Tag Archives: ประเทศไทย

ในหลวง : พ่อผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

Bhumibol Adulyadej : Beloved Father of All Thai People
ในหลวง : พ่อผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

© Sw Eden (สว อิเฎล)
All Rights Reserved (สงวนลิขสิทธิ์)

พระบรมมหาราชวัง Grand Palace :I really love the idea of Mixed Architecture.
You will see the European building with Thai roof. Very creative and they are so harmony. I have never feel strange or anything. It is just perfect.
View More Photo of Grand Temple and Grand Palace on Sw Eden’s Flickr

พ่อของฉัน พ่อของใคร ในไทยนี้
พ่อภูมี แห่งแผ่นฟ้า ข้าสยาม
พ่อผู้เป็น แบบอย่าง ลูกต่างตาม
พ่อนี้นาม ภูมิพล ของชนไทย

พ่อ ของเรา ปรารถนาให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์ . . . คนที่สมบูรณ์ หมายถึงคนที่มีเนื้อตัวมากนั้นกล่าว ผิด สมบูรณ์ มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ว่า ” บริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติหรือคุณลักษณ์ เพราะมีส่วนต่าง ๆ ประสานเข้ากันอันพึงปรารถนาและไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ” แต่หากว่าจะโต้เถียงว่าคนที่มีเนื้อตัวมากนั้นบริบูรณ์ด้วยคุณลักษณะอัน อ้วน เพราะมีเนื้อชั้นไขมันโยงไยเข้ากันอย่างพึงปรารถนาและไม่มีสิ่งใดขาด ตกบกพร่องมันเนยนั้นก็กล่าวผิดอีกเช่นกัน เนื่องด้วยคนอ้วนได้ขาดความพอดี ไปนั่นเอง แท้ที่จริงนั้นคนที่สมบูรณ์ก็คือคนที่มีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตดี การที่สองสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยหลาย ประการ การศึกษา เพื่อที่จะมีแนวทางในการดำเนินชิวิต หากชีวิตยังคงดำเนินอยู่ก็คงมีการศึกษาอยู่เช่นกัน การกีฬา ทำให้ร่าง กายแข็งแรง ปริมาณน้ำเลือดมากขึ้น สูบฉีดได้รวดเร็ว ถ่ายเทก๊าซและความร้อนได้ดีทำให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีด้วย สังคม ไม่มี ผู้ใดที่จะทำกิจสำเร็จโดยลำพังตนเอง แม้อาจจะทำงานคนเดียว แต่อุปกรณ์ที่ ท่านใช้ก็มีผู้อื่นอุทิศกำลังกายและกำลังความคิดสร้างมันขึ้นมา ความรับ ผิดชอบ นี่คืออีกคุณสมบัติที่มนุษย์มีร่วมกับสัตว์บางชนิด หากเราทำไม่ได้ ก็ขอให้อับอายสัตว์นั้นเสีย การทำงาน เพื่อสิ่งที่ตนเองได้รับ ก็คือสิ่งที่ชาติได้รับ

Thailand has Giant to protect the door way.
People said the ghost and bad spirit fear the Giant.
View More Photo of Grand Temple and Grand Palace on Sw Eden’s Flickr

การศึกษา ไม่นานมา ประชาชนคนทำงาน ก็คงเคยเป็นเด็กตัวน้อย ๆ มาก่อน ไม่เร่งร้อนกับชิวิตมากเสียเท่าไรนัก ยามเช้าตื่นมารับประทาน อาหาร บ้างก็ทำงานช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ ผ่านไปก็ได้แต่งตัวแล้วเดิน ทางไปโรงเรียน การเดินทางไปโรงเรียนนี้อาจจะดูสั้นไปบ้าง แม้ในเพลงเพลง หนึ่งนั้นมีเนื้อร้องว่า ” . . . โรงเรียนของหนูอยู่ไกล . . . ” โดยหารู้ไม่ว่า เราจะไม่รู้สึกว่ามันไกล หากเราไม่ได้ไขว่คว้าด้วย มือของเราเอง เส้นทางที่จะไปโรงเรียนของเด็กยากไร้ นั้นยากล้น มิใช่เพียงระยะทาง แต่เป็นการค้นหาแนวทางที่จะได้ศึกษาหา วิชาความรู้ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นใครคนใด ยากดีมีจนก็คือ ปุถุชนที่มีจุดมุ่งหมายในชิวิต เส้นทางที่เคยเดินทาง เคยไขว่คว้าที่จะไปโรงเรียนก็คงจะดูสั้นลงอย่างถนัดตา เทียบไม่ได้กับ เส้นทางชีวิต หรือเส้นทางสู่ความสำเร็จ เป็นแน่ แต่การที่เด็กตัว น้อย ๆ จะย่างก้าวมาเดินบนเส้นทางนี้ได้ ก็ต้องเดินผ่านเส้นทางสู่โรงเรียนเสีย ก่อน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเล่าเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ตามที่พ่อ อยู่หัวได้ทรงอนุสาสนีย์สอนแก่ลูก ๆ ของท่าน

การกีฬา การออกกำลัง การก็เหมือนกับการเติมน้ำมันให้กับรถยนต์ เราจึงได้มีแรงที่จะขับเคลื่อน ร่างกาย ขับเคลื่อนความคิด เพื่อจะนำประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรื่อง ได้ หากประชาชนมิได้มีการออกกำลังการแล้ว บ้านเมืองก็จะขาด กำลัง ขาดทักษะ ก่อเกิดปัญหาสังคม คนติดยาเสพติด ขาดชนชั้นล่าง หรือชนชั้นแรงงาน ให้ลองคิดดูว่า คนเหล่านี้ใช่ผู้คืนความอุดมสมบูรณ์ ให้กับผืนแผ่นดินหรือไม่อย่างไร เกษตรกร คือผู้เลี้ยงท้องเราให้ อิ่ม เกษตรกรคือผู้มีความมานะอดทนและแข็งแรง ประเทศเราเป็นประเทศเกษตก รรม เราขาดคนเหล่านี้ไม่ได้ เกิดมีสักวันหนึ่งคนเหล่านี้ไม่แข็ง แรง เราก็คงต้องลงมือก่อผลผลิตให้ตนเองบริโภค แม้เราจะแข็งแรงเพียง ใด ก็ยังขาดทักษะ หากจะเทียบกับการออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้ เกิดกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เกิดทักษะอาทิ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การค้น หาแนวทางสู่จุดหมาย เป็นต้น ดังนั้นหากมีโอกาสก็รีบไปออกกำลังกายเพื่อ สุขภาพที่ดีเถิด

สังคม มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูงกว่า สัตว์อื่น เริ่มแรกมนุษย์ได้เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกัน มีการสร้างวัฒนธรรม ร่วมกัน ทำให้โลกใบนี้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง สว อิเฎลเคยเรียนมาในระดับประถม มีกานท์บทหนึ่งซึ่งสว อิเฎลยังพอจำได้

” . . . น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
นกพึ่งฟ้าปลาพึ่งหนอง คล้องกันเกลียว
ไม่มีใครจะอยู่เพียงผู้เดียว
ต้องข้องเกี่ยวพึ่งพา อาศัยกัน . . . ”

ทำไม กระทรวงศึกษาธิการได้บรรจุกานท์นี้ลงไปในหลักสูตร ก็เพราะต้องการปลูกฝัง เยาวชนให้รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม มนุษย์เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ มีสังคม การกระทำทุกสิ่งมีผลต่อสังคม และการเปลี่ยนแปลงของสังคมก็มี ผลต่อตัวเรา มนุษย์จะไม่ใช่มนุษย์หากแยกตัวออกไปจากสังคม

ความรับ ผิดชอบ คนเรามีความคิด คนเรามีความจำ หากไม่อาจรับผลของการกระทำของ ตนและสังคมได้จะถือว่าเราไม่มีความคิด และความจำ หรือถือว่าคนคนนั้นเป็นคนไม่มีความคิดนั้นก็ไม่ได้ ยังเรียก กันเต็มปากเต็มคำว่าเป็นคน จึงสามารถสรุปได้ว่าคนดังกล่าวเป็นคนไร้ซึ่ง ความรับผิดชอบหรือมีคุณสมบัติใกล้เคียงสัตว์บางประเภท

การทำงาน มี หลายสภาวะ อาทิ เครื่องจักรกล สัตว์ คน เป็นต้น ณ ที่นี้จะกล่าวถึงการทำงานของคน เพราะคนมีความคิด อย่างที่เคยกล่าวมาใน ข้างต้นแล้ว ดังนั้นงานที่ออกมาต้องมีประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพ คือ คุณภาพหารด้วยเวลา คนที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องเป็นคน ที่ประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน คนที่มีประสิทธิภาพคือ มีความ ตั้งใจ มานะ พยายามในการเรียนรู้งานที่ทำ และทำได้ตามที่เรียน รู้ นอกจากนี้ยังต้องมีการใส่ความรู้รอบตัว ประสพการณ์ ความคิดลงไปใน งานได้ภายในเวลาอันจำกัด คนที่ทำงานมีหลายประเภท เช่น ทำการค้า ของ ทำการค้าความคิด ทำการค้าแรง การค้าทั้งสามสิ่งนี้สามารถ นำมาประสมประสานเป็นอาชีพต่าง ๆ ได้มากมาย บางอาชีพอาจจะเน้นหนักไปทางการค้าของ บางอาชีพเน้นไปที่การ ค้าความคิด ตามแต่จุดประสงค์ของผู้ประกอบอาชีพนั้น ๆ เมื่อคนมีอาชีพ ก็มีรายได้ มีเงินมาจับจ่าย นั้นหมาย ว่า เศรษฐกิจของเราดี การทำงานคือการทำให้เศรษฐกิจดี จึงแสดงว่าเรา ทำงานเพื่อชาติของเรา เรารักชาติของเราเราจึงได้ทำงาน

ถ้าจะกล่าว ไปแล้ว สว อิเฎลก็คือสามัญชนคนหนึ่ง สว อิเฎลมีพ่อ มีแม่ ของสว อิเฎล เพื่อน ๆ ก็มีพ่อ มีแม่ เป็นของเพื่อน ทุก ๆ คนก็เช่นกัน ทุกคนต่างมีพ่อ มีแม่เป็นของตัวเอง แต่เคยคิดบ้างไหม เราเกิดมาเป็นพี่น้องร่วมท้อง ถิ่นแดนไทยได้ไฉน เรานั้นแสนโชคดี โชคดีกว่าเพื่อน ๆ ร่วมโลกของเราอีกหลายถิ่น เรามีพ่ออยู่หัว มีแม่อยู่หัว ที่รักเราดุจลูกแท้ ๆ ของท่าน เราเกิดมาเป็นไทย เราจึงได้มีพี่น้องมากกว่าคนในชาติ อื่น เราเกิดมาเป็นไทย เราจึงได้มีพ่ออยู่หัวที่พร้อมที่จะ ให้ ให้สิ่งดี ๆ แก่ลูก ๆ ให้ทั้งแรงกายาแลแรงเจตตา และสิ่งที่สำคัญที่สุด ความรู้ ทรัพย์อัน หาค่ามิได้ ทรัพย์ที่จะอยู่ติดตัวเราตลอดไป คำสอนที่ท่าน ให้ จะมิมีทางเลือนลางไปไหน เพราะนั่นคือทรัพย์อันประเสริฐที่จะ อยู่ติดตัวลูก ๆ ของท่านไปตราบนานเท่านาน

ภูพิศอิศเรศ
ดับอาเภศผองแผ่นดิน
พงษ์เผ่าพสุถิ่น
พระภูมินรักประชา

ทาตรีศรีภูธร
พระนคร ธ รักษา
ดุจเจ้าวิชรินทรา
จ้าอินทราธิราชี

เจตมนน้อม
ปวงราชพร้อมกราบโกษี
บุญอเนกเฉกบุรี
เพชรปราณีเป็นศรีไทย

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า สว อิเฎล

© Sw Eden (สว อิเฎล)
All Rights Reserved (สงวนลิขสิทธิ์)

At first we come in to the grand temple or grand palace, we have to see this blank area. Although all around us, there are too many people.
View More Photo of Grand Temple and Grand Palace on Sw Eden’s Flickr



Suggest to read

Charity Book: Tuskty and Pink Cobra

Thai Monarchy support Democracy

Thailand Traditional Love & Sex Culture

School should be serious about Copyright work students use

Gallery of Thai black Dog: NJ Jordison


Advertisements

1 Comment

Filed under Uncategorized

Ayutthaya: ชวนกันไปเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และแวะตลาดน้ำคลองสระบัว

By RataJIT:)
ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ http://www.flickr.com/photos/sw_eden/sets/72157623794645218/
Thailand ดอกทานตะวันตลาดน้าคลองสระบัว KlongSaBua Floating mkt

มีนาคม 2553 รตจิตร มีโอกาสไปไหว้พระที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันนั้นรตจิตรรู้สึกว่าเมืองไทยสวยมากกกกก สวยมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ เพราะทุกสถานที่ที่ไปอายุกว่า 500 ปีทั้งนั้น สถาปัตยกรรมสวยจริง ๆ รูปทรงพระพุทธรูปและพระพักตร์ก็ดูอิ่มเอิบได้สัดส่วน สมส่วนไปหมด ไม่เชื่อลองดูรูปที่ถ่ายมาซิ เริ่มจาก
1.วัดหน้าพระเมรุ ราชิการาม Wat Na Pra Meru Rachikaram ใกล้ตลาดน้ำคลองสระบัว
Thailand วัดหน้าพระเมรุ-Wat NaPraMeru

2.วัดใหญ่ชัยมงคล Wat Yai Chai Mongkol
Thailand พระวัดใหญ่ชัยมงคล Wat Yai Chaimongkol

Thailand พระนอน วัดใหญ่ชัยมงคล -Wat Yai

3.วัดมงคลบพิตร Wat Mongkol Borpitr
Thailand วัดมงคลบพิตร-Wat MongKolBorpit
วัดมงคลบพิตร-Wat MongKol Borpit

4.วัดพนัญเชิง Wat Panancheong (พอดี battery หมด รตจิตรเลยไม่มีภาพมาฝาก)

นอกจากวัดทั้ง 4 แห่งนี้แล้ว ถ้ามีเวลารตจิตรอยากไปแวะสักการะให้ครบทุกวัดเลย เพราะวัดอยู่ติด ๆ กัน จะได้คุ้มค่าน้ำมันในการไปเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองหลวงในอดีตของไทยเรา ไปไหว้พระครั้งนี้ รตจิตรได้รู้จักพี่คนหนึ่งที่มาแก้บนหลวงพ่อทันใจ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งในประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องไปถึงพม่า และยังมีปางช้างอยุธยาที่แสดงความน่ารักให้รตจิตรได้ดูอีก ไม่ใช่ปล่อยให้มีแต่คนต่างชาติไปดูนะคะ
Thailand ตลาดน้าคลองสระบัว-KlongSaBua Floating mkt

ช่วงกลางวันที่รตจิตรขาดไม่ได้คืออาหารและขนมไทยอร่อย ๆ ในภาชนะที่น่ารักแบบไทย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศการแสดงเวทีละครกลางน้ำของศิลปินเด็กและวัยรุ่นให้ดู ต้องไปที่ตลาดน้ำคลองสระบัว รตจิตรเสียค่าเข้าตลาดน้ำ 50 บาท แต่สามารถแลกหรือเติมน้ำได้ฟรีทั้งวันจ๊ะ การแสดงเปลี่ยนไปตามแต่ละอาทิตย์
Thailand KlongSaBua Floating mkt - ตลาดน้าคลองสระบัว
สามารถเข้าดูที่ http://www.ayutthayafloatingmarket.com
KlongSraBua Floatingmkt - ตลาดน้าคลองสระบัว

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ชะอำ-หัวหิน : ชวนกันเที่ยวทะเลไทยดีกว่า Let’s go to Cha-Am & Hua-Hin

By RataJIT:)
รตจิตรเขียนเรื่อง “ชะอำ-หัวหิน : ชวนกันเที่ยวทะเลไทยดีกว่า” และได้ลงในนสพ. โพสต์ทูเดย์ฉบับวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2553 และต้องการชวนไทยเที่ยวไทย โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนเช่นนี้

WP-Thai-Sea

ทะเลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนไทยมานานแล้ว เพราะไทยเป็นเมืองร้อน ไม่จำเป็นต้องเสาะหาทะเลต่างประเทศ แม้คนต่างชาติยังรักทะเลไทย

WP-Thai Sea

ทุกครั้งที่ลูกกลับจากอเมริกา ต้องหาโอกาสไปชะอำ-หัวหิน และที่ขาดไม่ได้คือสุนัขไทยคู่ใจ เช้าก็ลงเล่นทะเลกัน 1 รอบ พอตกเย็นก็ลงเล่นกันรอบใหญ่อีก 1 รอบ เหนื่อยก็พักแรมอย่างน้อย 1 คืนด้วยกันทั้งหมดไม่ว่าจะคนหรือสุนัข

WP-ThaiSea

พฤษภาคมนี้ เรามีนัดไปกันอีกครั้ง จะได้พักผ่อน ได้เปลี่ยนบรรยากาศทั้งครอบครัวและคู่ใจที่ทำให้มีความสุขสนุกมากขึ้นเพราะความน่ารักของมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกระโดดข้ามคลื่นแต่ละลูกที่เข้ามากระทบฝั่ง และตอนวิ่งกวดกันไปกับน้ำทะเลบนพื้นทรายจนกว่าดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้า……….

WP Thai Sea

RataJIT’ s article presented in the Posttoday newspaper on Sun 28-3-2010.
Let’s go to see Sun-Sand-Sea in Thailand. Here are Cha-Am @ Petchaburi & Hua-Hin in Prachaubkirikan province .

Really beautiful and very relax esp. when seeing our buddy – a THAI Dog – runs and jumps over all waves….ha ha!!

1 Comment

Filed under Uncategorized

เรื่องอภิสิทธิ์ – บนถนน Abhisit on the Road– Police on Bangkok Road

By RataJIT:)
เรื่องที่สามเป็นเรื่องที่จิตรจะเล่าต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับตำรวจบนท้องถนน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์สัก 3 เรื่องพอหอมปากหอมคอ และเป็นคนละสถานที่กันในกรุงเทพฯ นี่เองค่ะ อย่างไรก็ตามขอบอกว่าจิตรไม่ได้มีอคติกับตำรวจเลย เพราะตำรวจหลายนายก็ดี และน่ารักมาก จิตรเองให้ของขวัญตำรวจทุกวันปีใหม่ ทำมาประมาณสิบกว่าปีแล้วจนถึงปัจจุบัน เพราะรู้ว่าต่างทำงานกันเหนื่อยและต้องอดทนมากด้วยค่ะ
On the road, Bangkok, Thailand

สมัยที่จิตรทำงานแถวราชประสงค์และต้องอาศัยเส้นถนนวิทยุ – Wireless Road ทุกเย็น ซึ่งไม่ต้องบอกทุกคนในกรุงเทพฯ ก็พอนึกกันออกว่าแถวนั้นรถติดมหาโหด จันทร์เย็นวันหนึ่ง รถติดมากจริง ๆ ค่อย ๆ ขยับกันทีละคัน ทีละนิด และอยู่ ๆ ก็ไฟแดง แต่จิตรเพิ่งเลี้ยวขวาจากสวนลุมมาซึ่งไกลเกินกว่าจะเห็นไฟแดงตรงสี่แยกสะพานไทย-เบลเยี่ยม วันนั้นมีรถอยู่ 3- 4 คันจอดพอดีบนเครื่องหมาย “อย่าทับหนู” คันแรกคือรถปิ๊คอัพเก่า ๆ โดยคนขับท้าวศอกวางที่ขอบหน้าต่าง คันที่สองเป็นรถเบ้นซ์ คันที่สามคือรถของจิตรเองเจ้าคะ และคันต่อไปเป็นปิ๊คอัพเช่นกัน ตำรวจผอม ๆ สูง ๆ นายหนึ่งตรงมาเลยค่ะ จะมาจับจิตรโดยกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกฎจราจร เพราะหยุดรถในที่ห้ามหยุด เถียงกันสักพักเพราะจิตรไม่เห็นไฟแดง รถคันหน้า ๆ บังหมด ในที่สุดจิตรจึงบอกว่าถ้าเก่งจริงไปจับรถ 2 คันหน้าให้ได้ก่อน ไม่ใช่คิดแต่จะมาจับคันที่ผู้หญิงขับ…….. สุดท้ายนายตำรวจคนนั้นก็จับใครไม่ได้เลยค่ะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

อภิสิทธิ์ – บนถนน About Abhisit – Police on Bangkok Road

เรื่องที่สองเกิดตอนที่จิตรทำงานแถวพหลโยธิน และต้องผ่านสามแยกดินแดงทุกเช้าเพื่อเลี้ยวซ้ายไปอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งโดยปกติก็เลี้ยวได้เลยเพราะเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดค่ะ แต่เช้าวันนั้นจิตรกำลังจะเลี้ยวซ้าย อยู่ ๆ รถเมล์ที่จะเลี้ยวขวาก็จอดขวางเพราะติดสัญญาณไฟแดงพอดี จิตรจึงจอดรถอยู่ในเลนส์ซ้ายอยู่อย่างนั้นรอจนกว่าจะไฟเขียว รถมอเตอร์ไซด์หลายคันที่จะเลี้ยวซ้ายก็ขับชิดรถของจิตรไปกันได้หมด ขณะนั้นมีมอเตอร์ไซด์ตำรวจคล้ายช็อปเปอร์ ซึ่งใหญ่กว่ามอเตอร์ไซด์ปกติจึงไม่สามารถขับไปได้ นายตำรวจไม่ยอมค่ะ และก็ไม่มีความอดทนพอ จึงใช้วิธีขยับมอเตอร์ไซด์มากระแทกกันชนท้ายของจิตร แล้วก็ขับมอเตอร์ไซด์หักขวามาหยุดตรงประตูคนขับ จากนั้นก็เคาะกระจกข้างคนขับอย่างแรงเพื่อให้จิตรเปิดกระจก พอจิตรเปิดกระจกลง นายตำรวจผู้นั้นก็ด่าใส่เลยค่ะ และใช้คำไม่สุภาพ เช่น “มึง…” จนพวกมอเตอร์ไซด์คันอื่น ๆ ที่จอดรอไฟเขียวมองและฟังอย่างตั้งอกตั้งใจกันใหญ่
O-Key ค่ะถ้าตำรวจอยากหาเรื่องผู้หญิงอย่างจิตรก็ได้ จิตรจำเป็นต้องเถียงเพราะจิตรทำตามกฎจราจรทุกอย่าง ในเมื่อไปไม่ได้ ในเมื่อรถของนายตำรวจผู้นี้ใหญ่ผิดปกติ ในเมื่อคุณพูดจากหยาบคาย จะมาหาเรื่องกันแต่เช้าได้ไง และอยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าเป็นผู้ชายขับรถอยู่ กล้ามะ?? จนตอนหลังจิตรต้องพูดประโยคสุดท้ายว่าจะโทรแจ้งประกันที่คุณมาชนท้ายรถของจิตร โดยมีมอเตอร์ไซด์แถวนั้นยอมเป็นพยานให้ นายตำรวจนายนั้นไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องขับไปค่ะ จิตรส่งท้ายด้วยคำว่า “หน้าตัวxxx”

อย่างไรก็ตาม เพื่อน ๆ ควรมีธรรมะอยู่ในใจ และเราจะมีจิตใจที่สงบ ไม่ว่านายตำรวจคนนี้ส่งท้ายแบบจิตรนะคะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Thai Sluts /Whore : Why do they fuck?

Three reasons for Thai prostitutes to have sex with the guys.
1. They are so poor, and they and their families need to eat.
2. The gangsters force them to do.
3. The teenagers like to waste money so fast, so they want to make money so fast, too.

Hideto Matsumoto (Hide)
The Pink and Anywho, Drawing by Sw Eden

**Star on the drawing is Hideto Matsumoto as the pink hair girl.

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
1. They are so poor, and they and their families need to eat.
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
The poor women who cannot find any other jobs also need to eat, and their families need to eat, too. This problems can have everywhere in the world, not only in Thailand. A friend of my friend had to prostitute herself because her mother got cancer. She was just a college student and she had no money. Her father did not be with her anymore. (I can say that most of Thai guys are not different from other countries, they like to have second wife. Thailand does not have a law as in USA that the ex-husband has to pay for his ex-wife.) Lastly she got HIV. I am so sorry for her, a nice daughter. I did talk with my friends about her. If anyone is in this situation, he/she should as other people for help rather than just hurting oneself. The mass media always love to help everyone. If there is really no way to do other things, they said that she should have let her mother died, because her mother would be so sad to see her daughter got HIV or being slut.

One of Thai Christian pedagogues I know went down into a brothel. He asked a slut why that have to work right here, and she answered that she was poor. These women do not have opportunity to meet nice people or high-class people. Most of them actually use many rude words. Some are nice to talk with, too. My music teacher had worked on coping illegal albums in Patpong, and he has a lot of slut friends. After that he just did something so opposite, that is he became a music teacher in Catholic school, and I was his student. In fact, Patpong is just one block away from that school. The afternoon and the evening are so different. We can walk as the students or businessmen in the afternoon, and if we are good enough, we have to escape at night. 😀


Bus Window, Photo by Sw Eden
on Flickr

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
2. The gangsters force them to do.
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
Unbelievable, Thailand still has a lot of Gangsters (abducting) as well as Japan has a lot of Yakuza gangs. Many times, they abduct Thai girls into the vans and sell them to other countries around Thailand. This also reflect in some Thai country music. Mike Piromporn sang that The evil yakusa drunken his girlfriend and force her to prostitute for their money.

All are just like in the movie that the police cannot disturb some big gangsters. All movies were token based on the reality. That is where the idea comes from. The gangsters do not catch the girls only for being sluts, but they also kidnap the children and cut out their arms and legs, and push them to be beggar. They dropped these poor kids on the street in the morning, and took them back at night. They can make a lot of money from this hell business.

Another way to force a girl to prostitute herself is taking the video of first-time raping, and then threaten her to continue next videos. Most of the girls are shy and scared to tell the police. Or they get detained in the windowless rooms. They may make the girls to be drug addict, and those girls have to do whatever for the drug.


Frabric in a Market, Photo by Sw Eden
on Flickr

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
3. The teenagers like to waste money so fast, so they want to make money so fast, too.
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~

The last reason is for the happy teenagers who love to be whores, because they waste money very fast. At Siam Center, Bangkok, many teenagers decorate their old shirts and trousers to sell to other teenagers on the street. When they get the money, they just walk into the stores and get the new things. Some teenagers think that this way to get the money is very slow. The prize of a shirt is just 100 bahts. If they were whores, they could earn 1,000 baht an hour.

Some parents do not care, and most parents do not know. This down-hell economy, all people get less money. The teenagers cannot live only with the food, but they want a luxurious life with brand-name goods, and some want to decorate their boyfriends’ motorcycle. If you walk on the street at night in Bangkok (some areas), you will see groups of girls waiting for their customers. Almost are pretty, as you know, almost Thai girls are so pretty. For example, comparing between New York subway and Thai subway, in the same capacity of subway car, Thailand has more beautiful girl than New York.

Many foreigners got confused between bad girls and good girls in Thailand. Some of them think that all women in Thailand are sluts. The middle class people do not teach their children to be sluts. They are all educated, and they have good places to work. Most of them work in office, and some own the business. The past government did some mistake about promoting Thailand. Thai government usually promotes the adventures in Thailand. The visitors always love to do journal into the ocean, do the hiking, float the boat in a dangerous water fall, camping and dancing around bonfire. Wow! I love that, too. One of those people in the past, did promote prostitution in Thailand, and after that Thailand is so well-known about this worst thing.


Sw Eden’s hand Drawing in Subway : Hideto Matsumoto (Hide)

Online whores still exist. The information they give online are the nick-name, height, weight, personal identity, ethnic, photo, body-shape, age, level of education, and they do not tell exactly where they study, but they say the location of their school; so people can guess very easy. Almost sweet, cute and love to dress up. I bet they are cuter than Japanese porn-star. They are much much cuter and younger than those Thai women you search via search engine. The prize is about 2,000-5,000 bahts, which is different from those on the street with the prize 500-1,000 bahts. I am not their supporter, and I do not want Thailand to be just like this. If half of teenagers did porn, how Thailand can grow up to be developed country. I love my country. I will talk about the part of bad boys later.

“Prostitution is revolution” a part of Cobra Starship’s Lyrics of Prostitution Is The World’s Oldest Profession (And I, Dear Madame, Am A Professional). This band is fun actually. 😀 Lately I could not get the ticket to get into their show. All are sold out.

17 Comments

Filed under Uncategorized

Welcoming Celebration for the Fresh Men (รับน้อง)

This is 2 years after those days, I believe that all my friends who stood with me in that darkness can remember as same as me. Really, it was just a kind of celebration for the fresh men in University, but the seniors did it in negative way. They were just older than us, the fresh men, only 2 years. They said that what they did, are important and beneficial for us, and we all had to do the same thing, but until now, I have never found any benefit that they gave us.

The seniors faked and betrayed the fresh men. Because the university was in country where was far from Bangkok city around 2 hours on high way, whose parents did not have car or did not have time, had to rent apartments or rooms for their children. For my house, it was just 1 hours to get the university, so I did not need any room for staying there. For the students who lived in that province, they should not rent any room, too. When the first day at university came, the senior tried to pretend us that everybody all had to rent a room because the first year Architecture students had a lot of homework and a lot of group work, and many time, we had to stay at studio till midnight. Most of my friends believed them, and that was possible for us who were not the sophisticate. I believed them, too, so I asked my parent to rent a room for me, and that was pretty expensive because I did nothing on it after I know the realistic of the savage seniors. The first year student did not have any hard homework or a lot of group work. We had never stayed at studio till midnight, but we had to stay at lower level from 6 pm till midnight on Monday to Friday. The savage seniors always called every fresh man to be there and began roar around us who had to close the eyes and bow the head down. They called this act, “the repair”, it meant the repair of our behavior because they thought that our behavior was wrong, anyway it was right. I was one of the fresh men who could not escape from this rule, but when I could not endure with the seniors’ jeering roaring anymore, I swore with myself that I would never come to “the repair” again. After that, I was in the dilemma between I hated to go to “the repair”, and all my friends who could not bring me to “the repair” had to get the punishments from seniors. Most punishments were push-up for the boys and sit on the air for the girls.

Once in that semester, we had a lot of individual homework and had to finish it within one day, but we had to go to “the repair”, too. That was not my problem because I would not go there, but it was my friends’ problem. There was a group of pretending seniors who seemed like kind women, they advise some of my friends to copy the homework for other students and let other students go to “the repair” without doing any homework, so my friends did. When the deadline of that homework came, The professor knew that my friends was the copiers for all students in the class, that was evidently from that pretending seniors who told the professor. The professor deducted every student’s grade and deduct my grade, too although my homework was not from that copier friends. I grasped that we were just the foolish of the betraying senior who could not have any pretext.

All he seniors’ rules were so absurd to do. They always told the first year students in “the repair” that 1) Who were here before are older, and who were here after were younger: 2) The olders were greater than younger: 3) If the olders did something wrong, went back to see 1) and 2). That was the reason why the fresh men had to do everything by the seniors’ orders. There was an order which I thought that was a little right, but it was still absurd, the girls could not be in any place without the boy. Really, it kept us to stay secure, but in university was already secure because there were only students from other major who walked around as same as book store or library in a regular university. Here also meant I could not go somewhere with only the female friends, too. In my opinion, if I went as a group of girls, I did not need the have a boy in the group all the time. Each girl had to have a male buddy to follow every time. If the seniors saw a girl or many girls go somewhere without the boy, they would remember and punished the buddies of those girls to push-up. The senior also wanted us to remember all friends’ student ID. I thought this was the most stupid thing to do. There were more than 90 students in my major, and each student had 7 numbers in student ID. If they found that I could not remember, they would blame me in front of all my friends that I did not care them.

A year later when my friends were not the fresh men anymore, there was no rule and “the repair” (ซ่อมน้อง) so we was able to do whatever we wanted, but many things that the seniors left were still stick to us. Most of us hated the senior. Some of us hated each other who let them get the punishment. There were 2 students had gasp disease, they were easy to have convulsion when they were tired. One of the two was a girl. The tall seniors crowd around her and blamed that she was not endure. For the boy, the seniors pushed him down and let him wallow on the floor, then he convulsed, but the seniors did not have any drug for him. Our parents also hated the seniors especially the boys’ parents. The male seniors required 200 baths from each first year students to buy alcohol for their party, but some students did not have enough money, they had to ask from their parents. Another thing that they did for celebration of the welcoming us was the boys who wore their new uniform (because they are 1 year student, they had new uniform.) had to wallow in soggy mud. The seniors did not think about the parents who just brought new uniforms for their child. After that, those uniforms could not be washed so the students had to throw them away. More than the bad things that the seniors left for us, they also left the bad health. Most of the male fresh men had never smoked before, but the seniors forced them to smoke till they became addicts. These were just some bad things that we could not left then behind.

This smack was so strong, hard and bitter. I did not want to keep it for my juniors when I became the senior. I said solely to my friends who wanted to do this to our juniors as same as what we got together. They just ignored and said that was the tradition of Architecture in this university. For the professors, they did not care, and some of they also support because those professor had been the senior before. Now, I do not understand how they can be happy on other pain, or it was just for revenge to the next juniors.

Words and Photos : Sw Eden (สว อิเฎล)

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Wish It is from His Mouth

In English >>

I will take out the fabulous cloth and go to the fountain
I will desert my name in the great city
Money and slave are not the reality of the soul
I had maltreated to take them from my brothers of the land

I will not be an awful notorious cheater anymore
I will be nice, although I cannot go the the heaven anymore
I will reform, although it is too late
At least, just once in my life, I am satisfied

When I stop hurting others, then I feel fine
The fire violates itself, it cannot defeat
It burns itself to be as human’s ashes
Fail more than fail, fail more than others, that is I fail myself

When I lower down my fire, and calm as valley
All friends come as the water from river, not from thunder
Be first to be nice, then everyone will be nice to us
The blossom of spring welcomes the whole world

©2009 ~Sw Eden
http://sw-eden.deviantart.com/art/Wish-It-is-from-His-Mouth-En-114829339


In Thai >>

จะลงสรง ปลงปลด ลดเหนื่อยร้อน
ทิ้งอมร นครา มหาศาล
ทรัพย์นอกกาย มิหมายแม้น บริวาร
ที่เคยผลาญ พาลกดขี่ พี่น้องกัน

จะเลิกเป็น ทุรชน ที่ป่นปี้
จะหมายดี แม้นหมดทาง สู่สวรรค์
จะกลับตัว ที่เคยชั่ว แม้นไม่ทัน
แต่ก็มั่น สักครั้นหนึ่ง พึงพอใจ

เมื่อไม่คิด ชั่วกับเขา เราก็สุข
เมื่อไฟรุก ใช่จะหา ชนะได้
กลับเผาตน หม่นหมอง กองบรรลัย
แพ้กว่าแพ้ แพ้กว่าใคร คือแพ้ตน

หากลดไฟ ให้ใจเย็น เช่นภูผา
มิตรก็มา ดั่งธารา ใช่ห่าฝน
ปันเขาก่อน เขาปันให้ ปันทุกคน
พสุธน สู่ฤดู ผลิช่องาม

©2009 ~Sw Eden
http://sw-eden.deviantart.com/art/Wish-It-is-from-His-Mouth-Th-114829280

(Sw Eden = สว อิเฎล)

White - orange Flower

2 Comments

Filed under Uncategorized