ประโยชน์จากการไปประชุมวิชาการ TIMES-iCON 2018

พราว อรุณรังสีเวช

Cite this journal as: พราว อรุณรังสีเวช. (2561). ประโยชน์จากการไปประชุมวิชาการ TIMES-iCON 2018. สืบค้นจาก https://sw-eden.net/

ข้าพเจ้าได้ประชุมวิชาการ TIMES-iCON 2018 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 เป็นการจัดประชุมวิชาการที่มืออาชีพมาก ซึ่งข้าพเจ้าได้ประโยชน์ดังต่อไปนี้

1) ได้เผยแพร่งานวิจัยที่ได้เขียนมา และงานวิจัยดังกล่าวมีประโยชน์ คือ เป็นหัวข้อที่คนทำกันน้อย หัวห้อที่ทำคือสื่อเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งนักวิชาการด้านสื่อส่วนใหญ่มักทำวิจัยด้านความรุนแรงในสื่อและความก้าวร้าว
2) ได้รับคำแนะนำจากผู้ที่เป็น Chair ประจำห้อง
3) ได้มีประสบการณ์ในการเป็น Chair เอง ประจำห้องสังคมศาสตร์ ซึ่งจริง ๆ มีสายวิทยาศาสตร์มานำเสนอด้วย
4) รู้สึกประทับใจกับประสบการณ์
5) ได้รู้จักเพื่อนใหม่ จากต่างมหาวิทยาลัย
6) ได้ร่วมรับประทานอาหารกับคณาจารย์
7) ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการสอนและนักศึกษา รวมถึงนโยบายการนำนักศึกษามานำเสนองานวิจัย
8) งานวิจัยหนึ่งที่ข้าพเจ้านำเสนอ เป็นผลลัพธ์จากการทดสอบสื่อ ซึ่งสื่อนั้นเป็นสื่อที่ข้าพเจ้าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้นักศึกษากลุ่มหนึ่งผลิตขึ้นมา ข้าพเจ้าจึงคิดว่านักศึกษากลุ่มนั้นน่าจะมีความภาคภูมิใจที่ทราบว่ามีชื่อของตนบนบทความ
9) นักศึกษาเหล่านี้ได้ชื่อในบทความ ทำให้เขาสามารถใช้ประกอบการสมัครงานต่อไป เป็นเกียรติประวัติที่ดี
10) ข้าพเจ้าได้แนวทางจากการตอบข้อซักถาม และจากคำแนะนำ ทำให้รู้แนวทางการทำงานวิจัยต่อไปในอนาคต
11) ในระหว่างกระบวนการ ข้าพเจ้าได้ปรับปรุงบทความจากคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิ
12) ผลงานจะได้อยู่ในฐาน IEEE ซึ่งทั่วโลกยอมรับ แม้ว่าจะไม่มีอยู่ในรายการที่มหาวิทยาลัยของข้าพเจ้าระบุไว้ก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม บทความก็จะถูกค้นเจอใน Google Scholar ด้วย

บทความภาษาอังกฤษที่ข้าพเจ้าส่งเข้าร่วม และนำเสนอในการประชุมวิชาการครั้งนี้ ข้าพเจ้าเป็นคนเขียนเองทั้งหมด แต่ข้าพเจ้าก็คิดว่าบทความมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอน และต่อนักศึกษาของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าสอนวิชาเกี่ยวกับการสร้างสรรค์สื่อ หากสามารถทำให้นักศึกษาสร้างสื่อที่ส่งผลกระทบในแง่ดีต่อผู้รับชม หรือ ผู้ใช้สื่อนั้น ๆ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

ส่วนในบทความภาษาไทย สื่อที่นำมาทดสอบประสิทธิผล เป็นแอนิเมชันที่นักศึกษาระดับชั้นปีที่ 4 ผลิตขึ้น แม้ว่าพวกเขาอาจไม่ได้เป็นผู้เขียนบทความโดยตรง แต่งานวิจัยจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีแอนิเมชันของพวกเขา และไม่ได้พวกเขาช่วยในการเก็บข้อมูล ข้าพเจ้าจำได้ว่านักศึกษากลุ่มนี้มีการพัฒนาตนเองขึ้นมากเมื่อเทียบกับสมัยที่พวกเขาอยู่ปี 1 ข้าพเจ้ารู้สึกชื่นชมจริง ๆ ตอนที่เขาทำเล่มวิทยานิพนธ์ อาจารย์ในสาขาติเขา และสั่งให้เขาทำใหม่ เก็บข้อมูลใหม่ ข้าพเจ้าซึ่งเป็นอาจารยืที่ปรึกษาในการผลิตแอนิเมชัน แม้จะไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการดูเล่มวิทยานิพนธ์ แต่ท้ายที่สุด ก็ได้กระโดดเข้าไปช่วยอย่างจริงจัง ให้เขาได้เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบมากขึ้น และสอนเขาเขียนบทที่ 3 กับบทที่ 4 ซึ่งข้าพเจ้ากำกับการเขียนอย่างใกล้ชิด และงานก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ถึงตอนนี้ พวกเขาน่าจะเกิดความภาคภูมิใจที่ท้ายที่สุดงานแอนิเมชันที่พวกเขาสร้างขึ้นได้ถูกใช้และถูกอ้างถึงในบทความวิจัย

หมายเหตุ คนที่มาอ่านเจอ journal นี้อาจรู้สึกแปลกใจว่าทำไม พราว อรุณรังสีเวช จึงต้องมาโพสประโยชน์ของการประชุมวิชาการไว้ที่นี่ จริง ๆ ทางมหาวิทยาลัยที่ได้ให้ทุนมา เขาให้ทำรายงานส่ง พราวเลยรู้สึกว่า ไหน ๆ จะเขียน ก็เอามาโพสแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน เผื่อใครจะสนใจไปประชุมวิชาการที่นี่ในครั้งถัดไป

Mahidol University Proud Arunrangsiwed

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Very Nice Experience in TIMES-iCON 2018 Conference

Proud Arunrangsiwed

Cite this journal as: Arunrangsiwed, P. (2018). Very Nice Experience in TIMES-iCON 2018 Conference. Retrieved from http://sw-eden.net

I attended an academic conference in Bangkok, Thailand. This conference was arranged by Mahidol University. It is TIMEs-iCON 2018. It has been a very professional conference. They provided the proceeding in CD, and they also published some article in their supporting journals. Their journals could be searched and found in Google Scholar, which is a good opportunity for the authors to be cited.

The paper I submitted to this conference is about prosocial media. I wrote the whole paper by myself, but I got some friends’ name on it for the government sake. I heard that if I did not put their names on my paper, my program would got a big problem. The only good thing to have their names on my paper is that I could remember my paper well. This is because I often publish and present 10 papers a year. And if I have just my name on my paper, I will confuse when I cite myself.

People I met in the conference date are very nice. They are very kind listeners. They did not asked me a weird and dead-end question after I presented my paper. I got a bad experience, before. When I went to an academic conference in somewhere outside Bangkok, I got blamed by the chairperson and that made me do not want to attend the conference again.

That was about 7 years ago. That time, I was not so skillful in writing research papers. I think, even I was not skillful, the expert one should have not blamed me that hard. This experience taught me to be a nice chairperson. I tried to provide positive comment and reasonable question.
If I had to blame some researcher, I would provide 2 praises, but only one negative comment.

This way, people will like to conduct research and attend the conference. I think it is a good thing to keep conducting research papers. It is a way to develop the world as a whole. That would be a major reason that I like this conference. They are nice, and their got a precise schedule. They do what they promised. They did not just show the name of the journal on their website to persuade the participants, but they actually published the accepted paper in their journals.

Mahidol University Proud Arunrangsiwed

1 Comment

Filed under Uncategorized

Experience in Academic Conference TIMES-iCON 2018

Proud Arunrangsiwed

Cite this journal as: Arunrangsiwed, P. (2018). Experience in Academic Conference TIMES-iCON 2018. Retrieved from http://sw-eden.net

I sent 2 research papers to a conference in Thailand, called, Times-icon 2018, which was arranged by a faculty in Mahidol University. It was a very good conference. They tried to keep everything right according to the schedule. One of the paper was written by me, but I added the name of my friends because the government would check every year if each faculty member attend at least one conference. That is what I have to do.

For another research paper, there was my name and my students’ names. In fact, they did not help me write the research paper, but I tested the outcome of prosocial media consumption by young children. The animation used in the particular study was produced by this group of students. The animation is very cute and nice. These students were asked by my boss, the president of Animation and Multimedia program, to go to a number of schools and show their animation to young children. She also wanted these students to collect the data about satisfaction toward animation.

I thought it was not a right thing to collect the data directly from young children, so I asked the Ethic Committee in my school about the way to collect data from young children. Then, I know that parents or teachers have to be the ones who interviewed individual child. Therefore, I told this group of students to collect the data this way. They asked the teachers of those institutes to help them in data collection.

Although my boss told the students to collect the data about children’s satisfaction, but I told these students to do a different thing. I let them do the pre-test and post-test, before and after media exposure. Both tests were simple quiz asking about what the tourists should do when they are on the beach or in the boat.

The results of the study was as the expectation. They could learn well from the animation. This group of students were really proud of their media. They could make people understand what to do to protect the environment.

Finally, I would like to say that I really like both this paper and also the conference, TIMES-iCON 2018.

Mahidol University Proud Arunrangsiwed

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ราคาตั๋วหนัง Movie Ticket Price

Major cineplex ticket price
เขียนโดย รตจิตร
Written by Ratajit |December 22, 2018

Movie Ticket Price

**งานเขียนของ รตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน ๆ ที่ชอบดูหนัง ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากฝ่าฝืนต้องได้รับโทษ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ ตามมาตรา 27 การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

ราคาตั๋วหนัง Major cineplex

รตจิตรเป็นคนชอบดูหนัง เดิมมีทั้งโรงหนังชั้น 1 และโรงหนังชั้น 2 สำหรับเด็กนักเรียนนักศึกษาสมัยก่อน ซึ่งไม่ค่อยมีเงิน ก็จะรอดูหนัง ที่โรงหนังชั้น 2 เพราะดูได้ครั้งละ 2 เรื่อง โดยโรงหนังชั้น 2 บางโรง รตจิตร สามารถนั่งดูวนไปอีกรอบได้เพราะที่นั่งไม่ได้กำหนดตายตัว เนื่องจาก รตจิตรสามารถดูวนได้ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปตามรอบฉายหนังเรื่องนั้น ๆ รตจิตรจ่ายค่าตั๋วหนัง แค่ 5 บาท 10 บาท เช่นที่โรงหนังเฉลิมนคร

Major cineplex

ปัจจุบันแทบจะไม่มีโรงหนังชั้น 2 เลย ที่ รตจิตร เห็นคือ โรงหนังธนบุรีรามา ตรง 35 โบว์ ถนนจรัลสนิทวงศ์ ก็ขายไปหลายปีแล้ว โรงหนังส่วนมากก็อยู่ตามห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็น Major cineplex หรือ SF ซึ่งเมื่อก่อน รตจิตร จะดูทั้ง 2 โรง สลับกัน แต่ปัจจุบัน รตจิตร เข้าแต่ Major cineplex เพราะมีเยอะ มาก ราคาทั้ง 2 โรงใกล้เคียงกัน ต่างกันตามที่ตั้งของโรงหนังแต่ละโรง เช่น ที่ ICON Siam ก็แพงหน่อย รตจิตรเคยไปดูที่ Quartier CineArt ต้องจ่ายค่าตั๋วหนังแพงมาก 220 บาท เช่นเดียวกับที่โรงภาพยนตร์ Paragon Cineplex

ราคาตั๋วหนัง โรงหนังเมเจอร์

ราคาตั๋วหนังถูกแพงขึ้นอยู่กับ 6 ปัจจัย

การแบ่งราคาตั๋วภาพยนตร์นี้ ตามการแบ่งของ รตจิตร หากเพื่อน ๆ ต้องการราคาที่แน่นอน สามารถเข้าไปเช็คเองที่ http://www.majorcineplex.com ดังนี้

1. ที่นั่งตามแถวซึ่งแบ่งเป็นโซน ๆ
2. ทำเลที่ตั้งของโรงหนัง
รตจิตรไปห้างดัง ๆ หรู ๆ ย่านในกรุงจะแพงกว่าชานเมืองและต่างจังหวัด
3. ห้าง ฯ หรือห้างสรรพสินค้าที่โรงภาพยนตร์ไปเช่าอยู่
ตามความเห็นส่วนตัว รตจิตรคิดว่า โรงหนังระดับแพงสุด ๆ รตจิตรยกให้ที่ ICON Siam คลองสาน และ Quartier CineArt สุขุมวิท และ Paragon Cineplex ราคาอยู่ที่ประมาณ 250 – 270 ส่วนเก้าอี้คู่ 900 บาท
4. วันที่ไปดูภาพยนตร์

ราคาตั๋วหนัง

รตจิตรเป็นคนชอบดูหนังวันแรกรอบแรกที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ทำให้ค่อนข้างแพง ประเทศไทยนิยมให้หนังเข้าใหม่ในวันพฤหัส ทำให้ราคาตั๋วหนังวันพฤหัส – ศุกร์ – เสาร์ แพง แต่วันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ จะแพงที่สุด ราคาตั๋วหนังที่รตจิตรจะเขียนต่อไปนี้ เป็นราคาตั๋วโรงหนัง ที่รตจิตรชอบไปดูคือ ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โลตัสพลัสมอลล์

วันจันทร์ – อังคาร ราคาตั๋วหนัง 100-120 บาท
วันพุธ (Movie day) ราคาตั๋วหนัง 80-100
วันพฤหัส ราคาตั๋วหนัง 160-180
ศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ ราคาตั๋วหนัง 180-200

รตจิตร ณ โรงหนัง Major cineplex

5. ประเภทของคนดูหรือผู้ชม
– ถ้าไม่เป็นสมาชิกก็แพงหน่อย
– ถ้าเป็นสมาชิก (Mgen) รตจิตรก็เป็นสมาชิกแบบ Mgen ค่าสมัคร 100 บาท ซึ่งได้ส่วนลดน้อยกว่า Mgen Student Card ซึ่งมีค่าสมัครเพียง 50 บาท แต่ใช้ได้ถึงอายุ 23 อย่างไรก็ตามถ้าวันแม่ แม่ก็สมัครฟรี และดูฟรีด้วย วันพ่อก็เช่นกัน พิเศษสำหรับพ่อ
รตจิตรเป็นสมาชิกเมเจอร์จะได้ส่วนลดพิเศษในการดูหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักเรียนนักศึกษา ยิ่งถูก ตั๋วหนังราคา 60-100 บาท
6. ภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ ฉายไปนานหรือยัง
รตจิตรเคยไปดูหนังวันพฤหัส แต่ไม่ใช่หนังเข้าใหม่ เพราะหนังบางเรื่องฉายไปแล้ว 2 สัปดาห์ ค่าตั๋วจะถูกลง
7. Promotion ที่โรงหนังร่วมกับบัตรต่าง ๆ

ราคาตั๋วหนัง Major cineplex

ราคาตั๋วภาพยนตร์แบ่งตามแถว รตจิตรสรุปเอง ดังนี้

– Honeymoon seat จัดว่าเป็นแถวที่เรียกว่าแพง คือ แถว A,B,C (แต่บางโรงมี Honeymoon seat ถึง 5 แถวเลย คือ A,B,C,D,E)
– Normal seat คนส่วนมากดูแถวนี้ เช่นเดียวกับ รตจิตรคือแถว D, E, F, G, H, I (บางโรง F, G, H, I, J, K)
รตจิตรเองก็ดูแถวเหล่านี้ ราคาตามวันอยู่ที่ 100-180 บาท คือ โรงหนังย่านฝั่งธนบุรี เช่น Major Cineplex ที่ Tesco Lotus Plus Mall แต่Quartier CineArt = พารากอน 180-2000
– Screen seat รตจิตรเรียกเองนะ ว่าแถวหน้าจอ หรือติดจอ คือแถว J, K, L, M, N (บางโรง L, M)

ราคาตั๋วหนัง Major cineplex
จบแล้วค่ะ รตจิตรเขียนได้อย่างไรนะ คิดว่าบทความนี้จะสั้น ๆ ยาวอีกแล้วค่ะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Making a Prosocial Comic Book: A Class Report

S. W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Making a Prosocial Comic Book: A Class Report. Retrieved from http://sw-eden.net

Making a Prosocial Comic Book: A Class Report

This is the second time that I taught Comic Study and Graphic Novel class. This group of students was very small compared to the previous group of the students. I got 20,000 bath as my research fund to conduct a research with this group of students. The integration of this class and the research is very effective and I do recommend other teachers to make their classes like this, too.

I bought a brush pen for each student. It costs a lot of money, but all students got a standard tool to draw their artwork. I also hired a professional graphic designer to provide a brief class of how to illustrate the comic book. Moreover, I sent their work to print as a book and gave to each of them. All of these processes could cause the higher class satisfaction on them.

prosocial comic book basic inking line

The thing that they have to do for me, who is both teacher and researcher, is that they have to collect the data for my research study. I guide them how to tell the stories in their comic books to others, and they make it. All the stories in the printed comic books are about anti-racism, anti-discrimination, and to promote gender and class equality, and also minority empowerment. These sets of knowledge and aspect were rarely found in Thai education system and Thai prosocial media. I think it is a positive thing to let students create the comic related to these ideas and spread their words to other students outside their school.

Every week, we discussed about a research paper and social issue about comics. Like, we discussed about racial discrimination in Marvel films and the character, Thanos, who mostly killed the minority, such as young people, women, black people, and the elders. This helps heighten their media literacy skills. They are no more passive media audiences, even when they consume the media they like. Although one of them could not agree with me, because he loved Marvel Comics too much, I think at least he could remember the class and he might change his attitude later when he got older.

Mostly, all the time we met in class are well. We had worked on the comic books both for developing their art skills and developing prosocial plots. We called our comic book, prosocial media. We hoped it could help inform the readers what to think about. Our class is bigger than just a class. The work in our book may help others in the society to be treated correctly, not be prejudiced by their appearance and unchangeable identities.

prosocial comic book

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Teaching in Business Computer Program

S. W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Teaching in Business Computer Program. Retrieved from http://sw-eden.net

Teaching in Business Computer Program

This is the second time that I have a chance to teach students in Business Computer program. I heard many teachers who are in Management-related program that students in these programs were very bad, and worse than students in Communication Art and Media Art program. However, what I found is that they are very nice as well as students in Advertising, Public Relation, and Animation program.

First, these students came to class on time. I do not have to wait them to open the room for me. It is worth to note that my school is weird. One of students in each class has to go downstairs and borrow the key and keycard to open the room. Many teachers in my school got problem with it, because students do not want to borrow the key. If Mr. Sid borrows the key, he has to be the one who returns the key, which means that he has to be the last one who leaves the class.

Second, these Business Computer Students were not so noisy in class. They often listen and take a note. I do not have to shout or blame them. I am not sure if this is the nature of Business Computer students, or it is because the groups of student I taught were the fourth year students. Therefore, they are very good at lecturing and very responsible.

teacher and student nice not aggressive

I was very surprise that the last time I taught Business Computer students, they bought me a birthday cake. That was the second cake I got from my student in 7-years experiences as a teacher. Earlier, I got a birthday cake from Animation students in the evening class. I was very happy and have positive attitude toward Business Computer students as well as Animation students.

I think myself that when I have a positive attitude toward someone, they would have toward me, too. This is because the attitude has an effect on the way I behave. Although my teaching style is not much different when I taught them or other students in other majors, the way I express or communicate might be different. Like, I may smile more often to the group of the students I like. This way our communication or interaction is positive. Students could express what they feel and want to come to class.

At the end of the semester, I always got some award for students with a high score. This semester, I grew tiny cacti for them, and I also bought some cute pens for someone who did not want to take the cacti. They are very different from students in Communication Art and Media Art. In Business Computer program, both male and female students love cactus a lot, while only female Communication Art students love cactus.

Finally, I got a positive comment from a student, one wrote in the –additional comment– part of teacher evaluation sheet that I always got many different learning material for every class. It makes the class interesting and one could learn from it very well. In fact, I have never seen any students write something positive for their teachers. Most students who love the class, they would rate the class very positive, but they did not provide additional comments for it. Only students who hate the class would write bad things about the class. In many classes I had taught, I got a positive evaluation, but without any additional comment. This is why I am very excited about Business Computer students.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

I got a Positive Stereotype for Fat People

S. W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). I got a Positive Stereotype for Fat People. Retrieved from http://sw-eden.net

I got a Positive Stereotype for Fat People

When I was very young, I got a fat female friend, and her name is Krisana. Her skin was black. I think her race is Indian mixed with Thai. She was super nice. She protected me from school bullying. Back in those day, I was the youngest and tiniest in class, but she was the biggest. She got bullied, too, but not as hurtful as me, because some were afraid of her. Today, I still miss her.

I also got a super nice art teacher. He was a fat Thai-Chinese guy. That time, my school allowed teachers to hit their students with wooden stick. He hit the student less often then all other teachers. I also got many A(s) from him, because I have been very good in art classes.

fat people fat pigeon nice

Not long time ago, I took a class with a fat American teacher. He was very excellent. He could explain statistic very clear. He told me that the poll indicates that most people did not likely to provide their information to fat research investigators. That’s why some researchers had to hire a slim one for data collection.

Before late 2018, I really had a positive attitude toward all fat people. I am about 30 years old. 30 years without meeting any bad fat people. I thought they were kind. However, I should not stereotype people even it is a very positive stereotype. That is because I would be hurt and disappointed. I want to tell the story about late-2018 experience.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Buddhism, Religion Must Change

S. W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Buddhism, Religion Must Change. Retrieved from http://sw-eden.net

Buddhism, Religion Must Change

In Buddhism, there are four stages of enlightenment, Sotāpanna, Sakadāgāmi, Anāgāmi, and Arahant. But, why are there less enlightened people today, compare to 2000 years ago?

I think I got an answer. As in the same person, one’s identity could be transformed and changed over the time, the many generation of 2000 years, people could be changed in many things, such as identities, belief, cultures, lifestyle, intelligence, and also relationship to one another.

A lesson could teach and enlighten people in 2000 years ago may not be able to use with the most people living in the current day. 2000 years changed in timeline, and from India to Thailand or China… These are totally different cultures.

change religion Thailand Buddha Buddhism

There should be some change in many parts of lessons or principles. However, most Buddhists cannot accept the change. They believe that all of Buddha’s words are perfect and unchangeable.

They are wrong. If you guys learn about Buddha’s biography, you will found that he changed the rules many times. A very outstanding change is that women were later allowed to become a monk. In fact, Buddha had a very negative attitude toward women, but the monk, Anandha, pointed him to think about the fact that women can be enlightened as well as the men.

Since things could be changed during the time that Buddha were living, it should be able to change in the current day according to culture and laws of the society. These people believe that the only one who could change the principle is Buddha. Even other Arahant monks still cannot change anything.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Got a Very Positive Teacher Evaluation

S. W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Got a Very Positive Teacher Evaluation. Retrieved from http://sw-eden.net

Got a Very Positive Teacher Evaluation

In this semester, I got a very positive teacher evaluation. This is very different from the past semester. I found that how much I got in the evaluation is not about me, but it is about the students. Most of the worksheets (about 70 percent) and teaching style are the same. I just adapted some part of them to be suitable for the students. This is because I was with Film, Journalism, and TV students in last semester, but in the current semester, I was with Advertising and Public Relation students. I had to change the vocabulary in the worksheet and some exercise to be a part of something they have to learn in their programs.

The way I taught in this semester is very similar to the past semesters. Although some activities and worksheets are different, I try to let them play and have fun with the activities in class. I saw many of them having fun, too. Some stated that they liked how I let them do something other than lecturing.

The only problem I got is with a small group of the students. It was about a quiz. I had two sets of lessons about (1) advertising and (2) public relation. Some of them are overlapping. For example, something they have to know about campaign, stakeholder, and rhetorical strategies. I told them that I would give a quiz about advertising in the first week, and about the public relation in the following week. There was no problem in the first week, but there was in the second week.

teacher evaluation students are nice

A small group of students found that I added something about –running a campaign– in the part of the quiz about public relation. They were unsatisfied because in the lessons, campaign was in the part of advertising. In fact, I did not want to agree with them. They should know that –campaign– could be found in both schools of knowledge. Moreover, it was just one week pass. It is weird that they could not remember things from the previous week that they just took a quiz.

I did not want to argue with any students, even with few of them. I took that items out from the quiz and I let them know. I just want to say in here that if I were them, I would not inform this to the teacher. If they were in other school, some teacher may not be nice to them like this.

Anyway, I feel I am okay with these three classes I got in this semester. Most of them are super nice. They were noisy sometimes, but they could be pulled back and concentrate with the class. I told the vice dean in faculty, that if it was possible, I wanted to teach Advertising and Public Relation students again. None of them are aggressive, as the previous groups of students I taught.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Worst Experience in Buddhism Camp, Thailand

S. W. Eden

Cite this journal as: Eden, S. W. (2018). Worst Experience in Buddhism Camp. Retrieved from http://sw-eden.net

Worst Experience in Buddhism Camp

About 5 years ago, I went to a camp with mother. The camp was run by an organization and they invited a Buddhism monk to teach 3 days in the camp.

I brought my iPad, a very old iPad, to the camp to take the note of the teaching. I have been a very good student in lecturing in any level of school. At that time, I had a positive attitude with Buddhism. I took a note since the first class that monk gave. I can type things in iPad very fast, but a little slower than when I take a note by handwriting.

Worst Experience in Buddhism Camp how to enlightening suck

That monk was very impolite. He raised a bad example which was me. He said that people using the technology did not pay attention to the one in front of them. Moreover, during that 3 days, I wanted to go home earlier because of that monk. I have a small argument with my mother, because of that stuff. That monk saw it. Then, again, he raised a bad example that only bad child had an argument with the parents.

Having an argument to people living together is very normal. Using iPad, laptop, or tablet to take a note is very normal, too. I really really do not like that monk’s behavior.

While the mentioned monk is the anti-technology, there are too many new monks using too much technology. Many Thai Buddhist monks, today, are social network addicts. There are only a few monk I know can use technology properly. These few monks use Audacity and Audition to record and cut their own teaching, put the files into CD and have their own Youtube channel. Some create the website for their own temple, and answer the question of the website visitors who ask them online about Buddhist principles.

Leave a comment

Filed under Uncategorized