Tag Archives: สถาปนิก

Green Roof สวนบนหลังคา ประหยัดพลังงาน

บทความมีลิขสิทธิ์ เขียนโดย สว อิเฎล
อนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องอ้างอิงอย่างถูกวิธี คือ ผู้เขียน ที่อยู่ URL และวันที่คัดลอก และห้ามมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา
อ่านรายละเอียด

สถาปนิกไทยมีการถกเถียงกันถึงเงินที่จ่ายไป และปัญหาที่จะเกิดตามมา ทำให้สถาปนิกนักพัฒนาไม่ได่ลงมือทำ Green Roof / Roof Garden อย่างจริงจัง และแพร่หลายเสียที โดยสถาปนิกมักพูดถึงการรั่วซมของน้ำ และน้ำหนักดิน ที่ทำให้ต้องเพิ่ม Structure ซึ่งมีราคาแพงกว่าที่จอดรถบนหลังคนถึง 6-7 เท่า

แต่ที่จริงแล้วข้อดีมีมากกว่าข้อเสีย การที่มีดินและพืชคลุมดินบนหลังคาช่วยลดความร้อนที่เข้ามาในตัวอาคาร โดยปกติแล้วอาคารพาณิชย์ในประเทศไทยจะเป็นเพดานชั้นบนสุดทำด้วย Concrete และด้านในจะเปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์ Air-Condition) ทำให้อุณหภูมิด้านในอาคาร แตกต่างจากด้านนอกในเวลากลางวันมาก ผิวของคอนกรีตด้านในกับด้านนอกมีความขยายและหดไม่เท่ากัน ทำให้เกิดจากรั่วซึมอยู่บ่อยครั้ง หากมีชั้นดินมีคลุม จะช่วยลดการรั่วซึมจากสาเหตุนี้ และตัวอาคาร โดยเฉพาะชั้นบน จะเย็นลงถึง 50% ซึ่งอาจไม่ต้องการเครื่องปรับอากาศเลยก็เป็นได้

Green Roof with grass at Philip Johnson Art Gallery, near his Glasshouse. View More Photos of Philip johnson Architecture

Under the green roof, inside the art gallery of Philip Johnson

ความหนาของดินที่ใช้ใน Green Roof มาตรฐานจะอยู่ที่ 6 นิ้ว หรือ 15 เซนติเมตร ใช้สำหรับพื้อขนาดเล็ก เช่นหญ้า และไม้ดอก แต่ถ้าต้องการมีต้นไม้ใหญ่ จะต้องก่อคอนกรีตขึ้นมาโดยมีขนาดอย่างต่ำคือ กว้าง และลึก 42 นิ้ว หรือ 1.10 เมตร เพื่อ Root Ball รากของต้ำไม้ โดยต้องเพิ่มความลึกอีก 6 นิ้วเพื่อให้มีหน้าดินคลุม Root Ball

ประโยชน์ของ การทำหลังคาสีเขียว ต่อสิ่งแวดล้อม มิใช่มีเพียงลดการดูดซับความร้อน แทนคอนกรีตเท่านั้น แต่ยังช่วยเรื่องการบำบัดน้ำเสียอีกด้วย โดยปกติเมื่อฝนตอลงมาบนหลังคาที่ไม่มีต้นไม้ น้ำทั้งหมดจะไหลลงรางน้ำและทางท่อสาธารณะ ซึ่งเป็นท่อน้ำทิ้ง และรัฐบาลต้องนำไปกำจัด แต่เมื่อมีพืชหรือหญ้าบนหลังคา สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 85% และมีเพียง 15% ที่ไหลลงท่อ ทำให้ปริมาณน้ำเสียที่ต้องนำไปบำบัดลงน้อยลง

Water Monitor in Mahidol University, Thailand


Suggest to read

Green Architecture Design

กฎหมายการทำที่จอดรถในสหรัฐอเมริกา

การวางผังเมือง และ New Urbanism

New Urbanism : Thimphu, Bhutan

The Law of Business กฎหมายธุรกิจที่อเมริกา

Cardboard Bridge Structure of William Martin

Advertisements

3 Comments

Filed under Uncategorized

The Law of Business กฎหมายธุรกิจที่อเมริกา

กฎแห่งความยุ่งเหยิง ที่จริงคือกฎหมายธุรกิจ สว อิเฎล มีโอกาสดีได้ไปฟังบรรยายโดย โรนัลด์ เจ แคทเทอร์ (Ronald J. Katter, Attorney at Law) ทนาย และเป็นวิทยากรให้แก่นักเรียนกฎหมายหลาย ๆ สถาบันที่สหรัฐอเมริกา

อาจารย์ของ สว อิเฎล Michael J. Gregorek สอนวิชาประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา และยังเป็นทนาย อีกด้วย ที่จริงแล้ว สว อิเฎล ยังมีอาจารย์อีกหลายคนที่เป็นทนาย ทั้งยังมีข้างบ้านเป็นทนาย

แคทเทอร์ ได้ยกตัวอย่างคดีของการโกยหิมะที่อเมริกา ถ้าหากว่าหิมะยังไม่หยุด แล้วเจ้านายสั่งลูกน้องให้ออกไปโกย และลูกน้องไปลื่นหกล้ม ลูกน้องสามารถฟ้องเจ้านายได้ แต่ถ้าเจ้านายสั่งให้โกยหิมะหลังจากหิมะหยุดแล้ว 3 ชั่วโมง แล้วลูกน้องลื่นหกล้ม ลูกน้องฟ้องเจ้านายไม่ได้ ความเป็นของ สว อิเฎล คือ โดยปกติแล้วเจ้านายก็จะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้แก่ลูกน้องเกือบทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในบริษัท แคทเทอร์ ยังพูดถึงเพื่อนร่วมงานที่เดินยกของแล้วทำของตกใส่คนอื่น ในลักษณะนี้ที่เป็นอุบัติเหตุ ทางบริษัทจะจ่ายให้ โดยไม่ต้องหาเรื่องเสียเงินไปฟ้องเพื่อนที่ทำผิด


ดูรูปหิมะเพิ่ม คลิกเลย

มีผู้หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่ง เดินแล้วขาพลาดตกลงไปในช่องระหว่างพื้นลิฟต์ กับพื้นอาคาร สว เห็นรอยแยกเช่นนี้บ่อยมากใน Subway เธอได้ฟ้องเจ้าของตึกก่อน เจ้าของตึกก็โยนให้ผู้ทำสัญญา (Contractor) และก็โยนต่อไปถึงบริษัทวิศวกรรม โยนไปอีกที่สถาปนิก โยนไปถึงบริษัทรับเทคอนกรีต ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่จะเป็นทนาย ต้องมีความรู้หลายสาขา หรือในบริษัทเดียวต้องมีทนายมากกว่าหนึ่งคน และแต่ละคนต้องถนัดด้านต่าง ๆ กัน เช่น ถ้าเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์มา ตอนจะต่อปริญญาโท ก็สามารถต่อเป็นด้านทนาย และจบไปเป็นทนายด้านสถาปัตยกรรม

การได้รัยเงินค่าทนาย ที่สหรัฐอเมริกาจะจ่ายเมื่อชนะคดี และถ้าไม่สามารถชนะ client หรือคนจ้างก็จะไม่จ่ายให้ แต่ในระหว่างการเก็บรวยรวมหลักฐาน ทนายสามารถเบิกค่าใช้จ่าย และค่าเดินทางจากผู้จ้างได้ ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเช่น รูปถ่าย คนรถ ค่าเอกสาร

ผู้ที่จะจ่ายเงินให้ทนายคือฝ่ายแพ้ อาจเป็นเฉพาะที่อเมริกา สว ไม่ทราบที่ประเทศไทย

Discrimination หากจะไล่คนออกจากบริษัท เจ้านายสามารถทำได้ทันที ถ้าไม่มีการทำสัญญาว่าจ้าง แม้ว่าพึ่งจะมาทำงานได้วันเดียวเท่านั้น หรือในทางตรงกันข้าม ลูกจ้างก็สามารถลาออกได้ทันทีเช่นกัน แต่ถ้นเป็นการไล่ออกโดยไม่มีเหตุผล ลูกจ้างสามารถฟ้องได้ การไล่ออกอย่างไม่มีเหตุผลมีดังนี้ อายุมาก เหยียดเพศ เหยียดผิด ตั้งท้อง เป็นต้น ส่วนการไล่ออกอย่างมีเหตุผล แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ทำได้ เช่น มาสายประจำ โต๊ะรก แต่งกายไม่เรียบร้อย ใส่ยันส์มาทำงาน สื่อสารไม่รู้เรื่อง เป็นต้น


รูปถ่ายที่พิพิธภัญฑ์ศิลปะที่เมืองหลวง New York. Metropolitan Museum of Art
ดูรูปที่นี่เพิ่ม คลิกเลย


Suggest to read

กฎหมายการทำที่จอดรถในสหรัฐอเมริกา

การวางผังเมือง และ New Urbanism

New Urbanism : Thimphu, Bhutan

The Law of Business กฎหมายธุรกิจที่อเมริกา

Leave a comment

Filed under Uncategorized