Author Archives: Ratajit

การรักษาฝี หรือ ซีสต์ ด้วยต้นหนุมานนั่งแท่น

Buddha Belly Plant Cure Abscess and Cyst
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 25, 2016

รตจิตรขายต้นหนุมานนั่งแท่นรักษาฝี

**งานเขียนของรตจิตรนี้ เขียนจากประสบการณ์จริง ที่รตจิตรได้คุยกับลูกค้าที่มาซื้อต้นหนุมานนั่งแท่น งานเขียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้า หรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรเคยเขียนไว้ใน sw-eden.net เกี่ยวกับต้นหนุมานนั่งแท่น หรือ ภาษาอังกฤษมีหลายชื่อ เช่น Buddha Belly Plant, Australian Bottle Plant, Physic Nut, Gout Plant เป็นต้น วันนี้วันที่ 25 สิงหาคม 2559 รตจิตรได้ความรู้ใหม่จากลูกค้าที่หาซื้อต้นหนุมานนั่งแท่น จึงอยากแชร์ให้เพื่อน ๆ และลูกค้าที่เคยซื้อต้นหนุมานนั่งแท่นไปแล้วเพื่อให้ทุกคนหายเจ็บป่วย และมีสุขภาพที่ดีตลอดไปค่ะ

ใบต้นหนุมานนั่งแท่นรักษาฝี

ข้อมูลเดิมในการรักษา ด้วยต้นหนุมานนั่งแท่น

ได้ยินจากลูกค้าหลายรายบอก ต้นหนุมานนั่งแท่นสามารถรักษามะเร็ง รักษาเบาหวาน แผลสด แผลไม่สด แผลกดทับ ฝี และซีส เป็นต้น โดยการรักษาใช้วิธีต่างกันตามลักษณะของโรค และบางครั้งยังใช้ส่วนประกอบต่างกันอีกด้วย จากคำบอกเล่าของลูกค้าหลายรายมาก ที่รักษาด้วย ต้นหนุมานนั่งแท่น แล้วหาย ตัวอย่างเช่น
– ใช้ต้มใบพร้อมก้านของต้นหนุมานนั่งแท่น ได้แก่ มะเร็งต้มนม และเนื้องอกภายใน
– ใช้น้ำยางของใบต้นหนุมานนั่งแท่น ได้แก่ แผลสด แผลไม่สด แผลกดทับ ฝีภายนอก ตลอดจนแผลเรื้อรัง
– ใช้ต้มทุกส่วนของต้นหนุมานนั่งแท่น ยกเว้นเมล็ด คือ ต้องถอนรากถอนโคน และใช้ต้นหนุมานนั่งแท่นทั้งหมด โดยเก็บเมล็ดไว้ ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเอดส์ เป็นต้น

ข้อมูลใหม่ในการรักษา ด้วยต้นหนุมานนั่งแท่น

วันนี้มีลูกค้าเป็นฝีค่อนข้างใหญ่ อยู่ภายในตรงด้านหลัง ต่ำกว่าเอว แต่เหนือบั้นท้าย ลูกค้าบอกว่น่าจะแถวลำไส้ และรักษาที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งมา 5 ปี ไม่หาย เจ็บทรมานมาก เผอิญมีอาจารย์ท่านหนึ่งของลูกค้า แนะนำว่าให้ปั่นใบพร้อมก้านของต้นหนุมานนั่งแท่น ปรากฎว่า ไม่มีอาการเจ็บเลย

ใบต้นหนุมานนั่งแท่นรักษาฝี

เมื่อรู้วัตถุประสงค์ของลูกค้า ว่าต้องการใบจริง ๆ รตจิตรจึงเลือกแต่ต้นที่ใหญ่พอสมควร และมีแต่ใบให้ มีแถมต้นเล็ก ๆ ไปบ้างเป็นธรรมดาของการขายที่รตจิตรมักจะให้เฉพาะลูกค้ารายที่ต้องการไปรักษาโรค ส่วนถ้านำไปปลูกเพื่อเป็นไม้มงคล ก็ไม่ค่อยแถมนะ

สรุปการใช้ประโยชน์จากต้นหนุมานนั่งแท่น เท่าที่รตจิตรเคยรู้มาคือ ต้ม แต่อยากแนะนำลูกค้าให้ปั่นน้ำทานเหมือนกัน รตจิตรคิดว่า อาจได้ประโยชน์ทั้งหมดจริง ๆ ดีกว่า การต้ม เพื่อน ๆ ลองดูนะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ไหว้พระ 3 วัด บนถนนอรุณอมรินทร์

One Day Tour for Three Temples
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 23, 2016

วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

**งานเขียนของรตจิตรนี้ เขียนจากประสบการณ์จริง ที่รตจิตรไปทำบุญกับครอบครัวเพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเอง และบุคคลที่เรารัก งานเขียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอก หรือนำไปใช้เพื่อการค้า หรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

หัวข้อเรื่อง ทัวร์ไหว้พระ 3 วัด บนถนนอรุณอมรินทร์ นี้ รตจิตร หวังอย่างยิ่งว่า เพื่อน ๆ ญาติธรรมที่รักทัวร์ไหว้พระ อยากหาวัดวาอารามที่สามารถเดินทางได้ง่าย จะได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะเดินทางสะดวกจริง วัดสวยงามยิ่ง น่าหลงใหล และยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชวนศึกษา รวมถึงด้านโบราณคดี ตลอดจนเป็นวัดที่ญาติธรรมน่าทำบุญอย่างมาก เพราะบางวัดเป็นแหล่งศึกษาบาลี ศึกษาพระธรรม พระไตรปิฎก เพื่อต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไปอย่างมั่นคงอีกด้วย

บนเส้นถนนอรุณอัมรินทร์นั้น เพื่อน ๆ ส่วนมากจะรู้จักวัดระฆังโฆสิตารามอยู่แล้ว ลงจากสะพานอรุณอัมรินทร์ วิ่งตรงจากแยกโรงพยาบาลศิริราช ไปเพียง 500 เมตร ก็จะเห็นทางเข้าไปวัดระฆัง ในที่นี่รตจิตร จึงขอละ ไม่พูดในรายละเอียดเกี่ยวกับวัดระฆัง แต่จะให้ความสำคัญที่ 2 วัดหลัง คือ วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร และวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร ดังนี้

1. วัดระฆังโฆสิตาราม
2. วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร
3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

รตจิตร พาทัวร์วัด สวยงาม น่ารัก

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

จากแยกโรงพยาบาลศิริราชที่เป็นจุดตั้งต้นของ รตจิตร ในการทัวร์ไหว้พระ 3 วัดในวันนี้ เพียง 2 กิโลเมตร เห็นไฟแดงก่อนขึ้นสะพานบางกอกใหญ่ เพื่อน ๆ ควรเงยหน้าจะเห็นป้ายน้ำเงินใหญ่มาก ด้านข้างกลางสะพาน เป็นชื่อวัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร อย่าขึ้นสะพานนะคะ แต่ถ้าขับเลยไปแล้ว ก็ให้ไปวัดกัลยาณมิตรก่อนก็ได้ค่ะ ตอนนี้ รตจิตร สมมติว่า เพื่อน ๆ ยังไม่ได้ขึ้นสะพานบางกอกใหญ่ ก็ให้ขับเลาะไปด้านซ้ายใต้สะพานจะมีประตูเข้าวัดค่ะ

รตจิตร พาทัวร์วัด สวยงาม น่ารัก

พอเข้าวัดโมลีโลกยาราม รตจิตรก็เห็นอาคารสีขาวแต่ไกล เป็นอาคารอเนกประสงค์สวยงามมากมี 2 ชั้น ชั้นล่างสำหรับญาติโยมใช้ศึกษาและปฏิบัติธรรม ชั้นบนเป็นที่จำวัดของเณร ซึ่งในวัดมีเณรมากว่า 200 รูป วันที่รตจิตร ไปถวายสังฆทานกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านเล่าว่า วัดโมลีโลกยาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ระดับราชวรวิหาร ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่มาก ก่อนวัดกัลยาณสิตร เพราะสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา และพอถึงสมัยพระเจ้าตากสิน มหาราช ทรงตั้งฐานทัพ คือเป็นพระราชวังเดิม ปัจจุบันจึงเรียกถนนหน้าวัด ว่า ถนนวังเดิม และตรงอาคารอเนกประสงค์ปัจจุบันนั้น เดิมเป็นที่เก็บเกลือ เมื่อชาวบ้านไปตลาดเมืองธนบุรี ก็จะนั่งเรือต่อมาเพื่อซื้อเกลือกัน จนเรียกอีกชื่อว่า วัดท้ายตลาด

แผนที่วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

อย่างไรก็ตามก่อนถึงอาคารอเนกประสงค์ของวัดโมลีโลกยาราม รตจิตรเดินผ่านบ้านเป็นสี ๆ สวยงาม โดยหน้าบ้านมีเขียนป้ายไว้ทุกหลัง เช่น บ้านบาลี บ้านรัตนตรัย บ้านพระอภิธรรม บ้านปริยัติ ทำนองนี้ เพราะวัดเคยเป็นที่เรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี นอกจากนี้ ยังมีตัวอับเฉา น่ารัก ๆ เช่น แม่เสือเกาคาง โดยมีลูกเสืออยู่ใต้หน้าอกแม่เสือด้วย วันที่รตจิตร ไปถวายสังฆทานนั้น รตจิตร ก็เห็นภาพเณร หลายรูปกำลังเรียนภาษาบาลีอยู่ และยังมีโยมที่มาเรียนพระธรรมตามบ้านสีต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้วัดนี้มีห้องน้ำค่อนข้างมากสำหรับสาธุชนจำนวนมาก

พระสงฆ์รูปที่รตจิตรถวายปัจจัย เล่าต่อว่าวัดนี้แปลก ไม่มีญาติโยมยอมให้ที่ให้ทางเพื่อทำทางเข้าออกวัดให้สะดวกขึ้น ทางวัดจึงต้องไปอาศัยทางกลับรถใต้สะพานเป็นทางเข้าออก ทำให้ทางเข้าออกไม่ค่อยสะดวกนัก เหมือนกับวัดกัลยาณมิตรที่สามารถเข้าออกจากริมถนนอรุณอัมรินทร์ได้เลย

ตัวอับเฉาวัดโมลีโลกยาราม

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

กลับไปดูหน้าหลัก นำเที่ยววัดบนถนนอรุณอมรินทร์
1. วัดระฆังโฆสิตาราม
2. วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร
3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

หลวงพ่อโตวัดกัลยาณมิตร

จากแยกโรงพยาบาลศิริราช เพียง 2 กิโลเมตรก่อนขึ้นสะพานบางกอกใหญ่ เห็นวัดโมลี ฯ รตจิตรอยากให้เพื่อน ขับรถลงสะพานปั๊บ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัดกัลยาณมิตรทันที ตรงเข้าไปสัก 120 เมตร (รตจิตรไม่แน่ใจนักเพราะไม่ได้จับกิโล มัวแต่หาว่าวัดอยู่ไหนนะ) เพื่อนจะเห็นทาง เข้าที่จอดรถ โดยมีเด็กนั่งเก็บเงินเป็นค่าที่จอดรถคันละ 20 บาท ให้จอดได้ถึง 19.00 น. เพื่อเป็นค่าบำรุงสถานที่ของวัด มีบัตรจอดรถให้รตจิตร มีตราประทับของวัด เป็นรูปพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง

รตจิตรอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ มาวัดนี้ก่อนก็ได้ แล้วเดินทะลุวัดไปทางโรงเรียนวัดกัลยาณมิตร เพื่อไปทางประตูน้ำบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นประตูน้ำระหว่างวัดโมลี ฯ กับวัดกัลลยาณมิตร เพราะที่จอดรถวัดกัลยาณมิตรค่อนข้างสะดวก และทางเข้าออกก็กว้างขวางด้วย อีกทั้ง เพื่อน ๆ อาจต้องใช้เวลาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร นี้นานสักหน่อยเพราะบริเวณวัดกว้างขวางมาก มีโบราณสถาน โบราณคดี และสถูป ตลอดจนสิ่้งปลูกสร้างอื่นที่มีคุณค่าและน่าหลงใหลจริง ๆ แม้แต่ชุมชนวัดกัลยาณมิตรบริเวณใกล้เคียง

รัชกาลที่ 3 วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรสร้างปีพ.ศ. 2380 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ประชาชนไม่ว่าชาวไทย ชาวจีนนิยมมาสักการะ หลวงพ่อโต หรือชาวจีนเรียกว่า ซำปอกง วันที่ รตจิตรไปทำบุญ และถวายสังฆทานที่วัดนี้ ก็มีนักท่องเที่ยวชาวจีนไปเที่ยว โดยมีไกด์ เป็นนักศึกษาที่พูดภาษาจีนได้ หลวงพ่อโตที่วัด รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้จำลองหลวงพ่อโตมาจากวัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้พระโต เป็นพระประธานในวิหารหลวง และทรงหล่อพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ (รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามพระโต ว่าพระพุทธไตรรัตนนายก) หลวงพ่อโตที่วัดกัลยาณมิตร แม้จะองค์เล็กกว่า แต่รตจิตรดูแล้วใหญ่โตมาก เพราะประทับอยู่ในวิหารหลวงที่พอดีขนาดของท่าน โดยมีหน้าตักกว้างประมาณ 11.75 เมตร สูงประมาณ 15.44 เมตร

ด้านข้างวิหารหลวง คือ พระเจดีย์ขาว มีประวัติติดไว้ด้านหน้าขวาของพระเจดีย์ว่า เจดีย์ขาวบรรจุอัฐิของเจ้าพระยารัตรบดินทร์ (รอด) ผู้ที่ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 3 และ 4 ได้เป็นหลวงฤทธิ์นายเวร ต่อมาเป็นจหมื่นศรีสรรักษ์ และในรัชการที่ 5 ได้เป็นเจ้าพระยารัตนบดินทร์ที่สมุหนายก

พระเจดีย์ขาววัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

ลำดับการสักการะบูชาที่วัดกัลยาณมิตร โดยแต่ละลำดับให้จุดธูป 3 ดอก ดังนี้
1. ไหว้ฟ้าดินด้วยธูป 3 ดอก ที่กระถางใหญ่ตรงกลางลาน
2. ไหว้หลวงพ่อโต
3. ไหว้พระสังกัจจายน์
4. พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์

เมื่อรตจิตร ออกจากประตูวัด เพื่อไปริมฝั่งแม่น้ำ จะได้ยินเสียงจากวัดระฆังดังมาถึงวัด เพื่อให้คนขึ้นลงเรือมาเที่่ยวจากวัดระฆัง ไปวัดอรุณราชวราราม และวัดกัลนาณมิตรด้วย ก่อนถึงศาลาริมน้ำ เป็นลานกว้างที่คนนิยมมาจอดรถกัน มีศาลาเก๋งจีน สวยงาม มีเจดีย์ทรงถะยอดปรางค์ และทรงเครื่องหินอ่อน และมองไกลออกไปทางริมน้ำ รตจิตร เห็นเสารูปหงส์จีน เป็นหงส์สีทองเห็นชัดเจน ตั้งอยู่ด้านข้างศาลาเจ้าแม่กวนอิม

ก่อนออกจากวัดก็ช่วยอุดหนุนแม่ค้าพ่อค้าที่จอดรถ 3 ล้อถีบ หรือตั้งแผงขายของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำ จะขายดีที่สุด เพราะวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 เป็นอีกวันหนึ่งที่ร้อนมาก แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ด้วยปิติจากการได้ทำบุญ ทำสังฆทาน ณ วัดกัลยาณมิตรที่แม่ของรตจิตร อยากให้พวกลูก ๆ มาที่วัดนี้เพื่อไหว้ซำปอกง ตั้งนานแล้ว แต่พวกเราคิดไปเองว่ามายากมาเย็น ที่ไหนได้ง่าย และใกล้นิดเดียว

รัชกาลที่ 3 วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

กลับไปดูหน้าหลัก นำเที่ยววัดบนถนนอรุณอมรินทร์
1. วัดระฆังโฆสิตาราม
2. วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร
3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

รตจิตร พาทัวร์วัด สวยงาม น่ารัก

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดระฆังโฆสิตาราม

ทัวร์ไหว้พระ 3 วัดบนถนนอรุณอัมรินทร์ของรตจิตร ในวันนี้ วัดจะอยู่ด้านซ้ายมือของเส้นทางทุกวัด เพราะติดริมน้ำ โดยเริ่มต้นที่วัดระฆังโฆสิตาราม ตามความเห็นของรตจิตร คิดว่าส่วนมากเพื่อน ๆ จะรู้จักมักคุ้นวัดระฆังโฆสิตารามอยู่แล้ว เพราะมีพระอาจารย์ชื่อดังที่คนนิยมไปกราบนมัสการท่านอยู่เป็นประจำ และยังมีการดูดวงชะตากันที่ญาติโยมชอบกันมากมายอีกด้วย นอกจากนี้ที่ศาลาริมน้ำของวัดระฆัง ฯ ยังมีเรือคอยอำนวยสะดวกผู้คนให้บริการรับส่งเพื่อไปวัดอรุณราชวราราม และวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหารอยู่ทั้งวัน เพื่อข้ามแม่น้ำบางกอกใหญ่ ทำให้การมาวัดระฆังโฆสิตาราม สามารถต่อไปวัดที่สำคัญอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย

ระฆัง รตจิตร

แผนที่วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

กลับไปดูหน้าหลัก นำเที่ยววัดบนถนนอรุณอมรินทร์
1. วัดระฆังโฆสิตาราม
2. วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร
3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สุนัขกัด หมากัด การดูแล และการรักษา

Dog bites and how to cure
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 8, 2016

สุนัขกัดและการดูแล

**งานเขียนของรตจิตรนี้ เขียนจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน และกรณีที่เขียนพาดพิงถึงบุคคล สถานพยาบาลใด รตจิตร ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ เพราะรตจิตร ไม่ได้มีเจตนาอื่น ยกเว้นแค่ต้องการให้บุคคลในอาชีพนั้น ๆ สถานบันนั้น ๆ ได้ปรับปรุง พัฒนาระบบ และคนในสายอาชีพดังกล่าวให้ดีขึ้น เพื่อประโยชน์ของคนไข้ต่อไป

วันที่เกิดเหตุ : คืนวันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2559 เวลาประมาณ 21.00 น.
สถานที่เกิดเหตุ : หน้าบ้านของ รตจิตร เอง

ช่วงเวลาเย็น ๆ คนในบ้านของรตจิตร มักออกไป Jogging และหรือขี่จักรยานเล่น บริเวณหน้าบ้าน เป็นชวงเวลาที่ลูกบ้านหลาย ๆ คนก็ออกกำลังกายแบบนี้กัน เพราะบริเวณหมู่บ้านค่อนข้างกว้างมาก ต้นไม้ใบหญ้าก็เยอะ รตจิตรชอบเอาเศษอาหารไปให้หมาจรจัดในหมู่บ้านกิน เกือบทุกเย็น และตั้งชื่อให้พวกน้องหมาเพื่อให้สะดวกในการเรียกขาน ไซบีเรีย Browser, Opera 3 ตัวพี่น้อง, Firefox, Yellow, Line, และรวย นอกจากนี้ยังมีสุนัขอีก 3-4 ตัวที่อยู่ในหมู่บ้านโดยไม่มีเจ้าของมานาน ได้แก่ ไอหมี ไอขาว และไอดำ (มี 2 ตัว) เป็นต้น อีกทั้งยังมีสุนัขที่อื่นที่แอบมุดเข้ามาในหมู่บ้านตอนเย็น ๆ อีกด้วย

รตจิตร อยากบอกให้เพื่อน ๆ ระวังนิดหนึ่งว่า บางครั้งเราให้อาหารสุนัขจรจัดที่โตแล้ว เกือบทุกวัน เป็นเวลา 8-9 เดือนเต็ม จนเราอาจคิดว่ามันเชื่อง แต่ความจริงสุนัขจรจัดที่โตแล้ว อาจไม่เชื่องง่าย ๆ เพราะยังกลัวและหวาดระแวงอยู่ เนื่องจากอายุมาก ไม่ใช่น้องหมาเด็ก ๆ รตจิตรชะล่าใจ และถูกมันกัดไม่ปล่อยในที่สุด

ลักษณะการกัดของหมา
ตอนที่รตจิตร ถูกสุนัขจรจัดกัด มันกัดที่มือขวาหลายแผล ขยับเขี้ยวไปมาเพื่อหาที่กัดเหมาะ ๆ จนทำให้รตจิตรถูกกัดไป 6 ที่บริเวณมือขวา และมันมาหยุดขยับ แต่ใช้วิธีออกแรงกัดตรงจุดเดียวคือข้อนิ้วนาง และกดเขี้ยวตรงข้อนิ้วแบบไม่ปล่อยจนเป็นรูเขี้ยวลึกมาก ๆ ลึกชนิดที่ลูกสาวของรตจิตร สามารถเอาน้ำยางต้นหนุมานนั่งแท่นเพื่อห้ามเลือด หยดลงไปในรูได้ถึง 4 หยดจึงเต็มรูที่เขี้ยวเจาะอยู่ รตจิตรโชคไม่ดีที่ถูกกัดมือขวา เพราะส่วนมาก จะถนัดใช้มือขวามากกว่า แต่ยังโชคดีที่ถูกนิ้วที่ไม่สำคัญเท่าไร คือนิ้วนาง เพราะตอนนี้โสดอยู่ นิ้วนี้เลยไม่ค่อยสำคัญ แต่นิ้วนางก็อาจสำคัญสำหรับบางคนไว้ใส่แหวนไง รตจิตรโดนกัดนิ้วนางรู้สึกดีเพราะยังแข็งแรงกว่านิ้วก้อย อีกทั้งยังมีนิ้วก้อยช่วยเป็นเกราะกำบังไม่ให้ข้อนิ้วนางกระแทกถูกอะไรด้วย ทำให้หายเร็วขึ้น

อาการที่ถูกสุนัขกัด

อาการที่ถูกสุนัขกัด และการดูแล
วันที่ 1 ครั้งแรกเลือดไหลไม่หยุด ต้องใช้น้ำยางต้นหนุมานนั่งแท่น

อาจเพราะรตจิตรถูกกัดตอนกลางคืนด้วย เจ็บปวดมากจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่พยายามคุมสติ รตจิตรรีบไปล้างน้ำเปล่า ยอมให้น้ำไหลแรง ๆ ชำระล้างสิ่งสกปรกที่ปากแผล การดูแลที่ดีที่สุด เพื่อน ๆ ควรล้างและเช็ดแผล ด้วยน้ำเกลือ เพื่อฆ่าเชื้อโรค เรามาดูเรื่องน้ำเกลือ ที่ดีเพื่อฆ่าเชื้อโรค

น้ำเกลือที่ขายกันในท้องตลาดเป็นชนิดที่ประกอบด้วยเกลือหรือ Sodium Chloride 0.9 gram ต่อน้ำ 100 ml. เพื่อให้ความเข้มข้นเท่าของเหลวที่อยู่ในเซลล์ของคน ทำให้ล้างแล้วไม่แสบ เพราะป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องกระบวนการดูดซึม หรือ Osmosis แต่ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือนหลังจากเปิดขวดใช้ น้ำเกลือที่ดีจะต้องไม่มีวัตถุกันเสียแล้ว อย่างไรก็ตามรตจิตรคิดว่าไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อโรคมากนัก รตจิตรคิดว่าเราอาจใช้วิธีผสมเอง โดยให้เข้มข้นกว่าที่ขายกันตามท้องตลาด จะทำให้เชื้อโรคตายได้ แม้ว่าเนื้อบริเวณแผลก็ตายด้วยเช่นกัน มีผลให้แผลหายช้าลง แต่มั่นใจได้ว่าเชื้อโรคตายแน่ ๆ ด้วย แผลจะได้ไม่อักเสบหรือเน่า ซึ่งจะยิ่งแย่กว่าเสียอีก

น้ำเกลือล้างแผลหมากัด

ทำไมน้ำเกลือที่เข้มข้นทำให้เชื้อโรคและเนื้อบริเวณนั้นตาย ก็เพราะน้ำในเซลล์ของร่างกายจะพยายามขับน้ำออกมาเพื่อให้ความเข้มข้นเท่ากัน เซลล์ขาดน้ำจะช็อค และทำให้เซลล์ส่วนนั้นตายได้ ร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อทดแทน แต่ผลดีมาก ๆ คือเชื้อโรคจากน้ำลายหมา เชื้อโรคจาก Bacteria ในปากหมาจรจัด ก็จะตายไปด้วย ไม่เป็นอันตรายต่อคนที่ถูกมันกัด

หลังจากรตจิตรได้ล้างแผลจนคิดว่าสะอาดแล้ว โชคดีที่บ้านของรตจิตร มีต้นหนุมานนั่งแท่นหลายต้น ลูกสาวของรตจิตร รีบเอาน้ำยางจากต้นหนุมานนั่งแท่นมาหยดใส่แผลเพื่อห้ามเลือด วิธีการเอาน้ำยางอย่างประหยัดแต่ได้ผล รตจิตรเคยเขียนไว้แล้วเช่นกันใน sw-eden.net จากนั้นลูกก็พารตจิตรไปห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลธนบุรี 2 เพราะเป็นอุบัติเหตุ และเกิดเวลดึกแล้วด้วย เป็นช่วงที่เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากรตจิตรถูกหมาจรจัดกัด รตจิตรรู้สึกไม่ประทับใจกับการรักษาของโรงพยาบาลเลย และค่อนข้างงงมากว่า ทำไมพอมีคนไข้คนเดียวมาหา ทั้งหมอทั้งพยาบาลหลายคนมาก ๆ มารุมมาตุ้มกันยกใหญ่ จนน่าเกลียด เหมือนมีเหยื่อเข้ามาแล้ว แผลที่มือขวามือเดียว แต่จับดูกันไม่รู้กี่คน

dog bite หมากัด

หมอที่อยู่เวรวันนั้นต้องการจะเย็บแผลอย่างเดียว และผู้ช่วยบุรุษพยาบาลก็ต้องการจะเช็ดแผลโดยใช้แหนบม้วนสำลีเปิดแผล ล้วงลงไปเช็ด แต่รตจิตรไม่ยอม รตจิตรต้องการให้แค่ล้างให้สะอาด และเช็ดแผล ไม่ใช่ไปล้วงเปิดแผลซึ่งจะทำให้แผลใหญ่ และเหวอะมากขึ้น และไม่ต้องการเย็บด้วย เพราะเชื่อว่าจะทำให้แผลช้ำ และยิ่งเจ็บ ซึ่งจะทำให้แผลหมากัดหายช้าลงไปอีก ตลอดจนจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด และแผลใหญ่ขึ้นได้ หมอที่ดูอาการ คือดูอย่างเดียวจริง ๆ และก็มีแต่พูดว่าจะเย็บท่าเดียว พอรตจิตร ไม่ยอมให้เย็บ นายแพทย์ คนนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่ไปเขียนแบบฟอร์ม OPD Form ที่รตจิตรจำเป็นต้องใช้ เนื่องจากรตจิตร มีประกันอุบัติเหตุกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด จำเป็นต้องขอ ใบรายงานแพทย์ตรวจรักษาเพื่อเบิกประกัน (Attending Physician’s Report) และเพื่อป้องกันตัวเองของหมอ หมอบอกรตจิตรว่าต้องระบุในช่องการรักษาว่า ” ผู้ป่วยไม่ยินยอมให้เย็บแผล ไม่ยินยอมให้เปิดดูแผล ” รตจิตรก็ยืนยันไปว่าไม่มีปัญหา เพื่อน ๆ รู้มั้ยว่า นี่ขนาดรตจิตรไม่ยอมให้เย็บแผลนะ ค่าใช้จ่ายวันแรกก็ประมาณ 6,500 บาทแล้ว โดยมียาที่ทางโรงพยาบาลธนบุรี 2 ให้รตจิตรมาได้แก่

ยารักษาเมื่อสุนัขกัด

1. Augmentin 1GM
เป็นยาฆ่าเชื้อ แก้อักเสบ ทานหลังอาหารวันละ 2 เวลาเช้า เย็น ครั้งละ 1 เม็ด
2. I-Profen 400 MG
เป็นยาแก้ปวด ลดอักเสบข้อและกล้ามเนื้อ ทานพร้อมหรือหลังอาหารทันที วันละ 3 เวลาเช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ 1 เม็ด และ
3. ยาแก้ปวดทั่วไป หรือ พารา

วันที่ 2 มือบวม
แผลที่ถูกสุนัขจรจัดกัดมือ นอกจากมือของรตจิตรจะบวมมากแล้วเพราะคงอักเสบ ยังมีเลือดออกถ้าได้รับการกระทบกระเทือนนิด ๆ หน่อย ๆ ตรงจุดที่แผลลึก คือข้อนิ้วนาง รตจิตรต้องคอยเอาน้ำยางจากต้นหนุมานนั่งแท่นมาหยดใส่

วันที่ 3 มือบวม แต่เลือดไม่ออกแล้ว
รตจิตรคิดว่าที่เลือดไม่ออก เพราะรตจิตรใช้วิธีหยอดน้ำยางจากต้นหนุมานนั่งแท่นอยู่เรื่อย ๆ

อาทิตย์แรกผ่านไปนิ้วนางที่ถูกหมากัดมากที่สุด เริ่มชา เพราะไม่ค่อยได้ขยับมือขวา โดยเฉพาะนิ้วนาง มือที่ถูกหมาจรกัด ยังบวม นิ้วนางบวมที่สุด

สุนัขกัดมือบวม

อาทิตย์ที่ 2 ผ่านไป อาการทุกอย่างดีขึ้น มือหายบวม ยกเว้นนิ้วนางที่บวม และชา ฝ่ามือเริ่มแข็งเหมือนมีพังผืดเกาะไปถึงโคนและนิ้วนางทั้งนิ้ว รตจิตรใช้วิธีนวดฝ่ามือตลอด เพื่อให้พังผืดคลายตัวลง
อาทิตย์ที่ 3 เนื่องจากรตจิตรต้องออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง แต่แผลที่ถูกหมากัด ยังไม่สามารถโดนน้ำได้ รตจิตรจึงใช้วิธีว่ายน้ำแขนเดียว การว่ายน้ำท่ากรรเชียง ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่การว่ายแขนเดียวด้วยท่า Free Style นั้นยากมาก และเหนื่อยมาก นอกจากนี้ รตจิตร ยังป้องกันน้ำกระเฉาะถูกแผลสุนัขกัด โดยการหุ้มมือด้วยถุงมือบ้าง ถุงพลาสติกบ้าง
อาทิตย์ที่ 4 รตจิตรเริ่มให้แผลถูกน้ำได้บ้าง เพราะต้องการทำความสะอาดอย่างละเอียด ไม่เช่นนั้นแผลจะคันมากเพราะใกล้หายแล้ว
อาทิตย์ที่ 5 แผลหายเกือบ 100% แต่ปลายนิ้วนางยังชามาก จนรตจิตรเองก็รู้สึก

สุนัขจรจัด

การฉีดยา เมื่อถูกหมากัด รตจิตรขอสรุปสั้น ๆ ดังนี้

1. ฉีดยาป้องกันบาดทะยัก
เช็มที่ 1 Day 0 วันแรกที่ถูกหมากัด เช่นวันที่ 20/6/2016
เช็มที่ 2 ระยะเวลา 1 เดือนนับจากวันที่หมากัด เป็นวันที่ 20/7/2016
เช็มที่ 3 ระยะเวลา 6 เดือนนับจากเข็มที่ 2 ซึ่งก็คือวันที่ 20/1/2017

2. ฉีดยาวัคซีน VERORAB เข้ากล้ามเนื้อ (IM Regimen) เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ขนาดที่ใช้ต่อการฉีดแต่ละครั้งคือ 0.5 ml.
เช็มที่ 1 Day 0 วันแรกที่ถูกหมากัด เช่นวันที่ 20/6/2016
เช็มที่ 2 Day 3 วันที่ 3 ก็จะเป็นวันที่ 23/6/2016
เช็มที่ 3 Day 7 วันที่ 7 จะเป็นวันที่ 27/6/2016
เช็มที่ 4 Day 7 วันที่ 7 หรือวันที่ 04/7/2016
เช็มที่ 3 Day 7 วันที่ 7 คือวันที่ 20/7/2016

มีคำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า แนบมากับบัตรนัดที่ให้รตจิตร เพื่อให้ได้ผลในการป้องกัน ควรมารับการฉีดวัคซีนให้ตรงเวลา และถ้ามีอาการอื่น ควรติดต่อโรงพยาบาลด้วย รตจิตรมีอาการนิดหน่อยคือตัวร้อนรุม ๆ หลังจากฉีดวัคซีน เพราะร่างกายของเราคงต้องสร้างภูมคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับวัคซีนที่เข้าสู่ร่างกายนั่นเอง รตจิตรก็เลยใช้วิธีนอนพัก
เนื่องจากรตจิตรมีประกันอุบัติเหตุกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด จึงไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลธนบุรี 2 และรับการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า และบาดทะยักมาตลอดอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ทางโรงพยาบาลคิดค่ารักษารวมต่อครั้ง 795 บาท เป็นค่าบริการ 115 + ค่าวัคซีน 680 บาท

การดูแลรักษาเมื่อสุนัขกัด

ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ถ้าถูกสุนัขกัด
รตจิตรสรุปจากกรณีที่เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชน โดยไม่ได้ให้โรงพยาบาลล้างแผลทุกวัน แต่ใช้วิธีล้างแผลเองนะ สรุปได้ดังนี้

1. 20/6/2016 คือวันแรกก็ประมาณ 6,500 บาท รวมวัคซีนเข็มแรก 2 เข็ม ทั้งป้องกันพิษสุนัขบ้า และบาดทะยัก
2. ค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนอีก 5 วันคือ
23/6/2016 วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เข็มที่ 2 ค่าใช้จ่าย 795 บาท
27/6/2016 วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เข็มที่ 3 ค่าใช้จ่าย 795 บาท
4/7/2016 วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เข็มที่ 4 ค่าใช้จ่าย 795 บาท
20/7/2016 วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เข็มที่ 5 และวัคซีนป้องกันบาดทะยัก เข็มที่ 2 ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาท
20/1/2016 วัคซีนป้องกันบาดทะยัก เข็มสุดท้าย เข็มที่ 3 ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท

การดูแลรักษาเมื่อสุนัขกัด

วันนี้รตจิตรขอจบเพียงเท่านี้ และขอสรุปว่า อย่าไว้วางใจ สุนัขที่เราไม่ได้เลี้ยงมาเองตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะไม่ใช่ทุกตัวจะวางใจเราเสมอ แต่อาจระแวงเราต่างหาก และถ้าเพื่อน ๆ ไม่ได้เบิกจากบริษัทประกัน ก็สามารถให้ประกันสังคมฉีดวัคซีนให้ทุกเข็มโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องใจเย็นในเรื่องรออย่างเดียว

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน
Where is Sukhumbhand Paribatra?

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

14 พฤษภาคม 2559 รตจิตรไปกินข้าวมันไก่แสนอร่อย ถัดจากห้างพาต้า ปิ่นเกล้าไปเล็กน้อย เจ้าของร้านค้าหลาย ๆ ร้านมีสีหน้าเคร่งเครียด ต่างพูดเรื่องเดียวกัน กทม.ไม่ให้มีร้านค้าตามฟุตบาทแถว พาต้า ทุกคนกังวลเกี่ยวกับอนาคตของร้าน อนาคตของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้น บางคนคิดถึงลูกค้าหลายต่อหลายคนที่ผูกท้องไว้กับร้านด้วย ป้ายจากกทม. สำนักงานเขตบางพลัด ติดบริเวณรอบ ๆ ด้านหน้าพาต้า เพื่อไม่ให้มีร้านค้า

“จุดผ่อนผันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า และบริเวณเวิ้งปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการยกเลิก ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2559”
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สำนักงานเขตบางพลัด

รตจิตร คิดว่าการที่ กทม. จะยกเลิกร้านค้าบริเวณพาต้า นอกจากจะไม่ถูกต้อง ยังไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่เหมาะสม 100% เพราะ

1. กทม. ไม่สามารถช่วยเรื่องความปลอดภัยของประชาชนได้

รตจิตร ให้ความสำคัญข้อนี้อย่างมาก ความปลอดภัยของชาวบ้านแถวนี้ บริเวณนี้ มีการฉกชิงวิ่งราว มากพอสมควร ที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ไม่สามารถช่วยประชาชนได้ หรือไม่สามารถช่วยได้ตลอด ความเห็นของรตจิตร และเพื่อน ๆ แถวนี้อีกหลายคน คิดว่า พ่อค้าแม่ค้า เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนชั่วอาจไม่กล้า

2. ฟุตบาท บริเวณพาต้า กว้างมาก ๆ จนการมีร้านค้าไม่มีผลให้แคบลง

ถ้าเปรียบเทียบกับบริเวณอื่น ๆ ที่กทม. สั่งให้ยกเลิกแผงลอย ร้านค้าแผงลอยแล้ว จะเห็นได้ว่า ฟุตบาท แถวพาต้ากว้างใหญ่เหลือเกิน จึงไม่มีผลกระทบต่อผู้คนที่สรรจรไปมาเลย สุขุมพันธุ์ ไม่ได้อยู่ย่านนี้ คุณจะรู้อะไร

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

3. ผู้คนบริเวณนี้ฝากปากท้องไว้กับร้านค้า จำนวนมหาศาล

รตจิตร บอกรับว่า บริเวณแถวพาต้า มีประชาชนเดินขวักไขว่ตลอด อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา แค่กทม. ไม่ให้มีร้านตั้งวันจันทร์ ก็สร้างความลำบากแสนสาหัสพอแล้ว กทม. ไม่ได้ช่วยอะไรแถวนี้ แต่กำลังสร้างปัญหาให้กับประชาชนอย่างยิ่ง

4. กทม. ทำให้ต้นทุนการค้าเพิ่ม

ถ้าร้านค้าต่าง ๆ ไม่มีฟุทบาท ในขณะที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ก็ต้องไปเช่า ต้นทุนค่าเช่า ทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น เป็นภาระแก่ประชาชน กทม. ไม่สามารถช่วยอะไรได้

สุขุมพันธุ์ บริพัตร หายหัวไปไหน

ข้อเสนอแนะ

รตจิตรอยากให้ กทม. คิดดูใหม่ว่า ถ้าต้องการเคลียร์พื้นที่ บริเวณป้ายรถเมล์ ก็ควรกำหนดระยะไม่ให้มีร้านค้า เช่น หน้าห้างพาต้า ตรงป้ายรถเมล์พอดี เป็นระยะทางยาว 5 เมตร เป็นต้น
กทม. อย่าทำร้ายชาวบ้าน อย่าทำร้ายประชาชนเลย และอย่าส่งเสริมให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อร้านค้าไม่มีที่ ร้านค้าต้องหาที่เช่าตามตลาด ซึ่งเป็นของเอกชนเพียงกลุ่มเดียว

ถ้าร้านค้าต่าง ๆ ไม่มีฟุทบาท ในขณะที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ก็ต้องไปเช่า ต้นทุนค่าเช่า ทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น เป็นภาระแก่ประชาชน กทม. ไม่สามารถช่วยอะไรได้

Leave a comment

Filed under Uncategorized

กรณี พ่อค้าตาย 700 ศพ

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | June 28, 2016

**งานเขียนของรตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน และกรณีที่เขียนสรุปผิดพลาดในความหมายโดยไม่ได้มีเจตนา รตจิตร ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้

ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพ ฯ (Wat Anong Ka Ram Worraviharn, Klongsan, Bangksok)
สถานที่ : ณ ชมรม แมสบุญรักษา ชมรมชาวพุทธพาต้า และมูลนิธิชาวพุทธพาต้า

พระมหาสิริชัย

วันที่รตจิตรได้ฟังการแสดงธรรมจากพระที่หนุ่มที่สุด ที่ชมรมชาวพุทธพาต้า กราบนมัสการให้มาบรรยายธรรมในวันนี้ แม้วัยพรรษาท่านจะน้อย แต่ความรู้และความสามารถในการแสดงธรรมบรรยาย ไม่น้อยเลย จาก facbook ของท่าน พระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี ส่วนมากจะเห็นว่าสอนเด็ก และเยาวชน รตจิตร เคยได้ยินคนพูดบ่อย ๆ ว่า คนแก่ก็เหมือนเด็ก สงสัยแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้ท่านสอนผู้ใหญ่และคนมีอายุในวันนี้ได้อย่างไม่เบื่อ แต่กลับทำให้ธรรมบรรยาย สนุก เรียกเสียงฮา และน่าติดตาม ตลอดระยะเวลาการฟังธรรมบรรยาย ไม่รู้ว่า รตจิตร ชมมากไปหรือเปล่า

พระมหาสิริชัย เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่รตจิตรชอบฟังท่านบรรยายธรรม แม้จะเป็นการฟังครั้งแรก สิ่งที่รตจิตร ชื่นชอบที่สุดคือ การเตรียมตัวมาบรรยายธรรมของพระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี เรียกว่าสอบผ่านเลยแหละ เพราะข้อมูลที่นำมาบรรยาย เยอะมาก และดีด้วย (ถ้าญาติโยมตั้งใจฟัง) ก่อนการบรรยายธรรม พระมหาสิริชัย เริ่มต้นการบรรยายด้วยการเช็คสติของญาติโยมง่าย ๆ โดยตั้งคำถามแล้วให้ตอบแบบสนุก ๆ อย่างไรก็ตาม รตจิตร ขอสรุปแบบกระชับ ดังนี้

เรื่องที่ 1. พ่อค้าพาณิชย์ 700 คน ตายหมด
เนื่องจากเรืออัปปาง (เรื่องศีล 5)

พระมหาสิริชัย เริ่มบรรยายธรรมเกี่ยวกับศีล 5 ว่าเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐาน โดยเล่าชาฎกประกอบการบรรยายเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับพ่อค้าพาณิชย์ 700 คน ที่ลงเรือไปค้าขายต่างแดน แต่บังเอิญเรือกำลังจะอัปปาง หนึ่งในพ่อค้าพาณิชย์นี้เป็นสัตตบุรุษ เป็นพระโพธิสัตว์ ผู้ซึ่งไม่กลัวตายเพราะได้รับศีลจากสมณะแล้ว ใครได้รับศีลแล้ว หากยึดถือปฏบัติเป็นประจำ จะไม่ไปสู่ทุขคติ พ่อค้าพาณิชย์ทั้ง 700 คนจึงอยากได้บ้าง สัตตบุรุษในเรือพาณิชย์จึงแบ่งพ่อค้าทั้ง 700 คนออกเป็น 7 กลุ่มในขณะที่เรือกำลังจะจม ได้แก่

รตจิตรฟังธรรมบรรยาย

กลุ่มที่ 1 คือ 100 คนแรก ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำปริ่มเท้า
กลุ่มที่ 2 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำเท่าหัวเข่า
กลุ่มที่ 3 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำเท่าเอว
กลุ่มที่ 4 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมสะดือ
กลุ่มที่ 5 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมอก
กลุ่มที่ 6 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมคอ
กลุ่มที่ 7 คือ 100 คนสุดท้าย ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมปาก หรือใกล้ตายแล้ว

และพ่อค้าพาณิชย์ทั้ง 700 คนก็ตาย ไปเกิดเป็นเทวดาชั้นดาวดึงษ์ ต่างคิดถึงแต่สัตตบุรุษที่ให้ศีลก่อนตาย ก็คือการคบหาผู้ทรงศีล ในที่นี้คือ สัตตบุรุษ ใครได้อยู่ใกล้ก็จะเจริญทั้งในภพนี้และภพหน้า พระมหาสิริชัยจึงพูดต่อถึงเรื่องอนิสงส์ของการถือศีล 5 ง่าย ๆ ว่าเป็นหลักประกันด้านใดแก่ผู้รักษาศีลข้อนั้น ๆ ดังนี้

เรื่องที่ 2 อนิสงส์ของการถือศีล 5

1. ห้ามฆ่าสัตว์:
อานิสงส์คือ อายุยืน เพื่อเป็นการประกันชีวิต
2. ห้ามลักทรัพย์:
อานิสงส์คือ จะมีทรัพย์ เพื่อประกันด้านทรัพย์สิน
3. ห้ามประพฤติผิดในกาม:
อานิสงส์คือ ไม่เกิดวิบากกรรมแก่ตนและครอบครัว เพื่อประกันด้านครอบครัว
4. ห้ามพูดปด:
อานิสงส์คือทำให้เป็นที่น่าเชื่อถือ เพื่อประกันด้านสังคม
5. ห้ามดื่มสุราเมลัย:
อานิสงส์คือ ไม่ให้ขาดสติ เพื่อเป็นการประกันด้านสติปัญญา

รตจิตรฟังธรรมบรรยาย

พระมหาสิริชัย ได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เพื่อเสริมในเรื่องความสำคัญของการมีศีล ซึ่งเป็นกลอนที่ทั้งไพเราะ ทั้งทันสมัยตลอด จนถึงปัจจุบัน และต่อไปในอนาคตด้วย รตจิตร เองก็ชอบพระราชนิพนธ์ และคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อ่าน sw-eden.net ก็คงชอบเช่นกัน รตจิตร จำได้ว่าได้ยินพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 บทนี้มานานมากแล้วตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เดี่ยวกับ “งามด้วยศีล” แต่อยู่ที่สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครนำขึ้นมาอ้างอิง เพราะสมัยนี้สังคม online เร็วมาก คนบริโภคสื่อก็รับข้อมูลข่าวสารเต็มไปหมด อย่างรวดเร็ว จนสมองไม่ค่อยคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ทั้งๆ ที่ไพเราะและทรงคุณค่ามาก มารื้อฟื้นความทรงจำดี ๆ กับรตจิตรดีกว่า ตามที่พระมหาสิริชัยยกขึ้นมาเป็นบทสรุปของศีล 5 ก่อนจะไปหัวข้อถัดไป ดังนี้

“อันสตรีไม่มีศีลก็สิ้นสวย
บุรุษด้วยไม่มีศีลก็สิ้นศรี
ภิกษุเล่าไม่มีศีลก็สิ้นดี
ข้าราชการศีลไม่มีก็เลวทราม….”

เรื่องที่ 3 ทาน: อนาถบิณฑิกเศรษฐี และนางวิสาขา

เรื่องวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยพุทธกาล ได้แก่
– วัดพระเวฬุวันมหาวิหาร โดยพระเจ้าพิมพิสารทรงให้สร้างถวายเป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา

– วัดเชตวันมหาวิหาร รตจิตรฟังเรื่องของอุบาสก อุบาสิกา คู่นี้มานานมาก หลายต่อหลายครั้งแล้วด้วย แต่รตจิตรเพิ่งรู้วันนี้เองว่า นางวิสาขาเป็นหลานสาวของอนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือ สุทัตตอนาถปิณฑิกคฤหบดี ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นอุบาสกที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก จึงได้สร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเงินมหาศาล โดยการซื้อสวนมะม่วงจากพระเจ้าเชษฐ์ เพื่อเป็นการให้ทานอย่างหนึ่งแก่ผู้ยากไร้ด้วย
เรื่องการสร้างวัดถวายแด่พระพุทธศาสนานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยทรงตรัสไว้ว่า บัดนี้พระพุทธศาสนาได้หยั่งลึกลงพื้นโลกแล้ว เพราะเป็นการสร้างวัดบนพื้นดินนั่นเอง

– วัดบุพพารามมหาวิหาร นางวิสาขา ซึ่งได้บรรลุโสดาบันตั้งแต่นางอายุได้เพียง 7 ขวบ นางเป็นผู้สร้างวัดบุพพารามมหาวิหาร อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มถวายผ้าอาบน้ำฝน นางวิสาขาเป็นอุบาสิกาที่ไปวัด ไม่เคยไปมือเปล่า นางต้องเตรียมปัจจัยไทยธรรมไปด้วยเสมอ ด้วยความดีอย่างมากด้านนี้ ทำให้นางวิสาขาได้รับยกย่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เป็นเอตทัคคะฝ่ายทายิกา คือเป็นผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย ในฝ่ายของผู้เป็นทายิกานั่นเอง

ก่อนจะเริ่มเรื่องที่ 4 รตจิตร อยากเอาคำเปรียบเปรยเรื่องการให้ เกี่ยวกับจำนวนเงินที่ผู้ให้มี ที่พระมหาสิริชัย นำมาพูดในการแสดงธรรมด้วย ดังนี้
– ถ้าคนที่ 1 ที่ให้เงินเรามีเงินอยู่ 1,000 บาท และให้เงินเรา 100 บาท กับ
– คนที่ให้เราคนที่ 2 มีเงินอยู่ 100 บาท แต่ให้เราทั้งหมดที่มีคือ 100 บาทด้วย
เราจะรู้สึกดี ๆ กับผู้ให้คนที่ 2 มากกว่าผู้ให้ คนที่ 1

อาจารย์พราว ไหว้พระ

เรื่องที่ 4 การทะเลาะวิวาท

สุดท้ายของการบรรยายธรรม พระมหาสิริชัย ก็ปิดท้ายด้วยเรื่อง หากคนเราอยู่ด้วยกันอย่างสันติคงมีความสุข แต่ เป็นธรรมดาที่เราต้องเคยเข้าใจผู้อื่นผิด และต้องเคยถูกผู้อื่นเข้าใจเราผิดด้วย ท่านได้ยกตัวอย่างกลอนเกี่ยวกับ การไม่ต้องทะเลาะกับใคร นั่นแหละดีที่สุด แต่รตจิตรพยายามหาว่าใครเป็นคนแต่ง เพื่อให้เกียรติผู้แต่ไว้ในบทความสรุปการบบรยายธรรมในครั้งนี้ แต่ google search เท่าไรก็ไม่มีใครเขียนไว้ รตจิตรจะยินดีมาก หากเพื่อน ๆ หรือใครรู้จะช่วยมา comment ว่าเป็นผลงานแต่งของใคร เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้แต่ง รตจิตรขะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้

“ทะเลาะกับเมีย เพลียใจที่สุด
ทะเลาะกับผัว ปวดหัวที่สุด
ทะเลาะกันแฟน แค้นใจที่สุด
ทะเลาะกับมิตร หงุดหงิดที่สุด
ทะเลาะกับพ่อแม่ แย่ที่สุด
ทะเลาะกับลูก ทุกข์ใจที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน รำคาญใจที่สุด
ทะเลาะกับพี่น้อง ฟ้องร้องไม่สิ้นสุด
ทะเลาะกับพระเณร เวรกรรมที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ฟุ้งซ่านที่สุด
ทะเลาะกับลูกน้อง มัวหมองที่สุด
ทะเลาะกับนาย วอดวายที่สุด
ทะเลาะกับผู้บังคับบัญชา ไม่ก้าวหน้าที่สุด
ทะเลาะกับครูอาจารย์ ร้าวฉานที่สุด
ทะเลาะกับนักเลง ถูกข่มเหงไม่สิ้นสุด
ทะเลาะกับขี้เมา งี่เง่าที่สุด
ทะเลาะกับคนบ้า น่าระอาที่สุด
ทะเลาะกับสตรี เสียศักดิ์ศรีที่สุด

ไม่ทะเลาะกับใคร .. สบายใจที่สุด

วัดขุนอินทรประมูล อ่างทอง

เรื่องที่ 5 ดูใจ

พระมหาสิริชัยยกกลอนสุขภาพใจให้ญาติโยมในห้องฟัง เป็นกลอนที่ไพเราะมาก รตจิตรเคยได้ยิน แต่อีกนั่นแหละ จำไม่ได้ จึงไปหาจาก seach engine, google.com สมัยนี้ช่างค้นหาง่ายเหลือเกิน ผิดกับสมัยที่ รตจิตรเรียนหนังสือ ผลที่ได้ กลอนนี้มาจากส่วนหนึ่งในเนื้อเพลงโลกสัจจธรรม แต่งโดย มานิต นส. มองตน มีใจความไพเราะดังนี้
“…..โลกภายนอก กว้างไกล ใครใครรู้
โลกภายใน ลึกซึ้งอยู่ รู้บ้างไหม
จะมองโลก ภายนอก มองออกไป
จะมองโลก ภายใน ให้มองตน….”

พระมหาสิริชัยจบการบรรยายธรรมในวันนี้ด้วยประโยคเด็ด จากคำกล่าวของขงจื้อว่า
“เราสามารถมองไกลถึงขอบจักรวาล แต่เราไม่สามารถมองคิ้วของตนเองได้”

รตจิตร คิดว่า การเรียนหรือศึกษาธรรมะ ก็คือการเรียนเกี่ยวกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นโลกภายนอก โลกภายใน หรือการศึกษาให้รู้ “ตัวกู” ด้วยนี่เอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ดราม่าหนังไทย ฆ่าตัวตาย

The Drama of Thai cinema
เขียนโดย ©รตจิตร
Written by Ratajit | June 22, 2016

**งานเขียนนี้ของรตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน เนื้อหาที่เขียนทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของรตจิตร ไม่ได้มีเจตนา discredit หนังไทย แต่รตจิตรคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่อ่าน

คำนำ

หนังไทยหลาย ๆ เรื่อง มีเรื่องการฆ่าตัวตาย หรือ อัตวินิบาตกรรม อยู่ในเรื่อง เพื่อเป็นการหนีปัญหา เพื่อเป็นบทสรุป หรือเพราะคิดว่าเป็นทางออก เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ซึ่งแท้จริงไม่ใช่การแก้ปัญหา หนังไทยไม่ควรมาให้ตวามสำคัญเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ตัวอย่างเช่น

ดราม่าหนังไทยฆ่าตัวตาย

– เรื่องแฝดล่องหน ที่มีแฝด 3 คนแต่เหลือ 2 คนเป็นตัวเด่นคือ พิมพ์ดาวและพิมพ์เดือน โดยตอนใกล้จบ มีตอนหนึ่งที่พิมพ์ดาวขู่ว่าถ้าพิมพ์เดือนเปิดเผยเรื่องไม่ดีของตน ตนจะฆ่าตัวตาย หรือ
– เรื่องกำไลมาศ ที่เหมยกุยได้ทำพิธีลงยันต์ไว้กับสมุดบันทึก เพื่อเปิดโปงความเลวของล้อมเพชร แล้วก็ฆ่าตัวตายไป
– เรื่อง พระเอก ชื่อไม้นำพานดอกไม้ไปสู่ขอกาหลงทันทีเมื่อสร้างเรือนเสร็จ แต่แม่กลอยกลับคำโดยเพิ่มเงื่อนไขให้หาเงินมาเพิ่ม กาหลงเสียใจกับการกระทำของแม่กลอยจึงคิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่ไม้เตือนสติกาหลงเพื่อให้ฟันฝ่าอุปสรรค กรณีการฆ่าตัวตายจึงไม่เกิด

เรื่องเล่าเช้านี้ ของรตจิตร

รตจิตร อยากเขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่านถึงประสบการณ์จริงที่เกิดกับตัวรตจิตรในวันนี้ 22 มิถุนายน 2559 เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ไม่ให้เกิดกับเพื่อน ๆ คือ แม่ลูก ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งมีเรื่องทะเลาะกันง่าย และแม่ลูกยิ่งสนิทกัน ก็ยิ่งมีเรื่องทะเลาะกันมากขึ้น แต่ก็มีแม่ลูกหลายคู่ที่ไม่แสดงออก ที่ไม่ยอมให้ใครรับรู้ เพื่อให้สังคมเห็นแต่ภาพด้านที่สวยงามของครอบครัว เช้าวันนี้ รตจิตรมีเรื่องทะเลาะกับลูก ก่อนลูกไปทำงาน ทำให้คิดโน่นคิดนี่ และจบลงด้วยอยากหาทางออกโดยจบชีวิตตัวเองซะ พอลูกกลับมา ก็มีเรื่องทะเลาะกันอีก จากเรื่องเล็ก ๆ จนกลายเป็น เรื่องใหญ่ ความคิดที่อยากฆ่าตัวตายก็ผุดขึ้นมาอีก และก็รู้สึกว่าตัวเองได้ใช้คำดราม่าต่าง ๆ เหมือนใน ดราม่าของหนังไทย ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบัน รตจิตร ก็ไม่ค่อยได้ดูหนังไทยแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นดราม่าหนังไทยฝังหัว คำต่าง ๆ ที่รตจิตรใช้กับลูก เช่น

– วันนี้รตจิตร ร้องไห้มามากแล้ว ตั้งแต่นี้ลูกจะไม่เห็นรตจิตรร้องไห้อีก หรือ
– บอกลูกว่า พอแล้วกับการร้องไห้ หรือ
– รตจิตรเสียใจที่ทำตัวให้มีปัญหา ทำให้ลูกกลุ้มใจ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ลูกจะไม่ต้องกลุ้มใจแล้ว หรือ
– รตจิตรหาทางออกได้แล้ว แต่ไม่ใช่วันนี้ เป็นพรุ่งนี้ เป็นต้น

ดราม่าหนังไทย

ลูกสาวก็พอรู้ว่า รตจิตร หมายถึงอะไร ลูกพยายามดึงรตจิตรให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ให้มีสติกับปัจจุบัน และลูกกับรตจิตรก็เถียงกันรุนแรงขึ้นอีก รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรตจิตรคิดถึงแต่ภาพวันพรุ่งนี้ที่รตจิตรคิดจะฆ่าตัวตาย สภาพรตจิตรเหมือนคนขาดสติ เหมือนดราม่าในหนังไทยชัด ๆ เมื่อลูกตำหนิให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน รตจิตรก็ยิ่งดราม่า โดยคิดว่างั้น รตจิตรก็ตายเสียวันนี้ดีกว่า ตายในปัจจุบันนี่แหละ รตจิตรพยายามฆ่าตัวตายโดยกลั้นหายใจ ในขณะเดียวกันก็พยายามคิดถึงเรื่องความตายเป็นเรื่องธรรมดา

ภาวะที่ รตจิตรกลั้นหายใจ

รตจิตรรู้สึกว่ากลั้นอยู่นาน นาน จนสมองขาดอ๊อกซิเจน จนรู้สึกปวดหัวมาก และมึนมาก รตจิตรรู้ว่าสามารถกลั้นหายใจต่อได้ แต่ถ้าไม่ตาย ก็จะมีภาวะสมองขาดอ๊อกซิเจน พิการได้ ในขณะนั้น เสียงลูกก็พูดตลอด ให้รตจิตรรู้สึก รู้สึก มีสติ เลิกดราม่าหรือเลียนแบบหนังไทยได้แล้ว รตจิตรจึงหยุดทำ เพราะรู้สึกร่างกายเริ่มไม่ไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสมือนหัวจะระเบิด จะแตกเอา

การตายแล้วเกิดใหม่

รตจิตรมีสภาพเหมือนคนตาย หรือใกล้ตาย แล้วเกิดใหม่ เพราะการเตือนสติของลูกตลอดที่ทะเลาะกันทำให้มีสติ ตาสว่าง จึงคิดว่า รตจิตรจะไม่ทำตัวอย่างหนังไทยที่มีแต่ Drama ไม่อยากให้ Drama ของหนังไทยมาครอบงำจิตใจ ความคิด สติปัญญา และสัมปัญชัญญะ ของใคร และไม่อยากให้หนังไทยมีแต่เรื่อง Drama ฆ่าตัวตายจนเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีของสังคม เพราะความจริงมีทางออกที่ดีกว่าการฆ่าตัวตาย

ประตูทางออก

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน

Tourist Information Center of Nan

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | June 14, 2016

ปู่ม่านย่าม่าน_น่าน

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวจังหวัดน่าน ด้วยต้นเอง

ที่ตั้ง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน
46/1 ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน 55000 โทรศัพท์: 054-751169

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว_น่าน

คำนำ

รตจิตร อยากแนะนำเพื่อน ๆ เกี่ยวกับ เรื่อง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน เป็นส่วนที่หน่วยงานราชการของจังหวัดน่าน ตั้งขึ้น มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยว อย่างดีมาก นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และป้ายโฆษณาเกี่ยวกับจังหวัดน่าน มีแผนที่โดยรวม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในตัวเมืองน่าน ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะโดยรอบศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รตจิตร สามารถเดินไปเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวได้มากมาย เช่น วัดภูมินทร์ ยิ่งเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ ยิ่งเยี่ยม เพราะมี ถนนคนเดิน ตรงลานหน้าวัดภูมินทร์ ด้วย เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เลือกซื้อของกินอร่อย ๆ สินค้าพื้นเมือง งานฝีมือ ของน่าน ในราคาย่อมเยา ตลอดจนมีเพื่อนเดินด้วยเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ นอกจากนี้ยังสะดวกในการหาซื้อสินค้าต่าง ๆ ด้วย

รตจิตร_ฮักน่านนานนานนะ

ข้อมูลทั่วไป

วันที่ทีมของ รตจิตร ไปเที่ยวจังหวัดน่าน นั้น ทางศูนย์ ฯ กำลังปรับปรุงพื้นที่ทางเดิน ปูพื้น ปูอิฐบล็อก ภายในศูนย์ ฯ เชื่อมั้ยว่า รตจิตรเดินไปเที่ยววัด รอบ ๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน ไม่นาน เรียงลำดับดังนี้ วัดสวนตาล พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ศูนย์โอทอปน่าน และวัดภูมินทร์ (เป็นการไปวัดนี้ ครั้งที่ 2) ขากลับมาผ่าน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน อีกครั้งเพื่อซื้อเสื้อผ้าทอมือ ปรากฏว่า คนงานปูพื้นเสร็จทั้งศูนย์ ฯ แล้ว คือ รตจิตร กำลังจะเทียบกับการทำงานของ กทม. ทำไปเถอะ ช้าเหลือเกิน

รตจิตร_กระซิบฮักน่าน

พวกรตจิตรแวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ เพราะอาศัยว่าเตรียมตัวหาข้อมูลมาอย่างดี จากเว็บไซต์ต่าง ๆ และอาจารย์ พราว ก็ download แผนที่ไว้ใน iPad เรียบร้อย ทำให้การเดินทางต่าง ๆ มีอาจารย์ พราว เป็นคนนำทางตามแผนที่ ไม่มีหลง และกะเวลาได้แน่นอน จริง ๆ มีหลงอยู่ 1 ครั้ง เพราะ google map บอกว่าให้ขับตรงไป จะเป็นถนนเล็ก ๆ ออกทะลุถนนใหญ่ได้ แต่ความจริงเป็นทางเข้าบ้านใหญ่ ๆ หลังหนึ่งที่เจ้าของบ้านชอบเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ เป็นลานปูด้วยอิฐ เป็นทางยาวเข้าไป ถึงด้านหน้าซึ่งเป็นบันได้กว้าง ๆ ขึ้นบ้าน ทำให้รตจิตรต้องขับถอยหลังออกมา อิ อิ รตจิตรเข้าใจเลยว่า ทำไม หลายครั้งที่ navigator พาคนขับรถเข้าไปตามบึง ตามทะเลสาบที่ราบเรียบ เพราะคิดว่าเป็นถนนนี่เอง

รถราง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน่าน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่เพื่อน ๆ รตจิตร ขอแนะนำว่า โดยปกติ เพื่อน ๆ ที่มาจังหวัดน่านครั้งแรก ควรจะแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงน่าน เพราะว่า

1.กรณีที่มีนักท่องเที่ยว จำนวนมาก

ทีมรตจิตรไปเจอกับตัวเอง แม้ว่าวันนั้นจะเป็นวันธรรมดา ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ หรือเทศการใด ๆ แต่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน จะเพิ่มรอบทำงานของการทัวร์โดยรถราง จาก 2 รอบ เป็น 4 รอบ เพราะทางการรู้ว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาน่านจำนวนมาก ซึ่งเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ จริง ๆ เพราะรถรางคันหนึ่ง สามารถจุได้ ประมาณ 24-25 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่มัคคุเทศน์ หรือบางคัน บางวันก็เจอ อาสาสมัคร น่ารัก ๆ ของน่าน พูดแนะนำบนรถรางด้วย เพื่อดูวิถีชีวิต ของน่าน ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต”

อาจารย์พราว_รถรางน่าน

สถานที่ต่าง ๆ ที่รถรางของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่าน พาไป พร้อมมัคคุเทศน์ ได้แก่ 1. วัดมหาโพธิ์ 2. วัดน้ำล้อม 3. วัดสวนตาล 4.วัดดอนแก้ว 5. พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด รอบเมือง ไหว้พระ อาจไม่ถึง 9 วัดของ อำเภอเมืองน่าน เพราะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง รตจิตรคิดว่า ดีนะ เพราะเป็นการสำรวจเบื้องต้น ว่าควรจะเที่ยวเจาะลึกที่วัดไหนอีก อย่างไร และเป็นการให้รายได้แก่เทศบาล และทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกอาชีพเป็นมัคคุเทศน์ด้วย ตารางรถรางและค่าบริการรถรางโดยทั่วไป อยู่ในหัวข้อเรื่องกรณีทั่วไป

ตารางรถรางเวลาน่าน

2.ตารางรถรางกรณีทั่วไป Continue reading

Leave a comment

Filed under Uncategorized