Category Archives: Uncategorized

การเสียภาษีรถยนต์ประจำปี

Payment of Car Tax

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | May 7, 2018

“การเสียภาษีรถยนต์ประจำปี”

**งานเขียนของรตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ต้องการไปเสียภาษีรถยนต์ประจำปีด้วยตนเอง ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตร เขียนเรื่องการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี เพื่อให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องเสียเวลามากมายในการเสียภาษีรถยนต์ และถ้าสามารถเสียภาษีได้ด้วยตนเอง ก็จะประหยัดค่าจ้างวานให้คนอื่นไปเสียภาษีรถยนต์ประจำปีให้เพื่อน ๆ ได้ด้วย

หลายปีก่อนคนนิยมเสียภาษีรถยนต์ประจำปี โดยการเข้าช่อง Drive Through เพราะใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที รวมถึงรตจิตรด้วย และเมื่อก่อนปี 2559 กรมขนส่งก็ยอมให้ Drive through เสียภาษีรถยนต์ที่มีนามสกุลเดียวกันได้ครั้งละ 2 คัน ซึ่งรตจิตรก็เคยทำมาแล้ว ภายหลังจึงมีการเปลี่ยนแปลงให้เสียภาษีช่อง Drive through ได้ครั้งละ 1 คัน หากต้องการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2 คันที่มีนามสกุลเดียวกัน ให้ใช้วิธีไปเสียภาษีด้านในแทน โดยต้องไปขอบัตรคิว เพื่อเสียภาษีที่ counter แต่ 2-3 ปี ย้อนหลังคือ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน คือเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา รตจิตรใช้วิธีเสียภาษีโดยไปยืนเข้าแถวรับบัตรคิว ได้คนละ 1 คิวเท่านั้น

“การต่อทะเบียนรถยนต์”

รตจิตร อยากแนะนำเพื่อน ๆ ในเรื่องการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีเพื่อไม่ให้เสียเวลา ดังนี้

1. การเสียภาษีล่วงหน้า

โดยปกติ กรมขนส่งอนุญาตให้เสียภาษีก่อนวันถึงกำหนดได้ 90 วันก่อนวันที่ระบุในใบเสร็จรับเงิน หรือวันที่ในสมุดใบคู่มือจดทะเบียน ดังนั้นเพื่อน ๆ จึงสามารถเลือกวันเสียภาษีได้สะดวก ณ วันที่รตจิตรไปเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 27 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้ากรมขนส่งเล่าว่า เมื่อก่อนวันที่หวยออกคือ ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน คนจะมาเสียภาษีรถยนต์ประจำปีน้อยมาก แต่ระยะหลังนี้ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา มีคนมาเสียภาษีรถยนต์ประจำปี เป็นจำนวนมากทุกวัน

“บัตรคิวเพื่อเสียภาษีรถยนต์”

ตามที่รตจิตร สังเกต วันที่คนมาเสียภาษีรถยนต์ประจำปี น้อย จะเป็นวันเวลาต่อไปนี้
(1). ก่อนและหลังวันหยุดติดกันหลายวัน
(2). ช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ก่อนเงินเดือนออก
(3). เวลาเช้าจริง ๆ คือเริ่ม 8:00 น. ที่กรมขนส่งเริ่มให้รับบัตรคิวเสียภาษีรถยนต์ได้

“Drive

2. ช่องทางเสียภาษีรถยนต์ประจำปี

(1). ช่องเลื่อนล้อต่อภาษี หรือ Drive Thru For Tax ด้านนอก
ความจริงน่าจะเป็น Drive Through for Tax เสียมากกว่า ช่องนี้มีป้ายให้ดับเครื่องยนต์ในขณะที่เสียภาษี แต่ไม่เห็นมีคันไหนดับเครื่องยนต์ เพราะถ้าถึงเจ้าหน้าที่ ก็เร็วมาก ที่เสียเวลาคือตอนขยับรถทีละนิดเพื่อเข้าแถวเสียภาษีรถยนต์นั่นเอง รตจิตรไปเสียภาษีรถยนต์ที่กรมขนส่งพื้นที่ 6 เขตตลิ่งชัน พอเข้าไปกรมขนส่ง จะเห็นช่อง Drive through คือขับรถเสียภาษีรถยนต์ ด้วยตนเอง ถ้ารตจิตรเห็นคิวยาว จะรีบหาที่จอดรถเพื่อไปรับบัตรคิวเสียภาษีรถยนต์ ด้านในกรมขนส่งจะเร็วกว่า

“เลื่อนล้อต่อภาษ๊รถยนต์”

(2). การเสียภาษีรถยนต์ประจำปี ด้านใน
ให้เข้าแถวเพื่อรับบัตรคิวเสียภาษีรถยนต์ และนั่งรอหน้า Counter ที่ระบุไว้ในบัตรคิว ได้คนละ 1 คันเท่านั้น วันที่รตจิตรไปเสียภาษีรถยนต์ คือวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 แต่ในบัตรคิว ยังระบุวันที่ 01/01/2543 อยู่เลยค่ะ ลำดับของวันนั้น แค่ครึ่งวันก็ได้คิวที่ 737 แล้ว

3. เอกสารในการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี

(1). ใบเสร็จรับเงินตามพรบ.รถยนต์
ถ้ามีแต่สำเนาใบเสร็จรับเงินพรบ.รถยนต์ เจ้าหน้าที่กรมขนส่งที่แจกบัตรคิว จะให้รตจิตรเซ็นชื่อในสำเนา ฯ และเขียนเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ด้วย

“เลื่อนล้อต่อภาษ๊รถยนต์-Drive

(2). สมุดใบคู่มือจดทะเบียน
สมุดใบคู่มือจดทะเบียน มีเพื่อดูประวัติเก่า และเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิมพ์รายการชำระภาษีรถยนต์ปีปัจจุบันไว้ เมื่อชำระภาษีรถยนต์ เรียบร้อย รตจิตรจะได้รับในเสร็จรับเงิน กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เป็นอันจบเรื่องการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีค่ะ

“เอกสารกรมขนส่ง”

ของแถม

รตจิตรขอแถมเรื่อง การแจ้งไม่ใช่รถชั่วคราว หรือตลอดไป ตามผังวิธีที่กรมขนส่งติดไว้ รตจิตรคิดว่ามีประโยชน์อย่างมากต่อรถยนต์เก่าที่เพื่อน ๆ ไม่ต้องการใช้แล้ว ไม่ว่าจะกรณีไม่ใช่ชั่วคราว หรือไม่ใช้ถาวร ซึ่งกรมขนส่งระบุว่าใช้เวลาดำเนินการแค่ไม่เกิน 15 นาทีเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ที่มี แท็กซี่หลายคันไม่สามารถใช้งานได้แล้ว เพื่อประหยัดในเรื่องที่ต้องเสียภาษีรถยนต์ประจำปี

“หลักการกรมขนส่งกรณีไม่ต้องการใช้รถ”

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ข้อแนะนำ ทัวร์รัสเซีย และข้อควรระวัง

Ratajit’s Recommendation of Russia Trip

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | March 4, 2018

ข้อควรระวังท่องเที่ยวรัสเซียโดยรตจิตร

**งานเขียนของรตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ต้องการไปท่องเที่ยวประเทศรัสเซียด้วยตนเอง จะได้มีการเตรียมการ และระมัดระวังบางเรื่องที่อาจเกิดขึ้น บทความของรตจิตร นี้ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

ข้อมูลทั่วไปสำหรับการทัวร์รสเซีย ของรตจิตร

เหตุผลข้อหนึ่งที่ รตจิตร อยากไปรัสเซีย คือไม่ต้องทำวีซ่า รตจิตร คิดว่าการทำวีซ่าเป็นเรื่องน่าเบื่อมาก เพราะบางประเทศที่รตจิตร ไปท่องเที่ยว ต้องเตรียมเอกสารมากมาย แต่มีนโยบายให้วีซ่าแค่ช่วงเวลาที่รตจิตร วางแผนท่องเที่ยว และค่าธรรมเนียมวีซ่าก็แพงไม่ใช่ย่อย ตอนนี้มาดูข้อมูลที่รตจิตร อยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ค่ะ จากทริปท่องเที่ยวรัสเซียของรตจิตร กับลูก เป็นข้อแนะนำ ทัวร์รัสเซีย และข้อควรระวัง ที่ มอสโคว และ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

แผนที่รถไฟใต้ดิน subway ในรัสเซีย

1) สถานที่ที่ท่องเที่ยวใน รัสเซียของรตจิตร ครั้งนี้คือเมือง Moscow และ St. Petersburg โดยเพื่อน ๆ สามารถดูสถานที่ที่ควรเที่ยวตาม link แผนที่นี้
https://www.google.com/maps/@/data=!3m1!4b1!4m2!11m1!2s1IBXjPeJdf8sM_0gim5ppBuiEcds

2) ระยะเวลา 8 วัน คือ รตจิตร เดินทาง วันพุธที่ 18 – 25 ตุลาคม 2017
3) การแลกเงินสดไปที่รัสเซีย
รตจิตร แลก Ruble ไปเพื่อใช้จ่ายคนละ 8,000 รูเบิล ๆ ละ 05.75 บาท หรือแลกเงินไปประมาณ คนละ 4,600 บาทเอง ซึ่งพอค่ะ เพราะค่าใช้จ่ายที่รัสเซียไม่แพง และส่วนมากใช้บัตรเครดิตได้
4) ขั้นตอนการจองการเดินทาง 2 คนแม่ลูก รตจิตร และลูก

รตจิตรไปรัสเซียสายการบิน Areoflot

(1) สายการบิน
Aeroflot บินตรง ไป-กลับ+โรงแรม Novotel Moscow 3 คืน ในราคา 63,361.38 บาท

(2) สนามบิน Sheremetyevo หรือ SVO
ขาไป Departure direct 10:00 – 15:50 น. ใช้เวลา 9h 50m
จากสนามบิน Sheremetyevo สามารถเข้าแถวนั่งรถไฟ รถบัส ไปที่พักในเมือง หรือเรียก taxi ราคา 1,600 Ruble รตจิตร คิดว่าถ้าเพื่อน ๆ สะดวก นั่งรถไฟดีสุด แต่เข้าแถวยาว ส่วนรถบัสและ taxi ปัญหาคือรถติด

ขากลับ Return direct 19:20 – 20:30 น. + 1 วัน ใช้เวลา 9h 10m
ที่สนามบินมีปัญหาเรื่องการแซงคิดอย่างแรง กว่าจะเดินถึงช่อง check in กว่าจะ check in ได้ จนถึง boarding ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1.50 ชั่วโมง เพราะคน 4 ประเภทนี้

(1) พวกชอบแซง
(2) ถ้าเข้าแถวต่อจากพวกแขกบางประเภท ต้องระวังนิด บางทีรตจิตร คิดว่าแถวสั้น ก็เลือกเข้าแถว check in ช่องนี้ พอถึงคิว คนข้างหน้าเป็นแขก เธอเรียกมาอีก 5 คนที่นั่งด้านหลัง
(3) พวกไม่วางแผนเรื่องเวลา
พวกนี้มาถึงขอแทรก และบางทีมาตั้งหลายคน
(4) พวก Stuart and aircrew
พอมาถึงแทรกแถว check in ยาวเลย เพราะเป็นทีม

การวางแผนท่องเที่ยวในรัสเซีย

แผนการท่องเที่ยวของรตจิตรในรัสเซีย

– ควรเที่ยวเมืองละ 3 วัน พักโรงแรม 2 ที่ก็พอ
– ควรดูวันหยุด และเวลาเปิดทำการก่อน เนื่องจากช่วงที่รตจิตร อยู่ใน Moscow ไม่สามารถดูพระราชวังเครมลิน (Kremlin) ได้ทัน ทำให้รตจิตร ต้องวางแผนการท่องเที่ยวในเมือง St. Petersburg กระชับขึ้น เพื่อกลับมาเที่ยว Moscow อีก 1 วัน อย่างไรก็ตามรตจิตร ไม่คิดว่าเป็นการเสียเวลา เพราะที่ St. Petersburg มีแหล่งท่องเที่ยว น้อยกว่าที่ Moscow อีกทั้ง รตจิตร ก็ต้องมาขึ้นเครื่องบินขากลับที่ Moscow อยู่แล้ว

รายละเอียดการพักโรงแรม 3 แห่ง

โรงแรม Novotel Hotel  ในกรุง Moscow ในรัสเซีย

1. Moscow Novotel Moscow Hotel

พัก 3 คืนที่ โรงแรม Novotel Moscow Hotel
รตจิตร จองพักที่โรงแรมนี้วันที่ 18-21/10/2017 ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ราคาที่จองไปไม่มีอาหารเช้า ซึ่งแขกส่วนใหญ่ก็ทานกันเอง
Location โรงแรมที่รตจิตร จองนอกจากจะมีชื่อเสียงดีอยู่แล้ว และสะอาด ยังตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Subway ถึง 3 สถานี จึงสะดวกมาก ๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน

ขากลับ รตจิตร แวะพักอีกโรงแรม ซึ่งรตจิตร ต้องขอย้ายห้องและเพิ่มเงิน เพราะรตจิตร อยู่ไม่ได้ค่ะ ห้องไม่มีหน้าต่าง รตจิตร เพิ่งเคยเจอครั้งแรก จึงอยากให้เพื่อน ๆ เช็ครายละเอียดโรงแรมให้ดีตอน booking

2. St. Petersburg โรงแรม Ambitus Hotel
ราคาที่พัก 3 วัน 2 คืน คือ 3,128.63 บาท รตจิตร ถือว่าถูกมากมาย
รตจิตร ควรพักที่โรงแรมนี้ 3 วัน 2 คืน แต่เนื่องจากต้องการกลับมาเที่ยวใน Moscow อีก 1 วัน ทำให้ต้องยอมเสียค่าโรงแรมที่นี่ไป 1 คืน ความเห็นของรตจิตร เกี่ยวกับ โรงแรมนี้ หรือรตจิตร อาจกล่าวได้ว่าสำหรับโรงแรมที่นี่ เพราะคล้าย ๆ กัน ดังนี้

โรงแรม Ambitus Hotel  ในกรุง St.Petersburg ในรัสเซีย

ข้อดีของโรงแรม Ambitus Hotel
– ชอบตรงวิว ติดถนนใหญ่ ห้องน่ารักกระทัดรัด ราคาไม่แพง
– มีอาหารเช้าซึ่งมีผลดีมาก เพราะครั้งนี้ รตจิตร ต้องลดการเที่ยวใน St. Petersburg ลง 1 วันเพื่อให้มีเวลาไปเที่ยวพระราชวังเครมลิน (Kremlin)
– ข้อดีของ Ambitus Hotel ยังมีอีกในเรื่อง Location ดี ไม่เปลี่ยว ใกล้สถานีรถไฟสำคัญ ๆ และมีป้ายรถเมล์จำนวนมาก เพราะใกล้โรงเรียนหลายแห่งที่ St. Petersburg
– รตจิตรและลูกโชคดีด้วย ช่วงที่ไปพักที่นี่ โรงแรมมีห้องพักน้อยมาก เพราะเป็นโรงแรมเล็ก ๆ ชั้นเดียว แต่ไม่อันตรายเลยเพราะมีแต่ลูกค้าผู้หญิง อายุระหว่าง 25-35 ปี

ข้อเสียของโรงแรม Ambitus Hotel
รตจิตร ไม่ค่อยชอบเท่าไร เพราะมีเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อย ในเรื่องต่อไปนี้ซึ่งน่าจะเจอแบบเดียวกันตามโรงแรมขนาดนี้และในละแวกนี้ด้วย ได้แก่

(1) Unrefundable แม้แจ้งล่วงหน้า

ทางโรงแรมไม่ยอมให้คืนค่าพี่พัก 1 คืน ทั้ง ๆ ที่ รตจิตร จะแจ้งโรงแรมล่วงหน้า อีกทั้งตอนที่จอง Expedia.com ไม่มีเงื่อนไขเลยว่า Unrefundable พอกลับมาไทย รตจิตร ก็ติดต่อให้ Expedia ช่วยประสานเรื่องเงินคืน แต่ในใจก็รู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้คืนเพราะ Ambitus Hotel อาจยืนกรานไม่ยอม และ Expedia ก็คงไม่คิดว่าเป็นภาระที่ตนต้องทำ

(2) ปัญหาการสื่อสาร

รตจิตร คิดว่าโรงแรมเล็ก ๆ ทั่วไปมักเจอปัญหานี้ พนักงานไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษเลย รตจิตร ต้องใช้วิธี key เป็นภาษาอังกฤษในมือถือเล็กๆ ของพนักงาน แล้วเธอก็แปลเป็นรัสเซีย กว่าจะสื่อสารได้ เสียเวลามากมาย เพราะรตจิตร มีเวลาจำกัดในการเที่ยว และมีตารางรถโดยสารแน่นอน แต่โรงแรม Ambitus Hotel มีเพียงผู้จัดการคนเดียวที่พูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอมีที่อื่นที่ใหญ่กว่าต้องอยู่ประจำ เช่น พอรตจิตร จะใช้เซฟ กลายเป็นเซฟรุ่นเก่า ใช้ยากกว่ารุ่นใหม่ และเจ้าหน้าที่ก็ใช้ไม่เป็น ยังมีเรื่องยกเลิกการจอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็สื่อสารภาษอังกฤษไม่ได้อีก

Review โรงแรมในรัสเซียโดยรตจิตร

(3) ภาษีท้องถิ่น

เธอจะเก็บภาษีท้องถิ่นรตจิตรให้ได้ ทั้ง ๆ ที่ตอนจอง ไม่มีระบุไว้ว่าอาจมีการเรียกเก็บภาษีท้องถิ่นอีก 5% ที่สำคัญ รตจิตรโทรถาม Novotel และอีกโรงแรมที่รตจิตรเพิ่งจอง กำลังจะไปพักหลังจาก cancelled ที่ Ambitus Hotel ทุกโรงแรมยืนยันว่าไม่มีการเก็บภาษีท้องถิ่น รตจิตร ยังได้รับการยืนยันว่าทุกโรงแรมในรัสเซียมีกฎหมายเรื่องภาษีเหมือนกันด้วย หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นหน้าที่ของโรงแรมต้องจ่าย แต่โรงแรมนี้จำมาเอาจากลูกค้า จึงอยากให้เพื่อน ๆ ระวังข้อนี้ด้วย นอกจากนั้น รตจิตร ขอดูกฎหมาย โรงแรมก็มีแต่ยืนยันด้วยกระดาษ A4 printed out แผ่นนึงเท่านั้น

(4) ทางเข้าและทางขึ้นโรงแรม

ครั้งแรกที่รตจิตร ไปเห็นที่ตั้งโรงแรมนี้ ประตูทางเข้าดูมืด ทางขึ้นดูเก่า ๆ เป็นบันไดสูงหลายขั้นกว่าจะถึงตัวลิฟท์ รตจิตร รู้สึกเหนื่อยเลย แต่พอครั้งต่อไปก็โอเคนะ และถ้าเข้าไปครั้งแรกอาจกลัวเล็กน้อย เพราะไม่ได้เจอโรงแรมทันที เป็นเหมือนอาคารใหญ่ที่มีมากกว่า 1 โรงแรม มี office สำกงานตั้นอยู่ด้วย แม้ว่าด้านในโรงแรมจะดูดีขึ้น ยิ่งในห้อง ยิ่งดูดีขึ้น

เปรียบเทียบคนของรัสเซียโดยรตจิตร

เปรียบเทียบคน 2 เมือง Moscow และ St. Petersburg

ตอนที่รตจิตร ไปเที่ยวทั้ง 2 เมือง รตจิตร พบว่า คนที่ Moscow เดินเร็วกว่าคนที่ St. Petersburg คือเดินเหมือนหุ่นยนต์ เหมือนเครื่องจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามสถานีรถไฟใต้ดิน และสามารถชนนักท่องเที่ยวได้ทุกเมื่อ เวลาของพวกเขาช่างรวดเร็วเหลือเกิน มีเวลาพักก็ช่วงบันไดเลื่อนชิดชวา ซึ่งทั้งสูง ทั้งชัน และยาวมาก บางคนก็ไม่ยอมพักเพราะวิ่งขึ้นลงต่อด้านซ้าย

shopping in Moscow by Ratajit

นอกจากนี้ รตจิตร จะระวังพวกคนแก่ ๆ ใน Moscow พวกนี้เดินช้า ๆ ชอบมองแบบกระลิ้มกระเรี่ยผู้หญิงเอเซีย และบางคนเดินตามด้วย เพราะฉะนั้น ช่วงที่อยู่ในสถานีรถไฟใต้ดิน ไม่ควรออกสถานีพร้อมคนแก่เหล่านี้ พวกมันจะตามทันที ขนาดอยู่ในสถานี้รตจิตร ยังใช้วิธีเดินหลบตามเสา เสาและกำแพงเยอะค่ะ เพราะรัสเซียสร้าง Subway แข็งแรงจริง ๆ เดินสลับไปอยู่กับพวกขาเข้า แล้วค่อยสลับมาขาออกจากสถานีใต้ดินเมื่อพ้นสายตาคนแก่ ๆ เหล่านี้

ความเห็นส่วนตัวของรตจิตร อีกนะ เพราะสัมผัสด้วยตัวเอง ร้านค้าที่ Moscow ธรรมดาเหมือนประเทศอื่น ๆ บางทีพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ คนขายก็ไม่สนใจพวกเรา ก็ยังพูดภาษารัสเซียซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น แต่ที่รตจิตร เจอที่ St. Petersburg ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า หรือในห้างสรรพสินค้า คนขายค่อนข้างยิ้มแย้มแจ่มใส น่ารักและพยายามสื่อสารภาษาอังกฤษ ผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ก็จบลงด้วยดี

สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ

สถานที่ท่องเที่ยวรัสเซียโดยรตจิตร

ลูกของรตจิตร ได้ทำ link แผนที่ท่องเที่ยวไว้แล้วใน google map ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถคลิกจาก URL ตาม link ด้านล่างนี้ โดยแยะเป็นจุดท่องเที่ยวในเมือง Moscow และ ในเมือง St. Petersburg ซึ่งรตจิตร คิดว่ามีประโยชน์มากมาย เพราะทำให้วางแผนการเดินทางได้ง่าย ไม่ตกหล่น และประหยัดเวลาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการหาสถานที่ในช่วงวางแผน หรือแม้แต่ในช่วงท่องเที่ยวจริง

สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่ พระราชวังเครมลิน Kremlin, จตุรัสแดง Red Square, วิหาร St. Isaac’s Cathedral, มหาวิหารเซนต์บาซิล St. Basil’s Cathedral, พระราชวัง Peterhof หรือ Petrodvorets, ยอดเขาสแปร์โรว์ฮิล, ถนนอารบัต, วิหารเซนต์ซาเวียร์, พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ, มหาวิหารเซนต์ไอแซค, โบสถ์โฮลีทรินิตี้ -โบสถ์อัสสัมชัญ, พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น พิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่ รตจิตร จ่ายค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลายแห่งค่อนข้างแพง ยิ่งไปกว่านั้น ราคาค่าเข้าไปในพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ไม่ว่านักเรียนหรือคนทั่วไปใช้ราคาเดียวกัน พิพิธภัณฑ์บางแห่งห้ามถ่ายรูปด้วยนะ

จตุรัสแดง Red Square โดยรตจิตร

รตจิตร อยากแทรกข้อแนะนำสำหรับคนที่พอมีเวลาที่นี่ พระราชวัง Kremlin, Moscow ซึ่งแปลว่าป้อมปราการ สามารถใช้เวลาเป็นวันได้ ในบริเวณดังกล่าง มีจุดถ่ายรูปที่คนมักไปกัน บางคนก็พลาดไม่เห็น เพราะพอเที่ยวพระราชวังเสร็จ ก็มักจะเดินออกกันแล้ว ที่นี่มีปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ (Tsar Cannon) ตั้งแต่ ค.ศ. 1586 เป็นจุดที่ถ่ายรูปกลับมาจะเห็นพระราชวังอยู่ด้านหลัง สวยดี นอกจากนี้ยังมีหอระฆังของพระเจ้าซาร์ (The Tsar Bell) เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก รตจิตร ไปรออยู่ตั้งนาน สุดท้ายรตจิตร ก็ไม่ได้เข้า รตจิตรแค่ถ่ายรูปได้แต่ด้านล่าง เพราะที่นี่มีเวลาเปิดปิด คือเปิดตอนบ่าย ไม่ได้เปิดเวลาพร้อมกับพระราชวัง Kremlin

ห้างสรรพสินค้า GUM หรือ Rym ที่ Moscow โดยรตจิตร

พอพระราชวังปิด ก็เดินเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง Gum หรือภาษารัสเซียสมัยก่อนใช้คำว่าห้างสรรพสินค้า rym สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1895ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ห้างดูหรู แต่ของกินไม่แพง รตจิตร ก็ซื้อกลับไปกินที่โรงแรมเช่นกัน รตจิตร ชอบกินที่สุดคือ chocolate ice creame นอกจากห้างนี้แล้ว รตจิตร อยากให้เพื่อน ๆ ดูความสวยงามจากการประดับประดาไฟตอนกลางคืนรอบ ๆ พระราชวังพอดี นักท่องเที่ยวตอนกลางคืนเยอะมาก นอกจากนี้ ถ้าเป็นช่วงวันหยุดยังมีร้านค้าให้กินและ shopping เต็มไปหมด

สถานที่ท่องเที่ยวในรัสเซียโดยรตจิตร

ข้อควรระวังต่าง ๆ ในการเที่ยวรัสเซีย

1. ข้อควรระวังในการเที่ยวจัตุรัสแดง

(1) เรื่องนี้รตจิตร เจอมากับตัวเอง เนื่องจาก Red Square เป็นที่ ๆ ประเทศรัสเซียไว้ทำพิธีและกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ กิจกรรมทางทางศาสนาเพราะที่บริเวณนี้มีโบสถ์ด้วย กิจกรรมทางการเมือง เพราะเป็นศูนย์กลางที่ของคนหลายประเภทมารวมตัวกัน และเป็นแหล่งทำมาหากินโดยคนจำนวนมาก เป็นที่ ๆ มีการจัดงานอยู่บ่อยมาก หากเพื่อน ๆ เจอคนแต่งตัวแบบโบราณ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชาย พวกเขาจะมาเชิญชวนขนาดไหนเพื่อให้เราเข้าไปถ่ายรูปกับเขา ก็อย่าสนใจ เพราะเขาจะเอาค่าแต่งตัวถึง 10,000 Rubleต่อคน พอรตจิตร เห็นผู้ชายอีกคนหนึ่งยืนอยู่ไกล ๆ ออกไป แต่งตัวคล้ายตำรวจ ก็รีบเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือ ที่ไหนได้เป็นตัวหัวหน้าของพวกนี้เลย

cheating people in Russia

นอกจากนี้พวกนี้ยังไม่ยอมให้รตจิตร ไปไหน มีแต่ดักหน้า ดักหลัง เพื่อจะเอาเงินให้ได้ จนรตจิตร ไม่สามารถไปไหนต่อได้ พวกเธอสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เก่งมาก สุดท้ายรตจิตร ยืนกรานให้ไปสถานีตำรวจด้วยกัน เธอจึงยอมรับเงินที่รตจิตร เสนอตั้งแต่แรกคือให้เพียง 500 Rubles เพื่อรตจิตร จะได้ไปเที่ยวต่อได้ และวันนั้นก็เป็นโปรแกรมเที่ยววันสุดท้ายในรัสเซียด้วย

(2) การเที่ยวกลางคืนที่จัตุรัสแดง ควรระวังผู้ชายที่แต่งตัวคล้าย Homeless ด้วย พวกนี้จะพยายามเดินตามเรา และก้าวเดินโดยใช้ความเร็วเท่า ๆ เรา

(3) พวกยืนตัวสูงขอเงิน โดยแต่งตัวเป็นตัวตลกบ้าง ทาสีเงิน หรือทองทั้งตัวบ้าง ถ้าไม่จำเป็นรตจิตร คิดว่าไม่ต้องไปถ่ายรูปกับพวกนี้ ถ้าเขาเห็นหรือรู้ พวกนี้จะกระโดดลงมาและรีบวิ่งตามเอาเงินทันที

shopping in Russia

2. ข้อควรระวังในการ shopping

รตจิตร ไม่ได้เจออะไรที่ผิดปกติหรือไม่ดี แต่มีคนคอยเตือนว่า ต้องระมัดระวังในเรื่องการหยิบเงิน หรือระวังเรื่องกระเป๋าเงิน จึงควรหยิบเศษเงินออกมาก่อน รตจิตร อยากให้เพื่อน ๆ ที่มีบัตรนักศึกษา เอาติดตัวไปก็ดีนะ เพราะหลายห้าง มีส่วนลดให้นักศึกษา 10% ความเห็นของรตจิตร แม้ว่าค่าครองชีพในเมืองหลวงอย่าง Moscow จะสูงกว่า St. Petersburg นิดหน่อย แต่ราคาข้าวของในห้างถูกกว่า รตจิตร ถามความเห็นของร้านค้า พบว่าหลายร้านใน St. Petersburg สั่งของมากจาก Moscow

3. ข้อควรระวังในการเที่ยวสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

trip in subway of Russia

รตจิตร ได้เขียนไว้ข้างต้นว่า คนรัสเซียโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามสถานีรถไฟฟ้า กรุงมอสโคว เดินเร็วมาก เหมือนหุ่นยนต์ สถานที่ท่องเที่ยวในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 10 แห่ง ตามแผนการท่องเที่ยวของลูก และรตจิตร ถ้าพอมีเวลาว่างสัก 1 วัน ควรเที่ยวตามสถานีรถไฟใต้ดิน 10 สถานี จากสถานีรถไฟทั้งสิ้นแห่ง เพราะสวยมาก ทั้งสถาปัตยกรรม และความสวยงานด้านอายธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซีย รตจิตร อยากเรียกว่า เป็นการเที่ยวที่ต้องอยู่ใต้ดินของเมือง มอสโคว ก็ว่าได้ ไม่ได้ขึ้นมาเห็นเดือนเห็นตะวันเลยแหละ

รตจิตร หาข้อมูลใน Internet เล่ากันว่ามีผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินมากถึง 8-9 ล้านคนต่อวัน รถไฟฟ้าโดยมีทั้งหมด 12 สาย 196 สถานี แต่สถานีที่ขึ้นชื่อส่วนใหญ่จะอยู่สายสีน้ำตาล ซึ่งเป็นวงแหวนรอบเมือง สถานีที่น่าสนใจ คือ Komsomolskaya, Mayakovskaya, Novoslobodskaya, Kievskaya, Ploshchad Revolyutsii, Taganskaya เป็นต้น

trip in subway of Russia

4. ข้อควรระวังอื่น ๆ

คนรัสเซียไม่ว่าหญิงหรือชาย เป็นนักสูบบุหรี่ ดังนั้นเวลารตจิตร ไปเที่ยวที่ไหนมักต้องหลบควันตลอด ตลอดทางจะมีคนยืนสูบบุหรี่ จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ shopping และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ บางทีก็เดินไปสูปไป แม้ตอนที่เดินทางไปที่สถานี subway

4. ข้อควรระวังในการจองรถไฟความเร็วสูง Sapson Express

รตจิตร โดยสารรถไฟ Sapson in Russia

นอกจากการเดินทางไปไหนมาไหนที่รตจิตร ต้องพึ่งพา Subway ซึ่งมีถึง 13 สาย และค่อนข้างวุ่นวาย เพราะรัสเซีย จัดการเดินรถไฟให้คนต้องต่อรถไฟตลอด ไม่ได้มีแบบวิ่งตรง ๆ ถึงที่หมายที่สำคัญ สักเท่าไร รถไฟ Sapson ในรัสเซีย ก็เป็นการโดยสารที่เป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ อีกเรื่องหนึ่ง รตจิตรจองเพื่อเดินทางระหว่างเมือง Moscow และ St. Petersburg ซึ่งเหมือนชาวเมืองในประเทศด้วย โดยใช้เวลา วิ่ง 4 ชั่วโมง รตจิตร จองผ่าน website รตจิตร เข้าไปเช็คหลาย websites ได้แก่
http://www.rdu.ru
http://www.russianrail.com
http://www.russiantrain.com
ไม่ว่าจะเป็นการจองผ่าน website ไหน ก็คล้าย ๆ กัน ดังนั้นความเห็นของรตจิตร เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้สิ่งที่รตจิตร คิดว่าดีที่สุด

ห้องผู้โดยสาร first class ในรถไฟ Sapson โดยรตจิตร

(1) การจองรถไฟ Sapson

รตจิตร จองจาก website http://www.russiantrains.com/en/trains/order ช่วงแรกที่รตจิตร จองมีปัญหามาก เพราะไม่มีภาษาอังกฤษ ต่อมามี version English แต่ก็ติดปัญหาตอนกรอกรายละเอียด ถ้าเพื่อนเจอปัญหาตรงนี้ ตอนให้ใส่รายละเอียด Passport ซึ่งจะขึ้นว่า
“Invalid request parameters. Please change your requirements”
ให้ใช้วิธีอย่าเพิ่ง Register ให้เลือกที่นั่ง ตู้รถไฟให้เรียบร้อยก่อน แล้วกลับมายืนยันในเรื่อง passport อีกทีจึงทำได้

ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งของรถไฟ Sapson โดยรตจิตร

(2) การจองรถไฟ Sapson ล่วงหน้า

– รตจิตรจองรถไฟล่วงหน้า ซึ่งมี 3 classes คือ economic class, business class และ first class โดยครั้งแรกรตจิตร จองแบบ economic class แต่เนื่องจากมีการยกเลิกการจอง ทำให้ขากลับจาก St. Petersburg ไป Moscow รตจิตรเลยตัวสินใจลองนั่ง first class ดู
– รตจิตร จองรถไฟก่อน 45-60 วัน ให้เพื่อน ๆ ลองเข้าไปดูตามเว็บไซต์ข้างต้น รถไฟ Sapson โดยปกติมี 10 ตู้ (10 cars) ตู้ที่รตจิตร นั่้งมีห้องน้ำ ตู้เว้นตู้
– ถ้าจอง round trip คือจองรถไฟไป-กลับ จะมีราคาถูกกว่า

(3) เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียระหว่าง economic class กับ first class

อาหารเครื่องดื่มในรถไฟ Sapson economic โดยรตจิตร

จากประสบการณ์จริงที่ รตจิตร ใช้บริการทั้ง economic class และ first class รตจิตร ชอบ economic class มากกว่า เพราะโดยรวม ๆ แล้วดีกว่ามาก ยกเว้นกรณีมาเป็นกลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ๆ

สรุปข้อดี economic class ที่ดีกว่า first class

1. ราคาถูกว่า รตจิตร มีประสบการณ์จองทั้ง round trip และ one trip
2. economic class เป็นที่นั่งในตู้รถไฟ รตจิตร นั่งชั้น economic class ตอนขาไป ที่นั่งมีหลายที่ใน 1 ตู้ แต่ละตู้ก็กว้างพอสมควร ไม่ถูก block อยู่ในห้องเล็ก ๆ หรือตู้เล็ก ๆ เหมือนชั้น first class
3. ที่นั่งในห้อง first class มี 6 ที่นั่ง หากเจอคนในห้องพูดเสียงดัง จะลำบาก และยังมีห้องที่ติด ๆ กันที่มักพูดเสียงดัง ถ้ามาเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ยังออกมาพูดหน้าห้องด้วย ทำให้เสียงอาจดังเขาห้องอื่น
4. ทางเดินด้านหน้าแต่ละห้อง ตอนที่รตจิตร นั่ง first class นั้นพบว่ามักมีผู้โดยสาร ออกมายืนกันเต็มไปหมด เพื่อมาพูดคุยกันหน้าห้อง ทำให้การเดินไปเข้าห้องน้ำไม่สะดวกเหมือน ชั้น economic class ที่กลายเป็นดูเหมือนกว้างกว่า เพราะไม่มีใครยืนขวางทาง
5. อาหารและเครื่องดื่มในรถไฟ เหมือนกัน ต่างกันเล็กน้อย เช่นมีขนมปัง และชา อย่างไรก็ตาม รตจิตรกินขนมปังแล้ว หิวน้ำ เลยสั่ง green tea ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วย 2 แก้วคิดเป็น 90 รูเบิล แต่ economic class

สถานีรถไฟ Sapson Expressโดยรตจิตร

สรุปข้อดี first class ที่ดีกว่า economic class

1. เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามาเป็นครอบครัว หรือมากับกลุ่มเพื่อนฝูง ที่จองทั้งตู้
2. มีทีวีส่วนตัว ในห้อง แต่ economic class เป็นทีวีส่วนกลาง ในห้องมีกระจก ผ้าห่ม ที่วางกระเป๋า และแขวนเสื้อ coat เสื้อหนาวส่วนตัว แต่ก็เป็นที่แขวนปนกันกับคนในห้อง
3. มี complimentary ให้ 1 กล่อง รตจิตรเอามาให้คนรู้จักหมด ในกล่องบรรจุ น้ำ 1 ขวด, รองเท้าผ้ากระดาษใส่เล่น, มาร์คปิดตา, ลูกอม 1 เม็ด, กระดาษทิชชู่)

รถไฟ Sapson วิ่งระหว่าง 2 เมือง โดยรตจิตร

(4) การยกเลิกการจองรถไฟ Sapson Express

เนื่องจากรตจิตร มีการเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทาง ทำให้จำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวรถไฟระหว่างเมือง St. Petersburg และ Moscow รตจิตร รีบไปสถานี One เพื่อยกเลิกก่อน 1 วันปรากฎว่าได้คืนเต็ม 100% น่ารักมาก และก็จองใหม่

5. การซื้อ internet และโทรศัพท์ ที่ รัสเซีย

การซื้อ internet ในรัสเซีย

ที่ Airport พอ check out ออกมา สามารถหาซื้อ internet ได้ไม่ยาก internet มีหลายยี่ห้อ อย่างน้อย 3 brands ได้แก่ brand ผึ้งสีเหลือง หรือ BCE หรือ BEE และ brand สีเขียว หรือ MEra นั่นเอง อัตราใกล้เคียงกัน คือ

– Smart mimi 1 GB = 500 rub โทรได้ 350 นาที
– Trucker 5 GB = 700 rub โทรได้ 500 นาที
– Unlimited 10 GB = 800 rub โทรได้ 350 นาที
– Tablet 7 GB = 1000 rub โทรได้ 700 นาที
– Smart + 14 GB = 1200 rub โทรได้ 1,000 นาที
– Smart TOP 28 GB = 2000 rub โทรได้ 1,400 นาที

บูธขาย ชั่วโมงอินเตอร์เน็ทและโทรศัพท์ในรัสเซีย

นอกจากนี้ตามสถานรถไฟต่าง ๆ ยังมีอีกหลายร้านจริง ๆ ที่ขายชั่วโมง internet และโทรฟรี

ก่อนจบ รตจิตร อยากบอกว่า ทุกทริปของการเดินทางสำเร็จได้ด้วยดี บางทริปยากลำบากมาก บางทริปสามารถประหยัดวัน ประหยัดเวลา ประหยัดเส้นทางได้มาก ทำให้รตจิตร สามารถเที่ยวที่ที่ควรค่าแก่การไปได้มากขึ้น ฯลฯ เพราะความสามารถในการดูแผนที่ขั้นเทพของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปในที่ไม่คุ้นเคย ในที่ไม่รู้จักเลย ไม่ว่าจะด้วยทางเท้า หรือแผนที่รถเมล์ และแผนที่รถไฟใต้ดิน ที่หยุงเหยิงของบางประเทศ หรือแม้แต่ภาษาที่ต่าง นอกจากนี้ลูกยังดูไปถึงวันเวลาที่สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นเปิดปิด เพราะพวกรตจิตร มีเวลาท่องเที่ยวน้อย จึงต้องไปให้ไม่เสียเที่ยว และจะได้วางแผนถูกว่าที่ไหนใกล้กัน ควรเที่ยววันไหน ที่ไหนควรเที่ยวเช้า หรือกลางคืน เป็นต้น

ข้อควรระวังท่องเที่ยวรัสเซียโดยรตจิตร

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การยื่นแบบฯ ภงด.90 และ 91 ปี 2560 ผ่านอินเเตอร์เน็ท

Submission of Personal Income Tax of Y2015 via internet
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | January 29, 2018

การยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลปี 2560

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่านเพื่อประโยชน์ในการใช้งาน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่กำลังจะยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทาง อินเตอร์เน็ท ตั้งแต่กรมสรรพากรเริ่มมี website ให้ยื่นภาษีเงินได้ออนไลน์ ผู้มีเงินได้พึงประเมินได้ให้ความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวเลขในปี 2558 มีคนยื่นผ่านอินเตอร์เน็ทมีมากขึ้นประมาณ 77% ตามความเห็นของ รตจิตร สิ่งที่เป็นปัญหาทำให้คนอาจเบื่อการยื่นแบบออนไลน์คือ การที่สรรพากรขอเอกสารซ้ำ ๆ เหมือนกันทุกปี เสมือนไม่ใช้ Comment sense แต่ปี 2561 ซึ่งรตจิตรได้ยื่นแบบ online ภาษีเงินได้พึงประเมิน เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 ผลปรากฏว่า เย่! สรรพากรไม่มีการขอให้ scan เอกสารหลักฐานให้เลย และทำงานได้รวดเร็วมากด้วย วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 25 มกราคม 2561 รตจิตร ลองเข้าเมนูตามรายการขอคืนภาษี ปรากฏว่าอยู่ระหว่างทำเช็คคืน แล้ว แต่ ณ วันนี้คือ 29 มกราคม 2561 ก็ยังไม่ได้รับเช็คคืนนะคะ

1. การยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลปี 2560 ผ่านอินเเตอร์เน็ทที่เว็บไซต์ http://www.rd.go.th
2. เริ่มยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2561
ทั้งนี้ยกเว้นบางปี ที่กรมสรรพากรจะมีการขยายเวลาการยื่นแบบ เช่น ปี 2558 ขยายเวลาถึง 8 เมษายน 2558 ปีนี้กรมสรรพากรก็อาจจะยืดขยายเวลาไปถึง 9 เมษายน 2561 เป็นต้นไป
3. รตจิตรเลือกเมนู ที่หน้าหลักเว็บไซต์ของกรมสรรพากร rdserver.rd.go.th/publish/indeex.php ปีนี้ต่างจากปีก่อน ตรงมีคำว่า
E-FILING
“ยื่นแบบ-ชำระภาษีออนไลน์ ทุกคลิก มั่นใจ”

การยื่นแบบภาษีเงินได้ออนไลน์ปี 2560

ขั้นตอนการยื่นแบบภาษีเงินได้ปี 2560

รตจิตรใช้วิธีคำนวณล่วงหน้าใน Excel file หรือ ใน Program ของกรมสรรพากรที่มีให้ Download
1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

ก่อนอื่น รตจิตรอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ เตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนที่จะยื่นแบบ ฯ ทางอินเตอร์เน็ท เพราะทำให้รตจิตร ยื่นแบบ ฯ ได้รวดเร็วมาก เอกสารต่าง ๆ ได้แก่
– หนังสือรับรองการหักภาษีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง ดอกเบี้ย เงินปันผล
– ใบเสร็จรับเงิน การจ่ายเงินประกันสังคม
– ใบเสร็จรับเงินอื่น ๆ ได้แก่ เงินบริจาค เบี้ยประกันชีวิต และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตาม โครงการ shop ช่วยชาติ จามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 เป็นต้น

2. ทำความเข้าใจ

ทำความเข้าทั้งประเภทเงินได้พึงประเมิน และรายการเงินได้ที่ได้รับยกเว้น หรือค่าลดหย่อน

เงินได้ของ รตจิตร ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น 40 (1), 40 (4), และ 40 (8) เมื่อ รตจิตร ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ก็ต้องเก็บหลักฐานหนังสือการถูกหักภาษีไว้ให้ดี บางรายการต้องเก็บไว้ถึงปีกว่า เช่น ถูกหักภาษีไว้ในเดือน มกราคม 2560 กว่าจะสามารถยื่นแบบได้ ก็เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 การยื่นแบบ ฯ ออนไลน์ในปี 2561 ของรตจิตร นี้ เป็นเงินได้ประเภท 40 (4) และ 40 (8) ดังนี้

การยื่นแบบภาษีเงินได้ออนไลน์ปี 2560

รตจิตร ได้ยื่นแบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลปี 2560 ทาง Internet เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 เพราะรอหนังสือรับรองการหักภาษีจากธนาคารแห่งหนึ่ง เนื่องจากรตจิตรเคยลงทะเบียนไว้แล้ว จึงเลือกเมนู “ยื่นแบบ ฯ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ปีภาษี 2560” ได้เลย โดย log in ด้วยหมายเลขบัตรประชาชนของรตจิตร และใส่ password ที่เคยกำหนดไว้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม เพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนก็สามารถลงทะเบียนได้ง่ายนิดเดียว ด้วยการกรอกรายละเอียดตามบัตรประชาชน

หน้าแรกของเว็บไซต์กรมสรรพากร ปี 2561 ได้มีการปรับปรุงนิดหน่อยให้ดูง่าย และสั้นขึ้น ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องแก้ไข ให้ไปหน้าถัดไปได้เลย ซึ่งถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ด้านซ้ายเป็นรายการเงินได้ และด้านขวาเป็นค่าลดหย่อนต่าง ๆ

รายการเงินได้พึงประเมิน

1. รายการเงินได้พึงประเมิน

รายการเงินได้ ในหน้านี้ของ website เป็นส่วนที่อยู่ด้านขวาของเพจ โดยมีรายละเอียดหลัก ๆ ที่บุคลลโดยทั่วไปใช้กันค่ะ ได้แก่

(1) รายการเงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท คือ 40(1) – 40(8)
รตจิตร อยากบอกเพื่อน ๆ ว่า เฉพาะเงินได้พึงประเมิน 40(1) และ 40(2) ซึ่งยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

(2) รายการเงินได้ของรตจิตร
ทุกปีหลังจากรตจิตร ปลดเกษียณแล้ว ก็มีเงินได้อยู่แค่ 40(4) ได้แก่ ดอกเบี้ยรับจากเงินฝาก และดอกเบี้ยรับจากหุ้นกู้ รวมถึงเงินปันผลจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นอกจากนี้รตจิตร ยังมีเงินได้ประเภท 40(8) คือเงินส่วนแบ่งกำไรจากหน่วยลงทุน RMF และ LTF เป็นต้น ส่วนนี้ รตจิตร อยากให้เพื่อน ๆ ระวังนิดว่า แม้หลักฐานในหนังสือรับรองจะระบุว่าเป็นเงินปันผลจากเงินลงทุนใน LTF เพื่อน ๆ อย่าได้ไปใส่ใน 40(4) ว่าเป็นเงินปันผล

เงินได้พึงประเมิน 40(1) และ 40(2) ปี 2560

2. รายการหักลดหย่อน

รายการหักลดหย่อน จะเป็นส่วนที่อยู่ด้านขวาของหน้านี้ รตจิตรอยากแยกเป็นรายการที่รตจิตร ยื่นไป กับรายการอื่นที่เพื่อน ๆ ควรรู้

(1) รายการหักลดหย่อนของรตจิตร สำหรับส่วนที่รตจิตรยื่นหักลดหย่อนก็มีไม่มาก ได้แก่
ลดหย่อนตัวเอง
เบี้ยประกันชีวิต
เงินประกันสังคม

(2) รายการหักลดหย่อนอื่น ๆ ที่รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ ระวัง อย่าลืมติ๊ก และกรอกตัวเลขได้แก่

ลดหย่อนค่าอุปการะบิดามารดาตัวเองที่อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยหักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท
ลดหย่อนตัวเอง 60,000 บาท
ลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท
ลดหย่อนบุตร บุตรบุญธรรม กี่คนก็ได้รวม 30,000 บาท
เบี้ยประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 บาท เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง ไม่เกิน 15,000 บาท รวมอยู่ใน 100,000 บาท) (ความจริง เบี้ยประกันชีวิต หักลดหย่อนได้10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่เกิน 90,000 บาท)
ลดหย่อนด้วยเงินบริจาคไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนอื่น
เบี้ยประกันสุขภาพ บิดามารดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และ
รายการค่าซื้อสินค้าหรือบริการในประเทศตามโครงการ shop ช่วยชาติ ไม่เกิน 15,000 บาท เป็นต้น

ใบสรุปการยื่นแบบภงด.90/91 ปี 2560

3. อัตราภาษี Progressive rate

เมื่อยื่นแบบเสร็จเรียบร้อย จะมีการคิดอัตราภาษีตามอัตราก้าวหน้า ดังนี้
เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท อัตราภาษี 0%
เงินได้สุทธิระหว่าง 150,001-300,000 อัตราภาษี 5%
เงินได้สุทธิระหว่าง 300,001-500,000 อัตราภาษี 10%
เงินได้สุทธิระหว่าง 500,001-750,000 อัตราภาษี 15%
เงินได้สุทธิระหว่าง 750,001-1,000,000 อัตราภาษี 20%
เงินได้สุทธิระหว่าง 1,000,001-2,000,000 อัตราภาษี 25%
เงินได้สุทธิระหว่าง 2,000,001-5,000,000 อัตราภาษี 30%
เงินได้สุทธิตั้งแต่ 5,000,001 ขึ้นไป ต่อปี 35%

สอบถามผลการคืนเงินภาษี ปี 2560

4. การสอบถามผลการคืนเงินภาษี

ในการสอบถามข้อมูลการขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90&91 ทาง Internet ที่ http://www.rd.go.th/publish/tax_inquire.html สามารถสอบถามได้ไม่ว่าจะยื่นผ่านทางอินเตอร์เน็ท หรือผ่านสรรพกรพื้นที่ก็ตาม โดยคีย์ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขบัตรประชาชน เท่านั้นเอง หน้าจอจะแสดงผลดังนี้
สอบถามข้อมูลการคืนแล้ว ผู้มีเงินได้ที่ต้องขอคืนภาษีเงินได้ มักจะยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้รับจดหมายจากสรรพากรระบุว่าเป็น จดหมาย “คืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา”

ก่อนจบท้ายหัวข้อการยื่นแบบฯ ปี 2560 ผ่านอินเตอร์เน็ท เพื่อให้ได้เงินคืนเร็ว รตจิตรอยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ ยื่นแบบทาง internet และรีบยื่นตอนนี้เลยจ้า
ผลการคืนเงินภาษี ปี 2560

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ไหว้พระ 9 วัดกับรตจิตร ทัวร์ท่องเที่ยวคลองสาน 1 วัน

Khlong Sarn Tour of 9 Temples and LHong 1919
สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | January 17, 2018

ไหว้พระ 9 วัด คลองสานกับรตจิตร

**งานเขียนของรตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ สายบุญ และห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

เรื่องที่รตจิตร จะเขียนต่อไปนี้เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม และการทำบุญ รวม 9 วัด ในเขตคลองสาน กรุงเทพ ฯ โดย รตจิตร ใช้เวลา 1 วันเต็ม ๆ เริ่มออกเดินทางตั้งแต่ 8 โมงตรงค่ะ และเน้นการทัวร์ในเขคคลองสาน ฝั่งธนบุรี อย่างไรก็ตาม รตจิตร ได้แวะวัดอื่น ๆ ในเขตบางกอกใหญ่ 2 วัด ซึ่งเป็นทางผ่านขาไป และขากลับ คือ รตจิตร แวะทำบุญไหว้พระ ที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ช่วงขาไป และเป็น รตจิตร ก็ได้ทำบุญที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ ช่วงขากลับด้วย ซึ่งหากเพื่อน ๆ มีเวลาก็ควรแวะอีก 3 วัด ได้แก่ วัดกัลยาณมิตร วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร และวัดเครือวัลย์วรวิหาร เป็นต้น ส่วนโปรแกรมของรตจิตร ในวันนี้ เป็นการท่องเที่ยว 1 วัน ทัวร์คลองสาน สรุปได้ดังนี้

ทัวร์ท่องเที่ยวคลองสาน 1 วันกับรตจิตร

1. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี บางกอกใหญ่ (Wat Prayoonwongsawat)
2. วัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน (Wat Phichaya Yattika Ram Wa Ra Wihan)
3. วัดอนงคาราม เขตคลองสาน และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดอนงคาราม (Wat Anongkharam Worawihan)
4. วิถีชีวิต ชุมชนคนวัดอนงคาราม ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 1
5. ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตคลองสาน (Chaopho Suea Shrine)
6. ศาลเจ้ากวนอู เขตคลองสาน (Gong Wu Shrine)
7. อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ
พิพิธภัณฑ์ สวน สมเด็จ ย่า เขตคลองสาน (Princess Mother Memorial Park and Museum)
8. วัดทองธรรมชาติวรวิหาร (Wat Tong Thammachat Worawihan)
9. ล้ง 1919 เขตคลองสาน (Lhong 1919)
10. วัดเศวตฉัตรวรวิหาร เขตคลองสาน (Wat Sawetachat)
11. วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ (Wat Hong Rattanaram) และ
ศาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช หรือศาลสมเด็จพระเจ้าตาก (The King Taksin Shrine)
12. วัดกัลยาณมิตร เขตบางกอกใหญ่ (Wat Kalayanamit Woramahawihan)
13. วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ (Wat Moli Lokayaram Ratcha Worawihan)
14. วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ (Wat Arun Ratchawararam)

รตจิตร @วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

1. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (Wat Prayurawongsawas Worawihan)
รตจิตร ไปถึงวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ช่วง 8:30 น. เป็นเวลาที่พระสงฆ์กำลังสวดมนต์ทำวัตรเช้าใกล้เสร็จ จึงทำให้ รตจิตร สามารถเดินดูความสวยงาม ของวัดได้สักพัก และทำให้ รตจิตร สามารถใส่บาตรพระได้ง่าย แป๊บเดียว 6 รูป จากนั้นจึงถวายสังฆทานแก่พระผู้ใหญ่ ท่านเล่าว่าที่นี่มีพระสงฆ์รวมเณรด้วยในขณะนั้น ประมาณ 100 รูป ยังไม่ได้รวมพระต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพระปากีสถาน บังคลาเทศ เป็นต้น

รตจิตร @เขามอ วัดประยูร

รตจิตร อยากแนะนำสถานที่น่าชม ณ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ได้แก่
– โบสถ์ งดงามมาก มีพระประธานคือพระพุทธธรราวิเชษฐศาสดา รตจิตรชอบศิลปะตามประตูโบสถ์สวยจริง ๆ นะ

– พระบรมธาตุมหาเจดีย์ (Phra Borommathat Maha Chedi) เจดีย์พระประธานได้รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 จากยูเนสโก (Award of Excellent) ด้วย

– พิพิธภัณฑ์พระประยูรภัณฑาคาร หรือพรินทร์ปริยัติธรรมศาลา (Museum of Wat Prayurawongsawas Worawihan) รตจิตรถวายสังฆทานเสร็จ พอดีพิพิธภัณฑ์ เปิด รตจิตรคิดว่า ข้าวของในเข้าพิพิธภัณฑ์มีจำนวนมาก แต่พื้นที่พิพิธภัณฑ์เล็กไปหน่อยค่ะ

– เขามอ (Khao Mo) เป็นโบราณสถาน ที่เป็นภูเขาจำลองก่อด้วยศิลา ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ที่มีเต่าเยอะมาก ๆ วันที่รตจิตร ไปทำบุญ เจอชายคนนึง น่าจะเป็น คนขับ taxi จับเต่ายักษ์ที่เดินข้ามถนนอยู่ และเอามาปล่อยที่สระเขามอ ที่นี่ น่าจะเป็นสวรรค์ของเต่าอีกที่หนึ่ง มีแม่ค้าขายมะละกอ เพื่อให้ญาติโยมเอาไม้จิ้มให้เต่ากินอยู่บ่อย ๆ ด้วย

รตจิตร @วัดพิชยญาติการาม

2. วัดพิชยญาติการาม (Wat Phichaya Yattika Ram Wa Ra Wihan)
รตจิตร พยายามหาที่จอดรถที่วัดอนงคาราม เพื่อจะถวายสังฆทาน แต่ไม่มีที่จอดรถเลยค่ะ เพราะลักษณะวัดเป็นวัดโบราณ มีศิลปะจีนผสมผสาน มีกุฏิ และศาลา อาคารเป็นหลัง ๆ ไม่ค่อยมีพื้นที่ว่าง ทำให้ รตจิตรต้องขับรถออกจากซอยสมเด็จเจ้าพระยา 1 ไปฝั่งตรงข้ามวัด ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดอนงคาราม และเสียค่าจอดรถที่วัดพิชยญาติการาม โดยมีสะพานสองสมเด็จ ฯ คั่นระหว่างศูนย์ ฯ และลานจอดรถของวัด ถ้า รตจิตร จำไม่ผิดนะ ค่าจอดรถ ชั่วโมงละ 20 บาท แต่ถ้าจอด 4 ชั่วโมงคิดเหมาเป็น 40 บาท

สองสมเด็จ และรัชกาลที่ 5 @วัดพิชยญาติการาม

รตจิตร ถวายสังฆทาน @วัดพิชยญาติการาม หรือชาวบ้านเรียกสั้น ๆ ว่าวัดพิชัยญาติ จุดที่ถวายสังฆทานมีรูปหล่อของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จากนั้น รตจิตร และขึ้นไปที่พระปรางค์ 3 ยอด เพื่อสักการะขอพรพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ประดิษฐานอยู่ในพระปรางค์ 3 ยอด ดังนี้

– พระปรางค์ยอดกลางคือพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ ได้แก่ 1)พระกกุสันธะพุทธเจ้า 2)พระโกนาคมนะพุทธเจ้า 3)พระกัสสปะพุทธเจ้า และ 4) พระโคตมะพุทธเจ้า
– พระปรางค์ยอดซ้ายคือ พระศรีอริยเมตไตรย
– พระปรางค์อีกยอดด้านขวาคือ รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์

พระพุทธเจ้า 4 พระองค์ วัดพิชยญาติการาม

รตจิตร ลงจากพระปรางค์ 3 ยอดเพื่อเข้าโบสถ์ ไปสักการะพระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 คือสมเด็จพระสิทธารถพุทธเจ้า หรือหลวงพ่อสมปรารถนา (หลวงพ่อสมปรารถนา) เนื่องจากวัดนี้มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมกันมาก และเป็นประจำ ทำให้วัดค่อนข้างมีอะไรเยอะ
นอกจากนี้ยังมีห้องประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว ในห้องนี้ รตจิตร และครอบครัวได้บริจาคหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษา เพื่อฝากให้พระไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนวัดด้วย

รตจิตร @วัดอนงคาราม

3. วัดอนงคาราม และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดอนงคาราม (Wat Anongkharam Worawihan)
รตจิตร อยากบอกเพื่อน ๆ ว่า การเที่ยววัด หรือทำบุญระหว่างวัดอนงคาราม และ วัดพิชยญาติการาม จะทำวัดไหนก่อนก็ได้ สำหรับโปรแกรมไหว้พระ 9 วัดนี้ รตจิตร หาที่จอดรถที่วัดอนงคารามไม่ได้ รตจิตร จึงต้องไปทำบุญที่วัดพิชยญาติการามก่อน เมื่อรตจิตร กลับมาที่วัดอนงคาราม ใช้เวลานานมากกว่าจะหาพระได้สักรูป เพื่อถวายสังฆทาน
วัดอนงคาราม เป็นวัดที่สวยวัดหนึ่ง โดยมีศิลปะจีนผสมผสาน และมีตัวอับเฉาค่อนข้างเยอะเหมือนกัน นอกจากนี้ชื่อวัดยังเป็นภาษาจีนด้วย

ก๋วยเตี๋ยวหมูบ้วนเซ้ง@วัดอนงคาราม

4. ดูวิถีชีวิต ชุมชนคนวัดอนงคาราม ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 1
เมื่อรตจิตร ทำบุญที่วัดอนงคารามแล้วเสร็จ ท้องเริ่มหิวค่ะ รตจิตร ได้ยินว่าร้านก๋วยเตี๋ยวหมู ตู้ไม้ บนถนนในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 1 ชื่อร้าน บ้วนเซ้ง อร่อยมาก ไม่มีผงชูรสด้วย ให้เครื่องค่อนข้างเยอะ แต่ราคา 30 บาทเอง พวกลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง อร่อยมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่จำเป็น เพื่อน ๆ อย่าสั่งเจ้าของร้านทีเดียวหลาย ๆ ชาม ให้สั่งทีละชาม เพราะเจ้ไม่ชอบค่ะ ร้าน บ้วนเซ้ง มีที่นั่งไม่มาก เป็นตึกแถวเก่าห้องเดียว แต่ก็สะอาดดีนะ และถ้าจะกินพวกน้ำชง รตจิตร แนะนำให้เดินลึกเข้าไปหน่อยตรงแยกซอยพญาไม้ ตรงร้านหัวมุมด้านซ้ายมือ จะเห็นร้านน้ำลุงแดง ภรรยาของลุงแดง เล่าให้รตจิตร ฟังว่าตอนนี้ลุงแดงเพิ่งเสียชีวิตค่ะ น้ำชงจึงเป็นฝีมือภรรยาของลุงแดงล้วน ๆ

ศาลเจ้าพ่อเสือ คลองสาน

5. ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตคลองสาน (Chaopho Suea Shrine)
โปรแกรมท่องเที่ยวของ รตจิตร นิยมจอดรถไว้ที่หนึ่ง แล้วก็เดินบริเวณแถวนั้น ดังนั้นจากวัดอนงคาราม เดินผ่านชุมชนคนวัดอนงคาราม ตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะเห็นศาลเจ้าพ่อเสือ อยู่ด้านหน้า รตจิตร เดาว่า บริหารโดยสมาคมสมเด็จร่วมมิตรฌาปนกิจสงเคราะห์ ศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้ คนไม่หนาตาเท่าที่ ศาลเจ้าพ่อเสือที่บริเวณวัดมหรรณพ เสาชิงช้า สิ่งที่เพื่อน ๆ จะได้เห็นเหมือนรตจิตรคือ จะมีคนไทยเป็นคนนำชาวต่างชาติขี่จักรยานเพื่อเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบๆ คลองสานด้วย

รตจิตร@ศาลเจ้ากวนอู

6. ศาลเจ้ากวนอู (Gong Wu Shrine)
รตจิตรแวะไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ แป๊บเดียว เพราะที่ไม่ได้กว้างมาก จากศาลเจ้าพ่อเสือ นี้ เพื่อน ๆ สามารถ ไปต่อที่ ศาลเจ้ากวนอู ก่อน หรือจะไปเยี่ยมชม อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพิพิธภัณฑ์ สวนสมเด็จย่าก็ได้ เพราะอยู่บริเวณเดียวกันเลยค่ะ สำหรับศาลเจ้ากวนอู แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นศาลเจ้ากวนอู เก๋งจีนทั่งง่วนฮะ และที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมริมน้ำ

– ส่วนที่เป็นศาลเจ้ากวนอู
ช่วงสิ้นปี ปีใหม่ ช่วงก่อนตรุษจีน และตรุษจีน ประชาชนนิยมมาสักการะเจ้าพ่อกวนอู เพราะ เป็นเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม เทพผู้ซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดี และกตัญญูด้วย

เจ้าแม่กวนอิม ที่ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน

– ส่วนที่เป็นเก๋งจีนทั่งง่วนฮะ (เป็นอาคารส่วนบุคคล) เป็นอาคารเก่า มีอายุกว่า 100 ปีอยู่ด้านข้าง รตจิตร คิดว่าส่วนนี้คล้าย ๆ กับล้ง 1919 เพราะเป็นที่ส่วนบุคคล แต่คงความโบราณไว้ เนื่องจากเป็นที่ส่วนบุคคล จึงไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไป แต่เพื่อน ๆ สามารถดูรูปต่าง ๆ ได้ที่ facebook: เก๋งจีน ทั่งง่วนฮะ หรือ Instagram: tnhvintagehouse_official และที่ youtube ก็มีนะ ที่นี่มีชื่อเรื่องการผลิตน้ำปา รตจิตรเห็นมีคนไปซื้อน้ำปา

– ส่วนด้านหน้าที่ติดริมน้ำเจ้าพระยา เป็นองค์เจ้าแม่กวนอิม เป็นท่าเรือด้วย มีการบอกวิธีปล่อยปลาเพื่อต่ออายุ รตจิตร เห็นมีปลาลอยตายจำนวนหนึ่ง เหมือนโดยใบพัดเรือน่าสงสารมาก

รตจิตร@อุทยานสวน สมเด็จ ย่า

7. อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พิพิธภัณฑ์ สวน สมเด็จ ย่า เขตคลองสาน (Princess Mother Memorial Park and Museum)
รตจิตรไปช่วงขึ้นปีใหม่ ทำให้ไม่ได้เข้าด้านในของอุทยาน ดูได้เพียงรอบ ๆ อุทยานที่ค่อนข้างกว้าง รตจิตรไม่เห็นด้วยที่เจ้าหน้าที่หยุดตามวันเวลาราชการ ทั้ง ๆ สถานที่นี้ควรให้ประชาชนสามารถเข้าไปชมได้ โดยเฉพาะวันหยุด และอาจหยุดทุกวันหยุดราชการแทน เป็นต้น

รตจิตร@วัดทองธรรมชาติวรวิหาร

8. วัดทองธรรมชาติวรวิหาร (Wat Tong Thammachat Worawihan)
ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด หรือ การไปท่องเที่ยวคลองสาน 1 วันครั้งนี้ เนื่องจากครั้งแรก รตจิตร วางแผนว่าจะไปเที่ยว ล้ง 1919 เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ จึงจัดโปรแกรมให้คุ้มหน่อย เมื่อรตจิตร ไปถึงล้ง มักจะได้ยินคนเฝ้าให้คนไปจอดรถที่ วัดทอง ฯ แทน เพราะที่จอดรถของ ล้ง ไม่เพียงพอ วัดทองธรรมชาติวรวิหารเป็นวัดที่อยู่ตรงข้าม ล้ง 1919 พอดี โดยมีโรงเรียนวัดทองธรรมชาติวรวิหาร เป็นด้านตรงข้าม ที่วัดแห่งนี้ ส่วนมากคนนิยมไปสักการะหลวงพ่อสิบทัศน์ ที่พระวิหารหลวงพ่อสิบทัศน์ โดยด้านหน้ามีรูปหล่อพระสีวลี ที่งดงามมาก ยืนทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา

รตจิตร@ล้ง 1919

9. ล้ง 1919 (Lhong 1919)
ช่วงสิ้นปี ช่วงตรุษจีน ล้ง 1919 เปิดให้ไหว้เจ้าได้ถึง เที่ยงคืน เนื่องจากล้ง 1919 เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ทำให้คนจำนวนมากไปเที่ยว มีส่วนเหมือนเก๋งจีนทั่งง่วนฮะ แต่มีการดูแลรักษาอย่างดี เสียดายที่หลาย ๆ อย่างยังไม่คำบรรยาย ด้านบนและด้านล่าง บางส่วนยังไม่เปิดให้ดู ด้านหน้าด้านซ้าย ติดท่าเรือวัดทองธรรมชาติวรวิหาร ส่วนด้านขวาก็คือ ท่าเรือหวั่งหลี

ความเห็นของ รตจิตร แม้ ล้ง 1919 จะมีร้านอาหารหลายร้าน แต่ราคาค่อนข้างสูง ทำให้คนกินกันไม่มากเท่าที่ควร ส่วนที่เป็นบูธเช่าชั่วคราว ราคาไม่แพงนัก และก็อร่อยด้วยนะ พอพูดถึงเรื่องกิน ก็มาดูเรื่องห้องน้ำ ค่อนข้างสะอาด เสียอย่างเดียวคือต้องขึ้นบันไดไปชั้นบน เพราะด้านหลังสงวนไว้ให้สำหรับคนพิการเท่านั้น

10. วัดเศวตฉัตรวรวิหาร เขตคลองสาน (Wat Sawetachat)
รตจิตรไปวัดเศวตฉัตรวรวิหาร เพื่อถวายสังฆทานเป็นวัดสุดท้าย สำหรับ trip ไหว้พระ 9 วัดนี้ พระสมศักดิ์จะนั่งอยู่ด้านนอกที่ศาลา 2 มกรา ถ้าดูผิวเผิน รตจิตรคิดว่าเพื่อน ๆ ไม่รู้แน่ว่านี่คือวัด เพราะเหมือนตึกแถวเก่า ๆ โบราณทั่วไป ก่อนเข้าไปสักการะพระนอน รตจิตร ได้ไปแวะให้ทาน อาหารปลาก่อน แต่น้อยมาก เพราะปลาไม่ค่อยมา และที่มาก็ไม่ค่อยกิน จากนั้น รตจิตร ก็ไปสักการะพระนอน และพระปรางค์ พระนอนที่ วัดเศวตฉัตรวรวิหาร งดงามมาก และเก่าโบราณ

11. วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ (Wat Hong Rattanaram) และ
ศาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช หรือศาลสมเด็จพระเจ้าตาก (The King Taksin Shrine)
รตจิตรพาเพื่อน ๆ ไปนมัสการหลวงพ่อแสน ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร และสักการะศาลพระเจ้าตาก วัดหงส์ฯ ที่ศาลฯ คนมาเยอะค่ะ บางคนไม่แวะวัดตรงมาศาลด้านข้างวัดเลย ด้านในวัดยังมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มากมายด้วย มีซุ้มจัดให้ญาติธรรมได้ร่วมทำบุญหลายแบบด้วย

12. วัดกัลยาณมิตร เขตบางกอกใหญ่ Wat Kalayanamit Woramahawihan
วัดกัลยาณมิตร หรือที่เรียกกันว่า ซัมเปากง ทัวร์คลองสานครั้งนี้ รตจิตรไม่ได้แวะที่วัดกัลยาณมิตร เพราะเคยไปสักการะครั้งก่อน พร้อม ๆ การไปถวายสังฆทานที่วัดวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

13. วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ (Wat Moli Lokayaram Ratcha Woraw)
ทัวร์คลองสานครั้งนี้ รตจิตรไม่ได้แวะที่วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เพราะเคยไปสักการะครั้งก่อน พร้อม ๆ การไปถวายสังฆทานที่วัดกัลยาณมิตร ปลายปีก่อน

14. วัดอรุณราชวราราม (Wat Arun Ratchawararam)
รตจิตร อุตส่าห์ขับรถเข้าไปถึงวัดอรุณราชวราราม แต่กลับรถติดอยู่ด้านใน ไปไหนก็ไม่ได้ หาที่จอดรถคงยิ่งยาก สุดท้ายต้องวกรถกลับไปหาอะไรทานมื้อเย็นดีกว่า รตจิตร จึงอยากแนะนำเพื่อน ๆ ว่า ถ้ามีโปรแกรมไปไหว้พระที่วัดอรุณราชวราราม ทางดีสะดวกที่สุดคือ ทางเรือค่ะ

เพื่อให้ง่ายแก่การเดินทาง รตจิตร อยากให้เพื่อน ๆ ดูตามแผนที่ใน google ที่อาจารย์พราว ทำไว้แล้วค่ะ ตามโปรแกรมทั้งหมดที่ รตจิตร แนะนำมาในข้างต้น สวัสดี
https://www.google.co.th/search?hl=en&q=+&stick=H4sIAAAAAAAAAONg28DI-IlJTkjGMD3HJys0xMdXNyw_Nz8p3DWpxDU4Ld7QOL7QEQDAnyTLJgAAAA&placelist=1&tbm=lcl&gws_rd=cr&dcr=0&ei=1TVXWur3IYW30QTyg5HQCg

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การเสียภาษีรถยนต์ประจำปี รถใหม่ และรถเก่า

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | December 23, 2017

การเสียภาษีรถยนต์ประจำปี

**งานเขียนของรตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

เรื่องที่รตจิตร จะเขียนต่อไปนี้ ไม่ยากเลย แต่กลับมีประโยขน์ต่อคนอื่น ๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ขับรถในกรุงเทพฯ รตจิตร เสียภาษีรถยนต์ ที่กรมขนกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 หรือ ซอยสวนผัก 4 ตลิ่งชัน นั่นเอง รตจิตร ให้รายได้ที่กรมขนส่งพื้นที่นี้มา ตลอด การเสียภาษีรถยนต์ประจำปี ตั้งแต่สมัยก่อน กำหนดให้ ขับรถต่อแถว หรือที่เรียกว่าเลื่อนล้อเสียภาษี (Drive Trhough) ได้ครั้งละ 2 คัน แต่เล่มทะเบียนต้องเป็นนามสกุลเดียวกัน ปัจจุบันจ่ายภาษีได้ครั้งละ 1 คัน และต้องขับรถวนอ้อมไปต่อแถวใหม่ เพื่อจ่ายคันต่อ ๆ ไป

เอกสารเสียภาษีรถยนต์เก่า

ตามความเห็นของรตจิตร คิดว่า การให้เข้าแถวจ่ายภาษีรถยนต์ทีละคัน ทำให้เสียเวลา และเสียค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนทำให้แถวที่ต่อแถว กลับยาวโดยใช่เหตุ แต่เจ้าหน้าที่กรมขนส่งอธิบายว่ามันยุติธรรมสำหรับคันอื่น ๆ ที่มาชำระค่าภาษีรายปีเป็นรายคัน
รตจิตร ก็งงว่า กรมขนส่งเขียนไว้ว่าใช้เวลาในการเลื่อนล้อเสียภาษี เพียง 1 นาที 45 วินาที ต่อคัน ก็ไม่ได้มากมาย หนักหนาสากัณฑ์ขนาดไหน 2 คันค่อนข้างจะโอเคนะ จะทำให้ใช้เวลาเฉลี่ยต่อคันลดลงด้วย รตจิตร คิดว่ากรมขนส่งน่าจะชั่งน้ำหนักว่าอะไรมีผลได้ผลเสียมากกว่ากัน ไม่ใช่ดูจากความพึงพอใจของผู้เสียภาษี ชนิดที่ว่า จะเอาใจ มากกว่า เอาความถูกต้อง

เอกสารที่ต้องเตรียมในการการเสียภาษีรถยนต์

การเสียภาษีรถยนต์ รถใหม่
1. สมุดทะเบียนรถยนต์
2. พ.ร.บ. หรือหลักฐานแสดงการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์
3. เงินภาษี ตามใบเสร็จรับเงินของปีเก่าที่จะระบุท้ายใบเสร็จว่าปีต่อไปต้องจ่ายภาษีเท่าไร

การตรวจสภาพรถยนต์เก่า ที่ตรอ.

การเสียภาษีรถยนต์ รถเก่า

คำว่ารถยนต์เก่า ตามความหมายของกรมขนส่งคือ รถยนต์ที่มีอายุครบ 7 ปี หรือก้าวสู่ปีที่ 8 ก่อน ซึ่งต้องตรวจสภาพรถยนต์เก่าก่อน รตจิตร นำรถเข้าตรวจสภาพ ตามรายการต่าง ๆ ที่กรมขนส่งกำหนด สภาพต่าง ๆ ที่ตรวจ เช่น ล้อ ไฟ เบรก ควันดำ เป็นต้น
ในใบรายงานผลการตรวจสภาพรถยนต์ รตจิตร เห็นวันที่ระบุไว้เลย เช่น ตรวจสภาพวันที่ 20 ธันวาคม 2560 รายงานนนี้จะหมดอายุวันที่ 20 มีนาคม 2561 เป็นต้น คือ สามารถตรวจก่อนที่จะเสียวภาษีได้ 3 เดือน รตจิตร อยากแนะนำเพื่อน ๆ ว่า ในการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถเก่า 2 ข้อดังนี้

1. ถ้าเพื่อน ๆ ไม่มีเวลาไปตรวจสภาพรถเอง
รตจิตร คิดว่า เพื่อน ๆ ควรไปตรวจสภาพรถแถวกรมขนส่งจะดีกว่า รตจิตร เองเมื่อก่อนทำงานที่บริษัทขายรถยนต์ ซึ่งได้รับการอนุญาตให้เป็น หนึ่งในสถานที่ตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ. นั่นเอง และรตจิตร ก็ไม่มีเวลาไปเสียภาษีด้วย แต่จ้างเด็กมอเตอร์ไซด์ไปจ่าย และทำให้ต้องใช้บริการ ตรอ. ที่สะดวกและใกล้

เลื่อนล้อเสียภาษีกรมขนส่ง

2. ถ้าเพื่อนๆ มีเวลาไปตรวจสภาพรถเอง
รตจิตร เคยเอารถไปตรวจสภาพที่กรมขนส่งเอง ค่าบริการ ไม่กี่สิบบาท แต่แถวยาว และตอนรอรายงานนานหน่อย ช่วงหลัง รตจิตร เห็นว่า ขณะนี้มี ตรอ. มีหลายแห่ง และค่อนข้างแข่งกันทำงานด้วย มาตรฐานก็พอ ๆ กัน เพราะกรมขนส่งมีการส่งเจ้าหน้ามาคอย
ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องวัด รตจิตร เลือกใช้บริการที่ ตรอ. แถว ๆ กรมขนส่งเลย เพราะ
– มาตรฐานทุกร้านเหมือน ๆ กันหมด ราคาก็เท่ากันหมด เช่นในปี 2560 ราคาตรวจสภาพ 200 บาท
– มีจำนวนหลายแห่ง ทำให้แข่งกันในเรื่องบริการ และความรวดเร็ว อยู่ใกล้ไม่เสียเวลา
– มีให้เลือกมากมาย ถ้าร้านนี้แถวยาว ก็ไปร้านอื่น เพราะแต่ละร้านอยู่ติด ๆ กันหมด

การเสียภาษีรถเก่าอายุขึ้นปีที่ 8

เอกสารที่ต้องใช้ในการเสียภาษีรถเก่า

1. สมุดทะเบียนรถยนต์
2. หลักฐานแสดงการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ.
3. เงินภาษี ตามท้ายใบเสร็จรับเงินของปีเก่าที่จะระบุว่าปีต่อไปต้องจ่ายภาษีเท่าไร

ความเห็นส่วนตัวของรตจิตร

ความเห็นรตจิตร การเสียภาษีรถยนต์ ด้านในเร็วกว่า ด้านนอก และเป็นห้องแอร์ ด้วย อีกทั้งไม่เปลืองน้ำมัน กล่าวคือ การเสียภาษีรถยนต์ผ่าน เคาน์เตอร์ เร็วกว่าขับรถต่อแถวเพื่อเสียภาษี แต่ปัญหาคือที่กรมขนส่งมักไม่มีที่จอดรถ ทำให้รตจิตร ต้องยอมขับรถต่อ
แถวไปเรื่อย ๆ เพื่อเสียภาษี ดังนั้น ถ้าวันไหนเพื่อน ๆ ไปกรมทขนส่งเพื่อเสียภาษีแล้ว หากมีที่จอดรถ ก็จอดเถอะเพื่อไปรับบัตรคิวด้านใน เสียภาษีกับเคาน์เตอร์ปกติจะดีกว่า และถ้ามีเวลา ต้องการตรวจสภาพรถยนต์ ตรวจที่ขนส่งก็จะถูกกว่า ตรอ. (สถานที่ตรวจสภาพรถเอกชน) แต่ต้องซื้อเวลาหน่อยนะ

พรบ.เสียภาษีรถยนต์

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Movie Review รีวิวหนังเรื่อง Wonder

รีวิวโดย รตจิตร
Reviewed by Ratajit | December 15, 2017

 Movie Review Wonder

**งานเขียนของรตจิตรเรื่องนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

รตจิตร ได้อ่านสิ่งที่หลายคนพูดเกี่ยวกับหนังเรื่อง Wonder ว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ รตจิตร ก็เลยอยากไปดูสักหน่อย วันที่ 14 ธันวาคม รตจิตร ไปดูหนังเรื่อง Wonder ชีวิตมหัศจรรย์วันเดอร์ เป็น Sound track รอบ 18:00 น. มีนักแสดงนำคือ จูเลีย โรเบิร์ตส แสดงเป็นแม่ ชื่อ อิซาเบล พูลแมน และตัวดำเนินเรื่องคือ เด็กน้อย อ๊อกกี้ น่าจะมาจากคำว่า Auggy คือ August แสดงนำโดย เจค็อบ เทรมเบลย์ เนื่องจากความผิดปกติของ อ๊อกกี้ จนทำให้ต้องผ่าตัดถึง 27 ครั้ง เป็นสาเหตุให้หน้าตาอัปลักษณ์ ซึ่งน่าจะเป็นจุดด้อยของ อ๊อกกี้ เลยเป็นจุดดำเนินเนื้อหาของเรื่องต่าง ๆ ในหนัง จนทำให้อ๊อกกี้ ได้รางวัลเด็กดีประจำปี ของโรงเรียนในตอนจบ จริงอยู่ว่า แม้เรื่องนี้จะแสดงออกได้ดี ในเรื่องความรัก ความกดดันที่เกิดขึ้น ความเอาใจใส่ของครอบครัว ความเอาใจใส่ของประธานโรงเรียน ตลอดจนการถ่ายทำภาพยนตร์ ที่นิ่ง คมชัด และสามารถทำเป็นหนังโดยไม่ต้องใช้ Effects ใด ๆ แต่จุดอ่อนของหนัง ยังมีอีกมาก คราวนี้มาดูผลการรีวิวของรตจิตร กันค่ะ เป็นความเห็นส่วนตัวจากการดู Wonder อย่างตั้งใจ

 Movie Review Wonder by Ratajit

1. เมตตา หรือ ถูกต้อง (Kind or Right)

ความเห็นส่วนตัวของรตจิตร ในเรื่อง Wonder ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเมตตา หรือ ความถูกต้อง เช่นตอนที่ อ๊อกกี้ มีปัญหาที่โรงเรียน Beecher Prep เพราะถูกเพื่อน ๆ ล้อตลอด แม่ของอ๊อกกี้ ให้เขาเข้มแข็ง เมื่อเพื่อน ๆ เห็นตัวลูกจริง ๆ ก็จะรักในตัวลูก ขอให้ใช้ความเมตตา แต่พอวันต่อมา อ๊อกกี้ กลับช่วยเพื่อนโดยให้ Jack Will ลอกข้อสอบ รตจิตร คิดว่าเป็นเรื่อง serious มากที่มีการทุจริตในห้องสอบ มีความผิดร้ายแรงจริง ๆ รตจิตร คิดว่ายังเป็นการฝึกให้เด็กเป็นคนฉ้อโกงตั้งแต่เล็ก

2. ความเห็นแก่ตัวของ อ๊อกกี้ (Selfish)

ความเห็นของรตจิตร อ๊อกกี้ ได้รับความรัก ความเห็นอกเห็นใจ ได้รับเวลา จากทุก ๆ คนในครอบครัว แม้แต่พี่สาวของอ๊อกกี้ เอง ซึ่งก็อยู่ในฐานะลูกคนหนึ่งเช่นกัน พี่ให้ความรักแก่อ๊อกกี้ ตลอดมา รตจิตร คิดว่า อ๊อกกี้ ควรให้พี่สาวบ้าง แต่ในเรื่องกลายเป็น อ๊อกกี้ ไม่เคยยอมพี่ตัวเองเลย ไม่ใช่ตัวอย่างของเด็กดี หรือคนดีเลย แม้แต่น้อย หนังเรื่อง Wonder กลับไม่ให้ความสำคัญตรงนี้เลย มีแต่คิดว่า ปมด้อยของ อ๊อกกี้ ต้องทำให้ อ๊อกกี้ เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง

รีวิวหนัง วันเดอร์

3. ไม่ยุติธรรม (Unfair)

รตจิตรก็อยู่ในฐานะแม่คนหนึ่ง จึงเห็นว่า แม่ที่ดี ควรรักลูกให้เท่ากัน แต่ครอบครัวของอ๊อกกี้ กลับให้ความรักลูกไม่เท่ากัน จนเห็นได้อย่างชัดเจน รตจิตรคิดว่า ในฐานะที่อ๊อกกี้ เป็นน้องที่น่าสงสาร จริงอยู่ พี่สาวจึงยอม และยอมมาตลอด รตจิตรไม่เห็นด้วย ที่แม่ไม่ให้เวลาพี่สาวเลย จนเก็บกด และมีปัญหาในชีวิต รตจิตรอยากให้หนัง Wonder เรื่องนี้ แสดงออกถึงผลเสียของแม่ที่รักลูกไม่เท่ากัน ไม่มีความยุติธรรมด้วย แต่ในเนื้อเรื่องกลับไม่มีเลย รตจิตร ขอยกตัวอย่างเช่น ในวันงาน Halloween แม่ให้สัญญาว่าจะให้เวลาพี่สาว แต่พออ๊อกกี้ เกิดปัญหาที่โรงเรียน แม่กลับไม่สนใจคำสัญญาที่ตัวเองเสนอเลย ทั้ง ๆ ที่สัญญาแล้วว่าวันนั้นจะอยู่ด้วยกัน รตจิตรยังเห็นหลายฉากที่แม่มีแต่เรียก มีแต่คุย และให้ความสำคัญต่อ อ๊อกกี้ แม้ว่าต่อหน้าลูกสาว เช่นตอนกินข้าว ตอนวาดรูป ต่อหน้าลูกสาว ก็วาดแต่ อ๊อกกี้ รตจิตร คิดว่า ควรวาดลูกทั้งสอง และถ้าเป็นรตจิตร ในตอนนั้น รตจิตร ก็จะคุยกับลูกสาว เพราะอยู่ข้างหน้า นั่งโต๊ะเดียวกันอยู่ เป็นต้น

4. เพื่อนขโมยความเป็นตัวตนของพี่สาว (Friend stole friend’s Identity)
ในหัวข้อนี้ รตจิตร หมายถึง เพื่อนของพี่สาว ที่ทั้งคู่สนิทกันมาก สนิทกันมานาน และสนิทกับครอบครัวเสียด้วย ในเนื้อเรื่อง ทั้ง ๆ ที่สนิทกัน เพื่อนของพี่สาว อ๊อกกี้ ยังกลับแย่งความเป็นตัวตนของพี่สาว รตจิตร คิดว่าในความเป็นจริง เพื่อนรักกันมากทำได้ขนาดนี้ ควรมีบทลงโทษให้เห็นในภาพยนตร์ด้วย

Movie Review Wonder

5. พิสูจน์ให้เห็นว่า ระบบการศึกษาที่ล้มเหลว
เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของรตจิตร ที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง อ๊อกกี้ ไม่ได้ไปโรงเรียนเลย แต่ให้แม่สอนที่บ้านมาตลอด จนถึงปีนี้ที่แม่ต้องการให้ อ๊อกกี้ ไปโรงเรียนจริง ๆ เหมือนเด็กคนอื่น ๆ ที่เรียนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ทว่า เพียงปีเดียว อ๊อกกี้ กลับเก่งกว่าเด็กคนอื่น ๆ ที่เรียนมาตลอด และเก่งหลายวิชา พวกคณาจารย์ชอบด้วย หรือแสดงให้เห็นว่า เด็กคนอื่น ๆ เรียนมาหลายปีจนครู อาจเบื่อและเกลียดกัน อ๊อกกี้ ยังสามารถจบการศึกษา และได้รางวัลเด็กดีในตอนจบ
นอกจากนี้ รตจิตร ยังคิดว่าเนื้อว่าในเรื่องพยายามให้คนดูคล้อยตามว่า Jack Will ซึ่งเป็นเด็กได้รับทุน และมีแต่คนกล่าวขานว่าเป็นคนดี แต่กลับลอกข้อสอบ จาก อ๊อกกี้ นอกจากนี้ รตจิตรคิดว่า แม่ของ Jack ต้องพยายามคะยั้นคะยอเพื่อให้ Jack เป็นคนดี และดีตอบ อ๊อกกี้ อีกด้วย ความเห็นของรตจิตร ในเหตุการณ์เหล่านี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า การให้ทุนเด็ก ไม่ได้ดูว่าเป็นเด็กดีเลย รตจิตร อาจกล่าวได้ว่า นี่คือ ความล้มเหลวของการศึกษา การให้ทุนแก่นักศึกษาแบบผิด ๆ

6. ความก้าวร้าวโดยตรง (Direct Aggressive)

เนื้อหาในเรื่อง Wonder รตจิตร เห็นว่า กำหนดให้คนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ๆ หรือครูอาจารย์ มองว่า Jack Will เป็นคนดี แต่พอจูเลียน ดูถูก อ๊อกกี้ ต่อหน้า Jack ทำให้ Jack กลับไปต่อย จูเลียน ซึ่งแสดงถึงความรุนแรง แต่หนังไม่แสดงให้กลุ่มเพื่อน ๆ คนอื่นเห็นผลที่ตามมาว่า เจ็บปวดมั้ย กล่าวคือไม่ให้คนดูเห็นโทษของความรุนแรงจากการกระทำของ Jack Will

7. ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ (Incomplete family)

ในฐานะแม่ รตจิตร ไม่เห็นด้วยที่ แม่รักและทุ่มเทให้ อ๊อกกี้ มาก จนทิ้งอะไรไปหลายอย่าง เช่น ทิ้งวิทยานิพนธ์ ที่ต้องการให้จบ ทิ้งลูกสาว และบ่อยครั้งที่แม่ ไล่พ่อออกไปเสมอ เพื่อจะพูดกับ อ๊อกกี้ แม่ในเรื่อง Wonder ทำตัวเป็นคนสำคัญในครอบครัวประจำ ทั้ง ๆ ที่ชีวิตจริง รตจิตร คิดว่า ทั้งแม่และพ่อ ในเรื่องนี้ มีความสำคัญพอ ๆ กัน

วันนี้ขอ Review หนังเรื่อง Wonder พอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อนนะ วันที่รตจิตร เข้าไปดู ส่วนมากคนจะดูตามลำพัง เหมือนดูฆ่าเวลา รอใคร หรืออาจรอให้รถหายติด

 Movie Review Wonder

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Healing the Heart: An X-Men Dramatic FanFiction ตอนที่ 7

บันทึกคาบที่ 7
Side Story: Students in Xavier Institute

Kitty Pryde มองตนเองในกระจก ก่อนเข้าสอน เธอหมดเรี่ยวแรงทุกครั้งที่สอนที่นี่ เพราะต้องแสดงพลังเหนือมนุษย์ให้นักเรียนมนุษย์กลายพันธุ์ดูนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อเธอเดินเข้าห้อง Quentin ก็เดินตามเข้ามา เขาลงมือ Google เพื่อค้นหาอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และได้เจอกับวงดนตรี K-Pop ที่เต้นเซ็กซี่เกินไปจนโดนรัฐบาลแบน Quentin สนใจมาก เขาทำงานอย่างรีบร้อนและส่งเพื่อจะซื้อตั๋วเครื่องบินไปดูวงดนตรีเหล่านี้

ส่วน Jessica Vale ได้สมัครประกวดแข่งขันโชว์ความสามารถ ซึ่งเมื่อ Victor ทราบ ก็บ่นว่า คนทั่วไปมักมีความสามารถแค่ร้อง เต้น และเล่นดนตรี ส่วนความสามารถอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตนั้นไม่มีมาแสดง หรือถ้ามี กรรมการก็ไม่ให้ผ่าน เมื่อ Jessica ได้ฟังเช่นนั้น ก็คิดจะร้องเพลง เพราะรู้ว่ายังไงๆ ถ้าร้องเพลง กรรมการก็จะให้ผ่าน

Jessica Vale ไม่ได้มาเรียนในคาบที่ 7 เพื่อจะไปประกวดร้องเพลง เธอไม่ส่งใบลาให้ Kitty Pryde และเธอไม่อยากให้ Victor รู้ว่า เธอมาประกวดร้องเพลง แต่แล้ว ในรอบที่เธอประกวด กลับมีคนคนหนึ่งที่มี Healing Factor มาขึ้นเวที และแสดงความสามารถพิเศษโดยการหั่นตัวเองเป็นชิ้นๆ และสามารถนำอวัยวะมาต่อสลับกันได้ เช่น ต่อขาให้เป็นแขน ซึ่งคนผู้นั้นกวาดคะแนนของกรรมการจนเกลี้ยง Jessica Vale จึงเสียใจ โดยไม่ทราบว่า นั่นคือผลงานของเพื่อนในชั้นเรียนที่ชื่อ Hope Abbott ที่แนะนำเวทมนต์ดำให้แก่เพื่อนในสถาบันข้างเคียง และนั่นมันไม่ใช่ Healing Factor แบบเดียวกับที่มนุษย์กลายพันธุ์รู้จักกัน

ร้อยเรียงโดย สว อิเฎล (The Sw Eden)

อ่าน Healing the Heart: X-Men fan fiction ตอนอื่นๆ
o อ่าน บันทึกก่อนสอน
o อ่าน บันทึกคาบที่ 1
o อ่าน บันทึกคาบที่ 2
o อ่าน บันทึกคาบที่ 3
o อ่าน บันทึกคาบที่ 4
o อ่าน บันทึกคาบที่ 5
o อ่าน บันทึกคาบที่ 6
o อ่าน บันทึกคาบที่ 7
o อ่าน บันทึกคาบที่ 8
o อ่าน บันทึกคาบที่ 9
o อ่าน บันทึกคาบที่ 10

ภาพวิว X-Men fan fiction แฟน ฟิกชัน

ภาพวิว X-Men fan fiction แฟน ฟิกชัน

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Healing the Heart: An X-Men Dramatic FanFiction ตอนที่ 6

บันทึกคาบที่ 6
Side Story: Students in Xavier Institute

Victor เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่ไม่ค่อยเข้าเรียน มาสายบ้าง ขาดเรียนบ้าง เขามีเพื่อนเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่ไม่ได้เข้ารับการศึกษา ซึ่งเพื่อนผู้นี้มีแข้งเป็นเหล็ก สังกัดทีม Real Madrid C.F. แต่ Victor ไม่ชอบทีมดังกล่าว เพราะเป็นคู่แข่งสำคัญของทีมโปรดของเขา ซึ่งก็คือ พนักงานยาสูบ ทั้งสองทีมแข่งขันกัน และทีมพนักงานยาสูบก็เอาชนะรีลมาดริดไปได้ 7 ประตูต่อ 0 Victor ไม่รู้ว่าตนเองควรจะดีใจหรือเสียใจดี เพราะตนเองสมหวังแต่เพื่อนผิดหวัง เขาจึงนอนไม่หลับ และได้โทรไปหา Megan ซึ่งเป็นเพื่อสนิท Megan ได้ฟังเรื่องเล่าของ Victor จึงเกิดความสนใจที่จะหันมาดูฟุตบอลบ้าง ดังนั้นสิ่งแรกที่เธอจะทำ คือ หาทีมโปรด และไปดูที่ขอบสนาม

ดังนั้นแล้ว ในคาบเรียนที่ 6 นั้น Victor มาเรียนสายมาก ส่วน Megan ได้โดดเรียนช่วงบ่าย โดนไม่บอกกล่าว Victor พอทราบได้ว่าเธอจะไปดูแข่งฟุตบอล แต่เขาไม่ทราบว่าเธอจะไปดูที่สนามใด แต่คำตอบนั้นหาได้ไม่ยาก Victor เดินมาหา Julian ซึ่งเป็นสุดยอดแห่ง IT ของรุ่น เพื่อให้สืบค้นตารางการแข่งขันจากทุกประเทศทั่วทุกมุมโลก ว่า ทีมใดกำลังแข่งขันอยู่ในตอนนี้

ภาพวิว X-Men fan fiction แฟน ฟิกชัน

เมื่อทราบคำตอบ Victor และ Julian หันหน้าและพยักหน้ากัน เขาทราบว่า Barcelona กำลังแข่งกับสโมสรการท่าเรือ และเมื่อกล่าวถึงการท่าเรือ จะทราบได้ว่า นั่นคือความโหดที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ Victor ได้ออกจากห้องเรียน และไปหา Megan ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยโรงเรียนงูน้อยวิทยาคม Megan ซื้อตั๋ว VIP นั่งอยู่ที่เก้าอี้พิเศษ เธอใช้กล้องส่องทางไกลชั้นเลิศ

Victor เห็นทีม Barcelona ใส่ชุดสีแดงและน้ำเงิน ส่งสโมสรการท่าเรือใส่เสื้อลายคล้ายกัน สีส้มแดงและน้ำเงิน Victor ขยี้ตา และดูไปที่สนามด้วยความสงสัย แฟนบอลทั้งสองทีมใส่เสื้อลายขีดดังกล่าวเช่นกัน Victor รู้สึกสับสนมาก และระหว่างความงงงวยนั้น ได้มีหมัดหนึ่งกระแทกที่หน้าของเขา นั่นเป็นหมัดของเพื่อนเขาที่อยู่ทีมรีล มาดริด ซึ่งไม่พอใจที่ทีมของตนพ่ายแพ้พนักงานยาสูบอย่างยับเยิน และเพื่อนคนนั้นมองว่า Victor เป็นตัวแทนของพนักงานยาสูบ

เพื่อนของ Victor ด่า Victor เป็นภาษา Spainish เสียงดัง จนนักฟุตบอลทีมบาเซโลน่าหันมามองกันทั้งสนาม ทำให้สิงห์เจ้าท่ากระหน่ำบุกตีเสมอทีมบาเซโลน่า และสามารถเอาชนะทีมบาเซโลน่าได้ในที่สุด

ร้อยเรียงโดย สว อิเฎล (The Sw Eden)

อ่าน Healing the Heart: X-Men fan fiction ตอนอื่นๆ
o อ่าน บันทึกก่อนสอน
o อ่าน บันทึกคาบที่ 1
o อ่าน บันทึกคาบที่ 2
o อ่าน บันทึกคาบที่ 3
o อ่าน บันทึกคาบที่ 4
o อ่าน บันทึกคาบที่ 5
o อ่าน บันทึกคาบที่ 6
o อ่าน บันทึกคาบที่ 7
o อ่าน บันทึกคาบที่ 8
o อ่าน บันทึกคาบที่ 9
o อ่าน บันทึกคาบที่ 10

ภาพวิว X-Men fan fiction แฟน ฟิกชัน

ภาพวิว X-Men fan fiction แฟน ฟิกชัน

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Healing the Heart: An X-Men Dramatic FanFiction ตอนที่ 4

บันทึกคาบที่ 4
ณ Xavier Institute

Kittty Pryde เดินทางมาถึงในเวลาเช้นเช่นเคย ในห้องเรียนไม่มีใครมาเลย แต่เมื่อรอไปสักพัก Julian และ Quentin ได้มาถึง Quentin ไม่ทักทาย Kitty Pryde อีกต่อไปแล้ว เพราะคาบที่ผ่านมา เขาไม่ชอบการไปเอาเครื่อง Amplipower จากห้องใต้ถุน Julian และ Quentin เข้ามานั่งทำงานของวิชาอื่น ในระหว่างที่รอเพื่อนๆ คนอื่นๆ เดินทางมาถึงห้องเรียน เมื่อรอไปสักระยะหนึ่ง เพื่อนๆ ก็เริ่มเข้ามานั่ง Kitty Pryde เกิดความสงสัยเกี่ยวกับการมาสายจึงถามไถ่ บ้างตอบว่าบ้านน้ำท่วม บ้างตอบว่าไม่มีที่จอดรถ แต่พวกเขาก็สายในทุก ๆ คาบตั้งแต่คาบที่ 3 จนคาบสุดท้าย บ้างมาแล้วหายไป บ้างมาแค่เช็คชื่อ Kittty Pryde อาจเสียความมั่นใจไปได้ว่าเธอสอนอย่างไร นักศึกษากลายพันธุ์พวกนี้ถึงไม่อยากเรียน แต่เธอไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเธอเคยสอนที่อื่นๆ มาและการประเมินการสอนอยู่ในระดับดีมากมาเสมอ แม้ว่าเธอจะไม่สงสัยในวิธีการสอน แต่สิ่งที่เธอสงสัยคือ ทำไมพวกมนุษย์กลายพันธุ์พวกนี้จึงไม่เคารพเธอ ทำไมนักศึกษาที่นี่แตกต่างจากที่อื่น แล้วคนที่พวกเขาเคารพจะต้องเป็นอย่างไรกัน

เมื่อ Christine และ Laurie เดินเข้ามาถึงห้อง Kittty Pryde บอกให้พวกเธอและ Andrea ซึ่งมาถึงก่อนพวกเธอสักพัก ไปช่วยกันนำเครื่อง Amplipower จากห้องใต้ถุนขึ้นมาที่ห้องเรียน Christine อ้ำอึ้ง ไม่รู้จะพูดอะไร แต่เธอไม่ต้องการเผชิญหน้ากับเครื่อง Christine นั้น เธอจึงโต้แย้งกับ Kittty Pryde เพื่อให้ Kittty Pryde ลงไปเอาเครื่องดังกล่าวเอง Kittty Pryde จึงบอกให้พวกเธอเดินไปเอาเครื่อง Amplipower พร้อมๆ กับตน แต่เธอก็ยังไม่ยอม เธอไปสะกิด Quentin ให้ช่วยพูด และแน่นอนที่ Quentin จะต้องช่วยเธอ เพราะ Quentin ไม่พอใจมาก ๆ เกี่ยวกับการลงไปเอาเครื่อง Amplipower ในคาบที่ผ่านมา Quentin บอกว่าผู้สอนคนอื่นๆ จะไปยกอุปกรณ์ขึ้นมาให้นักศึกษาใช้ โดยนักศึกษาแค่นั่งรอเฉยๆ แม้กระทั่ง Professor X ที่เป็นครูใหญ่ยังไปขนย้ายอุปกรณ์ด้วยตนเองทุกครั้ง แต่เมื่อ Kitty Pryde ได้ยินเช่นนั้น เธอก็เปลี่ยนใจ ไม่เดินลงไปเอาอุปกรณ์กับ Christine, Laurie และ Andrea เพราะสาเหตุเดียวคือ คำพูดของ Quentin กระตุ้นให้ Kitty Pryde ได้คิดถึงบทบาทความเป็นครูของตนเอง ว่าครูไม่ใช่ลูกจ้าง

ต้นคาบเรียนนั้น Kitty Pryde ตัดสินใจบอกไปว่า ถ้า Christine, Laurie และ Andrea ไม่ต้องการขนย้ายอุปกรณ์ให้เพื่อนๆ พวกเขาควรที่จะทำเพื่อตัวของเขาเอง มิเช่นนั้น ในคาบนี้ จะไม่มีการใช้อุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น และการเรียนการสอนก็จะไม่เริ่มขึ้น

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

การตัดสินใจของ Kitty Pryde เช่นนี้ สามารถทำให้นักศึกษากลายพันธุ์เหล่านี้เกลียดเธอ แต่เธอก็ทำลงไปโดยมีการไตร่ตรองอย่างรอบครอบแล้ว “ครู ไม่ใช่ ลูกจ้าง” เธอพูดกับตัวเธอเอง นักศึกษาจากสถาบันอื่น ที่เธอเคยอยู่และเคยสอนล้วนแต่มีความรับผิดชอบกับอุปกรณ์ที่ตนเองใช้ เช่น การนำบัตรนักศึกษาไปลงทะเบียนขอยืมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การทำเรื่องขอใช้อุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ การขนเครื่องมือทางศิลปะจากห้องเก็บพัสดุมาใช้ในชั้นเรียน เป็นต้น หรือในหลาย ๆ ครั้ง ที่ Kitty Pryde เคยสอนภาษาให้กับนักศึกษาบริหารธุรกิจ เมื่อนักศึกษาเห็นว่าเธอถือเอกสารจำนวนมาก นักศึกษาจะถามเสมอว่า จะให้พวกเขาช่วยยกหรือไม่ แต่ในสถาบัน Xavier Institute แห่งนี้ สร้างความฉงนสงสัยให้แก่ Kitty Pryde เป็นอย่างมาก หากคำพูดของ Quentin เป็นจริง ที่ว่าแม้แต่ Professor X ก็ยังยอมขนของที่หนักมากแทนนักศึกษาแต่เพียงผู้เดียว หากเป็นเช่นนั้น Kitty Pryde คงต้องปล่อยให้ศรัทธาที่ตนมีต่อสถาบัน Xavier Institute นั้นเสื่อมไป

ในเวลาพักเที่ยง Kitty Pryde ลองสอบถาม Julian Keller นักศึกษาอีกคนที่มาเรียนตรงเวลาในวันนั้น แต่ Julian Keller พูดต่างจาก Quentin โดยเขาเล่าว่า Professor X จะให้แต่ละคนไปหยิบอุปกรณ์เอง โดยให้ไปพร้อมกันทุกคนในทุกคาบ ซึ่งต่างจาก Kitty Pryde ที่จะมอบหมายให้ไปทีละกลุ่ม โดยไม่เวียนไม่ให้ซ้ำกันในแต่ละคาบ เมื่อทราบเช่นนั้น Kitty Pryde จึงเกิดคำถามที่ว่า ใครพูดจริงหรือใครพูดเท็จ

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

ในคาบเรียนช่วงบ่าย Jubilee ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญพิเศษได้ถูกเชิญให้มาชมผลงานของนักเรียนในคาบเรียนดังกล่าว Jubilee เป็นคนตรงไปตรงมามาก เขาติชมอย่างจริงจัง ซึ่ง Kitty Pryde ไม่ได้เจอแบบนี้มานานแล้ว นักศึกษาแต่ละคนแสดงความก้าวหน้าของการใช้พลังพิเศษของตน ซึ่ง Kitty Pryde จะแสดงความคิดเห็น เอียงไปทางแง่ลบ และแนะนำวิธีการพัฒนาการใช้พลัง เพื่อให้พวกเขาสามารถควบคุมมันได้ดียิ่งขึ้น Sofia, Hope Abbott, Sarah, Andrea, และ Julian ได้ฟังบ้าง แย้งบ้าง แต่พวกเขาสนใจในงานที่ Jubilee ทำ เพราะ Jubilee มีงานที่หลากหลาย และเธอสร้างเม็ดเงินได้จำนวนมหาสารจากความสามารถของเธอ ส่วนบางคน กลับรู้สึกไม่พอใจในคำตำหนิ และตั้งข้อเกลียดชังว่าจะไม่รับฟังความคิดเห็นของ Jubilee อีกต่อไป

Kitty Pryde ได้มีโอกาสรับประทานอาหารเย็นกับ Jubilee ทั้งสองพูดคุยกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

เรียงเรื่องเล่าโดย สว อิเฎล (The Sw Eden)

อ่าน Healing the Heart: X-Men fan fiction ตอนอื่นๆ
o อ่าน บันทึกก่อนสอน
o อ่าน บันทึกคาบที่ 1
o อ่าน บันทึกคาบที่ 2
o อ่าน บันทึกคาบที่ 3
o อ่าน บันทึกคาบที่ 4
o อ่าน บันทึกคาบที่ 5
o อ่าน บันทึกคาบที่ 6
o อ่าน บันทึกคาบที่ 7
o อ่าน บันทึกคาบที่ 8
o อ่าน บันทึกคาบที่ 9
o อ่าน บันทึกคาบที่ 10

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Healing the Heart: An X-Men Dramatic FanFiction ตอนที่ 5

บันทึกคาบที่ 5
ณ Xavier Institute

Kitty Pryde รู้ตนเองดีว่า ตนสร้างความเกลียดชังให้แก่นักเรียนหลายคน ที่ตนไม่ยอมเปลี่ยนบทบาทของครูไปอยู่ในบทบาทอื่น Kitty Pryde มารอที่ห้องเรียนนานมาก ยังไม่มีใครมาสักคน Quentin เป็นคนแรกที่มาถึง แต่เขาไม่ทักทาย และเขาทำในสิ่งที่ Kitty Pryde เคยสอนว่าไม่ให้ทำ Kitty Pryde รู้ดีว่านั่นคือการสื่อสารบางอย่างจาก Quentin เขากำลังบอกว่าเขาไม่แคร์ และเขาไม่เคารพ Kitty Pryde อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม คนคนเดียวไม่ควรที่จะทำให้บทบาทของครูเสื่อมลง Kitty Pryde ทำหน้าที่ของเธอ ทำทุกอย่างตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อมีนักเรียนเข้ามาประมาณ 4 คน เธอก็เริ่มสอน และเมื่อมีเข้ามาเพิ่มอีก 2 คน เธอก็ต้องสอนใหม่ทั้งหมด และเมื่อมีเพิ่มเข้ามาอีก เธอก็ต้องสอนใหม่ ตามจำนวนคนที่มาสาย การสอนนักเรียนที่ Xavier Institute ทำให้เหนื่อยกว่าสอนที่อื่น เพราะการสอนที่อื่น จะสอนไม่เกิน 3 รอบเท่านั้น หากนักศึกษามาไม่ทัน 3 รอบนี้ นักศึกษาจะรู้เองว่า ควรถามเพื่อนหรือค้นคว้าหาวิธีการทำงานด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจากนักศึกษาที่นี่ ที่รอให้ครูคอยป้อนสิ่งต่างๆ ให้ และไม่มีความเกรงใจโดยใช้สอนซ้ำตามจำนวนคนที่มาสาย

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

นอกจากนี้ระหว่างคาบเรียน บางคนยังแสดงอาการก้าวร้าวกรีดร้อง ขึ้นเสียง วีน โวยวาย หมิ่นประมาท หัวเราะเยาะ และที่นี่คือการศึกษาระดับ College ซึ่งโดยทั่วไป นักเรียนนักศึกษาจะต้องรู้หน้าที่ของตนเอง การมาสายเป็นกิจวัตรไม่ควรเกิดขึ้น ความก้าวร้าวทั้งกายและวาจาไม่ควรเกิดขึ้น การอบรมสั่งสอนของครูอาจารย์ไม่จำเป็นต้องมี เพราะทุกคนควรรู้หน้าที่ของตนดีอยู่แล้ว นักศึกษาควรรับผิดชอบต่ออุปกรณ์การเรียนของตนในกรณีที่ซื้อเองหรือนำมาเองได้ แต่ถ้าไม่สามารถนำมาเอง พวกเขาควรรับผิดชอบทำเรื่องยืมและคืนกับเจ้าหน้าที่ของสถาบัน หากนักเรียนนักศึกษาในสถาบันไม่สามารถจัดการกับชีวิตของตนเองได้ เขาจะประสบปัญหามากมายในการทำงาน เว้นแต่ข้อเดียวคือ พวกเขาจะไม่จบไปเพื่อทำงาน แต่เขาเพียงต้องการปริญญาเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีในสังคม ข้อคำถามคือ ถ้าพวกเขาไม่มุ่งเรียนรู้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ไม่มุ่งรักดีและเป็นคนที่สมบูรณ์ คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของ Xavier Institute จะต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อให้พวกเขาพอใจ

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

นี่มันคงไม่ใช่อำนาจเงิน ใช่หรือไม่ Kitty Pryde พูดกับตนเอง บางคนไม่มีเงิน จึงเลือกบูชาเงิน และทำทุกอย่างเพื่อมัน ส่วนบางคนมีเงินมหาสาร และบูชาเงิน โดยใช้เงินเป็นอำนาจทำให้เขาได้สิ่งที่พอใจ แต่บางคน แม้จะมีเงินมหาสารหรือไม่มี เขาก็เป็นอิสระจากอำนาจเงิน ใช้ชีวิตอย่างคนปกติ

Kitty Pryde นึกย้อนไปถึงสมัยที่ตนเรียนใน Middle School นั่นเป็นฝันร้าย ที่เธอต้องอยู่ท่ามกลางคนที่บูชาเงิน ในมุมมองของเธอ ก่อนมาสอนที่ Xavier Institute เธอคิดว่า ที่โรงเรียนสอนมนุษย์กลายพันธุ์แห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่บูชาความรู้ บูชาปัญญา เหมือนกับสถาบันอื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกัน และเธอก็ต้องผิดหวัง Xavier Institute กลายเป็นฝันร้ายของ Kitty Pryde เหมือนที่เธอเคยฝันร้ายเกี่ยวกับ Middle School

สิ่งที่ Kitty Pryde ต้องทำ มิใช่เพียงสอน แต่เธอต้องรักษาศรัทธา ศรัทธาในสถาบันอื่นๆ ในรั่วเดียวกัน ที่สถาบันเหล่านั้นสร้างชื่อเสียงและองค์ความรู้ให้แก่โลกมนุษย์ หากจะเสื่อมศรัทธา ขอจงเสื่อมศรัทธาเฉพาะใน Xavier Institute เท่านั้น

เรียงเรื่องเล่าโดย สว อิเฎล (The Sw Eden)

อ่าน Healing the Heart: X-Men fan fiction ตอนอื่นๆ
o อ่าน บันทึกก่อนสอน
o อ่าน บันทึกคาบที่ 1
o อ่าน บันทึกคาบที่ 2
o อ่าน บันทึกคาบที่ 3
o อ่าน บันทึกคาบที่ 4
o อ่าน บันทึกคาบที่ 5
o อ่าน บันทึกคาบที่ 6
o อ่าน บันทึกคาบที่ 7
o อ่าน บันทึกคาบที่ 8
o อ่าน บันทึกคาบที่ 9
o อ่าน บันทึกคาบที่ 10

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

ภาพ นิยาย แฟนฟิกชัน fan fiction X-Men

Leave a comment

Filed under Uncategorized