Author Archives: Ratajit

เที่ยววันเดียว ไหว้พระ อำเภอสามพราน

เขียนโดย รตจิตร
Writen by Ratajit | June 13, 2017

วัดสามพราน นครปฐม

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิง แหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีเวลาน้อย สักครึ่งวัน แต่ต้องการเดินทางไปเที่ยวอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการทำบุญ หรือทัวร์ไหว้พระ 3 วัด ครึ่งวัน หรือประมาณ 4 ชั่วโมง

บทความนี้เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีเวลาน้อย แต่อยากไปทัวร์ไหว้พระทำบุญ 3 วัน โดยไม่เหนื่อย สามารถพาคุณพ่อ คุณแม่ร่วมเดินทางไปด้วยได้ค่ะ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้อีกด้วย ระยะทางไป-กลับจากกรุงเทพฯ เพียง 74 กิโลเมตร (โดยอาศัย google map ทั้งสิ้น) โดยเริ่มจากวัดที่ไกล ๆ ก่อน คือวัดสามพราน วัดธรรมปัญญารามบางม่วง และวัดท่าไม้ โดยขาไปรตจิตร ขับไปทั้ง 3 วัด เป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร และขาดกลับอีก 34 กิโลเมตร ดังนี้ (1) วัดสามพราน; (2) วัดธรรมปัญญารามบางม่วง; และ (3) วัดท่าไม้

หุ่นขี้ผึ้งวัดสามพราน นครปฐม

1. วัดสามพราน (พุทโธภาวนา สามพราน)

รตจิตร ขับรถจากแยกพุทธมณฑลสาย 4 ไป 24 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดบนเส้นถนนเพชรเกษม โดยเข้าทางออกพุทธมณฑลสาย 7 ไปเพียง 12 กิโลเมตร ใช้ช่องทางที่สามารถไปวัดไร่ขิงได้ รตจิตร อยากสรุปเกี่ยวกับวัดสามพราน ตาม Highlight ของวัด คือ
เมื่อเข้าประตูวัดไป ด้านซ้าย จะเห็นตึกพญามังกร 108 เกจิอาจารย์ มังกรตะกายฟ้าเป็นธรรมะเสาหลักปักษ์ค้ำฟ้า ซึ่งสูงใหญ่ ด้านในตัวมังกรยังสามารถเดินรอดเข้าไปในตัวมังกรด้วย แต่ตอนที่ รตจิตร ไปทำบุญที่วัดสามพรานนั้น จุดนี้ได้ปิดไว้อาจเพราะการก่อสร้างเก่าแก่นานเกินไปแล้ว ตามพื้นทางเดินมีรอยประทับฝ่ามือ และฝ่าเท้าของคนที่ทำบุญ

วัดสามพราน อำเภอสามพราน

นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปสูงตระหง่านอยู่บนอาคารประมาณ 4 ชั้น ตรงกลางระหว่างโบสถ์และศาลาด้านบน เมื่อขึ้นไปสักการะ จะเป็นองค์พระสีวลี อยู่ด้านหน้า ส่วนศาลาซ้ายมือก็มี หุ่นขี้ผึ้งของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 1-7 และเกจิอาจารย์อีก 2 รูปอยู่ด้านขวามือ มีรูปหล่อเทวดาองค์เขียว ประทับนั่งสมาธิก้มหน้าอยู่ตรงกลาง
ก่อนกลับอย่าลืมแวะสักการะเจ้าแม่กวนอิมองค์ยืนอีกฝั่งหนึ่งด้วย รตจิตร ยังได้เตรียมชุดถวายสังฆทาน แด่พระสงฆ์ แต่ด้วยความศรัทธาชีหลายคนมากกว่า ที่พวกเธอขยันทำงาน รับผิดชอบ ชักชวนและคอยชี้นำญาติธรรมที่มาเยี่ยมเยียนที่วัด เพราะวัดใหญ่มาก แต่ไม่มีคนดูแล พระสงฆ์ก็เอาแต่จำวัด จึงเป็นหน้าที่้ของชี ครอบครัว รตจิตร จึงตัดสินใจถวายชี เพราะดูดีมีศีลกว่า

เจ้าแม่กวนอิม วัดธรรมปัญญารามบางม่วง

2. วัดธรรมปัญญารามบางม่วง

วัดธรรมปัญญารามบางม่วง อยู่เลยจากวัดสามพราน ไปเพียง 8 กิโลเมตร รตจิตรเพิ่งทราบจากเพื่อนใน facebook ว่า เนื่องจากเพิ่งมีพิธีถวายพระเกศองค์เจ้าแม่กวนอิม และตอนนี้อยู่ในช่วงของการทำบุญปิดทองดวงพระทัย เพื่อพิธีบรรจุหัวใจในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 จึงชวนครอบครัวไปทำบุญและเที่ยว รตจิตร ขอสรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ตาม Highlight ของวัด คือ

วัดธรรมปัญญารามบางม่วง อำเภอสามพราน

ที่วัดธรรมปัญญารามบางม่วงนี้ ด้านล่างมีเทพเจ้ามากมาย ได้แก่ พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระเงินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เทพไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นต้น ส่วนด้านล่างขององค์เจ้าแม่กวนอิม ขณะนี้ยังมีเสาเอกที่เป็นเสาคู่เงินทอง เพื่อญาติธรรมขอพร รตจิตร ยอมรับว่าองค์เจ้าแม่กวนอิมปางเสวยสุขทองที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ งดงามจริง ๆ และการปิดทองคำยังปิดเป็นระเบียบมาก นอกจากนี้ด้านหลัง หรือด้านในยังมี โรงเจเฮงเส็งตั้ง และศาลเจ้าพ่อมังกรเขียว (เชเล่งเอี๊ยะกง) เพื่อสักการะ รตจิตรได้ทำบุญให้ทาน อาหารปลา เพราะวัดธรรมดาปลาก็ยังต้องกิน แต่คนนิยมมาเฉพาะเสาร์-อาทิตย์

วัดท่าไม้ สมุทรสาคร

3. วัดท่าไม้ อยู่ตำบลท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร

แม้วัดท่าไม้จะไม่ได้อยู่สามพราน นครปฐม แต่วัดก็ตั้งอยู่ติดต่อกับนครปฐมเลยค่ะ เพียง 7.4 กิโลเมตร และจากวัดท่าไม้ รตจิตร สามารถกลับเข้ากรุงเทพค่อนข้างใกล้แล้วค่ะ มาออกถนนเพชรเกษมได้ไม่ยาก วัดนี้เป็นวัดเดียวที่รตจิตร ไม่ได้ทำบุญ เพราะมีความรู้สึกว่าเป็นวัดร่ำรวยจริง ๆ พระสงฆ์ก็อุดมสมบูรณ์ ทุกตารางเมตรมีจุดให้ทำบุญด้วยวิธีหลากหลาย รตจิตร คงไม่ต้องเขียนอะไรเกี่ยวกับวัดนี้มากมายเพราะเป็นวัดดังอยู่แล้ว
Hightlight ของวัดท่าไม้ คือมีวัวควาย และม้า เพื่อให้ทำบุญเลี้ยงสัตว์พร้อมทั้งไถ่ชีวิตโคกระบือ ต่อจากนั้นเป็นวิหารสีน้ำตาลแดงที่เด่นตระหง่าน ตรงบันไดด้านซ้ายมีพญานาคที่มีตัวกาลเวลาอมไว้ และด้านขวาคือ มอม ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นอกจากนี้ วัดท่าไม้ยังมีเสาเทพยดาจำนวนมาก และยังมีโครงการอีกมากมายที่จะสร้างต่อไป

วัดท่าไม้ สมุทรสาคร

สรุปทริปทัวร์ไหว้พระนี้ค่อนข้างดีมาก รวม ๆ 4 ชั่วโมง เฉลี่ยใช้เวลาแต่ละวัด 1 ชั่วโมง และเดินทางอีกประมาณ 1 ชั่วโมง คือเริ่้มที่ วัดสามพราน วัดธรรมปัญญารามบางม่วง และวัดท่าไม้ รตจิตร หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่เพื่อน ๆ เพราะไม่ใช้เวลามาก ไม่ไกล ใกล้กรุงเทพ สวยงาม มีความรู้ ฯลฯ หากต้องการทำบุญ ก็ไม่จำเป็นต้องทำบุญแก่พระสงฆ์อย่างเดียว ชีดีมีคุณธรรมก็ยังมีค่ะ สวัสดี

34471909703

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Wonder Woman Movie Review

Reviewed by Ratajit (Thailand)
Review Wonder Woman 2017

Wonder Woman, a heroine movie which is not like another hero movie because:
Positive review
1. The movie is the beginning of a heroine but it’s always interesting not boring or too slow like normal movie of team forming such as Ant man, Dead pool, and Super man, etc.
2. All presentations of the movie are for all ages i.e. no blood even it should have; no sex even it may has some plots.

Review Wonder Woman by Ratajit

3. It shows that men gossip about the actress instead of woman. Actually, in the real life; there are some situations that men always gossip about others not only women do as it’s up to one’s habits.
4. It’s the first example for feminist hero movie to do the right things.

Negative review

In the plot that Wonder Woman said in the council which had only men in the meeting; her speech should be more official and interesting than the movie. Especially, if this compared with her all speech in the comic book.

Ratajit Review Wonder Woman

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ลูกสุนัขชัก เพราะนอนแอร์

เขียนโดย รตจิตร
Authored by Ratajit | May 30, 2017

การเลี้ยงลูกสุนัข

**งานเขียนของรตจิตรนี้ เขียนจากประสบการณ์จริง ที่รตจิตรได้เลี้ยงลูกหมาแล้วตายครั้งแรก งานเขียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักสุนัข และจำเป็นต้องเลี้ยงสุนัขตั้งแต่แรกเกิด แต่เป็นคนเลี้ยงมือใหม่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน หรือเลี้ยงน้องหมาที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ ไม่ค่อยแข็งแรง บทความนี้อาจช่วยให้เพื่อน ๆ รู้สึกสบายใจขึ้น มีทางออกกับปัญหา หรือป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหมาก็ได้ ทั้งนี้ห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้า หรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

“ลูกสุนัข หรือสุนัขที่โตแล้วก็ตาม เมื่อเคยชักแล้ว มักจะชักอีก และการชักของสุนัขตั้งแต่ครั้งที่ 2 โดยทั่วไปไม่มีผลดีต่อสุนัขเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกสุนัข” บทความนี้เขียนช่วงชีวิตของ Koni คือ ช่วงเวลาวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2559 – 25 พฤศจิกายน 2559

การเลี้ยงลูกสุนัข

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ปี 2559
เป็นวันตายครบ 1 ปีขอหมาสุดที่รัก รักที่สุดของครอบครัวรตจิตร Jordizon โดยปกติพวกเราจะทำบุญใส่บาตรให้ Jordison เสมอ ๆ ไม่ว่าการใส่บาตร ถวายสังฆทาน หรือการฟังธรรมะ และการเจริญสติ ตลอดจนการปฏิบัติธรรมภาวนาก็ตาม พอถึงวันครบรอบ 1 ปีที่ Jordison ตาย เช่นเคย วันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2559 รตจิตรและครอบครัว ไปถวายสังฆทาน 3 วัด ตามถนนนครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี คือ (1) วัดสิงห์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วของครอบครัวรตจิตร (2) วัดอุทยาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลเสด็จเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ (ในหลวง รัชกาลที่ ๙) และ(3) วัดไทยเจริญการค้า เพื่ออุทิศให้ Jordison

พอถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์แล้วเสร็จ ก่อนที่พวกเราจะกลับขึ้นรถ รตจิตรเห็นลูกหมาตัวหนึ่ง กำลังถูกหมาตัวใหญ่หนึ่งรังแก่ จนต้องมุดเข้าไปอยู่ระหว่างกระถางต้นไม้ หน้าตาคล้ายลูกแพนด้ามากเป็นตัวผู้ (ภายหลังเราตั้งชื่อให้ว่า ปูติน Putin) พระท่านก็เชียร์ให้เอามาเลี้ยง คอกนี้มี 4ตัวเกิดประมาณวันที่ 22 กันยายน 2559 แต่พ่อแม่ตายหมดเพราะแม่โดนคนใจร้ายวางยาเบื่อ รตจิตรตกลงเพราะสงสาร สักครู่ก่อนพวกเราจะลากลับ ก็ได้ยินลูกสุนัขอีกตัวหนึ่งร้อง น่าสงสารมาก พระท่านก็เชียร์ให้เอาตัวนี้ไปเลี้ยงอีก แต่พวกเราดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรง เพราะขามีปัญหาเดินกระเผก และตัวอ่อนปวกเปียก (ภายหลังเราตั้งชื่อว่า Koni) ทั้ง ๆ ที่สงสารนะ แต่เราไม่ค่อยอยากเอา Koni ไปเลี้ยงเท่าไร เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเลี้ยงรอดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม พระรูปนั้นพยายามเชียร์ ยื่น Koni ส่งให้พวกเรา รตจิตร สัญญากับท่านว่า จะพยายามเลี้ยงลูกสุนัข 2 ตัวนี้ อย่างดีที่่สุด อย่างไรก็ตามหากเลี้ยงไม่ไหว จะเอามาคืนท่านตัวหนึ่ง เพราะรตจิตร เคยเลี้ยงสุนัขแค่ครั้งละตัว รตจิตร ยอมรับว่าการเลี้ยงสุนัข 2 ตัวดีมาก ซึ่งถ้ามีเวลา รตจิตร จะเยนเปรียบเทียบให้ฟังครั้งต่อ ๆ ไป

ลูกสุนัขชัก

คืนแรกวันนั้น 23 ตุลาคม 2559 เราเลี้ยง Putin และ Koni ไว้ในห้องน้ำในบ้าน เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่าเลี้ยงนอกบ้านสำหรับลูกหมา และไม่มีลมโกรกด้วย ตอนดึกวันนั้นเอง ลูกของรตจิตร รู้สึกเป็นห่วง อยากลงไปดูน้องหมา พบว่า Koni ชัก กัดฟันตัวเอง ขาเกร็งหมด รตจิตรรีบลงไปนวด Koni และพยายามทำให้ตัว Koni อุ่นขึ้น จนอาการ Koni กลับมาดีขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นปกติ 1 เดือนผ่านไป ขาของ Koni ที่เดินกระเผกเริ่มดีขึ้น เพราะรตจิตรคอยนวดและยืดขาให้ เพื่อเป็นการทำกายภาพบำบัดให้ Koni

ผ่านไป 1 เดือนเศษ ทั้ง Putin และ Koni หนักประมาณ 4.5 และ 4 กิโลกรัม จากวันแรกที่เราเจอคือ 1 กิโลกรัม พวกเรากะว่าจะเอาน้องหมาทั้งคู่ ไปเที่ยวทะเลที่ระยอง เพื่อให้ Koni ได้ว่ายน้ำทะเลแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการบริหารขาให้ Koni เหมือนกับที่เราเคยบริหารให้ Jordison หมาตัวเก่าที่ถูกเหยียบขาหลัง ทำให้เดินไม่ลงเต็มขา พอได้ว่ายน้ำบ่อย ๆ ก็หายเป็นปกติ ตอนนั้น Putin และ Koni อายุประมาณ 2 เดือนเศษ ก่อนที่จะพาลูกสุนัขทั้งคู่เดินทางไกล รตจิตรได้ให้น้องหมาออกกำลังกายทุกเย็นตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน โดยการวิ่งนอกบ้าน แม้ว่าวันแรก ๆ พวกเราต้องลาก Koni ตลอด แต่ก็ยอมเพื่อเป็นการ Warm ให้ Putin และ Koni

วัดสิงห์ ถนนนครอินทร์ นนทบุรี

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559
การเดินทางจากกรุงเทพ ฯ ไประยอง ลูกของรตจิตรเป็นคนขับ ทำให้รตจิตร มีเวลาเล่นกับ Putin และ Koni ด้านหลังอย่างสบาย เราแวะพักเป็นระยะ เพื่อเอาน้องหมาลงไปเดินเล่นจะได้ไม่เมารถ เหตุการณ์เป็นไปด้วยดี เย็นวันนั้นเราให้ Putin และ Koni ลองว่ายน้ำในทะเลระยอง ปรากฎว่า Koni ว่ายน้ำทะเลได้เก่งกว่า Putin มากเหมือนว่าอดีตชาติเคยเป็นปลามาก่อน พอตกดึก ทั้ง Putin และ Koni นอนเบียดกัน พวกเราคิดว่าน้องหมาคงหนาวมาก เพราะพวกรตจิตร นอนเปิดแอร์ เราเพียงแต่ห่มผ้าห่มให้ Putin และ Koni หลาย ๆ ผืน แต่ก็ไม่มีอะไรดีกว่าไออุ่น และการไม่เปิดแอร์ ความจริงรตจิตรควรเตรียมปรอทไปด้วย เผื่อไว้วัดอุทณหภูมิของ Putin และ Koni เพราะอุณหภูมิของลูกหมาไม่ควรต่ำกว่าประมาณ 100 F หรือ 36 C

Putin-panda dog and Koni

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559
พวกรตจิตร เดินสายทำบุญต่อ เราเห็น Koni เริ่มอ่อนปวกเปียกอีก พวกเราจึงเปลี่ยนแผนโดยตัดโปรแกรมเที่ยวออกหลายที่ และไม่เอา Putin และ Koni ไปด้วย แต่ให้ทั้งคู่พักอยู่โรงแรม เพราะเราเป็นห่วง เนื่องจากด้านนอกระเบียงห้องที่พวกรตจิตร พักนั้นมีแต่มด พวกเรากลัวว่าจะเข้ามากัดลูกหมาของเรา จึงตัดสินใจเปิดแอร์ให้น้องหมาทั้ง 2 ตัว พวกเราคิดว่าถ้าได้พักสักหน่อย Putin และ Koni จะดีขึ้น ทั้ง ๆ ที่ความจริงพวกเราไม่ควรให้ลูกสุนัขอยู่ห้องแอร์ ควรให้ลูกสุนัขนอนเบียดกันอยู่ในลังกระดาษ เพราะความชะล่าใจของพวกรตจิตร ยิ่งไปกว่านั้น หากเราเอาปรอทไปด้วย เราคงได้วัดอุณหภูมิของ Koni เพราะ Koni ยังเป็นลูกหมา ระบบการทำงานของร่างกายอาจ ยังไม่สามารถปรับอุณหภูมิของร่างกายได้สมบูรณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เราลืมไปว่า Koni เคยชักมาแล้วครั้งหนึ่ง

Putin-panda dog and Koni

เย็นวันที่ 25 พฤศจิกายน พวก รตจิตร ตัดโปรแกรมหลายที่ เพื่อรีบกลับมาหา Putin และ Koni เพราะรู้สึกเป็นห่วง ภาพที่รตจิตรเห็น คือสภาพ Koni เหมือนซาก Koni เห่า 1 ครั้ง พวกเรารีบวิ่งเข้าไปดู Koni พยายามเงยหน้าดู รตจิตร และคนอื่น ๆ จนครบ แล้วก็ชักอีกครั้ง รตจิตรพยายามปั้มหัวใจ และนวด Koni แบบครั้งแรกที่ช่วยชีวิต Koni ไว้ แต่ครั้งนี้ไม่สามารถยื้อชีวิต Koni ได้อีก เหมือนว่า Putin ก็รู้ มันพยายามเข้ามาดม Koni หลายครั้ง

Putin-panda dog and Koni

5 สัปดาห์ ที่รตจิตรเลี้ยง Koni มา สำหรับบางคนจะรู้สึกว่าสั้นมากและอาจยังไม่ค่อยผูกพันธ์กับลูกสุนัข แต่สำหรับครอบครัว รตจิตร แล้ว เรารัก Putin และ Koni มาก พวกเรารู้สึกว่า Putin และ Koni ที่มาจากครอบครัวเดียวกัน ควรเลี้ยงอยู่ด้วยกัน พวกรตจิตรเสียน้ำตามากมาย พอ Koni ตาย ทำให้ Putin เหงามาก เราต้องรีบกลับไปที่วัดไทยเจริญการค้าเพื่อสารภาพผิดกับพระหลวงพี่ที่ให้รตจิตร ช่วยเลี้ยง Putin และ Koni รตจิตร ต้องการจะขอลูกหมาตัวอื่น ๆ ในคอกเดียวกันมาเลี้ยงเป็นเพื่อน Putin และยังเป็นการทำบุญอีก แต่ท่านบอกว่าทุกตัวที่คอกเดียวกับ Putin ตายหมดแล้ว เพิ่งตายเมื่อวาน คือ 25 พฤศจิกายน 2559 พวกเรารู้สึกแปลกใจมากว่า ลูกหมาที่เกิดพร้อมกัน กลับตายเวลาเดียวกัน เราตั้งใจว่าจะเลี้ยง Putin ลูกหมาแพนด้าให้ดีที่สุด

สุดท้ายนี้ขอฝากเพื่อน ๆ ว่า อย่าพยายามให้ลูกสุนัขนอนห้องแอร์ เพื่อไม่ให้ลูกสุนัขหนาวจนชัก ซึ่งจะทำให้น้องหมาอาจไม่กลับมาอีกเลย สวัสดี

ลูกสุนัขนอนห้องแอร์ชัก

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สวนมุทิตาธรรมาราม นครปฐม

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | May 28, 2017

รตจิตร ณ สวนมุทิตาธรรมาราม

ธรรมะบรรยายเรื่อง สุกสดใสใจชื่นบาน

Dhama about happy mind
สรุปโดย รตจิตร

สรุปโดย ?รตจิตร concluded by Ratajit on May 21, 2016
**งานเขียนนี้ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อ “รตจิตร” ผู้เขียน
ผู้บรรยายธรรม : โดยท่านพระครูวรวงศ์ ฯ หรือท่านไผ่ จากวัดญาณเวศกวัน จังหวัดนครปฐม
วันเวลาและสถานที่ : เสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2560 เวลา 10-11 น. ณ สวนมุทิตาธรรมาราม โรงมหรสพทางวิญญาณ หอศิลป์ธรรมะ ท่านไผ่ได้บรรยายธรรมพอสรุปเรื่องที่สำคัญได้ เรื่อง ดังนี้

ท่านไผ่ ณ วัดญาณเวศกวัน

1. เรื่องอบายมุข

อบายมุขหมายถึง ปากทางสู่อบาย (มุขแปลว่า ปาก) สมัยรัชกาลที่ 4 คุณหมอบรัดลีย์ เป็นผู้นำ technology ในการผลิตหนังสือเข้ามาในประเทศไทย เรียกว่าสมุดฝรั่ง ที่เปิดจากซ้ายไปขวา ในขณะที่สมัยก่อน ใช้ใบลาน และมาใช้หินอ่อนในสมัยพระเจ้าอโศก เพื่อบันทึกคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารวม 84,000 พระธรรมขันธ์ หรือประมาณ 45 เล่ม

2. เรื่องพระคู่สวด

ตามที่รตจิตรรับทราบมาจากทาง facebook ของวัดญาณเวศกวัน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ทางวัดญาณฯ มีการบวชพระใหม่ ท่านไผ่จึงยกคำถามเพื่อถามญาติโยมเกี่ยวกับการบวชว่า รู้กันหรือไม่ว่า ในตอนบวชทำไมถึงต้องมีพระคู่สวด ก็เพื่อจะให้เกิดความแม่นยำในการสวด เช่นหากบทใดที่พระรูปที่เพิ่งบวชไม่แน่ใจ อย่างน้อยก็มีพระอีกรูปที่เป็นพระคู่สวด นำต่อไปได้ คล้ายกับตอนทำสังคยานาพระไตรปิฎกครั้งที่ 3 ที่ต้องมีพระอรหันต์ถึง 500 รูปและพระสงฆ์อื่นอีก รวมกันไม่ต่ำกว่า 1,000 รูปเพื่อ cross check กัน

รตจิตร ณ สวนมุทิตาธรรมาราม

3. เรื่องการลดความอ้วน

ท่านไผ่ เริ่มด้วยการถามญาติธรรมว่าใครอยากลดความอ้วนบ้าง รตจิตรก็ยกมือ พอรตจิตรดูไป รอบ ๆ ที่โยมนั่งฟังการแสดงธรรมอยู่ ปรากฏว่า มีรตจิตรคนเดียวที่ยกมือ หุหุ มีเราคนเดียวหรือนี่ที่อ้วนอยู่ ท่านไผ่บอกวิธีง่าย ๆ 2 วิธีคือ (1) กินให้น้อยลง (2) ออกกำลังกายให้มาก เพราะการกินน้อยลง ก็คือการทำให้อ้วนน้อยลง และการออกกำลังกายให้มากขึ้น ก็คือการทำให้อ้วนน้อยลงเช่นกัน แต่ รตจิตร ก็คิดว่าค่อนข้างยาก เพราะเป็นคนกินเก่งอยู่แล้ว เป็นคนอิ่มยากมาก และไม่มีเวลาออกกำลังกายเท่าไรเพราะเอาเวลาไปกินเสียหมด อิอิ

4. หัวใจของพระพุทธศาสนา

รตจิตร คิดว่าเรื่องหัวใจของพระพุทธศาสนา ใคร ๆ ก็ทราบดี แต่พอพระถามทีไร มักจะเอาไปรวมกับเรื่องอื่น ๆ เช่น อิทธบาท 4 บ้าง พรหมวิหาร 4 บ้าง หรือ ปฏิจสมุปบาทบ้าง เป็นต้น แต่ความจริงหัวใจของพระพุทธศาสนานั้นง่ายมากและเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ด้วย มี 3 ข้อ คือ เว้นชั่ว ทำดี ทำจิตให้บริสุทธิ์ หรือก็คือ

ท่านไผ่ ณ สวนมุทิตาธรรมาราม

(1) การงดเว้นจากความชั่วทั้งปวง
(2) การทำความดีให้ถึงพร้อม
(3) การทำจิตใจให้ขาวบริสุทธิ
อย่างไรก็ตามยังมีคนบางกลุ่ม ที่ไม่ได้คิดว่าชีวิตจะดีจะร้ายขึ้นกับการกระทำของตนเอง แต่กลับบูชาวัตถุมงคลเครื่องลางของขลัง หรือบูชาของดำ เช่น จะทำอะไรก็ต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นต้น

5. คำสอนของพระพุทธเจ้า

คำสอนของพระพุทธเจ้ามี 3 ข้อคือ (1) การให้ หรือ to share (2) ศีล 5 แต่นิสัยคนเราจะรู้สึกว่าขัดใจเช่น รู้สึกว่า การรักษาศีล 5 นั้นยากมาก แต่การละเมิดศีล 5 สิง่ายกว่า และกลับมีความสุขด้วย สุดท้ายในเรื่องคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือ (3) ภาวนา เป็นเรื่องทำได้ยากเพราะต้องฝึนใจ
และแล้วธรรมะบรรยายภายใน 1 ชั่วโมงโดยท่านไผ่ก็จบลงด้วย Q&A ทั่วไป ก่อนจบ รตจิตรอยากบอกว่า ณ สวนมุทิตาธรรมาราม มีตลาดนัดจัดขนาดพอประมาณกับสถานที่ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนนะคะ ใครอยู่แถวพุทธมณฑลก็ไปอุดหนุนกันได้ ของดี มีคุณภาพ และราคาย่อมเยา ที่ดีคือได้ช่วยสนับสนุนผู้ผลิตโดยตรงนะคะ วันนี้ รตจิตร ขอจบเพียงเท่านี้ และจะพยายามเขียนเรื่องดี ๆ มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน

รตจิตร@สวนมุทิตาธรรมาราม

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Review Guardians of the galaxy Vol. 2

เขียนโดย ©รตจิตร-Ratajit

ดูหนังเรื่องนี้ผิดหวังจริง ๆ Guardians of the galaxy Vol. 2
ข้อเสีย (อย่างน้อย 5 ข้อ)
1. ไม่ให้เกียรติคนดู
นักแสดงทุกตัวทำเล่นไปหมด แบบไม่จริงจังกับเหตุการณ์ที่แสดงอยู่ เช่น ตัวพระเอก Star-Lord หรือ Rocket Raccoon

2. ใช้คำพูดชั้นต่ำ ไม่ว่าหนังพากย์ไทย หรืออังกฤษ

Review Guardians of the galaxy Vol. 2

3. แสดงให้เห็นว่าสมองผู้ชายคิดเรื่องเดียว
ไม่ว่าเรื่องจะดำเนินไปถึงตอนไหน นักแสดงผู้ชายมักวกมาสู่เรื่องทะลึ่ง อย่างไม่จำเป็น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Star-Lord และ Drax the Destroyer หรือ ตัวพ่อพระเอก Ego the living planet

4. ดูถูกเพศหญิง
การสนทนาหยาบคายของ Star-Lord และ Drax the Destroyer บ่อยครั้ง แม้แต่ต่อหน้านางเอก Gamora จน Gamora ต้องเดินหนี เป็นต้น เพราะพูดแต่เรื่องสัปดน

5. ใช้แรงงานเด็กและสตรี เกินควร
นักแสดงในเรื่อง Guardians of the galaxy Vol. 2 ที่รับผิดชอบมากกลายเป็นเด็กหรือทารก ชื่อ Groot และนางเอก Gamora

ข้อดี: Nothing

Leave a comment

Filed under Uncategorized

อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

The Honor Exhibition Building of King Rama V
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | 22 September, 2016

พระบรมฉายาลักษณืพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

**งานเขียนของรตจิตรนี้ เขียนจากประสบการณ์จริง ที่รตจิตรได้ไปอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาด้วยเวลาจำกัด งานเขียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อชาวไทยได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้า หรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

ที่ตั้ง : อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นี้ ตั้งอยู่ที่ตึกถาวรวัตถุ หรือตึกแดง ระหว่างวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ด้านท้องสนามหลวง และกรมศิลปากร มีรูปธงช้างแดงอยู่ที่หน้าจั่ว ประตูทางเข้าตึก

ที่มา: ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นิยมสร้างพระเมรุตามพระเกียรติขอเจ้านาย เมื่อเสร็จพิธีก็รื้อทิ้ง ไม่ก่อประโยชน์ รัชกาลที่ 5 จึงมีพระราชประสงค์สร้างตึกนี้ให้เป็นตึกถาวร เพื่อประดิษฐานพระบรมศพของพระองค์ และหลังจากเสร็จสิ้นพิธี พระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย สามารถใช้เป็นที่เล่าเรียนต่อได้ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ต่อ อย่างไรก็ตามอาคารถาวรวัตถุ หรือตึกแดงนี้ก็เสร็จไม่ทันการในรัชสมัยของพระองค์

วันเวลา: อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 16:00 น. ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และปิดวัดหยุดนักขัตฤกษ์ ด้วยนะคะ

อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2559 รตจิตรมีธุระต้องไปซื้ออุปกรณ์วาดสี Acrylic และผ้าใบ/ผ้าดิบ แถวท่ามหาราช และท่าช้างวังหลัง มหาวิทยาลัยศิลปากร รตจิตร นั่งรถเมล์ สาย ปอ. 203 สะดวกมาก เพราะรถเมล์สายนี้ มีจำนวนมากมาย ทั้งของรัฐ ของเอกชนขอสัมปทาน รถเมล์ฟรี และรถเมล็เอกชนคันเล็ก รตจิตรเพิ่งรู้ว่า ปัจจุบันนี้ มีป้ายจราจรแผ่นใหญ่มาติดบนเกาะกลาง ถนนราชดำเนิน ก่อนถึง พระแม่ธรณี ว่า ห้ามรถเลี้ยวขวาตรงหน้า ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ทำให้รถเมล์ต้องจอดด้านสนามหลวง ตรงข้ามกับ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ด้านท้องสนามหลวงพอดี รตจิตร เดินข้ามถนนเพื่อจะไปท่าช้างวังหลัง ผ่านอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีเสียงเจ้าหน้าที่สาวเชิญชวนว่า Welcome inside รตจิตร เห็นว่ายังพอมีเวลาสัก ครึ่งชั่วโมง เพราะฟ้าฝนเริ่มตั้งเค้าด้วย จึงตัดสินใจเข้าไปใน อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตู้พระไตรปิฎก อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ร.5

เมื่อเข้าไปภายใน อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ่งที่เห็นข้างหน้าคือ ตู้พระไตรปิฎก (จำลอง) รตจิตร บอกได้คำเดียวว่าสวยมาก ถ้าเพื่อน ๆ พอมีเวลาก่อนที่จะเลี้ยวไปทางขวาเพื่อเข้าแต่ละห้องที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ของพระองค์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 6 ห้อง ควรดูรอบ ๆ ห้องโถงนี้ก่อน แต่ถ้าไม่ค่อยมีเวลา สามารถมาดูหลังชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ห้องต่าง ๆ แล้ว เพราะอย่างไรก็ตาม ขาออกต้องผ่านบริเวณนี้อยู่ดี ห้องแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ของรัชกาลที่ 5 ได้แก่

1. ห้องปิยมหาราช มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์

พ้นจากห้องนี้ก่อนที่จะถึงห้องที่ 2 รตจิตร ก็เดินเข้าทางประตูห้องถัดไปตามปรกติ แต่ตกใจเล็กน้อย เพราะคิดว่า มีหญิงสาวในอดีตแต่งกายชุดสมัยยังมีทาส มานั่งคุกเข้าข้างประตู ใกล้ ๆ เราตอนที่รตจิตร เดินเข้าไป รตจิตร คิดว่าหลายคนอาจตกใจเหมือนรตจิตร เพราะเธอนั่งใกล้ประตูทางเข้ามาก

รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกทาส

2. ห้องราชเคียงประชา มีรูปใหญ่แสดงภาพพระองค์เลิกทาส

รตจิตร คิดว่าการจัดห้องนี้ ทำได้ยิ่งใหญ่ทีเดียว แต่แสงไม่ค่อยพอ ทำให้รตจิตร ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยชัด เพื่อมาเขียนเชิญชวนชาวไทย ให้มาชมกัน เนื่องจากคนไทยเอง กลับเข้าชมกันน้อย ส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยว เพราะมาจอดรถบัสบัง อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กันหมด

3. ห้องธำรงเอกราช

มีลายพระหัตถ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทางบันทึกไว้ และมีความหนึ่งที่ high light เข้ม ๆ ว่า “ด้วยเหตุว่าฉันรู้ตัวชัดอยู่ว่า ถ้าความเป็นเอกราชของกรุงสยามได้สิ้นสุดไปเมื่อใด ชีวิตฉันก็คงจะสุดสิ้นไปเมื่อนั้น”

รตจิตร ยอมรับว่า วันที่รตจิตร ไปชมอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นั้น ได้อ่านครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็น้ำตาไม่ได้ไหล แต่น้ำตาของรตจิตร เพิ่งมาไหลตอนที่อ่านไป พิมพ์ไป วันนี้ เลยอยากให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันหลาย ๆ รอบด้วย

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ร.5

4. ห้องมรดกความทรงจำของโลก

รตจิตร ชอบห้องนี้เช่นกัน แต่ชอบเพราะความสวยงามในการจัดวางอย่างลงตัว ไม่ได้มีความประทับใจอย่างไร และมีห้อง Audio เป็นห้องกระจกให้พวกเราได้เข้าไปดู ไปฟังกันด้วย ห้องนี้จัดนิทรรศการ เป็นภาพต่อเนื่อง ด้วยสถานที่สำคัญ ๆ ของโลก อย่างลงตัวสวยงาม ก่อนที่จะเข้าไปในห้องที่ รตจิตร ชอบที่สุด คือห้องถัดไปจ้า

รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกทาส

5. ห้องสยามใหม่

รตจิตร ชอบห้องนี้ เพราะภาพตามฝาผนัง เป็นภาพน่ารัก ๆ เช่น แสดงภาพบุรุษไปรษณีย์ และระบบไปรษณีย์ไทยในสมัยนั้น ตู้จดหมาย และโทรศัพท์สมัยก่อน นอกจากนี้ยังมีช่องหยอดทำบุญ เพื่อกรมศิลปากรจะได้นำไปใช้พัฒนา และปรับปรุงอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 5 เพียง 10 บาท รตจิตร ก็ได้พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ จัดทำโดยกรมศิลปากร 1 แผ่น แต่รตจิตร ทำบุญ 100 บาท รตจิตร เลยได้ 17 รูป โดยเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ 16 รูป และในหลวงรัชกาลที่ 9 ของพวกเราชาวไทย อีก 1 รูป พระบรมฉายาลักษณ์ ทั้ง 17 รูป จัดเรียงอยู่ในซองกระดาษธงช้างแดง อย่างสวยงาม

แบบสถาปัตย์พระที่นั่งอนันตสมาคม

6. ห้องสถาปัตยกรรมของสยาม

มีโมเดลแบบสถาปัตยกรรมสถานที่สำคัญในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แก่ พระที่นั่งอนันตสมาคม และวัดเบญจมบพิตร เป็นต้น งานละเอียดมาก ก่อนที่จะเข้าห้องสถาปัตยกรรมของสยาม รตจิตรได้มีโอกาสอธิบาย นักท่องเที่ยวสาวจีนคนหนึ่ง ตอนที่รตจิตร กำลังทำบุญอยู่ที่ห้องสยามใหม่ เธอเป็นคนจีนเพิ่งจบระดับมหาวิทยาลัย ในประเทศจีน เลยวางแผนมาเที่ยว 1 เดือน สำหรับการเที่ยวคนเดียวถึง 4 ประเทศ ๆ ละ 1 สัปดาห์

7. ห้องโถงทางเดินออกหลังชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ

พูดถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนต่ออีกสักนิด วันที่รตจิตร พบเธอที่นี่ เป็นวันที่ 2 ในประเทศไทย รตจิตร มีโอกาสอธิบายห้องที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 5 และระหว่างทางที่เดินผ่านทางเดินหลังชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทางกรมศิลปากรได้พยายามจัดให้ย้อนยุคไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งโคมไฟ เสาไฟ และรั้ว เป็นต้น พอออกจากอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 5 รตจิตร ก็เดินไปกับเธอ และแนะนำกรุงเทพมหานครไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าวัดพระแก้ว เราจึงแยกย้ายจากกัน

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ร.5

รตจิตร ขอเชียร์เพื่อน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีบุตรหลาน ควรหาเวลามาชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รตจิตร ขอย้ำอีกครั้งว่า เปิดตั้งแต่วันพุธ ถึงวันอาทิตย์ หรือปิดวันจันทร์ ถึงวันอังคาร และวัดหยุดนักขัตฤกษ์ โดยใช้เวลาอย่างน้อย 30-60 นาที และจากการที่รตจิตร ได้ใช้เวลานิดหน่อยที่นี่ จึงมีข้อเสนอแนะแก่กรมศิลปากรนิดหน่อย คือ

1. นิทรรศการที่แสดง ยังให้ความสำคัญเรื่องการบรรยายใต้ภาพน้อยไป
2. โมเดลสถาปัตยกรรม ยังไม่มีชื่อติดเพื่อบอกว่า เป็นสถานที่ใดในปัจจุบัน
3. เอกสารประกอบ เห็นไม่ชัด และไม่มีภาษาอังกฤษ ทั้ง ๆ ที่ละแวกนั้น มีจำนวนชาวต่างชาติมากด้วย
4. เจ้าหน้าที่ปล่อยให้ผู้เข้าชมดูนิทรรศการกันเอง ไม่มีคนอธิบาย หรือตอบข้อสงสัย รตจิตรจึงต้องทำหน้าที่ในวันนั้น

ลานห้องทางออกอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 5

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การรักษาฝี หรือ ซีสต์ ด้วยต้นหนุมานนั่งแท่น

Buddha Belly Plant Cure Abscess and Cyst
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 25, 2016

รตจิตรขายต้นหนุมานนั่งแท่นรักษาฝี

**งานเขียนของรตจิตรนี้ เขียนจากประสบการณ์จริง ที่รตจิตรได้คุยกับลูกค้าที่มาซื้อต้นหนุมานนั่งแท่น งานเขียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้า หรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรเคยเขียนไว้ใน sw-eden.net เกี่ยวกับต้นหนุมานนั่งแท่น หรือ ภาษาอังกฤษมีหลายชื่อ เช่น Buddha Belly Plant, Australian Bottle Plant, Physic Nut, Gout Plant เป็นต้น วันนี้วันที่ 25 สิงหาคม 2559 รตจิตรได้ความรู้ใหม่จากลูกค้าที่หาซื้อต้นหนุมานนั่งแท่น จึงอยากแชร์ให้เพื่อน ๆ และลูกค้าที่เคยซื้อต้นหนุมานนั่งแท่นไปแล้วเพื่อให้ทุกคนหายเจ็บป่วย และมีสุขภาพที่ดีตลอดไปค่ะ

ใบต้นหนุมานนั่งแท่นรักษาฝี

ข้อมูลเดิมในการรักษา ด้วยต้นหนุมานนั่งแท่น

ได้ยินจากลูกค้าหลายรายบอก ต้นหนุมานนั่งแท่นสามารถรักษามะเร็ง รักษาเบาหวาน แผลสด แผลไม่สด แผลกดทับ ฝี และซีส เป็นต้น โดยการรักษาใช้วิธีต่างกันตามลักษณะของโรค และบางครั้งยังใช้ส่วนประกอบต่างกันอีกด้วย จากคำบอกเล่าของลูกค้าหลายรายมาก ที่รักษาด้วย ต้นหนุมานนั่งแท่น แล้วหาย ตัวอย่างเช่น
– ใช้ต้มใบพร้อมก้านของต้นหนุมานนั่งแท่น ได้แก่ มะเร็งต้มนม และเนื้องอกภายใน
– ใช้น้ำยางของใบต้นหนุมานนั่งแท่น ได้แก่ แผลสด แผลไม่สด แผลกดทับ ฝีภายนอก ตลอดจนแผลเรื้อรัง
– ใช้ต้มทุกส่วนของต้นหนุมานนั่งแท่น ยกเว้นเมล็ด คือ ต้องถอนรากถอนโคน และใช้ต้นหนุมานนั่งแท่นทั้งหมด โดยเก็บเมล็ดไว้ ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเอดส์ เป็นต้น

ข้อมูลใหม่ในการรักษา ด้วยต้นหนุมานนั่งแท่น

วันนี้มีลูกค้าเป็นฝีค่อนข้างใหญ่ อยู่ภายในตรงด้านหลัง ต่ำกว่าเอว แต่เหนือบั้นท้าย ลูกค้าบอกว่น่าจะแถวลำไส้ และรักษาที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งมา 5 ปี ไม่หาย เจ็บทรมานมาก เผอิญมีอาจารย์ท่านหนึ่งของลูกค้า แนะนำว่าให้ปั่นใบพร้อมก้านของต้นหนุมานนั่งแท่น ปรากฎว่า ไม่มีอาการเจ็บเลย

ใบต้นหนุมานนั่งแท่นรักษาฝี

เมื่อรู้วัตถุประสงค์ของลูกค้า ว่าต้องการใบจริง ๆ รตจิตรจึงเลือกแต่ต้นที่ใหญ่พอสมควร และมีแต่ใบให้ มีแถมต้นเล็ก ๆ ไปบ้างเป็นธรรมดาของการขายที่รตจิตรมักจะให้เฉพาะลูกค้ารายที่ต้องการไปรักษาโรค ส่วนถ้านำไปปลูกเพื่อเป็นไม้มงคล ก็ไม่ค่อยแถมนะ

สรุปการใช้ประโยชน์จากต้นหนุมานนั่งแท่น เท่าที่รตจิตรเคยรู้มาคือ ต้ม แต่อยากแนะนำลูกค้าให้ปั่นน้ำทานเหมือนกัน รตจิตรคิดว่า อาจได้ประโยชน์ทั้งหมดจริง ๆ ดีกว่า การต้ม เพื่อน ๆ ลองดูนะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ไหว้พระ 3 วัด บนถนนอรุณอมรินทร์

One Day Tour for Three Temples
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 23, 2016

วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

**งานเขียนของรตจิตรนี้ เขียนจากประสบการณ์จริง ที่รตจิตรไปทำบุญกับครอบครัวเพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเอง และบุคคลที่เรารัก งานเขียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้า หรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

หัวข้อเรื่อง ทัวร์ไหว้พระ 3 วัด บนถนนอรุณอมรินทร์ นี้ รตจิตร หวังอย่างยิ่งว่า เพื่อน ๆ ญาติธรรมที่รักทัวร์ไหว้พระ อยากหาวัดวาอารามที่สามารถเดินทางได้ง่าย จะได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะเดินทางสะดวกจริง วัดสวยงามยิ่ง น่าหลงใหล และยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชวนศึกษา รวมถึงด้านโบราณคดี ตลอดจนเป็นวัดที่ญาติธรรมน่าทำบุญอย่างมาก เพราะบางวัดเป็นแหล่งศึกษาบาลี ศึกษาพระธรรม พระไตรปิฎก เพื่อต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไปอย่างมั่นคงอีกด้วย

บนเส้นถนนอรุณอัมรินทร์นั้น เพื่อน ๆ ส่วนมากจะรู้จักวัดระฆังโฆสิตารามอยู่แล้ว ลงจากสะพานอรุณอัมรินทร์ วิ่งตรงจากแยกโรงพยาบาลศิริราช ไปเพียง 500 เมตร ก็จะเห็นทางเข้าไปวัดระฆัง ในที่นี่รตจิตร จึงขอละ ไม่พูดในรายละเอียดเกี่ยวกับวัดระฆัง แต่จะให้ความสำคัญที่ 2 วัดหลัง คือ วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร และวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร ดังนี้

1. วัดระฆังโฆสิตาราม
2. วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร
3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

รตจิตร พาทัวร์วัด สวยงาม น่ารัก

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

จากแยกโรงพยาบาลศิริราชที่เป็นจุดตั้งต้นของ รตจิตร ในการทัวร์ไหว้พระ 3 วัดในวันนี้ เพียง 2 กิโลเมตร เห็นไฟแดงก่อนขึ้นสะพานบางกอกใหญ่ เพื่อน ๆ ควรเงยหน้าจะเห็นป้ายน้ำเงินใหญ่มาก ด้านข้างกลางสะพาน เป็นชื่อวัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร อย่าขึ้นสะพานนะคะ แต่ถ้าขับเลยไปแล้ว ก็ให้ไปวัดกัลยาณมิตรก่อนก็ได้ค่ะ ตอนนี้ รตจิตร สมมติว่า เพื่อน ๆ ยังไม่ได้ขึ้นสะพานบางกอกใหญ่ ก็ให้ขับเลาะไปด้านซ้ายใต้สะพานจะมีประตูเข้าวัดค่ะ

รตจิตร พาทัวร์วัด สวยงาม น่ารัก

พอเข้าวัดโมลีโลกยาราม รตจิตรก็เห็นอาคารสีขาวแต่ไกล เป็นอาคารอเนกประสงค์สวยงามมากมี 2 ชั้น ชั้นล่างสำหรับญาติโยมใช้ศึกษาและปฏิบัติธรรม ชั้นบนเป็นที่จำวัดของเณร ซึ่งในวัดมีเณรมากว่า 200 รูป วันที่รตจิตร ไปถวายสังฆทานกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านเล่าว่า วัดโมลีโลกยาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ระดับราชวรวิหาร ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่มาก ก่อนวัดกัลยาณสิตร เพราะสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา และพอถึงสมัยพระเจ้าตากสิน มหาราช ทรงตั้งฐานทัพ คือเป็นพระราชวังเดิม ปัจจุบันจึงเรียกถนนหน้าวัด ว่า ถนนวังเดิม และตรงอาคารอเนกประสงค์ปัจจุบันนั้น เดิมเป็นที่เก็บเกลือ เมื่อชาวบ้านไปตลาดเมืองธนบุรี ก็จะนั่งเรือต่อมาเพื่อซื้อเกลือกัน จนเรียกอีกชื่อว่า วัดท้ายตลาด

แผนที่วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

อย่างไรก็ตามก่อนถึงอาคารอเนกประสงค์ของวัดโมลีโลกยาราม รตจิตรเดินผ่านบ้านเป็นสี ๆ สวยงาม โดยหน้าบ้านมีเขียนป้ายไว้ทุกหลัง เช่น บ้านบาลี บ้านรัตนตรัย บ้านพระอภิธรรม บ้านปริยัติ ทำนองนี้ เพราะวัดเคยเป็นที่เรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี นอกจากนี้ ยังมีตัวอับเฉา น่ารัก ๆ เช่น แม่เสือเกาคาง โดยมีลูกเสืออยู่ใต้หน้าอกแม่เสือด้วย วันที่รตจิตร ไปถวายสังฆทานนั้น รตจิตร ก็เห็นภาพเณร หลายรูปกำลังเรียนภาษาบาลีอยู่ และยังมีโยมที่มาเรียนพระธรรมตามบ้านสีต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้วัดนี้มีห้องน้ำค่อนข้างมากสำหรับสาธุชนจำนวนมาก

พระสงฆ์รูปที่รตจิตรถวายปัจจัย เล่าต่อว่าวัดนี้แปลก ไม่มีญาติโยมยอมให้ที่ให้ทางเพื่อทำทางเข้าออกวัดให้สะดวกขึ้น ทางวัดจึงต้องไปอาศัยทางกลับรถใต้สะพานเป็นทางเข้าออก ทำให้ทางเข้าออกไม่ค่อยสะดวกนัก เหมือนกับวัดกัลยาณมิตรที่สามารถเข้าออกจากริมถนนอรุณอัมรินทร์ได้เลย

ตัวอับเฉาวัดโมลีโลกยาราม

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

กลับไปดูหน้าหลัก นำเที่ยววัดบนถนนอรุณอมรินทร์
1. วัดระฆังโฆสิตาราม
2. วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร
3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

หลวงพ่อโตวัดกัลยาณมิตร

จากแยกโรงพยาบาลศิริราช เพียง 2 กิโลเมตรก่อนขึ้นสะพานบางกอกใหญ่ เห็นวัดโมลี ฯ รตจิตรอยากให้เพื่อน ขับรถลงสะพานปั๊บ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัดกัลยาณมิตรทันที ตรงเข้าไปสัก 120 เมตร (รตจิตรไม่แน่ใจนักเพราะไม่ได้จับกิโล มัวแต่หาว่าวัดอยู่ไหนนะ) เพื่อนจะเห็นทาง เข้าที่จอดรถ โดยมีเด็กนั่งเก็บเงินเป็นค่าที่จอดรถคันละ 20 บาท ให้จอดได้ถึง 19.00 น. เพื่อเป็นค่าบำรุงสถานที่ของวัด มีบัตรจอดรถให้รตจิตร มีตราประทับของวัด เป็นรูปพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง

รตจิตรอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ มาวัดนี้ก่อนก็ได้ แล้วเดินทะลุวัดไปทางโรงเรียนวัดกัลยาณมิตร เพื่อไปทางประตูน้ำบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นประตูน้ำระหว่างวัดโมลี ฯ กับวัดกัลลยาณมิตร เพราะที่จอดรถวัดกัลยาณมิตรค่อนข้างสะดวก และทางเข้าออกก็กว้างขวางด้วย อีกทั้ง เพื่อน ๆ อาจต้องใช้เวลาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร นี้นานสักหน่อยเพราะบริเวณวัดกว้างขวางมาก มีโบราณสถาน โบราณคดี และสถูป ตลอดจนสิ่้งปลูกสร้างอื่นที่มีคุณค่าและน่าหลงใหลจริง ๆ แม้แต่ชุมชนวัดกัลยาณมิตรบริเวณใกล้เคียง

รัชกาลที่ 3 วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรสร้างปีพ.ศ. 2380 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ประชาชนไม่ว่าชาวไทย ชาวจีนนิยมมาสักการะ หลวงพ่อโต หรือชาวจีนเรียกว่า ซำปอกง วันที่ รตจิตรไปทำบุญ และถวายสังฆทานที่วัดนี้ ก็มีนักท่องเที่ยวชาวจีนไปเที่ยว โดยมีไกด์ เป็นนักศึกษาที่พูดภาษาจีนได้ หลวงพ่อโตที่วัด รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้จำลองหลวงพ่อโตมาจากวัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้พระโต เป็นพระประธานในวิหารหลวง และทรงหล่อพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ (รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามพระโต ว่าพระพุทธไตรรัตนนายก) หลวงพ่อโตที่วัดกัลยาณมิตร แม้จะองค์เล็กกว่า แต่รตจิตรดูแล้วใหญ่โตมาก เพราะประทับอยู่ในวิหารหลวงที่พอดีขนาดของท่าน โดยมีหน้าตักกว้างประมาณ 11.75 เมตร สูงประมาณ 15.44 เมตร

ด้านข้างวิหารหลวง คือ พระเจดีย์ขาว มีประวัติติดไว้ด้านหน้าขวาของพระเจดีย์ว่า เจดีย์ขาวบรรจุอัฐิของเจ้าพระยารัตรบดินทร์ (รอด) ผู้ที่ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 3 และ 4 ได้เป็นหลวงฤทธิ์นายเวร ต่อมาเป็นจหมื่นศรีสรรักษ์ และในรัชการที่ 5 ได้เป็นเจ้าพระยารัตนบดินทร์ที่สมุหนายก

พระเจดีย์ขาววัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

ลำดับการสักการะบูชาที่วัดกัลยาณมิตร โดยแต่ละลำดับให้จุดธูป 3 ดอก ดังนี้
1. ไหว้ฟ้าดินด้วยธูป 3 ดอก ที่กระถางใหญ่ตรงกลางลาน
2. ไหว้หลวงพ่อโต
3. ไหว้พระสังกัจจายน์
4. พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์

เมื่อรตจิตร ออกจากประตูวัด เพื่อไปริมฝั่งแม่น้ำ จะได้ยินเสียงจากวัดระฆังดังมาถึงวัด เพื่อให้คนขึ้นลงเรือมาเที่่ยวจากวัดระฆัง ไปวัดอรุณราชวราราม และวัดกัลนาณมิตรด้วย ก่อนถึงศาลาริมน้ำ เป็นลานกว้างที่คนนิยมมาจอดรถกัน มีศาลาเก๋งจีน สวยงาม มีเจดีย์ทรงถะยอดปรางค์ และทรงเครื่องหินอ่อน และมองไกลออกไปทางริมน้ำ รตจิตร เห็นเสารูปหงส์จีน เป็นหงส์สีทองเห็นชัดเจน ตั้งอยู่ด้านข้างศาลาเจ้าแม่กวนอิม

ก่อนออกจากวัดก็ช่วยอุดหนุนแม่ค้าพ่อค้าที่จอดรถ 3 ล้อถีบ หรือตั้งแผงขายของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำ จะขายดีที่สุด เพราะวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 เป็นอีกวันหนึ่งที่ร้อนมาก แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ด้วยปิติจากการได้ทำบุญ ทำสังฆทาน ณ วัดกัลยาณมิตรที่แม่ของรตจิตร อยากให้พวกลูก ๆ มาที่วัดนี้เพื่อไหว้ซำปอกง ตั้งนานแล้ว แต่พวกเราคิดไปเองว่ามายากมาเย็น ที่ไหนได้ง่าย และใกล้นิดเดียว

รัชกาลที่ 3 วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

กลับไปดูหน้าหลัก นำเที่ยววัดบนถนนอรุณอมรินทร์
1. วัดระฆังโฆสิตาราม
2. วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร
3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

รตจิตร พาทัวร์วัด สวยงาม น่ารัก

Leave a comment

Filed under Uncategorized