Proud Arunrangsiwed changed her plan?

This is me, Proud Arunrangsiwed in 2020. I got an old file from a folder in old laptop. I saw my old note about my plan. Right now I finished the doctoral degree already. Things have changed for me. I will never feel the same anymore. My boss was gone. He is still alive, but we do not need to talk a lot like in the pass.

Proud Arunrangsiwed changed her plan university lecturer or novelist

My old plan in 2013:

My name is Proud. I am an instructor in SSRU. I have been here since winter 2012. I plan to work here until I finish a doctoral degree, because in SSRU, I may come to school only for teaching and meeting, so I would have time to study a doctoral degree. After I finish my doctoral degree, I will leave this school if my boss is not changed. There is another option I could choose, that is I will move to Salaya campus, the new campus of SSRU, and I wish that my boss would not go there. I just want to get away from him.

What I do like is to have a freedom and to be famous. I need a liberty to speed myself to be as great as I could in my career of instructor. And I need to have reputation about my artwork, my novel, and my poetry.

I do not like is selfishness. Buddhism does not teach me to hate bad people. It teaches me to hate the bad behaviors of those people. Whenever their bad behaviors are gone, there is nothing to be hated on them.

Proud Arunrangsiwed changed her plan university lecturer or novelist

My old plan in 2020:

I will wait to see the upcoming semester. I realize myself lately that I did not want to be that famous, but I want my artwork and my second identity to be famous. Therefore, I will try to find some free time to write my novel. However, if my current job is too busy, I will leave this job and stay at home to finish my novel. My life will never meet achievement, if I do not begin my novel or finish it yet.

And another thing to note here. I do not care much about the religions anymore. Ideas of many current good people are more realistic.

Proud Arunrangsiwed changed her plan university lecturer or novelist

Leave a comment

Filed under Uncategorized

บทสัมภาษณ์อาจารย์พราว อรุณรังสีเวช โดย คุณอ้อม

ตอนที่อาจารย์พราว อรุณรังสีเวช ให้สัมภาษณ์อยู่นั้น คือตอนที่เป็นอาจารย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เรียนปริญญาเอกไปทำงานไป เหนื่อยโหดมาก แถมเจอวิชาที่มีคำอธิบายคล้ายกับอีกวิชา ทำให้วางแผนยากมาก 555+ แบบว่า ต้องคอยถามนักศึกษาเพื่อให้สอนสิ่งที่แตกต่างแปลกใหม่ เขาจะได้อะไร ๆ เยอะ ๆ
คำถามโดย คุณอ้อม คำตอบโดย อาจารย์พราว

Cite this article as: Arunrangsiwed, P. (2020). Lect. Proud Arunrangsiwed Exclusive Interview. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/arunrangsiwed-exclusive-interview/
อ้างอิงบทความนี้: พราว อรุณรังสีเวช. (2563). บทสัมภาษณ์อาจารย์พราว อรุณรังสีเวช โดย คุณอ้อม. สืบค้นจาก https://sw-eden.net/2020/04/02/arunrangsiwed-exclusive-interview/

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

งานอดิเรก

เมื่อก่อนสมัยเรียนอยู่มีงานอดิเรกหลายอย่าง เช่น เล่นดนตรี Piano/Keyboard, Harmonica, ขลุ่ย Recorder, Bass, Guitar, กลอง, จะเข้, ทำเว็บ, แต่งร้อยกรอง, เป็น blogger และรับทำงานตกแต่งเว็บไซต์ให้เพื่อนๆ เพราะเมื่อก่อน เว็บแบบ MySpace กับ hi5 ต้องใช้ code CSS เขียน ตอนนั้นก็ถนัดเขียนและแต่งภาพประกอบ

ส่วนปัจจุบันนี้เหลือแค่สร้างสรรค์งานศิลป์ทั่วไป และเลี้ยงนก เริ่มใช้ชีวิตแบบคนปกติมากขึ้น

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ต่างประเทศ?

มีสองเหตุผลค่ะ

อย่างแรก คือ เพื่อนๆ ที่มหิดลวิทยานุสรณ์ไปเรียนกันเยอะ เราจึงคิดว่า เพื่อนๆ ก็คล้ายๆ เรา ทำไมเราจะทำไม่ได้ เขาทำได้ เราก็ต้องทำได้

อย่างที่สอง คือ ไม่คุ้นเคยกับระบบรุ่นพี่และการรับน้องที่ศิลปากร ที่ต้องกลับดึกทุกคืน รุ่นพี่ชอบเรียกทั้งชั้นปีไปว้าก แถมบังคับให้ค้างคืนที่ ม. เพื่อช่วยทำโมเดลของรุ่นพี่ โดยขู่ว่าถ้าไม่ค้างคืน เมื่อขึ้นปี 2 รุ่นพี่จะไม่ช่วยทำงาน

เรียนสถาปัตย์ที่อเมริกา งานเยอะกว่าที่ศิลปากรหลายเท่า ต้องทำงานด้วยตนเองให้เป็น ตั้งแต่การเป็นช่างไม้ หล่อคอนกรีต ตัดแผ่นแสตนเลส สร้างสะพานที่คนขึ้นไปเดินได้จริงๆ เป็นงานที่อัตราส่วน 1:1 การค้างคืนที่ ม. ก็มีบ่อยนะ หลายครั้งไม่ได้นอน แต่เราก็รู้ว่านั่นคือการรับผิดชอบหน้าที่ของตน มิใช่การรับผิดชอบเรื่องคนอื่น หรือให้คนอื่นมาคอยรับผิดชอบแทนเรา

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

เรียนจบสถาปัตย์เเต่ทำไมถึงมาสอนอนิเมชั่นกับภาษาอังกฤษ?

ต้องย้อนดูตั้งแต่ตอนเลือกเรียนปริญญาโท เพราะเปลี่ยนแนวทางตนเองตั้นแต่ตอนนั้น ตอนเรียนปริญญาโท เรียนทำเว็บและสื่อที่โต้ตอบสื่อสารเองได้ และมีวิชาเลือกเป็น Animation

เคยถูกสัมภาษณ์ด้วยคำถามเดียวกันนี้ตอนอยู่ที่ต่างประเทศ ตอนนั้นเราตอบว่า สถาปนิกเป็นอาชีพที่รายได้ดี ถูกต้องที่ว่าหลายคนรายได้ดี แต่มีเพียงไม่กี่คนที่มีชื่อเป็นเจ้าของผลงานการออกแบบ เพราะเมื่อเข้าไปอยู่ในบริษัทแล้ว ผลงานก็จะเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง แม้ว่าเจ้าของผลงานตัวจริงจะสามารถนำมาอ้างถึงใน Portfolio ของตน แต่ใครจะไปรู้หล่ะ

แตกต่างจากคนทำเว็บไซต์ คนสร้างสรรค์สื่อ และศิลปินอื่นๆ ที่เมื่อสร้างสรรค์งานเสร็จ งานเป็นของเขาเอง โดยธรรมชาติของอาชีพ

ความจริง เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากทำอะไรเพื่อชาติ เพื่อสังคมโดยรวม อยากทำให้โลกดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่ก็ขออย่างนึงคือ ไม่ต้องการปิดทองหลังบริษัทเอกชน

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

เหตุการณ์ที่ต่างประเทศ ที่เกิดขึ้นกับอาจารย์มันเกิดการเปลี่ยนเเปลงอะไรในชีวิตของอาจารย์บ้างค่ะ?

การอยู่ที่ New York นั้นสร้างอุปนิสัยหรือความคุ้นชินหลายอย่างที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง ตั้งแต่ความคุ้นชินกับสนามบิน, ความคุ้นชินกับการขนข้าวของพะรุงพะรังขึ้นลง Subway, การเดินทางด้วยการใช้แผนที่กับเข็มทิศ, การอดหลับอดนอน, เรียนรู้เทคนิคการแพ็คกระเป๋า ปกป้องโมเดลสถาปัตย์กลับสู้ดินแดนสยาม, การรับมือกับไอ้มืดที่ก้าวร้าวใส่เรา, และการเนียนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชาวผิดดำ

เรื่องที่เปลี่ยนแปลงมากๆ อาจเป็นเรื่อง identity ของการเป็นแฟนเพลงของวงดนตรีท้องถิ่น เราพบว่าตอนอยู่ไทย เราไม่ได้บ้าดาราอะไรขนาดนั้น แต่ทุกครั้งที่ไปอยู่ต่างประเทศ จะบ้าวงดนตรีเสมอ อาจเพราะไม่ได้อยู่กับครอบครัวก็เป็นได้ เราไป Live Show หลายครั้ง บางครั้งดูน่ากลัว อันตราย เราก็ยังไป แบบว่า วงร็อคใต้ดินที่มีแต่พวกคนแปลกๆ ไปดูกัน เรื่อง identity เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก identity ทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจกับประสบการณ์ชิวิตที่เกี่ยวกับมัน, ทำให้เราคับแค้นใจในบางเรื่อง, กระทั่งรังเกียจ identity เก่าของเราเอง ตอนที่ชอบวงดนตรีพวกนั้น เราได้พบกับแฟนๆ คนอื่นๆ บ้างเป็นเพื่อนกันมาใน MySpace นั่นเป็นสิ่งที่สนับสนุนให้ identity ของเรามีมากขึ้น

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

อาจารย์มีประสบการณ์ต่างเเดนอะไรที่คิดว่า Exclusive ที่สุดในชีวิต?

การเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทำให้เรารู้สึกว่าเราแกร่งขึ้นเยอะ ได้รู้หลายๆ อย่าง และรู้ว่าตนเองมีความสามารถมากกว่าที่ตนเคยรู้มา ตอนปี 1 เทอม 2 เจอกับอาจารย์คนนึง ชื่อ Imas (อิแมส) เป็นคนที่น่าสยองขวัญมากที่สุด และให้งานโหด นักเรียนต้องซื้อไม้, ปูน, เทียน, อุปกรณ์ก่อสร้าง มาสร้างโมเดลที่ขนาดใหญ่กว่าตัวเราเอง จ่ายไปหลายพันเหรียญกว่าจะจบเทอมนั้น แต่เงินไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ เพราะเรื่องที่สำคัญคือ ได้ช่วยเหลือเพื่อนผู้หญิงในคณะ ที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน เรารู้สึกเหมือนว่าได้พาเพื่อนของเรา ก้าวผ่านอุปสรรค์ไปพร้อมๆ กับเรา

ในคณะนี้ มีผู้หญิงน้อยมาก 90% เป็นผู้ชาย แถมผู้ชายไม่ช่วยพวกเรายกของหรือสร้างโมเดล เราคิดว่า ถ้าผู้ชายไม่ช่วยเรา เราก็ต้องช่วยผู้หญิงที่เป็นเพื่อนเรานี่แหละ เทอมนั้นเหนื่อยมาก ทั้งงานตนเอง และไปแบกของให้เพื่อน บางครั้งเราก็รู้ว่าแรงเราไม่ได้เยอะ เช่น เราดัดแสตนเลสด้วยมือไม่ได้แบบพวกผู้ชาย เราก็ใช้น้ำหนักตัวขึ้นเหยียบแทน งานก็สำเร็จด้วยมือของผู้หญิงคนนึง ที่ยังสามารถช่วยเหลือผู้หญิงคนอื่นๆได้ด้วย น่าภาคภูมิใจมากค่ะ

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

ให้อาจารย์ฝากข้อคิดหรือมุมมองในการใช้ชีวิตของอาจารย์?

หลายคนอาจคิดว่าคนที่ไปเรียนต่างประเทศมานั้นได้เปรียบ ทำให้เรารู้จักการปรับตัว แต่เราไม่อยากให้พวกท่านคิดเช่นนั้นเสมอไป อย่างตัวของพราวเอง แม้ว่าเกิดในกรุงเทพ ตอนมัธยม 4-6 อยู่หอที่ศาลายา ไปเรียนศิลปากรได้เทอมนึงที่นครปฐม ไปอยู่ New York อีกห้าปี และไปอยู่ที่ซิดนีย์อีกปีนึง แม้ว่าจะดูแผนที่ได้ แต่ก็ลำบากมากที่จะไปไหนมาไหนกรุงเทพ ไม่ค่อยรู้เรื่องเวลาคนอื่นพูดถึงสถานที่ต่างๆ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ เรื่องประเพณีสังคมแบบไทยๆ ถ้าให้พราวสอบ คงจะตกเรื่องนี้ หรือตลอดจนเรื่องเล็กๆ อย่างหน่วยวัดความยาว และพื้นที่ เราต้องใช้เวลานานที่จะปรับตัวให้เข้ากับสากลโลกที่เขาใช้หน่วยเมตริก จึงอยากบอกว่า การไม่คุ้นชินกับบ้านเกิด ไม่ใช่ข้อได้เปรียบนะ

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

พราว อรุณรังสีเวช Proud Arunrangsiwed Interview สัมภาษณ์เชิงลึก อ้อม ssru อ้อมใจ orm

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Thai Girl Tried to Write Autobiography as the First Time

Note: I found this in my old laptop folder, and I think it is a good thing to share on my Blog right now. It is about 10 years ago. I was a girl, and I think I am a woman, now. Thank for the reading.

Cite this article as: Arunrangsiwed, P. (2020). Thai Girl Tried to Write Autobiography as the First Time. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/autobiography-thai-girl/
Thai Girl Tried to Write Autobiography as the First Time

Proud Paradox is one of avatars of S.W.Eden (Sweet Willie Eden). Onlinely, Proud Paradox is known as a Thai cute girl who love to watch martial arts films, and love to do various activities included sports and traveling. Personally, Proud Paradox is a Thai Student who is currently studying in the University of Sydney. She graduated from the school of Architecture at New York Institute of Technology. She had worked with a design magazine, called “Able Magazine”, and a school of special children during summer 2010. She gains a lot of work experience during that short period of career.

Thai Girl Tried to Write Autobiography as the First Time

Proud Paradox is not only interested in her major and past major, but she is also interested in Myanmar history and Dinosaur. Proud Paradox chooses Dinosaur for her major project, and this makes her enjoy doing homework. For her second semester, she plans to do a website for the fans of her future book, which is the historical fiction of Myanmar, called “Black Tongue”.

Proud Paradox was in Thai school in her childhood. Her friends always called her, “Einstein”, because of her fuzzy hair and her high grades in science classes. In 2002, Proud Paradox moved to a new high school, and her science grades got dropped down with lack of interesting in science. During that short period, Proud Paradox improved her skill of drawing and painting very quickly. It is also the first time that she learned how to express her idea abstractly, and learned how to paint acrylic colors and oil colors. If anyone in that high school thought about art, he or she thought about Proud Paradox.

Thai Girl Tried to Write Autobiography as the First Time
Thai Girl Tried to Write Autobiography as the First Time

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Cybernetic Tradition and Thailand Culture Transformation

Cite this article as: Arunrangsiwed, P. (2020). Cybernetic Tradition and Thailand Culture Transformation. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/thailand-culture-cybernetic/

All Rights Reserved by Proud Arunrangsiwed 2020
I wrote this as a part of decision making to select the theory tradition for my PhD proposal. I am Thai, and I think I should learn about who I am.

Cybernetic Tradition and Thailand Culture Transformation theory research hypothesis

I am interesting in cybernetic tradition. This is because, this tradition seems to integrate some part of sociocultural tradition and some part of sociophychological tradition. We know that sociocultural tradition focuses how the large society affects onto the individual human, and sociophychological tradition believes how individual difference constructs the form/belief of the society. The cybernetic tradition could explain both points of view through the theories called, “information-integration theory”, which are “expectancy-value theory” and “theory of reasoned action”. Both theories provide clear formulas describe wide range of situations, that people would make a decision, belief or action according to the personal traits, previous experiences and outside factors.
Cybernetic Tradition and Thailand Culture Transformation theory research hypothesis

Although these two formulas might not be able to fully calculate as numbers, but they give the idea how the factors establish the attitude of an individual person at a moment of time. Both formulas have two dimensions, which are the factor and the weight of each factor. The theorist also puts sigma symbol at the beginning of the formula. This shows how an attitude could be formed by various situations. How various situations influence a single attitude is similar to a good quality study, that when a researcher adds more variables, the less error occurs in the research.

Cybernetic Tradition and Thailand Culture Transformation theory research hypothesis

These variables could be both individual traits and outside factor. For example, a person who was born in a peaceful family, he grew up as a peaceful guy, but once, he became an Facebook addict, and absorbed the politic violence on Facebook, the weight of the addiction began to be larger than his prior identity. His attitude through toward the politician could be changed. How people make a decision to buy something online could be considered in the same way. They might love to purchase something at the tangible store, because the store is touchable and reliable. Later, if they found that their friends always comfortably buy things online, the weight of outside factor could increase, and change their attitude about online store.

How cybernetic tradition could explain the complex system of thought and attitude could benefit the future research, and also the organizations. This tradition could help the organization to predict the buying behaviors. If we could know how to give the right factor to change the attitude of customers or target audiences, we have the power over those who do not know.

Cybernetic Tradition and Thailand Culture Transformation theory research hypothesis
Cybernetic Tradition and Thailand Culture Transformation theory research hypothesis

1 Comment

Filed under Uncategorized

Sociocultural could fit Thai culture

Cite this journal: Arunrangsiwed, P. (2020). Sociocultural could fit Thai culture. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/sociocultural-thailand-tradition/

All Rights Reserved by Proud Arunrangsiwed 2020
I wrote this as a part of decision making to select the theory tradition for my research paper. I am Thai actually, and I want to think about it more than I had usually done.
Research theory tradition Thailand critical tradition Sociocultural

Sociocultural could fit Thai culture. Basically, Thai people are not aggressive. Mostly they respect those who have a higher power. They respect the previous generation, and they feel comfortable to act along with them. They do not like to change their routine unless they found that the new way of life is more certainly. This means the society have effect on the individual, and this effect is larger than the effect that individual person influence the society. Although the social norm might be founded by individuals in the ancient time, the ancient people was fully forced by the governors, which were not the big numbers comparing with the number of people in the whole country.

One of the most famous phrase that all Thai people could think about is that, “Once we move into a town with full of tiny-eyed people, we need to make our eyes so tiny, too”. In my opinion, Thai people actually do this. They learn to be able to live with others harmonically.
Research theory tradition Thailand critical tradition Sociocultural

In contrast, critical tradition could not work well with Thai people. Without the famous leaders, the protest could not be occurred in Thailand. To follow the famous leaders might be similar to following the previous generation or the existing belief.

For my upcoming research, I do not plan to fully work with sociocultural, because I believe that Thai people would change their attitude in the near future. Since we could access the knowledge around the world via online media, and the latest generation has better skill to read English language, they would adapt their attitudes to be more western. The real meaning of “Thai” is “freedom”. Once we accept the concept “freedom” from the western world, our attitudes might not be influenced by the large community any more.

Research theory tradition Thailand critical tradition Sociocultural

1 Comment

Filed under Uncategorized

การเขียนโครงร่างการวิจัย (Research proposal) ที่ไม่ถูกต้อง

Cite this article as: Arunrangsiwed, P. (2020). Wrong Research Proposal Preparation. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/wrong-research-proposal/
อ้างอิงบทความนี้: พราว อรุณรังสีเวช. (2563). การเขียนโครงร่างการวิจัย (Research proposal) ที่ไม่ถูกต้อง. สืบค้นจาก https://sw-eden.net/2020/04/02/wrong-research-proposal/

พราว อรุณรังสีเวช ปัจจุบันสามารถทำวิจัยได้หลายรูปแบบหลายวิธีการ แต่ก่อนหน้านั้น ก็งง ๆ เหมือนกับนักศึกษาหลาย ๆ คนที่ยังไม่เข้าใจว่าวิจัยมีประโยชน์อย่างไร เมื่อก่อนพราว อรุณรังสีเวช มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิจัยที่ผิด คือ คิดว่า ผลลัพธ์ท้ายที่สุดของงานต้องเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดเท่านั้น เพื่อส่งเสริมให้บริษัทใด ๆ มีกำไรเยอะ ๆ เท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้ว วิจัยยิ่งใหญ่ว่าที่พราว อรุณรังสีเวชเคยเข้าใจ มันมีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ แต่การที่พราว อรุณรังสีเวชเคยเข้าใจผิดมาในสมัยก่อน สมัยก่อนเรียนปริญญาเอกนั้น ก็มีข้อดีคือ ตอนนี้ ตอนที่เรามาสอนนักศึกษาของเราทำวิจัย เราจะรู้ว่าทำไมเขาเข้าใจผิด และรู้ว่าต้องอธิบายอย่างไร เขาจึงจะเข้าใจเหมือนกับเรา เรารู้สึกว่า เขาเรียนกับเรา เร็วกว่าตอนนั้นที่เราพยายามงมด้วยตัวเองอยู่ตั้ง 1 ปีเต็ม ก่อนเรียนปริญญาเอก

พราว อรุณรังสีเวช ทำวิจัย เขียนโครงร่าง Proposal Research งานวิจัย

โครงสร้างเนื้อเรื่องโฆษณาทางโทรทัศน์สาธารณะที่ทำให้ผู้ชมจดจำ
Effect of Plot Structure of Public Television Advertising on Audiences’ Memory

จากโฆษณาที่ปรากฏอยู่มากมายตามโทรทัศน์สาธารณะ จะมีโฆษณาอยู่ไม่มากที่ผู้ชมสามารถจดจำได้ และเนื่องจากโฆษณาทางโทรทัศน์ใช้ต้นทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนค่าเวลาโฆษณาของสถานีชื่อดัง ผู้วิจัยจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะหาวิธีการหรือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ผู้ชมจดจำโฆษณานั้น ๆ ได้ โดยศึกษาจากโครงสร้างเนื้อเรื่องของโฆษณา (พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า อันนี้ไม่มีอ้างอิง และไม่มีการระบุช่องว่างงานวิจัย)

ตัวแปรต้น: โครงสร้างเนื้อเรื่องโฆษณารูปแบบต่าง ๆ
โครงสร้างเนื้อเรื่องโฆษณารูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผู้วิจัยจะจัดหมวดหมู่โฆษณาตัวอย่างตามโครงสร้างเนื้อเรื่องแต่ละประเภท เช่น เพิ่มความตื่นเต้นจนกระทั่งถึงตื่นเต้นที่สุด, เล่าเรื่องและสร้างความประทับใจตอนจบ, มีความตื่นเต้นเมื่อเริ่มเรื่องและลงความตื่นเต้นลงเพื่อบอกคุณลักษณะสินค้า, ระดับความน่าสนใจคงที่เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ เป็นต้น (พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า เป็นตัวแปรที่ไม่ชัดเจน)

ตัวแปรตาม: ความสนใจของผู้ชมและการจดจำโฆษณาที่มีโครงสร้างเนื้อเรื่องในรูปแบบต่าง ๆ กัน
เมื่อได้ตัวอย่างโฆษณาที่มีจัดหมวดหมู่ตามประเภทของโครงสร้างเนื้อเรื่องแล้ว ผู้วิจัยจะสำรวจความสนใจของผู้ชมต่อโฆษณาเหล่านั้น ตลอดจนการจดจำ คือ สามารถจดจำแนวคิด (Concept) หรือสาร (Message) (พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า ควรแยกเป็น 2 ตัวแปร แต่ก็ไม่ใช่ตัวแปรที่น่าสนใจทั้งคู่)

พราว อรุณรังสีเวช ทำวิจัย เขียนโครงร่าง Proposal Research งานวิจัย

สมมติฐาน
๑. ลักษณะโครงสร้างเนื้อเรื่องโฆษณาที่ผู้ชมให้ความสนใจมากที่สุดคือ มีความตื่นเต้นทันทีที่เริ่มต้น และดำเนินเรื่องอย่างกระชับ
๒. ลักษณะโครงสร้างเนื้อเรื่องโฆษณาที่ผู้ชมให้ความสนใจรองลงมาคือ มีการเพิ่มความน่าสนใจในทุกขณะ เพื่อสร้างความประทับใจตอนจบ
๓. ลักษณะโครงสร้างเนื้อเรื่องโฆษณาที่ผู้ชมให้ความสนใจคือลักษณะของโฆษณาที่ผู้ชมสามารถจดจำได้ดี
๔. โฆษณาที่ผู้ชมสามารถจดจำได้ดีมีผลทำให้ผู้ชมตัดสินใจเลือกซื้อสิ้นค้านั้น ๆ
(พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า มีแค่ข้อ 3 ที่ระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม ข้ออื่นใช้ไม่ได้เลย)

ขอบเขตงานวิจัย/หัวข้อที่ไม่ครอบคลุม:
งานวิจัยนี้จะสำรวจและสรุปผลในส่วนของการจดจำและการตัดสินใจซื้อที่มีผลมาจากการจดจำ โดยไม่ได้สรุปให้เกี่ยวข้องกับยอดขายของสิ้นค้าแต่ละชนิด เพราะการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของยอดขายของสินค้าต่าง ๆ ไม่ได้มีผลจากการโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่มีผลมาจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น การบอกต่อ, คุณภาพ, ราคา, Promotion, การใช้อย่างต่อเนื่องจากความเคยชิน (ลูกค้าประจำ), ค่านิยม, งบประมาณการสั่งซื้อต่อจำนวนหน่วยที่ต้องการ เป็นต้น (พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า การเขียนขอบเขตต้องบอกว่าประชากรที่ต้องศึกษาคือใคร มีลักษณะเฉพาะอย่างไร)

พราว อรุณรังสีเวช ทำวิจัย เขียนโครงร่าง Proposal Research งานวิจัย

วิธีการเก็บข้อมูล
๑. สำรวจโดยหาแหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เช่น จำนวนการค้นหาโฆษณาต่าง ๆ ใน Google, จำนวนผู้ชมทาง Youtube, จำนวนคำศัพท์ผู้ที่พูดคุยผ่านทางเว็บบอร์ดและเว็บบล็อก เป็นต้น (พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า ข้อนี้ไม่ได้ช่วยตอบคำถาม)
๒. สำรวจด้วยแบบสอบถาม โดยกลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่ดูโทรทัศน์ในวัยต่าง ๆ

คำถามหลัก
๑. ผู้ชมจดจำโฆษณาที่มีโครงสร้างเนื้อเรื่องชนิดใดได้ดีที่สุด
๒. โฆษณาที่มีโครงสร้างเนื้อเรื่องที่ผู้ชมจดจำได้ดีที่สุดมีผลต่อการตัดสินใจซื้อจริงหรือไม่
๓. การจดจำเนื้อเรื่อง แนวคิด และสาร ทำให้สามารถจดจำตัวสินค้าได้ดีด้วยจริงหรือไม่
๔. ผู้ชมตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าเพราะโครงสร้างเนื้อเรื่องของโฆษณาชนิดใดมากที่สุด
(พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า คำถามควรตรงกับวัตถุประสงค์ หรือถ้าคุณชำนาณแช้วก็ไม่ต้องเขียนก็ได้)

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. เพื่อให้ทราบแนวทางการผลิตสื่อโฆษณาที่น่าสนใจและสามารถทำให้ผู้ชมจดจำได้
๒. เพื่อให้ทราบว่าโฆษณาที่ผู้ชมสามารถจดจำได้ มีผลต่อการเลือกซื้อสิ้นค้าจริง
๓. เพื่อให้ทราบว่าผู้ชมที่สามารถจดจำแนวคิดและสารของโฆษณาสามารถจดจำตัวสินค้นได้
๔. หากงานวิจัยถูกนำไปใช้ จะเกิดความคุ้มค่าทางธุรกิจ เพราะโฆษณาทางโทรทัศน์สาธารณะมีต้นทุนค่าโฆษณาสูง จึงจำเป็นที่ผู้ชมควรจดจำโฆษณานั้น ๆ ได้
๕. ผลพลอยได้จากการทำวิจัย จะทราบถึงการกระจายข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับโฆษณาที่ผู้ชมให้ความสนใจ
(พราว อรุณรังสีเวชคนปัจจุบันบอกว่า การเขียนว่า เพื่อให้ทราบ นั้นดูไม่มีประโยชน์ ควรเขียนเพื่อให้นำมาซึ่งการลงมือปฏิบัติและพัฒนาจริง)

การเขียนโครงร่างการวิจัย (Research proposal) ที่นำมาใช้เป็นตัวอย่างนี้ เป็นผลงานของ พราว อรุณรังสีเวชเอง ในปี 2556 ตอนนั้นอยากเรียนต่อปริญญาเอก อยากทำงานวิจัยเป็น พยายามเข้าอบรมการวิจัยหลายที่มาก ฟังเยอะมาก แต่ก็เขียนได้เท่าที่เห็น จนกระทั่งได้เรียน ม. กรุงเทพ ที่สอนให้เราทำวิจัยเป็นได้แบบทุกวันนี้

พราว อรุณรังสีเวช ทำวิจัย เขียนโครงร่าง Proposal Research งานวิจัย

พราว อรุณรังสีเวช ทำวิจัย เขียนโครงร่าง Proposal Research งานวิจัย

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Sample Short Films Script or screenplay with whole actual movie

All Rights Reserved by Proud Arunrangsiwed, Shirley Young, Wella Zhang
This is our lovely project, and thank you a lot for the watching and cheer.

=========SCENE1
CLASSROOM
Shirley : Could you please help me with this homework?
XXX1 : Get away from me!
Shirley : Could you please tell me how to do this homework?
XXX2 : You are stupid, who care?
Shirley (walk away with sadness) : No one help me, so I am gonna find out how to do this homework my self.
=========SCENE2
LIBRARY walk in get to the book shelf
Shirley (pick a thick book) : This is book No.9, mostly 9 is the answer for everything. It should be the answer of the homework, (open the book) Who is this girl?
Sweet (touch Shirley sholder) : What are you looking for? Do you need some help?
Shirley : Of course! could you tell me what is 9SI?
Sweet : Well, that’s 9 super intelligences
Shirley : Wow! that’s a pretty great answer, you are so clever
Sweet : Could we be friends?
Shirley : Why not?
Sweet : Right now, you’ve done your homework, why dont we go outside and play?
Shirley : Fantastic! Here we go!

Short Film for Short Film Contest Asia Asian girl movie script screenplay screen play

=========SCENE3
SWINGING
Sweet play the swing, and Shirley come in
Shirley : Hey Sweety! Could I play with ya?
Sweet : Sure! let take a seat!
Shirley (get on the swing, sweet push her back) : Wow! this is crazy funny!
Shirley (no Sweet in the shot) : Did you play this everyday? Really? My parents always brought me to the park when I was young. Yes, that’s right, they love me so much. I think it is better if they are here.
Wella (walk in and could not see Sweet) : Hey girl, why do you talk alone?
Sweet (stop play the swinging and stare at Wella) : Are you crazy? My friend is right here.
Wella : You the crazy! (Wella shrug and walk away)
=========SCENE4
GARDEN
Sweet and Shirley run around and look at flowers (no talking, but play the background music)
=========SCENE5
FEILD in front of CASTLE
Sweet and Shirley hold each other’s hand and swing around the feild (very happy + laugh)
(Music stop when Sweet ask Shirley to go somewhere)
Sweet head up to the sun : My dear, could you please wait me a minute? I am gonna go get something for you.
Shirley : Okay
Shirley walk in side the building, she feels scare for some reason, and slowly open a cabinet. (with heart beat music)
Shirley found “Missing”
Shirley (very frighten) : What! Sweet was missing since 2001, and no one found her after then. Who did I talk with?
Sweet (stand at Shirlet’s back) : What are you talking about?
Shirley (like heart attack! Scream and run)
Sweet (Very angry) ++with “Andy Sixx” Make up

(NO MORE TALKING SCRIPT = JUST RUN + SCREAM)

Short Film for Short Film Contest Asia Asian girl movie script screenplay screen play

=========SCENE6
Both run along the walk way in castle
Shirley got into a dark room, she touches things around.(sequenct violin music)
Shirley scream, because she sees Sweet in front of her. (Music stop when Sweet appear)
Shirley run again.(Drum as music)
=========SCENE7
Shirley run from the dark door to the middle feild of castle. She drops the book, and run back to get it.
Take video of Sweet Foot Step
(exited music for whole clips)
Shirley see Sweet follow after her back. She runs to Right, and see Sweet at Right. She suns to left, and see Sweet again.
(exited music for whole clips)
Shirley stop at the toilet. She lock the door, she could not see Sweet.
Shirley scares and sit on the toilet.
Take the short of Sweet’s foot step. Sweet push the door of each room.
Shirley : What is gonna happen if I tare her picture in this book?
Shirley prepare to tare but Sweet get her before.
Sweet : Be with me forever, my dear.
Sweet crushes Shirley neck,
The book falls down and close itself. (excited music stop)
=========SCENE8
Take to video of silent Quadrangle
=========SCENE9
Wella walks from the middle of Quadrangle. She normally get into the toilet, and she found a book on the floor.
Wella sees Sweet and Shirley.
Sweet’s and Shirley’s hands touch on Wella shoulder.
Wella turn back and scream!

THE END

Short Film for Short Film Contest Asia Asian girl movie script screenplay screen play

Leave a comment

Filed under Uncategorized

โจทย์ระดับมัธยม ออกแบบ สื่อโฆษณา

Cite this article as: Arunrangsiwed, P. (2020). High School Problem: Advertising Design. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/high-school-ads/
อ้างอิงบทความนี้: พราว อรุณรังสีเวช. (2563). โจทย์ระดับมัธยม ออกแบบ สื่อโฆษณา. สืบค้นจาก https://sw-eden.net/2020/04/02/high-school-ads/

หลังจากเลือกรูปแบบและเวลา ที่สวอิเฎลจะนำเสนอสื่อ สวอิเฎลจะต้องเลือกผู้ที่จะจัดการมัน และเลือก Design ของมัน
โดยต้องคำนึงถึง
(ต้องจำ โดยเฉพาะคนที่จะไปทำงานประชาสัมพันธ์)
ต้นทุนการผลิต เทียบ quality (คุณภาพ หมายถึง สื่อให้ คนรับรู้ และกว้างขวาง ครอบคลุม ขนาดไหน) กับ quantity (ปริมาณ หมายถึงผลิตได้มากขนาดไหน ติดป้ายได้ทั่วประเทศ หรือโฆษณาได้ทุกช่อง)
– กระบวนการผลิต จะส่งผลต่อต้นทุน เช่นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ กล่องกระดาษ ที่มาจากกระดาษแผ่นเดียวและพับเอา
– สถานที่ติดตั้ง เกี่ยวกับ Visual Task (ระยะ และความเร็ว) ส่งผลถึงขนาด และสี, กลุ่มเป้าหมาย
– ระยะเวลาในการใช้งาน เช่น บูท ที่ขนบ้ายไปตั้งหลาย ๆ ห้าง, ฉากหลังเวทีคอนเสริต, ออกแบบโลโก้ ให้เชยยาก, ออกแบบถุงให้คนอยากเอากลับไป reuse
การออกแบบสื่อ มุมกล้อง งานกราฟิก ออกแบบโฆษณา

เมื่อออกแบบเสร็จ ก่อนที่สวอิเฎลจะลงมือผลิต ต้อง Check List ดังนี้
– ทบทวนโจทย์ ว่า ข้อมูลครบตามที่ Client สั่ง
– สื่อความหมายได้ชัดเจน ตรงประเด็น
– ภาพถ่าย Graphic รูปแบบ อารมณ์ สอดคล้องกับเนื้อหา
– Visual Task
– ตรวจสอบทิศทางการอ่าน (กรณีเป็นภาพนิ่ง 2D) โดยสอบถามคนที่ไม่เคยเห็นสื่อมาก่อน
– ดูว่าต้นทุนการผลิต เหมาะสมกับผลที่จะได้รับหรือไม่

สิ่งที่สวอิเฎลต้องคำนึงถึงในงานออกแบบสื่อทุกประเภทคือ
– ทำไงให้คนดู ใน Subway มาป้ายเรียงยาวตลอดแนว คนไม่ดูครบทุกป้ายแน่, ถ้าเป็นโฆษณาในโทรทัศน์ ต้องแปลก ๆ แบบคนจะไม่เปิดผ่าน
– ทำไงให้คนอ่าน ถ้าคนดูแล้ว ก็ต้องทำให้คนอ่าน คนต้องอยากรู้ต่อว่าแผ่นป้ายต่อไปคืออะไร หรือภาพนี้ จะโฆษณาอะไร
– ทำไงให้คนโทรหาสวอิเฎล หรือคลิก เช่น ให้คำแนะนำฟรี มีลุ่นรางวัล หรือผลประโยชน์อื่น ๆ
– ทำไงให้คนกลับมาดูสวอิเฎลใหม่ ทำไงให้คนเอาไปเผยแพร่ต่อ (อันที่มันโดนจริง ๆ) เว็ปไซต์ Story Telling ที่ Promote ภาพยนตร์, Facebook App, iPhone App
มันจะทำให้คุณไปชวนเพื่อนมาร่วมเล่นต่อเอง

การออกแบบสื่อ มุมกล้อง งานกราฟิก ออกแบบโฆษณา

สื่อ อินเตอร์เน็ต
ข้อดี ฟรี ขายรถตรง ไม่ผ่านตัวกลาง ไม่จำกัดสถานที่
ข้อเสีย ในไทยจะมีเฉพาะกลุ่ม จำกัดทั้ง อายุ ฐานะ
คนแก่ในไทย เล่น Facebook แต่ค่าโฆษณาแพง
ค่า Google Ads words ก็แพง

การออกแบบสื่อ มุมกล้อง งานกราฟิก ออกแบบโฆษณา

1 Comment

Filed under Uncategorized

Thailand and Fake News about COVID-19

Cite this article as: Arunrangsiwed, P. (2020). Thailand and Fake News about COVID-19. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/fake-news-covid-19/

I am sure that I am not the only one who hate fake news. I really hate fake news about COVID-19 and government. Many times that the government did not announce anything, but some online users created fake contents to confuse other users. This is what happened in Thailand. Many adolescents got addicted to social network, hate government (in 2020), and love that FFP, just because they consume too much fake news. This fake news is something for arousing chaos around the city and also within many organizations.

Stop listening to Fake News about COVID-19

I worked as a university lecturer. Many students received too much information from social network. I do not want to blame them, because when people feel uncertainty, they would automatically look for more information, and the social network is the available source for these students. The fake news cause a lot of confuse among my students. Someone got angry or aggressive at me, just because I did not believe the fake news they believe. Sometimes, the university and the government did not announce anything, but some online create a weird wrong content that scare all of them. For example, students in my university who got COVID-19 is in other faculty, but some students changed the name of faculty to make my students fear.

I hate fake news I am not into that kind of joke about people who died with COVID-19

I, as their teacher, at least, I should make my students feel secure. However, I cannot. I received the news directly from my university and they asked me and other teachers to tell students. That should be a proper way. Many times, the news are different from the online fake news. Many times that public relation practitioners of the university also received the online fake news, too. The chaos is not only caused by COVID-19 itself, but it has been caused by the communication failure. Sometimes, I got depressed, that I cannot be the one I should have been. I should be the teacher, who provided my students with a certain stage, or who wash away their anxiety.

You know what? What my students really look at me is very different. They think that I was a liar and I did not do what I am expected to do. They thought that all information they got from social network is true, and if I said something different from those contents, they would not trust me. I will not blame my students, but I will blame the fake news creators, or those who spread the fake information which panic all people around Thailand.

Stop listening to Fake News about Coronavirus

Stop listening to Fake News about COVID-2020

Mayday Parade May cancel their concert live show due to COVID-19

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Did you make joke with Coronavirus? Thailand Issue

Cite this article as: Arunrangsiwed, P. (2020). Did you make joke with Coronavirus? Thailand Issue. Retrieved from https://sw-eden.net/2020/04/02/joke-coronavirus/

I don’t like when Thai people made joke with the issue about the COVID-19. It is just like to make joke with people with illness or dead ones. That is inappropriate. After one ignorant online user created contents like this, and the contents were shared by others, I could read that those who clicked “share” button were irresponsible, too.

Coronavirus disease เชื้อโรค ไวรัส COVID-19

Some content creators did not make a joke, but they did something worse than that. They created a fake news for people to share, to confuse, and to cause the chaos. They make have their personal benefit, like, if they wrote about something big, people would be more likely to share their post. That is what I found in Thailand. People in social network are just like this. I hope they have more consideration before believing and before sharing the posts.

Some content creators hate the government a lot. They did not realize the fact that the current government were formed based on the actual election. These people still think that they are military government. Most Thai people like this party, which is full of former-soldier and scholars, because the military had saved Thai people from previous cruel government who shot down some mobs. Although I did not elect this military-related party, but as a Thai people and as a former protestor in past government period, I know that soldiers are heroes coming to save us in the right time.

Coronavirus disease เชื้อโรค ไวรัส COVID-19

Let’s come back to talk about the content creators who hate the current government in Thailand, 2020. They tried to create fake news about the government to make something false to be like true. Like, when the government did not announce anything yet, they used some software like Photoshop to create a fake official government announcement. This makes a ton of people confuse and got a lot of questions, like, why the government did this stupid stuff.
Coronavirus disease เชื้อโรค ไวรัส COVID-19

1 Comment

Filed under Uncategorized