Tag Archives: biography

Avenged Sevenfold A7X และเรื่องของพวกเขา

Avenged Sevenfold ก่อตั้งวงเมื่อ 1999 โดย M. Shadow, Zacky และ The Rev พวกเขาเป็นเพื่อนกันในวัยเด็กทั้งหมด ซึ่งใครเป็นเพื่อนใครก็ศึกษาเอาเอง คนลงไปมากมายหลายเว็ป Sw Eden เริ่มชอบวงนี้จากเพลง Seize the Day ซึ่ง สว คิดว่ามันไม่นานเท่าไร แต่ก็ก่อนคนไทยหลายคน

© Sw Eden : All Rights Reserved
The Rev is with a Dinosaur, do you know that?

จากทุนเดิมที่สมาชิกวง Avenged Sevenfold มาจากโรงเรียน Catholic (โดนไล่ออก) ทำให้เนื้อหาในเพลงมีความเกี่ยวข้องกับ Bible (ไบเบิล) สว เคยเป็นหนึ่งใน Antichrist ตัวยงด้านงานศิลปะ และ Avenged Sevenfold ก็ไม่ได้แตกต่างจากชาว Antichrist คนอื่นสักเท่าไร ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้เป็น คนส่วนมากจะเริ่มอ่าน Genesis (ปฐมกาล) และก็ข้ามไปอ่าน Revelation (วิวรณ์) ทั้นที ด้วยความใจร้อน สว ได้อ่านพระคัมภีร์ใหม่บทอื่นอยู่นาน ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น แต่ไม่ทราบว่า Avenged Sevenfold เข้าใจมากแค่ไหน เพราะวงนี้มักใส่อารมณ์เข้าไปแทนเนื้อหา

กระแส Avenged Sevenfold Suck มาจากเพลงในช่วงหลังที่ช้าลง และผสมผสานกับแนว Emo (อีโม) ซึ่งเป็นที่น่าดูถูกของคนชอบดนตรี Metal พวกแฟนเพลงจะเห็นว่า Emo เป็นชาวเกย์ รักร่วมเพศ และ มั่วกันอย่างสกปรก นอกจากนี้ยังดีได้แต่แต่งตัว และมีแต่แฟนเพลงผู้หญิง (Fangirl) ซึ่งผู้ชายจากชาติที่เจริญแล้วก็ยังมีนิสัยดูถูกผู้หญิง โดยวงดนตรีไหนที่มีแฟนเพลงผู้หญิงมาก ๆ พวกผู้ชายจะไม่ฟัง สว เป็นคนหนึ่งที่ฟังเพลงของ Fangirl bands แต่การเริ่มฟัง ไม่ควรมองที่หน้าตาและการแต่งกาย สว ทราบว่า ผู้หญิงชอบผู้ชายที่มีหน้าตาและท่าทางเหมือนรักร่วมเพศ

อ่านเรื่องเกี่ยวกับแนว Emo และ เพลง Emo ที่นี่

สำหรับวง Avenged Sevenfold มือกลองของเขา The Rev หรือ The Reverend Tholomew Plague มี Emo haircut ผมทรงอีโม สว อิเฎล ชอบภาพวาดของเขามาก และถูกใช่ใน Myspace นานที่สุดในทุกภาพวาด หากนับ The Rev เป็น 20% ของสมาชิกในวงที่มีผมทรง Emo ซึ่งจำนวนเพลงของ Avenged Sevenfold ก็มีส่วนที่เป็นแนว Emo อยู่ 20% เช่นกัน ตัวอย่างเพลง Emo ขิงวงนี้คือเพลงช้า และเพลงที่ใช้ลากเสียงทั้งหลาย แต่ส่วนใหญ่แล้ว Avenged Sevenfold ก็ยังคงความเป็น Melodic Metal อยู่

คุณอาจเรียก post นี้ว่าเป็นประวัติของวง Avenged Sevenfold แต่ข้าพเจ้าไม่เรียก หลังจาก Avenged Sevenfold หรือ A7X ได้มาเยือนประเทศไทยเมื่อ 2007 และมาเยือน New York ใน 2009 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าไม่ได้ไปดูทั้งสองที่ ครั้งแรก คิดว่าจะไปดูที่ New York แต่การแสดงเป็นเวลากลางคืน และต้องนั่งรถไฟออกจากเมืองไปเป็นชั่วโมง ไม่นับเวลานั่งรถไฟในเมืองอีกเป็นชั่วโมง ทั้งนี้เนื่องจากรถไฟรอบดึกจะมาไม่เป็นเวลา และมาชั่วโมงละคันเท่านั้น หากข้าพเจ้าตัดสินใจไปดู ก็คงกลับมาถึงบ้านตอนเช้าตรู่

สาเหตุที่วงดนตรีดัง ๆ หลายวงไม่ยอมเข้ามาแสดงในเมือง New York City คือ สถานที่มีราคาแพง และเนื่องจากเป็นวงดนตรีดัง จึงต้องการสถานที่ใหญ่ ๆ เพื่อรองรับปริมาณแฟนเพลงจำนวนมาก ดังนั้น โดยทั่วไปจะเห็นวงดนตรีที่ดังปานกลาง มาแสดงในเมืองมากกว่าวงดนตรีที่ดังระดับโลก ที่จริงแล้ว วงดนตรีที่ดังระดับโลกก็มีมาแสดง แต่ต้องโด่งดังและรวยจริง ๆ เช่น Rob Zombie, Fall Out Boy และ Alice Copper

77 Comments

Filed under Uncategorized

เกี่ยวกับ Mushroomhead และประวัติ

Mushroomhead ตั้งขึ้นเมื่อ Spring 1993 โดยเป็น Side Project เพราะพวกสมาชิกเริ่มแรกของวง ได้ทำวงชื่อว่า “216” เลขนี้ดูเหมือนเป็นเลขของ Satan มาจาก 6 x 6 x 6 = 216 แต่มันไปเหมาะเจาะกับ เลขโทรศัพท์ของ รัฐ Ohio บ้านเกิดของพวกเขา คือ 216-xxx-xxxx วง 216 ไม่ได้ใส่หน้ากาก มีสมาชิกคือ Jason Popson หรือเรียกว่า J Mann ใน Mushroomhead, Steve (Skinny นใ Mushroomhead) และ Dave Felton (Gravy ใน Mushroomhead) เป็นพี่น้องกัน และ Jack Kilcoyne (Pig Benis ใน Mushroomhead – ลองผวนคำว่า Pig Benis จะได้ Big Penis และเขาใส่หน้ากากหมูด้วย)

**Note from author : กรุณาอย่าคัดลอกบทความนี้เพื่อไปใช้ใน website ของคุณ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ประวัติวง Mushroomhead ถูกเขียนขึ้นตามคำเรียกร้อง ซึ่งข้าพเจ้าเคยเป็นแฟนเพลงที่เป็นที่รู้จักของพวกเขา และแฟนเพลงคนอื่นในช่วง 2007-2008
เขียน/ศึกษา/ประสบการณ์ โดย สว อิเฎล (Sw Eden)


J Mann or J Popson, Drawing by Sw Eden

หลังจากนั้นสมาชิกทั้ง 4 คนเป็นสมาชิกใน Mushroomhead ซึ่งเริ่มโด่งดังในปี 1995-1996 เริ่มจากเมือง Cleveland รัฐ Ohio พวกเขาสวมหน้ากากแก๊ซสีดำ และดูคล้าย ๆ กันหมดในช่วงแรก โดยมีนักร้องนำเสียงแร็ป (Rap/Hiphop) ที่โดดเด่นด้วยการเขียนหน้าเป็นหมีแพนด้า หรือบางคนอาจมองเป็นหัวกระโหลด และ นักร้องนำเสียงร้องที่หนักแน่นคือ J Nothing (Jeffrey Nothing หรือ Jeffrey Hatrix) ซึ่งช่วงแรก ๆ สวมหน้ากากคล้ายวง GWAR กับเสื้อคลุม นอกจากนี้ยังมีคู่ Dancers นักเต้นประจำ 2 คน ช่วยทำความน่าสนใจในการแสดง ซึ่งส่วนมาก J Mann จะแสดงเกี่ยวกับทางเพศ คนที่เป็นที่รู้จักคือ Jessica Roxy Haney ผู้หญิงที่ใช้เทปสีดำติดหัวนม และเต้นบนเวที เธออยู่ในสมัยที่ Mushroomhead ใส่ชุดทหาร เธอเป็นศิลปินส์ (พวก Visual Art) นี่อาจเป็นเบอร์ติดต่อกับเธอ 1-330-343-8500 และติดต่อเธอทาง internet ที่ http://www.myspace.com/mymuseum หรือ mymuseum@myspace.com (e-mail) ปัจจุบันเธอทำงานด้านลายสัก เธอเริ่มมันตั้งแต่ปี 2004


Skinny or Steve Felton : Mushroomhead Leader and Founder, Drawing by Sw Eden

กล่าวถึง J Mann หรือ J Popson (ชื่อมาจาก John Anthony Popson) ซึ่งเป็นนักร้องที่เป็นความทรงจำของชาว Mushroomhead เพราะเมื่อ แฟนเพลงพบเขา ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ก็จะพูดว่า Never let it go ซึ่งเป็นชื่อเพลงที่เขาเคยร้องด้วย ปี 1994 ในการแสดงท้องถิ่นในเมืองของพวกเขา J Mann เป็นคนที่ไปชวนนักร้องวง 3 Quarters Dead มาร้องแทนเขาเอง การแสดงคืนนั้นเป็นประวัติศาสตร์ที่แฟนเพลง Mushroomhead ทุกคนอยากให้มันหวนกลับมา เพราะเมื่อ J Mann ขึ้นเวทีร้องเพลงร่วมกับ Waylon Reavis แฟนเพลงทุกคนอยากให้ J Mann กลับมาเล่นให้ Mushroomhead โดย Waylon Reavis ไม่ต้องออกจากวง J Mann เป็นคนมีเอกลักษณ์ที่เขาบอกตรง ๆ ว่าเขาชื่นชอบใคร และวงอะไร เขายังมีลายสักเขียนว่า Absentee บนแขนของเขา ปัจจุบันเขาเล่นให้กับ Pitch Black Forecast และยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิกวง 216

**หากต้องการฟังเพลงของ 216 ให้ฟังที่ myspace.com/216 คิดว่าใน imeem ไม่ใช่วงเดียวกัน

วงที่ J Mann และสมาชิกวง Mushroomhead คนอื่น ๆ ชอบร่วมกันคือ Mr. Bungle ซึ่ง Mike Patton เป็นนักร้องนำ วงนี้มักมี Music Video แปลก ๆ และบางตัวมีการใส่หน้ากากเป็นฆาตกร เหมือนกับ influence หลักของสมาชิกส่วนใหญ่ใน Mushroomhead ซึ่ง Stitch หรือ นาย Rick Thomas บอกว่า Music Video โปรดของเขาคือ Quote Unquote นอกจากนี้ J Mann ยังพูดใน Myspace ของเขาว่า Mike Patton คือพระเจ้า ทำให้แฟนเพลงของ J Mann หลายคนชอบ Mr. Bungle ตาม


Quote Unquote of Mr. Bungle

แนวเพลงของ Mushroomhead เป็นการผสมผสานกันหลายแนว ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าเป็น Alternative Metal แบบช้า โดยเอกลักษณ์คือเสียงของ Jeffrey Nothing และ electronic instruments ในช่วงสมัยของ J Mann Popson การร้องแบบ Hip-Hop โดดเด่นมาก แต่ในสมัยของ Waylon Reavis จะมีเสียงที่ไพเราะและนุมนวล

ชีวิตครอบครัวของคนในวงนี้ ส่วนใหญ่จะแต่งงานและมีลูกกันทุกคนแล้ว ซึ่งหัวหน้าวง Skinny หรือ Steve Felton ได้ Logo วง ที่เรียกว่า X Face มาจากการออกแบบของภรรยา ซึ่งเป็น Graphic Designer การเขียน สัญลักษณ์ X Face ที่ชาวเน็ตเขียนปิดท้ายเพื่อแสดงตนเป็นแฟนเพลง Mushroomhead คือ
X X
‘l|l’
มีเพียงไม่กี่คนที่ใช้ชีวิตอย่างวัยรุ่นที่ยังไม่มีครบครัวคือ ชะมด Shmotz (Tom Schmitz นิสัยชอบเล่นเกมส์ ทำตัวเหมือนเด็กที่สุดในวง) และ Stitch (Rick Thomas หรือเขียนว่า ST1TCH เป็นสมาชิกวง Ventana ด้วย) Stitch มีความเป็นไปได้ว่าจะสร้างครอบครัวเร็ว ๆ นี้ เพราะเขาคบกับ Angle Dies ซึ่งเป็นหัวหน้าวงและมือเบสวง As Summer Dies มานานแล้ว Angle Dies ยังสนิทสนมกับสมาชิกหลายคนในวง เช่น Skinny, Pig Benis และเธอยังเป็นคนทำทรงผม Dread ให้แก่ Waylon Reavis หลังโกนหัวครั้งแรก Angle Dies มีธุรกิจทำผมเป็นทางเลือกรองจากงานแสดงวงของเธอ หากพูดถึงเรื่องธุรกิจของวงแล้วนั้น Jeffrey Nothing ทำธุรกิจขายเสื้อที่เรียกว่า “No Wear Cloths : Wear Nothing”


Shmotz and his Games, Drawing by Sw Eden


Angle Dies and Stitch, Drawing by Sw Eden

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
ความสำเร็จของ Mushroomhead
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
Spring 2004 Mushroomhead มาโด่งดังเอามาก ๆ ใน Jägermeister Tour ร่วมกับ Dope และ Twisted Method (คิดว่าไม่ใช่ Tour หลักของ Jägermeister แต่ได้ Sponsor มา) หลังจากนั้นปลายปีเดียวกัน Dope มี American Apathy Tour ทั้ง Mushroomhead และ Twisted Method ได้รวมอยู่ด้วย


Drawing by Sw Eden, influence from Solitaire Unraveling Video of Mushroomhead

Music Video ของพวกเขาที่ประสพน์ความสำเร็จมากคือ Solitaire Unraveling กับ Sun Doesn’t Rise และ ปี 2007 เขายังชนะ MTV2 Video จากการโวต ใน MV เพลง 12 Hundred (มีฉาก St1tch เย็บตัวเองด้วย ทำ stitch เหมือนชื่อจริง ๆ)

ปี 2006 Mushroomhead ออกอลบัม Savior Sorrow โด่งดังไม่แพ้อลบัมก่อนหน้านี้คือ XX เพลงหนึ่งในอลบัม XX คือ The New Cult King คนมักเอามาล้อระหว่าง J Mann กลายเป็น Waylon Reavis เพลง Simple Survival เป็น Video ที่โด่งดังที่สุด มีทั้งแบบธรรมหา และแบบ Direct Cut ซึ่งแบบ Direct Cut จะมีตัวแสดงสองคนวิ่งหนีสมาชิกในวงที่ไปปรากฎในที่ต่าง ๆ

ดู Video การแสดง Mushroomhead ใน Fall 2007 ใน New York City ได้ที่นี่

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
Saw VI Soundtrack
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
มีทั้งเพลงของ Mushroomhead และเพลงของ Ventana ซึ่ง Stitch เป็นหนึ่งในสมาชิกวง
6 CHANCES:
01. Hatebreed “In Ashes They Shall Reap”
02. Lacuna Coil “The Last Goodbye” *
03. It Dies Today “Reckless Abandon”
04. Mushroomhead “Your Soul Is Mine” *
05. Chimaira “Warpath” *
06. Danko Jones “Code Of The Road”
6 LESSONS:
07. Suicide Silence “Genocide / Saw VI Remix” *
08. Memphis May Fire “Ghost In The Mirror”
09. Outbreak “The Countdown Begins” *
10. Shadows Fall “Still I Rise / Saw VI Remix” *
11. Type O Negative “Dead Again”
12. Converge “Dark Horse”
6 CHOICES:
13. Kittie “Cut Throat”
14. Nitzer Ebb “Never Known” *
15. Every Time I Die “Roman Holiday”
16. My My Misfire “The Sinatra”
17. The Flood “Lethal Injection”
18. James Brothers “More Than A Sin”
BONUS DIGITAL TRACKS:
19. 69 Eyes “We Own The Night”
20. Ventana “Watch Us Burn”
21. Miss May I “Forgive & Forget”

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
ติดต่อ และ พูดคุย กับ Mushroomhead
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
มีสองคนใน Myspace ที่จะคอยตอบคำถามคุณเกี่ยวกับพวกเขา อย่าถามที่ Mushroomhead Myspace แต่ให้ถามที่ page ของ Jeffrey Nothing และ Stitch คือ http://www.myspace.com/mrhjeffreynothing และ http://www.myspace.com/rickthomas หรือส่ง e-mail ไปหาพวกเขาที่ mrhjeffreynothing@myspace.com และ rickthomas@myspace.com ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ Jeffrey จะชอบตอบมากกว่า คุณไม่ควรส่งไปเกินสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพราะจะเป็นการรบกวนมากมาย เพราะมีคนมากมายส่งหาเขา และถ้าคุณเป็นสมาชิกใน Myspace พวกเขาจะไม่ตอบ Comment ถ้าไม่รู้จักกับเขาจริง ๆ

หากคุณมีโอกาสไปดูการแสดง เมื่อแสดงเสร็จ คุณก็คุยกับเขาได้ เขาจะลงมาพบแฟน ๆ และข้าพเจ้าก็เคยคุยและถ่ายรูปกับพวกเขาแล้ว พวกเขารู้จักข้าพเจ้าดี จากงานศิลปะของข้าพเจ้า และงานโฟโตชอบ ที่ข้าพเจ้าทำล้อเลียนพวกเขา แต่ปัจจุบันข้าพเจ้าตัดสินใจเอาชื่อเขาออกจากการเป็นเพื่อนใน เว็ปไซด์ เพราะข้าพเจ้าไม่ชอบเวลาในอดีตเหล่านั้น (เรื่องส่วนตัวของข้าพเจ้า)

เขียน/ศึกษา/ประสบการณ์ โดย สว อิเฎล (Sw Eden)


Waylon Reavis, Drawing by Sw Eden

5 Comments

Filed under Uncategorized

ประวัติ Zi:Kill Thai biography


รูปหนังสือภาพของวง Zi:Kill ; A Piece of Road
Sw Eden เขียนเพื่อ http://th.wikipedia.org/wiki/Zi:kill

Zi:Kill วง Visual Kei รุ่นแรก ๆ ของญี่ปุ่น ก่อตั้งโดย Ken และ Seiichi Iida ในปี ค.ศ. 1987 ต่อมา Tusk ได้มา Join เป็นนักร้องของวง เริ่มแรกใช้ชื่อว่า G-Kill เป็นวงใต้ดิน

วงนี้เปลี่ยนมือกลองถึง 4 ครั้ง คือ Masami , Yukihiro (current L’Arc en Ciel), Tetsu (D’erlanger, Craze) และ Eby Chan ซึ่ง Eby Chan ถูกรู้จักเป็นมือกลองที่อยู่ร่วมกับวงใน อลบัม In the Hole และ Rocket ซึ่งเป็นอลบัมเด่นของวง และอยู่ใน Music Video สำคัญของวง รวมกัง Video Rocket London Side และ Tokyo Side แม้ว่า Yukihiro จะมีชื่อเสียงมากในปัจจุบัน แฟนเพลงของ Zi:Kill ก็รู้จักเขาว่าเขาได้ออกจากวง Zi:Kill ก่อน Tour หลังจากกลับจาก Europe และ Tetsu ซึ่งเป็นมือกลองหลังจากเขา ได้ออกจากวงในเวลาที่ Tusk มีปัญหาเกี่ยวกับลำคอ

อัลบั้มแรก ๆ ที่ออก ทางค่ายเพลงออกได้เพียง 50 copies เท่านั้น ทำให้วง Zi:Kill ต้องหาทางย้ายออกไปที่อื่น ต่อมาฮิเดะโตะ มัทซึโมะโตะ (Hideto Matsumoto หรือ 松本秀人 หรือ Hide หรือ ฮิเดะ) ซึ่งเป็นแฟนเพลงคนสำคัญของพวกเขา ได้ชักชวนให้ไปอยู่ค่ายเพลง Extasy Records และพวกเขาได้ออกอลบัมเดิมอีกครั้งคือ The Real of the World และ Close Dance ในรูปแบบของ Extasy Ghost Disc (since 1989) และ sign เป็น Major หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็น Indies หลังจากอยู่ค่ายนี้ได้ร่วมแสดงใน Extasy Summit เป็นวงก่อนสุดท้าย ซึ่งวงสุดท้ายต้องเป็น X Japan อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นวงประธาน การลำดับวงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ, ความสามารถ และกระแสนิยม ของวง Zi:Kill ซึ่งโดยทั่วไป การลำดับวงของทุกที่ รวมถึงใน the United States วงที่มีแฟนเพลงมาก หรือวงที่ทุกคนรอคอยที่จะชม จะถูกไว้เป็นวงหลังสุด

== หลังจาก Zi:Kill ==

Yukihiro มือกลองคนที่ 2 ของวง ออกไปอยู่วง Die in Cries และปัจจุบันอยู่ L’Arc~en~Ciel

Tetsu มือกลองคนที่ 3 ของวง ไปเล่นให้ D’erlanger ซึ่ง Re-Union ในปี 2007 และยังคงเป็นวงอยู่จนถึงปัจจุบัน

Tusk ได้ออกงานเดี่ยว เป็น Single มี 3 เพลง ชื่อว่า Tusk 3 Songs โดยมี เพลงดังนี้
1. Cast
2. Go in More and More
3. Warning from Stardust

คำว่า Stardust มาจากนิตยสารทางการของวง Zi:Kill และยังเป็นชื่อ Fan-club หละงจาก The Off

Tusk ยังเป็นนักร้องให้อลบัมหนึ่งของวง Amnesia และเป็นผู้แต่งเนื้อเพลงทั้งหมด หละงจากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นให้ The Slut Banks ซึ่งเป็นวงที่มี Concept เกี่ยวกับ Zombie


Amnesia album of Amnesia; Vocal and Lyrics by Tusk

งานที่เด่น ๆ ของคนในวงคือ วง Craze ที่ Seiichi และ Tetsu ไปอยู่หลังจาก D’erlanger วง Craze เปลี่ยนนักร้องถึง 4 ครั้ง และคนที่ 4 หรือคนสุดท้ายคือ Tusk ซึ่ง Tusk ยอมเลิกเล่นให้ The Slut Banks เพลงมาช่วยสมาชิกวงเดิม แต่การตัดสินใจของเขา ที่ว่าเขาอยากออกจาก Music Industry และจะเลิกร้องเพลง ทำให้วง Craze ต้องแยกวง แต่ภายหลัง เมื่อเขากลับมาร้องเพลงอีกครั้ง เป็นงานเดี่ยว คือ Shinjuku Shin’on Kai (新宿心音会) และใช้ชื่อจริงของเขาว่า Hiroshi Itaya (板谷祐) การตัดสินใจกลับเข้าวงการของ Tusk ในครั้งนี้ ทำให้แฟนเพลงบางส่วนไม่พอใจ เพราะ Craze ต้องแยกวงอย่างไม่มีเหตุอันควร

The Slut Banks รวมตัวอีกครั้งในวันส่งท้ายปีเก่าของปี ค.ศ. 2007 โดยมีสมาชิกคือ Tusk (Vocal), Stone Stmac (Guitar), Duck-Lee (Duck-T) (Bass), Honey Bee Garden (Drums) และ official site ของ The Slut Banks คือ http://www.slutbanks.jp/


รูป The Slut Banks สมัย Reunion ปลายปี 2007

Ken Zi:Kill ซึ่งเป็นคนเขียนเพลงหลักของ Zi:Kill ได้ออกงานเดียวหลายอัลบั้ม เช่น เริ่มจากการเปลี่ยน Style ที่ค่อนข้างเน้นหนักไปทาง Guitar Solo และ Techno Mix คืออลบัม Joke อลบัมนี้ทำขึ้นในสมัยสุดท้ายของ Zi:Kill และยังมีการโฆษณาหลังปก เพื่อขาย Rocket ของ Zi:Kill ด้วย เมื่อ Zi:Kill แยกวง Ken ได้ทำงาน Techno ร่วมกับ Yukihiro ซึ่งเป็นมือกลองคนที่ 2 ของวง Zi:Kill ในอลบัม The Hip Grind Man และ Eby Chan ยังเล่นให้กลองในเพลงที่ไม่ใช่ Techno เช่น “Do You Believe In Magic” อลบัมนี้เป็นแผ่นเพลงที่มาจาก DVD ที่ชื่อ “Hula Hoop” หลังจากสองอลบัมแรก Ken Zi:Kill ได้เปลี่ยนแนวเพลงของตนเองกลายเป็นเพลง pop ในงาน Solo ของเขา คือ Who am I?, Missile, Drill และ Boy ต่อมาทำวงใหม่คือ Cry Baby และ Vast นอกจากนี้ยังเป็น co-producer ให้วงในสังกัดที่ตนเองอยู่คือ Victor Entertainment และบริษัทในเครือคือ Speedstar Records เป็นค่ายเพลง pop กล่าวถึงงานเพลงของวง Cry Baby ซึ่งเริ่มแรกมีสมาชิกวง 4 คน และนักร้องคือ Fumi แต่ในช่วงท้ายของวง เหลือสมาชิกเพียง 2 คนคือ Ken Zi:Kill และ Ken Matsudaira คนคนนี้เป็นดาราและนักร้องชื่อดัง ใน theme ของ Japanese Tradition

งานที่ Ken ได้เป็น producer ให้ คืออลบัม Speed Ball ของ D.I.E. หลังจากนั้นเป็นสมาชิกวง Spread Beaver ซึ่งรู้จักกันในนามของ Hide (Hideto Matsumoto หรือ 松本秀人) นอกจากนี้ Ken ยังเล่นกีตาร์ และแต่งกีตาร์ส่วนใหญ่ของอลบัม Flower ของวง Visual Kei ที่ชื่อว่า Der Zibet เช่นกัน


รูปของเล่นใน Who am I? ; First pop album of Ken Zi:Kill

Leave a comment

Filed under Uncategorized

X Japan Biography Early Age (ประวัติ ช่วงต้น)

อ่านหน้าอื่น
X Japan Biography Early Age (ประวัติ ช่วงต้น) [CURRENT]
X Japan Biography Middle Age (ประวัติ ช่วงกลาง)
X Japan before Disband (ประวัติ ก่อนแยกวง 96)


X ตอนต้น ( ๑๙๘๒ – ๑๙๘๘ )

ในสมัยที่ โยชิกิ กับ โทชิ ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม เขาได้ตั้งวงดนตรีด้วยกัน สมัยนั้นยังไม่ได้มีชื่อว่า X แต่เพลงก็ดีพอสมควร จึงมีการ์ตูนเรื่องหนึ่งมาของซื้อ ลิขสิทธิ์ ไปเป็นเพลงของ title จากนั้นเมื่อ ปี ๑๙๘๒ หลังจากที่เด็กนักเรียนจบใหม่ จำนวน ๒ คน จาก ตาเตยาม่า จังหวัดจิบะ ได้ตั้งวงดนตรีที่มีชื่อว่า เอ็กซ์ โดยให้โยชิกิผู้มีคะแนนต่ำเป็นหัวหน้าวง ส่วนโทชิผู้มีคะแนนสูงกลับไม่ได้เป็น แต่เขาก็เป็นนักร้องผู้มีความสำคัญต่อวงมาก

ปี ๑๙๘๕ ในวงสามารถรวบรวมสมาชิกได้ ๕ คน คือ โยชิกิ ทำหน้าที่เป็นมือกลอง, โทชิ ทำหน้าที่เป็น นักร้องนำ, ยูจิ ทำหน้าที่เป็น lead guitarist , โทโมะ ทำหน้าที่เป็น rythms guitarist และโทคูโอะทำหน้าที่เป็นมือเบส ทำให้วงสามารถมีการออกซิงเกิลแรกได้คือ ‘ I’ll kill you ‘ และ อลบัมแรก คือ HEAVY METAL FORCE มีการวางขายเพียง ๑๐๐ ก็อปปี้เท่านั้น เนื่องจากมีฐานะเป็นเพียงวงใต้ดินวงหนึ่ง ถ้าใครเป็นแฟนเพลงตัวจริง ก็ลองเดินทางไปฮองกง แล้วหาซื้อของ copy เถื่อนเอาเอง และ Album นี้ไม่มีทำขายเป็น CD ด้วย

ต้นปี ๑๙๘๖ มารดาของโยชิกิเชื่อมั่นในตัวบุตรชายว่าจะประสพน์ความสำเร็จ จึงตัดสินใจขายธุรกิจของครอบครัว เพื่อนำเงินมาให้โยชิกิดำเนินงานได้ ดังนั้นโยชิกิจึงสามารถยกระดับวง X ให้สูงขึ้นโดยตั้งบริษัทบันทึกเสียงภายใต้นามว่า extasy records และให้ตัวเขาเองเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือนัยว่าเป็นเจ้าของนั่นเอง ตอนต้นของ extasy records มีวง X เพียงวงเดียวเท่านั้น จุดนี้ถือว่ามีความเสียงสูงมากทีเดียว ระหว่างนั้นสมาชิกในวงก็มีการเปลี่ยนคือ มือกีตาร์เหลือเพียงคนเดียว คือ จุน, มือเบสเปลี่ยนเป็น ฮิคารุ และในกลางปีนั้นเองก็มีการออกซิงเกิลชุด Orgasm

เดือนกุมภาพันธ์ในปีต่อมา สมาชิกในวงเหลือจำนวนสามคน เพราะว่าฮิคารุออกจากวงไป โยชิกิจึงตามหามือเบสคนใหม่ และ โยชิกิได้ไปชวนมือเบสจากคลับท้องถิ่นที่ชื่อ ไทจิ มาเป็นมือกีตาร์ของวง แต่อันที่จริง ไทจิคือมือเบสที่หลายคนยอมรับกันว่าเป็นมือเบสที่ดีที่สุดก็ว่าได้ มือเบสด้วยกันจะยกย่องไทจิเช่นนี้ด้วย อีกทั้งเขายังเป็นมือเบสขวัญใจของมือเบสในวงการ J – Rock รุ่นใหม่อีกหลายต่อหลายคน บางคนที่เป็นศิลปินส์ในวงการ J- Rock ในสมัยที่เรียกว่ากึ่งเก่าและใหม่ จะชื่นชอบบิดาของเขา หลังจากนั้นจุนก็ลาออกจากวง มือกีต้าร์คนใหม่คือ อิซาโอะ ต่อมาไม่นาน การแข่งขันกับวง J – Rock ในรุ่นเดียวกันก็จบลง เมื่อวง SABER TIGER ได้แยกวง ซึ่ง SABER TIGER ถือว่าเป็นวง Rock ที่มีความโด่งดังมากกว่า X หลายเท่า โยชิกิมีความสุขได้ในระดับหนึ่ง และเขาก็คิดถึงหัวหน้าวง SABER TIGER ขึ้น ก่อนที่เขาคนนั้นจะตัดสินใจไปทำอาชีพเสริมสวย เนื่องจากประชดสมาชิกคนหนึ่งในวงที่ชื่อว่า ทัตสึ โยชิกิได้โทรศัพท์ไปชักชวนเขาให้มาเป็นมือกีตาร์วง X ถือว่าการตอบตกลงของหัวหน้าวง SABER TIGER ในวันนั้น คือวันกำหนดประวัติศาสตร์ J – Rock ที่สำคัญมากทีเดียว ฮิเดะ หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามของ พระเจ้าแห่ง J – Rock ได้มาเป็นมือกีตาร์ในวง X ต่อมาอิซาโอะได้ออกจากวง ทำให้พาตะกลายมาเป็นมือกีตาร์อีกคน โดยตกลงให้ฮิเดะเป็น main

ปี ๑๙๘๘ เดือนเมษายน วันที่ ๑๔ ได้ออก cassette ในนามของ Vanishing Vision เป็นเพลงที่จัดอยู่ในประเภท indies กึ่ง heavy metal มีการนำเพลง I’ll kill you มารวมอยู่ด้วย เพลง ในอลบัมนี้สามารถสื่อได้ในมุมของตัวโยชิกิเอง จำนวนที่วางขายมี ๑๐,๐๐๐ ก๊อปปี้ และหมดภายใน ๑ สัปดาห์ เมื่อเดือนพฤษภาคมมาถึง เป็นสัญญาณบอกว่า วงนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว โดยมีวง Ladies Room และ Zi:Kill มาเซ็นสัญญา เพื่อใช้บริการ extasy records ในการออกอลบัม ปลายปีนั้นเอง ทางวงได้มีการทำตราสัญลักษณ์ที่เรารูจักกันดี เพื่อใส่ลงใน วิวทีทัศน์ ชุด tokyo pop ถือเป็นการยกระดับวงให้เป็นที่รู้จักในอเมริกาในช่วงแรก แม้จะไม่มาก เพราะได้แค่เป็นอันดับที่ ๒๐ เท่านั้น และเวลาในการแนะนำวงที่มีให้ โยชิกิ และ ฮิเดะก็มีน้อย เรื่องบริษัท extasy ทาง Yoshiki ได้ซื้อห้องบันทึกเสียงต่อจาก Madonna ซึ่งตั้งอยู่ที่ LA

This Biography was written by Sw Eden when Sw Eden was 15 year old.


Picture/Drawing of Taiji Sawada by Sw Eden

Leave a comment

Filed under Uncategorized