Tag Archives: ไทย

ในหลวง : พ่อผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

Bhumibol Adulyadej : Beloved Father of All Thai People
ในหลวง : พ่อผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

© Sw Eden (สว อิเฎล)
All Rights Reserved (สงวนลิขสิทธิ์)

พระบรมมหาราชวัง Grand Palace :I really love the idea of Mixed Architecture.
You will see the European building with Thai roof. Very creative and they are so harmony. I have never feel strange or anything. It is just perfect.
View More Photo of Grand Temple and Grand Palace on Sw Eden’s Flickr

พ่อของฉัน พ่อของใคร ในไทยนี้
พ่อภูมี แห่งแผ่นฟ้า ข้าสยาม
พ่อผู้เป็น แบบอย่าง ลูกต่างตาม
พ่อนี้นาม ภูมิพล ของชนไทย

พ่อ ของเรา ปรารถนาให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์ . . . คนที่สมบูรณ์ หมายถึงคนที่มีเนื้อตัวมากนั้นกล่าว ผิด สมบูรณ์ มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ว่า ” บริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติหรือคุณลักษณ์ เพราะมีส่วนต่าง ๆ ประสานเข้ากันอันพึงปรารถนาและไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ” แต่หากว่าจะโต้เถียงว่าคนที่มีเนื้อตัวมากนั้นบริบูรณ์ด้วยคุณลักษณะอัน อ้วน เพราะมีเนื้อชั้นไขมันโยงไยเข้ากันอย่างพึงปรารถนาและไม่มีสิ่งใดขาด ตกบกพร่องมันเนยนั้นก็กล่าวผิดอีกเช่นกัน เนื่องด้วยคนอ้วนได้ขาดความพอดี ไปนั่นเอง แท้ที่จริงนั้นคนที่สมบูรณ์ก็คือคนที่มีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตดี การที่สองสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยหลาย ประการ การศึกษา เพื่อที่จะมีแนวทางในการดำเนินชิวิต หากชีวิตยังคงดำเนินอยู่ก็คงมีการศึกษาอยู่เช่นกัน การกีฬา ทำให้ร่าง กายแข็งแรง ปริมาณน้ำเลือดมากขึ้น สูบฉีดได้รวดเร็ว ถ่ายเทก๊าซและความร้อนได้ดีทำให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีด้วย สังคม ไม่มี ผู้ใดที่จะทำกิจสำเร็จโดยลำพังตนเอง แม้อาจจะทำงานคนเดียว แต่อุปกรณ์ที่ ท่านใช้ก็มีผู้อื่นอุทิศกำลังกายและกำลังความคิดสร้างมันขึ้นมา ความรับ ผิดชอบ นี่คืออีกคุณสมบัติที่มนุษย์มีร่วมกับสัตว์บางชนิด หากเราทำไม่ได้ ก็ขอให้อับอายสัตว์นั้นเสีย การทำงาน เพื่อสิ่งที่ตนเองได้รับ ก็คือสิ่งที่ชาติได้รับ

Thailand has Giant to protect the door way.
People said the ghost and bad spirit fear the Giant.
View More Photo of Grand Temple and Grand Palace on Sw Eden’s Flickr

การศึกษา ไม่นานมา ประชาชนคนทำงาน ก็คงเคยเป็นเด็กตัวน้อย ๆ มาก่อน ไม่เร่งร้อนกับชิวิตมากเสียเท่าไรนัก ยามเช้าตื่นมารับประทาน อาหาร บ้างก็ทำงานช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ ผ่านไปก็ได้แต่งตัวแล้วเดิน ทางไปโรงเรียน การเดินทางไปโรงเรียนนี้อาจจะดูสั้นไปบ้าง แม้ในเพลงเพลง หนึ่งนั้นมีเนื้อร้องว่า ” . . . โรงเรียนของหนูอยู่ไกล . . . ” โดยหารู้ไม่ว่า เราจะไม่รู้สึกว่ามันไกล หากเราไม่ได้ไขว่คว้าด้วย มือของเราเอง เส้นทางที่จะไปโรงเรียนของเด็กยากไร้ นั้นยากล้น มิใช่เพียงระยะทาง แต่เป็นการค้นหาแนวทางที่จะได้ศึกษาหา วิชาความรู้ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นใครคนใด ยากดีมีจนก็คือ ปุถุชนที่มีจุดมุ่งหมายในชิวิต เส้นทางที่เคยเดินทาง เคยไขว่คว้าที่จะไปโรงเรียนก็คงจะดูสั้นลงอย่างถนัดตา เทียบไม่ได้กับ เส้นทางชีวิต หรือเส้นทางสู่ความสำเร็จ เป็นแน่ แต่การที่เด็กตัว น้อย ๆ จะย่างก้าวมาเดินบนเส้นทางนี้ได้ ก็ต้องเดินผ่านเส้นทางสู่โรงเรียนเสีย ก่อน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเล่าเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ตามที่พ่อ อยู่หัวได้ทรงอนุสาสนีย์สอนแก่ลูก ๆ ของท่าน

การกีฬา การออกกำลัง การก็เหมือนกับการเติมน้ำมันให้กับรถยนต์ เราจึงได้มีแรงที่จะขับเคลื่อน ร่างกาย ขับเคลื่อนความคิด เพื่อจะนำประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรื่อง ได้ หากประชาชนมิได้มีการออกกำลังการแล้ว บ้านเมืองก็จะขาด กำลัง ขาดทักษะ ก่อเกิดปัญหาสังคม คนติดยาเสพติด ขาดชนชั้นล่าง หรือชนชั้นแรงงาน ให้ลองคิดดูว่า คนเหล่านี้ใช่ผู้คืนความอุดมสมบูรณ์ ให้กับผืนแผ่นดินหรือไม่อย่างไร เกษตรกร คือผู้เลี้ยงท้องเราให้ อิ่ม เกษตรกรคือผู้มีความมานะอดทนและแข็งแรง ประเทศเราเป็นประเทศเกษตก รรม เราขาดคนเหล่านี้ไม่ได้ เกิดมีสักวันหนึ่งคนเหล่านี้ไม่แข็ง แรง เราก็คงต้องลงมือก่อผลผลิตให้ตนเองบริโภค แม้เราจะแข็งแรงเพียง ใด ก็ยังขาดทักษะ หากจะเทียบกับการออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้ เกิดกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เกิดทักษะอาทิ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การค้น หาแนวทางสู่จุดหมาย เป็นต้น ดังนั้นหากมีโอกาสก็รีบไปออกกำลังกายเพื่อ สุขภาพที่ดีเถิด

สังคม มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูงกว่า สัตว์อื่น เริ่มแรกมนุษย์ได้เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกัน มีการสร้างวัฒนธรรม ร่วมกัน ทำให้โลกใบนี้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง สว อิเฎลเคยเรียนมาในระดับประถม มีกานท์บทหนึ่งซึ่งสว อิเฎลยังพอจำได้

” . . . น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
นกพึ่งฟ้าปลาพึ่งหนอง คล้องกันเกลียว
ไม่มีใครจะอยู่เพียงผู้เดียว
ต้องข้องเกี่ยวพึ่งพา อาศัยกัน . . . ”

ทำไม กระทรวงศึกษาธิการได้บรรจุกานท์นี้ลงไปในหลักสูตร ก็เพราะต้องการปลูกฝัง เยาวชนให้รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม มนุษย์เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ มีสังคม การกระทำทุกสิ่งมีผลต่อสังคม และการเปลี่ยนแปลงของสังคมก็มี ผลต่อตัวเรา มนุษย์จะไม่ใช่มนุษย์หากแยกตัวออกไปจากสังคม

ความรับ ผิดชอบ คนเรามีความคิด คนเรามีความจำ หากไม่อาจรับผลของการกระทำของ ตนและสังคมได้จะถือว่าเราไม่มีความคิด และความจำ หรือถือว่าคนคนนั้นเป็นคนไม่มีความคิดนั้นก็ไม่ได้ ยังเรียก กันเต็มปากเต็มคำว่าเป็นคน จึงสามารถสรุปได้ว่าคนดังกล่าวเป็นคนไร้ซึ่ง ความรับผิดชอบหรือมีคุณสมบัติใกล้เคียงสัตว์บางประเภท

การทำงาน มี หลายสภาวะ อาทิ เครื่องจักรกล สัตว์ คน เป็นต้น ณ ที่นี้จะกล่าวถึงการทำงานของคน เพราะคนมีความคิด อย่างที่เคยกล่าวมาใน ข้างต้นแล้ว ดังนั้นงานที่ออกมาต้องมีประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพ คือ คุณภาพหารด้วยเวลา คนที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องเป็นคน ที่ประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน คนที่มีประสิทธิภาพคือ มีความ ตั้งใจ มานะ พยายามในการเรียนรู้งานที่ทำ และทำได้ตามที่เรียน รู้ นอกจากนี้ยังต้องมีการใส่ความรู้รอบตัว ประสพการณ์ ความคิดลงไปใน งานได้ภายในเวลาอันจำกัด คนที่ทำงานมีหลายประเภท เช่น ทำการค้า ของ ทำการค้าความคิด ทำการค้าแรง การค้าทั้งสามสิ่งนี้สามารถ นำมาประสมประสานเป็นอาชีพต่าง ๆ ได้มากมาย บางอาชีพอาจจะเน้นหนักไปทางการค้าของ บางอาชีพเน้นไปที่การ ค้าความคิด ตามแต่จุดประสงค์ของผู้ประกอบอาชีพนั้น ๆ เมื่อคนมีอาชีพ ก็มีรายได้ มีเงินมาจับจ่าย นั้นหมาย ว่า เศรษฐกิจของเราดี การทำงานคือการทำให้เศรษฐกิจดี จึงแสดงว่าเรา ทำงานเพื่อชาติของเรา เรารักชาติของเราเราจึงได้ทำงาน

ถ้าจะกล่าว ไปแล้ว สว อิเฎลก็คือสามัญชนคนหนึ่ง สว อิเฎลมีพ่อ มีแม่ ของสว อิเฎล เพื่อน ๆ ก็มีพ่อ มีแม่ เป็นของเพื่อน ทุก ๆ คนก็เช่นกัน ทุกคนต่างมีพ่อ มีแม่เป็นของตัวเอง แต่เคยคิดบ้างไหม เราเกิดมาเป็นพี่น้องร่วมท้อง ถิ่นแดนไทยได้ไฉน เรานั้นแสนโชคดี โชคดีกว่าเพื่อน ๆ ร่วมโลกของเราอีกหลายถิ่น เรามีพ่ออยู่หัว มีแม่อยู่หัว ที่รักเราดุจลูกแท้ ๆ ของท่าน เราเกิดมาเป็นไทย เราจึงได้มีพี่น้องมากกว่าคนในชาติ อื่น เราเกิดมาเป็นไทย เราจึงได้มีพ่ออยู่หัวที่พร้อมที่จะ ให้ ให้สิ่งดี ๆ แก่ลูก ๆ ให้ทั้งแรงกายาแลแรงเจตตา และสิ่งที่สำคัญที่สุด ความรู้ ทรัพย์อัน หาค่ามิได้ ทรัพย์ที่จะอยู่ติดตัวเราตลอดไป คำสอนที่ท่าน ให้ จะมิมีทางเลือนลางไปไหน เพราะนั่นคือทรัพย์อันประเสริฐที่จะ อยู่ติดตัวลูก ๆ ของท่านไปตราบนานเท่านาน

ภูพิศอิศเรศ
ดับอาเภศผองแผ่นดิน
พงษ์เผ่าพสุถิ่น
พระภูมินรักประชา

ทาตรีศรีภูธร
พระนคร ธ รักษา
ดุจเจ้าวิชรินทรา
จ้าอินทราธิราชี

เจตมนน้อม
ปวงราชพร้อมกราบโกษี
บุญอเนกเฉกบุรี
เพชรปราณีเป็นศรีไทย

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า สว อิเฎล

© Sw Eden (สว อิเฎล)
All Rights Reserved (สงวนลิขสิทธิ์)

At first we come in to the grand temple or grand palace, we have to see this blank area. Although all around us, there are too many people.
View More Photo of Grand Temple and Grand Palace on Sw Eden’s Flickr



Suggest to read

Charity Book: Tuskty and Pink Cobra

Thai Monarchy support Democracy

Thailand Traditional Love & Sex Culture

School should be serious about Copyright work students use

Gallery of Thai black Dog: NJ Jordison


Advertisements

1 Comment

Filed under Uncategorized

ชะอำ-หัวหิน : ชวนกันเที่ยวทะเลไทยดีกว่า Let’s go to Cha-Am & Hua-Hin

By RataJIT:)
รตจิตรเขียนเรื่อง “ชะอำ-หัวหิน : ชวนกันเที่ยวทะเลไทยดีกว่า” และได้ลงในนสพ. โพสต์ทูเดย์ฉบับวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2553 และต้องการชวนไทยเที่ยวไทย โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนเช่นนี้

WP-Thai-Sea

ทะเลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนไทยมานานแล้ว เพราะไทยเป็นเมืองร้อน ไม่จำเป็นต้องเสาะหาทะเลต่างประเทศ แม้คนต่างชาติยังรักทะเลไทย

WP-Thai Sea

ทุกครั้งที่ลูกกลับจากอเมริกา ต้องหาโอกาสไปชะอำ-หัวหิน และที่ขาดไม่ได้คือสุนัขไทยคู่ใจ เช้าก็ลงเล่นทะเลกัน 1 รอบ พอตกเย็นก็ลงเล่นกันรอบใหญ่อีก 1 รอบ เหนื่อยก็พักแรมอย่างน้อย 1 คืนด้วยกันทั้งหมดไม่ว่าจะคนหรือสุนัข

WP-ThaiSea

พฤษภาคมนี้ เรามีนัดไปกันอีกครั้ง จะได้พักผ่อน ได้เปลี่ยนบรรยากาศทั้งครอบครัวและคู่ใจที่ทำให้มีความสุขสนุกมากขึ้นเพราะความน่ารักของมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกระโดดข้ามคลื่นแต่ละลูกที่เข้ามากระทบฝั่ง และตอนวิ่งกวดกันไปกับน้ำทะเลบนพื้นทรายจนกว่าดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้า……….

WP Thai Sea

RataJIT’ s article presented in the Posttoday newspaper on Sun 28-3-2010.
Let’s go to see Sun-Sand-Sea in Thailand. Here are Cha-Am @ Petchaburi & Hua-Hin in Prachaubkirikan province .

Really beautiful and very relax esp. when seeing our buddy – a THAI Dog – runs and jumps over all waves….ha ha!!

1 Comment

Filed under Uncategorized

Paradox – Summer – ฤดูร้อน fan MV

เนื้อเพลงคลิกที่นี่ Sing this song / Get Lyrics in English Click Here

Paradox is one of my most favorite bands in the world, and my #1 most favorite band in Thailand. Although I do not like Thai pop-rock music, I can say that Paradox is the best of all them. Genre of Paradox tend to be Alternative Rock. Alternative Rock is a subset of Punk, and Emo is a subset of Punk, too. All these kinds are so similar. Emo is just a little bit sweeter and slower. Paradox can do the high quality of recording and song arranging. The main guy who work on all songs is the band leader, TaTa (TarTar ตาต้า or just “Ta”). He play rhythm guitar line and sing all songs. His lyrics have high identity, or in another word, he has his own language. The words he likes are “Chao (สับสนวุ่นวาย)”, “Everything (ทุก ๆ อย่าง)”, “A Lot (มากมาย)”, etc. He also wrote many funny and strange words that the audiences will never think that they will be in the songs!

I believe that if Paradox does the international tour or international promote, they can be so popular very fast. I listen to American Alternative Rock/ Emo/ Punk, and Paradox is just so similar. Paradox was born before those famous band actually, but their influence built them up the same way. These are Paradox’s favorite bands, The Beatles, Jimi Hendrix, Sex Pistols, Fear Factory, Nirvana and Green Day. Paradox grew up with this music, and it is a big different from other Thai bands. Most of Thai bands listened to Pop music when they were young, because the Records company always promote only pop in 1990’s.

1 Comment

Filed under Uncategorized

Welcoming Celebration for the Fresh Men (รับน้อง)

This is 2 years after those days, I believe that all my friends who stood with me in that darkness can remember as same as me. Really, it was just a kind of celebration for the fresh men in University, but the seniors did it in negative way. They were just older than us, the fresh men, only 2 years. They said that what they did, are important and beneficial for us, and we all had to do the same thing, but until now, I have never found any benefit that they gave us.

The seniors faked and betrayed the fresh men. Because the university was in country where was far from Bangkok city around 2 hours on high way, whose parents did not have car or did not have time, had to rent apartments or rooms for their children. For my house, it was just 1 hours to get the university, so I did not need any room for staying there. For the students who lived in that province, they should not rent any room, too. When the first day at university came, the senior tried to pretend us that everybody all had to rent a room because the first year Architecture students had a lot of homework and a lot of group work, and many time, we had to stay at studio till midnight. Most of my friends believed them, and that was possible for us who were not the sophisticate. I believed them, too, so I asked my parent to rent a room for me, and that was pretty expensive because I did nothing on it after I know the realistic of the savage seniors. The first year student did not have any hard homework or a lot of group work. We had never stayed at studio till midnight, but we had to stay at lower level from 6 pm till midnight on Monday to Friday. The savage seniors always called every fresh man to be there and began roar around us who had to close the eyes and bow the head down. They called this act, “the repair”, it meant the repair of our behavior because they thought that our behavior was wrong, anyway it was right. I was one of the fresh men who could not escape from this rule, but when I could not endure with the seniors’ jeering roaring anymore, I swore with myself that I would never come to “the repair” again. After that, I was in the dilemma between I hated to go to “the repair”, and all my friends who could not bring me to “the repair” had to get the punishments from seniors. Most punishments were push-up for the boys and sit on the air for the girls.

Once in that semester, we had a lot of individual homework and had to finish it within one day, but we had to go to “the repair”, too. That was not my problem because I would not go there, but it was my friends’ problem. There was a group of pretending seniors who seemed like kind women, they advise some of my friends to copy the homework for other students and let other students go to “the repair” without doing any homework, so my friends did. When the deadline of that homework came, The professor knew that my friends was the copiers for all students in the class, that was evidently from that pretending seniors who told the professor. The professor deducted every student’s grade and deduct my grade, too although my homework was not from that copier friends. I grasped that we were just the foolish of the betraying senior who could not have any pretext.

All he seniors’ rules were so absurd to do. They always told the first year students in “the repair” that 1) Who were here before are older, and who were here after were younger: 2) The olders were greater than younger: 3) If the olders did something wrong, went back to see 1) and 2). That was the reason why the fresh men had to do everything by the seniors’ orders. There was an order which I thought that was a little right, but it was still absurd, the girls could not be in any place without the boy. Really, it kept us to stay secure, but in university was already secure because there were only students from other major who walked around as same as book store or library in a regular university. Here also meant I could not go somewhere with only the female friends, too. In my opinion, if I went as a group of girls, I did not need the have a boy in the group all the time. Each girl had to have a male buddy to follow every time. If the seniors saw a girl or many girls go somewhere without the boy, they would remember and punished the buddies of those girls to push-up. The senior also wanted us to remember all friends’ student ID. I thought this was the most stupid thing to do. There were more than 90 students in my major, and each student had 7 numbers in student ID. If they found that I could not remember, they would blame me in front of all my friends that I did not care them.

A year later when my friends were not the fresh men anymore, there was no rule and “the repair” (ซ่อมน้อง) so we was able to do whatever we wanted, but many things that the seniors left were still stick to us. Most of us hated the senior. Some of us hated each other who let them get the punishment. There were 2 students had gasp disease, they were easy to have convulsion when they were tired. One of the two was a girl. The tall seniors crowd around her and blamed that she was not endure. For the boy, the seniors pushed him down and let him wallow on the floor, then he convulsed, but the seniors did not have any drug for him. Our parents also hated the seniors especially the boys’ parents. The male seniors required 200 baths from each first year students to buy alcohol for their party, but some students did not have enough money, they had to ask from their parents. Another thing that they did for celebration of the welcoming us was the boys who wore their new uniform (because they are 1 year student, they had new uniform.) had to wallow in soggy mud. The seniors did not think about the parents who just brought new uniforms for their child. After that, those uniforms could not be washed so the students had to throw them away. More than the bad things that the seniors left for us, they also left the bad health. Most of the male fresh men had never smoked before, but the seniors forced them to smoke till they became addicts. These were just some bad things that we could not left then behind.

This smack was so strong, hard and bitter. I did not want to keep it for my juniors when I became the senior. I said solely to my friends who wanted to do this to our juniors as same as what we got together. They just ignored and said that was the tradition of Architecture in this university. For the professors, they did not care, and some of they also support because those professor had been the senior before. Now, I do not understand how they can be happy on other pain, or it was just for revenge to the next juniors.

Words and Photos : Sw Eden (สว อิเฎล)

Leave a comment

Filed under Uncategorized