วัดเขมาภิรตาราม คำสอนของ พระพุทธเจ้า

สรุปโดย ©รตจิตร concluded by Ratajit

**งานเขียนนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน
ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระครูเกษมธรรมนิวัฐ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
วัดเขมาภิรตาราม ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี 11000 จังหวัดนนทบุรี

วันและสถานที่ : เสาร์ที่ 26 กันยายน 2558 ณ ชมรม แมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

ก่อนเริ่มการบรรยายธรรมที่ ชมรม แมสบุญรักษา ทุกครั้ง พวกญาติโยม จะกล่าว คำอาราธนาธรรม ก่อน ดังนี้

” พรหมมา จะโลกาธิปะตี สะหัมปะตี…………………กัตอัญชะลี อันธิวรัง อะยาจะถะ
สันตีธะ สัตตาปปะระชัก ขะชาติกา……………………เทเสตุ ธัมมัง อุนะกัมปิมัง ปะชัง ฯ ”
ซึ่งแปลว่า “ท้าวสหัมบดี แห่งโลก ได้ประคองอัญชลีทูลวิงวอนพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐว่า สัตว์ผู้มีธุลี ในดวงตาน้อย มีอยู่ในโลกนี้ ขอพระคุณเจ้าโปรดแสดงธรรม อนุเคราะห์ด้วยเถิด”

ท่านพระครูเกษมธรรมนิวัฐ เริ่มด้วย ส่วนหนึ่งในบทประพันธ์ของ ถนอม อัครเศรณี ที่ประพันธ์ให้โรงเรียน บ้านโป่ง ว่า
“เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย”

ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อบทประพันธ์เป็น “เมืองกังวล” ท่านพระครู ฯ เป็นพระสงฆ์ที่เจ้าบทเจ้ากลอนมาก เช่น กาพย์ยานี ๑๑ ของท่านพระครู ฯ ที่ รตจิตร ชอบมาก ๆ ที่ทำให้มนุษย์และสรรพสิ่งมีความสุข แต่ รตจิตร ใช้วิธีจดจำมา อาจจะผิดพลาด ก็ขออภัยไว้ที่นี่ค่ะ ท่านพระครู ฯ
“แสงแดด และอากาศ
น้ำสะอาด อาหารดี
ออกกำลังอย่างเต็มที่
ชีวิตดี ผ่องอำไพ”

Buddha_teaching

ในที่นี้ รตจิตรอยากสรุป คำสอนต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า ที่ท่านพระครู ฯ ยกขึ้นมาบรรยายไปเรื่อย ๆ ได้แก่

1. พระพุทธเจ้า ทรงตรัสว่า ความดี ความงาม พวกท่านเป็นผู้กระทำ เราตถาคตเป็นเพียงผู้บอก เพราะ
คำสอนของพระพุทธเจ้า มีลักษณะพิเศษเฉพาะ 4 ลักษณะคือ (1). เปิดเผย (2). เป็นสัจธรรม (3). ไม่สามารถคัดค้านได้ และ (4). พิสูจน์ได้

2. ผู้รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น
สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสา
เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กฺวจิ
เอวํ ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรสํ
ตสฺมา น หึเส ปรํ อตฺตากาโม
คำแปล : เราคิดค้นหาทุกทิศแล้ว ก็ไม่พบผู้อื่นซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตนในที่ไหน ๆ ถึงผู้อื่นก็มีตนเป็นที่รักมากอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น

มารผจญ_นางตัณหา_ราคา_อรดี

3. นารีพิฆาต
ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ เป็นช่วงของนารีพิฆาต คือธิดามาร 3 ตนของวสุดีมาร ที่พ่ายแพ้แก่พระพุทธเจ้า แต่ลูกสาวทั้งสาม คือ นางตัณหา นางราคา และ นางอรดี ไม่ยอมแพ้ เพราะต่างมั่นใจว่า อะไร ๆ ก็แพ้แก่สตรีทั้งสิ้น ดั่งเช่น
“อสรพิษเข้ามาข้าไม่หวั่น…………………ช้างตกมันประจันหน้าข้าไม่หนี
สิ่งที่กลัวคือ “โคเขาอ่อน” มาราวี………..ขวิดเข้าที่จีวรขาดบาตรกระเด็น

เหตุการณ์นารีพิฆาตนี้ ไม่ได้ทำให้พระพุทธเจ้าหวั่นไหว แต่ทำให้พระอานนท์เดือดร้อน เพราะนางทั้งสาม ด่าว่าราวีถึง 7 วัน 7 คืน ในขณะที่พระพุทธเจ้า ไม่ทรงหนี เพราะถ้าหนี ก็ต้องมีอีก ไม่หมดสิ้น
ท่านพระครูเกษมธรรมนิวัฐ เล่าบทธรรมเรื่องนี้ เพื่อจะชี้ให้โยมในห้องรู้ถึงขันติของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นความอดทน ที่เป็นตะบะใหญ่ยิ่ง และการชนะกิเลส ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังนั้นการข่มจิต ประคองจิต จึงสำคัญมาก เพื่อให้ใจสะอาด ใจสว่าง และใจสงบ เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้

รตจิตรก็สรุปธรรมบรรยาย ซึ่งจัดโดยชมรมชาวพุทธพาต้า จบไปอีก 1 เรื่อง หวังว่าเพื่อน ๆ คงอ่านสนุก แบบมีสาระ และมีประโยชน์ในการดำรงชีวิต

Leave a comment

Filed under Uncategorized

บรรยายธรรม โดย วัดช่างเหล็ก

สรุปโดย ©รตจิตร
Concluded by Ratajit | October 4, 2015

**งานเขียนนี้ของรตจิตร ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน
ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระอธิการ วรท อภิวโร

วัดช่างเหล็ก เขตตลิ่งชัน กทม.

วันและสถานที่ : เสาร์ที่ 12 กันยายน 2558 ณ ชมรม แมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

ความจริงท่านพระอธิการ วรท อภิวโร บรรยายธรรมโดยมีเนื้อหาค่อนข้างมาก แต่เพื่อให้รวบรัด รตจิตรจึงเขียนสรุปอย่างย่อ โดยดึงประเด็นเฉพาะที่เพื่อน ๆ น่าจะอ่านแล้วสนุก และที่ควรนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ท่านพระอธิการ วรท อภิวโร เริ่มบรรยายธรรมโดย กล่าวว่า

1. พระพุทธเจ้าไม่เคยทรงบอกว่า ใครดี ใครชั่ว แต่บอกว่า
– คน ๆ นั้น ทำกุศล หรือทำอกุศล
– ถ้าทำกุศล ก็ยังผลให้ได้เหตุแห่งสุข ถ้าทำอกุศล ก็คือเหตุแห่งทุกข์

2. พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแต่เรื่องทุกข์ แต่สอนให้เข้าถึงความสุข เช่น
– นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ (อ่านว่า นิพพานัง ปรมัง สุขัง) หมายถึง นิพพานเป็นความสุขอย่างยิ่ง เป็นความสุขสูงสุด
– สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย หมายถึง การสั่งสมบุญมีความสุข
– ให้ทานเป็นบันได ให้ชีวิตมีความสุข พระพุทธองค์ ดำเนินชีวิตโดยมีทาน จากหลาย ๆ เรื่อง

ศีล_สมาธิ_ปัญญา

3. พระพุทธเจ้าทรงสอนหลักธรรม 3 ข้อที่ทำให้จิตผ่องใส ซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง ดังนี้
– งด/ละบาป ละชั่ว คือละชั่วอย่างเด็ดขาด
– เจริญบุญกุศล คือทำดีอย่างต่อเนื่อง
– จิตผ่องใส คือผลจากการละบาป และเจริญบุญกุศล

4. ศีล ถือเป็นอาภรณ์ประดับให้คนเรางดงาม เรียบร้อยดีไม่มีโทษ เป็นความร่มเย็นเป็นสุข ที่อยู่ในใจคนเรา โดยอย่างน้อยต้องถือศีล 5 ได้แก่
(1) ปาณาติปาตา ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
(2) อทินนาทานา ห้ามลักทรัพย์
(3) กาเมสุ มิจฉาจารา ห้ามประพฤติผิดในกาม
(4) มุสาวาทา ห้ามพูดปด หรือพูดไปแล้วเขาเสียหาย/เสียประโยชน์ หรือพูดจาสอดเสียด หรือพูดคำหยาบ
(5) สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา ห้ามดื่มสุราและเมรัย และสิ่งเสพต่าง ๆ เพราะ
– คำว่าสุรา หมายถึงเหล้า
– คำว่าเมรัย หมายถึง ของหมัก
– คำว่ามัชช หมายถึง ของเสพติด

ศีลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนโยมที่ชอบการเจริญภาวนา ควรรู้หลักการจริง ๆ ว่า การเจริญภาวนานั้นต้องใช้สติ ต้องสำรวจตัวเอง ด้วยว่า ตนมีศีลจริงหรือไม่ ศีลที่มีนั้นเป็นศีลบริสุทธิ์หรือไม่ การโมทนาบุญ ก็ได้บุญ หากโมทนาบาป ก็ได้บาป มีตัวอย่างเกี่ยวกับ พระนางพิมพา ซึ่งเกิดทุกชาติไม่เคยทำบุญเอง แต่โมทนาบุญไปด้วยกับ พระพุทธองค์ จึงได้เป็นพระอรหันต์ และได้ขึ้นสวรรค์

อริยมรรคมีองค์ 8

5. จิตของคน
หลายคนมีคำถามอยู่ในใจบ่อยครั้งว่า เมื่อตนเองชอบนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ปฏิบัติเท่าไร ก็ยังไม่สงบ ไม่บรรลุธรรม เพราะเกี่ยวกับสมาธิ และปัญญา โดยต้องทรงสติสัมปชัญญะ ให้ตั้งมั่น และใช้ปัญญาโดยเอาสติไปฟัน หรือไปฆ่ากิเลสให้หมด

6. อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อเป็น 3 อย่างได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา และย่อเป็น 1 คือ สตินั่นเอง อริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่
(1) สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นชอบ
(2) สัมมาสังกัปปะ คือ ความดำริชอบ
(3) สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ
(4) สัมมากัมมันตะ คือ ทำการงานชอบ
(5) สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีพชอบ
(6) สัมมาวายามะ คือ มีความเพียรชอบ
(7) สัมมาสติ คือ ระลึกชอบ
(8) สัมมาสมาธิ คือ ตั้งใจชอบ

7. อะไรเป็นบุญ
พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ 3 ทางคือ คิดดี พูดดี และทำดี โดยอย่าคิดว่าต้องใช้กรรมหมดก่อน จึงจะไปนิพพานได้ แม้แต่พระพุทธองค์ก็ยังมีกรรมติดตัว แม้พระองค์จะนิพพานไปนานแล้ว

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดสุทัศน์ เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1000 คาถา

The Vessantara Jataka

สรุปโดย ©รตจิตร concluded by Ratajit

**งานเขียนนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน
ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระมหา ดร.กรวิก อหิงสโก
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กทม.

วันและสถานที่ : เสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2558 ณ ชมรม แมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

วันนั้น รตจิตรจะได้ฟังพระธรรมเทศนา และการเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1000 คาถา ซึ่งบรรยายธรรมโดย ท่านพระมหา ดร.กรวิก อหิงสโก ท่านได้ตั้งคำถามว่า
“ใครแสดงเทศน์มหาชาติคนแรก?”
ในห้องเงียบ ไม่มีโยมคนไหนตอบเลย เพราะไม่มีใครคิดถึงมาก่อนว่าคำตอบจะคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมเทศน์มหาชาติ ไว้ 2 ภพ คือบนสวรรค์ และโลกมนุษย์ ดังนี้

1. บนสวรรค์
ในวันออกพรรษา พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา
2. บนโลกมนุษย์ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ เมืองหลวงของแคล้นสักกะ ปกครองโดยพระเจ้าสุทโธทนะ ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะนั่นเอง พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่อง สุจริตธรรม ในวันนั้น กษัตริย์ต่างให้พระโอรสธิดา นั่งข้างหน้าเพราะเห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นหลาน พระองค์ทรงแสดงอัศจรรย์ นั่งเหาะ ทรงโปรยผงธุลีใส่ศีรษะกษัตริย์พระองค์อื่น ๆ และพระญาติวงศ์ของพระองค์ด้วย ทำให้ทุกพระองค์ก้มลงกราบ ทรงบันดาล ฝนโบกขรพรรษ เป็นฝนสีชมพูแดง หรือ ฝนใบบัว ให้ตกลงในที่ประชุม เพราะเมื่อตกลงมากระทบกาย ก็จะร่วงลงพื้นดิน คล้ายหยดน้ำ บนใบบัว

เทศน์มหาชาติ_13_กัณฑ์

อานิสงส์ของการฟังเทศน์มหาชาติครบบริบูรณ์ ที่จบเพียงวันเดียว ทั้ง 13 กัณฑ์ จะทำให้สำเร็จความปรารถนา ดังนี้
1. เมื่อตาย จะได้พบพระพุทธเจ้าองค์ใหม่คือ ศรีอริยเมตไตย เป็นยุคที่ทุกคนหล่อ รวย ขอทุกอย่างได้จากต้นกัลปพฤกษ์ได้
2. เมื่อตายได้เกิดในบนสวรรค์ เพื่อเสวยทิพยสมบัติ จำนวนมาก
3. จากบุญของแต่ละคนที่สะสมมา เมื่อเกิดชาติหน้า จะไม่ตกนรก หรืออบายภูมิ
4. ได้จุติเกิดเป็นมนุษย์ ในยุค พระศรีอริยเมตไตย
5. ถ้าได้ฟังเทศน์มหาชาติจากพระพุทธเจ้า จะได้เป็นพระอริยบุคคลด้วย

วันที่รตจิตรได้ฟัง เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ภายใน 2 ชั่วโมง โดยท่านพระมหา ดร.กรวิก อหิงสโก จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร นั้น รตจิตร ยังไม่รู้เลยว่า พระสารีบุตรก็อยู่ในเรื่องนี้ด้วย แต่มารู้ตอนฟังพอจ.กฤช นิมฺมโล เล่าให้ฟังว่าคือ เกิดเป็นฤาษี เหมือนหลาย ๆ ชาติของพระสารีบุตร ในกัณฑ์ที่ 7 หรือ มหาพน ชื่อ อจุตฤาษี ที่ถูกชูชกหลอกล่อจนยอมให้พักในอาศรม 1 คืนและบอกเส้นทางไปพบพระเวสสันดร ให้ด้วย
ท่านพระมหา ดร.กรวิก อหิงสโก ได้สรุปเรื่องเทศน์มหาชาติ ว่า เป็นการแสดงถึง ขันติบารมี ของพระพุทธองค์ ที่ทรงใช้ขันติธรรม จนเคยคิดอยากทำร้ายชูชก ตอนที่พระองค์ทอดพระเนตรเห็นชูชกทำร้ายพระกุมาร-กมารีอย่างทารุณ แสนสาหัส แต่พระองค์ต้องทรงข่มพระทัยไว้อย่างยิ่งยวด

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดนาคปรก ศีล หลักธรรมสำคัญที่สุดของศาสนาพุทธ

ผู้สรุป โดย รตจิตร Concluded by Ratajit
ผู้บรรยายธรรม โดย พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระกิตติโสภณวิเทศ (เศรษฐกิจ สมาหิโต) เจ้าอาวาสวัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ กทม. ณ วันที่ 29.8.2558
สถานที่แสดงธรรม บจก. แมสมาร์เก็ตติ้ง มูลนิธิชมรมชาวพุทธพาต้า และห้างสรรพสินค้า พาต้า

**งานเขียนนี้ ถือเป็นวิทยาทานเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน โดยห้ามมิให้คัดลอกนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้ในเว็บไซต์อื่น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีโฆษณา ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้อนุญาตให้นำไปใช้ในสถาบันการศึกษา โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน

ที่วัดนาคปรก ไม่เหมือนวัดอื่นที่ กำหนดให้มีการฟังเทศน์ ฟังธรรม ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ในขณะที่วัดอื่นจะเป็นทุกวันพระ เนื่องจากที่วัดนาคปรก มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ 70-80 รูป หากวันพระตรงกับวันธรรมดา หรือวันทำงานของญาติโยม ทำให้มีโยมมาถวายอาหารและปัจจัยที่วัดเพียง 3-4 คนแล้ว พระสงฆ์จำนวนมากจะทำอย่างไร

ภูมิธรรมชั้นต้น คือ “ศีล” เพื่อให้มนุษย์ หรือก็คือ ผู้ที่มีจิตใจสูง ประคับประคองคนให้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระกิตติโสภณวิเทศ ศีลมีลักษณะดังนี้

1. ศีล เป็นบันไดไปสู่สวรรค์ จรวดชนิดใดก็ไปไม่ถึง
2. ศีล มีพลังเหนือทุกสิ่ง
3. ศีล เป็นอาวุธสูงสุด ชนิดที่ตัดกิเลส (อย่างหยาบ) ได้
4. ศีล เป็นอาภรณ์ เป็นธรรมชาติที่มีกลิ่นหอม
5. ศีล เป็นสิ่งที่นำพาเราให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

และท่านทิ้งท้ายไว้ว่า การไม่หลง ไม่ลืม ดีที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่มีลักษณะการหลงลืมดังนี้ คือ
คนอายุ 40 มักจะลืมข้างหน้า
คนอายุ 50 มักจะลืมข้างหลัง
คนอายุ 60 มักจะลืมทั้งข้างหน้า และข้างหลัง

ศีล

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ธรรมบรรยาย จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
สรุปโดย ©Ratajit

ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระมหาสัญญา ขนฺติธมฺโม
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ท่าพระจันทร์ กทม.

วันและสถานที่ : เสาร์ที่ 19 กันยายน 2558 ณ ชมรม แมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

รตจิตรได้ไปร่วมฟังธรรม กับชมรมชาวพุทธพาต้า ในวันที่ 19/9/2558 ซึ่งได้นิมนต์ ท่านพระมหาสัญญา ขนฺติธมฺโม มาในวันนั้น รตจิตรจึงอยากสรุปเพื่อถ่ายทอดให้เพื่อน ๆ ที่ไม่ได้ไปได้รับรู้ และซึมซับรสพระธรรมได้ด้วยกันจ้า ท่านพระมหาสัญญา ขนฺติธมฺโม ได้เริ่มอรัมภบท โดยการเตือนสติให้โยม ว่า “ชีวิตคอการเดินผ่าน ร่างกายคือทางผ่าน ชีวิตนี้ยืมเขามา สักวันธุดินก็ต้องกลับสู่ดิน และ
ที่เรา “มา” ดี เพราะมีบุญ จึงมาเกิดเป็นคน
ที่เรา “อยู่” ดี ก็เพราะมีต้นทุน และ
ที่เราสามารถจะ “ไป” ดี อยู่ที่เราสร้างเหตุปัจจุบันให้ดี”

แม้บางคน เมื่อไป ก็ไปได้แต่อบายภูมิ ในขณะที่บางคนต้องการไป โดยอยากเกิดเป็นเทวดาชั้นพรหม ก็ยังมีวันหมดอายุขัย ท่านพระมหาสัญญา ขนฺติธมฺโม ได้เล่าตัวอย่างเกี่ยวกับ สุพรหมเทพบุตร ที่วิมานของท่าน 1 หลังจะมีบริวารประภัสสรถึง 1000 องค์ อยู่ ๆ เทพธิดา 500 องค์หมดบุญพร้อมกัน สุพรหมเทพบุตร จึงเพ่งดวงชะตา ถึงเห็นว่า ตัวท่านเองก็เช่นกันที่จะอยู่ได้เพียง 7 วัน จึงรีบเสด็จไปเข้าเฝ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม และธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แก่สุพรหมเทพบุตร สรุปได้ดังนี้ ถือเป็นธรรม 4 ประการ เพื่อความสุขสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย

1) ปัญญา
เพื่อพินิจพิจารณาว่าอะไรมีประโยชน์แก่ตน ซึ่งมี 2 ประการคือ
1.1 ปัญญาที่เป็นโลกียะ คือรู้ตามความเป็นจริง และ
1.2 ปัญญาที่เป็นโลกุตระ คือมองความจริง 4 ประการ หรืออริยสัจ 4 ได้แก่
(1) ทุกข์ (การยึดมั่น ถือมั่น)
(2) สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์ เพราะอวิชา)
(3) นิโรธ (ความดับทุกข์) และ
(4) มรรค (หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์)

2) ความเพียร
เพื่อดูตัวเอง หลังจากรู้ว่าอะไรที่ดีกับตัวเอง

3) สำรวมอินทรีย์ 6
เพื่อไม่ให้ยินดียินร้าย กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

4) สลัดความยึดมั่นถือมั่น
เพื่อไม่ให้เป็นทุกข์ หลังจากพิจารณาข้อ 1) ถึงข้อ 3)

ธรรมะ 4 ประการ

รูปภาพประกอบ วาดโดยรตจิตร ด้วยสีน้ำ Sennelier บนกระดาษ Canson ชื่อภาพ “Sleeping Buddha”

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ไตรสิกขา

ศีล สมาธิ และปัญญา
สรุปโดย ©Ratajit

ผู้บรรยายธรรม : ท่านพระครูสังฆกิจพิมล (พอจ.สุรศักดิ์)

วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

วันและสถานที่ : เสาร์ที่ 5 กันยายน 2558 ณ ชมรม แมสบุญรักษา มูลนิธิชาวพุทธพาต้า

พอจ. สุรศักดิ์ บรรยายว่าเรื่องสำคัญ ๆ ทางพุทธศาสนามี 3 เรื่องคือ ศีล สมาธิ และปัญญา โดยศีล ถือว่าเป็นพื้นฐานให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน หรือแม้แต่ตนเอง สรุปเรื่อง ศีล ได้ดังนี้

ศีล สมาธิ และปัญญา

ศีล ยึดหลัก 3 ส. คือ สะอาด สงบ และสว่าง ทั้งภายนอก และภายใน กล่าวโดยสรุปคือ

(1) สะอาด ให้สะอาดนอก สะอาดใน นำชีวิตสดใส

(2) สงบ     ส. นี้ถ้าทำได้ จะอยู่ได้นาน ทุกคนถ้าตาย ไม่ใช่จะนอนตายตาหลับได้เหมือนกันหมด เพราะบางคน แม้ตายก็ยังไม่สงบ ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า “สบายใจ สงบ ไม่มีอะไรปกปิด ถึงตายตาหลับ” พอจ. ยกตัวอย่าง หลวงตาไสว ซึ่งบวชเป็นพระที่สวนโมกขลพลาราม หลังจากที่ออกจากงานที่บจก. Singers   หลวงตาเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยทุกวัน เช่น ทรัยพ์สินที่มี ให้บริจาคเป็นทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน การนอนแต่ละวัน อาจหลับไม่ตื่น แต่ถ้าตื่นขึ้นมายังมีชีวิตอยู่ ก็ทำหน้าที่ของวันนั้นต่อไปให้ดีที่สุด เป็นต้น แต่หากไม่เตรียมพร้อมอะไร ตายอาจมีกังวลก็ได้

(3) สว่าง พอจ. เปรียบไว้ว่า แสงอะไร สว่างเท่าปัญญา ไม่มี ปัญญา สามารถส่องทางสว่าง ทำให้อวิชชาไม่มี โดยปกติ ถ้ายังมีชีวิต ย่อมติดกับปัญหา จึงต้องพยายามทำให้ได้ว่า ตราบใดที่มีชีวิต อย่าให้มีปัญหา   เพราะความจริงไม่ใช่ปัญหาเลย เช่น บางคนคิดว่า ความแก่ เป็นปัญาหาของชีวิต แต่สำหรับทานพุทธทาสแล้ว ท่านพูดไว้ว่า ความแก่นี้ดี อย่างน้อยช่วยให้ไม่ไปด่า ไปตีใคร เป็นต้น

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ความรักของ พ่อแม่ ตอนที่ 2: พ่อแม่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ จนทำร้ายลูก

Angry Parents

เขียนโดย ©รตจิตร-Ratajit

พ่อแม่ใช้อารมณ์

รตจิตรเขียนหัวข้อนี้เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่หลายครอบครัว อย่างน้อยก็เพื่อเตือนสติ หรือให้เกิดสติในการใช้ชีวิตช่วงที่ลำบาก หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเจอมรสุมทางเศรษฐกิจทั้งจากภายในประเทศ และจากต่างประเทศ ทำให้หลายคนเจอะเจอปัญหาต่าง ๆ นานา ทั้ง ภาวะขาดเงิน รายได้ลดต่ำลง แต่รายจ่ายกลับพุ่งพรวด เพราะราคาสินค้าที่ปรับขึ้นแล้ว ไม่เคยปรับลงเลย รตจิตรขอยกตัวอย่างสินค้าที่คนไทยคุ้นเคย คือน้ำตาล รตจิตรเคยซื้อน้ำตาลทรายถุงกิโล ที่ราคาเพียง 10 บาท ในอดีต ราคาน้ำตาลจะสูงเฉพาะช่วงที่ปิดหีบอ้อย และปรับลงเมื่อถึงฤดูอ้อย แต่ปัจจุบันราคาสูงตลอด อยู่ที่ 23.50 บาทต่อกิโล เป็นต้น นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้บางบริษัท มีการปรับลดคนงานลง หรืออาจปรับลดเงินเดือนด้วยซ้ำ
พ่อแม่ทำร้ายลูก

พิษของเศรษฐกิจที่รุมเร้า ในขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งขโมยขโจรก็มากขึ้น แต่ตำรวจ หรือผู้พิทักษ์สันติราชทำอะไรไม่ได้ ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนยิ่งยากลำบากขึ้น หลายครอบครัวเริ่มมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน มีการหย่าร้าง ขาดความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัว พ่อแม่กลายเป็นคนใช้อารมณ์ในการดำรงชีวิตอยู่มากขึ้น จนบางครั้งลืมคนที่ตนเองบอกว่ารักที่สุด ลืมความรักความเอาใจใส่ที่ควรมีให้ลูก
ตัวอย่างประกอบของบทความ

วันที่ 4 เมษายน 2558 เมืองพัทยา ถ้ารตจิตร จำไม่ผิด ผู้ที่ช่วยให้เหตุการณ์ดังกล่าวดีขึ้น น่าจะเป็น คุณ สุนทร สรรคพงษ์ หน่วยกู้ภัยมังกรพิจิตร 112 จากเหตุผัวเมียทะเลาะกัน อย่างรุนแรง ถึงกับทำร้ายกัน โดยคว้ามีดขว้างใส่กัน จนมีดไปโดนหน้าลูกตัวเองเป็นแผลฉกรรจ์

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างอีกหลายเรื่องที่พ่อแม่เป็นคนฆ่าลูก และฆ่าตัวเองตายตาม เพื่อหนีปัญหาหนี้สิน หรือปัญหาโรคร้าย แต่ไม่มีเงินรักษา หรือแม้แต่ ความขัดแย้งของพ่อแม่ จนทำให้ต้องแยกทางกันอยู่ ฝ่ายหนึ่งหนีไป ไม่รับผิดชอบ หรือถูกไล่ออกจากบ้าน อีกฝ่ายไม่รู้จะทำอย่างไร จึงหนีปัญหาโดยฆ่าตัวตาย ทิ้งลูกไว้ หรือเลวร้ายที่สุด ถึงกับ อาจฆ่าลูกตัวเองตายตามกันไป หรือแม้กระทั่งเมื่อพ่อแม่ทะเลาะกัน กลับใช้อารมณ์ใส่ที่เด็กฝ่ายเดียว เป็นต้น เด็กมักจดจำภาพที่พ่อแม่ใช้อารมณ์ได้ดี และอาจจำได้ดีกว่าภาพที่คุณแสดงความรักต่อพวกเขา เหมือนเช่นพวกเราที่จำเรื่องร้าย ๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้แม่นยำ และจำได้นาน จำได้ดีกว่าเรื่องที่ประทับใจเสียด้วยฉันใด ลูกก็ไม่ได้แตกต่างฉันนั้น

Ratajit and Proud

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ความรักของ พ่อแม่

A Parent’s Love: Dad’s and Mom’s Love

นักศึกษาฆ่าตัวตาย

ความรักของ พ่อแม่ ตอนที่ 1: พ่อแม่ รักลูกเพียงภายนอก

Dad & Mom should love their child’s heart
เขียนโดย ©รตจิตร-Ratajit

ความรักของพ่อแม่ มีคนนำไปทำเป็น เรื่องสั้น แต่งเป็นบทความ แต่งกลอน ทำเป็นภาพยนตร์ หรือ quotes หลากหลายมาก เป็นต้น บทความนี้ รตจิตรเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นบทเรียนบางอย่าง ที่คิดว่าอาจเป็นประโยชน์แก่ครอบครัวบางคน อาจช่วยให้ไม่สายเกินไปที่จะนำไปใช้ในครอบครัว หรือเตือนสติตัวเอง เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนมาได้ และเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขอย่างแท้จริงทั้งจากภายนอกสู่ภายใน และจากภายในสู่ความสุขภายนอกหรือทางกายนั่นเอง เรา ๆ ท่าน ๆ ที่เป็นพ่อแม่ลูก คงเคยได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อย ๆ ไม่ว่า จะเป็นภาษาไทย หรือ อังกฤษ เช่น
No Love is Greater than Parent’s Love or
No Love is Greater than Dad’s and Mom’s Love or
ไม่มีความรักใด ๆ จะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักของ พ่อแม่

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของ รตจิตร การกระทำของพ่อแม่ หลายครั้ง ก็แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พ่อแม่ เป็นห่วงลูกเฉพาะร่างกาย หรือภายนอก ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ ดูแลความร้อน ความหนาวเย็น ดูว่าเป็นไข้ หรือไม่ การทักทายว่า กินข้าวมาหรือยัง หิวมั้ยลูก จะเอาอะไรมั้ย สั่งกับข้าวอะไร หรือวันนี้เป็นไงบ้าง หรือถ้าลูกป่วยไข้ ก็มักจะถามว่า ดีขึ้นหรือยัง ลูก ฯลฯ พ่อแม่หลายคนลืมเรื่องความรู้สึก ความในใจ หรือสุขภาพจิตของลูก หรือให้เวลา ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับลูกของตนเอง น้อยไป จนอาจเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรม ที่ทำให้พ่อแม่ต้องจดจำ ต้องเสียใจ ไปไม่รู้ลืม จากข่าวคราวโดยส่วนมากที่ รตจิตรอ่านผ่านสื่อ สาเหตุใหญ่ ๆ ที่พบจากความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ มี 2 เรื่องคือ

พ่อแม่กีดกันความรักของลูก

1. สาเหตุจากความรัก แต่ลึก ๆ อาจมาจาก “พ่อแม่กีดกัน”

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2548 “นิสิตแพทย์จุฬา เครียดเรื่องผลการเรียน ที่ติดอยู่ 1 วิชา และลงเรียนมาแล้ว 3 ปีแต่ไม่ผ่าน จึงกระโดดตึกโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งสูง 12 ชั้น พบศพที่บริเวณลานจอดรถชั้น 4

วันที่ 14 พฤษภาคม 2551 จังหวัดมหาสารคาม น้องใหม่ เครียดกลัวไม่มีที่เรียน จึงใช้ปืนของปู่ ระเบิดขมับตัวเอง หลังจากดูผลสอบแอดมิสชั่นส์ทางอินเตอร์เน็ต ว่าติดวิศวะคอมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตร จึงสละสิทธิที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่พอเช็คอีกรอบกลับไม่มีชื่อ จึงเครียดและเก็บตัวอยู่แต่ในห้องก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย

วันที่ 19 มิถุนายน 2558 ประเทศจีน มณฑลเหอหนาน
คู่รักวัยรุ่นกระโดดลงทะเลสาบ ฆ่าตัวตาย เพราะพ่อแม่กีดกันความรัก เว็บไซต์ shanghaiist.com เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน โทยฝ่ายหญิง ชาวเมืองจูมาเตียน กระโดดลงไปในทะเลสาบเพื่อฆ่าตัวตาย ฝ่ายชาย ชาวมณฑลอานฮุย วิ่งเข้าไปขัดขวาง แต่ไม่ทัน จึงตัดสินใจกระโดดตายตามกันไป

วันที่ 1 กรกฏาคม 2558 ประเทศพม่า คู่รักผูกคอตายคู่กันบนต้นไม้ หลังถูกพ่อแม่ฝ่ายหญิงกีดกัน เพราะฝ่ายชายจน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 หนุ่มสาวชาวอินเดีย แม้จะรอดชีวิต แต่ได้พยายามฆ่าตัวตายที่ ทัชมาฮาล เพราะครอบครัวกีดกันการแต่งงานจากศาสนาที่ต่างกัน

วันที่ 5 สิงหาคม 2558 ณ ตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ คู่รักผูกคอตาย เพราะพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายกีดกันไม่ให้คบหากัน

ลูกฆ่าตัวตาย

2. สาเหตุจากผลการเรียน แต่ลึก ๆ อาจมาจาก “กลัวพ่อแม่”
วันที่ 11 มิถุนายน 2551 นักศึกษาสาว ซึ่งพักอยู่กับพี่สาว ต้องจบชีวิตโดยการผูกคอตาย เมื่อพี่สาวไม่อยู่ห้อง เพราะกลัวพ่อตำหนิ เพียงเพราะผลการเรียนที่ติด F 1 ตัว

วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 นักศึกษาอีกราย ชั้นปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ปลิดชีวิตตัวเอง ด้วยปืนของพ่อ โดยการจ่อยิงขมับขวาทะลุออกขมับซ้าย 1 นัด เพราะเครียดจากผลการเรียนที่ติด F 2 ตัว

วันที่ 9 มิถุนายน 2558 นิสิตสาวจุฬาฯ ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ เอกเคมี ฟิสิกส์ ตัดสินใจ กระโดดตึกดับอนาถ สาเหตุน่าจะมาจากผลการเรียนไม่ดี

วันที่ 19 มิถุนายน 2558 นักศึกษาหนุ่ม ปี 4 คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ กลัวถูก รีไทน์ ก็ใช้วิธีจบชีวิตตนเองด้วยการกระโดดตึกชั้น 8

เหตุการณ์ข้างต้น ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ หากพ่อแม่ เป็นพ่อแม่ที่ดี ให้เวลาลูก ๆ มากขึ้น ให้ความเอาใจใส่ ดูแลทั้งสุขภาพกาย และใจ ของเด็ก เป็นอย่างดี ให้ความเข้าใจลูกอย่างจริงจัง ไม่ได้คิดแต่ว่าตัวพ่อแม่เองสำคัญที่สุด ลูก ๆ ต้องแคร์ตัวเอง ถ้าทำไม่ได้ พ่อแม่ทั้งหลายอาจต้องเสียใจภายหลัง ถ้าเสียลูก ๆ ไปอย่างไม่มีทางกลับมาเริ่มต้นใหม่

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วิธีรักษา เมื่อถูกตัวต่อ หรือผึ้งต่อย

Ratajit got stung by wasp.
เขียนโดย ©รตจิตร-Ratajit

Wasp stings

หัวข้อนี้ รตจิตร จะเขียนสั้น ๆ เพื่อให้ตรงประเด็นสำหรับคนที่ถูกตัวต่อต่อย ตั้งแต่อาการที่ถูกต่อต่อย วิธีการรักษาพิษจากตัวต่อต่อย ด้วยตนเอง โดยใช้ใบเสลดพังพอน และอาการภายหลังจากที่รักษา เป็นต้น ความจริงเราอาจเคยได้ยินว่าให้ใช้หอมแดง แต่ไม่ใช่ทุกบ้านจะมีหอมแดงติดบ้านตลอด นอกจากนี้ ที่บ้าน รตจิตร ปลูกต้นเสลดพังพอน เพราะมีประโยชน์สารพัดจริง ๆ ค่ะ อีกทั้งยังเพาะเพื่อแจกญาติโยมที่ไปวัดด้วยนะจ๊ะ

ตัวต่อต่อย

อาการเมื่อถูกตัวต่อต่อย

ปวดจี๊ด เจ็บจริง ๆ เหมือน เข็มแหลม ๆ ปักอย่างแรง และปักอย่างเร็วมากด้วย วันนั้น รตจิตร ใส่กางเกงลายดอก สีเหลือง ๆ ม่วง ๆ คือเป็นสีโปรดของตัวต่อ เหลือเกิน ตัวต่อบินมาเกาะที่ขากางเกงด้านซ้าย โดย รตจิตร ไม่รู้เรื่องเลย และขณะที่ยืนคุยนั่นเอง รตจิตรก็เอาท้าวขวามาเกาที่กางเกงบริเวณน่อง หลังเท้าขวาปวดจี๊ดทันที จนรตจิตรยืนไม่ได้ ตัวงอ ลงไปกองกับพื้นเลย
ยิ่งไปกว่านั้น รตจิตรอยากให้เพื่อน ๆ จำไว้ว่า ถ้าเราถูกตัวต่อต่อย และยังไม่เห็นตัวมันจริง ๆ อย่าซี้ซั้วขยับ เพราะตัวต่อไม่เหมือนผึ้ง ที่มีเหล็กในเพียงอันเดียว ถ้าไม่จำเป็นผึ้งจะไม่ต่อยคนเลย เพราะผึ้งสามารถต่อยเราได้ครั้งเดียว และก็จะกลายเป็นผึ้งที่อ่อนแอ ส่วนตัวต่อ พอต่อยใครแล้ว ก็ต่อยได้เรื่อย ๆ ดังนั้นควรอยู่นิ่ง ๆ ถ้าไม่แน่ใจว่ามันอยู่ไหน

Got stung by wasp

เมื่อ รตจิตร ถูกตัวต่อต่อยที่หลังเท้าขวา จนลงไปกองกับพื้น ลูกสาว รตจิตร รีบไปเอาใบเสลดพังพอนมาเคี้ยว โปะลงตรงเท้าจุดที่ปวด รตจิตรก็ขยับเพื่อหาตัวต่อ เผอิญมันหลบไปอยู่ที่บั้นท้าย รตจิตรไม่รู้ไปนั่งทับตัวต่อ ตอนนี้เจ็บปวดแสนสาหัส เพราะมันต่อยมั่ว เหมือนเข็มทั้งกำ ปักทิ่มแทงก้น อย่างแรง และรวดเร็วมาก ๆ

วิธีการรักษาด้วยต้น เสลดพังพอน

1. เคี้ยวใบเสลดพังพอน ตัวผู้ สัก 5-10 ใบ ให้ละเอียด หรือเอาจำนวนใบเสลดพังพอน เท่าที่จะเคี้ยวในปากได้
2. ความจริงใช้ ใบของต้นเสลดพังพอนตัวเมียก็ได้ แต่ที่บ้าน รตจิตร ชอบ เสลดพังพอนตัวผู้ เพราะมีหนามแหลมคม และยังมีดอกเหลืองเข้มสวยงาม และออกดอกได้ทั้งปี
3. คนที่เคี้ยว ใบเสลดพังพอนตัวผู้ ต้องทนนิดหน่อยนะ เพราะฝาดมากกว่า การเคี้ยวใบโหระพา หลาย ๆ ใบที่รตจิตรชอบด้วย และขมด้วย ไม่เหมือนเสลดพังพอนตัวเมีย ที่มีรสจืด
4. รีบนำใบ เสลดพังพอน ที่เคี้ยวแล้ว โปะบนจุดที่ ถูกตัวต่อต่อย และทิ้งไว้สัก 5 นาทีหรือนานกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดที่ถูกตัวต่อต่อย

วิธีรักษาตัวต่อต่อย

อาการหลังการรักษาด้วยตนเอง

1. เมื่อโปะใบเสลดพังพอน จะถอนพิษของตัวต่อ เพียง 2 นาที ความเจ็บปวดจะค่อย ๆ จางหาย จนหมดสิ้นในเวลาไม่เกิน 5 นาที
2. วันรุ่งขึ้น แผลที่ รตจิตร ถูกตัวต่อต่อย มีลักษณะดำ และคันมาก ๆ แต่จะดีขึ้นในวันต่อ ๆ มานะจ๊ะ

ประโยชน์อื่น ๆ ของต้นเสลดพังพอน

ต้นเสลดพังพอนตัวผู้

นอกจากจะใช้ถอนพิษงู พิษแมลงกัดต่อย ถอนพิษไข้ พิษไข้ทรพิษ แก้พิษไฟลวก หรือน้ำร้อนลวกแล้ว ยังรักษาอาการผื่นคันตามผิวหนังได้อย่างดีเยี่ยม เช่นอาการแพ้ โรคเริม อาการของงูสวัด แต่ต้องผสมเหล้า 28 ดีกรีด้วยเพื่อให้เย็นขึ้น คันจากยุง ฯลฯ

ที่สำคัญ ประโยชน์ของตัน เสลดพังพอน ยังใช้ได้ทั้ง ราก ทั้งใบ ด้วยนะจ๊ะ ดังนั้น รตจิตร ลูก จึงเพาะ ต้นเสลดพังพอน เพื่อแจกจ่าย ญาติโยม ตามวัดที่รตจิตร ไปฟังธรรม ไปทำบุญ หรือไปเวียนเทียน ด้วยจ้า

Barleria lupulina Lindl

Leave a comment

Filed under Uncategorized

วิธีรักษาโรคกระดูกเสื่อม วิธีป้องกันโรคกระดูกและไขข้อ

เขียนโดย ©รตจิตร-Ratajit

ว่ายน้ำรักษาโรคกระดูก

หลายคนบอกว่าต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 20-30 นาที เพราะ 15 นาทีแรก น้ำตาลในตัวเราจะถูกดึงมาใช้ และแป้งในตัวจึงถูกใช้ที่ 15 นาทีหลัง รตจิตร ไม่ได้ชอบการออกกำลังกายเท่าไร เพราะความขี้เกียจมีมาก แต่ทุกวันนี้ รตจิตร กลายเป็นคนว่ายน้ำ เกือบทุกวัน วันละประมาณ 25 นาที ความเห็นส่วนตัวของ รตจิตร ถือว่า การว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่มีประโยชน์มากที่สุด เป็นการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายจริง ๆ เหมาะกับคนไทยทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก หรือไขข้อ แม้แต่นิ้วล็อค

รตจิตรว่ายน้ำ

ปี 2541 หมอ ณ โรงพยาบาลชื่อดัง ย่านธนบุรี ตรวจผิดพลาด และตัดทั้งมดลูกและรังไข่ของ รตจิตร ในขณะที่ รตจิตร ไม่สามารถทานฮอร์โมนเสริมได้ ทำให้กระดูก เริ่มเสื่อม จนมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกหลายเรื่อง เช่น

โรคหมอนรองกระดูก
– โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทจนเดินไม่ได้ เจ็บแสนสาหัส และหมอที่โรงพยาบาล 2 แห่งต่างก็มีความเห็นตรงกันว่าต้องผ่า รตจิตร ใช้ google search พบข้อความใน Internet ว่า การว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ และกรรเชียง (free style and back stroke) ช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรงพยุงกระดูกสันหลังของ รตจิตร มาได้ถึงปัจจุบัน 17 ปีเต็ม ที่การว่ายน้ำทำให้ รตจิตร สามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติ นอกจากนี้หากมีสระ Jagucci pool ก็ยิ่งดี เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากแรงดันน้ำเพื่อช่วยนวดหลังได้นะคะ

”

มือชา นิ้วล็อค
– รตจิตร เคยมีอาการมือชานิ้วล็อค เพราะอาจเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ การทำงานบ้าน หรือการหิ้วของหนัก เกินไป เป็นต้น ซึ่ง รตจิตร ก็ได้เคยเขียนไว้แล้ว ในเรื่องอาการของนิ้วล็อค และวิธีการป้องกัน การรักษานิ้วล็อค เป็นต้น รตจิตร รักษาด้วยวิธี ทั้งนวดอายุรเวท ทั้งแช่น้ำอุ่นตามที่ websites ต่าง ๆ แนะนำ หรือใช้ขนมปังห่อมือก็ตาม จนถึงขั้นต้องฉีดยาที่โคนนิ้ว ซึ่งสามารถรักษาอาการนิ้วล็อคของ รตจิตร ได้แค่เพียงชั่วคราว ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพื่อนของ รตจิตร ที่ไปผ่ามือมา ก็ยังเป็น ๆ หาย ๆ อีก

รตจิตร อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ใช้วิธีว่ายน้ำท่าใดก็ได้ แต่ขอให้กางนิ้วออกทุกนิ้ว กวักน้ำแรง ๆ เพื่อใช้น้ำนวดตามข้อนิ้ว ข้อมือ ทำให้นิ้วล็อคหายเป็นปกติ และยังช่วยป้องกันไม่ให้นิ้วอื่นมีอาการนิ้วล็อคขึ้นมาอีก เพื่อน ๆ สามารถสังเกตจากรูปที่ รตจิตร แนบมา จะเห็นว่า นิ้วของ รตจิตรไม่ได้ชิดในขณะว่ายน้ำ แต่จะกางทุกนิ้วออก แม้ว่าจะทำให้การว่ายน้ำช้าลง แต่รตจิตร ก็ไม่ได้ว่ายน้ำแข่งอยู่แล้ว การว่ายน้ำไม่เร็วจนเกินไป ยังมีผลดีหลายด้าน เช่น ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่ายกายได้ต้านกับน้ำ และแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังทำให้ไม่เหนื่อยจนเกินไปจากการรีบเร่งออกกำลังกาย หัวใจก็ไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เป็นโรคหัวใจโตได้

แขนชา มือชา แขนอ่อนแรง
– เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แขนซ้ายของ รตจิตร เคยอ่อนแรง และไม่มีความรู้สึก แขนห้อยตกลงข้างตัว ยกแขนไม่ได้เลย รตจิตร ก็เคยเขียนไว้ในเรื่อง วิธีป้องกันรักษาแขนชา มือชา เช่นกัน แขนของ รตจิตร ไม่มีแรง จนกระทั่ง รตจิตรต้องใช้เชือกผูกแขน และใช้มืออีกข้าง ยกแขนซ้ายที่หมดแรงนี้ขึ้นลงในน้ำ แม้จะเป็นท่าว่ายน้ำที่ยาก แต่ประโยชน์กลับทันตาเห็น แขนซ้ายของ รตจิตร สามารถหายเป็นปกติได้

”วิธีการรักษาแขนชา

วิธีการรักษาการอักเสบสลักเพชร
– เดือนธันวาคม 2557 รตจิตร ไปเที่ยว ภูลมโล จังหวัดเลย ระหว่างทางที่ รตจิตร ต้องนั่งรถกระบะจากศูนย์ประสานงาน ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยชุมชนกกสะทอน นั้นค่อนข้างทรมานมาก พอกลับมาบ้าน รตจิตร มีปัญหาเจ็บสลักเพชร จะเดิน จะนอน ก็เจ็บแสนสาหัส รตจิตร ไปนวดอายุรเวท ซึ่งช่วยให้หายปวดได้ แต่พอผ่านไปหนึ่งวัน ก็เจ็บสลักเพชรอีก รตจิตร เลยลองประยุกต์ใช้ท่าจากการนวดมาใช้กับท่าว่ายน้ำ ปรากฏว่าหายเจ็บสลักเพชร แต่ต้องใช้เวลาว่ายน้ำนานพอควร โดยเพื่อน ๆ อาจว่ายด้วยวิธีนอนกรรเชียง และต้องถีบเท้าให้แรงกว่าปกติ

โรครูมาตอยด์ Rheumatoid
– เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งของ รตจิตร มีอาการเจ็บทั้งตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ส่วนขา เธอจะเจ็บตามข้อ เพราะโรค Rheumatoid ทุกวันนี้ หมอก็ยังแนะนำให้ว่ายน้ำ เพราะกระแทกมากไม่ได้ เพื่อนคนนี้จึงเพิ่งมาเริ่มเรียนว่ายน้ำเมื่ออายุ 50 ปี แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง อาการทุกอย่างที่เลวร้ายของเธอดีขึ้นแล้ว ยินดีด้วยจ้า

ผลพลอยได้จากการว่ายน้ำ
– ผลพลอยได้จากการว่ายน้ำ คือ ทำให้ รตจิตร มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เป็นหวัดเลยนะ และที่สำคัญ ทำให้ รตจิตร ต้องพยายามไม่ให้อ้วนเกิน อายค่ะ ที่อ้วนแล้ว ต้องมาใส่ชุดว่ายน้ำ

เคยมีบางคนพูดว่า กีฬาในร่มดีกว่า เพราะฤดูฝนไม่มีปัญหา บ้างก็ว่าใครจะไปว่ายน้ำในฤดูหนาว เป็นต้น สำหรับ รตจิตรแล้ว ไม่เคยมีปัญหาเลย เพราะฤดูฝนในประเทศไทย ฝนไม่ได้ตกทุกวัน หรือทั้งวัน โดยทั่วไปฝนจะตกช่วงเย็น ถึงดึก ส่วนฤดูหนาว รตจิตรใช้วิธีปรับอุณหภูมิร่างกายโดยอาศัยน้ำฝักบัวก่อนที่ รตจิตรจะลงสระจริง และการวอร์มร่างกายก่อนด้วย

ด้วยเหตุผลนานัปการที่กล่าวข้างต้น รตจิตร จึงเขียนบทความนี้ เผื่อว่า กีฬาว่ายน้ำ จะสามารถช่วยให้คนที่กำลังจะเผชิญกับปัญหาเรื่อง กระดูก ไขข้ออักเสบ ปัญหาเรื่องเข่า หรือคนที่ประสบปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง หรืออย่างน้อย ก็ทำให้อาการปวดต่าง ๆ ทุเลาลงได้ รตจิตร หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อคนที่ต้องการให้สุขภาพแข็งแรง คนที่กำลังมีทุกข์ กำลังหาทางออก และต้องการรักษาสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ หรือวารีบำบัด (Water Therapy) นะคะ
แล้วพบกันใหม่ค่ะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized