ท่านเชียร์ให้ขึ้นไปชมความงาม และรตจิตรก็ได้มีโอกาสทำบุญที่วัดด้วย
– ฝูงนกยูงที่รตจิตรต้องขับรถอย่างระวังที่สุด เพราะเป็นดินแดนสวรรค์ของพวกนกยูงจริง ๆ พวกนกจะไม่หลบรถเลย รตจิตรต้องคอบขับหลบแทน เพราะนกยูงตัวผู้ไม่คิดอะไร นอกจากจะกางปีกจีบตัวเมีย

วัดบ้านตะโคง บุรีรัมย์

9. วัดบ้านตะโคง

รตจิตรเห็นด้านหน้าวัดน่ารักมาก เพราะเป็นรูปปั้นช้างเผือกคู่ วัดอยู่ด้านในเช่นกัน รตจิตรต้องขับผ่านฝูงวัวที่ชาวบ้านกำลังต้อนกลับบ้าน ด้านในวัดบ้านตะโคงมีเจดีย์คล้ายพระธาตุพนมย่อส่วน เรียกว่า พระมหาเจดีย์สันติคุณ ซึ่งมีด้านหน้าที่สวนมาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เลือกวัดบ้านตะโคงให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างปี 2558

วัดหนองบัวทอง บุรีรัมย์

10. วัดหนองบัวทอง

วัดถัดจากวัดบ้านตะโคง มีด้านหน้าที่สวยมากคือวัดหนองบัวทอง โดยด้านหน้า คือช้างใหญ่ 2 เชือก ช้างด้านขวาคือช้างทอง 3 เศียร ช้างทรงของพระพิคเณศร์ และด้านซ้ายคือช้างเผือก 3 เศียร ช้างทรงของพระอินทร์

ไนท์บาซ่าร์ บุรีรัมย์

11. ไนท์บาซ่าร์

รตจิตรเริ่มหิว ดังนั้นก่อนที่จะไปแถวโรงแรมที่พัก รตจิตรก็ต้องแวะไนท์บาซ่าร์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ก่อน ของกินทั้งอร่อยและเยอะแล้ว ยังไม่แพง คนขายก็น่ารัก คืนนั้นรตจิตรอิ่มมากมาย รตจิตรอยากจะไปเที่ยวต่อ แต่ไม่ไหวค่ะ รตจิตรรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ เพลียมา 2 วันเต็ม ๆ

เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

12. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์อยู่ใกล้ที่พักของรตจิตร คืนนี้รตจิตรจึงกลับมาเที่ยวที่มหาวิทยาลัยใหม่ เพราะมีงานพอดี อย่างน้อยรตจิตรก็อยากได้ภาพของแสงไฟที่ประดับประดามหาวิทยาลัยตอนกลางคืน

เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

1 Comment

Filed under Uncategorized

22 ที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

22 places to visit in Buriram and Surin
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 10, 2019

เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ เขียนขึ้นเพราะอยากให้เป็นประโยชน์แก่คนที่อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญทุกคน ที่ชอบทัวร์ไหว้พระ เพื่อน ๆ ที่รักการทำบุญ โปรแกรมของรตจิตรค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่การทัวร์ของรตจิตรครั้งนี้ จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์ไหว้พระเพราะได้แวะสถานที่สำคัญ ที่สวยงามที่ผ่านตามเส้นทางด้วย ห้ามมิให้คัดลอกดัดแปลง หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรมทันที ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

1. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

วันนี้รตจิตรยังอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อจะไปเที่ยวในจังหวัดต่อไปคือ สุรินทร์ รตจิตรเห็นสถานที่ต่าง ๆ ที่จังหวัดบุรีรัมย์นิยมสร้างเป็นปราสาท มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เช่นกัน หรือแม้แต่ตอนที่รตจิตรไปมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ก็สร้างเป็นปราสาทปะปนกับอาคารสมัยใหม่ แต่มหาวิทยาลัยที่แปลก สร้างสไตล์ยุโรปคือมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ซึ่งรตจิตรจะแวะไปวันหลังเพื่อถ่ายภาพมาฝากเพื่อน ๆ

เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

2. พระพุทธชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ

รตจิตรอยากแนะนำเพื่อน ๆ ควรแวะมาสักการะพระพุทธชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ รตจิตรคิดว่าที่นี่คนทำตั้งใจสร้างมาก ๆและมีความรู้จริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับปางต่าง ๆ ของพระพุทธรูป ซึ่งคนปกติไม่น่าจะรู้เกิน 10-30% ของปางทั้งหมดที่นี่มี

22 ที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

3. วัดป่าหนองแคร์

รตจิตรมาที่วัดป่าหนองแคร์โดยบังเอิญเพราะต้องผ่านก่อนที่จะไปกำแพงเมืองคูเมืองสุรินทร์ ถ้าเพื่อน ๆ จะมาที่นี่ รตจิตรแนะนำให้มาวันที่มีญาติธรรมมาปฏิบัติธรรม เพราะปกติรตจิตรไม่เห็นใครเลย ทั้ง ๆ ที่วัดสวย เป็นธรรมชาติ กว้างใหญ่ สวย และสงบจริง เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม หรือหาที่เงียบ ๆ

22 ที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

4. กำแพงเมือง คูเมืองสุรินทร์

รตจิตรผ่านมาที่กำแพงเมือง คูเมืองสุรินทร์ เป็นด่านแรกที่เข้าจังหวัดสุรินทร์ แต่ค่อนข้างผิดหวัง เพราะไม่มีการดูแล หญ้ารกไปหมด ขนาดรตจิตรแวะมาที่กำแพงเมือง คูเมืองสุรินทร์ ซึ่งมีคูเมืองล้อมรอบ 2 ชั้น เห็นชาวบ้านยังมองรตจิตร แปลก ๆ ทั้ง ๆ ที่รตจิตรคิดว่ามีความรู้นะก่อนจะเที่ยวจังหวัดสุรินทร์

22 สถานที่เที่ยว บุรีรัมย์-สุรินทร์

5. วัดพรหมสุรินทร์

รตจิตรมาทำบุญวัดสวยวัดแรกของจังหวัดสุรินทร์ในวันนี้คือ วัดพรหมสุรินทร์ สามารถทำบุญได้หลายอย่าง ชาวบ้านก็แววะเวียนมาเยอะ ที่วัดพรหมสุรินทร์ วัดนี้ รตจิตรได้ให้อาหารปลาดุกด้วย แต่เดินเข้าไปลึกนิดนึง เป็นวัดที่น่าสนใจมากมีจุดเด่นอยู่ที่สิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธประวัติ นรก สวรรค์ เช่น รูปปั้นพระมารดาของพระพุทธเจ้ายืนจับต้นสาละ ต้นจริง ๆ ด้วย วัดนี้เป็นวัดตัวอย่างที่ทำนุบำรุง บวรพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี

22 สถานที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

6. ศาลาหลักเมือง

รตจิตรไปเที่ยวทุกจังหวัด จะต้องแวะสักการะศาลหลักเมืองประจำจังหวัด และแน่นอนทั้ง บุรีรัมย์และสุรินทร์ สวย ๆ ทั้งคู่ รตจิตรเห็นศาลหลักเมืองที่จังหวัดสุรินทร์มี 4 ขั้นตอนคือ 1. กราบไหว้ฟ้าดิน 2. กราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง คล้ายกับจังหวัดอื่น ๆ เช่นศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่กรุงเทพ ฯ 3. กราบไหว้ศาลเก่า (ตายาย) 4. กราบไหว้เทพรักษาประตู (หมึ่งซิ้ง)

22 ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

7. ศาลปะกำเมือง และ อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม)

รตจิตรมาที่จังหวัดแถบนี้ ทั้งบุรีรัมย์ สุรินทร์ และมหาสารคาม รตจิตรเพิ่งรู้จักคำว่า ปะกำเมือง ซึ่งก็คือเชือกผูกคล้องตัวช้างนั่นเอง รตจิตรไม่เคยเห็นรูปปั้นช้างที่จังหวัดไหนสวยเท่าที่สุรินทร์เลย คนสร้างรู้สัดส่วนของช้างจริง หางช้างก็ทำเหมือนหางปลาเหมือนช้างตัวเป็น ๆ แม้แต่ควาญช้างก็ปั้นออกมาได้เหมือนงดงามมาก

ทัวร์วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

ตรงวงเวียนด้านหน้า รตจิตรไม่สามารถข้ามถนนไปไหว้อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) เพราะรถเยอะ และมารอบวงเวียน แต่รตจิตรเห็นชาวบ้านวิ่งข้ามถนนตรงวงเวียน เอาพวงมาลาไปถวายที่อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) ได้ด้วย รตจิตรใช้วิธีไหว้อยู่ด้านหน้าของศาลปะกำเมืองแทน

ทัวร์วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

8. วัดจุมพลสุทธาวาส

หลังจากรตจิตรสักการะศาลปะกำเมือง และ อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) รตจิตรก็แวะวัดที่อยู่ซอยด้านข้างศาลฯ เป็นวัดใหญ่มาก และกำแพงวัดก็เป็นรูปนูนน้องช้าง สวยงามเช่นกัน

ทัวร์วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

9. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

รตจิตรผ่านเข้ามาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เพื่อเปรียบเทียบความงดงามของสถาปัตยกรรม คณะต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ที่รตจิตรไปเที่ยวทั้งเช้าและกลางคืน เนื่องจากอยู่ใกล้โรงแรมที่พัก อิฐแดงที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์สร้างเป็นคณะต่าง ๆ สวยงามมาก รตจิตรแวะมาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เพราะตั้งใจจะไป shopping ที่ Green outlet ของจังหวัด ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัย ฯ

ทัวร์วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

10. อนุสรณ์สถานหลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดป่าโยธาประสิทธิ์

รตจิตร มาวัดป่าโยธาประสิทธิ์แบบไม่ได้วางแผนไว้ แต่เห็นก่อนที่จะถึง Green outlet รตจิตรดีใจมากที่ได้เห็นอนุสรณ์สถานหลวงปู่ดุลย์ อตุโล นอกจากความสูงใหญ่น่าเกรงขาม ยังงดงามมาก การลงสีเยี่ยม ที่วัดป่าโยธาประสิทธิ์กำลังมีการสร้างโบสถ์ใหญ่ รตจิตรจึงร่วมทำบุญหลังคา และเช่าพระอีก 99 บาท

22 ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

11 . Green Outlet@สุรินทร์

รตจิตร ตั้งใจแวะที่ Green outlet ของจังหวัด เพราะต้องการ ซื้อของท้องถิ่น ของชุมชนจริง ๆ สินค้าส่วนมากราคาสูง เพราะระดับฝีมือ ส่วนของกินรับจากกรุงเทพ ฯ และจังหวัดใกล้เคียงเสียส่วนใหญ่ เลยทำให้รตจิตรซื้ออะไรไม่ค่อยได้ แต่โชคดีที่แวะมา เพราะใกล้ ๆ คือตลาดน้ำนั่นเอง

22 ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

12. ตลาดน้ำราชมงคลสุรินทร์

รตจิตรไม่ได้ซื้ออะไรเลยที่ตลาดน้ำราชมงคลสุรินทร์ เพราะมาผิดวัน ตลาดน้ำมีเฉพาะ ส-อท. แต่โชคดีแล้ว ทำให้รตจิตรเห็นวิวสวย ๆ และงานศิลปะอีกเพียบ ทั้งการวาดบนเวทีอย่าประณีต การวาด Street art และการจัดให้มีสะพานเชือกหลายจุดน่ารัก ๆ ทุกจุด วันที่มาตลาดน้ำรตจิตรเจอกลุ่มทหารเป็นคนมาช่วยเก็บขยะที่ตลาดน้ำ

ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

13. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์

รตจิตรไม่ได้แวะพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์นะ เพราะรตจิตรไม่มีเวลาเนื่องจากรตจิตรต้องขับกลับบุรีรัมย์ เพราะที่จองโรงแรมพักที่นั่น อีกทั้งรตจิตรยังตั้งใจว่าจะเที่ยว Night market ที่บุรีรัมย์อีกด้วย ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลา รตจิตรคิดว่าน่าแวะ การเยี่ยมชมที่พิพิธภัณฑ์ รตจิตรมักต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก

22 ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

14. ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดกลางสุรินทร์

รตจิตรมาที่นี่โดยไม่เจอผู้คนเลย จึงแวะได้ไม่นาน ต้องรีบออกไปชมที่ต่อไป แต่ถือว่าเป็นวัดที่มีศูนย์ปฏิบัติธรรม กว้างใหญ่ สงบมาก สิงห์ขาวหน้าศูนย์ และพระพุทธรูปก็สวยเช่นกัน คือรตจิตรตั้งใจเก็บรูปสิงห์สวย ๆ ของที่จังหวัดนี้ และก็มาเจอที่ศูนย์นี้พอดี เลยถ่ายไปเยอะ แต่รตจิตรต้องถ่ายห่าง ๆ เพราะมีรังแตนดุมากอยู่ในปากสิงห์ที่อ้าอยู่

เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

15. ปราสาทเมืองที

ปราสาทเมืองที เป็นปราสาทสไตล์เขมร สร้างรวมอยู่ด้วยกัน 5 หลัง แต่รตจิตรเห็นชัด ๆ อยู่ 3 หลัง รตจิตรเห็นลักษณะของปราสาทเมืองทีแล้ว ค่อนข้างทรุดโทรม ต้องมีเหล็กดามไว้ ตอนที่รตจิตรขับหาครั้งแรกก็ไม่เห็น ที่ไหนได้ ปราสาทอยู่ในตัววัดเมืองทีเลย

เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

16. วัดจอมสุทธาวาส สุรินทร์

รตจิตรพยามยามหาตู้บริจาค หรือพระสงฆ์ แต่รตจิตรไม่เจอใครเลย เจอแต่น้องหมาแม่ลูกอ่อน เลยให้อาหารลูกหมาแทน เพราะตั้งใจว่าไปเที่ยวทุกวัดต้องทำบุญให้ได้ทุกวัดด้วย รตจิตรคิดว่าวัดนี้มีโบสถ์ที่สวยมาก มียักษ์คล้ายยักษ์วัดโพธิ์ ยืนถือกระบองหน้าโบสถ์ นอกจากนี้รตจิตรแอบเห็นงานศิลป์ภาพวาดพระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์ – เสาร์ อยู่ด้านหลังพระพุทธรูปจริง ๆ เหมือนตั้งใจให้ดูเป็นภาพซ้อน สวยจัง

เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

17. ปราสาทศีขรภูมิ สุรินทร์

รตจิตรไม่ต้องจ่ายค่าเข้าเพราะอายุ แต่ปกติค่าเข้าคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 50 บาท รตจิตรชอบปราสาทศีขรภูมิ สุรินทร์ เพราะสวยมาก รตจิตรคิดว่าคนไทยไม่ต้องไปดูปราสาทที่เขมรก็ได้ เพราะปราสาทศีขรภูมิ ของสุรินทร์ก็มีลักษณะของเขมร เสียดายอย่างเดียวคือการซ่อมของกรมศิลป์ ที่ไม่มีความเป็นศิลป์เลย ใช้อิฐธรรมดามาต่อเติมส่วนของปราสาทศีขรภูมิที่แตกหักหรือหลุดไป ทำให้ความเป็นปราสาทเก่าหายไปทันทีอย่างน่าเสียดาย

22 ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

18. สวนเฉลิมพระเกียรติพระเทพ ศาลากลางน้ำ สระ 4 เหลี่ยม สุรินทร์

ครั้งแรกที่รตจิตรจัดโปรแกรมมาเที่ยว ยังคิดว่าคนที่ใส่ชื่อใน google map ใส่ผิดว่าสระ 4 เหลี่ยม รตจิตรคิดว่าเหมือนเป็นคำพูด แต่พอรตจิตรไปอุดหนุนชาวบ้าน นั่งกินก๊วยเตี๋ยวแถวสระสี่เหลี่ยม จึงรู้ว่าเป็นคำที่เรียกกันมากนาน รตจิตรชอบศาลากลางน้ำ สระ 4 เหลี่ยม เพราะร่มรื่น รตจิตรคิดว่าตอนเย็น ๆ ที่ศาลากลางน้ำนี้คนต้องเยอะแน่ ๆ ปรากฏว่าไม่ทันไรเด็กนักเรียนเต็มไปหมด เพราะโรงเรียนเลิกพอดี

22 ที่เที่ยววันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

19. ปราสาทช่างปี่ สุรินทร์

รตจิตรกว่าจะหาปราสาทช่างปี่เจอใช้เวลาพอสมควร เพราะทางเข้าเล็ก แต่โชคดีตอนที่รตจิตรขับเข้ามาไม่มีรถสวนเลย อีกทั้งเย็นแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านต้อนฝูงวัวควายกลับ ทำให้รตจิตรขับรถได้ช้านิดนึง ที่ปราสาทช่างปี่ รตจิตรเจอซากงูลอกคราบไว้ ตกใจเหมือนกัน ปราสาทสวย มีประตูทำลุกันหลายประตู ถ่ายรูปได้สวยเลยแหละ มีสระน้ำอยู่ใกล้ ๆ ด้วย พิสูจน์ให้เห็นว่า คนไทยสมัยก่อน อยู่ที่ไหนนอกจากจะอยู่ติดลำน้ำ ยังมีการขุดสระไว้ในการดำรงชีวิตด้วย

ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

20. พิพิธภัณฑ์ชุมชนช่างปี่ และ วัดช่างปี่ สุรินทร์

ใครมาสุรินทร์ไม่แวะที่นี่ น่าเสียดายมาก ทั้งวัดช่างปี่ และพิพิธภัณฑ์ชุมชนช่างปี่ ช่างสวยงามมาก พระสงฆ์ที่รตจิตรพบที่ วัดช่างปี่ก็ใจดีมาก ท่านอยากให้รตจิตรขึ้นไปด้านบนของพิพิธภัณฑ์ชุมชนช่างปี่ เพื่อดูความสวยงาม และยิ่งสวยขึ้นไปอีกเพราะตอนที่รตจิตรมาที่นี่ เป็นช่วงดวงอาทิตย์ส่องก่อนลับขอบฟ้า สะท้อนทั้งพิพิธภัณฑ์ และสีทองระยิบระยับของโบสถ์ สวยงามจริง รตจิตรไม่ได้เข้าโบสถ์วัดช่างปี่ รตจิตรจึงทำบุญที่พิพิธภัณฑ์แทน

ที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

21. ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ และศาลปึงเถ่ากงม่า

รตจิตรออกเดินทางกลับจากสุรินทร์ เพื่อกลับมาบุรีรัมย์ จึงเข้าสักการศาลหลักเมือง และศาลปึงเถ่ากงม่า ความเป็นตรุษจีนมาก ๆ ยังอยู่ ทำให้สว่างไสวเพราะโคมไฟแบบจีน ความเห็นของรตจิตรเกี่ยวกับศาลปึงเถ่ากงม่า การก่อสร้างที่ศาลปึงเถ่ากงม่า เป็นการก่อสร้างที่มีมิติ โดยให้ตัวมังกร และเสือทำเหมือนทะลุจากด้านในโผล่หัวออกมาด้านนอ ศาลหลักเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ก็อยู่บริเวณเดียวกัน สวยงดงามมาก ทำให้รตจิตรตัดสินใจต้องมากอีกครั้งตอนเช้า

22 สถานที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

22. ไนท์เซราะกราว

รตจิตรถามแม่ค้า จึงรู้ว่า ไนท์เซราะกราว แปลว่า ตลาดกลางคืนนั่นเอง รตจิตรเห็นชาวเมืองมานั่งกินกันเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกหนุ่มสาว ตลาดมีที่จอดรถจำนวนมาก แต่รถก็ค่อนข้างเต็ม ราคาอาหารเหมือนกรุงเทพเป็ะ

22 สถานที่เที่ยว วันเดียว บุรีรัมย์-สุรินทร์

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์วันเดียว 9 ที่ บุรีรัมย์

9 temple-tour at Buriram
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 9, 2019

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด บุรีรัมย์

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ เขียนขึ้นเพราะหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนที่อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญทุกคน ที่ชอบทัวร์ไหว้พระ เพื่อน ๆ ที่รักการทำบุญ โปรแกรมของรตจิตรค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่การทัวร์ของรตจิตรครั้งนี้ จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์ไหว้พระเพราะได้แวะสถานที่สำคัญ ที่สวยงามที่ผ่านตามเส้นทางด้วย ห้ามมิให้คัดลอกดัดแปลง หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรมทันที ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด บุรีรัมย์

การเดินทางของรตจิตร

รตจิตรจองนกแอร์ และเช่ารถ Thai Rent a Car วันนั้นรตจิตรต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 นาฬิกาเพื่อไปสนามบินดอนเมือง เพราะสายการบินนกแอร์ คือ flight 5:55-7:00 น. นกแอร์ตรงเวลาเป๊ะ รตจิตรลุ้น ๆ อยู่ว่านกแอร์จะเลื่อน flight มั้ย โชคดีทั้งขาไปขากลับ เพราะ flight ขากลับนกแอร์ยกเลิก 1 flight มารวมกับ flight ขากลับของรตจิตรที่เวลา 19:25-20:25 น. ทำให้ รตจิตรไม่ต้องปรับเปลี่ยนเวลาอะไร และพอ flight มารวมกันก็รู้สึกดี คนไทยเยอะ อบอุ่น รตจิตรชอบนะจะบอกให้

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด บุรีรัมย์

เนื่องจากโรงแรม Best Western Royal Buriram (breakfast อร่อยมาก) ให้เช็คอิน 14:00 น. รตจิตร จึงไปเที่ยวก่อนกว่าจะเช็คอินจริงก็มืดค่ำ และตอนเช็คเอ้าท์ ก็ออกแต่เช้า โดยก่อนเที่ยวต้องไปไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองบุรีรัมย์ก่อนที่รตจิตรจะไปเที่ยวปราสาทเขาพนมรุ้ง รวมสถานที่เที่ยววันแรก 8 ที่ดังนี้

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด บุรีรัมย์

1. สวนพระพุทธรูปใหญ่ และศาลเจ้าพ่อวังกรูด

รตจิตรไปสักการะพระพุทธรูปใหญ่ ที่สวนนี้มีชาวเมืองบุรีรัมย์ มาออกกำลังกายทั้งเช้าเย็น โดยเดินและวิ่ง รตจิตรยอมรับว่าไปสวนที่ไหนในจังหวัดบุรีรัมย์ก็เจอคนออกกำกลังกาย ดีจัง และรตจิตรเดินต่อไปอีกนิดเพื่อไหว้และทำบุญที่ศาลเจ้าพ่อวังกรูด มีเต่ายักษ์สีทองหันหน้าไปทางสระน้ำ วิวสวยดีนะ

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด บุรีรัมย์

พอเดินกลับก็แวะบริจาคหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษาที่ อ.ดร.พราวเป็นคนทำให้แก่ห้องสมุดโรงเรียนสตึก ครูและเด็กนักเรียนน่ารักดี ยังไม่จบค่ะ เพราะรตจิตรไปเจอร้านก๊วยเตี๋ยวอร่อยตรงข้ามสวนพระพุทธรูปใหญ่ อร่อยจนรตจิตรต้องแวะมากินขากลับก่อนบินกลับกรุงเทพ ฯ ด้วย

ปราสาทเขาพนมรุ้ง บุรีรัมย์

2. ปราสาทเขาพนมรุ้ง

รตจิตรไม่ได้มาเที่ยวปราสาทเขาพนมรุ้งหลายปี ปรากฏว่าเหมือนเดิม แย่กว่าเก่าเสียด้วย อย่างน้อย 2 เรื่องคือ
(1) กรมศิลปากรมาซ่อมแซมโดยใช้อิฐแดงธรรมดา เสียดายมาก ความสวยงามสมัยก่อนหายไปเลย ในขณะที่เอกชนสามารถสร้างใหม่โดยใช้อิฐแดงพรุนได้อย่างสวยงามเหมือนของเก่าแก่จริง ๆ
(2) ต้นไม้ใหญ่ ๆ ข้างบนเริ่มตาย ตอนที่รตจิตรไปเที่ยวพอดีเห็นคนงานขับรถมาราดยางมะตอย ทับบนรากของต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดด้านบน ทำให้ต้นไม้ตายหมด ทั้งๆ ที่อากาศก็ร้อนแห้งแล้วอยู่แล้ว ในขณะที่รตจิตรเห็นด้านล่างบริเวณที่ขึ้นปราสาทก็พยายามปลูกต้นไม้ ดอกไม้กันอยู่

วัดเขาพระอังคาร บุรีรัมย์

3. วัดเขาพระอังคาร

รตจิตรขับขึ้นเขาชันเล็กน้อย เพื่อไปดูความสวยงามของวัดเขาพระอังคาร และพื้นที่ที่ต้องขับผ่านก็กำลังก่อสร้างด้วย แต่เนื่องจากวันที่รตจิตรไปชมวัดเป็นวันธรรมดา ทำให้ไม่มีคนแม้แต่คนเดียว มีร้านค้าแค่ 1 ร้าน รตจิตรหาตู้ใส่เงินทำบุญก็ไม่เห็น รตจิตรเลยช่วยแม่ค้าซื้อของเพราะอย่างน้อยก็ทำให้อุ่นใจที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน

วัดเขาพระอังคาร บุรีรัมย์

แม่ค้าเชียร์ให้ซ้อผลิตภัณฑ์จากผ้าภูอัคนีทำจากแหล่งหินภูเขาไฟ รตจิตรคิดว่าถ้าไม่มาวัดเขาพระอังคารจะเสียดายแย่ เพราะสวยมาก และสีพื้นก็เป็นสีแดงเหมือนดาวอังคารจริง

วัดโพธิ์ทรายทอง บุรีรัมย์

4. วัดโพธิ์ทรายทอง

ทุก ๆ ที่ ที่รตจิตรแวะไป รตจิตรจะพยายามทำบุญ ทำกุศล หรืออาจบริจาคหนังสือให้ห้องสมุดโรงเรียนชุมชน โรงเรียนวัด หรือห้องสมุดจังหวัด หรือแม้แต่การให้ทาน รตจิตรมักให้อาหารปลา อาหารน้องหมาวัด เป็นต้น แต่ที่วัดโพธิ์ทรายทอง รตจิตรไม่รู้จะทำบุญอย่างไร เพราะไม่เจออะไรเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่วัดก็สวยมาก

วัดป่าละหานทราย บุรีรัมย์

5. วัดป่าละหานทราย

วัดป่าละหานทราย ชื่อคล้าย ๆ วัดอื่น ๆ ในภาคกลาง แต่ภาคกลางรตจิตรมักเจอชื่อวัดระหาร หรือวัดป่าระหาร สำหรับที่บุรีรัมย์ รตจิตรคิดว่าต้องแวะวัดป่าละหานทราย แน่ ๆ เพราะสวยจริง ๆ และกำลังขยายสร้างความสวยงามไม่รู้จบต่อไป ที่วัดป่าละหานทราย รตจิตรถ่ายไปหลายรูปเลยค่ะ เพราะความสวยจริงหลายจุด

วัดป่าละหานทราย บุรีรัมย์

วันที่รตจิตรมานี้ยังไม่เสร็จดียังสวยขนาดนี้ โบสถ์อยู่กลางสระน้ำใหญ่มาก มีสะพานพญานาคข้ามถึงตัวโบสถ์ทำให้รตจิตรได้รูปถ่าย Reflection ที่งดงาม ด้านนอกเหมือนบางวัดที่ อุดร-หนองคาย ส่วนด้านในก็มีเสาทองลงยาสวยงามเหมือนวัดที่หลวงพ่ออุตามะเคยจำพรรษาอยู่ แต่รตจิตรชอบพระพุทธปฏิมากรหยกที่งดงามของวัดป่าละหานทราย

ปราสาทเมืองต่ำ บุรีรัมย์

6. ปราสาทเมืองต่ำ

รตจิตรเพิ่งรู้ตอนมาถึงปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย ว่าตั๋วค่าเข้า สำหรับคนไทยแค่ 30 บาท เพื่อเข้า ปราสาทพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย สำหรับรตจิตรฟรีค่ะ แก่แล้ว แต่ถ้าชมปราสาทที่เดียวก็ 20 บาท รตจิตรคิดว่าป้ายติดอัตราค่าเข้าชมที่นี่ดีกว่าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะใช้เลขไทยสำหรับคนไทย ส่วนต่างชาติ ค่าเข้า 100 บาท ใช้เลขอารบิค แต่รตจิตรคิดว่าถ้าจะให้ดีที่สุด ควรใช้เขียนเป็นตัวหนังสือสำหรับค่าเข้าคนไทยว่า “ยี่สิบบาท” เหมือนที่เขาดินสมัยก่อน

ปราสาทเมืองต่ำ บุรีรัมย์

วันที่รตจิตรไปที่ปราสาทเมืองต่ำไม่มีค่ำว่าเปลี่ยว แม้ไม่มีคน เพราะอยู่ที่ชุมชนเลย ก่อนที่รตจิตรจะไปต่อ ก็แวะเข้าไปบริจาคหนังสือให้ห้องสมุดที่โรงเรียนวัดบ้านเมืองต่ำ เด็ก ๆ น่ารักมาก กำลังเพาะปลูกต้นไม้สวนครัวกันอยู่

วัดปราสาทบูรพาราม บุรีรัมย์

7. วัดปราสาทบูรพาราม

รตจิตรมาวัดปราสาทบูรพารามโดยบังเอิญ เพราะ รตจิตรตั้งใจมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ปราสาทเมืองต่ำ เผอิญเห็นป้ายโฆษณาของวัดใหญ่มาก จึงแวะเข้าไปก่อนที่จะไปบริจาคหนังสือที่โรงเรียนใกล้ ๆ รตจิตร เห็น High light ของวัดปราสาทบูรพารามคือ โอ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่สร้างถวายเป็นพระราชกุศล วัดตามต่างจังหวัดในชุมชนมักเป็นที่พบปะกันสำหรับคนในชุมชน เช่นเดียวกับวัดนี้ก็เป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล

พระพุทธประโคนชัยมหามิ่งมงคล (พระมหานาคปรก) บุรีรัมย์

8. พระพุทธประโคนชัยมหามิ่งมงคล (พระมหานาคปรก)

หลังจากที่รตจิตร แวะวัดปราสาทบูรพารามก่อนกลับที่พักในตัวเมืองบุรีรัมย์ จะผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตามความเห็นของรตจิตร ไม่ใช่วัด แต่ปฏิมากรสวยมาก คือพระพุทธประโคนชัยมหามิ่งมงคล หรือพระมหานาคปรก เพราะงดงามและใหญ่มาก

บริจาคหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษา

9. บริจาคหนังสือให้ห้องสมุด 2 โรงเรียน

ตลอดทางที่รตจิตรไปชมสถานที่ต่าง ๆ และจัดทริป ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดบุรีรัมย์ รตจิตรได้แวะบริจาคหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษาที่ อ.ดร.พราว เป็นผู้จัดทำ ให้แก่ห้องสมุดตามโรงเรียน ทริปนี้รตจิตรบริจาคให้ 2 โรงเรียนคือ โรงเรียนสตึก และโรงเรียนวัดบ้านเมืองต่ำ ก่อนกลับเข้าที่พัก

บริจาคหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษา

เนื่องจากทริปวันแรกรตจิตรและลูกตื่นกันตี 3 ทำให้รตจิตรต้องรีบกลับที่พักก่อนที่จะหลับคาพวงมาลัย รตจิตรตั้งใจว่าจะนอนสัก 2 ชั่วโมง เพื่อตื่นไปเที่ยว Night market ซึ่งคล้ายที่ประเทศไต้หวันที่ชอบมี Night market เช่นกัน แต่พอนอน พอได้พักแล้ว ที่ไหนได้หลับยาวถึงเช้าตู่เลย ดังนั้นเรื่องเกี่ยวกับ Night market รตจิตรจะเอามาฝากวันต่อ ๆ ไปนะ

วัดป่าละหานทราย บุรีรัมย์

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา-อ่างทอง

9 Temple-Tour at Ayutthaya-Ang Thong
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 1, 2019

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด พระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ เขียนขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญทุกคน ที่ชอบทัวร์ไหว้พระ เพื่อน ๆ ที่รักการทำบุญ แต่การทัวร์ครั้งนี้ของรตจิตร จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์ไหว้พระเพราะได้แวะสถานที่สำคัญที่ผ่านด้วย ห้ามมิให้คัดลอกดัดแปลง หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอยุธยา

รตจิตรขับรถไปตามถนนเส้นกาญจนาภิเษก ผ่านบางบัวทอง เพื่อไปศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ครั้งแรกรตจิตรตั้งใจจะไปเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบางไทร แต่เจ้าหน้าแจ้งว่าปิดปรับปรุง 1 ปี และจะเปิดทำการปี 2563

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา-อ่างทอง

รตจิตร คิดว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ สวยมาก มีคุณค่า แค่ห้องแรกที่มีแต่พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง-ราชินี รตจิตรก็น้ำตาคลอแล้ว รตจิตรอยากให้ศูนย์ฯ เก็บค่าเข้าชมเพื่อ
1. ให้เห็นคุณค่า ไม่ใช่เข้าเปล่า
2. เป็นการนับจำนวนคนเยี่ยมชมได้
3. ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ลงทุนไปเยอะมาก

ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา-อ่างทอง

เมื่อขับออกไปถนนใหญ่ ฝั่งตรงข้ามจะเห็น พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน โขน กว้างใหญ่โอ่โถงมาก แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ตอนนี้ถึงเวลาที่รตจิตร จะพาเพื่อน ๆ เข้าสู่โปรแกรมทัวร์ไหว้พระ 9 วัด พระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง ได้แก่ 1. วัดพระยาญาติ, 2. วัดโพธิ์, 3. วัดทองบ่อ, 4. วัดไชยวัฒนาราม, 5. วัดวรเชษฐ์, 6. วัดภูเขาทอง, 7. วัดกลางรามัญ, 8. วัดป่าโมกวรวิหาร อ่างทอง, และ 9. วัดนรสิงห์

วัดพระยาญาติ

1. วัดพระยาญาติ

จุดเด่นของวัดพระยาญาติ รตจิตรคิดว่าคือ วิหารหลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อดำ หรือ พระพุทธชัยมงคล มีรอยพระพุทธบาทเพื่อสักการะ ส่วนด้านหน้าวิหารก็มีเศียรพญานาคแบบเดียวกันวัดที่บุรีรัมย์ และสุรินทร์ รูปปั้นน้องช้างก็เช่นกัน เหมือนจังหวัดสุรินทร์

วัดพระยาญาติ

นอกจากนี้ รตจิตรยังไปสักการะอนุสรณ์สถานพระเจ้าตาก และลองไปปั่นจักรยานออกกำลังกายด้านท้ายวัด จักรยานจะไปปั่นน้ำเพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำด้วย

วัดโพธิ์

2. วัดโพธิ์

จุดเด่นของวัดพระยาญาติ รตจิตรคิดว่าคือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่หน้าวัด ซึ่งเป็นธรรมเนียมของวัดที่พระนครศรีอยุธยา ที่นิยมสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้ด้านหน้า และยังมีพระพุทธรูปยืนองค์เงิน และองค์ทอง ส่วนด้านในวัด รตจิตรเห็นความงดงามของพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง หลวงพ่อขนมต้ม

วัดทองบ่อ

3. วัดทองบ่อ

จุดเด่นของวัดทองบ่อ รตจิตรชอบตรง ความคงสภาพเดิมของวัดที่เป็นวัดมอญเก่าแก่ ได้แก่ เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม ซึ่งมีราวระเบียงเจาะเป็นช่องล้อมรอบเจดีย์ด้วย นกจากนี้ยังมีหงส์ทองแบบมอญและพม่า 2 ตัว กับหงส์มอญบนเสาวัด ตลอดจนเสาธงตะขาบ

วัดไชยวัฒนาราม

4. วัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

รตจิตรสรุปได้เลยว่า ไฮไลท์ของทัวร์ไหว้พระ 9 วัดวันนี้ คือ วัดไชยวัฒนาราม รตจิตรชอบที่สุด ดูย้อนยุค ทั้งกำแพง เจดีย์ สถูป พระปรางค์ และพระพุทธรูป

วัดไชยวัฒนาราม

วันที่รตจิตรไปเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ไม่มีที่จอดรถ ต้องไปจอดตามบ้านของชาวบ้านฝั่งตรงข้าม เสียค่าจอด 30฿ และค่าห้องน้ำ 5฿ ร้านค้าฝั่งนี้เต็มไปด้วยร้านให้คนเช่าชุดไทย ใส่ย้อนยุคเพียบ

วัดไชยวัฒนาราม

รตจิตรจ่ายค่าเข้าชมวัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 10฿, ต่างชาติ 50฿ แต่คนไทยที่อายุ 60 ปีเข้าฟรี รตจิตรพูดได้เลยว่า เพื่อน ๆ ที่มาอยุธยา ควรแวะวัดไชยวัฒนารามจริงๆ วันนั้น รตจิตร เห็นทัวร์ชาวต่างชาติจำนวนมาก ส่วนมากเป็นชาวเอเซีย

วัดวรเชษฐ์

5. วัดวรเชษฐ์

ครั้งแรกรตจิตร ไม่ได้รวม วัดวรเชษฐ์อยู่ในโปรแกรมทัวร์ไหว้พระ 9 วัด แต่รตจิตรผ่านแล้วเห็นว่า มีบางส่วนคล้ายวัดไชยพระนครศรีอยุธยา แต่ขนาดย่อมกว่า และยังให้อาหารปลาได้ อยู่รอบโบสถ์ รตจิตรเก็บภาพถ่ายพระปรางค์เก่า

วัดวรเชษฐ์

รตจิตรเข้าไปสักการะสมเด็จพระนเรศวร ที่พลับพลาสมเด็จพระนเรศวร มีพระพี่นางสุพรรณกัลยาณีหินอ่อนงดงามมาก นอกจากพลับพลาพระนเรศวรยังมีอนุสาวรีย์ด้วยตั้งอยู่หน้าโบสถ์ รตจิตรได้สักการะพระประธานและได้ทำบุญที่โบสถ์ ก่อนที่จะเพลินเพลินกับการใหทาน คือให้อาหารทั้งปลาดุกด้านข้างโบสถ์ และน้องหมาอีกหลายตัวของวัดวรเชษฐ์

วัดภูเขาทอง

6. วัดภูเขาทอง

รตจิตรเคยไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาปีก่อน แต่วัดภูเขาทองยังไม่เสร็จ ตอนนี้เสร็จสมบูรณ์หมด ทำให้เจดีย์ภูเขาทองสวยงดงามมาก
วัดภูเขาทองเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดังนั้น พอรตจิตรขับรถต่อไปอีกหน่อยก็จะเป็น พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นเขตพื้นที่ชนช้าง คือสงครามยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร นั่นเอง

วัดภูเขาทอง

พูดถึง พระนครศรีอยุธยา ต้องไม่ลืมแวะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งขับตรงจากวัดภูเขาทองไปนิดเดียว เพราะวัดภูเขาทองอยู่ติดอุทยานประวัติศาสตร์สมเด็จพระนเรศวร สถานที่สำคัญประวัติศาสตร์

วัดกลางรามัญ

7. วัดกลางรามัญ

รตจิตรมาถึงวัดกลางรามัญ ปรากฏว่าประตูปิดทั้ง ๆ ที่เพิ่งบ่าย 3 โมงเศษ ๆ เอง พระต้องมาเปิดให้ ถึงรู้ว่ามีประตูด้านหน้าวัดเปิดถึง 6 โมงเย็น รตจิตรเลยฝากบอกไว้ตรงนี้ว่า ให้เพื่อน ๆ เข้าประตูหน้านะคะ

วัดกลางรามัญ

วัดกลางรามัญ เป็นวัดมอญที่สวยมาก มีอนุสาวรีย์สำคัญ ๆ เต็มวัด หลังจากรตจิตรทำบุญและชมความงามรอบ ๆ วัดแล้ว ก็ไปแวะศูนย์ประวัติศาสตร์ค่ายโพธิ์ 3 ต้น ซึ่งแปลกใจมาก เพราะคิดว่าจะมีอะไรได้ชมมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะมีแต่ศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และศาลสมเด็จพระนเรศวร ทำให้ไม่มีคน จึงดูเปลี่ยวมาก

วัดป่าโมกวรวิหาร อ่างทอง

8. วัดป่าโมกวรวิหาร อ่างทอง

รตจิตรรู้ว่าวัดแถวนี้ คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง มักจะปิดเวลา 18 น. ที่ไหนได้รตจิตร ไปถึงวิหารพระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร ประมาณ 16:05 น. แต่ประตูโบสถ์วัดป่าโมกวรวิหารปิดแล้ว ทั้ง ๆ ที่มีป้ายหน้าโบสถ์ว่าปิด 18:00 น. และไม่เจอใครเหมือนวัดก่อนด้วย ทำให้ถ่ายรูปได้เฉพาะพระนอนจำลอง

วัดป่าโมกวรวิหาร อ่างทอง

นอกจากนี้ รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ สังเกต โบสถ์ท้องเรือซึ่งใหญ่มาก ๆ ซึ่งเหมือนหลายวัดในอยุธยา ทำให้โบสถ์ดูสวยมาก รอบโบสถ์มีพระพุทธรูปหลายแบบ มีอนุสาวรีย์ ร.5, พระนเรศวร และ พระเอกาทศรถ

วัดภูเขาทอง

9. วัดนรสิงห์ อ่างทอง

รตจิตรมาถึงวัดสุดท้ายของทริปวันนี้ คือวัดนรสิงห์ จุดเด่นคือ อนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์ รตจิตรไปที่นรสิงห์ก็เย็นแล้ว สอบถามชาวบ้านรู้ว่า มีงานพันท้ายฯ รอบๆ อนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์ งานเพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ นี้เอง

วัดนรสิงห์ อ่างทอง

โบสถ์ที่วัดนรสิงห์ก็มีลักษณะเป็นท้องเรืออีกวัดหนึ่ง แต่ไม่ใหญ่มาก และกำลังมีงานวัดพิธีฝังลูกนิมิตด้วย ก่อนกลับรตจิตรเห็นโรงเรียนวัดนรสิงห์ และมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร คู่กับพระเอกาทศรถ อยู่ติดริมถนนด้วย
ท้ายนี้อยากให้เพื่อน ๆ เที่ยวตามที่รตจิตรใส่หมายเลขไว้ในแผนที่ตามด้านล่างนี้ค่ะ

วัดภูเขาทอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

รีวิวหนัง Alita Battle Angel อลิตา

Movie Review, Alita Battle Angel อลิตา แบททอล แองเจิ้ล
Movie Review, Alita Battle Angel
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |February 17, 2019

รีวิวหนังเรื่อง Alita

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ มาจากความเห็นส่วนตัวจากการดูหนัง ภาพยนตร์เรื่อง Alita Battle Angel โดยห้ามมิให้คัดลอกไม่ว่ากรณีใด ๆ หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ว่าทางวรรณกรรมหรือทางศิลป์

รตจิตรอยากสรุปสั้น ๆ ว่า Alita Battle Angel (อลิตา แบททอล แองเจิ้ล) เป็นหนังที่สร้างจากหนังสือ เป็นภาพยนตร์แนวแฟนตาซี เหมือนกับหนังดังเรื่องอื่น ๆ ได้แก่

– ภาพยนตร์เรื่อง Metal engine ที่ รตจิตร ดูมาเกี่ยวกับเทคโนโลยี่ที่สาบสูญไป และเมื่อเทคโนโลยี่ในอนาคต 3000 ปีข้างหน้ามาถึง ก็ยังสู้เทคโนโลยี่ในอดีตที่ถูกทำลายล้างไปไม่ได้ หรือ
– ภาพยนตร์เรื่อง Ghost in the shell รตจิตรไปดูเพราะชอบนางเอก แต่รตจิตรคิดว่า ก็ไม่สนุกเท่าที่ควร เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเอาสมองคนมาทำเป็นหุ่นผู้หญิงแล้วเธอก็จำอะไรไม่ได้เหมือนกัน

หลังจากที่รตจิตรดู Alita ภาพยนตร์ที่มีความยาวถึง 2 ช.ม. 22 นาที ซึ่งรตจิตรก็เพิ่งรู้ว่าความยาวหนังนานขนาดนี้ มิน่า รตจิตร ถึงรู้สึกว่า Alita เป็นหนังที่ยืดมากขนาดนี้ ลองมาดูเรื่องที่รตจิตร รีวิวเกี่ยวกับ Alita ด้านดีและไม่ดีดังนี้

รีวิวหนังเรื่อง Alita

ด้านดีของ Alita

1. Alita ทำให้เห็นความรักของพ่อที่ไม่มีทางลืมลูกที่เสียชีวิตไปแล้ว จึงพยายามเก็บร่างลูกสาวไว้และได้โอกาสมาทำเป็นร่างของ Alita เพื่อทำความฝันของลูกสาววที่ตายไปเป็นจริง เพราะตัวตนจริงของเธอ เดินไม่ได้
2. ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามให้นางเอก Alita ดูน่ารัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดวงตา และรูปร่างที่บอบบางแล้วยิ่งดูน่ารักไปด้วย Alita ยังมีท่าทางการต่อสู้ที่สวย
3. Alita เป็นคนรักแท้ ทำจริง

ด้านไม่ดีของ Alita

1. เกี่ยวกับ Animation
ถ้าไม่ดูด้าน Animation ของหนัง จะรู้สึกไม่สนุกเอาเลย

2. ระยะเวลาไม่เหมาะสม
หนังยืดเยื้อเกินไป ควรมีภาคเดียวจบ แต่ลักษณะของ Alita คงต้องมีภาค 2 ทำให้หนังค่อนข้างยืดเกิน เพราะตัวร้ายยังอยู่ รตจิตรอยากเห็น Edward Norton ตายเสียที 55

3. พ่อแม่ไม่สำคัญ
Alita ไม่เห็นบุญคุณของพ่อแม่ ที่พ่อช่วยสร้างเธอขึ้นมาจากเศษเหล็กในกองขยะ และแม่ของเธอก็ช่วยจัดการร่างของแฟนเธอจนเนียน รอดพ้นจากกลุ่ม Hunters คนอื่น ๆ

รีวิวหนังเรื่อง Alita

4. Alita บ้าผู้ชายเกินไปจน
รตจิตรเห็นบทของเธอ สามารถทำทุกอย่างเพื่อผู้ชายคนเดียว ขนาดควักหัวใจออกมาให้ และ ไม่ยอมฟังพ่อที่สร้างตนขี้นมาด้วย

5. Plot ของหนังไม่มีจุดที่ตื่นเต้น
รตจิตรได้ยินดนตรีไพเราะ และ สมกับเหตุการณ์แต่ละตอน แต่ทว่าหนังกลับไม่ตื่นเต้นเลย

สุดท้ายนี้ รตจิตรอยากบอกว่า ถ้าคิดจะดูหนัง ไม่ควรกิน MK จนน้ำซุปหมดขนาดนี้ เพราะจะทำให้เข้าห้องน้ำบ่อยจริง ๆ แต่เผอิญหนังเรื่อง Alita รตจิตรสามารถเข้านานได้ด้วย เพราะพอออกไปนอกโรงหนัง กลับมาอีกครั้ง หนัง Alita ก็ยังไม่ไปไหน อยู่ที่เดิม

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ผลไม้ที่สุนัขกินได้

Fruit dogs can eat
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |January 26, 2019

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ มีประโยชน์แก่เพื่อน ๆ ที่รักสุนัข และชอบให้น้องหมากินผลไม้บ้าง นอกจากกินเนื้อสัตว์แล้ว ห้ามมิให้คัดลอกไม่ว่ากรณีใด ๆ หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น

ผลไม้ที่สุนัขกินได้

เพื่อน ๆ ที่รักและเลี้ยงสุนัข คงเคยมีประสบการณ์ให้น้องหมากินผลไม้ รตจิตรก็เป็นคนหนึ่งที่พอกินอะไรก็ชอบแบ่งให้น้องหมากินด้วย น้องหมาปัจจุบันของรตจิตรชื่อน้องตู่ รตจิตรให้กินผลไม้หลายอย่าง เช่น กล้วย มะพร้าว ข้าวโพด แครอท ส้ม สตรอเบอร์รี่ และ แตงโม อย่างไรก็ตาม ของกินหลายชนิด อาจมีประโยชน์ต่อคน แต่เป็นโทษ หรือเป็นพิษ สำหรับสุนัข เช่น ช็อคโกแลท องุ่น และผลิตภัณฑ์จากองุ่น ได้แก่ ลูกเกด ไวน์แดง เป็นต้น รตจิตรเคยเจอน้องหมาที่กิน chocolate และเป็นพิษต่อน้องหมา จนทำร้ายน้องหมาสุดที่รักบางตัวถึงชีวิตได้ด้วย

น้องหมากินกล้วย

ตอนนี้รตจิตร อยากชวนเพื่อน ๆ มาดูตัวอย่างผลไม้ที่น้องหมากินได้ โดย รตจิตรจะเลือกแต่ผลไม้พื้นฐานที่พวกเราชอบกินในชีวิตประจำวัน เพราะจะทำให้เพื่อน ๆ จดจำได้ง่าย และไม่เสี่ยงต่อน้องหมาที่จะกินด้วย รตจิตรขอยกตัวอย่างผลไม้แค่พอหอมปากหอมคอ สัก อย่าง ดังนี้

1. กล้วย

เท่าที่รตจิตรทราบมาจากประสบการณ์ของตัวเองว่ากล้วยมีประโยชน์มากก็จริง แต่สำหรับคนที่อายุมากขึ้น การกินกล้วยมากไปอาจทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ บ่อยครั้งที่รตจิตรให้สุนัขกินกล้วย เพราะกล้วยมี โปแตสเซี่ยม เช่นกันกับคนถ้ากินอะไรมากไปก็ไม่ดี กินพอประมาณ เดินทางสายกลางจะดีกว่า ความหมายของรตจิตร กับคำว่าพอประมาณ แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน น้องหมาแต่ละตัว ทุกคนควรสังเกตตัวเอง ไม่ใช่ว่าเอะอะก็ถามหมอ ไปหาหมอ

ผลไม้ที่สุนัขกินได้

รตจิตรกินกล้วย และแบ่งให้น้องหมากินด้วย แต่รตจิตรให้น้องหมากินกล้วยน้ำหว้าประมาณ ครั้งละครึ่งลูก รตจิตรเองก็กินลูกครึ่งพอดิบพอดี รตจิตรไม่ได้เป็นคนชอบกินกล้วย แต่เพราะต้องการกาก ต้องการไฟเบอร์ แต่สุนัขแต่ละตัวไม่เหมือนกัน บางตัวกินแล้วอาจอาเจียน รตจิตรอยากให้สุนัขลองกินกล้วยน้อย ๆ ก่อน และมากสุดไม่ควรให้กินกล้วยเกิน 1 นิ้ว ตามที่รตจิตรเคยอ่านเจอในตำรา รตจิตรรู้ดีว่า กล้วยมีโปแตสเซี่ยม และแมงกานีสสูง มีวิตามิน B6 และวิตามิน C สูง มีสารทองแดง ซึ่งเป็นสารที่มีทั้งประโยชน์และโทษ

รตจิตรอยากฝากเพื่อน ๆ ในเรื่องการให้น้องหมากินกล้วยว่า แม้กล้วยจะมี potassium สูง การกินมากไปจะมีผลต่อระบบเลือด หัวใจ และไต นี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่รตจิตรเขียนเรื่องกล้วยเป็นผลไม้อันดับแรกเพราะเป็นผลไม้พื้นฐานของประเทศไทย ของบ้านเราจริง ๆ โอกาสที่รตจิตรหรือเพื่อน ๆ จะให้น้องหมาสสุดที่รักกินกล้วย ค่อนข้างจะหาได้ง่ายกว่าผลไม้อื่น ๆ

ผลไม้ที่สุนัขกินได้

2. ส้ม

รตจิตรให้น้องหมากินส้มด้วย เนื่องจากน้องหมาตัวนี้ไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์ แต่ชอบกินอย่างอื่นแทน เช่นผลไม้ ขนมนมเนย รตจิตรคิดว่า อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องตู่ไม่เคยมีเห็บหมัดเลย ไม่เหมือนสุนัขทั่วไป หรือสุนัขตัวอื่น ๆ ที่รตจิตรเคยเลี้ยงมาแล้ว 7 ตัว (วูดดี้, ป็อบ, จอร์ดิสัน, เยลโล่, พีรพัฒน์, โคนี่, และปูติน) รตจิตรให้น้องหมากินส้มได้ แต่ครั้งแรกอย่าให้เยอะ เหมือนคนถ้ากินส้มมากก็ไม่ดี เพราะส้มทำให้มีแก็สในกระเพาะได้ โดยรตจิตรต้องลอกเปลือกออกให้น้องตู่ สำหรับรตจิตรเอง ชอบกินเปลือกที่หุ้มเนื้อส้ม เพราะเป็นกากใยอย่างดี แต่สำหรับน้องหมาแล้ว รตจิตรจะลอกเปลือกออกเพราะกระเพาะน้องหมาอาจย่อยยาก

สุนัขกินมะพร้าว

3. มะพร้าว

เนื่องจากรตจิตรต้องกินมะพร้าว อยู่ประจำเพราะโรงพยาบาลชื่อดังย่านฝั่งธน ฯ ได้ผ่าตัดผิด เอามดลูก และรังไข่ของรตจิตรออกหมดไปนานมากแล้ว โดยคิดว่าเป็นเนื้องอก หลังผ่าตัดจึงมาขอโทษว่าเป็นแค่มดลูกโต ไม่อันตราย ทำให้รตจิตรขาดฮอร์โมน ต้องอาศัยจากน้ำมะพร้าวอ่อนแทน และนิสัยของรตจิตรก็ชอบแบ่งให้น้องตู่กิน แต่มะพร้าวมี กรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดแก็สในกระเพาะน้องหมาได้ การให้น้องหมากินมะพร้าวก็เช่นกัน รตจิตรให้น้องหมากินมะพร้าว แต่ก็ไม่ได้ให้กินเยอะนะ แม้ว่าน้องตู่จะโปรดปรานมะพร้าวมาก

ผลไม้ที่น้องหมากินได้

รตจิตรอยากฝากสาว ๆ หรือวัยรุ่นว่า การกินมะพร้าวมากไปอาจทำให้ฮอร์โมนเยอะไปจนเป็นอันตรายต่อปีกมดลูก ส่วนผู้ชายก็อาจมีฮอร์โมนที่ไม่ควรมีเพิ่มโดยไม่รู้ตัว และในหญิงมีครรภ์ รตจิตรจะได้ยินคนแก่ชอบบอกว่าตอนคลอดลูกเด็กจะสะอาด ซึ่งก็จริงตามที่คนแก่บอก น้องหมาของรตจิตรไม่ได้มานั่งรอเพื่อขอกินมะพร้าวอย่างเดียว น้องหมายังชอบเอาลูกมะพร้าวไปฉีกกากหรือฉีกเปลือกมะพร้าวออก ทำให้รตจิตรได้ใช้ประโยชน์กากมะพร้าวในการคลุมหน้าดิน เพราะรตจิตรขายต้นหนุมานนั่งแท่นด้วย

สุนัขกินข้าวโพด

4. ข้าวโพด

เวลารตจิตรกินข้าวโพด น้องตู่หรือสุนัขที่รตจิตรเก็บมาเลี้ยงจะมาขอกินประจำ แต่น้องหมาก็หยุดกินเอง เพราะอาจจะเมื่อยจากการแทะ อย่างไรก็ตามสำหรับสุนัขเล็ก รตจิตรไม่แนะนำให้กิน เพราะอาจติดคอ หรือไม่ย่อยได้

สุนัขกิน carrot

5. แครอท

รตจิตรเคยดูสารคดีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีแปรงปลูกแครอท เขาจะให้สุนัขกินทุกวัน และกินแทนอาหารด้วย ญี่ปุ่นบอกว่ามีประโยชน์มากมาย ซึ่งก็จริงทั้งสำหรับคนและน้องหมา แต่ที่รตจิตรเห็นมาในคนที่กินแครอทมาก จะทำให้ตัวเหลือง ฝ่ามือเหลืองจนเข้าใจผิดว่าเป็นดีซ่าน เพราะวิตามิน A ที่มากไปแล้วจะสลายไปตามปัสสาวะ ดังนั้นพอกินน้ำมาก ๆ ฝ่ามือที่เหลืองก็จะกลับมากเป็นปกติ

สุนัขขับถ่ายน

ประโยชน์ เรื่องสารอาหาร และอึ

สุดท้ายของบทความ ตามความเห็นของรตจิตร นอกจากสารอาหารที่ได้รับจากการที่รตจิตรให้น้องหมากินผลไม้แล้ว น้องตู่เป็นสสุนัขที่กินน้ำน้อย การกินผลไม้ทำให้น้องหมาอึดีขึ้น ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มน้ำในตัวให้น้องหมาอีกทางหนึ่งด้วย รตจิตรหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความเรื่องนี้ “ผลไม้ที่สุนัขกินได้” จะมีประโยชน์ ให้ความรู้ได้บ้าง แก่เพื่อน ๆ ที่รักสุนัข

ผลไม้ที่น้องหมากินได้

Leave a comment

Filed under Uncategorized

3 วิธี ขอเลขเด็ด แมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง

3 วิธี ขอเลขเด็ดจาก แมลงกระดิ่งเงิน กระดิ่งทอง

เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |January 22, 2018

ขอเลขเด็ด

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ เพื่อให้เพื่อน ๆ ที่เคยเลี้ยงแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง หรือมือใหม่อยากเลี้ยงได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ชอบขอเลขเด็ด เพื่อนที่เลี้ยงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง รักแมลงนำโชค ทั้งนี้ห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ

รตจิตรได้เขียนเรื่อง วิธีการเลี้ยง น้องแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง ไปแล้ว ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้มาจาก อ.พราว อรุณรังสีเวช ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เลี้ยงแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง รตจิตรคิดว่า เพื่อน ๆ หลายคนเลี้ยง อาจมีความเชื่อส่วนตัวว่า เป็นแมลงนำโชค ผู้ที่ค้าขาย ถ้าเลี้ยงแล้วจะร่ำรวย ผู้ที่ชอบขอเลขเด็ด เพราะชอบเรื่อง ล็อตเตอรี่ หรือหวยรัฐบาล หรือ หวยบนดิน ก็นิยมที่จะขอเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว หรือรางวัลที่ 1 เลย จากน้องแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง คราวนี้รตจิตรอยากฝากเพื่อน ๆ เรื่องวิธีการขอเลขเด็ดจาก น้องแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง ดังนี้

ขอเลขน้องแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง

วิธีขอเลขเด็ด 3 วิธี

หลายคนบอกว่า ไม่ว่ารตจิตรจะใช้วิธีใด พวกเขาใช้วิธีให้ตัวเลข น้องแมลงก่อน lottery ออกเพียง 1-2 วัน และรอดูเลขที่น้องแมลงดันขึ้นมาก่อน ก็เป็นตัวแรก และตัวต่อ ๆ ไป
วิธีที่ 1. เขียนเลข 0-9
รตจิตรใช้วิธีเขียนเลข 0 ถึงเลข 9 เพราะไม่มีเลขในใจเลย แล้วรตจิตรก็วางลงไปให้ แมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง เพื่อดูว่าน้องแมลงจะเลือกเลขอะไรให้รตจิตร

ขอเลขเด็ดน้องแมลง

วิธีที่ 2. เขียนเลขในใจให้น้องแมลงโหวต

กรณีนี้ เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีเลขอยู่ในใจ ถ้ารตจิตรมีเลขที่เป็นเป้าหมายอยู่แล้ว รตจิตรจะตัดเป็นเบอร์เล็ก ๆ เพื่อให้น้องแมลงเห็น โดยรตจิตรจะเขียนให้ชัดเจนระหว่าง เบอร์ 6 กับเบอร์ 9 หรือเบอร์ 3 กับเบอร์ 8 เป็นต้น รตจิตรรอจนน้องแมลงดันเลขที่ใส่ลงไปให้น้องแมลงเลือก ซึ่งอาจจะเป็น เลขท้าย 2 ตัว หรือ 3 ตัวก็ได้

ขอเลขเด็ดน้องแมลง

วิธีที่ 3. ดูจากผักที่ให้น้องแมลงกินว่าเป็นเลขอะไร

เนื่องจากอาจารย์พราว เลี้ยงน้องแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง โดยให้ผักด้วย ได้แก่ ผักขาว กระหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบไชยา และแครอท เป็นต้น รตจิตรเห็นอ.พราว ตัดผักขาวเป็นเส้นเล็กบางๆ แล้ววางให้น้องแมลงกิน ส่วนมากจะวางไว้ตามมุม ซึ่งเป็นจุดที่รตจิตรเห็นน้องแมลงชอบอยู่กันเยอะมาก ๆ ตามมุม
เมื่อน้องแมลงกินผัก ให้เวลาน้องแมลงสักพัก รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ สังเกตว่าผักมีรูปร่างคล้ายเลขอะไร ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่รตจิตรอยากแนะให้ทำนะ แต่วิธีนี้อาจดูเลขยาก รตจิตรอาจพูดได้ว่าเดาเลขยากนั่นเอง

ขอเลขน้องแมลงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง

สุดท้ายนี้รตจิตรคิดว่าเพื่อน ๆ คงชอบทั้ง 3 วิธี และอาจได้ใช้ทั้ง 3 วิธี เพื่อนบางคนเล่าให้รตจิตรฟังว่า ต้องพูดกับน้องแมลงด้วย พูดบ่อย ๆ พูดทุกวันด้วย อย่างไรก็ตาม หาเพื่อน ๆ ชอบวิธีไหนก็ขอให้โชคดี และประสบความสำเร็จนะคะ วันนี้รตจิตรพอแค่นี้ก่อน สวัสดี

Leave a comment

Filed under Uncategorized

โปรแกรมท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน อุดร-หนองคาย วันที่ 3

โปรแกรมท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน อุดร-หนองคาย วันที่ 3
Day 3 of Trip in Udon & Nong Khai
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |January 9, 2019

พระธาตุโพนทอง จังหวัดอุดร

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญ สายเทพทุกคน ที่ชอบทัวร์ไหว้พระ เพื่อน ๆ ที่รักการไหว้พระ แต่การทัวร์ครั้งนี้ของรตจิตร จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์วัด ห้ามมิให้คัดลอกไม่ว่ากรณีใด ๆ หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

อุบาสถบัว วัดป่าดงไร่ จังหวัดอุดร

วันนี้ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เที่ยวบิน DD-9215 เวลา 17:15 น. ซึ่งรตจิตรต้องไปถึงสนามบินอย่างช้าเวลา 15:30 น. เพื่อคืนรถเช้าด้วย ดังนั้นวันที่ 3 จึงเป็นวันที่รตจิตรต้องเก็บตกรายการทัวร์ที่ยังไม่ได้ไป และต้องอยู่ในเส้นทางเดียวกันด้วย

เสาหลักเมือง จังหวัดอุดร

รตจิตร คิดว่าแม้เวลาวันที่ 3 จะน้อย แต่พวกเราทำเวลาได้ดี เพราะมีเนวิเกเตอร์สุดยอด อาจารย์พราว ที่ดูแผนที่เก่งมากมาย ไม่มีหลง และหาทางลัดได้ที่รถราไม่ติด รตจิตรได้ไปเที่ยว ทะเลบัวแดงหนองหานกุมภวาปี, วัดสระมณี, พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บ้านเชียง, วัดป่าเลไลก์ บ้านเชียง ก่อนถึง พุทธอุทยาน วัดป่าดงไร่ หรือวัดป่าบ้านตาด, ศาลนาจา, ศาลเจ้าปู่-ย่า จังหวัดอุดรธานี และสวนแห่งศรัทธา, พระธาตุโพนทอง, เชิญชวนเพื่อน ๆ อ่านรายการอย่างย่อด้านล่างค่ะ

ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดร

วันที่ 3 วันจันทร์ที่ 22 ต.ค. ทะเลบัวแดงหนองหานกุมภวาปี
1. ทะเลบัวแดงหนองหานกุมภวาปี

8:30-9:15 รตจิตรขับรถ 45 นาที จากโรงแรม ก็ถึง ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี ลงเรือที่ท่าเรือมีชื่อว่า ท่าเรือบ้านเดียม เหมาละราคาเรือ 400 บาท มีโทรศัพท์ติดต่อ 2 เลขหมายคือ 081-9645420, และ 0893950871

ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดร

ครั้งแรก รตจิตรจะไม่ไปเที่ยวสระบัวแดงหนองหานกุมภวาปี เพราะรู้ว่าดอกบัวแดงพันธุ์นี้ต้องบานในหน้าหนาว คือ ช่วงธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ ไม่เหมือนดอกบัวไหวพระ หรือดอกบัวฉัตรมงคล ซึ่งจะบานสวยงามในเดือน เมษายน แต่ไหน ๆ รตจิตรก็มาถึงอุดรแล้ว จึงต้องแวะที่หนองหานกุมภวาปีสักหน่อย อย่างน้อยก็ให้เห็นภูมิประเทศ การทำมาหากินของชาวบ้าน เป็นต้น

บัวแดงหนองหานกุมภวาปี

2. วัดสระมณี

รตจิตรเล่าไปในโปรแกรมเที่ยวอุดร – หนองคาย วันที่ 2 แต่ความจริงสามารถมาเที่ยววันนี้ได้ต่อจากทะเลบัวแดง

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บ้านเชียง

3. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บ้านเชียง

วันนั้นรตจิตรไปเก้อ เพราะข้อมูลใน website บอกว่า เปิดทุกวัน แต่ความจริง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บ้านเชียง ปิดทุกวันจันทร์เหมือน พิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ในประเทศ นอกจากรตจิตรจะได้ถ่ายรูปมาฝากเพื่อน ๆ แล้ว ยังได้ช่วยอุดหนุนชาวบ้านอีกด้วย ทั้งแจกัน ที่ใส่ดินสอ ใส่ทิชชู่ เป็นไม้ลวดลายเชือก แม่ค้าก็น่ารักดี ช่วยกันดี ไม่แข่งขันกันจนน่าเกลียด

วัดป่าเลไลก์ บ้านเชียง จังหวัดอุดร

4. วัดป่าเลไลก์ บ้านเชียง

รตจิตรได้แต่ขับรถผ่านเข้าไป เพราะเงียบเกิน อีกทั้งพวกเรา 3 สาว ก็ไม่อยากเสี่ยงด้วย แต่น่าจะเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเงียบสงัด ห่างไกลชุมชน ยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ ว่าแล้วรตจิตรก็ขับต่อไป พุทธอุทยาน วัดป่าดงไร่ หรือวัดสันติวนาราม รตจิตรขับรถไปแค่ 42 ก.ม. ไปทางชุมชนบ้านเชียง ทางทิศตะวันออก ก็ถึง พุทธอุทยานวัดป่าดงไร่ หรือวัดสันติวนาราม

วัดป่าดงไร่

5. พุทธอุทยาน วัดป่าดงไร่ หรือวัดสันติวนาราม

ก่อนที่รตจิตรจะเดินลึกเข้าไปด้านใน เพื่อดูอุโบสถดอกบัวกลางน้ำ ก็ต้องแวะให้อาหารปลานิลก่อน หลวงพ่อที่รับทำบุญ รับถวายสังฆทาน เล่าให้ฟังว่าเดิมชื่อวัดป่าดงไร่ บางคนก็เรียกว่า สวนโมกข์อีสาน เพราะสถานที่ใหญ่มาก และบอกให้พวก รตจิตร เข้าไปดูจระเข้ซึ่งทางวัดเลี้ยงไว้ 1 ตัว

วัดป่าดงไร่ หรือวัดสันติวนาราม จังหวัดอุดร

พุทธอุทยานนี้ถือเป็นอนุสรณ์ 60 พรรษา พระบรมราชินีนาถ สิ่งที่โดดเด่น คือ อุโบสถดอกบัวกลางน้ำ ครั้งแรกรตจิตรคิดว่าสวยเฉพาะด้านหน้าของดอกบัวสีขาว ที่ไหนได้ ด้านในก็งดงามมากด้วยศิลปะจิติมากรรม ที่สวยมาก เนื่องจากมีประตูทางเข้ารอบดอกบัวมาก ทำให้ภายในดอกบัวเย็นสบายจริง ๆ

อุโบสถดอกบัว วัดสันติวนาราม อุดร

6. ศาลนาจา เป็นศาลเดียวในจังหวัดอุดร

ตามความเห็นของรตจิตร ศาลนาจา น่าจะเป็นของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นมาด้วยความศรัทธา แล้วค่อย ๆ ทยอยเอาของต่าง ๆ เพื่อบูชามาสะสมไว้ เช่นได้ ไฉ่ซิ้งเอี๊ย มา 60 องค์ ศาลนาจาอยู่ใกล้มาก ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยวต่อไปที่รตจิตรกำลังจะไป คืออยู่กันคนละด้าน

ศาลนาจา เสาหลักเมือง จังหวัดอุดร

7. ศาลเจ้าปู่-ย่า จังหวัดอุดรธานี และสวนแห่งศรัทธา

ตอนนี้รตจิตร ก็ถึง ศาลเจ้าปู่-ย่า ของตัวจังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่ทั้งคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนจีนนิยมมาสักการะ สถานที่ค่อนข้างกว้างใหญ่มาก มีขึ้นตอนการไหว้ 1, 2, 3,….ให้เห็นเด่นชัด พอรตจิตรสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วเสร็จ ก็ถึงเวลาเซลฟีหลายจุด ที่สวนแห่งศรัทธา

พระธาตุโพนทอง จังหวัดอุดร

8. พระธาตุโพนทอง

รายการท่องเที่ยวอุดร – หนองคาย รายการสุดท้ายก่อนไปสนามบินคือ พระธาตุโพนทอง ซึ่งอยู่ติดริมถนนเลย จากปริมาณพาหนะที่นำไปแก้บนท่าน ได้แก่ ม้า ม้าลาย ช้าง เสือ แสดงว่า ศักดิ์สิทธิ์มาก ควรเป็นถิ่นที่ชาวบ้านที่นี่เชื่อ นับถือและศรัทธาอย่างแรงกล้า เสร็จสรรพ รตจิตรก็ขับรถเช่าไปคืนที่สนามบิน เพื่อกลับบ้านกันทั้งทีม

สวนแห่งศรัทธา ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดร

Leave a comment

Filed under Uncategorized