ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทุกสาขาวิชาเริ่มต้นที่เดียวกันหมดคือผนังถ้ำบุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาพเขียนเกิดขึ้นครั้งแรกจากผนังถ้ำ ถัดจากจุดเริ่มต้น ถัดไปคือภาพยุคอียิปต์
ก่อนยุครูปแบบคอมมิก แรกเริ่มเดิมทีภาพคือ Hatch ใช้ในหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับการเมืองและใช้เพื่ออธิบายให้เข้าใจมากขึ้น เกิดขึ้นปี 1714
การ์ตูนที่เกี่ยวกับความบันเทิงโดยตรง เริ่มในศตวรรษที่ 19
Hill(1997) คิดว่า Yellow Kid เป็นคอมมิกแรกของโลกที่ใช้ Word Balloon แทนการเขียนบรรยายภาพ
Yellow Kid นี้เป็นตัวละครประกอบใน Truth Magazine ปี 1894 – 1895
New Fun: The big comic magazine ปี 1935 เป็น Comics เล่มแรก ที่เป็นเล่มของมันเอง และมีเนื้อหาของมันเอง ต่อมาใช้ชื่อว่า New fun comics ซึ่ง Title นี้มีรูปแบบที่ใช้กันเป็นมาตรฐานจนถึงปัจจุบันคือเป็น Comics เล่มบาง เนื้อหาต่อเนื่อง ออกรายเดือนหรือครึ่งเดือน
Superhero คนแรกอาจเป็น Mandrake the Magician(1934) หรือ Doctor Occult(1935) แต่ Superman ได้ถูกสร้างเป็นAnimation ครั้งแรกในปี 1941
Superhero Comics เป็น Genre ที่มีความโด่งดังที่สุด เป็นMass Culture Object จนเรียกได้ว่า National Historical Narrative
Age of Politic
กล่าวถึงยุดที่สำคัญคือ
1. The Great Depression (1929-1941) ปล. ยึดปีเพื่อเชื่อมโยงกับ comics >> aka Gotham, Detective Comics
2. WWII (1939-1945) >> aka Wonder Woman // Captain America
3. Cold War (1947-1991) >> Watchmen // The Dark Knight Returns
4. Post 9-11 (2001-) >> Superman // Captain America // Spiderman
คำว่า “Superhero Comics” อาจเรียกได้ว่าเป็น Synonym ของชาติอเมริกัน คือ
1. ประชาธิปไตย
2. อิสรภาพ
3. อิสระจากการถูกกดขี่
การที่ผู้อ่านได้ identify (อิน) ไปกับตัวละคร Superhero เขาจะเสมือนได้รับอิสรภาพใน
โลกคู่ขนาน ได้รู้ถึงคุณค่า แม้จะไม่มีมันในชีวิตจริงสืบเนื่องจากเหตุการณ์
ทางการเมือง ศัพท์ 3 ดำ
1. Identification อินหรือจินตนาการร่วมไปกับตัวละคร
2. Fantasy คิดไปเอง
3. Parasocial อินกับโลกในหนังสือการ์ตูน
Age of Comics
ยุดแห่งประวัติศาสตร์ Comics แบ่งเป็น 3 ยุดสำคัญคือ
1. The Golden Age (1938-1950)
– คาบเกี่ยวกับ WWII (1939-1945) พอดี และเป็นยุดเดียวกับผู้หญิงมีงานทำ และมีบทบาททางสังคม
– ยุค 1940s เป็นช่วงที่ comics เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะมี Printing Technology ที่ก้าวหน้า
– นอกจากนี้ คนในศตวรรษที่ 19 ไม่เชื่อศาสนาแต่เชื่อวิทยาศาสตร์ หลายคนเลิกบูชาพระเจ้าและมี Superhero เป็น icon ในยามสงครามแทน
– และ มนุษย์ไม่เชื่ออีกแล้วว่าตนเองมีความ Perfect สะท้อนให้เห็นได้ใน Superhero ที่มีปมทั้งหลาย (Alvard, 1982)
– เกิด Comics หลายหลายแนว แนวที่เกิดและดับไปอย่างรวดเร็ว คือ Religion,
Underground, และ Romantic
– ปี 1950 ปลายยุด Golden Age เป็นยุคที่ Comics มีมากกว่า 300 Titles (หัวเรื่อง)
ฝั่ง WWII (1939-1945)
– Superhero Comics มิใช่เพียงสื่อสำหรับเด็ก แต่ก็เสพโดยผู้ใหญ่เช่นกัน
(Garland, Branch, & Grimes, 2015)
– ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันทั้งประเทศอ่าน Comics (ประมาณ 70 ล้านคน)
– เด็กอายุ 13 ปี อ่าน Comics ในยุด Golden Age อาจเป็นยุคเดียวที่ เด็กเล็กอ่านComics
– นั่นแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Producers, Consumers, และ Nation
2. The Silver Age (1956-1970)
Justice League of America (1960) เกิดขึ้นเนื่องจากยอดขายที่ตกต่ำหลังยุค Golden Age
การเอาฮีโร่หลายๆตัวมารวมกันอาจเป็นที่น่าสนใจได้มากขึ้นนั่นเอง
ตามมาด้วย Avengers 1 The Coming of the Avengers! ปี 1963 ซึ่งเขาไม่ได้พูดถึงแค่ในเฉพาะ Silver เท่านั้นแต่เขาจะพูดถึงช่วง Bronze และถึงปัจจุบันเลย
Justice League ซึ่งทีมเดียวกันนี้ ได้ถูกเรียกว่า The New Frontier ใน Comics
ปี 2004 (Post 9-11) และเป็น animation ในปี 2008 ซึ่งคำว่า
The New Frontier มาจาก Speech ของ JFK ที่ใช้ในการหาเสียง
เกี่ยวกับปัญหาในสังคมอเมริกา ความจน สงคราม ชาวต่างชาติ
แล้วการตั้งชื่อแบบนี้ และการใส่เหตุการณ์ทางการเมืองมันเป็นการเชื่อมเรื่องราว
ของ Superhero กับประวัติศาสตร์อเมริกา นั่นเอง
The New Frontier เขียนโดย Darwyn Cooke ซึ่งเขาได้รับรางวัลจาก Eisner Awards,
Harvey Awards, และ Joe Shuster Awards
Darwyn Cooke ในปี 2004 อ้างถึงยุด The Silver Age (1956-1970)
ว่าเป็นยุคของ JFK แล้ว JFK ก็เป็นประธนาธีปดี ในปี 1961- 1963 ดังนั้นในฐานะที่ Justice League เกิดในยุคนี้ ดังนั้นทุกอย่างเหมือนจะถูกพูดให้มันเชื่อมกัน และจึงควรถูก
เชื่อมโยงกับคำพูดสำคัญของ JFK นั่นเอง
3. The Bronze Age (1970-1986)
*The Bronze Age แตกต่างจาก Golden และ Silver Age มีความ Dark ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก Cold War หลัง
Vietnam War และ หลัง Watergate Cynicism กลุ่มลูกค้าจากผู้ชายทุกวัยและวัยรุ่นอ่าน กลายเป็นผู้ใหญ่อ่าน
*สิ่งเหล่านี้สะท้อนอยู่ใน Watchmen และ The Dark Knight Returns ซึ่งรวบรวมภาพของสังคม
โดย Illutraror ได้แสดงถึงอารมณ์ของประชาชนในยุคนั้น
*ผลงานของ Frank Miller’s The Dark Knight Returns มีเนื้อเรื่องที่เข้าใจยาก ดูหมิ่งผู้หญิง
เขาวาดเพื่อสื่อสารสภาพสังคม และความ Dark โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการขาย มีแต่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ซื้อ
*ช่วงนั้น Frank Miller ทำให้ลูกค้าหลายคนเลิกอ่น Comics และ Darwyn Cooke ได้ช่วยไว้ ไม่ให้
สถานการณ์เลวร้ายไป
*และเพื่อแก้ปัญหาเด็กที่ไม่อ่นการ์ตูน จึงมีการรวม Hero วัยเด็ก The New Teen Titan (1964)
และได้ Title เป็นของตัวเองในปี 1980
เด็กมังงะ อันตราย หรือ ปลอดภัย ?
โดยรวมแล้วเมื่อพูดถึงเด็กที่ชอบมังงะ อาจจะคิดว่าเด็กที่อ่านมังงะหรือดูอนิเมะนั้นจะมีความเชื่อในเรื่องหน้าตาไม่ดีที่เป็นตัวร้าย และหน้าตาดีเป็นพระเอกหรือเป็นคนดี
และเหมารวมกับชีวิตจริง
จริงๆแล้ว เด็กมังงะนั้น ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด
เพราะมังงะนั้นไม่ได้สร้างความเชื่อต่อการเหมารวมกับผู้ชมที่หน้าตาดีจะเป็นตัวดีและหน้าตาไม่ดีจะเป็นตัวร้ายแต่อย่างไร
เพราะเด็กที่ชอบมังงะหรืออนิเมะอาจจะชอบเพราะเนื้อเรื่องสนุก หรืออาจจะชอบการต่อสู้ และการที่มีความพยายามความตั้งใจของตัวละครนั้นๆ ก็คือเด็กมังงะนั้นไม่ได้เป็นตัวอันตรายแต่อย่างไร
รหัสนศ. 001 002 007 042 085
กลุ่มเรียน อังคาร 14.00-16.00
LikeLike
คำถามข้อ 1 คุณความดีมีผลต่อหน้าตาของตัวละครหรือไม่
LikeLike
ความดีก็คือความดีไม่เกี่ยวกับหน้าตาหน้าตาไม่ดีก็เป็นคนดีได้อย่าดูคนที่ภายนอก
ศุภกร จันทร์อ้วน (207)
LikeLike
คำถามข้อ 1 คุณความดีของตัวละครมีผลต่อหน้าตาของตัวละครหรือไม่
LikeLike
คำถามข้อ 2 ความมุ่งมั่นของตัวละครมีผลต่อหน้าตาของตัวละครหรือไม่
LikeLike
คำถามข้อ 3 มังงะได้สอนเรื่องการคบคนที่หน้าตาว่ามีผลต่อนิสัยความชั่วความดีหรือไม่
LikeLike
คำถามข้อ 4 ตัวละครฝ่ายดีในทัศนะคคิของคุณ เป็นอย่างไร
LikeLike
มีจิตใจที่ดีช่วยเหลือสังคมเป็นแบบอย่างที่ดีและอาจจะมีความทะเล้นขี้เล่นนิดๆ
ศุภกร จันทร์อ้วน (207)
LikeLike
คำถามข้อ 5 ถ้าจะให้สร้างตัวละครตัวร้าย ในความคิดของคุณ คุณจะสร้างออกมาเป็นลักษณะใด
LikeLike
ไม่ได้ร้ายมาแต่แรกแต่เป็นเพราะสังคมและสิ่งแวดล้อมทำให้เขาต้องเป็นคนที่ไม่ดี
ศุภกร จันทร์อ้วน (207)
LikeLike
ประวัติศาสตร์ Comics และ Superhero
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทุกสาขาวิชาเริ่มต้นที่เดียวกันหมดคือผนังถ้ำบุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาพเขียนเกิดขึ้นครั้งแรกจากผนังถ้ำ ถัดจากจุดเริ่มต้น ถัดไปคือภาพยุคอียิปต์
ก่อนยุครูปแบบคอมมิก แรกเริ่มเดิมทีภาพคือ Hatch ใช้ในหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับการเมืองและใช้เพื่ออธิบายให้เข้าใจมากขึ้น เกิดขึ้นปี 1714
การ์ตูนที่เกี่ยวกับความบันเทิงโดยตรง เริ่มในศตวรรษที่ 19
Hill(1997) คิดว่า Yellow Kid เป็นคอมมิกแรกของโลกที่ใช้ Word Balloon แทนการเขียนบรรยายภาพ
Yellow Kid นี้เป็นตัวละครประกอบใน Truth Magazine ปี 1894 – 1895
New Fun: The big comic magazine ปี 1935 เป็น Comics เล่มแรก ที่เป็นเล่มของมันเอง และมีเนื้อหาของมันเอง ต่อมาใช้ชื่อว่า New fun comics ซึ่ง Title นี้มีรูปแบบที่ใช้กันเป็นมาตรฐานจนถึงปัจจุบันคือเป็น Comics เล่มบาง เนื้อหาต่อเนื่อง ออกรายเดือนหรือครึ่งเดือน
Superhero คนแรกอาจเป็น Mandrake the Magician(1934) หรือ Doctor Occult(1935) แต่ Superman ได้ถูกสร้างเป็นAnimation ครั้งแรกในปี 1941
Superhero Comics เป็น Genre ที่มีความโด่งดังที่สุด เป็นMass Culture Object จนเรียกได้ว่า National Historical Narrative
Age of Politic
กล่าวถึงยุดที่สำคัญคือ
1. The Great Depression (1929-1941) ปล. ยึดปีเพื่อเชื่อมโยงกับ comics >> aka Gotham, Detective Comics
2. WWII (1939-1945) >> aka Wonder Woman // Captain America
3. Cold War (1947-1991) >> Watchmen // The Dark Knight Returns
4. Post 9-11 (2001-) >> Superman // Captain America // Spiderman
คำว่า “Superhero Comics” อาจเรียกได้ว่าเป็น Synonym ของชาติอเมริกัน คือ
1. ประชาธิปไตย
2. อิสรภาพ
3. อิสระจากการถูกกดขี่
การที่ผู้อ่านได้ identify (อิน) ไปกับตัวละคร Superhero เขาจะเสมือนได้รับอิสรภาพใน
โลกคู่ขนาน ได้รู้ถึงคุณค่า แม้จะไม่มีมันในชีวิตจริงสืบเนื่องจากเหตุการณ์
ทางการเมือง ศัพท์ 3 ดำ
1. Identification อินหรือจินตนาการร่วมไปกับตัวละคร
2. Fantasy คิดไปเอง
3. Parasocial อินกับโลกในหนังสือการ์ตูน
Age of Comics
ยุดแห่งประวัติศาสตร์ Comics แบ่งเป็น 3 ยุดสำคัญคือ
1. The Golden Age (1938-1950)
– คาบเกี่ยวกับ WWII (1939-1945) พอดี และเป็นยุดเดียวกับผู้หญิงมีงานทำ และมีบทบาททางสังคม
– ยุค 1940s เป็นช่วงที่ comics เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะมี Printing Technology ที่ก้าวหน้า
– นอกจากนี้ คนในศตวรรษที่ 19 ไม่เชื่อศาสนาแต่เชื่อวิทยาศาสตร์ หลายคนเลิกบูชาพระเจ้าและมี Superhero เป็น icon ในยามสงครามแทน
– และ มนุษย์ไม่เชื่ออีกแล้วว่าตนเองมีความ Perfect สะท้อนให้เห็นได้ใน Superhero ที่มีปมทั้งหลาย (Alvard, 1982)
– เกิด Comics หลายหลายแนว แนวที่เกิดและดับไปอย่างรวดเร็ว คือ Religion,
Underground, และ Romantic
– ปี 1950 ปลายยุด Golden Age เป็นยุคที่ Comics มีมากกว่า 300 Titles (หัวเรื่อง)
ฝั่ง WWII (1939-1945)
– Superhero Comics มิใช่เพียงสื่อสำหรับเด็ก แต่ก็เสพโดยผู้ใหญ่เช่นกัน
(Garland, Branch, & Grimes, 2015)
– ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันทั้งประเทศอ่าน Comics (ประมาณ 70 ล้านคน)
– เด็กอายุ 13 ปี อ่าน Comics ในยุด Golden Age อาจเป็นยุคเดียวที่ เด็กเล็กอ่านComics
– นั่นแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Producers, Consumers, และ Nation
2. The Silver Age (1956-1970)
Justice League of America (1960) เกิดขึ้นเนื่องจากยอดขายที่ตกต่ำหลังยุค Golden Age
การเอาฮีโร่หลายๆตัวมารวมกันอาจเป็นที่น่าสนใจได้มากขึ้นนั่นเอง
ตามมาด้วย Avengers 1 The Coming of the Avengers! ปี 1963 ซึ่งเขาไม่ได้พูดถึงแค่ในเฉพาะ Silver เท่านั้นแต่เขาจะพูดถึงช่วง Bronze และถึงปัจจุบันเลย
Justice League ซึ่งทีมเดียวกันนี้ ได้ถูกเรียกว่า The New Frontier ใน Comics
ปี 2004 (Post 9-11) และเป็น animation ในปี 2008 ซึ่งคำว่า
The New Frontier มาจาก Speech ของ JFK ที่ใช้ในการหาเสียง
เกี่ยวกับปัญหาในสังคมอเมริกา ความจน สงคราม ชาวต่างชาติ
แล้วการตั้งชื่อแบบนี้ และการใส่เหตุการณ์ทางการเมืองมันเป็นการเชื่อมเรื่องราว
ของ Superhero กับประวัติศาสตร์อเมริกา นั่นเอง
The New Frontier เขียนโดย Darwyn Cooke ซึ่งเขาได้รับรางวัลจาก Eisner Awards,
Harvey Awards, และ Joe Shuster Awards
Darwyn Cooke ในปี 2004 อ้างถึงยุด The Silver Age (1956-1970)
ว่าเป็นยุคของ JFK แล้ว JFK ก็เป็นประธนาธีปดี ในปี 1961- 1963 ดังนั้นในฐานะที่ Justice League เกิดในยุคนี้ ดังนั้นทุกอย่างเหมือนจะถูกพูดให้มันเชื่อมกัน และจึงควรถูก
เชื่อมโยงกับคำพูดสำคัญของ JFK นั่นเอง
3. The Bronze Age (1970-1986)
*The Bronze Age แตกต่างจาก Golden และ Silver Age มีความ Dark ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก Cold War หลัง
Vietnam War และ หลัง Watergate Cynicism กลุ่มลูกค้าจากผู้ชายทุกวัยและวัยรุ่นอ่าน กลายเป็นผู้ใหญ่อ่าน
*Watergate Cynicism ยุคของการคดโกงและไล่ประธานาธิบดี Nixon ออกจากตำแหน่ง
ประชาชนเกิดความกลัว
1 กลัวจำนวนการเพิ่มขึ้นของ อาชญากร
2 กลัวความรุนแรงของสังคม
3 กลัวการแพร่รพบาดของยาเสพติด
4 เฝ้ามองสิทธฺทางเพศ (ผู้หญิงจะมีบทบาทอย่างที่พวกเขาจะได้รับหรือไม่)
5 เฝ้ามองการล่มสลายของความรักชาติ
6 กลัวสถานการณ์ตรึงเครียดจากปัญหาเรื่องเชื้อชาติ
7 ความต้องการกฏหมายที่ชัดเจน
*สิ่งเหล่านี้สะท้อนอยู่ใน Watchmen และ The Dark Knight Returns ซึ่งรวบรวมภาพของสังคม
โดย Illutraror ได้แสดงถึงอารมณ์ของประชาชนในยุคนั้น
*ผลงานของ Frank Miller’s The Dark Knight Returns มีเนื้อเรื่องที่เข้าใจยาก ดูหมิ่งผู้หญิง
เขาวาดเพื่อสื่อสารสภาพสังคม และความ Dark โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการขาย มีแต่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ซื้อ
*X-Men (เริ่ม 1963) แทบหาเด็กอ่านไม่ได้ แต่ประสบความสำเร็จใน Marvel ทุก Titles และมีแต่ผู้ใหญ่อ่าน
*Spider-man (1967-1973) ความหมดหวังในเสรีภาพ
*Superman (1975-1977) รณรงค์ให้ประชาชนคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
*ช่วงนั้น Frank Miller ทำให้ลูกค้าหลายคนเลิกอ่น Comics และ Darwyn Cooke ได้ช่วยไว้ ไม่ให้
สถานการณ์เลวร้ายไป
*และเพื่อแก้ปัญหาเด็กที่ไม่อ่นการ์ตูน จึงมีการรวม Hero วัยเด็ก The New Teen Titan (1964)
และได้ Title เป็นของตัวเองในปี 1980
Post 9-11 (2001-)
*หนังสือ 9-11 vol.2 ถูกยกย่องว่าเป็น Comics ที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งมีภาพ Superman ยืนดู Hero
ตัวจริงที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
*Favorite Quotes (2002) ในนามของ Superman เพื่อเชิดชูวีรบุรุษในโลกความจริง
*Superman สามารถท้าทายแรงโน้มถ่วง มีอำนาจเหนือหลักฟิสิกส์ สามารถหายใจได้ในสุญญากาศ
*และ Superman ก็กล่าวว่า “สิ่งเดียวที่ผมทำไม่ได้ คือ เป็นอิสระออกจาหน้าหนังสื Comics ซึ่งเป็นที่
ที่ผมอาศัยอยู่ เพื่อมาช่วยประชาชนในยามคับขันไม่ได้และมาแก้ไขสื่งที่ผิดให้เกิดความยุติธรรมไม่ได้
แต่โชคดีจริงๆ ที่โลกของเรามี Hero ของพวกเขาเองคอยปกป้องและพิทักษ์เอาไว้”
ภาพและคำพูดของ Superman ยืนยัน และทำลาย กำแพงระหว่างโลกของ Superhero และโลกความจริง
1 ยืนยัน คุณค่าของมนุษย์ ผู้เสียสละเพื่อผู้อื่น
2 ทำลาย ความเชื่อว่า Superhero คือผู้ใหญ่
*Campaign งาน Comics เพื่อ Carity มีสำนักพิมพ์ร่วมเขียน Comics มากมาย เพื่อนำเงินมาช่วย
ผู้ประสบภัยจาก 9-11 มี DC Comics และ Dark Horse
*ประชาชนจดจำความรู้สึกต่อเหตุการณ์ 9-11 เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิด National Identification อีกครั้ง
หลังจาก American เป็น Consumerism มาเป็นเวลานาน ชาวอเมริกันมองตนเองในหลายๆ บทบาท คือ
1 Victim
2 Rescuer
3 Spectator
วิจารณ์เกี่ยวกับยุคต่างๆ โดย Alward (1982)
*วิธีการปั่นตลาด คือ ทำให้ตัวละครที่ชื่อเสียงตาย และต่อมาให้ฟื้น ซึ่งใช้ได้ดีมาโดยตลอด
*ในสมัย Golden Age อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคเดียวที่เด็กอายุ 13 อ่าน Comics เพราะหลังจากนั้น
มีแต่วัยรุน ผู้ใหญ่ และคนแก่ อาจมีผลมาจากราคาที่สูงขึ้น
*ปี 1969 ราคา 12 cents
*ปี 1982 ราคา 60 cents
*ปี 2012 ราคา 3-4 เหรียญ
*Yockey (2012) กล่าวว่า ” Superhero มีบทบาทต่อสังคม พวกเขาทำให้เราสะเทือนใจ และเจ็บปวด
แต่พวกเขาขับเคลื่อนเราในฐานะคนอเมรีกา . . . Mass Culture กว้างใหญ่ และเคลื่อนตัวตลอดเวลา
แบบ Parallax เราจะไม่มีทางเห็นตัวตนของเราและสิ่งแวดล้อมได้พร้อมๆ กัน ในขณะใดขณะหนึ่ง
มันทำให้เรามองไม่เห็น ดังนั้น โลกที่สมบูรณ์แบบของการเคลื่อนแบบ Parallax นั้นไม่เคยมีและจะไม่มี
นั้นคือสาเหตุที่เราต้องการ Superhero”
รหัสนศ. 253 254 256 257
กลุ่มเรียน อังคาร 14.00-16.00
LikeLike
คำถามข้อที่ 1 Hill คิดว่า Comics เรื่องใดใช้ Word Balloon แทนการบรรยายภาพเป็นเรื่องแรก?
LikeLike
คำถามข้อที่ 2 Superheroใด ได้ถูกนำมาสร้างเป็น Animationเป็นครั้งแรก
LikeLike
คำถามข้อที่ 3 ทำไม ในยุค Golden Age มีหลายคนเลิกบูชาพระเจ้า
LikeLike
คำถามข้อที่ 5 หนังสือ 9-11 vol.ใด ถูกยกย่องว่าเป็น Comics ที่ดีที่สุดในโลก
LikeLike