คุ้มเจ้าราชบุตร

คุ้มเจ้าราชบุตร

รตจิตร เดินทางมาถึงเมืองน่าน เที่ยววัดไหว้พระทำบุญไปถึง 17 วัด จึงรู้สึกว่าน่าจะหาที่เที่ยวแบบเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะมีคุณผู้ติดตามคนหนึ่งที่มาเที่ยวด้วยกัน แอบบ่นว่า ทำไม trip นี้จึงมีแต่วัด น่านไม่มีที่อื่นให้เที่ยวเลยหรือไง ดังนั้นแล้ว รตจิตรจึงตัดให้

คุ้มเจ้าราชบุตร

ในใจกลางตัวเมือง ใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดน่าน และใกล้ๆ กับห้องสมุด ที่นี่มี “คุ้มเจ้าราชบุตร” ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวน่านแนะนำ ที่คุ้มเจ้าราชบุตรมีคนดูแลอยู่ เป็นคุณตา คุณตามีข้าวของเยอะมาก บ้างเป็นของเก่าของเจ้านาย บ้างเป็นของสำคัญจากเมืองต่างๆ ที่มีคนซื้อมาฝาก เมื่อรตจิตรเข้าชมคุ้มเจ้าราชบุตร จึงรู้สึกว่าแยกไม่ค่อยออกระหว่างของเก่ากับของใหม่

เรือนไม้ที่นี่ค่อนข้างผุ และเก่า แม้ว่าเรือนจะมีอายุน้อยกว่าโฮงเจ้าผชฟองคำ แต่การดูแลไม่ดีพอ จึงทรุดโทรมเร็วกว่ามาก นักท่องเที่ยวที่เข้ามาที่นี่ ควรจ่ายเงินค่าบำรุง เพื่อให้อนุรักษ์โบราณสถานนี้ต่อไป

ที่จริง รตจิตรอาจไม่ควรวิเคราะห์วิจารย์ถึงสิ่งที่รตจิตรเห็น เพราะแก่นแท้ของมันคือความรู้ และเรื่องเล่าที่ผู้ดูแลได้เล่า บอกต่อ ประวัติศาสตร์ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาชม แต่รตจิตรขอแนะนำว่า ถ้าท่านมาเพื่อดูเพียงอย่างเดียว ท่านอาจไม่ต้องการมาเยี่ยมชมคุ้มเจ้าราชบุตร แต่ในทางกลับกัน ถ้าท่านมาเพื่อจะฟังเรื่องเล่าของจังหวัดน่าน รตจิตรก็แนะนำให้ท่านมีชื่อคุ้มเจ้าราชบุตรในแผนการท่องเที่ยวของท่าน

**หมายเหตุ ภาพที่นำมาลงใน Blog นี้มาจากวัดภูมินทร์ พอดีที่ คุ้มเจ้าราชบุตร ห้ามถ่ายภาพ

คุ้มเจ้าราชบุตร

คุ้มเจ้าราชบุตร

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ศูนย์ OTOP จังหวัดน่าน

ศูนย์ OTOP จังหวัดน่าน

ถ้ารตจิตรจำไม่ผิดศูนย์โอท็อปจังหวัดน่านจะมีอยู่ 2 ที่ รตจิตรไปที่เดียว คือ ศูนย์ OTOP ที่อยู่ใกล้กับวัดภูมินทร์ รตจิตรเดินเท้าจากโรงแรมไปวัดภูมินทร์ แบะไปศูนย์ OTOP ต่อ ซึ่งวันที่รตจิตรเดินทางไปนั้น เป็นวันพฤหัสบดี ซึ่งชาวบ้านได้บอกรตจิตรว่า ถ้ารตจิตรเดินทางมาในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีตลาดให้เดินต่อเนื่องตั้งแต่วัดภูมินทร์มาถึงศูนย์โอท็อป

ถึงแม้ว่าจะมาในวันที่ไม่มีตลาด รตจิตรก็ไม่เสียดายค่ะ รตจิตรเดินเข้าไปชมร้านขายผ้าฝ้าย ผ้าไหม และของที่ระลึกต่างๆ ราคาถูกกว่าที่สนามบิน แต่แพงกว่าตลาดค่ำตรงด้านหน้าโรงแรมเทวราชนิดนึง แต่รตจิตรไม่ได้ซื้อผ้าที่นี่ เพราะร้านที่ถูกจริงๆ คือร้าน ช้างน่าน ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ที่ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดน่าน แต่เสียดายที่ร้านนี้มีผ้าขายน้อน เพราะไม่มีที่เก็บสินค้า

ศูนย์ OTOP จังหวัดน่าน

เมื่อเดินชมผ้าเสร็จ ท้องเริ่มร้อง เลยไปนั่งรักประทานก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งในศูนย์ OTOP รสชาดไม่ค่อยน่าประทับใจ แต่ก็กินได้ แล้วแต่คนชอบ ทั้งนี้อาจเพราะบ้านของรตจิตรอยู่แถวพุทธมณฑลซึ่งมีแต่ร้านอาหารชื่อดังตั้งอยู่ ทำให้รสนิยมอาจจะเลิศกว่าปกติไปนิด รตจิตรจึงไม่ขอติเตียนรสชาดของอาหารที่นี่ค่ะ

ในบริเวรเดียวกัน ใกล้ๆ ร้านอาหาร ก็มีร้านขายกาแฟราคาแพง ร้านหรู และคนขายน่ารักมาก ขนาดว่ารตจิตรไม่ได้ซื้ออะไร เขายังแนะนำสินค้า และวิธีการลงเทียนก่อนย้อมผ้าให้ฟัง เป็นคนดีมากค่ะ จากที่รตจิตรเคยอ่านบทความตามอินเตอร์เน็ตที่ว่าคนน่านถามคำตอบคำ ขอบอกว่าไม่จริง เพราะจากที่รตจิตรประสบพบเห็นจากสายตาตนเอง คือ คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใส และพยายามพูดแนะนำ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

รอบๆ ลานใต้ถุนของศูนย์ OTOP ยังมีเครื่องไม้เครื่องมือของท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้โพสท่าถ่าย พร้อมทั้งตัวการ์ตูนหุ่นขนาดยักษ์ของปู่ม่านย่าม่านที่ลอกแบบมาจากวัดภูมินทร์ นอกจากนี้ยังมีร้านขายเครื่องเซรามิก ซึ่งผลิตจากโรงเรียนและนักเรียนในโรงเรียนเป็นคนระบายสีเอง ก่อนที่ครูจะนำไปเคลือบน้ำยา ราคาเครื่องเซรามิกไม่แพงเลย ราคาแบบขายส่ง แบะของยังดีอีกด้วยรตจิตรได้ซื้อกลับบ้านมาชิ้นนึง

ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่ศูนย์โอท็อป ก็เป็นของที่ระลึก ภาพวาดสีน้ำ สีน้ำมัน มากมายของปู่ม่านย่าม่าน ตุ๊กตาปู่ม่านย่าม่าน สมุดวาดภาพระบายสีที่มีลายเส้นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน รตจิตรคิดว่าเป็นไอเดียที่ดี ที่ให้เด็กวาดรูประบายสีในแนวจิตรกรรมไทย ถือว่าเป็นความบันเทิงที่มาพร้อมกับการเรียนรู้

ศูนย์ OTOP จังหวัดน่าน

ศูนย์ OTOP จังหวัดน่าน

ศูนย์ OTOP จังหวัดน่าน

ศูนย์ OTOP จังหวัดน่าน

Leave a comment

Filed under Uncategorized

กรณี พ่อค้าตาย 700 ศพ

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | June 28, 2016

**งานเขียนของรตจิตรนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน และกรณีที่เขียนสรุปผิดพลาดในความหมายโดยไม่ได้มีเจตนา รตจิตร ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้

ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพ ฯ (Wat Anong Ka Ram Worraviharn, Klongsan, Bangksok)
สถานที่ : ณ ชมรม แมสบุญรักษา ชมรมชาวพุทธพาต้า และมูลนิธิชาวพุทธพาต้า

พระมหาสิริชัย

วันที่รตจิตรได้ฟังการแสดงธรรมจากพระที่หนุ่มที่สุด ที่ชมรมชาวพุทธพาต้า กราบนมัสการให้มาบรรยายธรรมในวันนี้ แม้วัยพรรษาท่านจะน้อย แต่ความรู้และความสามารถในการแสดงธรรมบรรยาย ไม่น้อยเลย จาก facbook ของท่าน พระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี ส่วนมากจะเห็นว่าสอนเด็ก และเยาวชน รตจิตร เคยได้ยินคนพูดบ่อย ๆ ว่า คนแก่ก็เหมือนเด็ก สงสัยแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้ท่านสอนผู้ใหญ่และคนมีอายุในวันนี้ได้อย่างไม่เบื่อ แต่กลับทำให้ธรรมบรรยาย สนุก เรียกเสียงฮา และน่าติดตาม ตลอดระยะเวลาการฟังธรรมบรรยาย ไม่รู้ว่า รตจิตร ชมมากไปหรือเปล่า

พระมหาสิริชัย เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่รตจิตรชอบฟังท่านบรรยายธรรม แม้จะเป็นการฟังครั้งแรก สิ่งที่รตจิตร ชื่นชอบที่สุดคือ การเตรียมตัวมาบรรยายธรรมของพระมหาสิริชัย ธมฺมานุสารี เรียกว่าสอบผ่านเลยแหละ เพราะข้อมูลที่นำมาบรรยาย เยอะมาก และดีด้วย (ถ้าญาติโยมตั้งใจฟัง) ก่อนการบรรยายธรรม พระมหาสิริชัย เริ่มต้นการบรรยายด้วยการเช็คสติของญาติโยมง่าย ๆ โดยตั้งคำถามแล้วให้ตอบแบบสนุก ๆ อย่างไรก็ตาม รตจิตร ขอสรุปแบบกระชับ ดังนี้

เรื่องที่ 1. พ่อค้าพาณิชย์ 700 คน ตายหมด
เนื่องจากเรืออัปปาง (เรื่องศีล 5)

พระมหาสิริชัย เริ่มบรรยายธรรมเกี่ยวกับศีล 5 ว่าเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐาน โดยเล่าชาฎกประกอบการบรรยายเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับพ่อค้าพาณิชย์ 700 คน ที่ลงเรือไปค้าขายต่างแดน แต่บังเอิญเรือกำลังจะอัปปาง หนึ่งในพ่อค้าพาณิชย์นี้เป็นสัตตบุรุษ เป็นพระโพธิสัตว์ ผู้ซึ่งไม่กลัวตายเพราะได้รับศีลจากสมณะแล้ว ใครได้รับศีลแล้ว หากยึดถือปฏบัติเป็นประจำ จะไม่ไปสู่ทุขคติ พ่อค้าพาณิชย์ทั้ง 700 คนจึงอยากได้บ้าง สัตตบุรุษในเรือพาณิชย์จึงแบ่งพ่อค้าทั้ง 700 คนออกเป็น 7 กลุ่มในขณะที่เรือกำลังจะจม ได้แก่

รตจิตรฟังธรรมบรรยาย

กลุ่มที่ 1 คือ 100 คนแรก ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำปริ่มเท้า
กลุ่มที่ 2 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำเท่าหัวเข่า
กลุ่มที่ 3 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำเท่าเอว
กลุ่มที่ 4 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมสะดือ
กลุ่มที่ 5 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมอก
กลุ่มที่ 6 คือ 100 คนต่อมา ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมคอ
กลุ่มที่ 7 คือ 100 คนสุดท้าย ได้รับศีลจากสัตตบุรุษ ขณะที่ระดับน้ำท่วมปาก หรือใกล้ตายแล้ว

และพ่อค้าพาณิชย์ทั้ง 700 คนก็ตาย ไปเกิดเป็นเทวดาชั้นดาวดึงษ์ ต่างคิดถึงแต่สัตตบุรุษที่ให้ศีลก่อนตาย ก็คือการคบหาผู้ทรงศีล ในที่นี้คือ สัตตบุรุษ ใครได้อยู่ใกล้ก็จะเจริญทั้งในภพนี้และภพหน้า พระมหาสิริชัยจึงพูดต่อถึงเรื่องอนิสงส์ของการถือศีล 5 ง่าย ๆ ว่าเป็นหลักประกันด้านใดแก่ผู้รักษาศีลข้อนั้น ๆ ดังนี้

เรื่องที่ 2 อนิสงส์ของการถือศีล 5

1. ห้ามฆ่าสัตว์:
อานิสงส์คือ อายุยืน เพื่อเป็นการประกันชีวิต
2. ห้ามลักทรัพย์:
อานิสงส์คือ จะมีทรัพย์ เพื่อประกันด้านทรัพย์สิน
3. ห้ามประพฤติผิดในกาม:
อานิสงส์คือ ไม่เกิดวิบากกรรมแก่ตนและครอบครัว เพื่อประกันด้านครอบครัว
4. ห้ามพูดปด:
อานิสงส์คือทำให้เป็นที่น่าเชื่อถือ เพื่อประกันด้านสังคม
5. ห้ามดื่มสุราเมลัย:
อานิสงส์คือ ไม่ให้ขาดสติ เพื่อเป็นการประกันด้านสติปัญญา

รตจิตรฟังธรรมบรรยาย

พระมหาสิริชัย ได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เพื่อเสริมในเรื่องความสำคัญของการมีศีล ซึ่งเป็นกลอนที่ทั้งไพเราะ ทั้งทันสมัยตลอด จนถึงปัจจุบัน และต่อไปในอนาคตด้วย รตจิตร เองก็ชอบพระราชนิพนธ์ และคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อ่าน sw-eden.net ก็คงชอบเช่นกัน รตจิตร จำได้ว่าได้ยินพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 บทนี้มานานมากแล้วตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เดี่ยวกับ “งามด้วยศีล” แต่อยู่ที่สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครนำขึ้นมาอ้างอิง เพราะสมัยนี้สังคม online เร็วมาก คนบริโภคสื่อก็รับข้อมูลข่าวสารเต็มไปหมด อย่างรวดเร็ว จนสมองไม่ค่อยคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ทั้งๆ ที่ไพเราะและทรงคุณค่ามาก มารื้อฟื้นความทรงจำดี ๆ กับรตจิตรดีกว่า ตามที่พระมหาสิริชัยยกขึ้นมาเป็นบทสรุปของศีล 5 ก่อนจะไปหัวข้อถัดไป ดังนี้

“อันสตรีไม่มีศีลก็สิ้นสวย
บุรุษด้วยไม่มีศีลก็สิ้นศรี
ภิกษุเล่าไม่มีศีลก็สิ้นดี
ข้าราชการศีลไม่มีก็เลวทราม….”

เรื่องที่ 3 ทาน: อนาถบิณฑิกเศรษฐี และนางวิสาขา

เรื่องวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยพุทธกาล ได้แก่
– วัดพระเวฬุวันมหาวิหาร โดยพระเจ้าพิมพิสารทรงให้สร้างถวายเป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา

– วัดเชตวันมหาวิหาร รตจิตรฟังเรื่องของอุบาสก อุบาสิกา คู่นี้มานานมาก หลายต่อหลายครั้งแล้วด้วย แต่รตจิตรเพิ่งรู้วันนี้เองว่า นางวิสาขาเป็นหลานสาวของอนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือ สุทัตตอนาถปิณฑิกคฤหบดี ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นอุบาสกที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก จึงได้สร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเงินมหาศาล โดยการซื้อสวนมะม่วงจากพระเจ้าเชษฐ์ เพื่อเป็นการให้ทานอย่างหนึ่งแก่ผู้ยากไร้ด้วย
เรื่องการสร้างวัดถวายแด่พระพุทธศาสนานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยทรงตรัสไว้ว่า บัดนี้พระพุทธศาสนาได้หยั่งลึกลงพื้นโลกแล้ว เพราะเป็นการสร้างวัดบนพื้นดินนั่นเอง

– วัดบุพพารามมหาวิหาร นางวิสาขา ซึ่งได้บรรลุโสดาบันตั้งแต่นางอายุได้เพียง 7 ขวบ นางเป็นผู้สร้างวัดบุพพารามมหาวิหาร อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มถวายผ้าอาบน้ำฝน นางวิสาขาเป็นอุบาสิกาที่ไปวัด ไม่เคยไปมือเปล่า นางต้องเตรียมปัจจัยไทยธรรมไปด้วยเสมอ ด้วยความดีอย่างมากด้านนี้ ทำให้นางวิสาขาได้รับยกย่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เป็นเอตทัคคะฝ่ายทายิกา คือเป็นผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย ในฝ่ายของผู้เป็นทายิกานั่นเอง

ก่อนจะเริ่มเรื่องที่ 4 รตจิตร อยากเอาคำเปรียบเปรยเรื่องการให้ เกี่ยวกับจำนวนเงินที่ผู้ให้มี ที่พระมหาสิริชัย นำมาพูดในการแสดงธรรมด้วย ดังนี้
– ถ้าคนที่ 1 ที่ให้เงินเรามีเงินอยู่ 1,000 บาท และให้เงินเรา 100 บาท กับ
– คนที่ให้เราคนที่ 2 มีเงินอยู่ 100 บาท แต่ให้เราทั้งหมดที่มีคือ 100 บาทด้วย
เราจะรู้สึกดี ๆ กับผู้ให้คนที่ 2 มากกว่าผู้ให้ คนที่ 1

อาจารย์พราว ไหว้พระ

เรื่องที่ 4 การทะเลาะวิวาท

สุดท้ายของการบรรยายธรรม พระมหาสิริชัย ก็ปิดท้ายด้วยเรื่อง หากคนเราอยู่ด้วยกันอย่างสันติคงมีความสุข แต่ เป็นธรรมดาที่เราต้องเคยเข้าใจผู้อื่นผิด และต้องเคยถูกผู้อื่นเข้าใจเราผิดด้วย ท่านได้ยกตัวอย่างกลอนเกี่ยวกับ การไม่ต้องทะเลาะกับใคร นั่นแหละดีที่สุด แต่รตจิตรพยายามหาว่าใครเป็นคนแต่ง เพื่อให้เกียรติผู้แต่ไว้ในบทความสรุปการบบรยายธรรมในครั้งนี้ แต่ google search เท่าไรก็ไม่มีใครเขียนไว้ รตจิตรจะยินดีมาก หากเพื่อน ๆ หรือใครรู้จะช่วยมา comment ว่าเป็นผลงานแต่งของใคร เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้แต่ง รตจิตรขะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้

“ทะเลาะกับเมีย เพลียใจที่สุด
ทะเลาะกับผัว ปวดหัวที่สุด
ทะเลาะกันแฟน แค้นใจที่สุด
ทะเลาะกับมิตร หงุดหงิดที่สุด
ทะเลาะกับพ่อแม่ แย่ที่สุด
ทะเลาะกับลูก ทุกข์ใจที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน รำคาญใจที่สุด
ทะเลาะกับพี่น้อง ฟ้องร้องไม่สิ้นสุด
ทะเลาะกับพระเณร เวรกรรมที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ฟุ้งซ่านที่สุด
ทะเลาะกับลูกน้อง มัวหมองที่สุด
ทะเลาะกับนาย วอดวายที่สุด
ทะเลาะกับผู้บังคับบัญชา ไม่ก้าวหน้าที่สุด
ทะเลาะกับครูอาจารย์ ร้าวฉานที่สุด
ทะเลาะกับนักเลง ถูกข่มเหงไม่สิ้นสุด
ทะเลาะกับขี้เมา งี่เง่าที่สุด
ทะเลาะกับคนบ้า น่าระอาที่สุด
ทะเลาะกับสตรี เสียศักดิ์ศรีที่สุด

ไม่ทะเลาะกับใคร .. สบายใจที่สุด

วัดขุนอินทรประมูล อ่างทอง

เรื่องที่ 5 ดูใจ

พระมหาสิริชัยยกกลอนสุขภาพใจให้ญาติโยมในห้องฟัง เป็นกลอนที่ไพเราะมาก รตจิตรเคยได้ยิน แต่อีกนั่นแหละ จำไม่ได้ จึงไปหาจาก seach engine, google.com สมัยนี้ช่างค้นหาง่ายเหลือเกิน ผิดกับสมัยที่ รตจิตรเรียนหนังสือ ผลที่ได้ กลอนนี้มาจากส่วนหนึ่งในเนื้อเพลงโลกสัจจธรรม แต่งโดย มานิต นส. มองตน มีใจความไพเราะดังนี้
“…..โลกภายนอก กว้างไกล ใครใครรู้
โลกภายใน ลึกซึ้งอยู่ รู้บ้างไหม
จะมองโลก ภายนอก มองออกไป
จะมองโลก ภายใน ให้มองตน….”

พระมหาสิริชัยจบการบรรยายธรรมในวันนี้ด้วยประโยคเด็ด จากคำกล่าวของขงจื้อว่า
“เราสามารถมองไกลถึงขอบจักรวาล แต่เราไม่สามารถมองคิ้วของตนเองได้”

รตจิตร คิดว่า การเรียนหรือศึกษาธรรมะ ก็คือการเรียนเกี่ยวกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นโลกภายนอก โลกภายใน หรือการศึกษาให้รู้ “ตัวกู” ด้วยนี่เอง

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ดราม่าหนังไทย ฆ่าตัวตาย

The Drama of Thai cinema
เขียนโดย ©รตจิตร
Written by Ratajit | June 22, 2016

**งานเขียนนี้ของรตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน เนื้อหาที่เขียนทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของรตจิตร ไม่ได้มีเจตนา discredit หนังไทย แต่รตจิตรคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่อ่าน

คำนำ

หนังไทยหลาย ๆ เรื่อง มีเรื่องการฆ่าตัวตาย หรือ อัตวินิบาตกรรม อยู่ในเรื่อง เพื่อเป็นการหนีปัญหา เพื่อเป็นบทสรุป หรือเพราะคิดว่าเป็นทางออก เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ซึ่งแท้จริงไม่ใช่การแก้ปัญหา หนังไทยไม่ควรมาให้ตวามสำคัญเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ตัวอย่างเช่น

ดราม่าหนังไทยฆ่าตัวตาย

– เรื่องแฝดล่องหน ที่มีแฝด 3 คนแต่เหลือ 2 คนเป็นตัวเด่นคือ พิมพ์ดาวและพิมพ์เดือน โดยตอนใกล้จบ มีตอนหนึ่งที่พิมพ์ดาวขู่ว่าถ้าพิมพ์เดือนเปิดเผยเรื่องไม่ดีของตน ตนจะฆ่าตัวตาย หรือ
– เรื่องกำไลมาศ ที่เหมยกุยได้ทำพิธีลงยันต์ไว้กับสมุดบันทึก เพื่อเปิดโปงความเลวของล้อมเพชร แล้วก็ฆ่าตัวตายไป
– เรื่อง พระเอก ชื่อไม้นำพานดอกไม้ไปสู่ขอกาหลงทันทีเมื่อสร้างเรือนเสร็จ แต่แม่กลอยกลับคำโดยเพิ่มเงื่อนไขให้หาเงินมาเพิ่ม กาหลงเสียใจกับการกระทำของแม่กลอยจึงคิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่ไม้เตือนสติกาหลงเพื่อให้ฟันฝ่าอุปสรรค กรณีการฆ่าตัวตายจึงไม่เกิด

เรื่องเล่าเช้านี้ ของรตจิตร

รตจิตร อยากเขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่านถึงประสบการณ์จริงที่เกิดกับตัวรตจิตรในวันนี้ 22 มิถุนายน 2559 เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ไม่ให้เกิดกับเพื่อน ๆ คือ แม่ลูก ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งมีเรื่องทะเลาะกันง่าย และแม่ลูกยิ่งสนิทกัน ก็ยิ่งมีเรื่องทะเลาะกันมากขึ้น แต่ก็มีแม่ลูกหลายคู่ที่ไม่แสดงออก ที่ไม่ยอมให้ใครรับรู้ เพื่อให้สังคมเห็นแต่ภาพด้านที่สวยงามของครอบครัว เช้าวันนี้ รตจิตรมีเรื่องทะเลาะกับลูก ก่อนลูกไปทำงาน ทำให้คิดโน่นคิดนี่ และจบลงด้วยอยากหาทางออกโดยจบชีวิตตัวเองซะ พอลูกกลับมา ก็มีเรื่องทะเลาะกันอีก จากเรื่องเล็ก ๆ จนกลายเป็น เรื่องใหญ่ ความคิดที่อยากฆ่าตัวตายก็ผุดขึ้นมาอีก และก็รู้สึกว่าตัวเองได้ใช้คำดราม่าต่าง ๆ เหมือนใน ดราม่าของหนังไทย ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบัน รตจิตร ก็ไม่ค่อยได้ดูหนังไทยแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นดราม่าหนังไทยฝังหัว คำต่าง ๆ ที่รตจิตรใช้กับลูก เช่น

– วันนี้รตจิตร ร้องไห้มามากแล้ว ตั้งแต่นี้ลูกจะไม่เห็นรตจิตรร้องไห้อีก หรือ
– บอกลูกว่า พอแล้วกับการร้องไห้ หรือ
– รตจิตรเสียใจที่ทำตัวให้มีปัญหา ทำให้ลูกกลุ้มใจ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ลูกจะไม่ต้องกลุ้มใจแล้ว หรือ
– รตจิตรหาทางออกได้แล้ว แต่ไม่ใช่วันนี้ เป็นพรุ่งนี้ เป็นต้น

ดราม่าหนังไทย

ลูกสาวก็พอรู้ว่า รตจิตร หมายถึงอะไร ลูกพยายามดึงรตจิตรให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ให้มีสติกับปัจจุบัน และลูกกับรตจิตรก็เถียงกันรุนแรงขึ้นอีก รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรตจิตรคิดถึงแต่ภาพวันพรุ่งนี้ที่รตจิตรคิดจะฆ่าตัวตาย สภาพรตจิตรเหมือนคนขาดสติ เหมือนดราม่าในหนังไทยชัด ๆ เมื่อลูกตำหนิให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน รตจิตรก็ยิ่งดราม่า โดยคิดว่างั้น รตจิตรก็ตายเสียวันนี้ดีกว่า ตายในปัจจุบันนี่แหละ รตจิตรพยายามฆ่าตัวตายโดยกลั้นหายใจ ในขณะเดียวกันก็พยายามคิดถึงเรื่องความตายเป็นเรื่องธรรมดา

ภาวะที่ รตจิตรกลั้นหายใจ

รตจิตรรู้สึกว่ากลั้นอยู่นาน นาน จนสมองขาดอ๊อกซิเจน จนรู้สึกปวดหัวมาก และมึนมาก รตจิตรรู้ว่าสามารถกลั้นหายใจต่อได้ แต่ถ้าไม่ตาย ก็จะมีภาวะสมองขาดอ๊อกซิเจน พิการได้ ในขณะนั้น เสียงลูกก็พูดตลอด ให้รตจิตรรู้สึก รู้สึก มีสติ เลิกดราม่าหรือเลียนแบบหนังไทยได้แล้ว รตจิตรจึงหยุดทำ เพราะรู้สึกร่างกายเริ่มไม่ไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสมือนหัวจะระเบิด จะแตกเอา

การตายแล้วเกิดใหม่

รตจิตรมีสภาพเหมือนคนตาย หรือใกล้ตาย แล้วเกิดใหม่ เพราะการเตือนสติของลูกตลอดที่ทะเลาะกันทำให้มีสติ ตาสว่าง จึงคิดว่า รตจิตรจะไม่ทำตัวอย่างหนังไทยที่มีแต่ Drama ไม่อยากให้ Drama ของหนังไทยมาครอบงำจิตใจ ความคิด สติปัญญา และสัมปัญชัญญะ ของใคร และไม่อยากให้หนังไทยมีแต่เรื่อง Drama ฆ่าตัวตายจนเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีของสังคม เพราะความจริงมีทางออกที่ดีกว่าการฆ่าตัวตาย

ประตูทางออก

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา จังหวัดน่าน

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาวเขา Hill Tribe Silver Museum

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่นอกตัวเมืองน่าน ถ้าใครมีรถก็ถือว่าไม่ไกล สามารถขับไปได้ไม่ถึง 10 นาทีจากตัวเมืองน่าน สถานที่ตั้งนี้อยู่ถนนเส้นเดียวกับ Big C คือถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1091 แต่อยู่ฝั่งตรงข้าม กล่าวคือ ถ้าท่านขับรถออกจากเมือง จะเห็น Big C อยู่ทางด้านซ้าย และให้ขับเกินที่กลับรถไป 1 อัน ก็จะเห็นศูนย์เครื่องเงิน ชมพูภูคาอยู่ทางด้านขวา

เมื่อเดินทางไปถึง ที่นี่มีห้องน้ำบริการ ห้องน้ำคนแก่ด้วยค่ะ ด้านหน้ามีน้ำตกปลอม น่ารักๆ ให้นักท่องเที่ยวอย่างรตจิตรได้ถ่ายภาพเล่น เมื่อเข้าห้องน้ำและถ่ายภาพเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลา shopping ด้านในมีเครื่องเงินมากมายขาย งดงาม มากๆ การออกแบบร้านก็สวยงาม มีการตกแต่งกำแพงด้วยไม้ไผ่ ราคาของเครื่องเงิน ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ แต่ถ้าใครว่าแพงไป ที่ร้านก็มีสินค้าอย่างอื่นให้เลือกซื้อ เช่น ของที่ระลึก สบู่สมุนไพร ซึ่งราคาไม่แพงนัก

เมื่อรตจิตรเสร็จจากการ shopping ก็ถึงเวลาหาความรู้ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาวเขา (Hill Tribe Silver Museum) ในพิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาวเขานี้บอกเล่าประวัติความเป็นมาอันยาวนานของการทำเครื่องเงินจังหวัดน่าน การเขียนด้วยหมึก พู่กันจีนหาซื้อได้ที่พาต้าราคา 8 บาท มีหุ่นสวมชุดพื้นเมือง ชุดชาวเขา ซึ่งประดับไปด้วยเครื่องเงินงดงาม และที่สำคัญที่สุด ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระเทพ ซึ่งท่านเคยเสด็จมาที่นี่

แต่ถ้าใครตั้งใจมาที่นี่ รตจิตรอยากฝากบอกว่า ศูนย์เครื่องเงิน ชมพูภูคาปิดเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้น อย่ามาสายมาก เพราะเดี๋ยวจะอดชมที่เที่ยวสำคัญ

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาวเขา Hill Tribe Silver Museum

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาวเขา Hill Tribe Silver Museum

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาวเขา Hill Tribe Silver Museum

ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาวเขา Hill Tribe Silver Museum

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน

Tourist Information Center of Nan

สรุปโดย รตจิตร
Concluded by Ratajit | June 14, 2016

ปู่ม่านย่าม่าน_น่าน

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวจังหวัดน่าน ด้วยต้นเอง

ที่ตั้ง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน
46/1 ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน 55000 โทรศัพท์: 054-751169

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว_น่าน

คำนำ

รตจิตร อยากแนะนำเพื่อน ๆ เกี่ยวกับ เรื่อง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน เป็นส่วนที่หน่วยงานราชการของจังหวัดน่าน ตั้งขึ้น มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยว อย่างดีมาก นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และป้ายโฆษณาเกี่ยวกับจังหวัดน่าน มีแผนที่โดยรวม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในตัวเมืองน่าน ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะโดยรอบศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รตจิตร สามารถเดินไปเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวได้มากมาย เช่น วัดภูมินทร์ ยิ่งเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ ยิ่งเยี่ยม เพราะมี ถนนคนเดิน ตรงลานหน้าวัดภูมินทร์ ด้วย เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เลือกซื้อของกินอร่อย ๆ สินค้าพื้นเมือง งานฝีมือ ของน่าน ในราคาย่อมเยา ตลอดจนมีเพื่อนเดินด้วยเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ นอกจากนี้ยังสะดวกในการหาซื้อสินค้าต่าง ๆ ด้วย

รตจิตร_ฮักน่านนานนานนะ

ข้อมูลทั่วไป

วันที่ทีมของ รตจิตร ไปเที่ยวจังหวัดน่าน นั้น ทางศูนย์ ฯ กำลังปรับปรุงพื้นที่ทางเดิน ปูพื้น ปูอิฐบล็อก ภายในศูนย์ ฯ เชื่อมั้ยว่า รตจิตรเดินไปเที่ยววัด รอบ ๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน ไม่นาน เรียงลำดับดังนี้ วัดสวนตาล พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ศูนย์โอทอปน่าน และวัดภูมินทร์ (เป็นการไปวัดนี้ ครั้งที่ 2) ขากลับมาผ่าน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน อีกครั้งเพื่อซื้อเสื้อผ้าทอมือ ปรากฏว่า คนงานปูพื้นเสร็จทั้งศูนย์ ฯ แล้ว คือ รตจิตร กำลังจะเทียบกับการทำงานของ กทม. ทำไปเถอะ ช้าเหลือเกิน

รตจิตร_กระซิบฮักน่าน

พวกรตจิตรแวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ เพราะอาศัยว่าเตรียมตัวหาข้อมูลมาอย่างดี จากเว็บไซต์ต่าง ๆ และอาจารย์ พราว ก็ download แผนที่ไว้ใน iPad เรียบร้อย ทำให้การเดินทางต่าง ๆ มีอาจารย์ พราว เป็นคนนำทางตามแผนที่ ไม่มีหลง และกะเวลาได้แน่นอน จริง ๆ มีหลงอยู่ 1 ครั้ง เพราะ google map บอกว่าให้ขับตรงไป จะเป็นถนนเล็ก ๆ ออกทะลุถนนใหญ่ได้ แต่ความจริงเป็นทางเข้าบ้านใหญ่ ๆ หลังหนึ่งที่เจ้าของบ้านชอบเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ เป็นลานปูด้วยอิฐ เป็นทางยาวเข้าไป ถึงด้านหน้าซึ่งเป็นบันได้กว้าง ๆ ขึ้นบ้าน ทำให้รตจิตรต้องขับถอยหลังออกมา อิ อิ รตจิตรเข้าใจเลยว่า ทำไม หลายครั้งที่ navigator พาคนขับรถเข้าไปตามบึง ตามทะเลสาบที่ราบเรียบ เพราะคิดว่าเป็นถนนนี่เอง

รถราง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน่าน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่เพื่อน ๆ รตจิตร ขอแนะนำว่า โดยปกติ เพื่อน ๆ ที่มาจังหวัดน่านครั้งแรก ควรจะแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงน่าน เพราะว่า

1.กรณีที่มีนักท่องเที่ยว จำนวนมาก

ทีมรตจิตรไปเจอกับตัวเอง แม้ว่าวันนั้นจะเป็นวันธรรมดา ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ หรือเทศการใด ๆ แต่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลน่าน จะเพิ่มรอบทำงานของการทัวร์โดยรถราง จาก 2 รอบ เป็น 4 รอบ เพราะทางการรู้ว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาน่านจำนวนมาก ซึ่งเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ จริง ๆ เพราะรถรางคันหนึ่ง สามารถจุได้ ประมาณ 24-25 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่มัคคุเทศน์ หรือบางคัน บางวันก็เจอ อาสาสมัคร น่ารัก ๆ ของน่าน พูดแนะนำบนรถรางด้วย เพื่อดูวิถีชีวิต ของน่าน ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต”

อาจารย์พราว_รถรางน่าน

สถานที่ต่าง ๆ ที่รถรางของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่าน พาไป พร้อมมัคคุเทศน์ ได้แก่ 1. วัดมหาโพธิ์ 2. วัดน้ำล้อม 3. วัดสวนตาล 4.วัดดอนแก้ว 5. พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด รอบเมือง ไหว้พระ อาจไม่ถึง 9 วัดของ อำเภอเมืองน่าน เพราะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง รตจิตรคิดว่า ดีนะ เพราะเป็นการสำรวจเบื้องต้น ว่าควรจะเที่ยวเจาะลึกที่วัดไหนอีก อย่างไร และเป็นการให้รายได้แก่เทศบาล และทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกอาชีพเป็นมัคคุเทศน์ด้วย ตารางรถรางและค่าบริการรถรางโดยทั่วไป อยู่ในหัวข้อเรื่องกรณีทั่วไป

ตารางรถรางเวลาน่าน

2.ตารางรถรางกรณีทั่วไป Continue reading

Leave a comment

Filed under Uncategorized

รตจิตร รีวิว โรงแรมเทวราช น่าน

สรุปโดย ©รตจิตร
Concluded by Ratajit | May 29, 2016

โรงแรม เทวราช 466 ถ.สุมนเทวราช อ.เมือง จ.น่าน 55000 โทร. 054-751-577
Dhevaraj Hotel located at 466 Sumondhevaraj Rd. Nai-Wieng District, Nan province, Thailand code 55000 (Contact no. 054-751-577 )

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวที่ จังหวัดน่าน ประเทศไทย

รตจิตร ไปเที่ยวจังหวัดน่าน เพื่อทำบุญ หรือทัวร์ไหว้พระ 9 วัด หรือมากกว่า และเพราะ น่าน เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ที่สวยงาม ควรค่าแก่การไปเที่ยว เป็นเมืองเก่า ที่รตจิตรสามารถสัมผัสธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง งานศิลปะ ที่คงความดั้งเดิม ความเก่า และเก๋า เอาไว้ ตลอดจนศึกษาวิถีชุมชน ความเป็นอยู่ของชาวน่าน และการซื้อหัตถกรรม งานศิลป์ ต่าง ๆ ที่เลอค่า แต่ราคาไม่แพง เป็นต้น

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

บทความนี้ รตจิตร ขอรีวิว โรงแรม เทวราช (Dhevaraj Hotel) หลังจากที่ได้พยายามหาที่พัก จากโรงแรมต่าง ๆ ตาม websites หลายเว็บแล้ว จากข้อมูลรีวิว โรงแรม ในจังหวัดน่าน รวมถึงได้โทรศัพท์ทางไกลคุยกับ Receptions และบางที่ รตจิตรใช้วิธีติดต่อผ่าน facebook ของโรงแรม เป็นต้น รตจิตร คิดว่า การรีวิว โรงแรม เทวราช นี้ น่าจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ ที่อยากไป จังหวัดน่าน และกำลังหาที่พักที่ดีที่สุด ทั้งนี้ไม่รวมถึงการพักเตนท์ บนดอยเสมอดาว กับดอยภูคา ซึ่งการพักแรมอบบนี้ จะได้บรรยากาศอีกแบบ เพื่อไม่ให้เสียเวลาของเพื่อน ๆ ด้วยจังหวัดน่าน ด้วย ไปดูกันเลยจ้า

ข้อดี

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

1. ขนาด และที่ตั้ง โรงแรมเทวราช
รตจิตรยอมรับว่า ถ้าเป็นโรงแรมในต่างจังหวัดแล้ว โรงแรมเทวราช ถือเป็นโรงแรมขนาดใหญ่มาก ทำเลที่ตั้งก็ดีมาก เพราะอยู่ใกล้แหล่งชุมชน ตรงกลางระหว่างดอยเสมอดาว กับดอยภูคา และใกล้ตลาด 2 แห่งคือ
– ด้านหน้าเป็นตลาดเช้า และตลาดเย็น/กลางคืน คือตลาดราชพัสดุ กรมธนารักษ์
– เลยโรงแรมเทวราช ถัดจาก ตลาดราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ไม่กี่เมตร ไปเป็น กาดเช้า หรือตลาดเช้าน่าน หรือตลาดสดตั้งจิตนุสรณ์ ซึ่งสร้างตั้งแต่ ปี 2518
– อยู่ระหว่างธนาคาร ทุกธนาคารในอ.เมืองน่าน คือเผื่อว่า ใครอยากเบิกเงินสดจ้า
รตจิตร สังเกตว่า นอกจากตลาดราชพัสดุ กรมธนารักษ์ และ กาดเช้า หรือตลาดเช้าน่าน หรือตลาดสดตั้งจิตนุสรณ์ 2518 แล้ว จังหวัดน่าน ยังมีตลาดโต้รุ่ง น่าน แต่กลับไม่ดัง ไม่เป็นที่นิยมของผู้คนที่ไปท่องเที่ยว หรือแม้แต่ ชุมชนน่านเอง

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

2. เรื่องราคาห้อง โรงแรมเทวราช
ปี 2559 ที่รตจิตร ไปพักที่โรงแรมเทวราช ราคาห้องของโรงแรมเทวราช ค่อนข้างถูกคือราคา 1000 บาท แต่คุณภาพยังเรียกว่าใช้ได้มาก แถมยังมีสระว่ายน้ำ ขนาดน่ารักด้วย โดยปกติให้พัก 2 คน แต่หากมีคนพักเพิ่ม ก็คิดราคาแสนถูกคือ 100 บาทต่อหัวต่อคืน คือคิดเป็นค่าอาหารเช้านั่นเอง ซึ่งแสนคุ้ม ประหยัดและสะดวก

ครั้งแรก รตจิตรโทรคุยกับพนักงานของโรงแรมเทวราช ก็ตัดสินใจเลยว่าจะจองผ่าน internet เพราะคิดว่า อาจมี promotions ต่าง ๆ แต่ก็ได้ถามพนักงานโรงแรมเทวราช ก่อนเช่นกัน ว่า จองผ่านเน็ท กับจองตรงที่โรงแรม แบบไหน ราคาห้องพัก จะถูกกว่ากัน พนักงานยืนยันว่า จองตรงกับโรงแรมเทวราช ถูกกว่า
รตจิตรพยายามหา websites 2 – 3 เว็บ เพื่อลองจองที่พักคือ โรงแรมเทวราช ผ่านเน็ท ปรากฏว่า จองตรงถูกกว่า แถมรูดบัตรเครดิตได้ด้วย รตจิตรจึงได้ราคา 1,000 บาทต่อคืน

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

3. เรื่องอาหาร โรงแรมเทวราช
โดยความเห็นส่วนตัว รตจิตรคิดว่า ที่ระบุตามเว็บไซต์ว่า อาหารของโรงแรมเทวราช อร่อยติดอันดับ 1 ใน 10 ของจังหวัดน่าน เช่นกัน โดยเฉพาะอาหารเช้า ข้าวต้มเครื่อง และอาหารค่ำ รตจิตรก็เห็นด้วยนะ

4. พนักงานโรงแรมเทวราช น่ารัก
ก่อนเข้าพัก รตจิตรได้โทรคุยกับพนักงานโรงแรมเทวราช 2 ครั้งก่อนตัดสินใจ พนักงานทุกคนน่ารักดี พอวันเดินทางถึงที่โรงแรมเทวราช จริง รตจิตร ก็รู้สึกว่า พนักงานทุกคนน่ารัก แม้แต่ แม่บ้าน และ bell boy คือคนจังหวัดน่าน ค่อนข้างน่ารักทุกคน แม่ค้าก็น่ารักมาก คนถีบสามล้อ ก็นิสัยดี รตจิตรเคยอ่านเจอเว็บไซตืหนึ่ง นานมาแล้ว เขียนว่า คนน่าน ส่วนมากเป็นคนไม่ค่อยพูด ถ้าไม่ถามก็จะไม่พูด แต่ปัจจุบัน รตจิตร ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ส่วนมากคนน่าน พูดเก่ง บางคนเก่งจริง ๆ เสียด้วย

รีวิว_โรงแรมเทวราช_น่าน

5. ที่จอดรถ โรงแรมเทวราช
เนื่องจากโรงแรมเทวราช เป็นโรงแรมเก่าแก่ และเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ทำให้ที่จอดรถค่อนข้างเหลือเฟือ แม้ว่าวันที่รตจิตรไปพัก จะมีการจัดอบรมสัมมนา พอดี พื้นที่จอดรถของ โรงแรม ก็ยังสามารถจอดได้สบาย ๆ แม้แต่โรงแรมที่อยู่ใกล้ ๆ หากไม่มีที่พอเพื่อจอดรถของลูฏค้าที่มาพัก ก็จะเข้ามาจอดที่โรงแรมเทวราช เช่น โรงแรมพูคาน่านฟ้า

6. ผลพลอยได้ จากการพักโรงแรมเทวราช
– ที่ lobby ของโรงแรมเทวราช รตจิตร ได้มีโอกาส เห็น และสัมผัส สินค้าเกือบทุกอย่างที่มีขายที่จังหวัดน่าน ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา ผลิตภัณฑ์ที่เป็นงาน สะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรมของ น่าน ด้วย ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น เช่น ผลิตภัณฑ์ หัตถกรรม ของตัวเมืองน่าน ได้แก่ เพื่อผ้าโสร่ง+เสื้อผ้าฝ้ายพื้นเมือง สินค้าของฝากต่าง ๆ นอกจากนี้ ช่วงไหนที่ว่าง ๆ รตจิตรก็จะเดิน รอบ ๆ ด้านข้างโรงแรมเทวราช เพราะมีร้านค้า ขายผ้าซิ่น และของฝาก หลายร้านมาก มาทริปครั้งนี้ รตจิตรซื้อ ผ้าซิ่น ผ้าโสร่ง ไปถึง 7 ถุง และเสื้ออีกหลายแบบ 4-5 ตัว รวมถึงของฝากเย็บด้วยมือ ทำให้น้ำหนักกระเป๋า ของทีมรตจิตร เกือบเกิน 7 กิโลกรัม ทุกคน อิ อิ

รีวิว_โรงแรมพูคาน่านฟ้า_น่าน

– รตจิตร ได้แวะชม แวะเที่ยวโรงแรมพูคาน่านฟ้า หรือโรงแรม “นั่ม เส่ง เฮ็ง” ที่สร้างตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2477 และเจ้าสัว บัณฑูร ล่ำซำได้ซื้อไว้ เพื่ออนุรักษ์ สิ่งเก่า ๆ ของน่านไว้ โรงแรมนี้อยู่ติดกับ โรงแรมเทวราช เป็นโรงแรมที่ ครั้งแรกรตจิตร ก็คิดจะพักโรงแรมนี้ แต่พอโทรสอบถามราคา แล้วแพงไป คือราคาห้องพัก ประมาณ 1,800 -3,600 บาท (ห้องธรรมดา ถึงห้องใหญ่) เลยคิดว่า ประหยัดค่าห้องไว้ดีกว่า เพราะส่วนมากก็ออกข้างนอกเที่ยว ไม่ได้พักอยู่แล้ว

ข้อไม่ดี ของโรงแรมเทวราช

1. คนใช้บริการโรงแรมเทวราช มีจำนวนมาก
หากเจอชว่งที่จัดสัมมนา อาจปวดหัวเล็กน้อยกับปัญหา breakfast และเสียงหนวกหู หรือแม้แต่การเข้าห้องน้ำส่วนกลางชั้น G เป็นต้น
2. อาหารเช้าของ โรงแรมเทวราช
แม้ว่า อาหารเช้าจะมีข้าวต้มเครื่องที่แสนอร่อย แต่บางคนบอกว่า กับข้าวไม่อร่อย ธรรมดา ๆ และก็มีสลัดธรรมดา

อาหารเช้า_โรงแรมเทวราช_น่าน

3. สระว่ายน้ำ โรงแรมเทวราช
เนื่องจาก เป็นโรงแรมที่อาจเรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และเป็นโรงแรมเก่าแก่ อีกทั้งยังมีบริการให้คนนอกเข้ามาเสียเงินค่าใช้บริการสระว่ายน้ำ ทำให้ลูกค้าที่ต้องการว่ายน้ำ อาจเจอปัญหา คนใช้สระน้ำน้ำมากจริง ๆ โดยเฉพาะวันที่มีอากาศร้อน และยิ่งเป็นช่วงที่ปิดเทอมอยู่ สระว่ายน้ำยิ่งแน่น

โดยสรุปแล้ว ถ้ารตจิตรจะไปน่านอีกครั้ง ยังไงก็ต้องพักโรงแรมนี้จ้า โรงแรมเทวราช Dhevaraj Hotel ตามเหตุผลที่ให้มาข้างต้น

3 Comments

Filed under Uncategorized

พิพิธภัณฑ์เรือแข่งน่าน และวิวลำน้ำน่าน

พิพิธภัณฑ์เรือแข่งน่าน และวิวลำน้ำน่าน จังหวัดน่าน

น่านเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการแข่งเรือ ถ้านักท่องเที่ยวมาถูกเวลา ก็จะมีโอกาสได้เห็นการแข่งเรือที่ลำน้ำน่าน แต่ถึงอย่างไร รตจิตรเดินทางมาที่เมืองน่านในฤดูร้อน จึงได้ดูแค่เรือ มิใช่การแข่งเรือ รตจิตรเดินทางมาที่ตีนสะพานศรีบุญเรือง ฝั่งตัวเมือง ซึ่งเวลาเย็นจะมีการนำเต้นแอโรบิก ลานนี้มีชื่อเรียกว่า ลานกีฬาและสุขภาพ ถัดจากลานเต้นแอโรบิกออกไปจะมีเรือนไม้ ศาลาทรงไทยอยู่ ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์เรือแข่ง ลำน้ำน่าน

พิพิธภัณฑ์เรือแข่ง ลำน้ำน่าน แห่งนี้ มีเรือตั้งอยู่เพียงลำเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวจะดูเรือแข่งเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่โรงเก็บเรือ วัดศรีพันต้น จะมีให้ดูอีก 3 ลำ ซึ่งวัดนี้ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่านเช่นกัน

รตจิตรแนะนำให้มาชมริมน้ำ แม่น้ำน่านเวลาเช้า จะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้น และอีกที่ที่น่าไปชมพระอาทิตย์ขึ้นคือพระธาตุเขาน้อยซึ่งมิเพียงแค่ดวงอาทิตย์ที่คุณจะได้เห็น แต่ยังมีเมืองน่านทั้งเมือง พร้อมทะเลหมอกให้ชมอีกด้วย รตจิตรขอบอกว่า ถ้าอยากได้หมอกๆ กับพระอาทิตย์ก็ไปพระธาตุเขาน้อยตอนเช้า แต่ถ้าอยากเห็นเมืองชัดๆ ก็ไปช่วงบ่าย ตอนหมอกไปหมดแล้ว

พิพิธภัณฑ์เรือแข่งน่าน และวิวลำน้ำน่าน จังหวัดน่าน

พิพิธภัณฑ์เรือแข่งน่าน และวิวลำน้ำน่าน จังหวัดน่าน

พิพิธภัณฑ์เรือแข่งน่าน และวิวลำน้ำน่าน จังหวัดน่าน

1 Comment

Filed under Uncategorized

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้มต้นลีลาวดี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านเป็นอีกที่หนึ่งที่คนที่ไปเที่ยวเมืองน่านไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีซุ้มต้นลันทม หรือลีลาวดี ที่สวยงาม และยังมีวัตถุโบราณที่เป็นของที่บอกเล่าประวัติศาสตร์เมืองน่านที่สำคัญมากมาย เช่น งาช้างดำ ที่มีชื่อเสียงเป็นต้น

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

รตจิตรไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นี้ในช่วงที่ตึกปิดซ้อมแซมพอดี แต่ก็ไม่เป็นไร แม้จะเสียดายไปนิดนึง แต่รตจิตรก็ได้ชมนิทรรศการชั่วคราว ได้เห็นรูปและอักษรโบราณที่ถูกวาดบนอิฐเก่าแก่ สว อิเฎล เลยตั้งชื่อมันว่าตัวบรุ๋ย ซึ่งมีลักษณะคล้ายมนุษย์ที่ สว อิเฎลชอบวาดมาก่อนหน้านี้ ที่นิทรรศกาบชั่วคราวยังมีหุ่นจำลองงาช้างดำ และใบปลิวจัดไว้

หลังจากที่รตจิตรชมนิทรรศการแล้ว ก็เดินไปถ่ายภาพที่ซุ่มลีลาวดีที่มีชื่อเสียง บริเวรสนามหญ้าทางเข้ามาในเขตของพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ ถ้าไปยืนถ่ายภาพจากหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์และหันหน้ากล้องไปทางซุ้มลีลาวดี ก็จะเห็นฉากหลังเป็นวัดช้างค้ำวรวิหาร ดูแล้วคิดถึงฉากยอดฮิตของวัดพระแก้วที่กรุงเทพมหานคร ประมาณว่า มีสนามหญ้ากว้างๆ และมีเจดีย์เป็นฉากหลัง สวยงามมากทีเดียว

ที่ด้านหลังอาคารพิพิธภัณฑ์ มีทางเดินเล็กๆ เชื่อมต่อไปถึงห้องสมุดประชาชนน่าน รตจิตรได้นำหนังสือไปบริจาคให้ที่นี่ด้วย อิ่มบุญมากค่ะ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

งาช้างดำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

งาช้างดำ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

ซุ้มต้นไม้ ลีลาวดี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

สาวสวยสุด sexy ที่ซุ้มลีลาวดี

คำขวัญจังหวัดน่าน ที่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

คำขวัญจังหวัดน่าน ที่หน้าพิพิธภัณฑ์
แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดํา จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

มนุษย์บรุบบรุ๋ย บนก้อนอิฐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และรูปซุ้ม ต้นลีลาวดี ลันทม

มนุษย์บรุบบรุ๋ย ออกจากก้อนอิฐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

ด้านล่างเป็นภาพที่วาดก่อนไปเที่ยวน่าน แต่พบว่ามีหน้าตาตัวละครคล้ายมนุษย์บรุบบรุ๋ย บนก้อนอิฐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

มนุษย์บรุบบรุ๋ย ออกจากก้อนอิฐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เกย์

มนุษย์บรุบบรุ๋ย ออกจากก้อนอิฐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เกย์

Leave a comment

Filed under Uncategorized

รตจิตร รีวิว ร้านอาหาร จังหวัดน่าน

รีวิว_ร้านอาหาร_น่าน

**งานเขียนนี้ของ รตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิง

แหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน รตจิตร ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวในประเทศไทย จังหวัดน่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการทำบุญ หรือทัวร์ไหว้พระ 9 วัด หรือมากกว่า เป็นต้น

บทความนี้ รตจิตร จะรีวิว ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง ฝากเพื่อน ๆ ที่มีโปรแกรมไปเที่ยว น่าน กันเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งทัวร์ นะจ๊ะ รตจิตรไปเที่ยวน่านกับครอบครัว แค่ 3 วัน ดังนั้นร้านอาหารอาจไม่ได้รีวิวหลายร้านนัก สรุปได้ดังนี้

1. ร้าน เตี๋ยวไร้เทียมทาน

เตี๋ยวไร้เทียมทาน_น่าน

ข้อดี
– เดินทางสะดวก ไม่เปลี่ยว อยู่หัวมุมตรงถนนอนันตวรฤทธิเดช ปิดทุกวันจันทร์ เดินแป๊บเดียว จากโรงแรมเทวราช – น่าน ที่รตจิตร ไปพักก็ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ คือจากถนนสุมนเทวราช เดินไปหาถนนอนันตวรฤทธิเดช แล้วเลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึงแล้ว
– เป็นก๋วยเตี๋ยว ไม่เหมือนใคร เพราะ ใส่กระดูกหมูเนื้อนุ่ม แต่ชิ้นใหญ่ ๆ กินชามเดียวก็อิ่ม เพราะเยอะมาก
– มีหมูกระจกไร้เทียมทาน ที่มีรสชาติอร่อยดี
– คนขายหยิ่ง ไปหน่อยนะ

เตี๋ยวไร้เทียมทาน_น่าน

ข้อไม่ดี ตามความเห็นของ รตจิตร
– รตจิตร คิดว่า เตี๋ยวไร้เทียมทาน อร่อยพอใช้ แต่ผงชูรสมหาศาล แม้จะกำชับว่า “ไม่ใส่ผงชูรสนะคะ” ถ้าใครแพ้ผงชูรส หรือไม่ชอบผงชูรส หลังจากทานเสร็จ ทรมานมาก ปากแห้ง กระหายน้ำจริง ๆ ต้องหาแต่น้ำกิน
– เนื่องจากกระดูกหมูชิ้นใหญ่ ทำให้น้ำก๋วยเตี๋ยวมัน จนไม่เหมาะกับผู้ที่มี Cholesterol สูง พอกินแล้ว อาจรู้สึกเลี่ยน ไม่อยากไปกินอีก

2. โจ๊กนายฮุย

โจ๊กนายฮุย

ข้อดี
– อยู่ริมถนน ที่กลับจาก BIg C น่าน เพื่อเข้าเมือง เปิด 2 รอบคือ ช่วงเช้า: ตี 5 – 10 โมงเช้า และช่วงเย็น : 4 โมงเย็น – 4 ทุ่ม
– โจ๊ก และข้าวต้มอร่อย รสชาติเยี่ยมยอดเลย มีเครื่องหลากหลาย หลายแบบจริง ๆ ให้เครื่องเยอะมาก แม้แต่ใส่ไข่เยี่ยวม้า
– คนขายน่ารักดี รตจิตร ชอบนิสัย
ข้อเสีย
– แม้อยู่ริมถนน แต่หาที่จอดรถยาก
– มีผงชูรสอีกแหละ แต่มีน้ำให้กิน unlimited

3. เฮือนเจ้านาง

เฮือนเจ้านาง_น่าน

ข้อดี
– ไปไม่ยาก เพราะอยู่ริมน้ำน่าน
– เป็นร้านที่ รตจิตรสามารถกินบรรยากาศยามเย็นริมน้ำน่านได้ดีกว่าทุกร้าน ดูดวงอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกจุดหนึ่ง
– อาหารอร่อยใช้ได้
ข้อเสีย
– ยังคิดไม่ออก อาจเป็นเรื่องร้านมีแมว ถ้าใครไม่ชอบแมวนะ

4. ร้านรักคุณ

ร้านรักคุณ_น่าน
ดี
– อาหารอร่อยมาก แต่กลับราคาถูก
– อยู่ริมน้ำน่าน เช่นเดียวกับเฮือนเจ้านาง แต่อยู่คนละด้าน
– ที่จอดรถสะดวกสบายมาก

ร้านรักคุณ_น่าน

ข้อเสีย
– อาหารบางอย่าง ไม่คิดว่าแพง แต่กลับแพงกว่าอาหารที่ควรจะแพง
– แม้อยู่ริมน้ำน่าน แต่มีกำแพงกั้น สูงประมาณ 1 เมตร ทำให้บดบังทัศนียภาพสวย ๆ ของลำน้ำน่าน ไปประมาณเกือบ 1 เมตร ไม่เหมือนกับเฮือนเจ้านางที่โล่ง
– ทางร้านประหยัดทิชชู่มาก

5. อาหารที่โรงแรมเทวราช

ร้านรักคุณ_น่าน

เนื่องจากรตจิตรพักที่โรงแรมเทวราช ทำให้ทานแต่อาหารเช้า เลยไม่ได้รีวิวอาหารมื้อค่ำให้เพื่อน ๆ เลย
ข้อดี
– ข้าวต้มเครื่องอร่อยจ้า สลัดก็ใช้ได้ ส่วนรายการอาหารอย่างอื่น ก็ธรรมดา
– ราคาอาหารเช้าถูก ปกติแขกสามารถพักได้ 2 คนฟรีอาหารเช้า แต่ถ้ามีการพักเพิ่มอีก 1 คน ทางโรงแรมเทวราชคิดบวกราคาเพิ่มแค่ 100 บาทเองนะ
ข้อเสีย
– เนื่องจากที่พัก ของโรงแรมเทวราช ราคาค่าห้องพักไม่แพง ทำให้มีคนนิยมเข้าพัก เช่น กรุ๊ปทัวร์ ข้าราชการ เป็นต้น ทำให้คนแน่น และหนวกหู
– คนมาก เรื่องมาก อาจทำให้อาหารมื้อนั้นเป็นอาหารที่ไม่อร่อยได้

1 Comment

Filed under Uncategorized