ตุ๊ด ก็เป็นได้แค่ตัวตลกในหนัง และผิดหวังตลอด

บทความโดยคุณ หนุ่มน้อย และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

หนุ่มน้อย: ผมไม่ชอบการเหยียดเพศที่ 3 เพราะ ในสังคมในปัจจุบันเราเริ่มมีการให้คุณค่าแก่ตัวบุคคลด้วยกันแล้ว ในเรื่องของสิทธิความเท่าเทียมที่สังคมได้ให้ว่าผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีสิทธิเท่าเทียมกัน แล้วเพศที่ 3 ที่อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างเพศหญิงและเพศชาย กลุ่มคนนี้ก็ควรจะได้รับสิทธิในสังคมนี้เหมือนกัน

เพศที่ 3 เพศที่สาม ตุ๊ด กระเทย เกย์ ไม่ใช่สัตว์

หนุ่มน้อย: ในการหางานทำในสังคมไทย เพศที่ 3 จะมองได้แค่ไม่กี่งาน เช่น เป็นช่างแต่งหน้า เป็นแด๊นเซอร์ เป็นต้น แต่ด้วยการที่เขาเกิดมาเป็นเพศที่ 3 งานที่รองรับเขาก็ควรที่จะมีมากขึ้น เพศที่ 3 อาจจะทำงานในสภาได้ดีกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ การว่าจ้างงานเพศที่ 3 ที่ดูน้อยนิดก็เปรียบเหมือนการเหยียดเขา สังคมไทยเราควรให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

หนุ่มน้อย: เพศที่ 3 ไม่ใช่เป็นเพศที่มีแต่ความสนุกสนานหรือความตลกโป๊กฮาเป็นอย่างเดียว เขาก็มีร่างกายที่แข่งแกร่งเหมือนผู้ชายและมีหัวใจที่เหมือนผู้หญิง เขาก็สามารถทำงานได้หลายอย่างในสังคมไทย การเหยียดเพศที่ 3 เกิดขึ้นในสังคมในหลายรุ่น เช่น การไม่ยอมรับในตัวเพื่อนในห้องเรียนในเรื่องการเป็นเพศที่ 3 มันจึงเกิดการบลูลี่ และก็จะส่งผลกระทบต่อตัวของเขา อาจจะเกิดผลตามมาอย่างเช่นการเป็นโรคซึมเศร้าหรือเครียดนั่นเอง

สว อิเฎล: ปัญหาที่ สว อิเฎล พบได้ ก็คือในภาพยนตร์ ในอดีตภาพยนตร์ตะวันตกมีการเหยียดเพศที่สามมากพอพอกับภาพยนตร์ไทยปัจจุบัน ที่ทำให้คนเพศที่สามเป็นเครื่องมือทำให้ผู้ชมตลกขำขัน การที่บทภาพยนตร์มีการเหยียดเพศเช่นนี้ จะทำให้ทัศนคติของคนทั่วไปที่รับชมภาพยนตร์เปลี่ยนได้ เราต้องอย่ามองในระยะสั้น ๆ ที่ว่า ผู้กำกับ หรือผู้ผลิตสื่อได้ว่าจ้างให้งานกับนักแสดงที่เป็นเพศที่สาม นั่นอาจเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการให้อาชีพกับพวกเขา แต่การให้อาชีพคนไม่กี่คนนี้ อาจส่งผลสร้างความเดือดร้อนให้กับเพศที่สามคนอื่น ๆ ที่เสื่อมเสียภาพลักษณ์และถูดดูถูกโดยที่ผู้ดูถูกยังไม่รู้ตัวเสียด้วยว่าทำอะไรลงไป หรือเอาความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้มาจากไหน

สว อิเฎล: สว อิเฎล จึงอยากขอให้คนที่ผลิตสื่อ ช่วยกลั่นกรองดี ๆ ทั้งภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ที่ปัจจุบันมีคำหยาบ และลามกต่ำกว่าสะดือเป็นจำนวนมาก และละครโทรทัศน์ที่เน้นสร้างความเคยชินกับการทะเลาะกันตบตีกันของผู้หญิง และการใช้กำลังแก้ปัญหาของเพศชาย

ศาสนาพุทธอาจเหยียดเพศ แต่เราเปลี่ยนแปลงได้

เพลงในอดีต อาจเหยียดเพศ แต่วงที่ดีย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเช่น Mayday Parade

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ใครคือพวกคนกรุงเทพ ที่ดูถูกคนต่างจังหวัดหรือนี่?

บทความโดยคุณ ได้แรงอก และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ได้แรงอก: สวัสดีครับเด็กบางนอกนิ

บ้านอยู่ชานเมือง กรุงเทพกับนนทบุรี

ได้แรงอก: กำลังศึกษาต่อในระดับปริญาตรีที่กรุงเทพด้วยความที่ผมนั่นเป็นเด็กต่างจังหวัดจึงมีบ้างบางครั้งที่จะโดนเด็ก กทม ขิงใส่บางด้วยความผมเองนั่งเป็นเด็กต่างจังหวัดก็อาจจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจึงทำให้ดูว่าตัวเราเองนั่นดูแปลกไปจากเด็ก กทม ผมเองก็ได้มีการศึกษาเรียนรู้นิสัยเด็ก กทม แล้วปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน ๆ แล้วขยันศึกษาหาความรู้ให้มากกว่าเด็กพวกนั้น เพราะจะได้ไม่ต้องโดนดูถูกจากเด็กพวกนั่น

ได้แรงอก: ผมเองในตอนนี้ก็อยู่ กทม มาก็จะ 3 ปีแล้วผมคิดว่าตัวผมเองก็มีความสามารถที่ไม่แพ้เด็ก กทม หรือคนที่เคยดูถูกผม ผมสร้างจุดยืนของตัวเองผมสามารถเป็นที่เพิ่งสำหรับเพื่อนๆได้ถึงแม้บ้างเพื่อนก็อาจจะมองข้ามผมไปในเวลาไปเทียวหรือไปไหนแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรครับเพราะผมคิดเสมอว่าคนเราเกิดมาคนเดียวก็ต้องใช้ชีวิตคนเดียวได้ ผมสามารถหางานทำได้เงินมาใช่จ่ายด้วยตัวเองมีเงินเก็บไม่ค่อยได้รบกวนพ่อแม่ ถึงผมจะเป็นเด็กต่างจังหวัด ผมก็สามารถสร้างจุดยืนของตัวเองได้ลบคำดูถูกของใครหลายๆคนได้และก็ยังหาเงินจ่ายเองได้ในขณะใครหลายๆคนยังขอเงินพ่อแม่อยู่

สว อิเฎล: สว อิเฎล เป็นคน กรุงเทพฯ แต่กำเนิด พอได้ขึ้นมัธยมปลาย ได้ไปเรียนในเขตนครปฐม และตอนนั้นพึ่งย้ายบ้านมาชานเมืองกรุงเทพ ตรงที่ติดกับนนทบุรี ทำให้เดินทางไปนนทบุรีทุกวัน เช่น ไปกินข้าว จ่ายตลาด ให้อาหารปลา สว อิเฎล เลยได้โอกาสอ้างตัวเป็นคนต่างจังหวัด

สว อิเฎล: ทำไมต้องอ้างตัวเป็นคนต่างจังหวัดหล่ะ ในเมื่อก็เกิดเป็นคนกรุงเทพ? สว อิเฎล ไปเรียนนิวยอร์ก และซิดนี่ย์ ฝรั่งชอบถามว่ามาจากไหน สว อิเฎล คิดว่ามัน Cool ถ้าจะบอกจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่ Bangkok เพราะ ใคร ๆ ก็มาจาก Bangkok กันทั้งนั้น และฝรั่งรู้จักกี่จังหวัดในไทยเองหล่ะ ก็แค่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต แสดงว่าถ้า สว อิเฎล อยากจะ Cool ก็ตอบไปว่า ม. ปลาย ฉันเรียนที่นครปฐม

สว อิเฎล: แต่สาเหตุที่มาโพส Blog นี้ วันนี้ ก็เพราะจะบอกว่า มันไม่เห็นจะผิดตรงไหนถ้าจะมาจากต่างจังหวัด มันดู Cool และมีความแตกต่างด้วยซ้ำ ประสบการณ์การใช้ชีวิตมันทำให้คนแบบเราดูเป็นคนพิเศษ ไม่ใช่ว่าซ้ำ ๆ กันเหมือนคนที่อยู่ในเมืองหลวง ใช้ชีวิตแบบคนเมืองหลวง ดังนั้น เราไม่ควรดูถูกกันเพราะสถานที่เกิด หรือเพราะสีผิว หรือเพศ ของพวกนี้มันเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถภาคภูมิใจได้ ความแตกต่างทำให้เราเจ๋ง ความแตกต่างเป็นสิ่งที่ดี และมันทำให้คุณเป็ํนคนที่น่าเรียนรู้ น่าสนใจ

ไปเดินเที่ยวที่ตลาดน้ำต่างจังหวัด

ผู้ชาย ภาพถ่ายที่จังหวัดกึ่งกรุงเทพนครปฐม ศาลายา

Leave a comment

Filed under Uncategorized

เกลียดตุ๊ด เกลียดกระเทย หัวโบราณกันทั้งนั้น!

บทความโดยคุณ Sakchai และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ฉันไม่ชอบเรื่องการเหยียดเพศ ที่ 3

สอพินยา สอบินนยา กับตะเบงชะเวตี้ ขึ้นจากมหาสมุทรแถว ๆ ยะไข่ เราคุยกันเรื่องเพศที่สาม หรือเกย์อยู่นะ อันนี้เป็นภาพลงหมึก ก่อนลงสีน้ำ ถ่ายเก็บไว้ ก่อนลงสี

Sakchai: ด้วยส่วนตัวเราก็เป็นเพศที่ 3 ซึ่งช่วงแรกอาจจะไม่ค่อยมีการรับยอมมากสักเท่าไร ในอดีตคนไทยและวิถีชีวิตของไทยตามประเพณี เรื่องเพศที่ 3 ถ้าเกิดขึ้นในครอบครัวใครถึงว่าเป็นเรื่องใหญ่สมควรแต่ในปัจจุบัน เรื่องเพศที่ 3 ได้มีการเปิดรับที่กว้างขึ้น ทำให้คนที่เป็นเพศที่ 3 ได้แสดงความสามารถในหลากหลายรูปแบบ เพื่อพิสูจน์จุดยืนในสังคมของตัวเอง เพื่อให้คนในสังคมยอมรับจุดนี้ ในการวางตัวของเพศที่ 3 ในสังคมก็วางตัวได้ดี ตามประเพณี รักษากฏหมายบ้านเมือง

Sakchai: แต่จะมีกลุ่มคนที่ยังเหยียดเพศ เราคิดว่าคนเหล่านั้น ยังมีความคิดที่ยังล้าหลัง และไม่ยอมเปิดใจให้มากขึ้น ซึ่งเราคิดว่า การเหยียดไม่ว่าทางวาจา การกระทำต่างๆ มันก็เหมือนการทำร้ายจิตใจของมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศไหน ทุกคนก็เป็นหมุษย์เหมือนกัน แต่ด้วยสภาพทางจิตใจหรือทางเพศที่อาจจะไม่ตรงกับที่ตัวเองเกิดมา แต่เขาก็คิดที่จะปรับตัวให้มีจุดยืนในสังคมได้ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ประสบความสำเร็จในทั้งด้านการเรียน การงานต่างๆ เพื่อเป็นที่หน้าภูมิใจให้กับตัวเอง และ ครอบครัว ร่วมไปถึงสังคม แต่กับคนเหยียดที่เห็นผ่านมา ก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากลุ่มคนที่เพศที่ 3 สักเท่าไร ข่าวต่างๆ ที่เกินขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การฆ่ากัน ข่มขืน หรือก่อสิ่งเลวร้าย ก็เห็นคนทีเหยียดเพศที่ 3 เป็นคนกระทำ ไม่เคยคิดที่จะบอกดูตัวเอง และ ทำตัวเองให้ดีขึ้น มั่วแต่ว่าคนอื่น หรือเพศที่ 3 ยืนอยู่จุดเดิม แต่กับเพศที่3 พัฒนาตัวเองให้เป้นที่ยอมรับในสังคม ปัจจุบัน เพศที่ 3 ถึงว่าเป้นคนที่เก่ง และมีความคิดสร้างสรรค์ผลงาน บางคนเป็นที่โด่งดัง อย่างเช่น คุณปอย ปรีชดา ที่เป็นตัวอย่างของ กลุ่มเพศที่ 3 เป็นอย่างมาก อยากฝากให้กับคนที่กำลังคิดจะเหยียดให้รองมองมุม เพศที่ 3 ดูบ้าง

สว อิเฎล: เป็นไปได้อย่างมากที่คนที่ไม่ยอมรับเพศที่ 3 นั้นเป็นกลุ่มคนล้าหลัง หัวโบราณ และยิ่งพวกที่นำเพศที่สาม หรือเพศหญิงไปใช้ในการเปรียบเทียบเชิงดูถูก นั่นยิ่งหัวโบราณ สว อิเฎลขอถามผู้อ่านว่า คุณเลยคิดหรือไม่ว่า เวลาเราด่าผู้ชายว่า ไอ้หน้าตัวเมีย, ไอ้ตุ๊ด, มึงไม่แมนเลย, เอาผ้าถุงแม่มึงมาคลุมหัวเถอะ, แม่งแต๋วหว่ะ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ใช้ด่าผู้ชายที่ไร้ศักดิ์ศรี และยังดูถูกผู้หญิงกับเพศที่สามไปในตัว

สว อิเฎล: ทำไมคนที่ไม่ยอมรับเพศที่สาม จึงหัวโบราณ ในไบเบิลเขียนไว้ ให้เราฆ่าเกย์ ตุ๊ด พวกรักร่วมเพศ และในไบเบิ้ลก็เขียนไว้ว่าเราต้องฆ่าลูก ถ้าลูกไม่เชื่อฟังพ่อ สว อิเฎลถามว่ากฎเหล่านี้ยังใช้อยู่ในปัจจุบันหรือไม่ เราคงไม่คิดฆ่าลูกของเราถ้าเขาไม่เชื่อฟังเราใช่หรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมอาชญากรต่างชาติบางกลุ่มยังคิดว่าการฆ่าเกย์ เป็นสิ่งที่ถูกต้องทางศาสนา นี่แหละ สาเหตุที่ว่า สว อิเฎล บอกว่าคนเหยียดเพศพวกนี้หัวโบราณ ไม่ใช่แค่ศาสตรคริสต์นะ ที่ศาสนิกชนมีการคัดเลือกข้อควรปฏิบัติ ว่าสิ่งใดควรคงไว้ สิ่งใดควรปรับใหม่ แต่ศาสตรพุทธก็ด้วย เรื่องที่ว่าชายเจ้าชู้ มีชู้ ทำให้ต้องไปเกิดเป็นพวกผิดเพศถูกตัดไข่ 500 ชาติ นี่เป็นคำสอนที่ดูถูกว่าผู้ชายที่แปลงเพศ เคยทำบาปใหญ่หลวงมาในอดีตใช่หรือเปล่า สว อิเฎล ขอเน้นย้ำว่า คำสอนเหล่านี้ 2500 ปีมาแล้ว และตอนนี้ปีอะไร ถ้าเรายังดูถูกพวกเขาอยู่ สมองเราน่าจะพัฒนาช้ากว่าตัวเรา 2500 ปี

สอพินยา สอบินนยา กับตะเบงชะเวตี้ ขึ้นจากมหาสมุทรแถว ๆ ยะไข่ เราคุยกันเรื่องเพศที่สาม หรือเกย์อยู่นะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์วันเดียว 8 ที่ชลบุรี แกรนด์แคนยอน

One day tour at Chonburi
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |May 10, 2019

แกรนด์แคนยอน ชลบุรี

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ เขียนขึ้นเพราะหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนที่อ่าน โปรแกรมของรตจิตรค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่การทัวร์ของรตจิตรครั้งนี้ จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์ไหว้พระเพราะได้แวะสถานที่สำคัญ ที่สวยงามที่ผ่านตามเส้นทางด้วย ห้ามมิให้คัดลอกดัดแปลง หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรมทันที ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

แกรนด์แคนยอน ชลบุรี

แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

รตจิตรออกจากบ้านเช้าตรู่เพื่อไปไหว้เชงเม้งที่สุสานจิงกุง แล้วเสร็จ 10:30 น. เลยรีบแวะไปแกรนด์แคนยอนเมืองไทย@ชลบุรี รตจิตรชอบแกรนด์แคนยอนที่นี่มากกว่าที่อเมริกา เพราะ

1. ความสวยธรรมชาติสัมผัสได้ จากการเป็นเหมืองเก่ามาก่อน ที่แกรนด์แคนยอนเมืองไทยที่จังหวัดชลบุรีนี้เคยปิดครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้เปิดแล้ว รตจิตรขับเข้าไปถึงด้านหน้าของแกรนด์แคนยอนเมืองไทย ปรากฏว่า มีทางรถเข้า 2 ทาง ซ้ายขวา ทางขวาทางเข้าแกรนด์แคนยอนเมืองไทย ดูดีหน่อย รตจิตรจึงเข้าทางขวา แต่ต้องเสียค่าที่จจอดรถ 20 บาทเพราะเป็นของเอกชน ส่วนทางซ้าย ไม่ต้องเสียค่าจอด

2. ธรรมชาติอยู่ครบ ไม่ต่อเติม
แกรนด์แคนยอนเมืองไทยคงความสวยธรรมชาติของภูผา หุบเขา และน้ำในหุบเขาก็สวย ใสมาก สีมรกต รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ เดินดูให้รอบเลย เพราะมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย

ทัวร์วันเดียวชลบุรี

3.เดินทางไม่เหนื่อย
รตจิตรคิดว่าถ้าเพื่อน ๆ จะมาแกรนด์แคนยอนเมืองไทย มาไม่ยาก และขับรถไม่เหนื่อยเลย ดีกว่าต้องนั่งเครื่องบินเป็นสิบ ๆ ชั่วโมงไปอเมริกา และยังต้องต่อเครื่องบินเล็กขึ้นไปแกรนด์แคนยอนอีก รตจิตรจำได้ดีว่าวันที่รตจิตรไปอเมริกาเพื่อดูแกรนด์แคนยอน ลมค่อนข้างแรง พอนั่งเครื่องบินเล็กเสียวมาก บางครั้งเครื่องบินปัด และมีเศษโฟมขาว ๆ ปลิวหล่นลงมาได้ด้วย คนด้านหน้าของรตจิตรต้งอจับสร้อยไม้กางเขน และสวดตลอด…

มหาธาตุเจดีย์มิ่งโมลีศรีบูรพา ชลบุรี

2. มหาธาตุเจดีย์มิ่งโมลีศรีบูรพา

รตจิตรขับรถจากแกรนด์แคนยอน ชลบุรี มาไม่ไกล ก็เห็นสถานที่นี้อยู่ด้านซ้าย เพื่อน ๆ สามารถดูแผนที่จากลิงค์ที่ให้ด้านล่างได้เลย รตจิตรแวะมามหาธาตุเจดีย์มิ่งโมลีศรีบูรพาอย่างไม่ตั้งใจ แต่คุ้มค่ามาก ที่มหาธาตุเจดีย์มิ่งโมลีศรีบูรพาเป็นเจดีย์สีเขียวโศก สร้างได้สวยงามมาก มีส่วนคล้ายคลึงเจดีย์พุทธคยา

ทัวร์วันเดียวชลบุรี

รตจิตรขับรถขึ้นไปจนถึงฐานเจดีย์ได้เลย พวกรตจิตรขึ้นไปชมความงดงามของมหาธาตุเจดีย์และเพื่อทำบุญด้วย ตอนขึ้นไปที่มหาธาตุเจดีย์ต้องระวังนิดหนึ่ง สำหรับเพื่อน ๆ ที่กลัวน้องหมา เพราะท่าทางดุและเห่าเก่ง แต่เผอิญรตจิตรมีอาหารเม็ดสำหรับให้ปลาติดมาด้วย ก็เลยแบ่งให้น้องหมาวัดกิน เหมือนกับที่รตจิตรไปแกรนด์แคนยอน ลูกของรตจิตรก็แบ่งอาหารให้น้องหมาที่นั่นด้วย เพราะผอมมากทั้ง ๆ ที่มีร้านอาหาร แต่คนไม่ค่อยไปนั่งกิน มักกินแคน้ำชง กลุ่มรตจิตรก็กินน้ำชงเหมือนกันเพราะทริปของรตจิตรยังมีอีกหลายรายการ

ทัวร์วันเดียวชลบุรี วัดนันทวัน

3.วัดนันทวัน

รตจิตรขับรถต่อไปอีกหน่อยก็เห็นพระนอนวัดนันทวัน ทางค่อนข้างลำบากนิดหน่อย วัดก็เงียบมาก คนก็ไม่มี รตจิตรเลยต้องใช้วิธีขับดู ไม่ลงจากรถ แล้วก็รีบขับออกไปที่ต่อไปดีกว่า ทำให้ไม่ได้ทำบุญที่วัดนี้เลย

ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ชลบุรี

4.วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม หรือ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ

รตจิตรมาถึงศาลองค์หน่าจาซาไทจื้อไม่ยากเลยเพราะอยู่บนถนนใหญ่หมายเลข 3134 ซึ่งเป็นถนนหลักสายสำคัญสายหนึ่งของอ่างศิลา ที่ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อใหญ่โตมาก และเต็มไปด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย รตจิตรเห็นมีคนจำนวนมากมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ และฝากดวงชำตาเพื่อสวดมนต์ตลอดปีเหมือนที่วัดเล่งเน่ยยี่เช่นกัน

ศาลพระโพธิสัตว์ภาคพันเนตรพันกร ชลบุรี

5.ศาลพระโพธิสัตว์ภาคพันเนตรพันกร

รตจิตรข้ามถนนจากวิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม หรือ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ก็ถึงศาลพระโพธิสัตว์ภาคพันเนตรพันกร เพราะอยู่ตรงข้ามกันเอง แต่เป็นสถานที่ของคนละเจ้าของ รตจิตรงงเล็กน้อยว่าทำไม เทพนาจาซึ่งเป็นศิษย์ของเจ้าแม่กวนอิม กับมีศาลใหญ่กว่าศาลของเจ้าแม่กวนอิม จุดเด่นของศาลพระโพธิสัตว์ภาคพันเนตรพันกรคือ ซุ้มประตูด้านหน้าที่งดงาม องค์เจ้าแม่กวนอิม มังกรทองขนาดใหญ่ และองค์หงอคง เป็นต้น

ศาลหลักเมืองชลบุรี

6.ศาลหลักเมืองและศาลากลางจังหวัดชลบุรี

ถ้าเพื่อน ๆ อยากชมความงามของศาลหลักเมือง รตจิตรอยากแนะนำให้จอดรถด้านศาลากลางจ.ชลบุรี ศาลาเก่าก็ได้ เพราะติดกับศาลากลางจ.ชลบุรี ศาลาใหม่เลย แต่ที่ชลบุรียังคงสภาพศาลาเก่าที่งดงามไว้ซึ่งสวยนะ

ศาลหลักเมืองชลบุรี

7.วัดใหญ่อินทาราม

รตจิตรเคยมาถวายสังฆทานแล้วปีก่อน พร้อมทั้งมอบหนังสือการ์ตูนทักทายหลายภาษาให้แก่ โรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม คราวนี้จึงแค่เวะดูความเปลี่ยนแปลงของวัด ปรากฏว่าดีขึ้นมา ดูสะอาดด้วย

ศาลหลักเมืองชลบุรี

8.แหลมแท่นต่อบางแสน

รตจิตรเดินเล่นที่แหลมแท่นบริเวณปฎิมากรรมรูปปลาโลมา แล้วก็เดินต่อไปถึงรอยต่อระหว่างแหลมแท่นกับบางแสน เพื่อหาของทะเลสด ๆ กินก่อนที่รตจิตรจะขับกลับกรุงเทพฯ บ้านเรา ทั้งนี้ เพื่อน ๆ สามารถไปเที่ยวตามทริปนี้ได้โดยคลิกลิงค์ตาม URL นี้ https://g.co/kgs/ZgbsG7

ศาลหลักเมืองชลบุรี

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ขาดความมั่นใจ ผิวดำ อยากผิวขาวบ้าง ทำไง?

บทความโดยคุณ Janeyoon และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

Janeyoon: ในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนถึงร้อนมากๆ มันยากมากเลยที่คนไทยจะมีผิวที่ขาวเหมือนกับชาติอื่นๆ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคนที่มีผิวขาวมากกว่าผิวดำเพราะว่าคนผิวนั้นดูดีกว่า น่าเข้าหา เป็นที่จับตา มากกว่าคนผิวดำ ประเทศจึงมีการขายอาหารเสริมต่างๆที่ทำให้ผิวขาวใสซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่ต้องการของคนไทยมากๆ เพราะคนไทยส่วนใหญ่แล้วเป็นคนผิวสองสีจะไม่ขาวแบบคนเกาหลีหรือฝรั่ง ร่วมด้วยกับแดดในประเทศไทยที่ร้อนมากทำให้คนไทยมีผิวที่คล้ำและมีผิวขาวยาก แต่ก็ยังมีโฆษณาอาหารเสริมต่างๆมาขายบางโฆษณาทำสื่อเหมือนกับว่าคนผิวคล้ำเป็นคนที่ไม่สวย ไม่เป็นที่สนใจ และสื่อว่าคนผิวขาวเป็นคนที่น่าสนใจมากกว่า กลายเป็นว่าคนผิวคล้ำเป็นคนที่มีปัญหาจนบางคนไม่มั่นใจที่จะพบคนอื่น และโทษตนเองที่เกิดมาผิวคล้ำ ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกว่าตนเองเป็นปัญหาเพียงเพราะมีสีผิวที่คล้ำรวมถึงสังคมในปัจจุบันก็ยังไม่ยอมคนสีผิวคล้ำด้วย โฆษณาอาหารเสริมจึงควรให้ความใส่ใจถึงความรู้สึกของคนผิวคล้ำ และควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวทุกสีผิว เพราะไม่ว่าคนผิวขาวหรือผิวคล้ำก็เป็นคนที่มีความน่าสนใจในตนเองอยู่แล้ว

สว อิเฎล: พวกโฆษณาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเสพ ไม่ใช่ว่าทุกคนดูละคร ดูหนังแล้วพอถึงช่วงโฆษณาก็จะลุกหนี หรือเปลี่ยนช่อง แต่หลาย ๆ คนก็ยังคงนั่งและดูโฆษณาอยู่ ในโฆษณาเหล่านี้มีการเหยียดสีผิวจำนวนมาก เช่น ผิวคล้ำแล้วขาดความมั่นใจ ผิวคล้ำแล้วผู้หญิงจะหาผัวไม่ได้ ไม่ใช่แค่ในโฆษณานะ แต่ในภาพยนตร์หรือละครก็เช่นกัน คนผิวขาวมักเป็นตัวเด่น อะไร ๆ ก็ได้บทดีกว่าคนผิวดำ ฉากต่อสู้ในละครที่สวอิเฎลเปิดไปเจอวันนี้ก็ด้วย ทาสชายสู้กัน ทาสผิวขาวหน้าตาดี ชกต่อยและชนะทาสผิวดำที่กำยำเป็นมัด ๆ ซึ่งตามหลักความเป็นจริงก็ดูแปลกนะ ที่ผลการต่อสู้เป็นเช่นนี้ แต่สิ่งที่จะบอกก็คือ สื่อมันเป็นแบบนี้แหละ มันสร้างความเชื่อ และการเหยียดผิว คนไทยอาจไม่ได้ระวังตัวเรื่องเหล่านี้เพราะเราไม่เคยมีสงครามที่เกิดจากการเหยียดผิวหรือการประท้วงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ไทยเราอาจไม่ใช่อเมริกา เราบริโภคสื่อ โดยไม่ทันระวังตัว เราอาจลืมไปว่าเพื่อน ๆ และญาติ ๆ ของเรา หลายคนเป็นคนผิวดำ พวกเขาเป็นคนดี และพวกเขาช่วยเหลือเรา เราก็ไม่ควรเหยียดสีผิวที่พวกเขาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และไม่ควรปล่อยให้สื่อเปลี่ยนความคิดของคนรุ่นหลัง

หญิงหลากหลายสีผิว ชาวเอเซีย ผิวขาว ผิวดำ ผิวเหลือง

พ่อ ลูก บุเรงนอง นันทบุเรง ชนชั้นสูง ผิวขาว

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สะใจมากใช่มั้ย ผู้หญิงตบกันแย่งผัวในละคร!!

บทความโดยคุณ Achess และ สว อิเฎล
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

สว อิเฎล: มันเป็นเรื่องที่แปลกว่าคนไทยเติบโตมากับละครที่มีฉากผู้หญิงตบตีกันแย่งผู้ชาย ละครหลายเรื่องมากที่ สว อิเฎล ได้รับชมมาในวัยเด็ก แต่เมื่อโตขึ้น ได้ไปอยู่หอพัก ทำให้ไม่ค่อยได้ดูโทรทัศน์ พอเรียนจบ จึงได้มาอยู่บ้านอย่างจริงจังอีกครั้งและได้เห็นละคร ตอนเด็ก ๆ กับตอนโต เรามีความแตกต่างกันมาก พอได้มาดูผู้หญิงตบกันในละครไทย หรือไม่ต้องถึงขนาดตบก็ได้ เอาแค่ด่ากันด้วยคำหยาบคาย สว อิเฎล ก็แทบรับไม่ได้แล้ว

สว อิเฎล: สว อิเฎล มีครูคนนึงที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครูบอกว่า เชิญ สว อิเฎล เอามาเขียนได้เลย เพราะเขาอาจไม่ว่างเขียน จริง ๆ ครูอยากให้เขียนลงวารสารวิชาการ แต่สว อิเฎลขอเขียนที่ Blog ก่อนนะ คือ ครูบอกว่า ละครไทยทำให้คนเห็นฉากผู้หญิงตบกันบ่อย และการที่เราเห็นพวกนางตบกันบ่อย ๆ นั้น ทำให้เราเคยชิน เราอาจไม่เลียนแบบ เพราะเราไม่อยากเจ็บตัว แต่การเคยชินนี้ ทำให้ปัญหาสังคมไม่ถูกแก้ไข เราอาจเคยชินว่าผู้หญิงต้องตบกันแย่งผู้ชาย หรือแม่สามีต้องทะเลาะกับลูกสะใภ้ เด็กรุ่นใหม่จะเคยชิน และเห็นเป็นเรื่องปกติ ทั้ง ๆ ที่ความรุนแรง และความก้าวร้าวทางวาจาเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องปกติเลย

สว อิเฎล: สว อิเฎล อาจเป็นนักวิชาการ และยังมีการเว้นช่วงการรับชมละครไทยเป็นสิบปี ซึ่งน่าจะมีความแตกต่างจากคนที่รับชมอย่างต่อเนื่อง ต่อไปจึงจะเป็นส่วนที่คุณ Achess ได้เขียน

Hot Sexy Thai Girl playing in State Railway Public Park ผู้หญิง ตบกัน

Achess: มันเป็นอารมณ์คนอ่ะ คนดูก็น่าจะรู้ดี ถ้าไม่ตบหรือไม่ทะเลาะกันจะให้ยิ้มให้กันหรอ ยกตัวอย่างนางมารร้ายมาแย้งแฟนของนางเอก พอนางเอกจับได้ก็แบบยิ้มให้นางมารร้ายดีใจยิ้มให้ไม่ตบไม่ทะเลาะกันมันก็จะแปลก ๆ หน่อยฮ่า ๆ

Achess: และอีกอย่างละครไทยไม่ได้ทะเลาะกันหรือตบตีกันทุกเรื่อง แต่ยิงกันแทนฮ่า ๆ ล้อเล่นครับ อย่างว่ามันเป็นฉากอารมณ์ร่วมกับคนที่ได้ลุ้นว่าใครจะตีกันหรือทะเลาะกันชนะ ผมว่าละครไทยจะพัฒนาหรือไม่ มันไม่ได้อยู่แค่ว่ามีฉากตบไหมแต่มันคือบทต่างหากที่สำคัญ เช่น ฉากตบนั้นรองรับบริบทใด ข้อเสียของละครไทยคือทำไม ชอบเน้นฉากตบกันในบริบทแย่งผู้ชาย แบบนี้ผมก็ไม่ชอบ ส่วนมากชอบทำแบบให้ตบกันเพราะผู้ชายตบกันเพราะหึงหวง ไม่ลองเปลี่ยนเป็นทะเลาะกันเรื่องอื่นน่าจะดีกว่าเช่นทะเลาะกันในเรื่องของความคิดทางการเมือง ทางผลงาน หรือการใช้ชีวิตกับคนส่วนรวมน่าจะดีกว่า

Achess: ไม่ใช่ว่าในหนังหรือละครทะเลาะกันแล้วจะไม่ดีเสมอไป ท้ายที่สุดแล้วหนังหรือละครที่ตบตีกันหรือทะเลาะกัน มักจะสอดแทรกอะไรที่ทำให้เราได้คิด แบบว่าถึงจะทะเลาะกันแค่ไหนก็ต้องสามัคคีกันต้องเดินไปข้างหน้าไม่ยึดติดกับปัญหาที่เราได้เจอมัน

นางจันทาเทวี และเจ้าหญิงแปรสองพระองค์ ผู้หญิงทะเลาะกัน กีดกันกันเอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ผิวดำคือปัญหาชีวิตจริงหรือเปล่าคะ?

โฆษณาไทยไม่ควรทำให้ผู้ชมเชื่อว่า การมีผิวดำคือปัญหาชีวิต

บทความโดยคุณ -Punnwa-
ภาพโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ผู้โพส (Admin ของเว็บนี้) เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นข้อคิดดี ๆ ต่อผู้อ่าน โดยห้ามมิให้เว็บไซต์อื่น ๆ Copy ไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด หากผู้ใดต้องการนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ กรุณาติดต่อ Administrator โดยส่งบันทึกข้อความอย่างเป็นทางการเท่านั้น

โฆษณาในปัจจุบันถือว่ามีอิทธิพลมากในการโน้มน้าวคนทั่วไป ให้เชื่อในสิ่งๆนั้นที่สื่ออยากจะนำเสนอ สื่อจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตของคนอยู่ไม่น้อย การโฆษณาสิ่งต่างๆที่จะทำให้คนทั่วไปเช่ือนั้นต้องใช้หลายอย่าง ทั้งความเป็นไปได้ในความจริงของสิ่งๆนั้น ตัวแบรนแอมบาสเดอร์ที่ใช้คนดังมาเป็นตัวแทนหรือแม้กระทั่งชื่อเสียงของตัวสินค้านั้นๆ ที่จะเป็นหลักประกันความเชื่อให้คนทั่วไปเชื่อในสิ่งที่โฆษณาได้

เหยียดคนสีผิวขาว ประหาร ทางสังคม

ค่านิยมการที่มีผิวสีดำเป็นสิ่งที่แปลกแยกในสังคมนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยหลายอย่างที่หล่อหลอมให้คนในปัจจุบันคิดว่าการมีผิวสีเป็นสิ่งที่ดูแล้วสกปรก ไม่สะอาด ทำให้บุคคลนั้นรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้นไม่เป็นปกติหรือไม่มีความสุข ไม่เป็นตัวของตัวเอง อาจจะส่งผลทำให้คนนั้นมีอุปนิสัยที่เปลี่ยนไปหรืออาจจะเป็นโรคซึมเศร้าได้ และปัญหาการบูลลี่ก็มีสาเหตุมาจากค่านิยมแบบนี้เช่นกัน

สังคมไทยในปัจจุบันนั้นมีค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อก่อนหลายอย่าง การมีผิวขาว ดูจะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้หญิง ที่มองว่าการมีผิวขาวเป็นสิ่งที่ดี ทำให้ผิวสวย ดูโดดเด่น โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพหรือปัญหาต่างๆ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเชื่อคงหนีไม่พ้นสื่อโฆษณาในปัจจุบัน ที่ทั้งมีการขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วผิวขาว ใส และการทำให้คนผิวสีหันมาใช้ หากมองจริงๆแล้ว สภาพภูมิประเทศหรืออากาศของไทยเป็นพื้นที่ร้อนชื้น ถึงแม้จะมีการใช้สินค้าที่ทำให้ผิวขาวแต่ถ้าหากเลิกใช้ก็กลับมาเป็นผิวแทนเช่นเดิม และค่านิยมการมีผิวขาวนี้ทำให้คนอื่นที่มีผิวสีแทนหรือสีดำอาจจะโดนมองว่าเป็นคนแปลกประหลาด อาจจะทำให้รู้สึกว่าการมีผิวสีเป็นปัญหาของชีวิตหลายๆด้าน ทั้งการทำงานที่ต้องการคนผิวขาว การที่ผู้คนไม่ชอบเพราะมองว่าดูสกปรก แต่หากมองในทางกลับกันนั้น การมีผิวสีแทนหรือสีดำเป็นธรรมชาติของแต่ละคน โฆษณาควรที่จะหันมาใช้การโฆษณาสิ่งที่ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นสีผิวไหนก็ตาม เพราะสื่อควรจะสนับสนุนสิ่งที่เป็นตัวของคนนั้นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงฝืนธรรมชาติ แต่ไม่ใช่เฉพาะสื่อโฆษณาเท่านั้นที่ควรสนับสนุนแต่สื่อต่างๆก็เช่นเดียวกัน เพราะทุกสื่อมีความสำคัญ เข้าถึงผู้คนได้เท่าๆกัน และมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในสังคมมากเช่นกัน

หมาผิวดำ กับคนผิวขาว สีผิวที่เข้ากันได้

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Are Religious People Childish?

Are Religious People Childish?

Today I visit a Buddhist place. It is not a place of worship or Buddhism temples, but it is for famous monks to come to teach people who are interested in the teaching and mediation.

Cobra Starship Fandom Fan Community

I, Proud Arunrangsiwed, as a fan scholar, I found something in this group of people similar to fans and fan community. People who are religious in any religion, practice in a similar pattern as fans in fan community. They have their own beliefs, behaviors, action and reaction toward others, and also the attitude toward out-group members (from Social Identity theory) or outsiders who are not Buddhists.

The only difference between a religious group and a sub-culture community is that one is acceptable in wide-range of people, but the other may be not acceptable for many people. When a large number of people around the world believe in one thing, that thing will become “the right thing” automatically. That is the famous religion, like Buddhism, Catholic, Islam, etc.

Many subcultures, which are not disturb the outsiders, are often viewed negatively, without the proper reasons. Fan cultures could be seen as something non-sense. Parents may feel that their children waste much time for nothing. Comparatively, these children may feel that their parents have too much free time to spend for the religion.

This is a very thin line separate between religious groups and fan communities or other related subcultures, but many could not see this line. The larger group has a larger esteem, because people in the group could identify with others and have much social support. This is the reason that parents have much esteem or (for some) bias toward their children with subculture identities.

Music Fandom Fans Community

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทัวร์วันเดียว 9 ที่ กำแพงแสน

ทัวร์วันเดียว 9 ที่ กำแพงแสน
9 Places in one day trip @ Kampangsan
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 22, 2019

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ห้ามมิให้คัดลอกไม่ว่ากรณีใด ๆ หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากฝ่าฝืนถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์วรรณกรรมและศิลปกรรม All Rights reserved by Ratajit

ทัวร์วันเดียว 9 ที่ กำแพงแสน

ทัวร์วันเดียว 9 แห่งวันนี้ รตจิตรใช้เวลาไม่มาก ตามเหตุผลที่เขียนไว้ข้างล่าง เพื่อไปสถานที่ต่าง ๆ 7 ที่ เพราะข้ามไป 2 ที่ ตามรายการ ดังนี้
1. วัดอ้อน้อย (ข้าม)
2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
3. วัดประชาราษฎร์บำรุง (หรือวัดรางหมัน)
4. สวนกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด (สวนปิดแล้วค่ะ)
5. วัดดาปานิมิตร
6. วัดสี่แยกเจริญพร
7. วัดหนองศาลา
8. วัดสว่างชาติประชาบำรุง
9. ตลาดคุณาวรรณ (ข้าม)

วัดอ้อน้อย กำแพงแสน

วันนี้รตจิตรนั่งชิวในรถอีกวัดนึง ลูกเป็นสารถีให้อีกแล้ว เพราะลูกบอกรตจิตร เส้นทางวันนี้ไม่ยาก ดูเตรียมไว้ก่อนได้เลย ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 6 ช.ม. ไม่มาก สำหรับทริปกำแพงแสน นครปฐมวันนี้ เพราะ

1. วัดอ้อน้อย

ครั้งนี้รตจิตรไม่แวะ เพราะรตจิตรเคยมาทำบุญที่วัดอ้อน้อยแล้ว และอีกครั้งที่รตจิตรแวะมาหาเพื่อนที่มาบวชกับอดีตหลวงปู่พุทธอิสระ จึงผ่านไปเพื่อตรงไปที่ม.เกษตร กำแพงแสน เลย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนยังไม่เคยมา ควรแวะทำบุญ ถ่ายรูปนะคะ เพราะเป็นวัดใหญ่ วัดสวย สงบ มีหมูป่าวิ่งไปมาด้วย

ชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตร กำแพงแสน

2. ชมพูพันธุ์ทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ม.เกษตรฯ กำแพงแสน นั่นเอง เพื่อแวะชมความงามตามถนนวัฒนาเสถียรสวัสดิ์ ซึ่งมีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ 2 ข้างทาง ตลอดจนริมสระน้ำด้วย ถนนสายนี้อยู่ด้านหน้าโรงเรียนสาธิตเกษตร กำแพงแสนเลยค่ะ แต่พอรตจิตรไปถึง ก็ค่อนข้างผิดหวังเพราะ ควรไปก่อนกลางเดือนมี.ค. อีกทั้งก่อนวันที่รตจิตรจะไป มีฝนตกลงมาเมื่อวานพอดี รตจิตรเห็นคนผิดหวังกันพอสมควร เพราะมากันวันนี้เหลือดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ไม่กี่ต้น แม้แต่ดอกที่ร่วง สีก็ไม่ค่อยเป็นชมพูแล้ว

วัดประชาราษฎร์บำรุง นครปฐม

3. วัดประชาราษฎร์บำรุง

ชื่อเดิมคือวัดรางหมัน มีเจ้าอาวาสชื่อดังคือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร ท่านอายุ 93 ปีแล้ว ทำให้วันนี้รตจิตรถวายสังฆทานผ่านหลวงตาแทน ไม่อยากรบกวนหลวงปู่แผ้ว หลวงตาเล่าว่าวิหารและโบสถ์ใหม่ตั้งงบไว้ ที่ละ 30 ล้าน สร้างจริงตั้งที่ละ 400 ล้าน ถวายสังฆทานหลวงตา ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ โบสถ์ รตจิตรขึ้นไปสักการะรูปปั้นพระเจ้าตาก ซึ่งประทับหน้าบาถ์

พระเศรษฐีนวโกฐิ วัดรางหมัน

รตจิตรพอเข้าไปดูในวิหารซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่มีพระพุทธรูปและเทพเทวดาเยอะมาก ได้แก่ หลวงพ่อโต พระพุทธชินราช พระพุทธโสธร พระเศรษฐีนวโกฐิพร้อมบทสวด พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ตลอดจน เทพทันใจแบบประเทศพม่าก็มี รตจิตรสามารถทำบุญได้หลายจุดในวิหารนี้ และยังมีธนาคารบุญให้หยอดตู้พร้อมเสียงเทปอวยพรอีกด้วย

วัดประชาราษฎร์บำรุง

รตจิตรถามเกี่ยวกับวัตถุมงคลหลวงปู่แผ้ว เพราะเห็นญาติโยมแวะเวียนมาดูกัน รตจิตรทราบว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ มีคนที่เกิดอุบัติเหตุทางรถ แต่ไม่เป็นไรเลยเพราะสวมเหรียญหลวงปู่แผ้ว นอกจากยังให้โชคในเรื่องการเสี่ยงโชคต่าง ๆ ด้วย

อาจารย์ ดร.พราวให้อาหารปลาวัดรางหมัน

พระสงฆ์รูปหนึ่งเชียร์ให้รตจิตรขึ้นไปกุฏิร่มเย็นของหลวงปู่แผ้ว เพราะหลวงปู่อยู่พอดี แต่รตจิตรก็ไม่ได้ไปพบท่านเพราะเห็นหลวงปู่แผ้วอายุเยอะแล้ว อยากให้พักผ่อนมากกว่า เพราะวันนี้ที่ทำให้รตจิตรมีความสุขมาก ๆ นอกจากทำบุญแล้ว ยังมีอีกอย่างคือ การให้อาหารปลาตะเพียนแดงที่แพริมน้ำ

ชมพูพันธุ์ทิพย์

4. สวนกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด (สวนปิดแล้วค่ะ)

รตจิตรตั้งใจไปชมสวนกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด แต่เสียดายปิดไม่ให้คนนอกเข้า ทำให้รตจิตรเสียเวลาในการย้อนกลับไปมา เพราะคิดว่าลูกขับรถเลยแผนที่ไปแล้ว รตจิตรเสียเวลากลับรถไปมาหาประตูทางเข้า สวนกล้วยไม้ปิดค่ะ ไม่ให้คนนอกเข้า ทำให้รตจิตรเสียเวลาในการย้อนกลับไปมา เพราะคิดว่าขับเลยแผนที่ ช่วงแรกรตจิตรเซ็ง ๆ เพราะไปสวนกล้วยไม้ปิด แต่ต้องขอบคุณเพราะทำให้รตจิตรมาเจอวัดสวย ๆ ทั้งนั้น ไม่ต้องใช้เวลาสิ้นไปกับการชมกล้วยไม้ แต่รตจิตรกลับได้ทำบุญหลายแบบ เลยมีความสุขขึ้น

วัดดาปานิมิตร นครปฐม

5. วัดดาปานิมิตร

หลังจากที่รตจิตร ผิดหวังจากการอดเข้าชมกล้วยไม้สุวรรณภูมิออร์คิด ความจริงถ้ารตจิตรต่อไปหน่อยก็คือ วัดไร่แตงทอง ซึ่งมี highlight อยู่ที่หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่า แต่เนื่องจากรตจิตรเคยไปถวายสังฆทานที่วัดไร่แตงทองเลย เลยกลับรถมาแวะวัดดาปานิมิตร

วัดดาปานิมิต เป็นวัดที่เงียบมาก ไม่มีผู้คน เพราะคนนิยมไปแต่วัดไร่แตงทอง และวัดสี่แยกเจริญพร รตจิตรไม่เห็นพระสงฆ์เลย รตจิตรจึงไม่กล้าเข้าไปในโบสถ์ รตจิตรได้แต่เก็บรูปพระพุทธรูปองค์ใหญ่ด้านหน้า เหมือนพรพุทธรูปเงิน และ ทอง งดงามมาก

วัดสี่แยกเจริญพร กำแพงแสน

6. วัดสี่แยกเจริญพร

รตจิตรมากวัดสี่แยกเจริญพร อย่างไม่ตั้งใจ เพราะเห็นองค์จำลองหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเผือก และพระสังกัจจายน์ทองบนเต่ามังกรเผือก พระสงฆ์รูปหนึ่งบอกรตจิตรว่า องค์จริงจะสร้างใหญ่โตคร่อมองค์จำลองทั้งคู่ รตจิตรคิดว่าวัดสี่แยกเจริญพร ต้องใช้งบเยอะมาก ๆ ทำให้วัตถุมงคลต่าง ๆ ราคาสูงลิ่ว

วัดสี่แยกเจริญพร นครปฐม

รตจิตรเข้าไปทำบุญหยอดตู้ในโบสถ์ แทนการเช่าวัตถุมงคล ด้านในโบสถ์มีมีรูปปั้นหลวงปู่หลิวท่าธุดงค์ สวยงามมาก แต่คนไม่ค่อยเข้าไปด้านในโบสถ์ เพราะมัวแต่ขัดเลขตรงขาเต่าเผือกด้านซ้ายที่หลวงปู่หลิวประทับ และก็ทำพิธีกรรมรอดใต้ท้องเต่าทั้งคู่ คือเต่าเผือกและเต่ามังกร

วัดสี่แยกเจริญพร นครปฐม

นอกจากนี้รตจิตรยังอบองค์พระประธานในโบสถ์วัดสี่แยกเจริญพร งดงาม แปลกไม่เหมือนวัดอื่น ๆ ด้วย พอรตจิตรออกจากโบสถ์ ตั้งใจจะไปวัดอื่น ๆ ต่อ ก็ต้องมาหยุดที่ รูปปั้น Hulk ซึ่งเป็นที่นิยมหลายวัด ทั้งร้านอาหาร และร้านขายรถเก่า รวมถึงตลาดน้ำ เป็นต้น

วัดหนองศาลา นครปฐม

7. วัดหนองศาลา

รตจิตร แวะวัดหนองศาลา นครปฐม โดยที่ใน googlemap ก็ไม่มี มีแต่หมุดโรงเรียน แต่รตจิตรเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก พระพุทธชินราช ซึ่งงดงามด้วย จึงอยากเข้าไปสักการะ

วัดสว่างชาติประชาบำรุง กำแพงแสน

8.วัดสว่างชาติประชาบำรุง

เนื่องจากขากลับ รตจิตรเห็นรถติดมาก เริ่มมีคนกลับรถเข้าวัดทางขวามือ รตจิตรเลยเอาอย่างบ้าง วัดนี้ไม่ได้อยู่ในแผนของรตจิตรเช่นกัน แต่ไม่ผิดหวังค่ะ เพราะงดงามมาก รตจิตรเข้าไปหยอดตู้ทำบุญ ก่อนจะขึ้นไปสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูงตระหง่านอยู่ด้านบนวิหาร คือสมเด็จองค์ปฐม องค์ใหญ่งดงามมาก ๆ

วัดสว่างชาติประชาบำรุง กำแพงแสน

รตจิตรขึ้นไปชั้นบนของวิหารที่มีสมเด็จองค์ปฐมประทับอยู่ เห็นที่มุมเสาไฟ มีนกเขาฉลาดมาก ไข่ไว้ในเสาไฟ ใช้ความอุ่นจากไฟที่เปิดกลางคืนช่วยฟักไข่ได้ด้วย ส่วนด้านล่างมีเขียนว่าวังมัจฉา แต่รตจิตรกลับไม่เห็นปลาเลย เห็นแต่พระสงฆ์คุมก่อสร้างอยู่ด้านหลังวัด

ชมพูพันธุ์ทิพย์

9. ตลาดคุณาวรรณ

คนเยอะ ชาวบ้านในเมืองกำแพงแสนแวะจับจ่ายซ้อของที่นี่จริง ๆ เพราะหาที่จอดรถยากจริง รตจิตรจึงกลับมาแวะตลาดแถวบ้านดีกว่าค่ะ เพราะหาที่จอดรถไม่คุ้มจริง ๆ เป็นอันต้องจบทริปนี้แล้วนะคะ กำแพงแสนโดย รตจิตร

วัดสี่แยกเจริญพร กำแพงแสน

Leave a comment

Filed under Uncategorized

13 ที่เที่ยววันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์-มหาสารคาม-สุรินทร์

13 places one day in Buriram-Mahasarakarm-Surin
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |March 14, 2019

การแสดงช้าง สุรินทร์

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ สำหรับเป็นแนวทางให้คนที่อยากไปเที่ยวบุรีรัมย์ มหาสารคาม สุรินทร์ โปรแกรมของรตจิตรครั้งนี้ จะมีมากกว่าคำว่า ทัวร์ไหว้พระเพราะได้แวะสถานที่สำคัญ ที่สวยงามที่ผ่านตามเส้นทางด้วย ห้ามมิให้คัดลอกดัดแปลง หรือนำไปใช้เพื่อการค้าหรือใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรมทันที ในกรณีที่ต้องการนำไปใช้ในสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นวิทยาทาน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย

เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ 4 ที่รตจิตรพักที่บุรีรัมย์ รตจิตรต้องบินกลับกรุงเทพ ทำให้จำเป็นต้องทำเวลาให้ดี ไฮไลท์วันนี้คือวันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์ มหาสารคาม สุรินทร์ สุดท้ายรตจิตรก็เหลือเวลาให้ไปกินร้านก๊วยเตี๋ยวร้านเดิมที่รตจิตรไปกินเป็นมื้อแรกสำหรับทริปนี้ และยัง shopping ห้าง Lotus ที่บุรีรัมย์อีกด้วย ตอนนี้มาดูโปรแกรมทัวร์วันเดียว 3 จังหวัด 13 รายการดังนี้

วัดอีสาน บุรีรัมย์

1. วัดอีสาน บุรีรัมย์

เช้าวันนี้รตจิตรไม่ว่างใส่บาตรพระสงฆ์หน้าโรงแรมที่พัก แต่พนักงานโรงแรมยังยืนคอยใส่บาตรเหมือนทุกวัน รตจิตรจึงนำปัจจัยที่เตรียมไว้ ไปถวายสังฆทานที่วัดอีสานแทน มีเลขเด็ดมาฝากซึ่งพระสงฆ์ที่รตจิตรไปถวายสังฆทาน เล่าว่ามีโยมหลายคนถูกแล้วด้วย คือเลข 60 ที่บั้นท้ายซ้ายของน้องหมาวัด

วัดอีสาน บุรีรัมย์

เลข 60 บนตัวหมา เกิดจาก เวลาทางราชการมาทำหมันปี 2560 ก็จะปั้มจี้ไฟไว้นั่นเอง รตจิตรคิดว่าน่าสงสารมาก เพราะปั้มตัวเลขใหญ่เกินไป น้องหมาก็ตัวนิดเดียว

ตั้งถาวรฟาร์ม บุรีรัมย์

2. ตั้งถาวรฟาร์ม บุรีรัมย์

จาก website รตจิตรคิดว่า ตั้งถาวรฟาร์ม แห่งนี้น่าจะเป็นสาขา 2 ที่ตั้งถาวรฟาร์ม รูปปั้นช้างสวยมาก มีการปลูกผักไฮโดรฯ แคนตาลูป และเมลอน และยังมี shop ในฟาร์ม เพื่อขายผลผลิตในฟาร์ม ราคาสูงนิดนึง แต่วิวสวยมาก ผักผลไม้ที่ปลูกดูสะอาดจริง พนักงานก็นิสัยดี ดูเป็นมิตร แม้ว่าจะอากาศร้อนเพราะร่มเงาต้นไม้ใหญ่มีน้อย แต่รตจิตรก็รู้สึกคุ้มค่าที่มาเยือน

องค์หลวงพ่อโตโคตะมะ วัดบ้านหนองแคนเจริญผล

3. องค์หลวงพ่อโตโคตะมะ วัดบ้านหนองแคนเจริญผล

รตจิตรไม่สามารถบรรยายความงามขององค์หลวงพ่อโตโคตะมะ เป็นพระพุทธรูปสีเทาสวยมาก วันที่รตจิตรไปสักการะพระพุทธมงคลศรีพยัคฆ์ รตจิตรได้เห็นชาวบ้านช่วยกันปั้นพญานาคด้วยมือ เก่งจริง ๆ ชาวบ้านใช้ปูนโปะตามตัวเป็นก้อนเกล็ดพญานาค พวกชาวบ้านมาทำเป็นครอบครัวเลย

องค์หลวงพ่อโตโคตะมะ วัดบ้านหนองแคนเจริญผล

รตจิตรคิดว่าช่วงปลายปีวัดบ้านหนองแคนเจริญผล น่าจะสวยมาก ถ้าพญานาคแล้วเสร็จ วัดหนองแคนเจริญผลมีเจดีย์ลักษณะเหมือนพระธาตุสีขาว มองรอดประตูเข้าไปสวยงามมาก อีกทั้งยังเป็นวัดที่อยู่ในชุมชนด้วย

ศาลหลักเมือง มหาสารคาม

4. ศาลหลักเมือง มหาสารคาม

ปกติถ้ารตจิตรมาทริปต่างจังหวัด รตจิตรต้องไปสักการะศาลหลักเมืองเสมอ ตอนนี้รตจิตรถึงจังหวัดมหาสารคามแล้ว ก็เป็นธรรมเนียมที่ต้องมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาล ศาลหลักเมืองแต่ละจังหวัดมักสร้างอยู่ในตัวเมือง ในที่ชุมชน เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวของชุมชน และเพื่อให้สะดวกต่อการแวะเวียนมาสักการะด้วย ศาลหลักเมืองของจังหวัดมหาสารคามอยู่ที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ชื่ออำเภอค่อนข้างดุดัน ทำให้การแก้บน การสักการะมักใช้รูปปั้นเสือ หรือตุ๊กตาเสือด้วย

วัดทองนพคุณ มหาสารคาม

5. วัดทองนพคุณ มหาสารคาม
รตจิตรเดินทางมาถึงวัดทองนพคุณ ชื่อคุ้นมากคล้ายชื่อวัดในกรุงเทพ เพื่อน ๆ ควรขับรถเข้าไปด้านในด้วยเพื่อถวายบังคมรูปปั้นสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าตุ๊กตาสิงห์ที่วัดทองนพคุณไม่เหมือนที่อื่น รตจิตรชอบสิงห์ที่วัดนี้ น่ารักมาก ๆ

7. วัดพยัคฆภูมิวราราม มหาสารคาม

เนื่องจากวัดพยัคฆภูมิวราราม เป็นวัดค่อนข้างกว้างใหญ่ ดังนี้ รตจิตรใช้วิธีขับรถวนเอา มีหลายอย่างที่เป็นรูปปั้นน่าสนใจ ประตูวัดเป็นท่อนไม้สูง สวยน่าสนใจด้วย

วัดหงษ์ (วัดศีรษะแรด) มหาสารคาม

8. วัดหงษ์ (วัดศีรษะแรด) มหาสารคาม

วัดหงส์ หรือวัดศีรษะแรด มีชุมชนท่องเที่ยว OTOP บ้านศีรษะแรด แต่รตจิตรไม่ได้แวะเข้าไปดูนะว่าที่ OTOP บ้านศีรษะแรดขายอะไรกัน เพราะวัดหงส์มีกิจกรรมทางพุทธศาสนาเยอะมาก นอกจากนี้ศาลาหลายจุดที่สวยมาก รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ แวะให้ครบ ตอนแรกรตจิตรคิดจำให้อาหารปลา สระ 4 เหลี่ยมด้านหลังของวัดหงส์ ซึ่งสวยมากนะ และมีคนมาให้อาหารปลาด้วย แต่ปลายังไม่ค่อยเยอะเลย

หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา สุรินทร์

9. หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา สุรินทร์

รตจิตรมากถึง High light ของทริป “13 ที่เที่ยววันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์-มหาสารคาม-สุรินทร์” แล้วค่ะ ไม่ได้ดูการแสดงของน้องช้างมานานแระ เคยดูเมื่อสิบยี่สิบปีก่อน มาวันนี้โปรแกรม “13 ที่เที่ยววันเดียว 3 จังหวัด บุรีรัมย์-มหาสารคาม-สุรินทร์” รตจิตรเลยจัดเต็มค่ะ บัตรเข้าชมศูนย์คชศึกษา ราคา 50 บาท คนแก่ก็เสียค่าเข้าด้วยนะคะ เป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย บางประเทศมาขอยืมควาญช้างไทยไปฝึกช้างประเทศเขาด้วย

หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา สุรินทร์

1. รอบที่ช้างแสดง 2 รอบต่อวัน 10:00 และ 14:00 น. ตรงเวลาด้วยนะ
2. ถ้าต้องการดูช้างอาบน้ำเล่นน้ำ ต้อง 15:00-16:00 น.
3. นั่งช้างดูรอบหมู่บ้าน คนละ 100 บาท แม้จะนั่งช้างตัวเดียวกันก็ตามค่ะ

การแสดงช้าง สุรินทร์

ตอนที่รตจิตรนั่งบนช้าง เราเลือกช้างตัวเมียนะ เพราะไม่น่าจะตกมัน ทั้งควาญและน้องช้างยักษ์ใหญ่ น่ารักดีทั้งคู่ด้วย ตอนที่นั่งครั้งแรกเสียวจัง เพราะน้องช้างตัวใหญ่เดินแล้วโยกไปมาตลอด ควาญช้างแนะนำให้รตจิตรอย่าเกร็ง ให้ผ่อนคลายไปตามธรรมชาติของช้าง สุดยอดค่ะ สบาย ชิว ๆ ถ่ายรูปได้ด้วย ต่างจากอูฐที่รตจิตรเคยนั่งที่อียิปต์ พออูฐลุกขึ้นที หน้าขมำไหลเทไปด้านหน้า ตกใจมาก ถ้าคนนำบอกสักหน่อยว่าจะลุกแล้วก็ไม่มีปัญหา

หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา

ขี่น้องเสร็จแล้ว รตจิตรอยากเตือนเพื่อนๆ อย่าลืมให้ทิปควาญช้าง และที่สำคัญต้องให้อ้อยน้องช้างด้วย ช้างกินจุมาก แค่มัดละ 20 บาทไม่พอแน่ ๆ วันนั้นรตจิตรจ่ายไปไม่รู้กี่มัด นับไม่ถ้วน รวมถึงตอนดูการแสดงน้องช้างด้วย ควาญบางคนฉลาดขอมาก และให้น้องช้างขอตลอด แต่ก็สอนให้ช้างขอบคุณแบบถอนสายบัวอย่างสวยงามมาก และนุ่ม ๆ น่ารักจริง ๆ

วัดป่าอาเจียง และสุสานช้าง

10. วัดป่าอาเจียง และสุสานช้าง (Elephant’s Graveyard) สุรินทร์

ตามความคาดเดาของรตจิตร ซึ่งอาจจะไม่สำคัญว่า สุสานช้าง อยู่ในบริเวณของวัดป่าอาเจียง ตามประวัติของสุสานช้าง เกิดขึ้นเพราะ นิมิตของหลวงพ่อพระครู ดร.สมุห์หาญ ปัญญาธโร ว่าช้างที่ท่านเคยเลี้ยงที่ตายไป อยากกลับมาอยู่ร่วมกัน จึงได้ชาวบ้าน พระ และเณร ช่วยกันขุด ที่สุสานช้าง รตจิตรถึงเห็นว่าช้างตายเยอะมาก ๆ

วัดป่าอาเจียง มหาสารคาม

รตจิตรคิดว่าถ้าเพื่อน ๆ มาวัดป่าอาเจียง จะคิดเหมือนรตจิตรว่าโบสถ์ที่นี่ ไม่เหมือนวัดอื่นจริง ๆ เต็มไปด้วยเศียรช้าง ทั้งช้างเผือก และช้างธรรมดา จนถึงยอดสูงสุดของโบสถ์ เป็นช้างเอราวัณ หรือช้างทรงของพระอินทร์ บริเวณนี้มีช้างเอราวัณค่อนข้างมาก

 Elephant World สุรินทร์

11. Elephant World สุรินทร์

ที่นี่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ความจริงดูดี มีประวัติช้างบางเชือก มีรูปปั้นช้างที่สำคัญ ๆ เช่น อนุสาวรีย์พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณ เนื้อที่กว้างมาก ๆ แต่รตจิตรคิดว่าทำไมต้องสร้างประตูทางเข้าเลียนแบบเรื่อง Jurassic World

วัดปทุมทอง (วัดบ้านพลับ) บุรีรัมย์

12. วัดปทุมทอง (วัดบ้านพลับ) บุรีรัมย์

รตจิตรคิดว่าเพื่อน ๆ หลายคนเคยได้ยินคำว่า อำเภอสตึก เพราะเป็นอำเภอชื่อดังมากของบุรีรัมย์ วัดปทุมทอง ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดบ้านพลับ สวย แต่พอดีอยู่ในช่วงก่อสร้าง ทำให้มีแต่คนงาน ที่วัดปทุมทอง รตจิตรเลยไม่ได้เข้าไปด้านในวัด

หลังจากที่รตจิตรเที่ยวครบหมด รตจิตรก็ทำตามคำสัญญาตั้งแต่วันแรกที่มาถึงบุรีรัมย์ว่า ถ้ามีเวลาจะกลับมากินก๊วยเตี๋ยวร้านแรกที่รตจิตรมากิน เพราะอร่อยมาก ที่สวนพระพุทธรูปใหญ่ สามีภรรยาที่เป็นคนขายก๊วยเตี๋ยว จำพวกรตจิตรได้ รีบยกมือไหว้เลย วันนี้ก๊วยเตี๋ยวยังอร่อยมากเช่นเคย

วัดประชาบูรณะ บุรีรัมย์

13. วัดประชาบูรณะ บุรีรัมย์

เนื่องจากเวลายังมีพอ รตจิตรจึงไปทำบุญต่อที่วัดประชาบูรณะ ก่อนที่จะไป shopping ที่โลตัส บุรีรัมย์ เนื่องจาก Check-in Online มาแล้ว รตจิตรดีใจที่ตัดสินใจมาแวะที่วัดประชาบูรณะ เพราะสังเกตเห็นรถยนต์เข้าออกเยอะ ไม่ผิดหวังเลย วัดสวยมากมาย ประจวบเหมาะกับแสงแดดส่องมาที่วัดพอดี ทำให้ภาพออกมาสวยทุกภาพ

บ๋ายบาย บุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคาม รตจิตรถึงสนามบินก่อนเวลาสักพัก เจอคนเต็มที่พักสนามบิน เพราะมีการยกเลิกเที่ยวบินไป 1 flight ทำให้ผู้โดยสารต้องมารวมกันที่ flight ของรตจิตร ตลอด 4 วันที่รตจิตรมาเที่ยวครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งการทำบุญหลายรูปแบบ ความบันเทิง และความสุขที่ไม่ซ้ำกันถึง 56 แห่ง

วัดอีสาน บุรีรัมย์

Leave a comment

Filed under Uncategorized