Author Archives: The SW Eden

About The SW Eden

Sw Eden is known as a Thai artist.

ตุ๊ด ก็เป็นได้แค่ตัวตลกในหนัง และผิดหวังตลอด

บทความโดยคุณ หนุ่มน้อย และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

หนุ่มน้อย: ผมไม่ชอบการเหยียดเพศที่ 3 เพราะ ในสังคมในปัจจุบันเราเริ่มมีการให้คุณค่าแก่ตัวบุคคลด้วยกันแล้ว ในเรื่องของสิทธิความเท่าเทียมที่สังคมได้ให้ว่าผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีสิทธิเท่าเทียมกัน แล้วเพศที่ 3 ที่อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างเพศหญิงและเพศชาย กลุ่มคนนี้ก็ควรจะได้รับสิทธิในสังคมนี้เหมือนกัน

เพศที่ 3 เพศที่สาม ตุ๊ด กระเทย เกย์ ไม่ใช่สัตว์

หนุ่มน้อย: ในการหางานทำในสังคมไทย เพศที่ 3 จะมองได้แค่ไม่กี่งาน เช่น เป็นช่างแต่งหน้า เป็นแด๊นเซอร์ เป็นต้น แต่ด้วยการที่เขาเกิดมาเป็นเพศที่ 3 งานที่รองรับเขาก็ควรที่จะมีมากขึ้น เพศที่ 3 อาจจะทำงานในสภาได้ดีกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ การว่าจ้างงานเพศที่ 3 ที่ดูน้อยนิดก็เปรียบเหมือนการเหยียดเขา สังคมไทยเราควรให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

หนุ่มน้อย: เพศที่ 3 ไม่ใช่เป็นเพศที่มีแต่ความสนุกสนานหรือความตลกโป๊กฮาเป็นอย่างเดียว เขาก็มีร่างกายที่แข่งแกร่งเหมือนผู้ชายและมีหัวใจที่เหมือนผู้หญิง เขาก็สามารถทำงานได้หลายอย่างในสังคมไทย การเหยียดเพศที่ 3 เกิดขึ้นในสังคมในหลายรุ่น เช่น การไม่ยอมรับในตัวเพื่อนในห้องเรียนในเรื่องการเป็นเพศที่ 3 มันจึงเกิดการบลูลี่ และก็จะส่งผลกระทบต่อตัวของเขา อาจจะเกิดผลตามมาอย่างเช่นการเป็นโรคซึมเศร้าหรือเครียดนั่นเอง

สว อิเฎล: ปัญหาที่ สว อิเฎล พบได้ ก็คือในภาพยนตร์ ในอดีตภาพยนตร์ตะวันตกมีการเหยียดเพศที่สามมากพอพอกับภาพยนตร์ไทยปัจจุบัน ที่ทำให้คนเพศที่สามเป็นเครื่องมือทำให้ผู้ชมตลกขำขัน การที่บทภาพยนตร์มีการเหยียดเพศเช่นนี้ จะทำให้ทัศนคติของคนทั่วไปที่รับชมภาพยนตร์เปลี่ยนได้ เราต้องอย่ามองในระยะสั้น ๆ ที่ว่า ผู้กำกับ หรือผู้ผลิตสื่อได้ว่าจ้างให้งานกับนักแสดงที่เป็นเพศที่สาม นั่นอาจเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการให้อาชีพกับพวกเขา แต่การให้อาชีพคนไม่กี่คนนี้ อาจส่งผลสร้างความเดือดร้อนให้กับเพศที่สามคนอื่น ๆ ที่เสื่อมเสียภาพลักษณ์และถูดดูถูกโดยที่ผู้ดูถูกยังไม่รู้ตัวเสียด้วยว่าทำอะไรลงไป หรือเอาความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้มาจากไหน

สว อิเฎล: สว อิเฎล จึงอยากขอให้คนที่ผลิตสื่อ ช่วยกลั่นกรองดี ๆ ทั้งภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ที่ปัจจุบันมีคำหยาบ และลามกต่ำกว่าสะดือเป็นจำนวนมาก และละครโทรทัศน์ที่เน้นสร้างความเคยชินกับการทะเลาะกันตบตีกันของผู้หญิง และการใช้กำลังแก้ปัญหาของเพศชาย

ศาสนาพุทธอาจเหยียดเพศ แต่เราเปลี่ยนแปลงได้

เพลงในอดีต อาจเหยียดเพศ แต่วงที่ดีย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเช่น Mayday Parade

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ใครคือพวกคนกรุงเทพ ที่ดูถูกคนต่างจังหวัดหรือนี่?

บทความโดยคุณ ได้แรงอก และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ได้แรงอก: สวัสดีครับเด็กบางนอกนิ

บ้านอยู่ชานเมือง กรุงเทพกับนนทบุรี

ได้แรงอก: กำลังศึกษาต่อในระดับปริญาตรีที่กรุงเทพด้วยความที่ผมนั่นเป็นเด็กต่างจังหวัดจึงมีบ้างบางครั้งที่จะโดนเด็ก กทม ขิงใส่บางด้วยความผมเองนั่งเป็นเด็กต่างจังหวัดก็อาจจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจึงทำให้ดูว่าตัวเราเองนั่นดูแปลกไปจากเด็ก กทม ผมเองก็ได้มีการศึกษาเรียนรู้นิสัยเด็ก กทม แล้วปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน ๆ แล้วขยันศึกษาหาความรู้ให้มากกว่าเด็กพวกนั้น เพราะจะได้ไม่ต้องโดนดูถูกจากเด็กพวกนั่น

ได้แรงอก: ผมเองในตอนนี้ก็อยู่ กทม มาก็จะ 3 ปีแล้วผมคิดว่าตัวผมเองก็มีความสามารถที่ไม่แพ้เด็ก กทม หรือคนที่เคยดูถูกผม ผมสร้างจุดยืนของตัวเองผมสามารถเป็นที่เพิ่งสำหรับเพื่อนๆได้ถึงแม้บ้างเพื่อนก็อาจจะมองข้ามผมไปในเวลาไปเทียวหรือไปไหนแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรครับเพราะผมคิดเสมอว่าคนเราเกิดมาคนเดียวก็ต้องใช้ชีวิตคนเดียวได้ ผมสามารถหางานทำได้เงินมาใช่จ่ายด้วยตัวเองมีเงินเก็บไม่ค่อยได้รบกวนพ่อแม่ ถึงผมจะเป็นเด็กต่างจังหวัด ผมก็สามารถสร้างจุดยืนของตัวเองได้ลบคำดูถูกของใครหลายๆคนได้และก็ยังหาเงินจ่ายเองได้ในขณะใครหลายๆคนยังขอเงินพ่อแม่อยู่

สว อิเฎล: สว อิเฎล เป็นคน กรุงเทพฯ แต่กำเนิด พอได้ขึ้นมัธยมปลาย ได้ไปเรียนในเขตนครปฐม และตอนนั้นพึ่งย้ายบ้านมาชานเมืองกรุงเทพ ตรงที่ติดกับนนทบุรี ทำให้เดินทางไปนนทบุรีทุกวัน เช่น ไปกินข้าว จ่ายตลาด ให้อาหารปลา สว อิเฎล เลยได้โอกาสอ้างตัวเป็นคนต่างจังหวัด

สว อิเฎล: ทำไมต้องอ้างตัวเป็นคนต่างจังหวัดหล่ะ ในเมื่อก็เกิดเป็นคนกรุงเทพ? สว อิเฎล ไปเรียนนิวยอร์ก และซิดนี่ย์ ฝรั่งชอบถามว่ามาจากไหน สว อิเฎล คิดว่ามัน Cool ถ้าจะบอกจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่ Bangkok เพราะ ใคร ๆ ก็มาจาก Bangkok กันทั้งนั้น และฝรั่งรู้จักกี่จังหวัดในไทยเองหล่ะ ก็แค่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต แสดงว่าถ้า สว อิเฎล อยากจะ Cool ก็ตอบไปว่า ม. ปลาย ฉันเรียนที่นครปฐม

สว อิเฎล: แต่สาเหตุที่มาโพส Blog นี้ วันนี้ ก็เพราะจะบอกว่า มันไม่เห็นจะผิดตรงไหนถ้าจะมาจากต่างจังหวัด มันดู Cool และมีความแตกต่างด้วยซ้ำ ประสบการณ์การใช้ชีวิตมันทำให้คนแบบเราดูเป็นคนพิเศษ ไม่ใช่ว่าซ้ำ ๆ กันเหมือนคนที่อยู่ในเมืองหลวง ใช้ชีวิตแบบคนเมืองหลวง ดังนั้น เราไม่ควรดูถูกกันเพราะสถานที่เกิด หรือเพราะสีผิว หรือเพศ ของพวกนี้มันเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถภาคภูมิใจได้ ความแตกต่างทำให้เราเจ๋ง ความแตกต่างเป็นสิ่งที่ดี และมันทำให้คุณเป็ํนคนที่น่าเรียนรู้ น่าสนใจ

ไปเดินเที่ยวที่ตลาดน้ำต่างจังหวัด

ผู้ชาย ภาพถ่ายที่จังหวัดกึ่งกรุงเทพนครปฐม ศาลายา

Leave a comment

Filed under Uncategorized

เกลียดตุ๊ด เกลียดกระเทย หัวโบราณกันทั้งนั้น!

บทความโดยคุณ Sakchai และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ฉันไม่ชอบเรื่องการเหยียดเพศ ที่ 3

สอพินยา สอบินนยา กับตะเบงชะเวตี้ ขึ้นจากมหาสมุทรแถว ๆ ยะไข่ เราคุยกันเรื่องเพศที่สาม หรือเกย์อยู่นะ อันนี้เป็นภาพลงหมึก ก่อนลงสีน้ำ ถ่ายเก็บไว้ ก่อนลงสี

Sakchai: ด้วยส่วนตัวเราก็เป็นเพศที่ 3 ซึ่งช่วงแรกอาจจะไม่ค่อยมีการรับยอมมากสักเท่าไร ในอดีตคนไทยและวิถีชีวิตของไทยตามประเพณี เรื่องเพศที่ 3 ถ้าเกิดขึ้นในครอบครัวใครถึงว่าเป็นเรื่องใหญ่สมควรแต่ในปัจจุบัน เรื่องเพศที่ 3 ได้มีการเปิดรับที่กว้างขึ้น ทำให้คนที่เป็นเพศที่ 3 ได้แสดงความสามารถในหลากหลายรูปแบบ เพื่อพิสูจน์จุดยืนในสังคมของตัวเอง เพื่อให้คนในสังคมยอมรับจุดนี้ ในการวางตัวของเพศที่ 3 ในสังคมก็วางตัวได้ดี ตามประเพณี รักษากฏหมายบ้านเมือง

Sakchai: แต่จะมีกลุ่มคนที่ยังเหยียดเพศ เราคิดว่าคนเหล่านั้น ยังมีความคิดที่ยังล้าหลัง และไม่ยอมเปิดใจให้มากขึ้น ซึ่งเราคิดว่า การเหยียดไม่ว่าทางวาจา การกระทำต่างๆ มันก็เหมือนการทำร้ายจิตใจของมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศไหน ทุกคนก็เป็นหมุษย์เหมือนกัน แต่ด้วยสภาพทางจิตใจหรือทางเพศที่อาจจะไม่ตรงกับที่ตัวเองเกิดมา แต่เขาก็คิดที่จะปรับตัวให้มีจุดยืนในสังคมได้ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ประสบความสำเร็จในทั้งด้านการเรียน การงานต่างๆ เพื่อเป็นที่หน้าภูมิใจให้กับตัวเอง และ ครอบครัว ร่วมไปถึงสังคม แต่กับคนเหยียดที่เห็นผ่านมา ก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากลุ่มคนที่เพศที่ 3 สักเท่าไร ข่าวต่างๆ ที่เกินขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การฆ่ากัน ข่มขืน หรือก่อสิ่งเลวร้าย ก็เห็นคนทีเหยียดเพศที่ 3 เป็นคนกระทำ ไม่เคยคิดที่จะบอกดูตัวเอง และ ทำตัวเองให้ดีขึ้น มั่วแต่ว่าคนอื่น หรือเพศที่ 3 ยืนอยู่จุดเดิม แต่กับเพศที่3 พัฒนาตัวเองให้เป้นที่ยอมรับในสังคม ปัจจุบัน เพศที่ 3 ถึงว่าเป้นคนที่เก่ง และมีความคิดสร้างสรรค์ผลงาน บางคนเป็นที่โด่งดัง อย่างเช่น คุณปอย ปรีชดา ที่เป็นตัวอย่างของ กลุ่มเพศที่ 3 เป็นอย่างมาก อยากฝากให้กับคนที่กำลังคิดจะเหยียดให้รองมองมุม เพศที่ 3 ดูบ้าง

สว อิเฎล: เป็นไปได้อย่างมากที่คนที่ไม่ยอมรับเพศที่ 3 นั้นเป็นกลุ่มคนล้าหลัง หัวโบราณ และยิ่งพวกที่นำเพศที่สาม หรือเพศหญิงไปใช้ในการเปรียบเทียบเชิงดูถูก นั่นยิ่งหัวโบราณ สว อิเฎลขอถามผู้อ่านว่า คุณเลยคิดหรือไม่ว่า เวลาเราด่าผู้ชายว่า ไอ้หน้าตัวเมีย, ไอ้ตุ๊ด, มึงไม่แมนเลย, เอาผ้าถุงแม่มึงมาคลุมหัวเถอะ, แม่งแต๋วหว่ะ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ใช้ด่าผู้ชายที่ไร้ศักดิ์ศรี และยังดูถูกผู้หญิงกับเพศที่สามไปในตัว

สว อิเฎล: ทำไมคนที่ไม่ยอมรับเพศที่สาม จึงหัวโบราณ ในไบเบิลเขียนไว้ ให้เราฆ่าเกย์ ตุ๊ด พวกรักร่วมเพศ และในไบเบิ้ลก็เขียนไว้ว่าเราต้องฆ่าลูก ถ้าลูกไม่เชื่อฟังพ่อ สว อิเฎลถามว่ากฎเหล่านี้ยังใช้อยู่ในปัจจุบันหรือไม่ เราคงไม่คิดฆ่าลูกของเราถ้าเขาไม่เชื่อฟังเราใช่หรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมอาชญากรต่างชาติบางกลุ่มยังคิดว่าการฆ่าเกย์ เป็นสิ่งที่ถูกต้องทางศาสนา นี่แหละ สาเหตุที่ว่า สว อิเฎล บอกว่าคนเหยียดเพศพวกนี้หัวโบราณ ไม่ใช่แค่ศาสตรคริสต์นะ ที่ศาสนิกชนมีการคัดเลือกข้อควรปฏิบัติ ว่าสิ่งใดควรคงไว้ สิ่งใดควรปรับใหม่ แต่ศาสตรพุทธก็ด้วย เรื่องที่ว่าชายเจ้าชู้ มีชู้ ทำให้ต้องไปเกิดเป็นพวกผิดเพศถูกตัดไข่ 500 ชาติ นี่เป็นคำสอนที่ดูถูกว่าผู้ชายที่แปลงเพศ เคยทำบาปใหญ่หลวงมาในอดีตใช่หรือเปล่า สว อิเฎล ขอเน้นย้ำว่า คำสอนเหล่านี้ 2500 ปีมาแล้ว และตอนนี้ปีอะไร ถ้าเรายังดูถูกพวกเขาอยู่ สมองเราน่าจะพัฒนาช้ากว่าตัวเรา 2500 ปี

สอพินยา สอบินนยา กับตะเบงชะเวตี้ ขึ้นจากมหาสมุทรแถว ๆ ยะไข่ เราคุยกันเรื่องเพศที่สาม หรือเกย์อยู่นะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ขาดความมั่นใจ ผิวดำ อยากผิวขาวบ้าง ทำไง?

บทความโดยคุณ Janeyoon และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

Janeyoon: ในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนถึงร้อนมากๆ มันยากมากเลยที่คนไทยจะมีผิวที่ขาวเหมือนกับชาติอื่นๆ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคนที่มีผิวขาวมากกว่าผิวดำเพราะว่าคนผิวนั้นดูดีกว่า น่าเข้าหา เป็นที่จับตา มากกว่าคนผิวดำ ประเทศจึงมีการขายอาหารเสริมต่างๆที่ทำให้ผิวขาวใสซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่ต้องการของคนไทยมากๆ เพราะคนไทยส่วนใหญ่แล้วเป็นคนผิวสองสีจะไม่ขาวแบบคนเกาหลีหรือฝรั่ง ร่วมด้วยกับแดดในประเทศไทยที่ร้อนมากทำให้คนไทยมีผิวที่คล้ำและมีผิวขาวยาก แต่ก็ยังมีโฆษณาอาหารเสริมต่างๆมาขายบางโฆษณาทำสื่อเหมือนกับว่าคนผิวคล้ำเป็นคนที่ไม่สวย ไม่เป็นที่สนใจ และสื่อว่าคนผิวขาวเป็นคนที่น่าสนใจมากกว่า กลายเป็นว่าคนผิวคล้ำเป็นคนที่มีปัญหาจนบางคนไม่มั่นใจที่จะพบคนอื่น และโทษตนเองที่เกิดมาผิวคล้ำ ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกว่าตนเองเป็นปัญหาเพียงเพราะมีสีผิวที่คล้ำรวมถึงสังคมในปัจจุบันก็ยังไม่ยอมคนสีผิวคล้ำด้วย โฆษณาอาหารเสริมจึงควรให้ความใส่ใจถึงความรู้สึกของคนผิวคล้ำ และควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวทุกสีผิว เพราะไม่ว่าคนผิวขาวหรือผิวคล้ำก็เป็นคนที่มีความน่าสนใจในตนเองอยู่แล้ว

สว อิเฎล: พวกโฆษณาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเสพ ไม่ใช่ว่าทุกคนดูละคร ดูหนังแล้วพอถึงช่วงโฆษณาก็จะลุกหนี หรือเปลี่ยนช่อง แต่หลาย ๆ คนก็ยังคงนั่งและดูโฆษณาอยู่ ในโฆษณาเหล่านี้มีการเหยียดสีผิวจำนวนมาก เช่น ผิวคล้ำแล้วขาดความมั่นใจ ผิวคล้ำแล้วผู้หญิงจะหาผัวไม่ได้ ไม่ใช่แค่ในโฆษณานะ แต่ในภาพยนตร์หรือละครก็เช่นกัน คนผิวขาวมักเป็นตัวเด่น อะไร ๆ ก็ได้บทดีกว่าคนผิวดำ ฉากต่อสู้ในละครที่สวอิเฎลเปิดไปเจอวันนี้ก็ด้วย ทาสชายสู้กัน ทาสผิวขาวหน้าตาดี ชกต่อยและชนะทาสผิวดำที่กำยำเป็นมัด ๆ ซึ่งตามหลักความเป็นจริงก็ดูแปลกนะ ที่ผลการต่อสู้เป็นเช่นนี้ แต่สิ่งที่จะบอกก็คือ สื่อมันเป็นแบบนี้แหละ มันสร้างความเชื่อ และการเหยียดผิว คนไทยอาจไม่ได้ระวังตัวเรื่องเหล่านี้เพราะเราไม่เคยมีสงครามที่เกิดจากการเหยียดผิวหรือการประท้วงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ไทยเราอาจไม่ใช่อเมริกา เราบริโภคสื่อ โดยไม่ทันระวังตัว เราอาจลืมไปว่าเพื่อน ๆ และญาติ ๆ ของเรา หลายคนเป็นคนผิวดำ พวกเขาเป็นคนดี และพวกเขาช่วยเหลือเรา เราก็ไม่ควรเหยียดสีผิวที่พวกเขาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และไม่ควรปล่อยให้สื่อเปลี่ยนความคิดของคนรุ่นหลัง

หญิงหลากหลายสีผิว ชาวเอเซีย ผิวขาว ผิวดำ ผิวเหลือง

พ่อ ลูก บุเรงนอง นันทบุเรง ชนชั้นสูง ผิวขาว

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สะใจมากใช่มั้ย ผู้หญิงตบกันแย่งผัวในละคร!!

บทความโดยคุณ Achess และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

สว อิเฎล: มันเป็นเรื่องที่แปลกว่าคนไทยเติบโตมากับละครที่มีฉากผู้หญิงตบตีกันแย่งผู้ชาย ละครหลายเรื่องมากที่ สว อิเฎล ได้รับชมมาในวัยเด็ก แต่เมื่อโตขึ้น ได้ไปอยู่หอพัก ทำให้ไม่ค่อยได้ดูโทรทัศน์ พอเรียนจบ จึงได้มาอยู่บ้านอย่างจริงจังอีกครั้งและได้เห็นละคร ตอนเด็ก ๆ กับตอนโต เรามีความแตกต่างกันมาก พอได้มาดูผู้หญิงตบกันในละครไทย หรือไม่ต้องถึงขนาดตบก็ได้ เอาแค่ด่ากันด้วยคำหยาบคาย สว อิเฎล ก็แทบรับไม่ได้แล้ว

สว อิเฎล: สว อิเฎล มีครูคนนึงที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครูบอกว่า เชิญ สว อิเฎล เอามาเขียนได้เลย เพราะเขาอาจไม่ว่างเขียน จริง ๆ ครูอยากให้เขียนลงวารสารวิชาการ แต่สว อิเฎลขอเขียนที่ Blog ก่อนนะ คือ ครูบอกว่า ละครไทยทำให้คนเห็นฉากผู้หญิงตบกันบ่อย และการที่เราเห็นพวกนางตบกันบ่อย ๆ นั้น ทำให้เราเคยชิน เราอาจไม่เลียนแบบ เพราะเราไม่อยากเจ็บตัว แต่การเคยชินนี้ ทำให้ปัญหาสังคมไม่ถูกแก้ไข เราอาจเคยชินว่าผู้หญิงต้องตบกันแย่งผู้ชาย หรือแม่สามีต้องทะเลาะกับลูกสะใภ้ เด็กรุ่นใหม่จะเคยชิน และเห็นเป็นเรื่องปกติ ทั้ง ๆ ที่ความรุนแรง และความก้าวร้าวทางวาจาเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องปกติเลย

สว อิเฎล: สว อิเฎล อาจเป็นนักวิชาการ และยังมีการเว้นช่วงการรับชมละครไทยเป็นสิบปี ซึ่งน่าจะมีความแตกต่างจากคนที่รับชมอย่างต่อเนื่อง ต่อไปจึงจะเป็นส่วนที่คุณ Achess ได้เขียน

Hot Sexy Thai Girl playing in State Railway Public Park ผู้หญิง ตบกัน

Achess: มันเป็นอารมณ์คนอ่ะ คนดูก็น่าจะรู้ดี ถ้าไม่ตบหรือไม่ทะเลาะกันจะให้ยิ้มให้กันหรอ ยกตัวอย่างนางมารร้ายมาแย้งแฟนของนางเอก พอนางเอกจับได้ก็แบบยิ้มให้นางมารร้ายดีใจยิ้มให้ไม่ตบไม่ทะเลาะกันมันก็จะแปลก ๆ หน่อยฮ่า ๆ

Achess: และอีกอย่างละครไทยไม่ได้ทะเลาะกันหรือตบตีกันทุกเรื่อง แต่ยิงกันแทนฮ่า ๆ ล้อเล่นครับ อย่างว่ามันเป็นฉากอารมณ์ร่วมกับคนที่ได้ลุ้นว่าใครจะตีกันหรือทะเลาะกันชนะ ผมว่าละครไทยจะพัฒนาหรือไม่ มันไม่ได้อยู่แค่ว่ามีฉากตบไหมแต่มันคือบทต่างหากที่สำคัญ เช่น ฉากตบนั้นรองรับบริบทใด ข้อเสียของละครไทยคือทำไม ชอบเน้นฉากตบกันในบริบทแย่งผู้ชาย แบบนี้ผมก็ไม่ชอบ ส่วนมากชอบทำแบบให้ตบกันเพราะผู้ชายตบกันเพราะหึงหวง ไม่ลองเปลี่ยนเป็นทะเลาะกันเรื่องอื่นน่าจะดีกว่าเช่นทะเลาะกันในเรื่องของความคิดทางการเมือง ทางผลงาน หรือการใช้ชีวิตกับคนส่วนรวมน่าจะดีกว่า

Achess: ไม่ใช่ว่าในหนังหรือละครทะเลาะกันแล้วจะไม่ดีเสมอไป ท้ายที่สุดแล้วหนังหรือละครที่ตบตีกันหรือทะเลาะกัน มักจะสอดแทรกอะไรที่ทำให้เราได้คิด แบบว่าถึงจะทะเลาะกันแค่ไหนก็ต้องสามัคคีกันต้องเดินไปข้างหน้าไม่ยึดติดกับปัญหาที่เราได้เจอมัน

นางจันทาเทวี และเจ้าหญิงแปรสองพระองค์ ผู้หญิงทะเลาะกัน กีดกันกันเอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ผิวดำคือปัญหาชีวิตจริงหรือเปล่าคะ?

โฆษณาไทยไม่ควรทำให้ผู้ชมเชื่อว่า การมีผิวดำคือปัญหาชีวิต

บทความโดยคุณ -Punnwa-
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

โฆษณาในปัจจุบันถือว่ามีอิทธิพลมากในการโน้มน้าวคนทั่วไป ให้เชื่อในสิ่งๆนั้นที่สื่ออยากจะนำเสนอ สื่อจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตของคนอยู่ไม่น้อย การโฆษณาสิ่งต่างๆที่จะทำให้คนทั่วไปเช่ือนั้นต้องใช้หลายอย่าง ทั้งความเป็นไปได้ในความจริงของสิ่งๆนั้น ตัวแบรนแอมบาสเดอร์ที่ใช้คนดังมาเป็นตัวแทนหรือแม้กระทั่งชื่อเสียงของตัวสินค้านั้นๆ ที่จะเป็นหลักประกันความเชื่อให้คนทั่วไปเชื่อในสิ่งที่โฆษณาได้

เหยียดคนสีผิวขาว ประหาร ทางสังคม

ค่านิยมการที่มีผิวสีดำเป็นสิ่งที่แปลกแยกในสังคมนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยหลายอย่างที่หล่อหลอมให้คนในปัจจุบันคิดว่าการมีผิวสีเป็นสิ่งที่ดูแล้วสกปรก ไม่สะอาด ทำให้บุคคลนั้นรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้นไม่เป็นปกติหรือไม่มีความสุข ไม่เป็นตัวของตัวเอง อาจจะส่งผลทำให้คนนั้นมีอุปนิสัยที่เปลี่ยนไปหรืออาจจะเป็นโรคซึมเศร้าได้ และปัญหาการบูลลี่ก็มีสาเหตุมาจากค่านิยมแบบนี้เช่นกัน

สังคมไทยในปัจจุบันนั้นมีค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อก่อนหลายอย่าง การมีผิวขาว ดูจะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้หญิง ที่มองว่าการมีผิวขาวเป็นสิ่งที่ดี ทำให้ผิวสวย ดูโดดเด่น โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพหรือปัญหาต่างๆ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเชื่อคงหนีไม่พ้นสื่อโฆษณาในปัจจุบัน ที่ทั้งมีการขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วผิวขาว ใส และการทำให้คนผิวสีหันมาใช้ หากมองจริงๆแล้ว สภาพภูมิประเทศหรืออากาศของไทยเป็นพื้นที่ร้อนชื้น ถึงแม้จะมีการใช้สินค้าที่ทำให้ผิวขาวแต่ถ้าหากเลิกใช้ก็กลับมาเป็นผิวแทนเช่นเดิม และค่านิยมการมีผิวขาวนี้ทำให้คนอื่นที่มีผิวสีแทนหรือสีดำอาจจะโดนมองว่าเป็นคนแปลกประหลาด อาจจะทำให้รู้สึกว่าการมีผิวสีเป็นปัญหาของชีวิตหลายๆด้าน ทั้งการทำงานที่ต้องการคนผิวขาว การที่ผู้คนไม่ชอบเพราะมองว่าดูสกปรก แต่หากมองในทางกลับกันนั้น การมีผิวสีแทนหรือสีดำเป็นธรรมชาติของแต่ละคน โฆษณาควรที่จะหันมาใช้การโฆษณาสิ่งที่ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นสีผิวไหนก็ตาม เพราะสื่อควรจะสนับสนุนสิ่งที่เป็นตัวของคนนั้นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงฝืนธรรมชาติ แต่ไม่ใช่เฉพาะสื่อโฆษณาเท่านั้นที่ควรสนับสนุนแต่สื่อต่างๆก็เช่นเดียวกัน เพราะทุกสื่อมีความสำคัญ เข้าถึงผู้คนได้เท่าๆกัน และมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในสังคมมากเช่นกัน

หมาผิวดำ กับคนผิวขาว สีผิวที่เข้ากันได้

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Are Religious People Childish?

Are Religious People Childish?

Today I visit a Buddhist place. It is not a place of worship or Buddhism temples, but it is for famous monks to come to teach people who are interested in the teaching and mediation.

Cobra Starship Fandom Fan Community

I, Proud Arunrangsiwed, as a fan scholar, I found something in this group of people similar to fans and fan community. People who are religious in any religion, practice in a similar pattern as fans in fan community. They have their own beliefs, behaviors, action and reaction toward others, and also the attitude toward out-group members (from Social Identity theory) or outsiders who are not Buddhists.

The only difference between a religious group and a sub-culture community is that one is acceptable in wide-range of people, but the other may be not acceptable for many people. When a large number of people around the world believe in one thing, that thing will become “the right thing” automatically. That is the famous religion, like Buddhism, Catholic, Islam, etc.

Many subcultures, which are not disturb the outsiders, are often viewed negatively, without the proper reasons. Fan cultures could be seen as something non-sense. Parents may feel that their children waste much time for nothing. Comparatively, these children may feel that their parents have too much free time to spend for the religion.

This is a very thin line separate between religious groups and fan communities or other related subcultures, but many could not see this line. The larger group has a larger esteem, because people in the group could identify with others and have much social support. This is the reason that parents have much esteem or (for some) bias toward their children with subculture identities.

Music Fandom Fans Community

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Looks Red, Tastes Blue ของ Mayday Parade แปลเป็นไทยถูกต้อง

ข้าพเจ้า ชื่อ พราว อรุณรังสีเวช แปลเพลง Looks Red, Tastes Blue ของ Mayday Parade เป็นภาษาไทย ที่พราวได้ใช้เวลาแปลเพราะต้องการให้คนไทยได้ทราบความหมายที่ถูกต้อง และอ่านเข้าใจง่ายกว่าการใช้โปรแกรมแปลภาษา พราว ชอบวงนี้มานานแล้ว และที่แปลมานี้ ถ้าอยากให้เพื่อนของคุณได้ดู สามารถนำ Link ให้เขาได้ แต่ไม่อยากให้มักง่าย เห็นแก่ได้ เอาไปตัดแปะในเว็บตัวเอง

Mayday Parade เป็นวงที่เคารพแฟน ๆ เมื่อเขียนถึงเขา เขาจะรับฟัง และไม่นิยมเรียกแฟน ๆ เหมือนกลุ่มก้อน แบบว่า ตั้งชื่อเรียกกลุ่มแฟนตนเองเป็นชื่อเฉพาะขึ้นมา เขารู้ว่าเรากำลังจับตาดู มองวิวัฒนาการณ์จากยุค emo boom จนถึง emo revival และต่อ ๆ ไป พราว อยากเห็นวงนี้เป็นอมตะ และเป็น living fossil ในที่สุด


ฟังไปร้องไป Lyrics Video โดย พราว อรุณรังสีเวช

This is the longest day I’ve ever had
นี่เป็นวันที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา
I’m far away but I am right there
ผมอยู่ไกลแต่ผมก็อยู่ที่นั่นแหละ
If distance only makes you stronger
ถ้าระยะทาง แค่ทำให้คุณแกร่งขึ้น
Don’t make it last any longer
อย่าทำให้เวลา (ที่เราห่างกัน) นั้นยาวขึ้นอีกเลย

My mind is racing and it won’t stop
ใจของผมกำลังรีบ และมันไม่หยุดรีบ
And every thought is something negative
และทุก ๆ ความคิดเป็นอะไรในเชิงลบ
I hope this doesn’t last forever
ผมหวังว่า ผมคงไม่เป็นแบบนี้ตลอดไป
We’re always meant to be together
เราควรที่จะได้อยู่ด้วยกัน
*พราว ขอเสริมว่า “meant to be” ในประโยคนี้ หมายถึง “ควรที่จะ” คือ ควรที่จะเป็น แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น คล้าย ๆ ตอนที่ใช้ should + present perfect tense เช่น We should have been together, but we are not together.

I won’t lie, this hurts more than you’ll ever know
ผมไม่ได้โกหก นี่มันเจ็บกว่าที่คุณจะรู้
That’s when something told me that
นั่นคือตอนที่บางอย่างบอกผมว่า…

If I pinch myself so that I wake
ถ้าผมหยิกตัวผมเอง ผมจะตื่น
That means it never really happened
นั่นหมายความว่า มันไม่เคยเกิดขึ้น
‘Cause I can feel my tears finding their way
เพราะผมสามารถรู้สึกว่า น้ำตาของผมกำลังหาทางของมัน
I fear it’s worse than I imagined
ผมกลัวว่า มันจะแย่กว่าที่ผมเคยคิดไว้

I’m sick of writing every thought out
ผมบ้าจากการเขียนความคิดทุกอย่างออกมา
**พราว ขอแปลคำนี้ว่า “บ้า” แทนที่จะเขียนว่า “ป่วย”
Reliving every single moment
คลายทุก ๆ ขณะที่รู้สึก
Say what you mean, it’s now or never
พูดสิ คุณหมายถึงอะไร รีบพูดตอนนี้
*พราวของเสริมว่า now or never หมายถึง ถ้าไม่ทำตอนนี้ ก็ไม่ต้องทำอีกเลย นั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายรีบทำ
Because nothing is forever
เพราะไม่มีอะไรที่จะอยู่ไปตลอดกาล

I won’t lie, this hurts more than you’ll ever know
ผมไม่ได้โกหก นี่มันเจ็บกว่าที่คุณจะรู้

The thought of you all alone
ความคิดที่ว่าคุณโดดเดี่ยว
Your eyes rolled back as you fade to black
ตาของคุณเหลือกขึ้น เหมือนคุณจะหายไปในความมืด
It’s not worth living without you
มันจะไม่มีค่าเลย ถ้าจะต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีคุณ

That’s when something told me that
นั่นคือตอนที่บางอย่างบอกผมว่า…

If I pinch myself so that I wake
ถ้าผมหยิกตัวผมเอง ผมจะตื่น
That means it never really happened
นั่นหมายความว่า มันไม่เคยเกิดขึ้น
‘Cause I can feel my tears finding their way
เพราะผมสามารถรู้สึกว่า น้ำตาของผมกำลังหาทางของมัน
I fear it’s worse than I imagined
ผมกลัวว่า มันจะแย่กว่าที่ผมเคยคิดไว้

But I’ll hold this memory
ถ้าผมจะยึดเอาความทรงจำนี้ไว้
And I swear I won’t forget your face
และผมสาบานว่า ผมจะไม่ลืมใบหน้าของคุณ
‘Cause pictures always seem to fade away
เพราะภาพต่าง ๆ เหมือนจะจางหายไป

Now my blood turns red to blue
ตอนนี้ เลือดของผมเปลี่ยนจากสีแดงเป็นน้ำเงิน
And I can’t breathe without you
และผมไม่สามารถหายใจโดยไม่มีคุณ
Now my blood turns red to blue
ตอนนี้ เลือดของผมเปลี่ยนจากสีแดงเป็นน้ำเงิน
And I can’t breathe without you
และผมไม่สามารถหายใจโดยไม่มีคุณ
Now my blood turns red to blue
ตอนนี้ เลือดของผมเปลี่ยนจากสีแดงเป็นน้ำเงิน
And I can’t breathe without you
และผมไม่สามารถหายใจโดยไม่มีคุณ

No, I can’t breathe
ไม่, ผมไม่สามารถหายใจ
No, I can’t breathe
ไม่, ผมไม่สามารถหายใจ

If I pinch myself so that I wake
ถ้าผมหยิกตัวผมเอง ผมจะตื่น
That means it never really happened
นั่นหมายความว่า มันไม่เคยเกิดขึ้น
‘Cause I can feel my tears finding their way
เพราะผมสามารถรู้สึกว่า น้ำตาของผมกำลังหาทางของมัน
I fear it’s worse than I imagined
ผมกลัวว่า มันจะแย่กว่าที่ผมเคยคิดไว้

But I’ll hold this memory
ถ้าผมจะยึดเอาความทรงจำนี้ไว้
And I swear I won’t forget your face
และผมสาบานว่า ผมจะไม่ลืมใบหน้าของคุณ
‘Cause pictures always seem to fade away
เพราะภาพต่าง ๆ เหมือนจะจางหายไป
Why do they always fade away?
แล้วทำไม ภาพจึงต้องจางไปด้วยหล่ะ?

‘Cause pictures always seem to fade away
เพราะภาพต่าง ๆ เหมือนจะจางหายไป
Why do they always fade?
แล้วทำไม ภาพจึงต้องจางไปเสมอ ๆ ?
Why do they fade away?
แล้วทำไม ภาพจึงต้องจางไปด้วยหล่ะ?

Now my blood turns red to blue
ตอนนี้ เลือดของผมเปลี่ยนจากสีแดงเป็นน้ำเงิน
And I can’t breathe without you
และผมไม่สามารถหายใจโดยไม่มีคุณ

เพลงโดย Mayday Parade
แปลโดย พราว อรุณรังสีเวช, the fan since 2007

mayday parade
ภาพถ่ายโดย พราว อรุณรังสีเวช

mayday parade
ภาพถ่ายโดย พราว อรุณรังสีเวช

Leave a comment

Filed under Uncategorized

นักร้องหญิง Halsey และวงดนตรี Bring Me The Horizon

เรียงความนี้ เขียนขึ้นโดย ดร. พราว อรุณรังสีเวช เพื่อให้นักศึกษาที่เรียนในวิชานี้ ทราบว่า การที่จะบ่นไปเรื่อย ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ชอบนั้นทำได้ไม่ยาก ดังนั้น เมื่อมันมไม่ยาก เราก็ไม่จำเป็นต้องไป Copy เรียงความของคนอื่นมาสร้างเว็บไซต์ เพราะมันจะผิดกฎหมายและเสียเกียรติเปล่า ๆ

Bring Me The Horizon

Bring Me The Horizon เป็นวงที่แปลกเพราะมีความโด่งดังเทียบเท่าวงดนตรี Pop ทั่ว ๆ ไป แบบศิลปินบางคนเราก็สงสัยอยู่ว่ามีความโด่งดังได้อย่างไรกัน เราฟังดูแล้วไม่เข้าหู ไม่ต้องแบบว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่ไม่เข้าเลย ไม่เข้าใจถึงความไพเราะที่คนทั่วไปรับรู้กัน อย่าง Ed Sheeran หรือ Taylor Swift Bruno Mars แต่ถ้าบอกว่าคนทั่วไปเขาเข้าใจว่าเพลงของ Bring Me The Horizon เป็นเพลงที่ฟังได้ อันนี้พอเข้าใจอยู่

Halsey

ต้นปี 2019 Halsey นักร้องสาวเพลง Pop ชื่อดัง โพสว่าเธอเป็น emo ซึ่งมีแฟน ๆ จำนวนมากออกมาไม่เห็นด้วย ปฟน ๆ บอกว่า เธอจะบอกว่าตนเองเป็น emo ไม่ได้ถ้าตนเองร้องเพลง Pop แต่เพียงเพราะฟังเพลง emo จึงเรียกตนเองว่า emo ซึ่ง สมาชิกวง Bring Me The Horizon ได้ออกมาโพสสนับสนุน Halsey เพราะเธอได้แสดงดนตรีกับวง emo หลาย ๆ วง

ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า พราว

คนธรรมดาที่ฟังเพลง emo และแต่งกายเป็น emo สามารถเรียกตนเองว่า emo ได้ และถ้าเราพิจารณา Halsey แบบนั้น ว่าเธอเป็นคนธรรมดาที่เป็นแฟนเพลง emo และมีชีวิตแบบ emotional เธอก็เป็น emo ได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่เพียงเพราะเธอร้องเพลง Pop เธอเลยอดใช้สิทธิ์ของคนธรรมดาที่ฟังเพลง emo นั่นมันไม่สมเหตุสมผล แบบตัวของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าฟังเพลง emo ถ้าแต่งกาย ก็แต่งเฉพาะวันที่อยากจะแต่งแล้วไปถ่ายรูป วันปกติก็เป้นคนปกติ แต่งตัวไปทำงานเหมือนคนทั่วไป ข้าพเจ้ายังเรียกตนเองว่า emo ได้เลย ก็มีชีวิตในรูปแบบนั้น ฟังเพลงแบบนั้น มันอยู่ในสายเลือด มากกว่าการแสดงออก

Oliver Sykes BMTH Bring Me The Horizon Fan art

emo in สำเพ็ง

ถ้ำจอมพล ราชบุรี

Welcome to the Family

Welcome to the Family จริง ๆ เป็นชื่อเพลงของ Avenged Sevenfold แต่พอดีอยากเอามาแปะ แม้ว่าเว็บนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับวงที่ว่าก็ตาม ถ้าจะถามว่าทำไม ก็เพราะว่าเจ้าวงที่เว็บนี้จะพูดถึงมีความเกี่ยวข้องกับวง A7X ไง เราทราบได้จากเสื้อที่เขาใส่ คนที่เราจะพูดถึงใส่เสื้อของ Avenged Sevenfold นั่นอาจหมายความว่าพวกเขาชอบวงนี้ก็เป็นได้ แบบว่าเป็นอิทธิพลของเขา
แล้วเว็บเราเกี่ยวกับอะไรหล่ะ

ความจริงก็ไม่ได้อยากจะบอกนะว่า ที่ทำมาทั้งหมดเป็น Template น่ารัก ๆ ให้นักศึกษาลองปรับแต่งปรับเปลี่ยนเอง แต่จะมีเรื่องอะไรที่น่าสนุกไปกับการเขียนเกี่ยวกับเพราะที่ไพเราะ (จริงหรือเปล่าไม่รู้ อันนี้ต้องถามแฟน ๆ)

 

Leave a comment

Filed under Uncategorized

บ่นวง Black Veil Brides สมัยเรายังวัยรุ่น

เรียงความนี้ พราว อรุณรังสีเวช ในฐานะอาจารย์สอนทำเว็บไซต์แบบง่าย ๆ เขียนขึ้นมาเป็นตัวอย่างให้นักศึกษาดูว่า เวลาเราชอบอะไรสักอย่างก็จะบ่นไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้อง Copy ข้อมูลละเมิดลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์อื่น ๆ มาแปะ เพื่อเอาคะแนนหรือเอาตัวรอดโดยไม่ได้ลงแรงเขียนขึ้นเอง

Black Veil Brides

วง Black Veil Brides เป็นอะไรที่ใคร ๆ ก็รู้จักกัน วงพื้นฐานที่คนเขาฟังกัน ข้าพเจ้าฟังตั้งแต่อัลบัมแรก ตอนนั้นพวกแกออกอัลบัมแรกสมัยที่ข้าพเจ้าเรียนพอดี อยู่ออสเตรเลียด้วย และมันเป็นเมืองของเด็ก emo แบบพวกเรา ตอนนั้นวง Black Veil Brides ทำทรงผล emo กัน แต่เราฟัง เรารู้ว่านั่นไม่ใช่เพลง emo มันเป็น metal ชนิดนึง และเราบอกเพื่อนของเราว่า วงดนตรีนี้ จะโด่งดังมาก เพราะกีตาร์ และกลองของเขา เขาเล่นได้ดี พวกเขาจะไม่ได้โด่งดังเพียงเพราะหน้าตาดี เหมือนที่เป็นอยู่ในเวลานั้น

เมื่อเวลาต่อมา . . .

มันเป็นจริงแบบที่ข้าพเจ้าได้บอกกับเพื่อน พวกเขาเปลี่ยนการแต่งกาย และทรงผม แต่พวกเขาก็โด่งดังเพราะเสียงเพลง อะไรที่ข้าพเจ้าคาดเดาไว้ล่วงหน้า แล้วมันเกิดเป็นจริงขึ้นมา ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจแบบแปลก ๆ นะ แบบว่า เราพูดถูด ดูสิ วงนี้จะโด่งดังจริง ๆ พวกเขาไม่ได้โด่งดังเฉพาะในกลุ่มเด็ก emo ที่รู้มาในช่วงแรก ๆ เพลงของเขาโด่งดังในหมู่เด็ก emo แค่ 2 เพลง ส่วนพวกที่ออกแนว metal หรือที่มันหนัก ๆ นิดนึง ก็มิได้โด่งดังอะไร สำหรับเรารึ นั่นแหละของดี เราฟัง metal มาก่อน emo ตอนเราอยู่มัธยม เราฟังอะไรก็ตามที่มันหนัก มาก ๆ แล้วมาฟัง J-Rock อยู่ช่วงหนึ่ง ตอนหลังมาเน้นฟัง emo punk เพราะอยากเปลี่ยนตัวเอง อยากฟังอะไรที่ฟังออกเป็นภาษาทุก ๆ คำ

ตอนนี้หล่ะ . . .

วง Black Veil Brides แม้จะฟังดูไม่ค่อย emo แล้วแต่เป็น metal ที่สามารถฟังได้ ไม่ได้แรงมากเหมือนพวกที่ข้าพเจ้าเคยฟังตอนอยู่มัธยม Black Veil Brides เป็น metal ที่ฟังสบาย ๆ ไม่น่าเบื่อ ไม่แรงหรือหนักเกินไป เป็นเรื่องที่ดีเลยที่ข้าพเจ้าจะฟังเพลงของ Black Veil Brides สลับกับ Asking Alexandria และสลับกับวง emo ในยุคของข้าพเจ้า อยากบอกว่าชอบเพลงของ Mayday Parade มาก วง Broadway, วง Starset, วง All Time Low พวกนี้มันต้องฟังปน ๆ กันใน Playlist เดียว และเราจะรู้สึกว่าชีวิตเรามีอะไร มีอะไรที่มันไม่เรียบจนน่าเบื่อ

Jake Black Viel Brides Fan Art

Emo Selfie in Khmer In fact, I am Thai and I visited Khmer. haha

อาจารย์ ดร พราว อรุณรังสีเวช ที่สนามหญ้าส่วนบุคคล

Leave a comment

Filed under Uncategorized