Category Archives: Uncategorized

10 อันตรายจากการกินลูกตะขบ

Jamaican Cherry
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit |September 12, 2018

อันตรายจากการกินลูกตะขบ

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ชอบกินสมุนไพรบ้าน ๆ ของไทย ซึ่งในที่นี้คือลูกตะขบ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรคิดว่าหลายคนไม่รู้จักต้นตะขบ บางคนไม่เคยเห็น และไม่เคยกินลูกตะขบบ้านเลย ลูกตะขบภาษาอังกฤษ เรียกวา Jamaican Cherry รตจิตรคิดว่าฝรั่งคงเห็นว่าเหมือนลูกเชอร์รี่ เพราะ 1. ลูกตะขบเป็นลูกกลมๆ เล็ก ๆ เหมือนเชอร์รี่ 2. เมื่อลูกตะขบสุก จะมีผลสีแดง 3. ผลลูกตะขบอยู่ใต้ใบเห็นได้ชัด 4. ลูกตะขบอร่อย เหมือนกับที่ฝรั่งคิดว่า ผลเชอร์รี่อร่อย

ลูกตะขบ

แต่สำหรับ รตจิตร ในความเห็นส่วนตัวแล้ว เชอร์รี่ไม่อร่อยเลย แตกต่างจากลูกตะขบบ้านมากเพราะ
1. เปลือกของเชอร์รี่หนาไป กินไม่อร่อย แต่ลูกตะขบกรอบบาง
2. ลูกตะขบบ้านของไทย หวานทุกลูกแม้ยังสีแดงไม่จัด แต่เชอร์รี่บางลูกฝาด
3. ลูกกลมเหมือนกันจริง แต่ลูกตะขบเล็ก ๆ น่ารักกว่าเยอะ
4. ความหอมต่างกันโดยสิ้นเชิง

สมุนไพรไทยส่วนมากมีประโยชน์ ยกเว้นบางอย่างที่กินมากแล้วอันตราย เช่น หญ้าไผ่น้ำ ที่คนไปต้มกินแทนน้ำเพื่อรักษาโรคไตวาย ไตวายเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน แต่ รตจิตร ต้มกินเพื่อลดน้ำตาล หากกินมาก จะทำให้ความดันโลหิตต่ำฮวบฮาบ ทำให้ รตจิตรหน้ามืด และวูบล้มลงได้ สำหรับบทความนี้ รตจิตร จะพูดถึงอันตรายที่เกิดจากการกินตะขบบ้าน 10 ข้อเพื่อเพื่อน ๆ จะได้ระวัง ได้แก่

ต้นตะขบ_อันตราย

1. ล้มได้
เนื่องจากต้นตะขบที่จะให้ดอกผลได้ต้องเป็นต้นสูงใหญ่ บางต้นสูงถึง 8-10 เมตรเลยทีเดียว พอ รตจิตรจะเก็บลูกตะขบกิน รตจิตรต้องใช้เก้าอี้เพื่อปีนเก็บ พอเก็บลูกตะขบ มาก ๆ ก็เพลิน จนล้มตกจากเก้าอี้ได้
2. หน้ามืด
รตจิตร เก็บตะขบโดยต้องเงยหน้าเก็บทีละลูก และเงยหน้าค้างอยู่อย่างนั้น จนหน้ามืดได้ ยิ่งโดยส่วนมาก รตจิตรจะเก็บตอนยังมีแสงแดด คือสามารถเก็บลูกตะขบได้ตั้งแต่เช้า เพราะจะเห็นลูฏตะขบที่กำลังกินได้ง่าย
3. ปวดหัว
รตจิตรเก็บลูกตะขบ โดยเงยหน้าเก็บ และก็ก้มลงวาง แล้วก็เริ่มเก็บลูกต่อ ๆ ไปใหม่ ก้ม ๆ เงย ๆ ปวดหัวได้

กินตะขบ_อันตราย

4. ถูกหมากัด
รตจิตรเห็นตันตะขบโดยทั่วไปอยู่ตามทาง ตามถนน หากไปทำท่าเก็บด้วยท่าแปลก ๆ ไม่ว่าจะปีน จะกระโดดก็ตาม ไม่ว่าจะหยิบเก็บลูกตะขบได้ง่าย หรือได้ยากก็ตาม รตจิตรอยากให้ระวังหน่อย เพราะท่าทางแปลก ๆ อาจทำให้น้องหมาข้างถนนวิ่งเข้ามากัดได้นะคะ

5. มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งง่าย
เนื่องจากความหวาน กรอบอร่อย และกลิ่นหอม ๆ ทำให้ชวนหลงใหล ตอนวัยเด็ก พอ รตจิตรเก็บลูกตะขบได้ จะรู้สึกว่าอยากกินไปเรื่อย ๆ ในขณะที่เพื่อน ๆ ก็มีความรู้สึกอยากกินเช่นกัน จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทได้ง่าย เพราะความอร่อยของตะขบ

ตะขบ_อันตราย

6. น้ำตาลสูงได้
เรา ๆ ท่าน ๆ รู้อยู่แล้วว่า ผลไม้ไทย หลายชนิดที่มีรสหวาน ถึงหวานจัด สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดข้นสูงได้ และเกิน 100 รตจิตรคิดว่าผลไม้ไทยหลายอย่างที่มีรสหวาน ทำให้ รตจิตรห้ามใจไม่ได้ เพราะเป็นคนชอบหวานอยู่แล้ว

7. ถูกเจ้าของบ้านไล่
ปัจจุบันหาต้นตะขบได้ค่อนข้างยาก ทำให้คนที่ติดกินลูกตะขบต้องเก็บจากบ้านอื่น นอกจากนี้เนื้อที่ที่ใช้ปลูกก็มากพอสมควร จนไม่สามารถปลูกให้พื้นที่บ้านของต้นเองได้ รตจิตรอยากให้เพื่อนระวังหน่อย เพราะการเก็บลูกตะขบกินจากบ้านอื่น ๆ จะทำให้ถูกเจ้าของบ้านไล่ได้ เป็นที่อับอายโดยใช่เหตุ

ตะขบ_อันตราย

8. ทำต้นไม้หัก
รตจิตรเคยเห็นคนยืนบนกระบะที่จอดใต้ต้นตะขบ และเก็บลูกตะขบได้อย่างสบาย จนขาดสติ ดึงจนกิ่งต่าง ๆ ของตะขบหักร่วงลงมา
9. ทำร้ายเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ
เนื่องจากต้นตะขบสูงใหญ่ จึงจะให้ผลตะขบได้มาก แต่ลูกตะขบก็สูงตามด้วย รตจิตรเห็นบางคนชอบดึงกิ่งลงมาเพื่อเด็ดลูกตะขบ แล้วกิ่งต้นตะขบก็หลุดมือ กระแทกถูกคนข้างเคียง รตจิตรจึงไม่อยากให้การเก็บลูกตะขบกินเป็นการทำร้ายเพื่อน โดยไม่ได้ตั้งใจ
10. ได้รับบาดเจ็บจากการกระโดด
รตจิตรคิดว่า ด้วยความหอมหวานของตะขบ บางทีลูกที่สุกแดงจะอยู่สูงมาก ทำให้คนต้องกระโดด เพื่อหยิบลูกตะขบกินให้ได้ จนทำให้คนเก็บได้รับบาดเจ็บได้เช่นกัน

ต้นตะขบ

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การเขียนข้อเสนอแนะ ในงานวิจัยเบื้องต้น

ตัวอย่างการเขียนรายงานผลการวิจัย เบื้องต้นนี้ เขียนขึ้นโดยอาจารย์พราว อรุณรังสีเวช สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีที่ฝึกเขียนบทความวิจัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีนโยบายให้นักศึกษาทุกคนนำเสนอบทความวิจัยหรือบทความวิชาการก่อนเรียนจบ โดยมักจะเป็นนักศึกษาปี 3 หรือ ปี 4 ซึ่งข้าพเจ้าอาจารย์พราว อรุณรังสีเวช เป็นอาจารย์นิเทศศาสตร์ สอนนักศึกษานิเทศศาสตร์ ซึ่งอาจจะไม่แกร่งเรื่องวิจัยเท่านักศึกษาที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือบริหาร จึงอยากให้นักศึกษามีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียนบทความ

ตัวอย่าง จาก อาจารย์พราว 1 หน้า ต่อ 1 งาน (แสดงว่า คุณจะทำ คนละ 2.5 หน้า)
สรุปผล
(ตอนเขียนสรุปผลการวิจัยเชิงปริมาณ เขียนตัวเลขและอธิบายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หากจะเปรียบเทียบกับงานวิจัยอื่น หรืออธิบายสาเหตุ ให้ไปเขียนในอภิปรายผล)

1. จำนวนตัวละคร มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ ความตื่นเต้นของฉาก (Correlation = 0.698)

2. ปริมาณการใช้ Visual Effect มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ ความตื่นเต้นของฉาก (Correlation = 0.421)

3. ไม่พบ ความสัมพันธ์ระหว่าง เพศของตัวละครในฉาก และ ความตื่นเต้นของฉาก (Correlation = 0.015)

**ส่วนที่อยู่ด้านล่างนี้ คือการเขียนข้อเสนอแนะ จะเขียนต่อจากส่วนของการอภิปรายผลการวิจัย

ข้อเสนอแนะ และแนวทางการทำวิจัยในอนาคต

1. แนะนำคนที่จะศึกษาเรื่องนี้ต่อในอนาคต
งานที่อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชศึกษา พราวศึกษาความสัมพันธ์จาก จำนวนตัวละคร ปริมาณการใช้ Visual Effect และเพศของตัวละครในฉาก ที่มีต่อ ความตื่นเต้นของฉาก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ความตื่นเต้นที่ผู้ชมจะรับรู้จากภาพยนตร์ยังมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้นำมาวิเคราะห์ในงานนี้ ข้าพเจ้าจึงแนะนำให้ลองทดสอบ ความชื่นชอบตัวละคร นิสัยที่แปลกแยกของตัวละคร และผลลัพธ์ของการต่อสู้กัน เพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้พบอะไรใหม่ ๆ ก็ได้

2.แนะนำผู้ผลิตสื่อ/ผู้ใช้งานเว็บไซต์/ผู้ชม
จะเห็นได้ว่า ทั้งจำนวนตัวละครและปริมาณ Visual Effect ในฉาก ทำให้ฉากตื่นเต้นขึ้น ดังนั้น ผู้กำกับที่อยากประหยัดงบประมาณในการสร้างภาพยนตร์ เลือกที่จะเพิ่มปริมาณตัวละครอย่างเดียวก็ได้

นอกจากนี้ เพศของตัวละครไม่มีผลใดๆ กับความตื่นเต้น แต่หากอาจารย์พราว อรุณรังสีเวชและนักศึกษาลองดูภาพยนตร์แนว Action, Sci-fi, Superhero ทั่ว ๆ ไป เราจะพบว่า จำนวนตัวละครชายมีมากกว่าตัวละครหญิง ดังนั้นแล้ว ข้าพเจ้าจึงแนะนำว่า ให้ผู้กำกับสามารถทำให้ตัวละครทั้ง 2 เพศ มีจำนวนเท่า ๆ กัน เพื่อเพิ่มความเท่าเทียมกันทางเพศในภาพยนตร์ เพราะไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ก็ไม่ได้ส่งผลใด ๆ ให้ตื่นเต้นมากขึ้นหรือลดลงเลย

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ตัวอย่างการเขียนอภิปรายผลการวิจัย เบื้องต้น

ตัวอย่างการเขียนรายงานผลการวิจัย เบื้องต้นนี้ เขียนขึ้นโดยอาจารย์พราว อรุณรังสีเวช สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีที่ฝึกเขียนบทความวิจัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีนโยบายให้นักศึกษาทุกคนนำเสนอบทความวิจัยหรือบทความวิชาการก่อนเรียนจบ โดยมักจะเป็นนักศึกษาปี 3 หรือ ปี 4 ซึ่งข้าพเจ้าอาจารย์พราว อรุณรังสีเวช เป็นอาจารย์นิเทศศาสตร์ สอนนักศึกษานิเทศศาสตร์ ซึ่งอาจจะไม่แกร่งเรื่องวิจัยเท่านักศึกษาที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือบริหาร จึงอยากให้นักศึกษามีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียนบทความ

ตัวอย่าง จาก อาจารย์พราว 1 หน้า ต่อ 1 งาน (แสดงว่า คุณจะทำ คนละ 2.5 หน้า)
สรุปผล
(ตอนเขียนสรุปผลการวิจัยเชิงปริมาณ เขียนตัวเลขและอธิบายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หากจะเปรียบเทียบกับงานวิจัยอื่น หรืออธิบายสาเหตุ ให้ไปเขียนในอภิปรายผล)

1. จำนวนตัวละคร มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ ความตื่นเต้นของฉาก (Correlation = 0.698)

2. ปริมาณการใช้ Visual Effect มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ ความตื่นเต้นของฉาก (Correlation = 0.421)

3. ไม่พบ ความสัมพันธ์ระหว่าง เพศของตัวละครในฉาก และ ความตื่นเต้นของฉาก (Correlation = 0.015)

อภิปราย
(อภิปราย คือ การตีความ ว่า ทำไม ผลจึงเป็นเช่นนั้น บอกประมาณ 2-3 เหตุผล)
ต่อจากส่วนของอภิปรายผล คือ การเขียนข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคต และสำหรับผู้ที่ผลไปใช้ในโลกความจริง

1. จำนวนตัวละคร อาจทำให้ผู้เขียนบทสามารถออกแบบเนื้อเรื่องได้หลากหลาย เวลาตัวเอกจะจนมุมตัวร้าย ก็มีตัวละครอื่น ๆ เข้ามาช่วย ทำให้ความสนุกตื่นเต้น ต่อเนื่องไปไม่หยุด แม้ว่าตัวละครบางตัวอาจแพ้แล้วในฉากต่อสู่ นอกจากนี้ จำนวนตัวละครยังสามารถเพิ่มสีสันได้ เพราะตัวละครแต่ละตัวมีบุคคลิคภาพและนิสัยไม่เหมือนกัน ดังนั้นการแก้ปัญหาในสถานการณ์คับคันจึงแตกต่างกัน และสร้างความตื่นเต้น น่าสนใจแก่ผู้ชม

2. เนื่องจากผู้ชมภาพยนตร์คือคนปกติ อาศัยอยู่ในโลกความจริง และเคยชินกับโลกความจริง การใช้ Visual Effect ในภาพยนตร์จึงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น เพราะสิ่งที่เขาเห็นเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ทำให้เขาอยากจับตามองตลอดเวลาว่าฉากจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง และสาเหตุที่เขาต้องใจจดใจจ่อดู ก็คือ เขาไม่สามารถเดาได้ว่าจะมีอะไรโผล่ออกมา หรือจะมีแสง สี การต่อสู้แบบไหน ซึ่งต่างจากฉากที่ไม่ใช้ Visual Effect ที่คนทั่วไปจะเดาได้ เช่น ตื่นมา ต้องไปแปรงฟัน แล้วไปแต่งตัว ไปขับรถ เป็นต้น

3. อาจารย์พราว อรุณรังสีเวชพบว่าเพศของตัวละครไม่มีความเกี่ยวข้องกับความตื่นเต้น อาจเป็นไปได้ เพราะ ผู้ชมภาพยนตร์มีทั้ง 2 เพศ ซึ่งผู้ชายอาจลุ้นไปกับตัวละครชาย และหลงไหลตัวละครหญิง ส่วนผู้หญิงก็ลุ้นไปกับตัวละครหญิง และแอบชอบตัวละครชาย เนื่องจากผู้ชม คละเพศ ทำให้ผลที่ได้มีการผสมกันระหว่าง 2 เพศ บ้างสูง บ้างต่ำ ทำให้เราไม่พบความสัมพันธ์ใด ๆ ในการสรุปผล นอกจากนี้ ธรรมชาติของเพศชาย จะต่อสู้และใช้กำลัง ซึ่งผู้ชมบางส่วนคิดว่าสนุก แต่ธรรมชาติของผู้หญิง จะใช้สมองมากกว่ากำลัง และเมื่อพวกเธอมาใช้กำลังในการต่อสู้ ผู้ชมจึงรู้สึกตื่นเต้น ดังนั้นแล้ว ในภาพยนตร์ Action ไม่ว่าตัวละครเพศใด ก็มีความสนุกตื่นเต้นไม่แตกต่างกัน เราจึงไม่พบความแตกต่างของตัวละครทั้ง 2 เพศ

ต่อจากส่วนของอภิปรายผล คือ การเขียนข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคต และสำหรับผู้ที่ผลไปใช้ในโลกความจริง
คลิกที่นี่เพื่อดูการเขียนข้อเสนอแนะงานวิจัย

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ 6 ท่า ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช ท่าพระจันทร์ และท่าพระอาทิตย์

Sanarm Luan One Day Tour
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 30, 2018

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่อยากเที่ยวให้อย่างคุ้มค่าบริเวณสนามหลวง โดยมีเวลาเพียง 1 วัน คือมีวัตถุประสงค์เพื่อเที่ยวท่าน้ำต่าง ๆ ได้แก่ ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช และท่าพระจันทร์ บทความนี้ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้เพื่อการศึกษา โดยต้องอ้างอิงให้ถูกต้องทั้งแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

Museum Siam

รตจิตร คิดว่าเพื่อน ๆ ที่มีเวลาว่างไม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ จะมีเวลาว่างก็เพียงเสาร์-อาทิตย์ การอ่านบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ตอนนี้ รตจิตรขอสรุปสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณ 5 ท่า ได้แก่ 1. ท่าเตียน 2. ท่าราชวรดิษฐ์ 3. ท่าช้าง 4. ท่ามหาราช และ 5. ท่าพระจันทร์ มีทั้งสิ้น 9 แห่งดังนี้ โดย รตจิตรจะไม่ไปวันจันทร์เพราะเป็นวันที่พิพิธภัณฑ์ทั่วไปหยุด ซึ่งเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ทั่วไปในโลก ทัวร์ครั้งนี้ รตจิตรใช้เวลาส่วนมากที่มิวเซียมสยาม Museum Siam ดังนั้นข้อมูลที่รตจิตรจะเขียนจะเกี่ยวกับที่ มิวเซียมสยาม มากหน่อยนะ ส่วนอัลบั้มรูปสำหรับทัวร์ 1 วัน ท้องสนามหลวง ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช และท่าพระจันทร์ รตจิตรไว้ในลิงค์นี้นะ เพื่อน ๆ สามารถคลิ๊กดูได้เลยที่
https://www.flickr.com/photos/j9i9t/sets/72157700664519685

ท่าช้าง ตึกเก่า

1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สนามหลวง
2. วัดพระแก้ว (Wat Phra Kaew) และพระบรมมหาราชวัง (Grand Palace)
3. วัดโพธิ์ Wat Po (วัดพระเชตุพนมังคลารามราชวรมหาวิหาร) ท่าเตียน
4. มิวเซียมสยาม Museum Siam ท่าเตียน
5. ตึกเก่าท่าเตียน
6. ท่าราชวรดิษฐ์ (Tha Rat or Ratchaworadit Pier)
7. ตึกเก่าท่าช้าง
8. มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่ามหาราช (Tha Maharaj)
9. ท่ามหาราช (Tha Maharaj)
10. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
11. พระสุเมรุ ท่าพระอาทิตย์

ตอนนี้มาดูรายละเอียดกันหน่อย

1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

หลายครั้งที่รตจิตรมาเที่ยวตามท่าต่าง ๆ ท่าเตียน ท่าราชวรดิษฐ์ ท่าช้าง ท่ามหาราช และท่าพระจันทร์ รตจิตรจะใช้เดินทางทางเรือข้ามฟาก แต่วันนี้ รตจิตรนั่งรถเมล์สาย 203 ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนิน ซึ่งสวยไปด้วยดอกไม้สีเหลือง ประจำรัชกาลที่ 10 เนื่องด้วยวันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันคล้ายพระราชสมภพของพระองค์ และดอกไม้กระเจียวสีชมพู เพราะเดือนสิงหาคมเป็นเดือนแม่ของปวงชนชาวไทย เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม พอรตจิตรผ่านสนามหลวงก็เตรียมลง เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

พระบรมมหาราชวัง

2. วัดพระแก้ว (Wat Phra Kaew) และพระบรมมหาราชวัง (Grand Palace) ท่าช้าง

เปิด-ปิดเวลา 8:30 – 15:30 น.
อย่างไรก็ตามถ้าเพื่อนๆ นั่งรถเมล์สาย 203 ต่อไป ก็สามารถเที่ยวท่าเตียนได้เลย เหมือนครั้งที่รตจิตรต้องมาธุระที่ท่าเตียน รตจิตรจะนั่ง 203 ไปอ้อมพระบรมมหาราชวัง ผ่านท่าเตียน หรือถ้าบางคนต้องการนั่งตรงมาเพื่อเที่ยวชมที่วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมหาราชวัง ให้นั่งผ่านท่าราชวรดิษฐ์ และสามารถลงที่ท่าช้าง เพื่อข้ามถนนไปเที่ยวชมวัดพระแก้วพอดี
รตจิตรยังเห็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยววัดพระแก้วจำนวนมากเช่นเคย ยิ่งตึกเก่าทั้งหมดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว บริเวณตรงข้ามพระบรมหาราชวังยิ่งงดงาม เพราะตึกเป็นสีไข่ไก่ขอบเขียวเหมือนกันตลอดแนว
รตจิตรไม่ได้ไปเที่ยวบริเวณ 5 ท่าเหล่านี้ ทาง อยากให้เพื่อน เริ่มต้นที่วัดพระแก้ว (Wat Phra Kaew) และพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ท่าเตียน ไปถึงท่าช้าง

วัดโพธิ์_วัดพระเชตุพน

3. วัดโพธิ์ Wat Po (วัดพระเชตุพนมังคลารามราชวรมหาวิหาร) ท่าเตียน

วันนี้ที่ รตจิตรมาเที่ยว คนต่างชาติเยอะมาก ถ้าเป็นต่างประเทศสถานที่ทางประวัติศาสตร์เหล่านี้มีค่าเข้าชมทั้งสิ้น เดือน ส.ค. 2561 วัดโพธิ์มีการบูรณะบางส่วนด้านใกล้ประตูด้านหลัง รตจิตรเห็นทั้งรถ Taxi และสามล้อ หรือ ตุ๊ก ตุ๊ก เมืองไทย จอดไม่เป็นระเบียบ ทำให้รถเมล์ค่อนข้างลำบาก และทำให้รถติดนิดหน่อยด้วย ทั้ง ๆ ที่รถไม่ควรจะติด
รตจิตร มาวัดโพธิ์หลายครั้ง แต่ไม่เคยเดินมาด้านท้ายวัดโพธิ์เลย วันนี้ รตจิตรลองเดินมาเพื่อจะไปชมมิวเซียมสยาม จึงเห็นหอสมุดสันติวัน อยู่ข้าง ๆ วัดโพธิ์เลย เพื่อให้ความรู้ทางพุทธศาสนาแก่ประชาชน

มิวเซียมสยาม Museum Siam

4. มิวเซียมสยาม Museum Siam ท่าเตียน

เปิด-ปิดเวลา 10:00 – 18:00 น.
มิวเซียมสยาม Museum Siam อยู่ตรงข้าม บ้านจักรพงษ์ ซึ่งใหญ่มาก Museum Siam แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ
(1) โซนที่คนอื่นมาเช่าสถานที่ ส่วนมากไม่เสียค่าเข้า และ
(2) โซนที่ Museum Siam จัดงานเอง มีค่าเข้าดังนี้

 Museum Siam

พอรตจิตรเดินเข้ามาในมิวเซียมสยาม Museum Siam ตรงประตูก็เห็นภาพที่ไม่ชอบ ที่รู้สึกว่าทำไม มิวเซียมสยาม Museum Siam ไม่คัดกรองก่อน และทำไมคนทำไม่มีจิตรสำนึกคือ นำภาพที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของ รัชกาลที่ 9 แต่กลับเขียนคำที่ลอกมาจากภาพยนตร์ ว่า Night at the Museum ความเห็นของรตจิตร การทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมอย่างแรงคือ

Museum Siam

– ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระองค์เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย แต่ภาพยนตร์เรื่อง Night at the Museum เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ได้แก่คนบางส่วน และภาพที่ติดตาคนทั่วโลกคือสัตว์ต่าง ๆ จำนวนมาก
– ทำไมต้องนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ มาเกี่ยวข้องกับคำที่ต้อง copy มาจากคนอื่น ที่อื่น ซึ่งใคร ๆ ทั่วโลกก็รู้ดี เพราะเป็นชื่อหนัง

Museum Siam

รตจิตรไปมิวเซียมสยามก่อนสิ้นเดือนสิงหารคม 2561 ยังคงมีการจัดแสดงงานเรื่อง ชายหญิง สิ่งสมมุติ (Gender Illumination) และเมื่อรตจิตรฟังเนื้อที่บรรยายในวันนั้นยิ่งเห็นว่าป้ายโฆษณาไม่ถูกต้อง เพราะภายในงานบอกว่าไม่ควรแบ่งแยกรังเกียจ แต่ทำไม ป้ายต้องเอาเพศชายขึ้นก่อน? ทำไมต้องเอาคำว่า เพศชายอยู่เหนือเพศหญิง? ทำไมคนจัดหรือคนออกแบบไม่เอาคำว่าชายหญิงไว้เสมอกันดังที่คำบรรยายต่าง ๆ ที่เปิดในงานแสดง นอกจากนี้ รตจิตรยังไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำถามในแบบสอบถาม ซึ่งน่าเกลียดมาก แต่มาจัดในสถานที่แบบ มิวเซียมสยาม เช่น

Museum Siam

– คุณมีเพศสัมพันธ์กับใครได้บ้าง
– เพศกำเนิด ของคุณมีอวัยเพศ อะไร
– คำบรรยายโดยพระรูปหนึ่งที่ชอบพูดเรื่องเพศกับพุทธศาสนา ซึ่งรตจิตรขอสงวนชื่อไว้ กลับต้องการให้ รวมห้องส้วม ไม่มีการแยกเพศ เป็นห้องน้ำหญิง-ชาย

Museum Siam

สรุปวันนี้ที่รตจิตร มาเที่ยวมิวเซียมสยาม ไม่ปลื้มเลย ขนาดตอนจะกลับก็อยากจะหยอดตู้เพื่อซื้อ Souvenir Coin ของ Museum Siam รตจิตรยังรู้สึกไม่อยากได้ เพราะเหรียญที่ระลึกไม่เหมือนตามพิพิธภัณฑ์ที่อื่น ซึ่งเป็นเหรียญจริง ๆ แข็งแรงทนทานเหมือนเหรียญสตางค์บ้านเรา แต่ที่ Museum Siam รตจิตรเห็นเป็นเหรียญอ่อน ๆ เป๊าะแป๊ะได้

ตึกเก่าท่าเตียน

5. ตึกเก่าท่าเตียน

รตจิตรเห็นป้ายที่ติดไว้ด้านตรงข้ามวัดโพธิ์ คิดว่าหลายคนคงไม่ได้อ่าน หรือไม่เคยอ่านด้วย รตจิตรจึงอยากย่อมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้ ตึกเก่าย่านท่าเตียน สร้างสมัยรัชการที่ 5 และ 6 เป็นตึก 2 ชั้นแบบยุโรป จุดเด่นอยู่ที่ซุ้มหน้าต่างรูปโค้ง มีเสากลมใหญ่ 2 ข้างอาคาร แถวนี้เดิมเป็นย่านซื้อขายยา สมุนไพรหลายร้าน ปัจจุบันก็ยังมีอยู่หลายร้าน ส่วนมากแล้ว รตจิตรจะไปซื้อยาหม่องแถวนี้แทน เช่น ยาหม่องพรมรังสี รตจิตรจะซื้อเฉพาะฝาเหล็กนะจะบอกให้

ท่าเตียน วัดอรุณ

รตจิตรสังเกตร้านอาหารหลายร้านมีแต่ผัดไทย ราคาตั้งแต่ 50 – 100 บาทต่อจาน และมะพร้าวอ่อน ลูกละ 50 บาท นอกจากนั้นยังมีขายกางเกงชาวเล ลายช้าง ลายไทยอื่น ๆ ไม่แพงเลย ตามซอกตึกเก่าหลายซอก สามารถเข้าไปถ่ายรูปวัดอรุณได้สบาย ๆ ด้วย รตจิตรก็เป็นหนึ่งในคนที่เข้าไปถ่ายรูปเช่นกัน จึงเห็นว่าเดี๋ยวนี้ วัดอรุณ หรืออรุณราชวราราม ไม่เหมือนสมัยก่อน ความงามลดลงเยอะ ความอ่อนช้อยก็หายไป สีโดยรวมที่ รตจิตรเคยเห็นวัดอรุณ เป็นสีเทาฟ้า ๆ ก็หายไป เป็นต้น

ท่าราชวรดิษฐ์ วัดมหาธาตุ

6. ท่าราชวรดิษฐ์ (Tha Rat or Ratchaworadit Pier)
ท่านี้ รตจิตรแค่เดินผ่านเพราะเวลาไม่พอ แต่ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลาสามารถเข้าไปดูริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ถ่ายรูปเรือรบสวย ๆ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถ นั่งชมวิวดูวัดประยูร วัดระฆัง และวัดอรุณราชวราราม และยังสามารถช่วยอุดหนุนร้านค้าราชนาวีอีกด้วย

ร้านขายเตาฮวยตึกเก่าท่าช้าง

7. ตึกเก่าท่าช้าง

รตจิตรมาถึงท่าช้าง ที่ตึกเก่าท่าช้างเป็น High light สำหรับถ่ายรูปเช่นกันเพราะตึกอยู่หัวมุมพอดี เป็นแหล่งที่ขายสับปะรดเยอะมาก และมีเขียนป้ายเป็นภาษาจีน นอกจากนี้ รตจิตรยังได้ยินคนไทยตะโกนขายเป็นภาษาจีนกลางด้วย รตจิตรเดินดูตึกเก่าท่าช้าง ร้านอาหารหลากหลาย ไม่เหมือนท่าเตียน ที่เป็นผัดไทยหลายร้าน รตจิตรยังแวะกินเต้าฮวยร้อน เต้าฮวยเย็น แป๊ะก้วย เฉาก๊วย อร่อยมาก

ท่าช้าง ตึกเก่า

8. มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่ามหาราช

รตจิตรข้ามฝั่งไปเที่ยวมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งบางครั้งก็มีจัดแสดงภาพฝาผนังด้านนอกมหาวิทยาลัยศิลปากรเลย บางครั้งก็มีจัดงานแสดงภาพวาด งานของกลุ่มมัณฑนศิลป์ เป็นต้น นอกจากนี้ตรงลานกว้างก็มีรูปปั้นต่าง ๆ สวยงาม และยังเป็นสถานที่ที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง เช่น ห้องหุ่น มหาวิทยาลัยศิลปากร ยังเป็นที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ครั้งที่ท่านมีชีวิตอยู่ ซึ่งมีคำพูดของท่านที่อยู่ในประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบันคือ “ศิลปะยืนยาว ชีวิติสั้น (Ars Longa Vita Brevis)”

9. ท่ามหาราช (Tha Maharaj)

ท่ามหาราช คือแหล่งเที่ยว Shopping mall และอาหารการกินจริง ๆ รตจิตรมาเที่ยวท่ามหาราชหลายครั้งมาก ๆ ไม่ว่าจะมา selfie ถ่ายรูปกับวิวธรรมชาติ สวย ๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือวิวที่มนุษย์สรรสร้างขึ้นมา ตลอดจนการมานั่งกินอาหารชิว ๆ หลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น ซึ่งรตจิตรเคยมานั่งกินตอนดึก ๆ ด้วย หรือแม้แต่ขนมนมเนย เพราะที่ท่ามหาราชจัดงานบ่อยมาก ทำให้มีร้านค้าหลายหลายเหมือนยกระดับตลาดนัดขึ้นมา ด้านตรงข้ามท่ามหาราชคือวัดมหาธาตุ ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลา รตจิตรก็อยากให้เข้าไปชมความงามของวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อาคารปฏิบัติธรรม งดงามมาก

ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย มธ.

10. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สถานที่เที่ยวสุดท้ายของ 6 ท่า รตจิตรเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเห็นว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปลี่ยนไปมาก สวยขึ้นมาก แต่สวยน้อยลงก็แค่ตรงที่รถยนต์จอดมากเกินไป โดม ห้องสมุดริมน้ำเจ้าพระยา และวิวริมน้ำเจ้าพระยา รวมถึงสวนหย่อมตลอดแนวแม่น้ำยังสวยงามมาก แต่วันนี้รตจิตรไม่ได้มาดูความงามที่พรรณนามา เพราะต้องการมาศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อซื้อหนังสือ ซึ่งปกติจะปิดเวลา 16:00 น. ยกเว้นช่วงเปิดเทอมทางศูนย์จะขยายเวลาออกไปอีก 1 ชั่งโมง

11. พระสุเมรุ ท่าพระอาทิตย์

จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตรงท่าพระจันทร์ รตจิตรเดินทะลุมหาวิทยาลัยก็จะถึงท่าพระอาทิตย์ เพื่อไปเที่ยว ป้อมพระสุเมรุ บางคนเรียกป้อมพระอาทิตย์ เพราะอยู่ตรงท่าพระอาทิตย์ รตจิตรมาที่ท่าพระอาทิตย์ เพื่อเก็บวิวสวย ๆ ที่สะพานพระราม 8 เพื่อน ๆ สามารถพักผ่อนได้ที่ป้อมพระสุเมรุนี้

Museum Siam

Leave a comment

Filed under Uncategorized

อำลา เขาดิน รำลึกสวนดุสิต เขาดินในตำนาน

Goodbye Dusit Zoo
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 25, 2018

เช่าเรือถีบ เขาดิน

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่เคยไปเขาดิน หรือสวนดุสิต หรือ กำลังจะไปเที่ยวเขาดิน เนื่องจากจะย้ายไปที่อื่นภายใน 30 กันยายน 2561 นี้ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรรู้สึกว่าเขาดิน อยู่กับคนกรุงมานาน ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ วันที่เขาดินต้องจากไป เขาดินจะเป็นตำนาน ต้องมีวันอำลาเขาดิน และการวางยาสลบเพื่อเคลื่อนย้ายสัตว์ จะทำให้เกิดความสูญเสียมากน้อยเพียงใดยังไม่มีใครรู้ และถ้าสูญเสียจริง ๆ จะมีการให้ข่าวตามจริงหรือไม่ อย่างไร ขนาดน้องหมาของรตจิตร ที่ชื่อ Woody ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ โรงพยาบาลสัตว์จุฬา ยังแพ้ยาสลบ และตายก่อนที่จะหมอจะผ่าตัดเสียด้วย แต่หมอสัตว์ก็ยังดันทุรังผ่าตัด เพราะต้องการก้อนเนื้อในมดลูกของน้องหมามาดอง………..

ความเป็นมาของ เขาดินวนา

นางอาย เขาดิน

รตจิตรอยากเกริ่นนำให้เพื่อน ๆ ฟังเกี่ยวกับประวัติ เขาดิน อย่างสั้น ๆ ดังนี้
– พ.ศ. 2441 สวนสัตว์ดุสิต เป็นบริเวณหนึ่งใน “วังสวนดุสิต” ด้วยทรัพย์ส่วนพระองค์ ของรัชกาลที่ 5 จึงเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีกวางเป็นสัตว์ตัวแรก ๆ ของสวนสัตว์
– พ.ศ. 2481 องค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้สวนสัตว์ดุสิต กลายเป็นสวนสาธารณะ
– พ.ศ. 2506 รัชกาลที่ 9 ทรงรับองค์การสวนสัตว์เข้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้รูปกวางเป็น Logo ให้เขาดินเป็นองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมป์ The Zoological Park Organization under the Royal Patronage of H.M. the King
– พ.ศ. 2560 นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รับพระราชทานโฉนดที่ดิน จาก รัชกาลที่ 10 บริเวณคลอง 6 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 300 ไร่ เพราะพื้นที่ใหญ่กว่าเกือบ 3 เท่า

ค่าเข้า สวนสัตว์ดุสิต

ความรู้สึกในวันที่ไปเที่ยวเขาดินก่อนย้าย

รตจิตรไปเที่ยวเขาดิน ตอนที่มีข่าวว่า จะปิด 31 สิงหาคม 2561 ก่อนที่จะมีข่าวการขยายปิดสวนสัตว์อย่างถาวรเป็นสิ้นเดือน กันยายน 2561 ทำให้รตจิตรรีบไปเที่ยววันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561 ซึ่งคนก็คงพอรู้ข่าวคล้าย ๆ รตจิตร หากเพื่อน ๆ ของ รตจิตร ไม่ไปสัมผัสบรรยากาศของสวนสัตว์ดุสิตด้วยตนเอง จะไม่มีความรู้สึกขนาดนี้ ความรู้สึกถึงความเสียดาย เขาดินอยู่ในความทรงจำตั้งแต่สมัย คุณพ่อคุณแม่ของรตจิตร พอ รตจิตรโต ก็ยังไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ต่อ และพอมีครอบครัวของตนเอง มีลูก ก็พาลูกไปเที่ยวเป็นแห่งแรก ตั้งแต่ลูกไม่ถึง 2 ขวบดี นอกจากนี้บ่อยครั้งที่โรงเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าในกรุงเทพ ปริมณฑล หรือโรงเรียนต่างจังหวัด ก็จัดมาทัศนาศึกษาที่เขาดินเช่นกัน รตจิตรก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่มีประสบการณ์เรื่องการมาทัศนศึกษาที่เขาดิน

Map ภายในเขาดิน

ขนาดวันที่ 18 ส.ค. ที่รตจิตรไปเที่ยวเขาดินนั้น รตจิตรยังรู้สึกเคยชิน ไม่รู้สึกว่าเขาดินในวันนี้แคบ หรือแออัดไปสำหรับสัตว์หรือนักท่องเที่ยว ทั้ง ๆ ที่วันนี้มีคนมาเที่ยวเขาดินมากเป็นประวัติการเพราะข่าวว่าจะปิดสิ้นเดือนส.ค. มีปัญหาแค่เพียงเรื่องที่ รตจิตรต้องเข้าแถวกันยาวเพื่อเข้าห้องน้ำ ซื้อน้ำ Amazon และดูโชว์บางอย่าง เท่านั้นเอง ยิ่งเป็นสัตว์ที่เขาดิน ซึ่งอยู่กันมานาน ยิ่งน่าจะรู้สึกเคยชินมากกว่าพวกรตจิตร และมีความสุขกายสุขใจเสียด้วย ตามคำโบราณที่ชอบพูดกันว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แต่ที่เขาดิน ไม่ได้คับที่เลย รตจิตรขอ Confirm ค่ะ นอกจากนี้ รตจิตรยอมรับว่าทางสวนสัตว์ดุสิตจัดการและทำความสะอาดได้ดีเยี่ยม รตจิตรเลยรู้สึกเสียดาย รู้สึกสงสารทั้งสัตว์ ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ทั้งเด็กและผู้ปกครองถ้าจะมีการย้ายไปเข้าดินใหม่ คลอง 6 ธัญญบุรี

อำลา เขาดิน

ค่าเข้าเขาดิน

ค่าเข้าสวนสัตว์ดุสิตสำหรับคนไทยตั้งแต่ 20 – 100 บาท สำหรับต่างชาติ 70-150 บาท ตามรูปเลยค่ะ รตจิตร ชอบป้ายค่าเข้าเขาดินมาก เพราะเขียนเป็นเลขไทย สำหรับคนไทย และเลขอารบิคสำหรับชาวต่างชาติ ทำให้ไม่รู้ถึงความแตกต่าง อย่างไรก็ตามเรียกได้ว่าค่าเข้าสวนสัตว์ดุสิตถูกมาก ๆ ถ้าเทียบกับต่างชาติ ตามที่ รตจิตรเคยไปสวนสัตว์ที่ต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศ เพราะ

นกฟรามิงโก เขาดิน

1. ต่างประเทศค่าเข้าตั้งแต่ $50-100
2. เขาดินบ้านเรามีสัตว์หลายประเภท แม้แต่สัตว์ต่างประเทศก็มีจำนวนมาก เช่น หมีโคล่า นกฟรามิงโก้ แต่ของต่างประเทศมีสัตว์น้อยมาก
3. รตจิตรจ่ายค่าเข้าครั้งเดียว สามารถดูสัตว์ได้ทั้งเขาดิน แต่บางประเทศมีค่าเข้าชมพิเศษสำหรับสัตว์บางชนิดอีก ราคาค่าเข้าโหดร้ายมาก
4. รตจิตรต้องจ่ายค่าเข้าตามราคาปกติ เพราะบางประเทศเปลี่ยนอายุของผู้สูงอายุเป็น 60 เป็น 65 ปีแล้ว
5. พื้นที่เขาดินบางประเทศในยุโรป น้อยกว่า 118 ไร่ค่ะ แต่เขาใช้วิธีจัดการโดยเพิ่มจำนวนต้นไม้ขึ้น

ยีราฟ เขาดิน

เริ่มเที่ยวเขาดิน กับ รตจิตร

ถ้าซื้อตั๋วเสร็จ แน่นอนทุกคนต้องหายีราฟ และม้าลายค่ะ แม้ว่ายีราฟในวันนี้จะน้อยไป 1 ตัวเมื่อเทียบกับที่ รตจิตรเคยไปนานมาแล้ว แต่ความดึงดูดด้วยความน่ารักขอยีราฟไม่ได้ลดน้อยลงเลย ยิ่งไปกว่านั้น สวนสัตว์ดุสิตมีสะพาน หรือ Sky Walk เดินตามทางเขาดินได้ไกล จนมาถึง ที่ยีราฟได้เลย รตจิตรสามารถสัมผัสถึงความน่ารักของยีราฟได้อย่างใกล้ชิด เพราะเขาจะมากินใบไม้ต้นที่ใกล้ ๆ ทางเดินลอยฟ้านี้ บางประเทศสวนสัตว์มีกระเช้าให้คนขึ้นชม แต่ รตจิตรคิดว่าไม่ได้บรรยากาศเหมือนสะพานไม้ที่เขาดินวนาของเราเลย ของไทยหลายอย่างดีกว่าต่างชาตินะจะบอกให้

อำลา เขาดิน

เขาดินไม่ใช่มีแค่สัตว์นานาชนิด ไม่ใช่มีแค่การแสดงโชว์ของสัตว์ ไม่ได้เป็นเพียงที่พักผ่อน ในการถีบเรือ ในการสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรือครอบครัว ไม่ใช่มีแค่ความรู้ตามป้ายข้อมูลต่าง ๆ และนิทรรศการที่จัดขึ้นเป็นระยะ ๆเช่น นิทรรศการภาพถ่ายในอดีต 80ปีเขาดินวนา แต่เขาดินยังเป็นที่น่าหลงใหลสำหรับเด็ก ๆ และผู้ปกครอง มีสวนน้ำที่เต็มไปด้วยสีสัน เหมาะสำหรับประเทศเมืองร้อนแบบไทยมาก ๆ

นิทรรศการภาพถ่ายในอดีต 80ปีเขาดินวนา

รตจิตรได้ยินคนบ่นว่า ไม่เห็นเจองูเลย ความจริงงูอยู่ใกล้มากมาย แต่นิสัยคนเรามักจะนิยมไปดูยีราฟก่อน แล้วก็เดินเลียดไปทางขวา ไปเรื่อย ๆ คือไปทางแคชเมียร์ ความจริงงูอยู่ด้านตรงข้ามที่ยีราฟเอง รตจิตรคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่ดูแลสวนงู โดย รตจิตร ถามตอบกับเขาดังนี้

รตจิตร Q: เคลื่อนย้ายงู ไม่ทำให้งูเครียดเหรอ
เจ้าหน้าที่ A: งูทั้งหมดที่มีนี้เขาสามารถจับย้ายได้ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมง
รตจิตร Q: จะจับงูย้ายไปไหน ในเมื่อเขาดินใหม่กว่าจะเสร็จ 3 ปีกว่า
เจ้าหน้าที่ A: ย้ายไปสวนสัตว์โคราชก่อนครับ

สวนงู เขาดิน

รตจิตรสงสารสัตว์ขึ้นมาทันทีต้องย้ายไปย้ายมา อย่างน้อยสัตว์ต้องเครียด ขาดการพักผ่อน และพอไปถึงที่ใหม่อาจล้มเจ็บ อาจนอนไม่หลับ เป็นต้น

ติดต่อเขาดินตามช่องทาง ดังนี้

1. รตจิตร เข้าที่ เว็บไซต์เขาดิน http://www.dusit.zoothailand.org/
2. รตจิตร เล่นเฟสบุคบ่อย ก็เข้าที่ facebook https://facebook.com/DusitzooThailand
3. เพื่อนของ รตจิตร โทรศัพท์ได้นะ ติดต่อฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ 02-281-2000 และ 02-280-7698 ทุกวันในเวลาราชการ
4. รตจิตรถ่ายรูปเขาดินที่สวนดุสิตมา 200 กว่ารูป แต่คัดเฉพาะที่สำคัญไว้ที่อัลบั้มส่วนตัวที่เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปแวะชมได้ที่ URL ตามนี้นะคะ
https://www.flickr.com/photos/j9i9t/albums/72157670509126827

อำลา เขาดิน

รตจิตรอยากเพิ่มเติมเรื่องป้ายประกาศต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ ตามกรง ตามทางเดินในเขาดินว่ามี 2-3 แบบ แต่ส่วนใหญ่ที่จัดทำโดยเขาดินเอง จะเป็นภาพการ์ตูนที่วาดแล้ว สัตว์ทุกตัวเป็นมิตรจริง ๆ รตจิตรเห็นบางป้ายที่สนับสนุนโดยบริษัทเอกชนมักจะภาพวาดสัตว์ที่มีจิตใจไม่ดีเท่าไหร่

Location สวนสัตว์เขาดิน

ที่ตั้งเขาดิน ในปัจจุบัน
ภายในวันที่ 30 กันยายน 2561 สวนสัตว์เขาดิน เขาดินยังอยู่บนพื้นที่จำนวน 118 ไร่ ยังตั้งอยู่ที่ 71 ถนนพระราม 5 แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีสระน้ำใหญ่อยู่ตรงกลาง เห็นพระที่นั่งอนันตสมาคม งดงามมาก รตจิตรถือเป็น High Light ในการถ่ายรูปเขาดิน และยังมีเรือถีบให้เช่า ผ่านไปผ่านมา
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

ที่ตั้งเขาดินใหม่
หลังจากกันยายน 2561 ประมาณ 3-5 ปี เขาดินใหม่ บนพื้นที่จำนวน 300 ไร่ อยู่ที่ถนน รังสิต-นครนายก คลอง 6 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ช้างจิ๋ม เขาดิน

คำถามทิ้งท้ายในบทความ อำลาเขาดิน

เนื่องจากเขาดินใหม่ ต้องใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 3-5 ปี ยังไม่สามาถรองรับสัตว์ที่สวนสัตว์ดุสิตได้ในขณะนี้ แล้วทำไมต้องรีบคนย้ายสัตว์ออกจากเขาดิน เพื่อต้องย้ายสัตว์หลายรอบ คือ มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องขนย้ายสัตว์ที่เขาดินจำนวนมากกว่า 1,300 –1,400 ตัวไปฝากเลี้ยงไว้ยังสวนสัตว์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ 6 แห่ง

Seal Show เขาดิน

แม้ว่าเจ้าหน้าที่เขาดินจะออกมายืนยันถึงความพร้อมในการเคลื่อนย้าย แต่มีอะไรเป็นหลักประกันถึงจำนวนสัตว์ ว่าจะมีจำนวนเท่าเดิมหรือไม่ อะไรการันตีความปลอดภัยของสัตว์ทั้งหมด และผลกระทบหลังจากสัตว์ได้ย้ายไปบ้านใหม่แล้ว สัตว์บางอย่างเดินทางไม่เกิน 2ช.ม.ก็อาจตาย เช่น นกบางชนิด เป็นต้น รตจิตรเคยจะขนย้ายนกยังทำไม่ได้เลย เพราะการเมารถจากการเดินทาง ขนาดคนบางคนยังเป็นเลย

นอกจากนี้ ถ้าจะให้ รตจิตรพูดถึงเรื่องมลพิษ มลภาวะ รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ ลองเข้าไปเที่ยวเขาดินวันนี้ บอกได้เลยว่าไม่มีเรื่องมลพิษ วันที่ รตจิตรไปเที่ยวเขาดิน มีกระแสว่าปิด 31 ส.ค. 2561 คนจะไปกันหนาแน่น ทำให้รถติดมากจริง ๆ ด้านหน้าเขาดิน แต่มลพิษยังเข้าไปเขาดินได้น้อยมาก มลพิษจะมี ก็เพียงสิ่งที่ รตจิตรเห็นในวันนั้น คือ
– การให้รถยนต์จำนวนมากเข้าไปขับด้านใน
– พอรถยนต์มาก ก็เข้าไปทำให้รถติดในสวนสัตว์เขาดิน
– รถยนต์หลายคัน ขับวนหาที่จอดรถจนต้องขึ้นไปจอดทับบนฟุตบาท และสนามหญ้า

เพนกวิน เขาดิน

เพื่อนต่างชาติถามรตจิตร รตจิตรก็ตอบได้สั้น ๆ ว่า “This is our zoo in Bangkok founded 120 years ago. It’s a pity that it has to be moved to other 6 zoos in Thailand. Not good for many animals that have to be relocated to many places which are not their homes until the new one will be completed.

บรรยากาศวันนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เพราะคงไม่มีบรรยากาศที่สัตว์มีความสุขในบ้านหลังนี้ที่พวกเขาอยู่กันมานาน เขาดินที่คนหลายรุ่นได้เคยสัมผัส จะเป็นเพียงเขาดินในตำนาน ไม่มีเขาดินวนา ไม่มีสวนสัตว์ดุสิต ที่ก่อตั้งมาถึง 120 ปี ที่เป็นสวนสารธารณะมาถึง 80 ปีในเขตดุสิตอีกแล้ว บรรยากาศที่คนแก่พาลูกหลานมาดูด้วยความภาคภูมิใจที่พวกเขาจำได้หมดว่าสัตว์อะไร อยู่ตรงไหน มีกี่ตัว …….ลาก่อนเขาดิน

เขาดิน สวนดุสิต ปี 2561

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี

Renew Driver License for 5 years
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 18, 2018

การสอบใบอนุญาตขับรถยนต์

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่กำลังจะไปต่อใบขับขี่ หลังจากต่อมาแล้ว 2 ครั้ง คือ 1 ปี และ 5 ปี จากนั้นก็จะต่ออีก 5 ปี ซึ่งเป็นหัวข้อที่จะเล่าสู่กันฟังวันนี้ ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตรอยากเกริ่นนำให้เพื่อน ๆ สบายใจเรื่อง การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ 5 ปี ว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจ และคนที่ขอก็ไม่มีใครเครียดตอนทดสอบสมรรถภาพ เหมือนการขอใบขับขี่รถยนต์ใหม่ หน้าตาจะเคร่งเครียดมากจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดสอบภาคสนาม ซึ่งต้องจองคิวทาง internet เพื่อเข้า “DLT ระบบจองคิวอบรม” ก่อน http://ebooking.dlt.go.th/ebooking และยังต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือนด้วย

จองคิวอบรมสอบใบอนุญาตขับรถใหม่

ตอนนี้รตจิตรขอทบทวนการต่อใบอนุญาตขับรถยนต์สักนิด แบบสั้น ๆ คือ ทุกคนที่สอบผ่านใบอนุญาตขับรถใหม่แล้ว เช่น สมมติว่า
– ปี 2555 รตจิตรสอบใบขับขี่ได้ครั้งแรก เมื่อครบ 1 ปี คือ
– ปี 2556 รตจิตรต้องต่อใบขับขี่ ออกไป 5 ปี คือ ใบอนุญาตขับรถยนต์ จะถึงกำหนดในปี 2561 นี้เอง หลังจากได้รับอนุญาตครั้งแรก และ
– รตจิตรต้องต่อใบอนุญาตขับรถยนต์ ออกไปทุก ๆ 5 ปี เนื่องจากปัจจุบัน ไม่มี ใบขับขี่แบบตลอดชีพแล้ว โดยมีขั้นตอน ดังนี้

การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ 5 ปี

รตจิตรเขียนที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ขนส่งตลิ่งชัน รตจิตรไปถึงขนส่ง 8:30 น. พอดี กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ได้คนที่ประมาณ 70 กว่า ๆ เพราะมีคนไปต่อคิวตั้งแต่เช้า แม้ว่า กรมขนส่งจะเปิดทำงาน 8:30 น. ก็ตาม ซึ่งแต่ละคนในวันนั้นก็ใช้เวลาขนาดนี้ ถ้าเพื่อน ๆ ไปวันพฤหัสบดีจะพบคนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนชาติอาเซียน ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มีคนจีน ญี่ปุ่น และฝรั่งบางส่วน
เจ้าหน้าที่ของขนส่งบอกว่า วันนี้คนมาต่อใบอนุญาตขับรถยนต์ น้อยแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือ รตจิตรไม่มีทางเลือก เพราะบ้านอยู่ละแวกนี้พอดี แม้ว่าจะมีเพื่อนบางคนโพสต์ว่า ขนส่งบางขุนเทียน หรือกรมขนส่ง จังหวัดนครปฐม มีคนไปทำธุรกรรมน้อยกว่าขนส่งตลิ่งชันมาก แม้ว่าวันนี้ รตจิตรจะได้คิวที่ยื่นเอกสาร เป็นคิวที่ประมาณ 70+ ก็ตาม แต่ได้คิวที่สอบสมรรถภาพร่ายกาย เป็นคิวที่ 100 กว่า และคิวที่จ่ายค่าธรรมเนียม 505 บาท เพื่อถ่ายรูปเป็นคิวที่เกือบ 200 เพราะมีพวกที่ตกค้างมาจากวันก่อน ๆ ที่ยังทำไม่เสร็จ แต่ขนส่งปิดก่อน

การสอบใบอนุญาตขับรถยนต์

ขั้นตอน การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี

1. รับแบบฟอร์ม ยื่นเอกสาร เพื่อรับคิว

ที่กรมขนส่งตลิ่งชัน รตจิตรขึ้นไปชั้น 2 เพื่อต่อแถวที่หมายเลขช่อง 21 รับแบบฟอร์ม “แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย”และเตรียมเอกสารหลักฐาน 2 อย่างดังนี้
– บัตรประชาชน
– ใบขับขี่ปัจจุบัน
– หากมีการเปลี่ยนนามสกุล จะต้องใช้เอกสารอีกอย่างคือ สำเนาบัตรประชาชน และหลักฐานการเปลี่ยนนามสกุล
รตจิตรเขียนชื่อนามสกุลและหมายเลขโทรศัพท์ บนแบบฟอร์ม “แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย” และ รตจิตรก็รับบัตรคิว พอได้เอกสารคืน จะมีโน้ต ให้ตรวจสอบความถูกต้องของ ชื่อ และนามสกุล ก่อนที่จะไปขั้นตอนต่อไป คือทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ที่ช่อง 10

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย P1

2. การอบรม เพื่อต่อใบขับขี่รถยนต์

รตจิตร รับเอกสารที่ยื่นไปที่ช่องแรกคือ 21 คือแบบฟอร์ม “แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย” แล้วรตจิตรก็ไปต่อที่ช่อง 10 เพื่อรับบัตรคิวอีกครั้ง สำหรับนั่งรอการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ได้แก่ การทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ, การทดสอบสายตาทางกว้าง, การทดสอบสายตาทางลึก, และ การทดสอบปฏิกิริยา
ขณะที่รตจิตรนั่งรอ หลังจากรับบัตรคิวใหม่ที่ห้อง 10 นั้น รตจิตรคิดว่า การรับบัตรคิวห้องนี้ น่าจะใช้วิธีเหมือนการับบัตรคิวตามธนาคารได้ ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายนั่งคนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ เพราะหน้าห้องมี Video คำแนะนำเรื่องการทดสอบให้รตจิตรได้ดูทุกขึ้นตอน นอกจากนั้น เมื่อ Video เกิดขัดข้อง เจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่คอยดูแลห้องอบรมที่อยู่ใกล้ ๆ ก็จะเป็นคนดูแล และคอย Reboot Video อยู่แล้ว

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย P2

ถ้า รตจิตร หันหน้าไปทางหน้าห้อง 10 จะเห็นห้องอบรมอยู่ด้านซ้ายมือ เรียงมาตั้งแต่ห้องที่ติดกับช่อง 21 จนถึง ช่อง 10 ดังนี้
ห้องอบรมห้องใหญ่ ส่วนมากสำหรับผู้สอบใบขับขี่ครั้งแรก

ห้องอบรมใหญ่
สำหรับพวกขอใบอนุญาติขับขี่ใหม่

ห้องอบรม #1 ห้องเล็ก เพื่อทดสอบ E-exam
9:30-10:30 น.; 10:30-11:30 น.; 11:30-12:30 น.; และรอบสุดท้าย 13:00-14:00

ห้องอบรม #2 ห้องเล็ก เพื่ออบรม 1 ชั่วโมง สำหรับพวกที่ขาดต่อใบขับขี่ไม่เกิน 1 ปี มีรอบอบรมดังนี้
9:00-10:00 น.; 9:30-10:30 น.; 10:30-11:30 น.; และรอบสุดท้าย 13:00-14:00

ห้องอบรม #3 ห้องเล็ก เพื่ออบรม 2 ชั่วโมง สำหรับพวกที่ขาดต่อใบขับขี่เกิน 1 ปี มีรอบอบรมดังนี้
10:00-12:00 น.; และ 12:00-14:00 น.

ห้องอบรม #4 ไม่ได้ทำอะไร
รตจิตรเห็นคนส่วนมากที่มาต่ออายุใบขับขี่ ประเภท 5 ปี ทดสอบ แค่ 1-2 ครั้งก็ผ่าน แม้ว่า ขนส่งจะอนุญาตให้ถึง 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามถ้าไม่ผ่านจริง ๆ รตจิตรได้สอบถามเจ้าหน้าที่ขนส่ง ทราบว่า เจ้าหน้าที่จะนัดให้มาใหม่ในวัดถัดไป โดยมาทอสอบที่ห้องนี้ได้เลย แต่วันนั้น รตจิตรเห็นผ่านทุกคนนะ

ตารางอบรมมี 3 ภาษาคือ จีน (วันอังคาร, พุธ) อังกฤษ (พฤ) และญี่ปุ่น (พฤ., ส.ที่ 2 ของเดือน)

3. การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

(1) การทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ

การทดสอบตาบอดสี สอบใบขับขี่ ขนส่ง

รตจิตรต้องบอกสีที่อยู่ในแผ่นวงกลม ตามที่เจ้าหน้าที่ ชี้ว่าคือสีอะไร ซึ่งก็มีแค่สีที่จำเป็น คือ เขียว เหลือง แดง

(2) การทดสอบสายตาทางกว้าง

การทดสอบสายตาแนวกว้าง ทางกว้าง ใบขับขี่ ขนส่ง

เจ้าหน้าที่ให้ รตจิตร มองกว้างเพื่อดูสี ที่ที่มุม 75 องศา คือ ทดสอบสายตาเรื่องสีเขียว กับสีแดง ซึ่งจะปรากฎอยู่ด้านเฉียง ๆ ของดวงตา รตจิตร ต้องให้จมูกแตะแท่น และเจ้าหน้าจะกดสีทดสอบครั้งละสี เพื่อให้ รตจิตรบอกสีออกมา ว่าเขียว หรือ แดง

(3) การทดสอบสายตาทางลึก

ความจริง รตจิตรคิดว่า การทดสอบนี้ก็ไม่ยากนัก แต่เพื่อน ๆ ที่เข้าทดสอบมักกลัวการทดสอบนี้ เพราะแท่นขวาจะอยู่นิ่ง ให้เรากดปุ่มอีกแท่นหนึ่งให้อยู่ระดับเดียวกับแท่นหลัก เพื่อน ๆ กีตามรูปได้เลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ยังให้ห่างกันได้ประมาณไม่เกิน 1 นิ้วด้วย

การทดสอบสายตาเชิงลึก แนวลึก ด้านลึก ทางลึก ใบขับขี่ ขนส่ง

(4) การทดสอบปฏิกิริยา

เป็นการทดสอบการเหยียบเบรก เมื่อเห็นไฟแดง รตจิตรเห็นเพื่อนที่ไม่ผ่านรอบแรกก็เพราะ เหยียบเบรก เบาไป ซึ่งอาจเกิดจาก การหมุนเท้าเปลี่ยนจากคันเร่ง มาเหยียบเบรกทำให้เหยียบเบรกเบาไป วันที่ รตจิตรไปสอบต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี นี้ รู้สึกว่าเครื่องทดสอบ จะเสียเพราะถูกกระทืบบ่อย และแรงไป ทำให้เร็ว รตจิตร และทุกคนที่เข้าทอดสอบสมรรถภาพร่างกายในวันนั้น ไม่ต้องทดสอบตัวนี้

4. ขั้นตอนสุดท้าย จ่ายเงิน 505 บาทและถ่ายรูปใบขับขี่

เมื่อ รตจิตรผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเพื่อขอต่อ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ชนิด ประเภท 5 ปีแล้ว รตจิตรต้องกลับมาที่ช่องแรก คือ ช่อง 21 เพื่อรับบัตรคิวอีกครั้ง สำหรับจ่ายค่าค่าธรรมเนียม โดยอัตราค่าธรรมเนียมในการการต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี คือ 505 บาท (ค่าธรรมเนียม 500 บาท ค่าคำขอ 5 บาท)

การต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี

คิวจุดนี้มากกว่าที่อื่น เพราะ

1. เจ้าหน้าที่ที่รับเงินค่าธรรมเนียมในการการต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี มี 3 คนในขณะที่คนจะแห่ออกมาจากห้องอบรม ซึ่งเสร็จพร้อม ๆ กันเยอะมาก
2. เจ้าหน้าที่ที่ถ่ายรูปติดใบขับขี่ ไม่ได้เปิดทุกช่อง คือไม่มีคนอยู่ทุกช่อง ทำให้วันนั้น มีช่วงเวลาหนึ่ง ประมาณ 20 นาที เรียกกันอยู่ 1-2 ช่องเอง ในขณะที่คนแห่กันมาจากห้องอบรมมากมาย และยังมีคนที่ตกค้างรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
กล่าวโดยสรุปการทำงานจุดที่รับชำระค่าธรรมเนียม และถ่ายรูป ซึ่งความจริงไม่ได้ใช้เวลานานเลย แต่กลับนาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ หรือมาทำงานกันแค่ 2-3 คน ทั้ง ๆ ที่ก่อนพักเที่ยง คือช่วงเวลา 10:30 – 11:00 o. กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ รับเงินไม่รีบมารับเงินก่อนปล่อยให้คนนั่งรอ และเจ้าหน้าที่ที่ถ่ายรูปก็ไม่ได้นั่งตามตู้ปฏิบัติงาน ทำให้ทำงานไม่สัมพันธ์กับการทดสอบสมรรถภาพ และอบรม ทำให้มีคนรอตกค้างที่จุดสุดท้ายเป็นจำนวนมาก

ก่อนจบเรื่อง การต่อใบขับขี่รถยนต์ แบบ ชนิด ประเภท 5 ปี รตจิตร ออกจากขนส่งตลิ่งชัน หรือขนส่งพื้นที่ 2 มีป้อมเพื่อเสียภาษีแบบ Drive Thru ป้อมเก่า 2 ป้อมเดิมที่ใช้งานอยู่ และเห็นป้อมใหม่ ๆ 2 ป้อม ยังไม่ได้เปิดใช้งาน แต่ดูเล้วน่าจะเสร็จพร้อมใช้งาน เพื่อเพื่อนๆ และ รตจิตรเองสามารถเสียภาษีรถยนต์ประจำปี ได้

 Drive Thru การเสียภาษีรถยนต์ด้วยตนเอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ตัวอย่างการเขียนกิตติกรรมประกาศ

กิตติกรรมประกาศของรูปเล่มบริการวิชาการเรื่อง การทำหนังสือการ์ตูนสร้างสรรค์ โดย พราว อรุณรังสีเวช

โครงการบริการวิชาการเรื่อง การทำหนังสือการ์ตูนสร้างสรรค์ (The Making of Prosocial Graphic Novel) นี้ สำเร็จลุล่วงด้วยดี ด้วยความร่วมมือจากนักศึกษาในแขนงวิชาภาพเคลื่อนไหวและสื่อผสม รุ่น 58 ที่ตั้งใจทำงาน อีกทั้งยังพร้อมใจกันส่งงานตรงเวลาตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ นักศึกษามีความตื่นเต้น กระตือรือร้น รู้สึกสนุกไปกับงานที่ตนได้สร้างสรรค์การ์ตูน และคาดหวังจะเห็นผลสำเร็จ เห็นผลงานของนักศึกษาเอง หรือรูปเล่มหนังสือการ์ตูนของตนเอง

ขอกราบขอบพระคุณ คุณแม่ของอาจารย์พราวเอง คุณแม่รตจิตร อรุณรังสีเวช ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ ในการหาบริษัทพิมพ์หนังสือการ์ตูน ช่วยเหลือและช่วยประสานงาน ตลอดจนการต่อรองราคาค่าพิมพ์หนังสือการ์ตูนให้ไม่เกินจากงบประมาณมาก และกรุณาติดตาม จนได้หนังสือการ์ตูนที่จัดพิมพ์อย่างสวยงาม มีคุณภาพ ในราคาย่อมเยา

สุดท้ายขอขอบคุณ คุณกิจพร (คุณเอ๋) บริษัท ทริปเปิล เปเปอร์ กรุ๊ป จำกัด (สำนักงานใหญ่) ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องราคาต่อรอง และการจัดทำเอกสารตามกฎเกณฑ์ของาวิทยาลัยตามที่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาต้องการ

acknowledgement batman

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ไหว้พระ 3 วัด และทริปศาลายา กับรตจิตร

One-day tour at Salaya
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 16, 2018

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญทั้งหลาย ที่รักการทำบุญ และการให้อาหารปลาตามวัด ตลอดจนการเที่ยวแบบสบาย ๆ ในบริเวณเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพ ฯ หรือตามชานเมือง ทั้งนี้ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

ทัวร์ศาลายา กับรตจิตร

บางครั้งเมื่อรตจิตร มีเวลาว่างสัก 1 วันก็จะพักผ่อนด้วยการทัวร์ไหว้พระ 5 วัดบ้าง 7 วัดบ้าง 9 วัดบ้าง มาวันนี้รตจิตร ขอเที่ยวแบบชิว ๆ สบายจริง ๆ สักวัน แถว ๆ กรุงเทพฯ คือเขตศาลายา พุทธมณฑล แต่รายการทัวร์ค่อนข้างครบถ้วน คือมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ที่ทำบุญ Shopping ตามห้าง กินอาหารอีสาน และชมตลาดน้ำ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม รตจิตรคิดว่า ไหน ๆ เพื่อน ๆ ก็ออกจากบ้านแล้ว หากใครมีเวลาทั้งวันก็สามารถเข้าไปเที่ยวที่พุทธมณฑล หรือปั่นจักรยานที่พุทธมณฑลกับช่วงเวลาที่เหลือก็ได้ รตจิตรเคยไปเที่ยวพุทธมณฑล ใช้เวลาเป็นวันเต็มๆ เลย เพราะมีสถานที่สำคัญหลายจุดในบริเวณพุทธมณฑล และ รตจิตรยังเอาจักรยานไปปั่นรอบ ๆ ด้วย ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลาครึ่งวัน แบบวันนี้ รตจิตร ก็ขอพาเที่ยวศาลายา สัก 4 ที่คือ 1. เทวาลัยพระแม่กาลี ศักติ 2. The Brio Mall 3. ตลาดน้ำสวนมุทิตาธรรมาราม และ วัดปุรณาวาส แต่ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลาเต็มวัน ตามนี้เลยค่ะ โดยรตจิตร มีลิงค์ให้กด (click link) ดูที่ตั้ง หรือ Location ของแต่ละสถานที่ให้พร้อม ได้แก่
1. เทวาลัยพระแม่กาลี ศักติ
2. The Brio Mall
3. ตลาดน้ำสวนมุทิตาธรรมาราม
4. วัดญาณเวศกวัน
5. พุทธมณฑล และ
6. วัดปุรณาวาส

เทวาลัยพระแม่กาลี ศักติ

1. เทวาลัยพระแม่กาลี ศักติ

ที่ตั้ง หรือ Location: https://goo.gl/maps/jjMZ1u23zht
Borommaratchachonnani Road, Sala Thammasop, Thawi Watthana, Bangkok

รตจิตรจะเริ่มจากด้านหน้าของโรงพยาบาลธนบุรี 2 ขับไปทางพุทธมณฑล เพียง 4.5 บนถนนบรมราชชนนี้ ไปทางศาลายา รตจิตรก็จะพบเทวลัยอยู่ซ้ายมือ รตจิตรจอดรถไว้ด้านหน้าของเทวลัยเลย โดยปกติจะจอดได้ประมาณ 5-6 คัน เพราะริมถนนบรม ฯ บางครั้งก็ไม่สามารถจอดได้ แต่ลูกค้าค่อนข้างหมุนเวียนเร็ว เพราะ 1. เทวาลัยไม่ใหญ่มาก 2. ห้ามถ่ายรูปด้านใน ยิ่งทำให้การชมความงาม และสักการะเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเทวาลัยยิ่งรวดเร็ว

The Brio Mall

รตจิตรอยากแนะให้เพื่อน ๆ ถ่ายรูปแต่ด้านนอก ถ้าจะถ่ายรูปด้านในเทวลัย ให้ยืนอยู่ด้านนอกด้านล่าง แล้วถ่ายรูปเข้าไปด้านในจะเห็นไกล ๆ รตจิตรใช้เวลาไม่มากก็ชมเสร็จ รตจิตรทำบุญตามศรัทธา ในเทวาลัยมีการทำบุญหลายแบบ เช่น การหยอดตู้ทั่วไป การถวายเทียนพระแม่กาลีตามกำลังศรัทธา การทำบุญดอกบัว ชุดละ 120 บาท การทำบุญถวายผลไม้พระพิฆเณศวร การทำบุญบูชาพระศิวะ เป็นต้น นอกจากนี้ รตจิตรเห็นป้ายเชิญชวนของทางเทวาลัย ซึ่งตอนนี้มีโครงการให้ผู้มีจิตศรัทธา ช่วยกันทำบุญซื้อที่ดินเพื่อทำเทวลัยสถานที่ จังหวัดชัยภูมิด้วย

The Brio Mall night walk

2. The Brio Mall

ที่ตั้ง หรือ Location https://goo.gl/maps/fKKpFL1xoCA2
Phutthamonthon Sai 4 Road, Salaya, Phutthamonthon District, Nakhon Pathom

จาก เทวาลัยพระแม่กาลี ศักติ รตจิตรขับตรงไปทางศาลายาเพียง 3.3 ก.ม. ด้านเดียวกัน หรือจุดสังเกตคือ หัวมุมก่อนเลี้ยงซ้ายเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 4 รตจิตรเห็นป้าย Brio หรือ ป้าย Food Land ชัดเจน ที่ห้างนี้เป็นลักษณะเป็นพื้นที่เปิดกว้าง ตอนที่รตจิตรมาที่ Brio คือ ช่วงเช้า-กลางวัน ทำให้คนน้อยมาก รถส่วนมากเข้ามาเพื่อซื้อ Food Land คนจะเยอะตอนเย็น ๆ ที่เลิกงาน เพราะห้างปิด 3 ทุ่ม รตจิตรสอบถามร้านค้า ตกดึกจะมีคนมาเดินที่ Brio มาก และยิ่งเสาร์-อาทิตย์ มีเปิดพื้นที่ให้เต้นกันฟรีด้วย จึงเป็นจุดรวมตัวของผู้คน

The Brio Mall

รตจิตรอยากรีวิว The Brio Mall ด้วยความเห็นส่วนตัวนิดหน่อย คือรู้สึกเฉย ๆ กับห้างนี้ ภาพที่วาดตามกำแพงก็เป็นศิลปะดูนิสัยไม่ค่อยดี มีพื้นที่ส่วนที่ให้เด็ก ๆ เล่น อยู่ด้านหน้าของพื้นที่สะสมของเก่า ซึ่งเป็นจุด High light สำหรับ Selfi แต่ที่ทำให้ความเป็นของเก่าหมดไป คือ เอาหุ่นยักษ์ Hulk ไปยืนด้านหน้า ทำให้ขัดกัน นอกจากนั้น ก่อนถึงพื้นที่สำหรับเด็ก มีทางเหมือนให้ขี่จักรยานขึ้นไปได้ เพราะทำเป็นเหมือนพื้นถนน แบ่งเป็นเลนซ้าย-ขวา ทำให้อาจเกิดอันตราย สำหรับเด็กที่จะเล่นชิงช้า หรือม้าไม้ รวมถึงผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กที่อาจดูแต่ความน่ารัก และถ่ายรูป จนไม่ได้ระวังรถจักรยาน เป็นต้น

สวนมุทิตาธรรมาราม

3. ตลาดน้ำสวนมุทิตาธรรมาราม

ที่ตั้ง หรือ Location https://goo.gl/maps/KcMfAaZHwnu
จาก The Brio Mall รตจิตรขับรถขึ้นไปทางถนนพุทธมณฑลสาย 4 แล้วไป U-Turn เข้าซอยทางเดียวกันกับที่จะเข้าวัดญาณเวศกวัน พอเข้าซอย ด้านซ้ายมือสุดหัวเลี้ยวจะเห็นป้าย สวนมุทิตาธรรมาราม มีตลาดน้ำทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ราคาสินค้า อาหาร บางอย่างก็ถูก บ้างก็แพง แม้ว่าเจ้าของสถานที่จะไม่ได้คิดค่าเช่าสถานที่ แต่ให้เข้ามาขายของได้เพื่อให้ทำบุญเป็นพุทธบูชา

ตลาดน้ำสวนมุทิตาธรรมาราม

สมัยก่อน รตจิตรเคยเข้าไปฟังธรรมและปฏิบัติธรรม ที่สวนมุทิตาธรรมาราม แต่ปัจจุบันมีเพียงทุกวันพระจะมีการเปิดเทปธรรมเทศนาโดยพระอาจารย์ และเกจิอาจารย์ เพื่อให้ญาติธรรมเข้าไปฟังได้ รตจิตรไปเที่ยวตลาดน้ำสวนมุทิตาธรรมาราม บ่อยเหมือนกัน รตจิตรคิดว่าแม้จะเป็นตลาดน้ำไม่ใหญ่ เพราะถูกจำกัดด้วยพื้นที่ของสถานที่ แต่ร้านค้าค่อนข้างดี น่าสนใจเกือบทุกร้าน รตจิตรชอบอุปนิสัยของแม่ค้า/พ่อค้าที่ตลาดน้ำสวนนี้ด้วย น่ารัก สุภาพ รตจิตรอยากอุดหนุนชาวบ้าน และคิดว่าได้พักผ่อน ได้ทำบุญให้อาหารปลาอีกด้วย เดือนสิงหาคม เป็นเดือนที่กบจำศีลพอดี ทำให้ภาพที่ รตจิตรได้พบเป็นภาพของกบตัวใหญ่ ๆ อยู่นิ่ง ๆ ครั้งแรก

วัดญาณเวศกวัน

4. วัดญาณเวศกวัน

ที่ตั้ง หรือ Location https://goo.gl/maps/SkYbTkgyQT12
รตจิตร ขับรถจากที่จอดด้านหน้าของ สวนมุทิตาธรรมาราม ไปเพียง 550 เมตร รตจิตรก็พบสะพานด้านซ้ายเพื่อขับเข้าบริเวณวัดญาณเวศกวัน ที่วัดแห่งนี้ เหมาะสำหรับฟังธรรมะทั้ง บนโบสถ์ และใต้โบสถ์ ตลอดจนการถวายสังฆทาน ซึ่งไม่เหมือนวัดอื่น ความเห็นส่วนตัวของ รตจิตร นะ นอกจากวัดญาณเวศกวัน จะเป็นสถานที่ทางพุทธศาสนาที่ดี พระสงฆ์ก็ดี การถวายสังฆทาน แต่ละรอบ ไม่ใช่เพียงสมาทานศีล รับศีล หรือสวดคำถวาย แต่ รตจิตรได้ฟังธรรมจากการแสดงธรรมเทศนาของพระทุกรูปที่รับสังฆทาน ทุกครั้ง ในภาพคือ พระครูธรรมธร (ครรชิต คุณวโร)

พระครูธรรมธร(ครรชิต คุณวโร)วัดญาณเวศกวัน

รตจิตร เห็นวัดญาณเวศกวัน ยังคงความเป็นวัดที่สงบ และไม่มีวัตถุมงคล อีกทั้งยังเป็นวัดที่สงบ ไม่ได้เน้นหรือให้ความสำคัญกับสิ่งปลูกสร้างใหญ่โต วิจิตรการตา เหมือนหลาย ๆ วัด รตจิตรดูแล้วค่อนข้างสมรรถะ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงินบริจาค และเมื่อรับปัจจัยที่ญาติโยมมาถวายสังฆทานกันมากมาย ทางวัดญาณเวศกวัน จะจัดสรรแบ่งไปให้วัดวาอารามที่ขาดปัจจัยด้วย

พุทธมณฑล

5. พุทธมณฑล

ที่ตั้ง หรือ Location: https://goo.gl/maps/eJ1diY3aa8L2
รตจิตรขับรถออกจากวัดญาณเวศกวัน ออกมาทางเดิม ผ่านสวนมุทิตาธรรมาราม เพื่อออกไปทางปากซอยที่เข้ามา จากปากซอยพุทธมณฑลนี้ รตจิตรขับไปทางซ้ายมือ บนถนนพุทธมณฑล เพียง 1.5 ก.ม. ก็จะเห็นพุทธมณฑล อยู่ซ้ายมือ พุทธมณฑลเป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่มีพระประธานที่งดงาม และใหญ่มาก คือ พระศรีศากยะทศพลญา ไม่น่าเชื่อว่าผลงานการออกแบบของ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ยังอยู่ให้พวกเราเห็นอย่างชัดเจน ณ ที่ พุทธมณฑล แห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ที่สำคัญคือ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล และศาลาปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งรตจิตรก็เคยเข้ามาปฏิบัติตอนต้นเดือนเช่นกัน ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ผู้ให้คำขวัญว่า ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น ( Ars longa, vita brevis)

วัดปุรณาวาส

6. วัดปุรณาวาส

ที่ตั้ง หรือ Location https://goo.gl/maps/SxfqV6i7eg72
Sala Thammasop, Thawi Watthana, Bangkok

รตจิตร มาทำบุญที่วัดปุรณาวาสบ่อยมาก ๆ เพราะหลังจากถวายสังฆทานแล้ว วัดนี้ยังมีกิจกรรมทางพุทธศาสนาหลายอย่าง เช่น ทำบุญโรงศพ เวียนเทียนในวันสำคัญ ๆ ทางพุทธศาสนา และที่ขาดไม่ได้คือ รตจิตรกับลูก ชอบมาให้อาหารปลาสวายที่วัดปุรณาวาส รตจิตรคิดว่า ช่วงสิงหาคมนี้ น่าให้อาหารปลามากเพราะไม่มีเรือขับเร็ว ๆ หรือแข่งเรือเหมือนที่วัดอุทยาน ตรงถนนนครอินทร์ ทำให้ปลาได้กินอาหารเต็มที่ และตัวโตมาก ๆ

วัดปุรณาวาส

นอกจากการถวายสังฆทาน ทำบุญตามกิจกรรม เวียนเทียน และให้อาหารปลาแล้ว ณ วัดปุรุณาวาสนี้ ยังมีโรงเรียนวัด ทำให้ รตจิตรสามารถเอาหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษา ที่ลูกรตจิตร เป็นคนคิดเรื่องเอง วาดการ์ตูนเอง มาให้ห้องสมุด เพื่อเป็นส่วนรวมให้เด็กนักเรียนได้ศึกษาทั้ง ธรรมะ และภาษาต่างชาติด้วย

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี วัดโมลี-ตลาดน้ำ

Temple tour – Wat Moolee and Floating market
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 7, 2018

ทางไปวัดโมลีนนทบุรี และตลาดน้ำ https://goo.gl/maps/wCGD3RN6vjM2

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_โบสถ์วัดโมลี

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญทั้งหลาย ที่รักการทำบุญตามวัด การให้อาหารปลาตามวัด และตลาดน้ำ ทั้งนี้ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

สถานที่ตั้งวัดโมลี

วัดโมลี ตั้งอยู่ที่ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี 11110 ) ประชาชนนิยมไปกราบสักกระหลวงปู่เผือก และหลวงปู่เปลื้อง เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้เปลื้องทุกข์เปลื้องโศก ปัจจุบันก็ยังมีพระทันใจแบบไทย ๆ ให้สักการะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แบบหลายวัดที่มีเทพทันใจแบบประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่เรียกว่านัตโบโบยี ความจริงเพื่อน ๆ สามารถปรับแผนการเดินทางโดยมาที่วัดโมลีก่อน เพราะตลาดน้ำวัดโมลี มีแค่ช่วงเช้า ถึงบ่ายต้น ๆ เนื่องจากร้านค้ามีไม่กี่ร้าน แต่เนื่องจากรตจิตรมากินอาหารที่ตลาดน้ำตอนเช้าบ่อยอยู่แล้ว วันนี้รตจิตรเลยไม่ได้คิดเรื่องตลาดน้ำเท่าไหร่

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_วัดโมลี

ตลาดน้ำวัดโมลี

ตลาดน้ำของวัดโมลีเพิ่งเปิดไม่กี่ปี น่าจะ 2 ปีได้ ทำให้ร้านค้ามีเพียง ก๊วยเตี๋ยวหมู ผัดไท หอยทอด วุ้นใบเตย สาคู ขนมปากหม้อ ขายผักผลไม้ไม่กี่ชนิด และน้ำ อาศัยชาวบ้านที่อยู่แถวนั้น และคนที่ผ่านมาผ่านไปที่รู้จัก ตลอดจนญาติโยมที่มาทำบุญ จะเป็นลูกค้าประจำของร้านอาหารเหล่านี้ อย่างรตจิตร ก็เป็นลูกค้าประจำวุ้นใบเตย ไปตลาดน้ำวัดโมลีทุกที ต้องเหมาหมด เพราะไม่แพง ดูสะอาด และอร่อยมากมาย นอกจากนี้ที่วัดโมลียังมีศูนย์ไม้ ซึ่งมีช่างที่เก่งมาก เพราะคนเอาไม้มาบริจาค ช่างสามารถเนรมิตรทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างสวยงาม

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_ตลาดน้ำวัดโมลี

รตจิตรไปถวายสังฆทานที่วัดโมลีบ่อย เพราะไม่ต้องเดินหาพระสงฆ์ จะมีพระรูปหนึ่งนั่งรับสังฆทานประจำ และเป็นแหล่งให้อาหารปลา รตจิตรยอมรับว่า การให้อาหารปลาค่อนข้างมีความสุข เพราะเป็นการให้ และเห็นความสุขของผู้ที่ได้รับ อาหารปลาสำหรับปลากินพืช รตจิตรซื้อกระสอบละ 20 กิโลกรัม ยี่ห้อ ซีพี เบอร์ 933 โดยชอบซื้อแบบเม็ดใหญ่ กระสอบละ 280 บาท ยกเว้นไม่มีเม็ดใหญ่ จึงยอมเอากระสอบเม็ดเล็กกระสอบละ 300 บาท เนื่องจากรตจิตรและลูกให้อาหารปลาตามวัดบ่อยมาก บ่อยจริง ๆ และให้ต่อครั้งเยอะด้วย จึงทำให้ซื้ออาหารปลา 2-3 กระสอบต่อครั้ง

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_ปลาสวายวัดโมลี

เรื่องควรระวัง

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ รตจิตรให้อาหารปลาแล้ว ใจไม่เป็นกุศล เพราะโกรธคนเห็นแก่ตัว ที่รับจ้างขับเรือเอาฝรั่งมาเที่ยววัด โดยตัวเองไม่ได้เสียเงินเลย และฝรั่งก็ไม่ได้ทำบุญอะไร ค่ามาเดินถ่ายรูป หรือเข้าห้องน้ำวัด รตจิตรเห็นคนขับเรือขับเรือเร็วมากมาเทียบท่าเรือวัด และกระแทกโป๊ะเสียแรง ในขณะที่รตจิตรและชาวบ้านกำลังยืนให้อาหารปลาสวยอยู่ พวกเราตกใจเพราะโป๊ะสะเทือน นอกจากนี้คนขับเรือยังไม่ยอมดับเครื่องยนต์อีก รตจิตรรู้แล้วว่าทำไมถึงเห็นปลาสวายถูกบาดตายในลำคลอง รตจิตรทนไม่ได้จึงเข้าไปว่าคนขับเรือให้ช่วยดับเครื่องยนต์ คนขับเรือกลับหันมาค้อนรตจิตรขวับ แล้วบอกด้วยความเห็นแก่ตัวว่า “ทำไม? เดี๋ยวก็ออกเรือแล้ว ทำไมต้องดับ ๆ ติด ๆ”

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_ตลาดน้ำวัดโมลี

รตจิตรคิดว่าจิตสำนึกของคนขับเรือไม่มีแล้ว แม้ทุกคนที่ให้อาหารปลาจะใช้สายตามองมาที่คนขับเรือกัน แต่เขาใช้วิธีไม่สู้สายตาเท่านั้นเอง ถ้าเทียบกับชาวบ้านละแวกนั้นที่รตจิตรเห็น เมื่อถึงบริเวณวัดชาวบ้านจะดับเครื่องยนต์ และยกหางเสือขึ้น โดยให้ความเร็วเดิมพร้อมกระแสน้ำพาเรือพ้นบริเวณหน้าวัดไปก่อนจึงติดเครื่องยนต์อีกที เนื่องจากปลาสวายไม่ได้มีทั่วคลอง จากประสบการณ์ที่รตจิตรให้อาหารปลามา ปลาจะอยู่แหล่งที่มีคนให้อาหารจริง ๆ จะว่ายไปว่ายมาแถวนั้น และหากมีการตกปลา ยิงปืนใส่ปลา ปลาก็จะน้อยผิดปกติด้วย

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_ก๊วยเตี๋ยววัดโมลี

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี วัดประชารังสรรค์

Temple tour at Nontaburi – Wat Pracha Rangsan
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | August 7, 2018

ทางไปวัดประชารังสรรค์ นนทบุรี https://goo.gl/maps/h37tkYg3V6p

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_วัดประชารังสรรค์
**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญทั้งหลาย ที่รักการทำบุญตามวัด และการให้อาหารปลาตามวัด ทั้งนี้ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นธรรมทาน โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

จากวัดละหารมาประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางที่จะไปซอยวัดสวนแก้ว เลยวัดสวนแก้วไปตามทางในซอยซึ่งค่อนข้างแคบ เพราะทั้งรถเข็นจอดขายของ คนเดิน และรถวิ่ง 2 ทางอีก ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลาก็สามารถแวะวัดสวนแก้วได้ แต่ทัวร์ไหว้พระ 7 วัดนนทบุรีวันนี้ รตจิตรผ่านเพื่อไปวัดประชารังสรรค์แทน เพราะเคยไปวัดสวนแก้วหลายครั้งแล้ว และก็โทรนัดหมายให้มารับทรัพย์สินชิ้นใหญ่ ๆ หลายครั้งแล้วเช่นกัน

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_วัดประชารังสรรค์

เรื่องทั่วไป

วัดประชารังสรรค์ อยู่ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง นนทบุรี ณ วันที่รตจิตรไปถวายสังฆทาน และให้อาหารปลาที่ วัดประชารังสรรค์นั้น มีพระเพียง 10 รูป พระสงฆ์กำลังกวาดลานวัด 2 รูป หากไปวันเสาร์-อาทิตย์ จะค่อนข้างเงียบ เห็นมีวัยรุ่นมาเล่น เสก็ตบอร์ดด้วย รตจิตรคิดว่าถ้ามาวันธรรดาน่าจะดีกว่า เพราะมีโรงเรียนวัดประชารังสรรค์ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเงียบมาก เพราะที่วัดเป็นที่สุดสายของรถ 2 แถว

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_Wat Pracha Rangsan

พระจะอยู่เป็นกุฏิละรูป จัดที่อยู่พระสงฆ์เหมือนวัดสุทัศน์ บริเวณที่พักสงฆ์ เลี้ยงปลาเยอะเหมือนกัน หลังจากที่รตจิตรถวายสังฆทานเสร็จ ก็ชมวัดเล็กน้อยก่อนที่จะไปให้อาหารปลา รตจิตรสอบถามพระสงฆ์รูปที่รับสังฆทาน ถึงทราบว่าคลองใหญ่ติดวัดประชารังสรรค์ชื่อ คลองอ้อม เนื่องจากเป็นคลองใหญ่ ทำให้มีเรือแล่นเร็ว และน้ำคลองก็แรง ปลาสวายจึงว่ายค่อนเร็ว และกระจายตัวด้วย

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_วัดประชารังสรรค์

รตจิตรเข้าไปสักการะพระพุทธรูป พระประธานภายในโบสถ์วัดประชารังสรรค์ ภายในโบสถ์มีรอยพระพุทธบาทอยู่ด้านข้างด้วย ถ้าไม่สังเกตก็อาจมองไม่เห็น หลังจากรตจิตรทำบุญที่วัดประชารังสรรค์แล้วเสร็จ ก็มุ่งหน้าวัดโมลี เพราะเป็นทางผ่านกลับไปจุดตั้งต้นได้คือแยกต่างระดับฉิมพลี

ทัวร์ไหว้พระ 7 วัด นนทบุรี_วัดประชารังสรรค์

Leave a comment

Filed under Uncategorized